[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 21 : Chapter 21 : Small Bites

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 พ.ค. 62

Chapter 21 : Small Bites
Alette

          "ซีอิ๊วสองช้อนชา สองช้อนชา ช้อนชานะ ช้อน— อันเล็กๆ อ่ะ นั่นแหละ—ดี สองนะ—ฉันบอกว่าสองไง ไม่ใช่สาม ไม่ใช่สาม—นี่นายนับเลขไม่เป็นรึไง?"

          "หยุดดุได้แล้ว" บินมองแรงใส่

          "ฉันแค่ไม่เข้าใจ ว่าทำไมมันยากขนาดนั้นเลยหรอ?" มินฮยอกกล่าว "ฉันแทบจะบอกนายละเอียดทุกขั้นตอนแล้วนะ"

          "อาจจะเพราะแบบนั้นไง นายไม่ให้ฉันคิดเองบ้างเลยอ่ะ" บินตอกกลับ

          ทั้งสองคนกำลังวุ่นวาย ณ เตา ในห้องครัวของอพาร์ตเมนต์ของบินและอึนอู หม้อใบเล็กถูกวางบนเตา มีบินที่กำลังจ้องมองอยู่ด้วยความกังวล

          "ฉันไม่เชื่อใจนายให้นายคิดเอง นายก็ไม่ควรเชื่อใจตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ นายทำอาหารโคตรห่วย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมอยู่ดีๆ นายถึงอยากจะทำขึ้นมา"

          "เพราะว่าอึนอูทำอาหารให้ฉันกินตลอดเลยไง" บินพูดขณะจ้องมองลงไปในถ้วยน้ำซุปโดยไม่กลัวว่ามันอาจจะลวกหน้าเขาได้ "ฉันคิดว่ามันก็คงจะดี ถ้าฉันทำอะไรให้เขากินบ้าง"

          "เออ ถ้ามันลงไปในคอของเขาแล้วอ่ะนะ นายก็รู้ว่าต่อมรับรสของอึนอูฮยองเป็นอะไรที่เซนซิทีฟที่สุดในโลกเลยมั้ง? เหมือนจมูกของนายนั่นแหละ แต่สำหรับเขาคือลิ้นไง" มินฮยอกเงียบไปก่อนจะพูดต่อ "นี่ถ้าเกิดออกไปเจอคนที่ประสาทรับความรู้สึกอ่อนไหวง่ายทางสัมผัส การมองเห็น ได้ยินงี้ด้วยล่ะ? พวกนายไปรวมกลุ่มกันเป็นทีมซุปเปอร์ฮีโร่ได้เลยนะ"

          "ด้วยพลังที่โง่ที่สุดในโลกอ่ะนะ" เขาลังเล "ฉันรู้ว่าอึนอูจู้จี้กับเรื่องอาหารการกินมาก แต่มันคงไม่แย่ขนาดนั้นหรอก ใช่มั้ย?" เขามองหน้ามินฮยอกที่ตอนนี้อารมณ์ที่เขาแสดงออกมีการผสมผสานทั้งความผิดหวังและความหวัง "ใช่มั้ย?"

          "ใจเย็น เข้าใจก็ได้ ถ้ามีฉันอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างก็คงไม่แย่ขนาดนั้น" 


          มินฮยอกทำอาหารเก่ง ความจริงแล้วเรียกได้ว่าเก่งที่สุดในบรรดาแก๊งค์เพื่อนๆ ของเขาเลยก็ว่าได้ ครั้งหนึ่งบินได้เคยถามเขาว่าเขาทำอาหารเก่งขนาดนี้ได้ยังไง มินฮยอกทำแค่ยักไหล่แล้วพูดว่า "พ่อฉันสอนมา"

          นาทีหรือสองนาทีต่อมา บินไม่คิดว่าสองนาทีที่ผ่านมานี้มันจะเป็นช่วงเวลาที่เครียดที่สุดในชีวิต ทำไมการทำอาหารมันยากขนาดนี้นะ? อึนอูทำทุกวันได้ยังไง?

          "คือนายไม่จำเป็นต้องคอยดูทุกวินาทีก็ได้นะ ปล่อยให้มันต้มไปเถอะ"

          "ฉันละสายตาไม่ได้ เดี๋ยวมันไหม้แน่พอฉันเริ่มทำ ฉันรู้นะ"

          "มันไม่มีชีวิตนะบิน มันไม่ไหม้เพราะอาฆาตพยาบาทอะไรนายหรอก"

          "เชื่อฉันสิ ฉันรู้ดีว่ามันจะเป็นยังไง" เขาหยุดมองก่อนจะหันไปหามินฮยอก "และฉันคิดว่านายลืมลงท้ายด้วยคำว่า "ฮยอง"มาหลายครั้งละนะ"

          "ฉันว่าฉันไม่ลืมนะ" มินฮยอกพูดอย่างไม่ร้อนรน "นายแก่กว่าแล้วไง เดี๋ยวพวกเราก็เรียนปีเดียวกันอยู่แล้ว นายไม่ได้เป็นฮยองสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว มุน บิน"

          "แต่เรายังไม่ได้เริ่มเรียนเลยนะ" บินตอบ "ย่าห์ ไม่ใช่ว่าตอนนี้นายเริ่มชินแล้วนะ? มันแปลกอ่ะถ้าอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนไปกระทันหันงี้เลย"

          "ไม่อ่ะ" มินฮยอกยิ้มสดใส

          บินคำรามเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองหม้อต่อ แต่ที่มินฮยอกพูดก็ถูก อย่างไรระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้เคร่งเรื่องการเรียกชื่อพี่นำหน้าคนที่แก่กว่าอยู่แล้ว แล้วก็ถูกอีกที่พวกเขาก็จะได้เรียนในชั้นปีเดียวกัน บินไม่ได้คิดมากอะไรเลยเว้นแต่อาจจะทำให้มันแปลกสำหรับอึนอู

          "นายคิดว่าอึนอูจะบอกให้ฉันเรียกเขาว่าฮยองมั้ย?" เขาพูดทั้งที่ยังคงจ้องหม้ออย่างไม่วางตา

          คำถามนี้ไม่ได้ทำให้มินฮยอกแปลกใจที่ออกมาจากปากบิน "ไม่หรอก ฉันมั่นใจ 100% เลยว่าฮยองเขาไม่ให้นายเรียกหรอก

          "แต่ยังไงเขาก็บอกให้นายเรียกฉันว่าฮยองนะ แล้วถ้านายไม่เรียกฉันว่าฮยองอีกแล้วมันจะ....คลุมเครือรึเปล่า?"

