[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 9 : Chapter 9 : Outdoor Meal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 9 : Outdoor Meal

Alette


Rocky:

โอเค

ทุกคนยุ่งกันอยู่ป่าว?

Sanha :

มีอะไรรึป่าวฮยอง?

ผมอยู่นี่ๆ /(^_^)/

MJ:

ฉันอยู่ร้าน Sunshine

ทำไมอ่ะ?

Jinjin:

ไม่

MJ:

โอ้โห จินจิน นายโคตรพิมพ์ช้าเลย นายใช้เวลา 14 ชั่วโมงเพื่อ

กดแป้นแค่สามครั้งแค่นั้นอ่ะนะถามจริง

ฉันอยู่กับนายได้ยังไงวะเนี่ย?

Jinjin:

มินฮยอก เกิดไรขึ้น?

MJ:

เดี๋ยวนะ

อึนอูหายไปไหนอ่ะ?

Sanha:

มินฮยอกฮยอง ฮยองลบอึนอูฮยองออกจากกลุ่มหรอ? >:O

Rocky:

ใช่

เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับเขาไง

จะให้ฮยองแกอยู่ในกลุ่มนี้ไม่ได๊

แล้วจินอูฮยองก็คงไม่กดเข้ากลุ่มใหม่ด้วย

Jinjin:

จริง

MJ:

โอเค อึนอูมันทำไมอ่ะ?

Rocky:

ผมอยากให้ทุกคนมาที่ห้าง

ชั้น 3

ตอนนี้

MJ:

มินฮยอก

ฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ

ฉันเป็นเจ้าของ/ดูแลร้านคาเฟ่

จะให้ฉันทิ้งร้านไว้แล้ววิ่งไปเลยก็ไม่ได้ป้ะ

Rocky:

อึนอูฮยองอยู่กับแฟนใหม่ครับ

MJ:

ฉันหยิบเสื้อโค้ทแล้ว

Sanha:

:OO

เขามีแฟนใหม่แล้วไม่บอกพวกเราอีกแล้ว

>:[

Jinjin:

แฟนหรอ

นายแน่ใจได้ไงว่าใช่

Rocky:

พวกเขาสั่งจาจังมยอนมาแค่จานเดียว

นั่งด้วยกัน

แถมกินด้วยกันด้วย

MJ:

ฉันกำลังวิ่งไปแล้วววววววว

Jinjin:

ปล่อยให้เขาสวีทกันไปเหอะ

Rocky:

ไม่

เขาไม่เคยบอกผม

เรื่องไอขาตะเกียบนั่น

ผมจะไม่ปล่อยไปแล้วครั้งนี้

ตอนแรกจะบอกซานฮาคนเดียว

เพราะผมคิดว่าเขาควรรู้เรื่องนี้

Sanha:

Rocky:

แต่ผมก็คิดว่าถ้าไม่บอกพวกพี่

เอ็มเจฮยองต้องฆ่าผมแน่

MJ:

ทำดี

พวกนายไปกันหมด

ใช่ป้ะ?

Jinjin:

ฮยอง

MJ:

จิน

จิน

Jinjin:

โอเค โอเค กำลังออกแล้ว

Sanha:

มันห่างจากที่ผมอยู่มากเลยอ่า :/

Rocky:

ไม่มาหรอ?

Sanha:

ไม่ได้บอกซักหน่อยว่าไม่ไป

MJ:

ดีมาก

เจอกันห้าโมง

มินฮยอก ที่โกหกเรื่องวิดีโอเกมส์ ฉันเกือบจะให้อภัยนายได้แล้ว

Rocky:

เยี่ยม

 


 

          บินกำลังอึดอัดใจ “อึนอู ฉันไม่แน่ใจว่าจะทำได้อ่ะ”

 

          “นายจะใช้ชีวิตต่อไปโดยใช้ตะเกียบไม่เป็นไม่ได้นะ” อึนอูพูดขณะกำลังผสมซอสให้เข้ากันกับเส้น “คนก็ถามนายเอาน่ะสิว่าทำไมใช้ไม่เป็น”

