[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 10 : Chapter 10 : Sweet Endeavor

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 10 : Sweet Endeavor
Alette

          อึนอูดูน่ารักที่สุดเลยเวลาเขายิ้ม

 

          ตาที่หยีจนปิดและใบหน้ามีรอยพับนิดๆ เวลายิ้มนั้นงดงามราวกับมีแสงเปล่งประกายออกมา เขาไม่รู้หรอกว่ามันสว่างสดใสจนเกือบทำให้คนที่ได้มองแทบจะตาบอดได้เลย

 

          บินมองอึนอูที่กำลังอ่านอะไรบางอย่างบนหน้าจอมือถือระหว่างกินข้าวเช้า มีรอยยิ้มบางๆ อยู่บนริมฝีปากนั้น และทุกๆ ครั้งที่รอยยิ้มเดียวกันนี้ยิ้มกว้างสดใสสามารถทำให้คนรอบข้างตะลึงงันกับความงามของมัน บินสงสัยว่าอะไรที่ทำให้อึนอูยิ้มได้แบบนี้ คงจะเป็นข้อความละมั้ง บินภาวนาว่าขอให้ตัวเองได้เป็นคนส่งข้อความนั้นให้อึนอู มันคงจะดูโง่ไปหน่อยเพราะเขาไม่แม้แต่จะมีโทรศัพท์เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ แต่ใครบอกล่ะว่าคำขอมันจะต้องเกิดขึ้นจริง?

 

          อึนอูเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเขา จึงได้เห็นสายตาของบินที่มองเขาอยู่ “มีอะไรติดหน้าฉันรึเปล่า?

 

          ช่างน่าเสียดายที่ไม่มีอะไรติดหน้าเขา แต่ถ้ามันมีละก็ อย่างน้อยบินคงจะมีข้ออ้างที่จะได้เอื้อมมือข้ามโต๊ะไปฝั่งที่อึนอูนั่งอยู่แล้วเช็ดออกให้เขาเหมือนกับฉากในละครโรแมนติกที่อึนอูชอบ “เปล่า ฉันแค่คิดอะไรเล่นๆ น่ะ” บินตอบพร้อมกับยิ้ม

 

          “โอ้ เรื่องอะไรหรอ?” น้ำเสียงอึนอูดูเหมือนสนใจ และตอนนี้มันทำให้บินจะต้องทำเหมือนกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างจริงๆ

 

          “เพื่อนของนายชอบฉันกันมากเลยเนอะ” บินยิ้มกว้างมากกว่าเดิม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหมือนทุกครั้งที่กลุ่มเพื่อนของอึนอูจะมาที่ห้องของเขา พวกเขาพูดถึงเรื่องบินขึ้นมาเป็นครั้งเป็นคราวตลอดทั้งวัน ทำให้อึนอูต้องรีบเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาทุกครั้งที่พวกเขาพูดขึ้นมา บินรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะตลอดเวลานั้นเขาแอบฟังอยู่ที่หลังประตูห้องนอน

 

          “อย่าถือสาพวกนั้นเลยนะ พวกเขาก็อยู่บ้าบอกันแบบนั้นแหละ” อึนอูทำเป็นพูดปัดๆ ไม่สนใจ แต่หน้าของเขาค่อยๆ ขึ้นสีชมพูระเรื่อ เขาดูน่ารักจัง

 

          “ฉันชอบพวกเขานะ” บินพูด มันเรื่องจริงนี่นา เขาชอบเพื่อนของอึนอูทุกคนเลย อาจจะยกเว้นจินอูไว้หนึ่งคน

 

          “ฉันแค่หวังว่าพวกเราจะไม่เจอพวกเขาแบบวันนั้นอีก” อึนอูลุกขึ้นพร้อมกับถือจานเปล่า แต่บินกระโดดแล้วคว้าจากมาจากเขา มันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องล้างจานนี่นา เขาไม่ปล่อยให้อึนอูทำหรอก อึนอูนั่งกลับลงไปที่เดิมเมื่อบินเดินไปที่อ่างน้ำ จากนั้นอึนอูจึงพูดต่อ “ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเดินเล่นอยู่ที่ห้างเฉยๆ จริงๆ มันบังเอิญไป พวกนั้นต้องรวมตัวกันเพื่อมาคุยกับนายแน่ๆ”

 

          บินหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับอึนอู “นั่นสิน้า สงสัยจังว่าทำไม” บินพูดแต่เขาไม่สามารถทำให้รอยยิ้มเขาหายไปจากใบหน้าได้เลย

 

          ตอนนี้หน้าของอึนอูได้กลายเป็นสีชมพูไปเรียบร้อย “ฉันบอกแล้วไง ว่าพวกนั้นบ้าบอ” อึนอูหน้าแดงมากขึ้นอย่างชัดเจน “ฉันต้องไปเตรียมของไปเรียนแล้ว” อึนอูลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วรีบจ้ำเท้าเข้าไปห้องนอนอย่างรวดเร็วโดยไม่หันหลังกลับมาอีก บินจึงหันกลับไปล้างจานบ้างทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น

 

          ในเวลาไม่นาน อึนอูก็ได้จัดของในกระเป๋าเสร็จ ตอนนี้เขายืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง พร้อมที่จะไปเรียน บินรอส่งเขาเหมือนอย่างที่เคยทำเสมอ

 

          “นายอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย?” อึนอูถาม เขาถามคำถามนี้คำถามเดิมทุกๆ วัน เขาไม่เคยจะดูกังวลน้อยลงเลยในแต่ละวันที่เขาถาม

 

          “ฉันอยู่ได้น่า” บินยิ้มอย่างให้กำลังใจ

 