          "ไม่มีอะไรคลุมเครือแปลกๆ ทั้งนั้นแหละ" มินฮยอกพูดแบบส่งๆ "นายคบกับเขาอยู่ เวลาคบกันอึนอูฮยองไม่สนเรื่องการเรียกใครพี่ใครน้องอยู่ละ โรอุนฮยองก็แก่กว่าเขาแต่อึนอูฮยองก็ไม่เห็นเคยเรียกเขาว่าฮยองเลย"

          "โอเค ช่วยลืมไปได้มั้ยว่าไอผู้ชายคนนั้นมันยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้?" บินพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เขารู้ว่ามันเป็นนิสัยเด็กๆ ของตัวเองแต่เขาก็ไม่ชอบที่จะได้ยินเรื่องแฟนเก่าของอึนอูอยู่ดี ผู้ชายคนนั้นทั้งสูง สัดส่วนรูปร่างดีเป็นเลิศ แถมดูดีพอๆ กับอึนอูอีก ซึ่งบินก็แค่ไม่ชอบ

          มินฮยอกทำเพียงยักไหล่ เขาจ้องมองลงไปในหม้อสักพักก่อนจะพูด "ฉันว่านายเอาออกได้ละ น่าจะโอเคแล้ว"

          บินยกหม้อซุปออกจากเตาอย่างระมัดระวังพลางถอนหายใจด้วยความโล่งใจ เขาไม่ชอบการใช้เตาเลยสักนิด เขาปล่อยให้มินฮยอกย้ายหม้อไปยังโต๊ะกินข้าว ก่อนจะมองดูเขาตักน้ำซุปเข้าปากด้วยความกังวล "แล้ว?" เขาถามอย่างมีความหวังเมื่อเห็นสีหน้าที่ว่างเปล่าของมินฮยอก "เป็นไงบ้างอ่ะ?"

          ใช้เวลาสักพักกว่ามินฮยอกจะรับรู้รสชาติอย่างสมบูรณ์ จากนั้นเขากลืนลงไปอย่างระแวดระวังแล้วหันไปหาบินทั้งที่ยังไม่แสดงอะไรออกมาทางสีหน้าอยู่เหมือนเดิม "ให้ฉันพูดงี้ละกันนะ ซุปถ้วยนี้มันก็พอกินได้ แต่แบบ.."

          "มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ?" บินบ่นครวญคราง

          "ก็โอเคอยู่แหละ เดี๋ยวฉันแก้ให้ละกัน"

          "นายแก้ซุปนี้ได้หรอ?"

          "โอ้ย ไม่สิไอบ้า" มินฮยอกพูด "ที่ฉันกำลังพูดคือแก้สถานการณ์ต่างหาก เดี๋ยวทำกับข้าวอย่างอื่นเพิ่มเยอะๆ แล้วพวกเราก็ค่อยวางซุปนี้ข้างๆแอบไว้ นายก็บอกไปว่าทุกจานบนโต๊ะนี้เนี่ยนายเป็นคนทำเองทั้งหมด ฉันแค่มาช่วยด้วยนิดหน่อย บอกความจริงไปนิดหน่อยพอ"

          "แต่นายเป็นทำอาหารทั้งหมดนะ" บินพูดขณะที่มินฮยอกได้เคลื่อนตัวไปยังตู้เย็นเพื่อเปิดหาวัตถุดิบทำอาหารแล้ว "ฉันก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก"

          มินฮยอกหันกลับไปแล้วจ้องมาที่บิน "ลองชิมซุปดูบิน ลองดู"

          ในคำพูดของเขามีอะไรบางอย่างที่ทำให้บินสั่นระริก แต่เขาก็ได้ลองตักขึ้นมาเต็มช้อน คราวนี้แหละเขาถึงเข้าใจสิ่งที่มินฮยอกพูดในทันที

          "โอเค นายทำเลย" บินพูดอย่างแน่วแน่

          พวกเขาเริ่มปฏิบัติการ มินฮยอกทำสิ่งที่ยากทั้งหมดขณะเดียวกันบินก็อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยที่เขาเป็นมาโดยเสมอ ทุกอย่างมันดูง่ายดายไปหมดพอมินฮยอกเป็นคนทำ เขาช่างผ่อนคลาย เขาไม่แม้แต่จะตวงวัดอะไรก่อนจะเทส่วนผสมเข้าด้วยกันด้วยซ้ำ จะมีบ้างที่ลองหยุดชิมอาหารที่ตัวเองทำ พวกเขาพูดคุยกันขณะที่ทำอาหาร และอย่างไรก็ตามตอนนี้หัวข้อบทสนทนาได้เปลี่ยนเป็นเรื่องของแม่ของมินฮยอก

          "แม่เขายังอยากให้นายมาอยู่กับพวกเรานะ" มินฮยอกพูดขณะเหยาะอะไรไม่รู้ลงไปในหม้อ "แม่ถามอยู่ตลอดเลยว่านายโอเครึเปล่า กินอิ่มมั้ย ฉันบอกเขาไปแแล้วว่าอึนอูฮยองขายเสื้อเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อให้กระเพาะหลุมดำของนาย แต่แม่แกก็ยังกังวลอยู่ดี"

          "ฝากบอกแม่นายหน่อยนะว่าฉันขอโทษ ฉันก็ไม่ได้อยากแยกออกมาหรอก" บินพูดขณะนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว เขารู้ว่าพ่อแม่ของมินฮยอกต้องไม่ยอมให้เขาช่วยออกค่าใช้จ่ายอะไรสักอย่างเลยแน่ๆ และเขาไม่ต้องการแบบนั้น ไม่ใช่หลังจากที่อยู่ได้ด้วยเพราะความใจดีของอึนอูมานาน "และอีกอย่าง ฉันกลายร่างเป็นแมวสลับกับคนอยู่ตลอด ฉันทำแบบนั้นในบ้านนายไม่ได้"

          มินฮยอกยักไหล่ "ฉันรู้ แต่ยังไงแม่ก็คือแม่ แกกังวลเป็นปกติของแกอยู่แล้ว"

          ใจจริงแล้วบินก็ชอบนั่นแหละ มีสองบุคคลที่บินคิดว่าเขาสามารถเอาชนะใจได้เพราะความดีของเขา : อึนอู และแม่ของมินฮยอกนี่แหละ เธอทั้งใส่ใจ น่ารัก และควรค่าแก่ความรัก เธอทำให้บินรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เขาอยู่ในบ้านหลังนั้น ปฏิบัติกับเขาแทบจะเหมือนเป็นคนในครอบครัว และเขาก็ชอบมาก มากๆ จริงๆ

          ใช้เวลาไม่นานมินฮยอกก็ได้ทำมื้อเย็นสำเร็จลุล่วง จากนั้นบินจึงลงมือจัดโต๊ะอาหาร เขาหยิบชุดจากกระเบื้องสวยงามที่มีไว้สำหรับโอกาสพิเศษ และเขาหวังว่าอึนอูจะไม่ว่าอะไรที่เขาเอาออกมาใช้ในโอกาสนี้ เขาทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างได้จัดวางอยู่บนจานอย่างสมบูรณ์แบบ ถ้วยชามแก้วทุกใบต้องใสสะอาดเปล่งประกาย มินฮยอกทำเพียงนั่งและมองการกระทำของบิน บินไม่ได้เคืองอะไรเลยที่มินฮยอกไม่ได้ยื่นมือมาช่วย แค่เขาทำอาหารทั้งหมดนี้ก็มากพอแล้ว