 

          “แต่มีแค่คนเดียวที่ฉันนั่งกินข้าวด้วยก็คือนาย แล้วนายก็รู้อยู่แล้ว” บินทำหน้าบูดพร้อมเหยียดตัวอยู่บนโต๊ะ

 

          “ฉันคงไม่ใช่คนเดียวที่จะกินข้าวด้วยกันกับนายไปตลอดชีวิตหรอกนะ มันเป็นทักษะพื้นฐานของคนเกาหลีนะบิน นายต้องเรียนรู้นะ”

 

          “แล้วทำไมต้องเรียนที่นี่ด้วยอ่ะ?” บินบ่นด้วยน้ำเสียงคร่ำครวญ

 

          ในที่สุดอึนอูก็รู้ว่าทำไมบินถึงดูอึดอัดขนาดนี้ เขาลำบากใจอยู่พอควรเลย “ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครสนใจเราอยู่แล้ว” อึนอูพูดพร้อมกับยิ้มเล็กๆ “แค่จินตนาการว่ามีแค่เราสองคนอยู่ในอพาร์ตเมนต์ก็พอ”

 

          “แต่เราไม่ได้อยู่จริงๆ นี่ นายไม่ได้บอกว่าอันนี้มันอยู่ในแผนของนายตอนที่เราจะออกจากห้องมาเมื่อตอนบ่ายอ่ะ”

 

          “ความจริงก็ไม่มีหรอก ฉันพึ่งคิดได้ตอนนี้เลย” อึนอูยอมรับผิด ที่จริงแล้วพวกเขาออกมาเดินห้างเพื่อซื้อรองเท้า บินใส่เสื้อผ้าของอึนอูได้พอดี แต่กลับใส่รองเท้าของเขาไม่ได้ซักคู่ ถึงแม้ว่าบินจะไม่ค่อยได้ออกมาเดินในร่างมนุษย์สักเท่าไหร่แต่อึนอูตัดสินใจว่ายังไงเขาก็จำเป็นต้องมีรองเท้าใส่อยู่ดี สักวันหนึ่งบินคงได้ออกมาจากห้องบ้างอยู่แล้ว

 

          การเดินช้อปปิ้งครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการเที่ยวแบบลับๆ อึนอูแทบจะไม่เคยออกมาเดินกับบินในร่างมนุษย์เลย การใส่รองเท้าใหม่เป็นเหตุผลที่ดีที่จะได้ออกไปเดินด้วยกันในตอนเย็นวันพฤหัสบดีด้วย

 

          “ฉันว่าเป็นความผิดฉันเองแหละที่บอกว่าหิว” บินยกคางขึ้นมาถูไถไปบนข้อศอก

 

          “นายหิวตลอดแหละบิน” อึนอูพูดด้วยสีหน้าเปื้อนรอยยิ้มน้อยๆ

 

          “ใช่ แต่ฉันไม่น่าพูดเลยอ่ะ”

 

          อึนอูหัวเราะ “มาเร็ว มันไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ บวกกับที่นายเคยใช้เป็นแล้วครั้งนึง ใช่มั้ย? นายไม่ได้ลืมจริงๆ หรอกว่าใช้ตะเกียบยังไงอ่ะ มันก็เหมือนกับขี่จักรยานนั่นแหละ”

 

          “ฉันก็ขี่จักรยานไม่เป็นเหมือนกัน” บินพูดอู้อี้พร้อมกับลุกขึ้นมานั่งดีๆ แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาทั้งสองอัน

 

          “งั้นฉันก็จะสอนนายขี่เหมือนกัน” อึนอูหยิบตะเกียบของตัวเองขึ้นมา “ถือแบบนี้นะ”

 

          เขายื่นมือของเขาที่จับตะเกียบอยู่ให้บินที่พยายามวางนิ้วให้อยู่ตำแหน่งเดียวกันกับอึนอู “ดี” อึนอูพึงพอใจ “จากนั้นนายก็คีบเส้นขึ้นมาแบบนี้...”