          นั่นทำให้รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอึนอูเช่นกัน “เจอกันตอนฉันเลิกงานนะ” เขาเดินป้วนเปี้ยนอย่างลังเลตรงที่เขายืนอยู่ซักพักก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่แขนของบินแล้วบีบเบาๆ บินรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจู่โจมเข้าไปในตัวของเขาและเขาก็พยายามที่ไม่แสดงความรู้สึกออกมา

 

          “บาย” อึนอูพูดขณะเดินออกไปที่ห้องโถง

 

          “บายยย” บินตะโกนตามหลังไป พยายามไม่สนใจหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นระรัว

 

          เขาพึ่งปิดประตูเมื่ออึนอูเข้าไปในลิฟต์แล้ว จากนั้นจึงล้มตัวลงบนโซฟาแล้วถอนหายใจออกมา แค่บีบสัมผัสเบาๆ ที่แขนเอง แต่หัวใจมันเต้นแรงจนแทบจะเป็นบ้า

 

          เขาตกหลุมรักเข้าซะแล้ว

 

          บินไม่ได้คิดว่ามันแปลกหรอกที่เขาชอบอึนอู จากที่ดูๆ มา จะไม่ให้ชอบได้ยังไงล่ะ? อึนอูทั้งใจดี น่ารักและใจกว้าง เขาแบ่งอาหารให้แมวจรจัด เรียกพวกมันว่าเจ้าหน้าแมว แล้วพากลับมาบ้าน สิ่งเดียวที่บินจะไม่เชื่อคือการที่อึนอูมีโอกาสที่จะชอบเขากลับ ตอนที่บินรู้ว่าแฟนเก่าของอึนอูเป็นผู้ชาย เขามีความสุขมากจนสามารถกระโดดทะลุกำแพงได้เลย เขามีลางสังหรณ์มาก่อนแต่มันก็ไม่สามารถยืนยันอะไรได้ เขายังไม่รู้ว่าเขาจะทำเป็นเฉยชาไม่รู้สึกอะไรได้ยังไง ทั้งที่ข้างใน หัวใจของเขามันเต้นแรงพร้อมที่จะระเบิดออกมา

 

 

          เขาหลงรักอึนอูจนโงหัวไม่ขึ้นเลยจริงๆ

 

 

          บินม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มบนโซฟาพลางกดปุ่มรีโมททีวีดูช่องต่างๆ เขากับอึนอูจะผลัดกันนอนที่เตียง และเมื่อคืนเป็นตาของอึนอูที่ได้นอนที่เตียง บินเกือบจะเสนอคำแนะนำไปแล้วว่าพวกเขานอนบนเตียงด้วยกันก็ได้เพราะพวกเขาก็ซุกอยู่ในผ้าห่มเดียวกันอยู่แล้วเวลาดูทีวีหรือละครต่างๆ แต่เขากลัวว่าอึนอูอาจจะระเบิดอารมณ์ออกมาหากเขาพูดออกไป ถ้าเป็นแบบนั้น สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากทำให้อึนอูแต่ก็ไม่อยากทำให้มันแปลกคือการดึงเขาเข้ามากอด

 

          ไม่มีช่องไหนที่น่าดูเลย บินจึงกดปิดทีวีลง เขาเหยียดตัวแล้วหาวออกมา ตาของเขาเหลือบไปเห็นกุญแจที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะข้างๆ บินยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอึนอูจะเอากุญแจให้เขาแล้วจริงๆ อึนอูต้องเชื่อใจเขาแล้วแน่ๆ บินยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ ปกติเขาจะใช้เวลานอนในเช้าวันศุกร์ ส่วนตอนบ่ายก็ใช้เวลาอยู่กับอึนอู บินไม่คิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบกุญแจ

 

          เขาเปลี่ยนเสื้อเป็นอีกชุดหนึ่งซึ่งก็เป็นเสื้อผ้าอึนอูนั่นแหละ เขาใส่ชุดที่มันดูเหมาะที่ออกไปเดินข้างนอกมากกว่า บางครั้งบินก็รู้แย่ที่ต้องใส่เสื้อผ้าของอึนอูแต่จริงๆ แล้วก็แอบชอบอยู่เหมือนกัน กลิ่นของเสื้อผ้าอึนอูทั้งอบอุ่นนุ่มนวลและสะอาดซึ่งเป็นกลิ่นในไม่กี่กลิ่นที่บินชอบมากๆ บินมีการรับรู้ของกลิ่นดีจนน่าตกใจ รวมถึงเวลาเขาอยู่ในร่างมนุษย์เช่นกัน แต่กลิ่นของอึนอูไม่เคยทำให้เขาอยากจะถอยหนีไปไหน เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเขาชอบอึนอูมากๆ หรือเปล่า หรือ เป็นเพราะอึนอูเพอร์เฟคท์ไปซะทุกอย่างสำหรับเขา

 

          แน่นอนว่าบินไม่ได้หลอกตัวเองที่คิดว่าอึนอูเขาเพอร์เฟคท์ เด็กผู้ชายที่ชอบมินเนี่ยน และเขาไม่ได้รู้สึกอายที่จะบอกว่าตัวเองชอบมันจริงๆ อึนอูไม่ได้คนเพอร์เฟคท์หรอก แต่เขาเป็นคนที่เพอร์เฟคท์สำหรับบิน

 

          บินเต็มใจที่จะใส่ของรอบตัวของเขาเป็นลายมินเนี่ยน เท่านี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าเขาชอบอึนอูมากแค่ไหน

 

          เมื่อบินพอใจกับภาพลักษณ์ของตัวเองแล้ว เขาหยิบกุญแจที่อึนอูได้ให้ไว้แล้วเดินออกจากประตูห้อง เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะที่ล็อคประตู บินหวังว่ากุญแจนี้จะใช้ได้จริงๆนะ ไม่งั้นเขาก็ต้องรอนอกห้องจนกว่าอึนอูจะกลับมา มันไม่สนุกแน่ๆ