          "ฉันว่านายขัดไอแก้วนั้นมานานแล้วนะ" มินฮยอกพูดขึ้น "ทุกอย่างดูดีแล้ว แค่อย่าให้เขาลองชิมซุปที่อยู่ในถ้วยสีขาวข้างๆ นั้นพอ"

          "ไม่ต้องกังวล แทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามันวางอยู่" ในตอนแรกบินตัดสินใจที่จะเทซุปถ้วยนี้ทิ้ง แต่มินฮยอกบอกว่าไม่งั้นมันจะดูเป็นการโกหกเกินไปหากโยนสิ่งที่บินได้ลงมือทำเองจริงๆ ทิ้งไป

          "ตราบใดที่เขาไม่ได้กินก็พอ" มินฮยอกพูดพลางเหยียดแขนสองข้าง "เขาคงอาจจะสำลัก หรือไม่ก็อาจจะตายโดยไม่เจตนาเพราะนาย ฮ่าๆ"

          บินยื่นขาออกไปเตะขาเก้าอี้ของมินฮยอก "นี่นายพึ่งพูดว่าอึนอูตายหรอ?"

          มินฮยอกเกือบหงายหลังตกเก้าอี้ ทำให้บินหัวเราะคิกคัก ก่อนจะหยุดลงทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก

          "เขากลับมาเร็วอ่ะ" เขาหันไปกระซิบกับมินฮยอกทันที "ออกไปสิ"

          "อะไรนะ? ยังไงอ่ะ?" มินฮยอกพูดอย่างงุนงง "นายจะให้ฉันปีนออกทางหน้าต่างรึไง?"

          "แค่แอบอยู่ซักที่พอ แล้วค่อยออกไปตอนที่อึนอูเข้าไปเปลี่ยนเสื้อ" บินพูดขณะที่ผลักมินฮยอกกระเด็นจากโต๊ะกินข้าว สุดท้ายมินฮยอกก็ได้รับสัญญาณว่าให้แอบอยู่หลังโซฟา บินมองไปรอบห้องครั้งสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นจึงเปิดประตูหน้าห้อง

          อึนอูยิ้มเมื่อประตูเปิดขึ้น "บิน"

          รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของบินทำงานหนักเสมอมา "อึนอู" จากนั้นเขาจึงหลีกทางเพื่อให้อึนอูเดินเข้ามาในอพาร์ตเมนต์ บินปิดประตูด้านหลังตัวเองก่อนจะหันหลังไปเจออึนอูที่กำลังจ้องมองโต๊ะอาหารตรงหน้าตาค้าง

          "อะไรกันเนี่ย?" 

          บินเดินมาซ้อนหลังอึนอูก่อนจะเอาแขนสองข้างโอบรอบเอวบาง "ฉันคิดว่าฉันน่าจะทำข้าวเย็นให้นายกินบ้างอ่ะ" เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอึนอู

          "นายทำเองทั้งหมด? คนเดียวเลยหรอ?"

          "ก็มินฮยอกช่วยด้วยนิดหน่อยครับ" เขากดจูบเบาๆ ที่แก้มของอึนอู "นายไปเปลี่ยนเสื้อเถอะ จะได้มากินข้าวกัน"

          "ล้อเล่นป่ะเนี่ย" อึนอูพูดก่อนจะถอยตัวออกจากอ้อมกอดของบิน "พวกเรากินเลยสิ ฉันอดทนรอกินฝีมือนายไม่ไหวแล้วนะ"

          ทำให้มินฮยอกต้องโดนขังอยู่หลังโซฟานั้น แต่บินไม่แคร์อีกแล้ว ความตื่นเต้นของอึนอูตอนนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่จะได้เห็น "โอเค เรากินกันเลยก็ได้ครับ" เขาพูดแล้วเดินตามอึนอูไปที่โต๊ะ "เตรียมตัวอึ้งได้เลย"

          "ก็ไม่คิดว่าเคยเตรียมนะ" อึนอูพูดพร้อมกับยิ้มอย่างตื่นเต้น เขาลองชิมแกงกระหรี่ไก่ที่มินฮยอกทำก่อนจะดวงตากลมโตจะเบิกกว้าง "บินนี่ อันนี้อร่อยมากเลยอ่ะ"

          เขาไม่แม้จะทำด้วยซ้ำ แต่บินก็ยังคงรู้สึกพองโตกับคำชม "นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรประเมินผมต่ำไปไงครับ"

          "นี่ ฉันก็ไม่เคยทำซักหน่อย" เขาเริ่มลองชิมจานอื่นๆ และบินก็เริ่มทานด้วยเช่นกัน มินฮยอกนี่ทำอาหารเก่งจริงๆ

          พวกเขาเริ่มต้นลงมือกินไปไม่กี่นาทีและปากของบินมีข้าวเต็มปากขณะได้ยินเสียงอึนอูพูดขึ้นมาเบาๆ "อะไรแอบอยู่ตรงนี้เนี่ย?"

          บินรีบกลืนข้าวจนเกือบจะสำลัก "ไม่ เดี๋ยว " แต่สายไปเสียแล้ว อึนอูได้ตักซุปขึ้นมาเต็มช้อนอย่างมีความสุขก่อนจะป้อนเข้าปากตัวเอง

          เขาสำลักในทันที เขาพยายามจัดการตัวเองกลืนลงไป ร่างกายของเขาค้ดงอ บินรีบลุกขึ้นไปข้างอึนอูพร้อมกับยื่นแก้วน้ำให้ อึนอูรับมาแต่โดยดีแล้วรีบดื่มเข้าไปอึกใหญ่

          "ฉันขอโทษ" บินพูดพร้อมกับพัดให้อึนอูเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้อีก "ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ นายไม่น่ากินเข้าไปเลย"

          "มันคืออะไรอ่ะ" เสียงของอึนอูยังสั่นเครือเล็กน้อย "นายเป็นคนทำหรอ?"