 

          เขาสาธิตให้ดูแล้วรอบินเลียนแบบ อึนอูปล่อยให้บินลองอยู่ครั้งสองครั้งก่อนจะเข้าไปช่วย “นายจับมันแน่นเกินไปนิดนึงอ่ะ” เขาพูดพร้อมกับวางปรับนิ้วให้กับบิน “แบบนี้นะ อย่าเกร็ง”

 

          “จะให้ฉันไม่เกร็งได้ยังไงอ่ะ?” บินพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ดูเหมือนเขาไม่คิดว่ามันจะยุ่งเหยิงได้ขนาดนี้

 

          “แค่ถือให้มันหลวมลงหน่อยแค่นั้นเอง” อึนอูเอามือโอบรอบมือของบินแล้วค่อยๆ นำเขา “ใช่ แบบนั้นแหละ..”

 

          อึนอูช่วยบินคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาแล้วป้อนเข้าปากของบิน “เก่งมาก” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจพร้อมกับมอบยิ้มที่สดใส บินทำได้แค่เคี้ยวสิ่งที่พึ่งเข้าไปในปากพร้อมกับใบหน้าของเขาที่เห่อแดง “คราวนี้นายอยากจะลองทำเองรึยัง?

 

          บินกลืนลงเข้าคออย่างรวดเร็วจนเกือบสำลัก “ไม่” เขาตอบทันทีที่พูดได้ “ไม่ ฉันว่าฉันอยากให้นายช่วยอีก”

 

          มีเหตุผลบางอย่างที่อึนอูก็คาดหวังว่าบินจะพูดแบบนั้นเหมือนกัน เขาจับมือบินอีกครั้งทั้งที่ยังยิ้มอยู่ แล้วช่วยเขาคีบเข้าปากอยู่หลายครั้ง เขาหยุดช่วยเมื่อคิดว่าบินน่าจะสามารถทำได้เองแล้ว (แม้ว่าตัวบินเองจะบอกว่าเขายังทำไม่ได้ก็ตาม) จากนั้นเขาจึงหยิบตะเกียบของตัวเองแล้วเริ่มกินจาจังมยอนกับบินบ้าง

 

          อึนอูกินไปไม่กี่คำก่อนจะหยุดแล้วถอนหายใจออกมา “ฉันขอโทษนะบิน”

 

          “นายขอโทษเรื่องไอแมวโง่ตัวนั้นรึเปล่า?” บินพูดทั้งที่อาหารยังเต็มปาก เขากลืนก่อนจะพูดต่อ “หยุดกังวลเรื่องนั้นเถอะอึนอู เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือคนที่กลายร่างได้รึเปล่า แล้วไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีทางหาผู้ชายคนนั้นเจอซักหน่อย”

 

          อึนอูยักไหล่ เหมือนบินจะยังเกลี้ยกล่อมเขาไม่ได้เท่าไหร่ “มันแค่มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ควรคว้าไว้อ่ะ แต่ฉันทำมันหลุดมือไ

 

          คำพูดจากปากอึนอูต้องหยุดชะงักไปด้วยก้อนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ถูกดันเข้าในปากของเขา อึนอูอึ้งกระพริบตาถี่ๆ ใส่บิน จาจังมยอนเกือบจะล้นออกจากปากก่อนที่เขาจะปิดปากลงได้

 

          “ฉันบอกว่าไม่ต้องพูดแล้วไง” บินพูดเสียงเข้ม พร้อมกับแกว่งตะเกียบไปมาใส่เขา

 

          อึนอูพยักหน้า เขาตกใจเกินกว่าจะคิดออกว่าควรตอบกลับไปว่าอะไร เขาทำการเคี้ยวแล้วกลืนสิ่งที่อยู่ในปาก มันรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ดี บินพยักหน้าอีกครั้งก่อนจะก้มลงกินสิ่งที่อยู่ในถ้วยของพวกเขาต่อ มันทำให้อึนอูรู้สึกอบอุ่นขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