 

          บินรู้สึกแปลกนิดหน่อยที่ตอนนี้เดินอยู่คนเดียวในร่างมนุษย์ เขาชินกับการเป็นแมวเมื่อเขาอยู่คนเดียว และเมื่อเขากลายเป็นมนุษย์ เขาจะมีอึนอูอยู่ข้างๆ เสมอ บินพยายามไม่สนใจความรู้สึกแปลกที่เขากำลังรู้สึกตอนนี้ เขาจะต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับมันให้ได้

 

          เขาเดินไปตามริมถนนของโซล มองไปรอบๆ จนกระทั่งเดินข้ามมาถนนที่เขาคุ้นเคย บินเคยอยู่ที่นั่นช่วงหนึ่งเมื่อตอนที่เขาเริ่มจะใช้ชีวิตต่อไปในร่างแมว อึนอูดูอยากรู้ชีวิตของบินก่อนที่พวกเขาจะเจอกันมากๆ แต่บินไม่อยากเล่าให้เขาฟัง ไม่ใช่เป็นเพราะมันยากลำบาก แต่เพราะอึนอูจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ ถ้าเขาบอกว่าเขาไม่ได้ลำบากอะไรเลย เขาไม่อยากให้อึนอูต้องมากังวล เขาสบายดีมาตลอด และตอนนี้เขายิ่งสบายมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

 

          บินเดินไปเรื่อยๆ อย่างไรจุดหมาย จินตนาการว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยว แต่มีบางอย่างทำให้เขาสนใจ มีผู้ชายแก่คนหนึ่ง อายุคงจะมากกว่าห้าสิบปี กำลังถือกล่องกระดาษขนาดใหญ่ออกมาหน้าร้าน กล่องดูหนักมากจนทำให้ผู้ชายคนนี้เดินโซเซเล็กน้อย

 

          ทันใดนั้นบินรีบวิ่งเข้าไปหาเขา “ให้ผมช่วยนะครับ” ก่อนที่ชายแก่คนนั้นจะตอบ บินก็ได้คว้ากล่องไปจากมือเขาแล้ว ชายคนนี้เป็นไปได้ว่าเป็นเจ้าของร้าน คัดค้าน แต่บินไม่ยอม จนกระทั่งชายคนนี้ยอมแพ้แล้วเดินนำเขาเข้าไปว่าให้เขาวางที่ไหน

 

          “ขอบคุณที่ช่วยนะพ่อหนุ่ม” หนุ่มสูงวัยพูดพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน “ทุกวันนี้ของมันดูหนักสำหรับตาไปหมดเลย”

 

          “ไม่มีปัญหาเลยครับคุณตา ความจริงวันนี้ผมก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ถ้าคุณตามีกล่องไหนจะย้ายอีกบอกผมได้เลยนะครับ”

 

          “ไม่ ไม่ ฉันให้เธอทำงานแบบนั้นไม่ได้นะ เดี๋ยวจะมีเด็กผู้ชายคนนึงเข้ามาที่ร้านอยู่แล้วตอนบ่ายนี้ เธอไม่ต้องกังวลหรอก”

 

          “ผมไม่เป็นไรจริงๆ ครับ” ชายแก่คนนี้ดูท่าทางจะชอบพวกคนที่ดื้อรั้นที่จะพยาพยามช่วยและทำสิ่งทุกอย่างที่เขาจะสามารถจะช่วยได้  ซึ่งเห็นได้ชัดว่าบินก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

          แน่นอนอยู่แล้วว่าชายสูงวัยคนนี้จะปฏิเสธบินอีก แต่บินก็ไม่ยอมง่ายๆ “คุณตาครับ” บินพูดน้ำเสียงจริงจัง “คุณตาต้องยอมให้ผมช่วยนะ ไม่งั้นผมจะย้ายกล่องพวกนี้ไปให้หมดเลยแล้วก็วางตรงที่ที่ผมอยากวางด้วย ผมหมายถึงอย่างนั้นจริงๆนะ” เท่านั้นแหละ เจ้าของร้านจึงยอมแพ้และรับความช่วยเหลือของบิน

 

          วันนี้เหมือนจะเป็นวันที่จะต้องเช็ครายการสิ่งของในร้าน นั่นหมายความว่ามีกล่องมากมายที่จะต้องยกออกมา เขาขนของทั้งเช้า แขนของบินอ่อนล้าในเวลานี้ แต่เขาเต็มใจ เจ้าของร้านคนนี้เป็นคนดี เขาคอยเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับครอบครัวของเขาและเด็กๆ ตอนที่ตัวเองกำลังตรวจตราบัญชีอยู่ บินรู้สึกเหมือนตัวเองได้คุณตาเพิ่มมาอีกคนหนึ่งในไม่กี่ชั่วโมงนั้น

 

          “เธอใจดีจริงๆ เลยที่มาช่วยคนเฒ่าคนแก่แบบฉัน” เขาเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ในเวลาเดียวกับที่บินกำลังวางกล่องใบสุดท้าย

 

          “ไม่ครับ ผมยินดี” บินยิ้มกว้าง “มันก็รู้สึกดีดีนะครับที่ได้ทำอะไรบ้างหลังจากที่ขี้เกียจมานาน”

 

          “ทุกอย่างที่เธอทำให้ ตาซาบซึ้งใจจริงๆ” ชายคนนี้พูด “หวังว่าเธอจะรับไว้นะ”

 

          ก่อนที่บินจะเข้าใจว่าชายคนนี้หมายถึงอะไรก็ได้มีอะไรบางอย่างมาวางอยู่บนมือของเขาแล้ว เขาก้มลงดูด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพบว่ามันคือแบงค์เงินจำนวนหนึ่ง