          "ใช่" บินยอมรับอย่างสำนึกผิด "มัน...เป็นอย่างเดียวเลยที่ฉันทำเอง"

          "แล้วที่เหลือล่ะ?" อึนอูตักกินอาหารที่มินฮยอกทำเพิ่ม เป็นไปได้ว่าเพื่อให้ลืมรสชาติข่มขืนก่อนหน้านี้

          "มินฮยอก" บินตอบไปอย่างง่ายดาย อึนอูหันหน้าไปสบตาบิน เขาเขยิบตัวเพราะความอึดอัดใจเล็กน้อย "ฉันเป็นคนช่วย ฉันอยากทำข้าวเย็นให้นายกินบ้างเพราะนายทำให้เรากินตลอดเลยอ่ะ แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันพยายามแล้ว แต่ทั้งไอนั้น ทั้งเตา มันเกลียดฉัน "

          อึนอูลุกขึ้น และที่น่าแปลกใจคือเขายิ้มให้กับบิน "ไม่เป็นไรหรอกนะที่นายทำอาหารไม่ได้ บินนี่" เขาเอื้อมไปจับมือบินแล้วกุมไว้ "ฉันอยากทำอาหารให้นายกินอยู่แล้ว นายก็รู้นี่ ฉันขอบคุณมากเลยนะที่ทำให้ฉันแม้นายจะไม่ได้ทำอาหารทั้งหมดนี้เลยก็ตาม"

          "แต่อย่างเดียวที่ฉันทำเกือบนายฆ่าเลยนะครับ"

          "ไม่เห็นเป็นไรเลย" อึนอูยังยิ้มอยู่แล้วเคลื่อนตัวไปหาเขาใกล้ขึ้น "ฉันซึ้งใจมากเลยนะที่นายพยายามลองใช้เตาให้ฉันเห็น ขอบคุณนะ"

          รอยยิ้มของเขาช่างบริสุทธิ์ เปล่งประกาย และงดงามเหลือเกิน อึนอูโน้มตัวไปมอบจูบให้กับบิน ร่างหนาไม่ได้ลังเลสักนิดที่จะจูบเขากลับ และเสมอโดยสัญชาตญาณ บินโอบรอบเอวบางแล้วดึงเขาให้เข้ามาใกล้ชิดพร้อมกับสัมผัสความอบอุ่นของร่างกายที่มอบให้กับกันและกัน ทุกอย่างมันดีไปหมด บินรู้สึกราวกับไม่มีสิ่งใดจะมาทำลายช่วงเวลานี้ได้เลย

          "เอ่อคือ ถ้าจะทำกันแบบนั้น ผมขอออกจากอพาร์ตเมนต์ไปก่อนได้มั้ยครับ?"

          อึนอูผละออกจากบินก่อนจะกรีดร้อง บินหันไปเจอมินฮยอกยืนอยู่ข้างโซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

          "มินฮยอก นายมาทำอะไรที่นี่วะ?" อึนอูถามทั้งที่ยังคงช็อคอยู่ เขาเคลื่อนตัวไปแอบหลังบินในทันที และเหตุผลอะไรบางอย่างที่อึนอูทำแบบนั้นทำให้บินมีความสุข

          "ก็ชัดอยู่ว่าผมมารบกวนการจู๋จี๋สวีทหวาน" มินฮยอกตอบด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก "ผมมาช่วยบิน ไม่รู้มาก่อนว่าต้องมาเป็นพยานรักให้ฮยองด้วย"

          "บินฮยอง" อึนอูแก้ประโยคที่มินฮยอกพูดให้ถูกต้องอัตโนมัติ บินอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม

          มินฮยอกกลอกตามองบน "ครับ ตามนั้น" เขาพูดขณะเดินไปยังประตูหน้า "ผมกลับบ้านละ กินข้าวเย็นให้อร่อยนะฮะ"

          บินทำเพียงพยักหน้า แต่อึนอูกลับพูดออกไป "ขอบใจมากนะมินฮยอก อร่อยทุกอย่างเลย อยากมาอีกตอนไหนก็มาได้เลยนะ"

          "ครับผม แต่ตอนนี้ปล่อยผมไปให้ผมล้างตาตัวเองก่อนนะ" มินฮยอกพูดขณะเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ "เจอกันครับอึนอูฮยอง แล้วก็บิน.....ฮยอง"

          เมื่อประตูปิดลง บินหันไปหาอึนอู "เราไปกินข้าวกันให้เสร็จมั้ยครับ?"

          อึนอูมอบรอยยิ้มประกายให้กับเขา "อื้อ"





          ในที่สุดฤดูหนาวก็ได้เข้ามาเยือนปกคลุมทั้งกรุงโซล

          ถึงแม้ว่าจะยังเป็นตอนบ่ายหลังเที่ยงแต่อากาศก็ยังคงหนาวเย็น อึนอูรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้หยิบผ้าพันคอไว้กับตัวเมื่อตอนที่ออกจากบ้านตอนเช้า ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าแค่เสื้อโค้ทตัวเดียวก็ทำให้อบอุ่นได้แล้ว แต่การเดินทางกลับบ้านคงจะต้องรู้สึกไม่สบายตัวมากแน่ๆ

          เขาพยายามลืมความคิดที่ว่าตัวเองจะอยู่ในสภาพแบบใดเมื่อกลับถึงบ้าน บินคงจะคลี่ผ้าห่มออกมาตั้งแต่ตะวันตกดินและอึนอูคงไม่สามารถปฏิเสธคำเชิญชวนให้เข้าไปอยู่ในโพรงอบอุ่นนั้นทันทีที่เขากลับถึงอพาร์ตเมนต์ บินน่าจะทำช็อคโกแลตร้อนรอเค้าไว้หากแฟนหนุ่มขอ มันคงจะเป็นอะไรที่เพอร์เฟค

          อึนอูเดินเข้ามาในร้าน Sunshine ทั้งที่ในหัวยังคงจินตนาการถึงภาพผ้าห่มและช็อคโกแลตร้อนอยู่ เขาโดนดึงกลับมายังปัจจุบันเนื่องจากหน้าเคาน์เตอร์ที่ว่างเปล่า เขามองหามยองจุนอย่างงงๆ ก่อนจะเจอเขาอยู่ใกล้หน้าต่างบานใหญ่

          เขาไม่ได้อยู่คนเดียว มีผู้ชายร่างสูง สูงกว่ามยองจุนเยอะมากๆ นั่งอยู่กับเขาด้วย อีกทั้งเขายังหล่อสูงยาวขาวดี สันจมูกโด่ง และมีผมสีน้ำตาลบลอนด์ที่ยาวลงมาถึงคิ้ว อีกทั้งรอยยิ้มที่นุ่มนวลและดูเขินอายไปในทีในตอนที่มยองจุนกำลังเล่าเรื่องตลกให้เจ้าตัวฟัง

          มยองจุนเห็นอึนอู จากนั้นจึงกวักมือเรียกเร็วๆ ให้เดินมาหาทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่ อึนอูทำตามคำขอก่อนจะเดินเข้ามาร่วมบทสนทนาของเขาทั้งสอง

          "นี่อึนอูนะ เขาทำงานในร้านนี้แต่ก็อยู่ในแก๊งค์เพื่อนสนิทผมเหมือนกัน" มยองจุนพูดขึ้น "อึนอู นี่คิม จีฮุนนะ"

          คิม จีฮุนทักทายอึนอูด้วยท่าทางแปลกนิดหน่อย และถึงตาอึนอูทักทายโบกมือเขากลับก่อนจะถามคำถาม "แล้วคุณรู้จักกับมยองจุนฮยองได้ยังไงครับ?"