 

          พวกเขากินจนอาหารลดลงจนมาถึงก้นถ้วยภายในไม่กี่นาที หลังจากนั้นบินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ของเขาด้วยความพึงพอใจ “อร่อยจังงง”

 

          “และการใช้ตะเกียบก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ใช่มั้ย? นายเรียนรู้เร็วมากเลย”

 

          “ใช่ ฉันว่าฉันเป็นนักเรียนที่เก่งมากเลยนะ” บินยิ้มกว้างแล้วโน้มตัวไปหาอึนอู “ฉันคิดว่าฉันน่าจะได้รางวัลหน่อยน้า นายไม่คิดแบบนั้นหรอ?

 

          “จริงๆ แล้ว ฉันก็มีบางอย่างให้นายน่ะ” อึนอูหันไปจากบิน แล้วเอื้อมหยิบบางอย่างในกระเป๋า เขาสัมผัสได้ว่าบินกำลังแอบดูจากด้านหลังอยู่ เขาจึงต้องกลั้นหัวเราะไว้ เมื่อเจอสิ่งที่ต้องการแล้ว เขาหันกลับไปหาบิน “นี่”

 

          “กุญแจหรอ?” บินหยิบมันมาจากมือของอึนอูพร้อมสำรวจมัน

 

          “มันคือกุญแจประตูอพาร์ตเมนต์ นายจะออกไปข้างนอกตอนไหนก็ได้แล้วแต่นายเลย จะออกไปตอนที่ฉันไปเรียนหรือไปทำงานก็ได้นะ แค่อย่าลืมล็อคประตูก่อนออกไปก็พอ” อึนอูยิ้ม

 

          บินไม่ได้ยิ้มออกมาเลย เขาดูตะลึงมากกว่า “นายเอากุญแจห้องของนายให้ฉันหรอ?

 

          “มันอย่าทำให้เหมือนกับว่ามันดูยิ่งใหญ่สิ” อยู่ดีๆ หน้าของเขาก็ร้อนขึ้นซะอย่างนั้น “ฉัน มันก็แค่กุญแจสำรองเองน่ะ”

 

          “ฉันจะเก็บไว้อย่างดีเลย” บินพูดด้วยความจริงจัง มันยิ่งทำให้อึนอูยิ่งเขินอายมากกว่าเดิมอีก

 

          “ไม่เป็นไร..” อึนอูพูดพึมพำ ก็ไม่เชิงหรอก มันมีอะไรบางอย่างนั่นแหละ มันหมายความว่าตอนนี้อึนอูเชื่อใจบินไปหมดทั้งใจแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะรู้กันแค่ในเวลาสั้นๆ ก็ตาม ทำไมเขากลายเป็นคนไม่มีเหตุเลยพอเป็นเรื่องของบิน?


          “ขอบใจนะอึนอู” บินพูดพร้อมกับยิ้มกว้างตาหยีให้อึนอู เขาเอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว “มันมีความหมายกับฉันมากจริงๆ”

 

          อึนอูอ้ำอึ้ง เขาไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรออกไปนอกจากพยักหน้าแล้วยิ้มกลับไปให้เขา บินดูมีความสุขมากจริงๆ หน้าของเขาประดับไปด้วยยิ้มงดงาม ยิ่งรอยยิ้มนั้นกำลังยิ้มให้เขาอยู่ อึนอูรู้สึกว่าไม่มีอะไรสามารถมาทำลายช่วงเวลานี้ได้จริงๆ เลย

 

          “ชา อึนอู!!!