 

          “ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ” บินพูดทันที พยายามที่จะคืนให้กับเจ้าของร้าน แต่ชายคนนี้ผลักมือเขาออกไป

 

          “ไม่เอาน่า เธอช่วยตาเยอะแยะเลย เอาไปซื้อข้าวเที่ยงกินเถอะ”

 

          “ผมบอกตาแล้วไงว่าผมอยากทำครับ” บินพูดทั้งยังคงพยายามคืนเงินให้ชายคนนี้ “ผมไม่ได้อยากเอาไปซื้อข้าวหรอกครับ ผมโอเคดี”

 

          “งั้นถือว่ามันเป็นของขวัญชิ้นนึงจากคนแก่อย่างฉันนะ” ชายเจ้าของร้านเอามือไขว้หลังแล้วยิ้ม “มันต้องมีอะไรซักอย่างที่เธออยากได้บ้างแหละ”

 

          บินอยากจะพูดว่าตัวเขาไม่มีอะไรที่อยากได้เลย ก่อนที่จะหยุดคิดไป เขาไม่ได้อยากได้อะไร แต่อึนอูอาจจะมีอะไรที่อยากได้ก็ได้ อึนอูให้อะไรเขามามากมาย แต่บินยังไม่มีโอกาสที่จะตอบแทนอะไรเขาบ้างเลย โอกาสได้มาหาเขาแล้ว


เขาก้มมองเงินวอนในมือของเขาก่อนจะหยิบขึ้นมาเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินทั้งหมด แล้ววางลงเคาน์เตอร์ “ผมเอาเท่านี้พอนะครับ” เขาพับแบงค์อีกครึ่งหนึ่ง “เพราะคุณตาทำตัวเป็นเด็กดื้อ” เขาพูดพร้อมกับทำหน้าทำตา


คุณตาหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและอ่อนโยน “ได้สิ” เขายิ้มด้วยความเอ็นดู “ครั้งหน้ามาอีกล่ะ มาช่วยตาถูพื้นห้องเก็บของหน่อย”


บินยิ้มให้กับเขา “ได้เลยครับ ขอบคุณนะครับคุณตา” เขาโค้งตัวเพื่อกล่าวลา ก่อนจะยิ้มกับตัวเองแล้วเดินออกจากร้านไป


เมื่อเขาเดินมาจนสุดปลายทางถนน เขาเลี้ยวแล้วจึงหยิบเงินที่เขาได้มาขึ้นมานับ มันมีเยอะมากกว่าที่เขาคิดว่าเขาควรจะได้ บินไตร่ตรองจะใช้เงินทั้งหมดเลยทีเดียว ก่อนจะตัดสินใจว่าไม่ควรดีกว่า เขาจะได้มีเงินเก็บไว้ซื้อของให้อึนอูวันอื่นๆ ได้อีก


ถนนสายนี้ค่อนข้างว่าง บินจึงก้าวเดินไปอย่างช้าๆ พลางใช้ความคิด เขาควรจะซื้ออะไรให้อึนอูดี? เขาไม่อยากใช้จ่ายเงินจำนวนเยอะภายในครั้งเดียว แต่ก็ไม่อยากซื้ออะไรที่มีราคาถูกที่อึนอูอาจจะไม่ชอบเหมือนกัน เขายังคงเดินไปเรื่อยๆ จนถึงหัวมุมแล้วเลี้ยว ความรู้สึกท้อแท้เข้ามาเยือนมากขึ้นและมากขึ้น


จนกระทั่งบินเลี้ยวที่อีกหัวมุมหนึ่งของถนนแล้วเห็นตึกที่คุ้นตา เขาได้คำตอบแล้ว อันนั้นแหละ ใช่เลย



ป้ายของร้าน Sunshine มันน่าเกลียดมากจริงๆ นะ บินมองมันพร้อมกับทำหน้าบูด ป้ายของร้านที่อยู่อีกฝั่งตรงข้ามของถนนดูดีกว่าเยอะเลย ทั้งเป็นสีขาวดำและดูหรูหรา แต่แน่นอนว่าบินจะไม่พูดออกมาอยู่แล้วและแน่นอนว่าไม่ใช่เวลาที่มยองจุนอยู่ใกล้ๆ เขาด้วย


เวลาล่วงเลยมาจนเกือบเย็น เป็นเวลาที่อึนอูใกล้จะเลิกงาน และบินมาที่นี่เพื่อรับเขากลับบ้าน เขากำลังจินตนาการว่าอึนอูจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นบินกำลังนั่งรอเขาอยู่ บินหวังว่าเขาจะได้รับยิ้มตาหยีๆ จากเจ้าตัว แต่ถ้าเป็นรอยยิ้มที่มีเปื้อนสีชมพูระเรื่ออย่างเขินอาย เขาก็ยินดีที่จะรับรอยยิ้มแบบนั้นเช่นกัน


หลังจากที่บินได้จัดทรงผมเสร็จสรรพ เขาก็ได้เดินเข้าไปในร้านคาเฟ่ ภายในร้านมีเคาน์เตอร์ยาวอยู่ที่ข้างประตูโดยมีมยองจุนยืนอยู่ข้างหลังนั้น เขากำลังยุ่งกับการต้อนรับลูกค้าอยู่


“สตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้กหนึ่งชิ้นครับ” จินอูพูดพร้อมพิงตัวอยู่บนเคาน์เตอร์


“นายต้องสั่งเหมือนเดิมทุกครั้งที่มาที่นี่เลยใช่มั้ยเนี่ย?” มยองจุนกลอกตามองบน


“ก็ผมอยากกินอันนี้อ่ะฮยอง” จินอูยิ้ม “แล้วทำไมผมต้องสั่งอย่างอื่นล่ะ?”