          "จริงๆ แล้วเราก็พึ่งเจอกันวันนี้เองครับ" จีฮุนตอบ "รู้สึกละอายจังเลยนะครับ เพราะความจริงร้านเราก็แค่อยู่ตรงข้ามกันนี่เอง"

          อึนอูหันไปหามยองจุนด้วยสีหน้าสับสน มยองจุนหันกลับมายิ้มกว้างสดใสให้เขา "คุณจีฮุนเนี่ย เขาเป็นเจ้าของร้าน Cotta" เขาพูดอย่างภาคภูมิใจ

          "ไม่จริงอ่ะ" อึนอูพูดออกไปโดยไม่ทันได้คิด "ก็เจ้าของร้าน Cotta กับ...ซึงจุน..." เขามองไปกลับไปหาจีฮุนที่ตอนนี้กำลังยิ้มอย่างเขินอาย พวงแก้วผิวสีติดแทนกำลังขึ้นสี

          "นั่นแหละ เขาเป็นเจ้าของ Cotta นายเชื่อมั้ยล่ะ?" มยองจุนถามทั้งที่ยังยิ้มอย่างมีความสุข "เขาทั้งสูงทั้งหล่อ! แล้วก็เป็นคนดีมากๆ ด้วย ฉันนี่จินตนาการมาตลอดเลยว่าเจ้าของร้าน Cotta จะผอมแห้งแรงน้อย"

          จีฮุนหัวเราะอย่างเขินอาย "ดีใจนะครับที่ผมต่างจากที่คุณคิดไว้เยอะเลย"

          พวกเขายืนคุยด้วยกันอยู่สักพัก อึนอูถึงได้เข้าใจในเวลาไม่นานว่าธรรมชาติแล้วจีฮุนค่อนข้างเป็นคนเงียบๆ และส่วนใหญ่ในบทสนทนามยองจุนจะเป็นคนพูดเสียมากกว่า อีกทั้งจีฮุนยังดูเป็นคนนิสัยดี ทำให้อึนอูรู้สึกชอบเขาขึ้นมา

          ระหว่างการพูดคุย มยองจุนสะดุดสายตาที่ใครบางคนก่อนจะร้องดังขึ้นมา "โอ้ นั่นจินอู จินอู มานี่เร็ว!"

          จินอูเข้ามาร่วมกับวงสนทนาเล็กๆ เขายังคงมีรอยยิ้มอยู่ใบหน้าหล่อเหลาอย่างเช่นเคย อึนอูจึงได้โอกาสที่จะเลี่ยงออกมาเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดยูนิฟอร์มของร้าน ในขณะที่เขากำลังแอบเดินออกไปก็ได้ถูกมยองจุนคว้าแขนเพรียวไว้ก่อนจะดึงเข้ามาใกล้แล้วพูดเบาๆ "บอกเด็กในร้านคนอื่นด้วยนะว่าฉันเอากฎข้อที่ 146 ของร้านออกแล้ว"

          อึนอูตึงหน้า พยายามขุดเข้าไปในส่วนลึกของความทรงจำว่าแท้จริงแล้วกฎข้อที่ 146 ของร้านมันบอกไว้ว่าอย่างไร หลังจากนั้นไม่กี่นาทีที่เขานึกออกมันก็ทำให้เข้ายิ้มได้

          กฏข้อที่ 146 ของร้าน Sunshine : ไม่มีการเป็นมิตรกับ Cotta พวกเขาคือศัตรู

          อึนอูคิดว่าอีกหลายกฎในร้านคงจะจบด้วยการถูกถอนออกเช่นกัน เขาได้แหกกฎข้อที่ 145 ไปแล้วโดยการกินชีสเค้กที่บินซื้อไว้ให้เขา

          เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องหลังในสภาพชุดยูนิฟอร์มแล้ว อึนอูก็ได้เจอมินฮยอกปรากฏตัวขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่ได้มาเพียงคนเดียว ในอ้อมแขนของเขามีแมวตัวเล็กขนสีดำล้วน เขาเดินไปหามยองจุนที่ตอนนี้ได้กลับเข้าไปอยู่ที่ประจำหลังเคาน์เตอร์แล้ว

          "ฮยอง ฮยองไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าผมจะฝากแมวไว้ที่นี่ก่อน? แมวตัวนี้เป็นของชานอ่ะ แต่ตอนนี้ชานยุ่งๆอยู่"

          เขาวางแมวลงบนเคาน์เตอร์ก่อนที่อึนอูจะมองดูพินิจพิจารณา เมื่อมองเข้าไปนัยน์ตาของเจ้าสัตว์ตัวนี้แล้ว ดูเหมือนมันจะดูฉลาดกว่าแมวธรรมดาทั่วไปอยู่นะ

          "ถ้าเพื่อชานละก็ ฉันยินดี" มยองจุนพูดก่อนจะเริ่มลงมือลูบหัวเจ้าตัวน้อย "มันน่ารักจัง น่ารักเหมือนกับชานเลย นายน่าจะพาชานมาที่นี่บ้างนะมินฮยอก ฉันเบื่อหน้านายแล้วอ่ะ"

          เจ้าแมวหันไปทำสีหน้าสบายใจใส่มินฮยอกอย่างไม่ปิดบังในขณะเดียวกันกับที่เด็กหนุ่มกำลังอ้าปากค้างและทำสีหน้าขุ่นเคือง ทำให้อึนอูมั่นใจว่ามันไม่ได้เป็นแค่แมวตัวหนึ่งเท่านั้น อยู่ดีๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขามีแหล่งที่อยู่ท่ามกลางผู้กลายร่าง ทำให้สุดท้ายเมื่อเขาไม่ได้แปลกใจเมื่อบินบอกความลับกับเขา จากนั้นอึนอูยิ้มกับตัวเอง ถึงแม้ว่าชานจะอยู่ในร่างแมว แต่เขาก็ยังคงทำให้มยองจุนชอบได้อยู่ดีสินะ

          "อึนอู โต๊ะนั้นรอของที่สั่งอยู่" มยองจุนพูดขึ้นมาทำให้อึนอูหลุดจากภวังก์ความคิด มินฮยอกได้เดินไปเปลี่ยนชุดหลังร้านแล้ว "อะนี่ ถาดนี้แหละ"

          อึนอูรับถาดมาพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะเดินไปวางเสิร์ฟลงที่โต๊ะ มีขนมหวานสองชิ้นวางอยู่ สงสัยคงจะเป็นคู่รัก อย่างไรก็ตามเขามั่นใจว่าคงจะไม่ใช่ใครที่เขาคุ้นเคย