 

          เสียงนั่น อึนอูรู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร ปกติอึนอูชอบเสียงนี้เพราะมันทั้งดังและสดใส แต่ตอนนี้เสียงนี้กลับทำให้ทั้งตัวของเขาจมอยู่ในความกลัว เขาหันหลังไปอย่างเชื่องช้า หวังว่าตัวเองจะจำเสียงผิด แต่แน่นอนว่าโชคชะตาไม่เคยปราณีกับเขาเลย

 

          นั่นไง เขากำลังเดินมาทางโต๊ะที่บินกับอึนอูนั่งอยู่พร้อมกับรอยยิ้มเปล่งประกายบนใบหน้าของเขา มยองจุนนั่นเอง แต่ที่แย่ที่สุดคือ เขายกกันมาทั้งครอบครัวเลย

 

          ซานฮากระโดดเด้งดึ๋งไปมาด้วยความตื่นเต้นอยู่ข้างหลังมยองจุน มินฮยอกอยู่ข้างหลังนั้นไปก้าวหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ และท้ายสุดคือจินอู สีหน้าของเขาดูอยากขออภัยอึนอูเป็นอย่างยิ่งและยังดูเวียนหัวอยู่

 

          บินหันหลังกลับไปด้วยเช่นกัน อึนอูภาวนาเขาจะสามารถจับหัวบินไว้ไม่ให้หันหลังกลับไปเจอพวกเพื่อนของเขาได้ บินดูสงสัยแล้วถามขึ้น “พวกเขามาทำอะไรกันที่นี่อ่ะ?

 

          เพราะว่ามีคนหนึ่งเห็นพวกเรา เขาเลยโทรตามพวกที่เหลือมายังไงล่ะ ไม่งั้นมันก็จะดูบังเอิญเกินไปน่ะสิ โชคชะตาคงจะเกลียดเขา แต่อย่างน้อยโชคชะตาก็มีขีดจำกัดของมัน

 

          “หวัดดีทุกคน” อึนอูพูดด้วยเสียงปวกเปียกเมื่อพวกเขาทั้งหมดเดินมาอยู่หน้าอึนอู “ตลกดีเนอะ เจอพวกนายครบทุกคนที่นี่เลย”

 

          “ใช่ พวกเราอยู่แถวนี้พอดีน่ะ” จินอูพูดอย่างไม่ละอายใจ เขาทั้งยิ้มแถมยังดูสนุกกับการได้ทำแบบนี้ด้วย

 

          “โอ้ เฮ้ นายนี่เอง” มยองจุนดูประหลาดใจที่ได้เจอกับบิน “คนนี้ที่ฮยองเล่าให้ผมฟังนี่นา ที่ฮยองเอากระทะไปตีเขาอ่ะ”

 

          “คนที่เอากระทะมาตีผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว เรียกแบบนั้นดีกว่านะ” บินแก้ประโยคของจินอูให้ถูกต้อง จริงๆ แล้วอึนอูหวังว่าจะไม่มีการพูดเกี่ยวกับหัวข้อบทสนทนานี้อีกแล้ว บินบ่นเยอะแยะเลยหลังจากเหตุการณ์นั้น ทำให้อึนอูต้องทำข้าวเย็นมื้อใหญ่เพื่อให้บินอารมณ์ดีขึ้น

 

          “แล้ว.. พวกพี่มาทำอะไรกันที่นี่หรอครับ?” ซานฮาตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้เรื่อง

 

          “ไม่มีอะไรหรอก พวกเราจะไปแล้ว” อึนอูตอบแต่เหมือนจะช้าเกินไปเพราะเพื่อนของเขาทั้งสี่คนได้ทำการดึงเก้าอี้และจับจองที่นั่งกันรอบโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

 

          “พวกเราจะนั่งกันอยู่นี่ซักพักก่อน จินอูสั่งของไว้น่ะ พวกเราเลยรอให้เขาได้ของก่อน ” จินอูยิ้มให้ราวกับว่ามันคือเหตุผลที่แท้จริงที่พวกเขานั่งกันที่นี่