มยองจุนถอนหายใจเสียงฟึดฟัดก่อนจะออกไปหยิบเค้กให้กับจินอู ทั้งสองคนนั้นไม่ได้รับรู้เลยว่าบินยืนอยู่ตรงนั้น ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร (อย่างน้อยก็ดีที่มยองจุนไม่เห็น) เพราะเขาก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเจอสองคนนี้สักหน่อย


บินเดินไปนั่งที่โต๊ะว่างอยู่ตรงมุมร้าน เขาหวังว่าโต๊ะที่ตัวเองนั่งอยู่จะเป็นโต๊ะที่อยู่ในความรับผิดชอบของอึนอู อีกไม่กี่นาทีเขาอาจจะเดินออกมาในยูนิฟอร์มของร้าน เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด แล้วรับออเดอร์จากบิน มันคงจะดีน่าดูเลย


“นายจะสั่งอะไรรึป่าว หรือว่าแค่มานั่งรออึนอูฮยอง?”


บินเงยหน้าแล้วเห็นมินฮยอกในชุดยูนิฟอร์มร้าน ในมือถือสมุดโน้ต ยืนอยู่ที่ข้างโต๊ะของเขา เขาก็ดูดี แต่ก็ไม่ดูดีเท่าที่บินหวังไว้


“นายจะไล่ฉันออกจากร้านมั้ยล่ะถ้าฉันไม่ได้สั่งอะไรเลย?” บินยิ้มพร้อมกับพิงหลังกับพนักเก้าอี้


“ก็ถ้าไม่สั่งก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องมีงานเพิ่ม”


“งั้นก็โชคดีของนายแล้วแหละ ฉันแค่มานั่งรออึนอูเลิกงานเฉยๆ”


มินฮยอกเก็บสมุดโน้ตแล้วนั่งลงที่ที่นั่งตรงข้ามกับบิน “งั้นฉันก็เลิกงานแล้ววันนี้” เขาเหยียดแขนทั้งสองข้าง “ฉันว่ามยองจุนฮยองไม่ได้เห็นนายตอนเดินเข้ามาใช่มั้ย?”


“ไม่อ่ะ เขายุ่งกับลูกค้าอยู่ ฉันไม่อยากรบกวนเขา”


“คิดแบบนั้นดีแล้ว ฮยองแกต้องทำตัวติดนายเป็นปลาหมึกแน่ๆ ถ้าเขาเห็นนายอ่ะ”


“เนอะ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม” บินตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้เรื่อง “เขาเป็นแบบนี้กับเพื่อนนายทุกคนเลยหรอ?”


มินฮยอกมองหน้าเขา “นายไม่รู้จริงๆหรอ?” เขาไม่ได้โง่จริงๆด้วย “ไม่ ฮยองเขาไม่เป็นแบบนี้กับเพื่อนของเพื่อนหรอกนะ”


เขาเน้นย้ำคำสุดท้าย ดังนั้นบินเลยต้องอธิบายให้มันถูกต้อง ไม่อย่างนั้นมินฮยอกจะหน้าแตก “อึนอูกับฉัน เราเป็นแค่เพื่อนกัน” บินพูดออกไปแม้ว่าเขาเกลียดที่จะต้องพูดออกไปแบบนั้น แต่เขารู้ว่าการปล่อยให้เพื่อนๆ คิดแบบนี้คงจะทำให้อึนอูอารมณ์เสีย และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่บินคิดจะทำ


มินฮยอกอึ้งไป ในหัวกำลังคิดถึงข้อมูลใหม่ที่ตัวเองพึ่งได้รับ แล้วถามขึ้น “คือพวกนายคิดกันแบบนี้ทั้งคู่ หรือมีแค่อึนอูฮยองที่คิด?”


คำนั้นกระแทกใจบินอย่างเต็มแรง มินฮยอกรู้ได้ยังไงอ่ะ? เขากับบินเคยคุยกันไม่ถึงสิบประโยคด้วยซ้ำ; มินฮยอกดูออกได้ยังไง?


ดูเหมือนมินฮยอกจะเป็นอัจฉริยะทางด้านการอ่านใจคนเลยเพราะสิ่งที่เขาพูดต่อคือ “ฉันว่าฉันรู้ว่าอึนอูฮยองคิดยังไง นายต้องเริ่มเดินหน้าได้แล้ว ถ้าอยากให้สิ่งที่นายคิดมันเกิดขึ้นอ่ะ”


“แล้วเดินหน้าแบบไหนล่ะ?” บินโน้มตัวมาข้างหน้า เขาลืมไปหมดสิ้นแล้วว่าเขาไม่ได้รู้จักมินฮยอกเลย


“อะไรอ่ะ? แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า? ฉันดูเก่งเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของอึนอูฮยองรึไง?”


“แต่นายบอกเองนี่ว่านายรู้ว่าเขาคิดยังไงบ้าง นายอาจจะไม่เชื่อก็ได้นะ แต่ฉันไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้จริงๆ”


“ฉันไม่รู้จักนายด้วยซ้ำ ฉันไม่เป็นที่ปรึกษาให้นายหรอกนะ โดยเฉพาะยิ่งเป็นเรื่องของฮยองที่ฉันรู้จักอีก”


“งั้นนายก็รู้จักฉันซักทีสิ” บินพูดน้ำเสียงจริงจัง เขาก็สามารถดื้อด้านมากๆ ได้ถ้าเขาต้องการ “น่าา นายต้องช่วยฉันนะ ฉันไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้างอ่ะ”


“นายกำลังขอให้เด็กม.ปลายอย่างฉันช่วยเรื่องเดท นี่คือสิ่งที่นายกำลังทำอยู่”


“อย่าว่าฉันแบบนี้—“


“มินฮยอก! ไม่ใช่ว่าตอนนี้นายต้องทำงานอยู่หรอ?”