          ยูกิฮยอนพยักหน้าและยิ้มอย่างสุภาพให้ทันทีที่อึนอูได้วางจานลง ชายที่ดูอ่อนเยาว์ หล่อด้วยจมูกสันคมและผมสีหน้าตาลหม่นที่ปาดขึ้นจากใบหน้า แต่ก็ดูมีความจริงจังและดูโตซ่อนอยู่ แต่สิ่งเหล่านี้ละลายหายไปทันทีที่เขาหัวเราะเพราะกิฮยอนได้กระซิบกับอึนอู "เห็นมั้ย? ตัวไม่เห็นเป็นขนเลยนะ"

          อึนอูนิ่งแข็งไปเมื่อกิฮยอนและเพื่อนของเขา คงจะเป็นชางกยุน จากที่เขาคิดไว้ หัวเราะด้วยกัน จากนั้นเขาจึงรีบสับเท้าเดินกลับมายังเคาน์เตอร์ที่ไร้ผู้คนยกเว้นเจ้าแมวตัวน้อยสีดำ มยองจุนได้ออกไปคุยกับจินอูที่มีจีฮุนและซึงจุนร่วมวงด้วยพร้อมกับซานฮาที่อยู่ข้างๆ เขา อึนอูโบกมือให้พวกเขาเมื่อซึงจุนและซานฮาหันมา ทั้งคู่ช่างสดใสและดูกระตือรือร้นกับบทสนทนา อึนอูมีความคิดที่จะเดินเข้าไปและร่วมพูดคุยด้วยก่อนที่จะตัดสินใจว่าเขาควรจะอยู่เฝ้าที่เคาน์เตอร์ดีกว่า เขาคงไม่สามารถทิ้งเจ้าตัวน้อยที่หน้าตาคล้ายกับชานได้ และจินอูกับจีฮุนดูเหมือนจะคุยกันได้อย่างเข้าขา

          มีลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาในไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก่อนจะเดินมายังเคาน์เตอร์ อึนอูยกยิ้มอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้น "สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ร้าน Sunshine ครับ"

          ลูกค้าคนนี้ยิ้มให้เขาในท่าทีที่แปลกไป "โอ้ คุณนี่เอง นี่สินะคือเหตุผลที่ผมถูกแนะนำให้มาที่นี่"

          อึนอูกระพริบตาด้วยความประหลาดใจ ผู้ชายตรงหน้าเขาตัวเล็ก มีผมสีเข้ม ใบหน้าเป็นการรวมกันของความน่ารักและความหล่อ เขาเป็นคนแปลกหน้าแน่นอนสำหรับอึนอู แต่ทำไมเขาดูเหมือนจะรู้จักอึนอูเป็นอย่างดี

          "ขอโทษนะครับ เราเคยเจอกันด้วยหรอครับ?" อึนอูถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

          "อ้อ ใช่ๆ คุณคงจำผมไม่ได้สินะครับ" ลูกค้าคนนี้พูดขึ้นทั้งที่ยังยิ้มอย่างชอบใจกับมุกตลกของตัวเอง "ผมแค่ดีใจน่ะครับที่ครั้งนี้เราพบกันโดยที่ใบหน้าของคุณไม่มีน้ำตา"

          การกระพริบตาเพราะความประหลาดใจเกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ในเวลาต่อมาอึนอูจะนึกได้ ทั้งใบหน้าของเขาแดงก่ำ

          "คุณคือมินซอกฮยอง"

          "ครับ ผมมินซอกเองครับ" ลูกค้าคนนี้ยอมรับ "ผมดีใจนะครับที่เห็นคุณกับคุณมุน บินไปด้วยกันได้ดี เขาดูมีความสุขมากๆ เลยนะครับ"

          "ผม เอ่อ ขอบคุณครับ" อึนอูตอบไปแบบตะกุกตะกัก เขาคนนี้คือคนที่อึนอูร้องไห้ใส่และพูดคำในใจออกมาทั้งหมด บางครั้งเขาก็นอนไม่หลับในตอนกลางคืนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตรอกซอยที่ได้เผชิญกับแมวที่เขามั่นใจหนักหนาว่าเขาคือบิน เขาส่งข้อความเงียบๆ ขอโทษกับมินซอกฮยองของบินเป็นระยะสำหรับเหตุการณ์ในตอนนั้น แต่ ณ ตอนนี้ มินซอกฮยองได้อยู่ตรงนี้แล้ว ตรงหน้าของอึนอู เขาจึงยิ้มและทำดีกับเขาเข้าไว้

          และเขาก็ดูมีเสน่ห์เช่นกัน ไม่มีอะไรแย่หรอก

          "ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ" เขายิ้มอย่างจริงใจ "ผมดีใจนะที่ตอนนั้นบินโผล่มาพอดี ผมรู้ว่าเขาโดนขอให้ออกไปซื้อของข้างนอกและเขาคงจะผ่านทางนั้น แต่ผมก็กังวลเหมือนกันว่าเขาอาจจะเดินผ่านไปเฉยๆ"

          สิ่งนี้เป็นการยืนยันสิ่งที่อึนอูคลางแคลงใจ มินฮยอกตั้งใจให้เขาเข้าไปในซอยนั้นและทำให้เขารออยู่ในนั้นอยู่ตลอด อย่างน้อยในตอนนี้ความรู้สึกขอบคุณยินดียังเอาชนะความรู้สึกอับอายได้อยู่ "ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ถ้ามีอะไรที่ผมตอบแทนได้ สามารถบอกได้เลยนะครับ"

          "งั้น..." มินซอกหยุดคิด "เดี๋ยวเพื่อนของผมจะมากันที่นี่ หวังว่าสิ่งที่คุณพูดจะไม่ทำให้คุณไล่พวกเราออกจากร้านนะครับ"

          "ได้แน่นอนครับ" อึนอูพูดทั้งที่งงกับคำขอนี้ มินซอกออกจะเป็นคนดีและดูสุภาพอยู่พอควร เพื่อนของเขาจะแย่ขนาดไหนกัน? "จะมากันกี่คนครับ"

          "เก้าครับ" มินซอกยิ้ม "หรือมากกว่านั้นถ้าไฟลท์บินไม่เลทครับ พวกเราอยากนั่งด้วยกัน"

          เก้าคนถือเป็นจำนวนคนที่เยอะมาก อึนอูคงจะเกลี้ยกล่อมของมยองจุนให้ลากโต๊ะสองโต๊ะเข้าด้วยกันซึ่งมยองจุนเกลียดที่จะต้องทำแบบนั้น เขาพยายามจัดรูปแบบโต๊ะในร้านคาเฟ่ให้ดูดีเสมอและตลอดมาที่เขาจะคอยขยับโต๊ะให้เข้าที่เข้าทางนิ้วหนึ่งหรือสองนิ้วตามนิสัยเพื่อให้แน่ใจว่าโต๊ะเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง "พวกคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับถ้าจะนั่งโต๊ะแยกกัน?" อึนอูถามออกไปโดยพยายามไม่ให้น้ำเสียงดูคาดหวังมากเกินไป

          มินซอกหน้าบึ้ง "ไม่มีทางที่พวกเราจะนั่งด้วยกันได้เลยหรอครับ?"

          อึนอูพยายามทำสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แต่ช่างมันเถอะ เขาแน่ใจว่ามยองจุนคงจะโกรธอยู่สักพักแต่อึนอูจำไม่ปฏิเสธคำขอของมินซอก เขาไม่อยากจะเชื่อว่ามินฮยอกจะขอโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ ทั้งอพาร์ตเมนต์อึนอูก็สามารถให้เขายังได้เลย

          "โอเคครับ เดี๋ยวพวกเราจะลองจัดใหม่ดู พวกคุณจะได้นั่งด้วยกันได้ ปกติพวกเราไม่ค่อยทำการจองโต๊ะเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวผมจะเก็บโต๊ะให้ว่างไว้บ้างสำหรับคุณกับเพื่อนของคุณนะครับ"

          "เยี่ยมเลย ขอบคุณนะครับ" มินซอกกล่าวก่อนจะชะเง้อคอมองผ่านด้านหลังอึนอูไป "คุณรู้ใช่มั้ยว่ามีใครบางคนอยู่ข้างหลังนั้นด้วยนะครับ?"

          อึนอูหันไปก่อนจะเจอเจ้าแมวดำตัวน้อย ที่ยังคงนั่งนิ่งมองมินซอกกลับ "ใช่ครับ ตอนนี้เพื่อนของเขาทำงานเสิร์ฟอยู่ครับ"

          "โอเค ดูเหมือนคุณจะดูออกนะครับ" มินซอกตอบ "ผมต้องไปแล้ว เดี๋ยวต้องไปรับเพื่อนอีก ไว้เจอกันนะครับ"

          "โอเคครับ เดี๋ยวผมเตรียมโต๊ะไว้ให้นะครับ" อยู่ดีๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่เขายังไม่ได้แม้แต่แนะนำตัวเลย เขาจึงรีบพูดขึ้น "ผมชื่อชา อึนอูนะครับ"

          มินซอกหันกลับมาแล้วยิ้มให้เขา "ขอบคุณที่แนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ คุณดูดีกว่าเยอะเลยตอนที่ไม่มีรอยน้ำตานะ"

          อึนอูละล่ำละลัก เขาคิดไม่ออกว่าควรตอบอะไรกลับไป มินซอกทำเพียงหัวเราะแล้วเดินออกไปจากร้าน อึนอูมองดูจนกระทั่งเขาออกไป พยายามลืมใบหน้าที่กำลังร้อนจัดในตอนนี้

          มยองจุนเดินเข้ามาหาอึนอูด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มสว่างไสวเหมือนกันดวงอาทิตย์เช่นเคยแต่ก็ตาโตเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าแดงก่ำของอึนอู "ทำไมนายหน้าแดงงี้อ่ะ?"

          "ไม่มีอะไรครับ" เขาพูดพลางเอามือพัดตัวเอง

          "โห อึนอูฮยองหน้าแดงโคตรๆ เลย เกิดไรขึ้นอ่ะ?"

          เสียงดังขนาดนี้คงเป็นใครไม่ได้นอกจากซานฮา ที่มั่นใจเลยว่าเด็กคนนี้เดินตามมยองจุนมาที่เคาน์เตอร์แน่ๆ อึนอูสะดุดตาเห็นจีฮุนและซึงจุนที่เดินออกจากร้านคาเฟ่ไปก่อนจะโบกมือให้เขาทั้งสอง ซานฮาสะกิดอึนอูก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง "เกิดอะไรขึ้นครับ?"

          "ไม่มีอะไรหรอก" อึนอูพูดซ้ำอีกครั้ง "ก็แค่มีลูกค้าคนนึงมาเล่าเรื่องตลกให้ฟังอ่ะ แค่นั้นแหละ"

          "มุกแป้กหรอ?" มินฮยอกเดินกลับมายังเคาน์เตอร์พร้อมกับถาดเปล่าด้วยสีหน้าจริงจัง

          "ไม่ใช่ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แค่เขินๆ นิดหน่อย ความจริงฉันก็รู้จักเขา อารมณ์แบบเพื่อนของเพื่อนอีกทีอ่ะ"

          "ใครหรอ? เขาออกไปเฉยๆ หรือนั่งที่โต๊ะรึเปล่า?" มยองจุนพูดพร้อมชะเง้อมองดู

          "ก็นอกจากว่าเขาจะเป็นมนุษย์ล่องหนอ่ะนะ ก็เห็นอยู่ว่าเขาเดินออกไปแล้ว" มินฮยอกพูดพร้อมกับกลอกตา

          ซานฮากำลังจะพูดอะไรขึ้นแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นอะไรบางอย่างข้างหลังอึนอูก่อนจะหัวเราะเอิ้กอ้ากแล้วสะกิดให้อึนอูหันหลังกลับไป

          อึนอูรู้อยู่แล้วว่าเขาคือใคร เขาหันหลังไปเพื่อให้แน่ใจก็ได้พบกับบินเดินเข้ามาในร้านคาเฟ่ เขาสวมชุทโค้ทสีดำยาวพร้อมกับหมวกไหมพรมสีดำสวมบนศีรษะแต่ไม่ได้ถูกดึงให้ลงมาถึงใบหู เขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่สดใสมีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์ ในมือสองข้างของเขาถือผ้าพันคอสีขาว

          อึนอูรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาหลอมเหลวในทันที

          "เขามาหานายที่ทำงานด้วย" มยองจุนถอนหายใจ "น่ารักอะไรเบอร์นี้น้า"

          "จินอูฮยองก็ทำกับฮยองเหมือนกันนี่" ซานฮาพูด

          "ฉันรู้ ฉันก็หมายถึงจินอูเหมือนกันไง" มยองจุนพูดด้วยรอยยิ้ม เขาโบกมือให้กับจินอูที่เดินมารวมกับคนอื่นๆ ที่เคาน์เตอร์

          "ฉันแค่เอาอันนี้มาให้น่ะ" บินยกผ้าพันคอผืนในมือขึ้นให้ดู อึนอูเอื้อมมือออกไปเพื่อจะหยิบ แต่บินกลับไม่สนใจก่อนจะพันผ้าพันคอรอบคอของอึนอูแทน อึนอูกลอกตากับการแสดงความรักเกินจำเป็น แต่อย่างไรก็ตามใบหน้าหวานก็เห่อแดงอยู่ภายใต้ผ้าพันคอผืนนั้นอยู่ดี