          อึนอูอยากหายตัวไปจากที่นี่ เขาอยากให้อากาศกลืนกินเขาไปทั้งตัวเลยก็ได้  ครั้งนี้เรียกได้ว่าเพื่อนของเขาทำให้เขารู้สึกลำบากใจมากที่สุด สีหน้าของพวกเขาอ่านง่ายมากประหนึ่งมองผ่านกระจกใสก็เห็นได้ถึงความรู้สึกข้างในนั้น มยองจุนกำลังยิ้มด้วยรอยยิ้มกว้างสดใสปรากฏบนหน้าของเขา จินจินกำลังยิ้มมุมปากเล็กน้อยและซานฮาที่ตอนนี้ดูตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตกจากเก้าอี้แล้ว ส่วนมินฮยอกกำลังมองจ้องบินอย่างไม่วางตา เขาคงกำลังคำนวณอยู่ว่าหน้าตาแบบบินจะสามารถต่อยตีได้มากแค่ไหน อย่างไรก็ตามมันยิ่งทำให้แย่ลงไปอีกในเมื่อความเป็นจริงอึนอูไม่ได้แม้แต่จะคบกับบินด้วยซ้ำ อึนอูไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้หรือคิดว่าถ้าคบกันจริงจะเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

 

          มยองจุนเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการแนะนำตัว “ฉัน คิม มยองจุนนะ” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “และนี่ยุน ซานฮา ลูกพี่ลูกน้องฉัน พวกเราอยู่อพาร์ตเมนต์ถัดจากของอึนอู” ซานฮายิ้มและโบกมือ “นี่มินฮยอก เขาทำงานกับอึนอู แล้วก็ทำงานให้ฉันด้วย” มีเสียงคำรามออกจมูกเล็กน้อยและการพยักหน้าจากมินฮยอก “ และก็คนนั้น จินอู”

 

          “ครับ เราเจอกันมาก่อนแล้ว” บินพูดแล้วมองไปที่จินอู “ก็แปลกดีนะครับที่มาเจอคุณแบบนี้อีก”

 

          ตอนนี้สีหน้าของจินอูแสดงเชิงขอโทษ “ฉันเหมือนกัน”

 

          “เดี๋ยวนะ พวกนายเจอกันมาก่อนแล้ว?” มยองจุนหันไปหาจินอูอย่างรวดเร็ว จินอูยักไหล่แล้วหันไปมองทางอื่น สีหน้ามยองจุนสามารถบอกเป็นข้อความให้จินอูรับรู้ได้ว่าพวกเขามีเรื่องต้องสะสางกันทีหลัง

 

          ซานฮาโบกไม้โบกมือเพื่อให้คนที่เหลือในโต๊ะละความสนใจจากจินอูและมยองจุน จากนั้นเขาจึงยิ้มให้บิน “แล้วคุณเป็นใครหรอครับ?

 

          อึนอูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงเหวในทันที ความตื่นตระหนกจากท้องได้เคลื่อนมาอัดอั้นที่คอของเขาแล้ว เขาไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลย บินไม่สามารถระบุอะไรเป็นตัวเป็นตนได้สักอย่าง เขาไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย เขาไม่มีบ้าน เขาไม่มีครอบครัวหรือเพื่อนคนอื่นเลยนอกจากอึนอู เขาไม่มีแม้แต่นามสกุลด้วยซ้ำ ตอนนั้นอึนอูแต่งเรื่องว่าบินมาช่วยยกเฟอร์นิเจอร์ที่ห้องของเขาได้เพราะเขามีเวลามากพอให้คิด แต่ตอนนี้เขาจะต้องคิดเรื่องความหลังทั้งหมดของบินขึ้นมาใหม่ อึนอูหยุดคิดไปซักครู่ ช่างมันละ เขากำลังจะพูดทุกอย่างออกไปแต่

 

          “ผมชื่อ มุน บิน เรียนแผนกบริหารธุรกิจครับ”

 

          อึนอูเกือบจะอ้าปากค้างออกมา เขาหันหน้าไปหาบินช้าๆ บินยิ้มตอบเขา มีข้อความที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น : ฉันจัดการเอง