บินหันหลังไปหาเจ้าของเสียงแหลมนั้น มยองจุนเดินมายังที่โต๊ะของพวกเขา สีหน้าเคร่งเครียดปรากฎบนใบหน้าของเขาก่อนที่มลายหายไปเมื่อเขาเห็นบิน


“บิน หวัดดี มาทำอะไรที่นี่หรอ?” เขาพูดพร้อมกับยิ้ม ไม่กี่วินาทีต่อมารอยยิ้มนั้นถูกแทนด้วยสีหน้าที่ทำเหมือนรู้อะไรบางอย่าง “นายคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อรับอึนอูหรอก ใช่มั้ย?”


“อ้าว มยองจุนฮยอง ใช่ครับ ผมมารออึนอู เขาอยู่ไหนหรอ?” 


มยองจุนรีบดึงเก้าอี้เล็กมาแล้วนั่งลงทันที “เขาอยู่ด้านหลังน่ะ ไม่ต้องมาพูดเรื่องอึนอูอยู่ที่ไหนหรอก มาพูดเรื่องของนายดีกว่า มุน บิน”


“ผมหรอ?” บินมองมินฮยอกเพื่อขอคำใบ้ แต่โชคร้ายที่ไม่มีอะไรสื่อออกมาจากสีหน้าของมินฮยอกเลย


“ใช่ นายนั่นแหละ เช่น นายเจอกับอึนอูได้ยังไง? นายไปจีบเขายังไงเขาถึงยอมตกลงเป็นแฟนกับนาย? เอ่อ ฉันหมายถึง ที่ไม่ใช่เพราะว่านายน่ารัก แต่...อึนอู คือเขาดูไม่รู้เรื่องอะไรเลยอ่ะเวลาถามอ้อมๆ”


“เอ่อ..” บินตกใจที่มยองจุนฮยองพูดตรงกับเขาขนาดนี้ “ผมไม่ได้เป็นแฟนกับอึนอูครับ เราเป็นแค่เพื่อนกัน” 


“นั่นสิเนอะ” มยองจุนขยิบตา “วันนั้นนายกับอึนอูก็คงไม่ได้ไปเดทกันที่ห้างหรอก แถมมันปกติม้ากมากกที่เพื่อนเขาจะใส่เสื้อคู่กัน เนอะ”


บินก้มลงดูสิ่งที่เขากำลังสวมใส่อยู่ ก็ทั้งชุดนี้เป็นของอึนอูนี่นา เขาไม่แปลกใจที่มยองจุนจะคิดว่าพวกเขาซื้อของคู่กัน


“นายไม่ต้องอายหรอกน่า พวกเราไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ไม่รู้ทำไมเวลาพูดเรื่องแบบนี้แล้วอึนอูต้องโมโหด้วย โอ้ เขาอยู่นั่นไง! อึนอู มาทางนี้เร้ววว!”


มยองจุนโบกมือไปมาแรงให้ใครบางคนที่อยู่ข้างหลังบิน เขาหันหลังไปเจอกับอึนอูที่กำลังเดินมายังโต๊ะที่เขานั่งอยู่ เขาเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดธรรมดาเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังคงดูดีอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน ตาของอึนอูเบิกกว้างเมื่อเขาเห็นบิน บินยิ้มให้เขาแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้


“นายมาทำอะไรที่นี่อ่ะ?” อึนอูกระซิบบินเมื่อเขาอยู่ใกล้มากพอที่บินจะได้ยิน


“ฉันเบื่อๆ ก็เลยมาหา” เขาตอบไป บินไม่ได้กำลังจะหลอกตัวเองนะ แต่ตอนนี้หน้าของอึนอูขึ้นสีเป็นสีชมพูเลย


อึนอูกลืนน้ำลายแล้วหันไปหามยองจุน “ฮยอง ผมเสร็จงานวันนี้แล้ว เจอกันพรุ่งนี้ครับ”


“อะไรอ่ะ? ทำไมรีบไปจัง ฉันกำลังคุยกับบินสนุกเลย”


“ขอโทษนะฮยอง แต่ต้องไปแล้วล่ะ” อึนอูรีบพูดขึ้น “บายฮยอง บายมินฮยอก”


มินฮยอกโบกมือเร็วๆ “เจอกัน” เขาสบตาบินตอนที่เขาพูดคำนั้น บินสัมผัสได้เลยว่ามินฮยอกจะต้องช่วยเขาในเร็วๆนี้แน่


อึนอูคว้าแขนบินแล้วเดินออกมาจากคาเฟ่ อากาศค่อนข้างหนาวเย็น แต่โชคดีที่อึนอูให้บินใส่เสื้อโค้ทของเขา


“นายมาที่นี่ทำไม?” อึนอูบ่นพร้อมกับจัดเสื้อโค้ทของเขา “นายก็รู้ว่ามยองจุนฮยองคิดแบบนั้นอยู่”


ฉันก็หวังว่าจะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ เหมือนกันนะอึนอู “ฉันแค่เหนื่อยที่จะต้องอยู่คนเดียวน่ะ” บินยักไหล่



สายตาอึนอูดูอ่อนลง “ฉันขอโทษที่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวนานๆนะ ฉันก็อยากจะพานายไปด้วยกับฉันทุกที่เหมือนเมื่อก่อนเหมือนกัน”