          "แหวะ" มินฮยอกพูดขึ้นมาพร้อมกับซานฮาที่ทำหน้าทำตา

          "อย่าทำตัวเป็นเด็กได้ป้ะ" มยองจุนพูดพร้อมกระทุ้งไปที่แขนของซานฮา "เดี๋ยวซักวันนึงพวกนายก็คบกับใครซักคนอยู่ดีแหละ"

          "ไม่อ่ะ" มินฮยอกพูด "อย่างนั้นผมก็จะกลายเป็นคนเดียวที่จิตปกติในกลุ่ม"

          "นายจะเป็นคนที่ทนทุกข์ตรอมใจคนเดียวในกลุ่มต่างหากล่ะ" บินพูดขึ้น อึนอูหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ

          "ดูสิเวลาผ่านไปเร็วมากเลยเนอะว่ามั้ย?" จินอูถอนหายใจเบาๆ "เหมือนฉันพึ่งเข้ามหาลัยเมื่อวานเองเลย ไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างมันจะกลายมาเป็นอะไรที่มีความหมายขนาดนี้"

          "อย่าพูดอะไรแปลกๆ สิครับ" ซานฮาครวญคราง แต่อึนอูสังเกตได้ว่ามินฮยอกกำลังฟังอย่างตั้งใจ

          "หุบปากสิไอเด็กหัวมาม่า" มยองจุนตอบย้อนซานฮา ก่อนจะหันไปพูดเสียงหวานกับจินอู "ชีวิตนายมีความหมายมากแล้วนะ"

          "ขอบคุณครับฮยอง ผมก็เห็นด้วย การได้มีพวกนายทุกคนอยู่ด้วย ได้เป็นเพื่อนกัน คอยซัพพอร์ช่วยเหลือกันและกันยามลำบาก แค่นี้ผมก็รู้สึกชีวิตตัวเองมีความหมายมากแล้ว"

          "นายนี่แข็งแกร่งที่สุดเลย อย่าร้องไห้นะๆ" น้ำเสียงน่ารักของมยองจุนออกมาจากปากของเขา

          อึนอูทำเพียงยิ้มกับตัวเอง เขารู้สึกได้ว่าบินได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขา มือเลื้อยเข้ามาโอบพันรอบเอวของอึนอู เขาโน้มตัวไปรับความอบอุ่นจากบิน มีความสุขที่ได้อยู่แบบนี้ มีความสุขกับชีวิต มีความสุขกับทุกๆ อย่าง

          "โอเค กอดจูบกันมามากพอแล้ว" มยองจุนตบมือเสียงดัง "กลับไปทำงานได้แล้ว เราต้องหาลูกค้าเพิ่ม ฉันเกลียดที่จะต้องเห็นโต๊ะว่างจริงๆ เลย"

          "เดี๋ยวจะมีลูกค้าเก้าคนมานะ" อึนอูตัดสินใจแล้วว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะพูดเรื่องการช่วยเหลือมินซอก "อาจจะมีมากกว่านั้น"

          "เก้าคนเลยหรอ? มาด้วยกัน?" คิ้วมยองจุนขมวดเป็นปม "พวกเขาก็ต้องด้วยกันแบบสองสามโต๊ะเลยนะ"

          อึนอูพุ่งไปหาเขาอย่างรวดเร็ว "ผมสัญญาไปแล้วว่าจะต่อโต๊ะให้"

          "ต่อ...โต๊ะ?"

          บรรยากาศสุขสันต์และอบอุ่นหายไปในทันที มินฮยอกที่สังเกตเหตุการณ์ได้ก่อนก็ได้ถอนตัวไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ลืมที่จะพาชานออกไปกับเขาด้วย ซานฮาตามออกไปด้วยเช่นกัน อึนอูสังเกตเห็นจินอูที่ค่อยๆ เดินถอยหลังออกไปออกไป อึนอูมองเขาอย่างท้อแท้พร้อมกับขอร้องวิงวอนเงียบๆ แต่จินอูทำเพียงส่ายหน้าช้าๆ และเดินถอยหลังออกไปเร็วกว่าเดิม

          ในทันใดนั้นบินพูดขึ้น "ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหนเลย ก็แค่ต่อโต๊ะไม่กี่โต๊ะเข้าด้วยกันใช่มั้ยล่ะครับ?"

          ศีรษะมยองจุนหันขวับไปมองมุนบินทันที "นายพึ่งพูดอะไรออกมารู้ตัวมั้ย มุน บิน?"

          บินหน้าซีดทันที เขาไม่เคยมยองจุนเป็นแบบนี้มาก่อน อึนอูอ้าปากพะง้าบพยายามบอกห้ามบินไม่ก็ให้วิ่งหนีออกไปไม่ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ แต่มยองจุนก็ได้พูดออกมาแล้ว "ถ้านายไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ งั้นก็มาเลื่อนทุกอย่างแล้วก็เลื่อนเก็บกลับที่เดิมด้วย"

          "อะไรนะ? ไม่ยุติธรรมเลย" บินครวญคราง "ผมไม่แม้แต่ทำงานที่นี่เลยนะ"

          "ก็ทำวันนี้ไง ไปหลังเคาน์เตอร์เลย นายต้องรับหน้าที่สามชั่วโมงหลังจากนี้"

          "แล้วมันเกี่ยวกับการจัดโต๊ะยังไงเนี่ย" บินบ่นพึมพำแต่ก็ทำตามที่เขาสั่งอยู่ดี บินทำหน้าเคืองใส่อึนอู แต่อึนอูอดที่จะยิ้มไม่ได้

          เมื่อมยองจุนก้มตัวลงไปเพื่อวางคัพเค้กลงบนชั้นวางเค้ก อึนอูจึงรีบโน้มตัวไปเหนือเคาน์เตอร์แล้วจุมพิตเล็กๆ ที่ริมฝีปากบางของบิน บินอึ้งด้วยความประหลาดใจแต่เมื่อเห็นอึนอูยิ้มให้เขา เขาจึงยิ้มกลับให้พร้อมกับจมูกที่รั้นขึ้นไปในแบบที่อึนอูหลงรักเสมอมา

          "นายยังทำอะไรอยู่ตรงนั้นห้ะ?" อยู่ดีๆ มยองจุนก็เด้งตัวขึ้นมา "ไปเก็บจานที่โต๊ะเลยไป"

          บินทำหน้าทำตาใส่ลับหลังมยองจุน ทำให้อึนอูกลั้นขำไว้แทบไม่ไหว เขาพยักหน้าก่อนจะกลับไปทำงานต่อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะยิ้มให้บินอีกครั้ง



—————————————
ยังคงหวานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมินฮยอกที่เป็นพยานรักทุกเหตุการณ์5555
เห็นคอมเม้นท์แล้วเป็นกำลังใจที่ดีมากๆเลยค่ะ T^T ขอบคุณมากๆ นะคะ รักรีดเหมือนกันน
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ กดให้กำลังใจและคอมเม้นท์ หรือให้ฟีดแบ็คได้น้า 
 #StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น