 

          อึนอูผ่อนคลายลงมาหน่อย บินบอกว่าเขารับมือได้ อึนอูจึงปล่อยให้เขาจัดการ


          ในบทสนทนาบนโต๊ะ มยองจุนและซานฮาพูดเป็นส่วนใหญ่แต่บินก็สามารถไหลไปตามน้ำได้ ซึ่งทำให้เขาค่อนข้างภูมิใจในตัวเอง อึนอูทำแค่นั่งมองบินแต่งเรื่องชีวิตของเขาอย่างราบรื่น ทั้งเรื่องรูมเมทที่อยู่ด้วยกันมานานชื่อซึงจุนและเรื่องที่ตัวเองทำงานเป็นพนักงานขายในร้านขายเสื้อผ้า ถ้าอึนอูไม่รู้จักเขามาก่อนคงจะเชื่อสนิทใจ แม้แต่มินฮยอกยังมาร่วมวงด้วยเมื่อบทสนทนาเปลี่ยนมาเป็นหัวข้องานอดิเรก แล้วบินพูดถึงเรื่องที่เขาชอบเต้นขึ้นมา

 

          “ฉันเคยอยู่ชมรมเต้นตอนที่อยู่ชองจูน่ะ” เขาพูดไปเรื่อยๆ “แต่ก่อนนานมากแล้วแหละ ตอนนั้นฉันยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย”

 

          “ถ้านายสนใจ นายมาที่สตูดิโอที่ฉันกับลูกทีมซ้อมอยู่ได้นะ” มินฮยอกพูดขึ้น “เราสอนมือใหม่อยู่ตลอดอยู่แล้ว”

 

          บินหัวเราะ “ขอบใจนะ แต่ฉันไม่ใช่มือใหม่อ่ะ”

 

          อึนอูพยายามมากที่จะทำตัวให้ดูปกติ เขาไม่เคยรู้เรื่องที่บินเต้นได้มาก่อน เขาไม่เคยถามเกี่ยวกับอดีตของบินเลย ไม่เคยคิดจะถามเลยด้วยซ้ำ เขาไม่เคยถามบินว่าเคยเป็นอยู่อย่างไรก่อนที่จะมาที่โซล ไม่เคยถามบินเหมือนที่เพื่อนๆของเขาถามบินอยู่ตอนนี้ อึนอูเม้มริมฝีปากล่างมองไปที่บนโต๊ะ ทำไมเขาถึงทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลขนาดนี้กันนะ?

 

          น้ำหนักบนมือของอึนอูดึงให้อึนอูกลับมายังปัจจุบัน เมื่อมองลงไป เขาเห็นนิ้วมือของบินกุมมือของเขาใต้โต๊ะ เขามองบินที่กำลังส่งข้อความผ่านสีหน้าของเขา : นายโอเคมั้ย?

 

          ฉันโอเคดี อึนอูส่งสารกลับไป บินพยักหน้าแล้วหันกลับไปหามยองจุนที่ตอนนี้กำลังเริ่มนับใหม่ว่าตัวเองเรียนเต้นกับมินฮยอกไปแล้วกี่ครั้ง ดูเหมือนจะจบไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ บินหัวเราะด้วยเสียงน่ารักๆ เมื่อพวกเขาเล่าเรื่องจบ อึนอูก็ยิ้มออกมาด้วยเช่นกันโดยที่มือของบินยังคงวางอยู่บนมือของเขาอยู่อย่างนั้น

 

          ในที่สุดหลังจากที่เวลาล่วงเลยมาเนิ่นนาน จินอูพูดตัดบทสนทนาขึ้นมา “ฮยอง ฮยองจำได้มั้ยว่าผมสั่งของไว้?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับมยองจุน “ผมคิดว่ามันน่าจะเสร็จแล้วนะตอนนี้”

 