บินก็อยากเหมือนกัน บินคิดว่าเป็นเพราะเขาอ่อนการฝึกเรื่องการเปลี่ยนร่างกลับไปกลับมา ทำให้เขาต้องมามีปัญหาการกลายรีางแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงฝึกเปลี่ยนร่างทุกๆ สองชั่วโมงเหมือนเป็นการออกกำลังกาย เขาคิดว่าเขาจะไม่เปลี่ยนร่างจากแมวกลายมนุษย์ตอนที่ตื่นอยู่อีกต่อไป แต่บินยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ เขาเลยยังไม่บอกอึนอูก่อน เขาไม่อยากให้อึนอูต้องผ่านสถานการณ์เหมือนวันนั้นที่ชุงแดอีก


“ก็โอเคน่า มันไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น” บินยิ้มออกมา “แต่ก็คิดถึงเวลาไปไหนมาไหนกับนายอ่ะ”


อึนอูยิ้มก่อนที่จะเสมองทางอื่น บินคิดว่าเขาเห็นแก้มของอึนอูกลายเป็นสีแดงจากความเขินอาย แต่มันก็เห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ภายใต้แสงไฟข้างถนน “นายมาหาฉันเวลาฉันทำงานเสร็จตอนไหนก็ได้เลยนะ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก” อึนอูพูดทั้งที่ยังมองทางอื่นอยู่


“ระวังน้า ไม่งั้นฉันจะมาหานายทุกวันเลย” บินหัวเราะ อึนอูหันกลับมามองเขาแล้วยิ้มให้



เป็นระยะการเดินที่สั้นกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของอึนอู บินปล่อยให้อึนอูได้บ่นเรื่องเรียนและลูกค้าคนหนึ่งที่น่ารำคาญตอนที่เขาทำงาน อึนอูไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่บินสัมผัสได้ว่าลูกค้าคนนี้เป็นคนที่ชอบรุกผู้ชายหนักๆแน่ๆ แค่คิดมันก็ทำให้เขาต้องกัดฟันกรามแน่นอย่างอดทน


เมื่อทั้งสองเดินมาถึงที่หน้าประตูห้อง บินรีบกระตือรือร้นไขกุญแจห้องด้วยกุญแจของเขาเอง เขายิ้มเมื่อประตูเปิดขึ้น แล้วผายมือให้อึนอูเดินเข้าไปก่อน


“เหมือนว่านายจะคุ้นเคยกับการใช้กุญแจแล้วนะ” อึนอูพูดด้วยรอยยิ้มพลางถอดเสื้อโค้ทออก “เมื่อเช้านายออกไปไหนรึป่าว?”


“ที่จริงก็ใช่แหละ ฉันมีอะไรให้นายด้วย”


นั่นทำให้อึนอูประหลาดใจ “จริงหรอ? คืออะไรอ่ะ?”


“มันรอนายอยู่ในตู้เย็นแหละ” บินพูดด้วยความตื่นเต้น เขารอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นหน้าอึนอูตอนที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้


“ในตู้เย็นหรอ?” อึนอูกำลังยิ้มอยู่ คิ้วของเขาขมวดด้วยความสงสัย บินยืนรออยู่ข้างหลังขณะที่อึนอูกำลังเดินไปที่ตู้เย็น “บิน ความจริงนายไม่ต้อง— โอ้ โห!!”


“เซอร์ไพรส์” น้ำเสียงของบินดูมีชีวิตชีวา ไม่ต้องถามเลยว่าอึนอูชอบหรือเปล่า ชัดเจนเลยว่าเขาชอบมาก


อึนอูเอื้อมมือเข้าไปในตู้เย็นช้าๆ แล้วดึงกล่องสีเทาเข้มดีไซน์สวยสองกล่องออกมา มีคำว่า Cotta สีเงินเขียนอยู่บนนั้น


“นายไม่ได้ทำ”


“ฉันทำไปแล้ว” บินพูดอย่างภูมิใจ “นายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่นั่นใช่มั้ยล่ะ? แต่ฉันเข้าได้ไง ฉันเห็นน้า นายมองเข้าไปในร้านทุกครั้งที่เดินผ่านเลย ฉันเลยคิดว่านายต้องชอบอะไรซักอย่างของที่นั่นแน่ๆ แล้วเห็นเขาก็พูดกันว่าเลม่อนชีสเค้กของร้านนี้อร่อยดี”


อึนอูมองบินอยู่สักพัก ก่อนที่บินจะรู้สึกถึงแขนทั้งสองข้างที่โอบรอบตัวเขาแล้วดึงเขาเข้าไปกอด บินชะงักไป ความรู้สึกมันมากเกินไปแม้แต่ไม่ทันคิดว่าต้องกอดเขากลับด้วย


“ขอบคุณนะบินนี่” อึนอูพูดทั้งที่ยังกอดเขาไว้แน่นอยู่อย่างนั้น “จริงๆนะ ฉันไม่รู้เลยว่านายจะสังเกตด้วย” 


“ฉัน.. อ่า.. ไม่เป็นไร” บินพูดออกสักที เขาหวังว่าอึนอูจะไม่รู้สึกถึงหัวใจของเขาที่ตอนนี้มันกำลังจะทะลุออกมาจากอกนะ แต่มันเต้นเสียงดังมากขนาดที่เขาเองยังได้ยินเสียงว่ามันกำลังเต้นผิดปกติ


อึนอูผละออกจากอ้อมกอด ดูเหมือนมันจะเร็วไปสำหรับบินนิดหน่อย “ฉันไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ” เขาพูดอย่างมีความสุข เขาตื่นเต้นเกินไปจนไม่รู้ว่าบินกำลังยืนหน้าแดงด้วยความเคอะเขินอยู่ตรงหน้าเขา “เดี๋ยวเรามากินเค้กกันนะ”