          มยองจุนทำเป็นไม่ได้ยิน เป็นปกติของเขาที่จะทำเป็นไม่ได้ยินเวลามีใครบางคนพูดไม่เข้าหูตัวเอง แต่เขาดูเหมือนจะพึงพอใจกับบทสนทนาในวันนี้มากเพียงพอแล้ว เขายิ้มกว้างให้กับบิน “พวกเราต้องไปแล้วล่ะ ดีใจที่สุดท้ายก็ได้ทำความรู้จักกับนายจริงๆ จังๆ ซักทีนะ”

 

          “ครับ มันแตกต่างจริงๆ กับตอนที่คุณถือกระทะไล่ตีผม”  บินยิ้มกลับ

 

          มยองจุนหัวเราะด้วยความอับอายพร้อมกันกับที่เพื่อนทั้งกลุ่มของเขาลุกขึ้น “หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับฮยอง” ซานฮาพูดพร้อมกับยิ้มสดใส คนอื่นๆ กล่าวลาเช่นกัน อึนอูคิดว่าเขาจะสามารถรอดจากมรสุมนี้ได้แล้วจนกระทั่งตอนท้ายมินฮยอกหันมาสบตากับเขาแล้วพยักหน้าเชิงเห็นดีเห็นงาม อึนอูรู้สึกตัวร้อนจนแทบจะระเบิดเพราะความเขินอายในวินาทีต่อมา

 

          “เพื่อนของนายนี่แปลกๆ ดีเนอะ” บินออกความเห็น เขาหยุดก่อนจะพูดต่อ “แต่ฉันชอบพวกเขานะ”

 

          “โชคร้ายนะที่ฉันก็ชอบเหมือนกัน” อึนอูถอนหายใจ เขาชอบ ชอบจริงๆ “กลับบ้านกันเถอะ”


          “แต่วันนี้ฉันทำดีใช่มั้ย?” บินถาม ท่าทางเขาคล้ายลูกหมามากๆ ในตอนนี้ “ฉันนั่งแต่งเรื่องเกี่ยวกับตัวเองเมื่อหลายวันก่อนอ่ะ เผื่อว่ามีใครถามขึ้นมา”

 

          “ใช่บินนี่ นายทำดีมาก” อึนอูยิ้มอย่างพอใจ

 

          หน้าของบินเปล่งประกายราวกับแสงสว่างออกมา “ขอบใจนะอึนอู”

 

          “ไม่ ขอบคุณนะ” อึนอูพูดพลางถือถุงของที่ซื้อไปวันนี้ “ฉันเกือบไม่รอดแล้ว ฉันไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรออกไปถ้าไม่ได้นายช่วยไว้”

 

          “ใช่ ฉันเป็นคนช่วยนายไว้” บินยิ้มซุกซนก่อนที่จะเดินเข้ามาหยุดที่ข้างอึนอูแล้วหยิบถุงของไปจากมืออึนอูเกือบทั้งหมด “และนายต้องตอบแทนฉันด้วยราเมนสิบสองถ้วยนะ”

 

          “ดีล” อึนอูตอบทันที “แต่นายจะต้องเล่าเรื่องชีวิตของนายทั้งหมดสมัยที่อยู่ชองจูตอนที่กินด้วยนะ”

 

          บินกระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจก่อนจะยิ้มแล้วทำจมูกย่นใส่อึนอู “ดีลครับ”




—————————————

ชอบเวลาแปลกรุ๊ปแชทมาก มีแต่ความตลก5555555

จาจังมยอนนี่มดขึ้นรึยังน้า อิอิ

อโรฮ่าคนไหนที่ไปคอน ขอให้ได้สิทธินะคะ ทางนี้ก็ลุ้นอยู่เหมือนกัน มาลุ้นไปด้วยค่ะพี่ตา TT

ฟีดแบ็คในทวิตได้ที่สองแท็กนี้น้า #StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #10 HVBTS (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:40
    เขินความนั่งกุมมือกัน โอ๊ยน่ารักทั้งคู่จริงๆㅠ
    #10
    0