บินยิ้มและพยักหน้า หลังจากที่อึนอูเข้าห้องนอนไปแล้ว ตัวของบินพังทลายล้มลงบนโซฟา นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่อึนอูกอดเขา ในร่างของมนุษย์ด้วย มันแตกต่างกับตอนที่เขาอยู่ในร่างแมว อย่างน้อยหัวใจก็ไม่ทำงานหนักเท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ แถมเขายังได้ชื่อเล่นใหม่นั่นเหมือนกัน บินจำได้ว่าอึนอูเรียกเขาแบบนั้นครั้งแรกตอนวันที่ไปเดินห้าง มันเหมือนกำลังอยู่ในความฝันเลย เขาดีใจที่มันไม่ได้เป็นแค่ความฝัน


ไม่กี่นาทีต่อมาอึนอูยิ้มออกมาพร้อมกับอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว และบินที่ตอนนั้นดึงสติกลับมาได้แล้วหลังจากที่สติหลุดไปนาน “ฉันรอไม่ไหวแล้ว” อึนอูแทบจะเด้งตัวไปมาด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณมากๆนะ”


เขาบอกว่าเขาอดทนรอไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังคงมองหาจาน ส้อม และทุกอย่าง แม้ว่าบินจะไม่ถือสาอะไรอยู่แล้วที่จะกินทั้งที่อยู่ในกล่องเลย อึนอูวางเค้กสวยๆ ลงบนจานที่เขาเก็บไว้เฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น แล้วยื่นส้อมให้กับบิน


“ฉันหวังว่าจะไม่ผิดหวังนะ”


แสงสว่างจากใบหน้าของอึนอูยิ่งทำให้ทุกอย่างมีค่ามากกว่าเดิมสำหรับบิน แต่เขาก็ทำได้แค่พยักหน้า “เรามาลองพร้อมกันนะ เอาล่ะ... ตอนนี้เล้ยย”


บินกินคำใหญ่เต็มส้อม อื้ม อร่อยดี มันอร่อยมากๆจริงๆแหละ บินไม่ค่อยมีประสบการณ์มากกับพวกขนมอบ แต่เพราะมันอร่อย เขาถึงพอรู้เหตุผลว่าทำไมมันถึงแพงขนาดนั้น ถ้ามีอะไรที่บินจะชอบ ก็คงเป็นอาหาร และเขาก็ชอบชีสเค้กชิ้นนี้มาก


“ว้าว อร่อยมากๆๆๆ เลยอ่ะ” ตาของอึนอูสดใสขึ้นมา “ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าฉันไม่เคยได้กินมาก่อน จริงๆนะ บินนี่ นายเก่งที่สุดเลย”


บินรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังพองโต ใช่ เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ


อึนอูยังคงกินต่อไป แต่บินทำแค่นั่งเฉยๆ แล้วมองอึนอูกินชีสเค้กชิ้นนั้น บางทีอึนอูก็งดงามเหลือเกิน เขากำลังทำเหมือนที่คนทั่วไปทำเวลากินของอร่อยคือตอนแรกจะกินคำใหญ่ก่อน แล้วค่อยกินคำเล็กลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ จะได้เก็บไว้กินนานๆ ช่างน่าเอ็นดูจริงๆ เลย


เขากินไปได้ครึ่งชิ้นแล้วตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมา “บินนี่ นายไม่กินหรอ??” อึนอูดูกังวล “นายโอเครึเปล่า?”


บินจ้องมองไปในตาของอึนอู ผู้ชายที่น่ารักใจกว้างคนนี้ที่ให้เขาอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์นี้ฟรีๆ ให้เขาใส่เสื้อผ้า ให้กินอาหารของตัวเอง โดยไม่เคยบ่นสักครั้ง ทั้งที่บินทำตัวเป็นเด็กแถมยังไม่ค่อยเชื่อฟัง แม้กระทั่งตอนนี้ตอนที่เขากำลังกินเค้กอย่างมีความสุข เขาก็ยังเป็นห่วงว่าบินโอเคดีหรือเปล่า


“ฉันไม่เป็นไร” เขาก้มมองดูเค้กตัวเองก่อน จากนั้นจึงมองของอึนอูแล้วถาม “นายอยากกินของฉันมั้ย?”


“โอ้ ไม่สิ นายต้องกินของตัวเองนะ มันอร่อยมากเลย” อึนอูยิ้ม


“ฉันไม่ชอบอ่ะ” บินโกหกไป “มันหวานเกินไปสำหรับฉัน ถ้านายอยากกิน นายเอาไปก็ได้นะ”


“นายแน่ใจนะ?”


“อื้อ แน่ใจสิ  ฉันเคยไม่กินของที่ฉันชอบด้วยหรอ?”


อึนอูหยุดคิดไปครูหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มงดงามและเปล่งประกายแสงออกมาเป็นวงรัศมีที่ทำให้บินแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย “ฉันว่าไม่เคยนะ” เขาหยิบจานของบินมาไว้ข้างตัว “ขอบคุณนะบินนี่”


บินพึ่งจะเสียของกินที่มีราคาแพงและตัวเขาเองก็ชอบมากไป มันก็แปลกดี แต่เขากลับมีความสุข


เขาแพ้อึนอูแล้ว แพ้ให้ทุกทางเลย




—————————————

คราวนี้ได้มาเห็นอึนอูในมุมมองของบินบ้างเนอะ :)

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #41 Happy 24 hr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 11:02
    อ่านไปใจฟูไป บินคือคลั่งรักไม่ไหวแล้ว😆
    #41
    0
  2. #38 Prang Kaewkum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 17:50
    บินนี่น่ารักมากๆแงงง
    #38
    0
  3. #11 HVBTS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 19:25
    โอ๊ยยัยบินนนนนนน น่ารักมากเลยรู้กㅠㅠㅠ
    #11
    0