[End] Stray Romance รักไม่จรจัด (binu)

ตอนที่ 11 : Chapter 11 : Tall Grievance

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

Chapter 11 : Tall Grievance

Alette



          บินน่ารักที่สุดเลยเวลาเขากิน


          บางครั้งอึนอูก็คิดนะว่าเขาสามารถนั่งดูบินกินข้าวได้เป็นชั่วโมงเลย เขาดูมีความสุขมาก เวลาบินชอบกินอะไร ก็หมายความว่าเขาชอบกินสิ่งนั้นมากจริงๆ ตาที่เปล่งประกายกับแก้มตุ่ยๆ เวลาเคี้ยวราวกับพยายามเอาอาหารเข้าไปในปากในได้มากที่สุดแล้วไม่อยากกลืนลงไป มันช่างน่าเอ็นดูมากจริงๆ


          เมื่อกินไปได้ครึ่งจาน บินเงยหน้าขึ้นมามองอึนอูแล้วยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่กว้างจนตาหยีกับจมูกย่นน่ารักเหมือนทุกครั้งที่เขายิ้ม


          “มีอะไรติดหน้าฉันรึเปล่า?” บินถาม เหมือนกำลังคาดหวังอะไรอยู่


          “ไม่มีหรอก” อึนอูตอบพร้อมกับยิ้ม “นายแค่ดูมีความสุขมากเลยเวลากินน่ะ”


          รอยยิ้มกว้างปรากฏบนหน้าของบิน “ฉันชอบกิน” 


          “อื้อ ฉันรู้” อึนอูลุกขึ้นยืนหลังจากที่เขากินมื้อเช้าของเขาเสร็จเรียบร้อย


          “ทีเรื่องแบบนี้ละดูออก” บินพูดเบามากจนแทบจะเหมือนเป็นแค่เสียงหายใจ แต่อึนอูกลับได้ยิน


          “นายพูดเรื่องอะไรอ่ะ?” อึนอูพูดพลางวางจานลงในอ่าง บินจะต้องงอนเขาแน่ถ้าเขาล้างจาน


          “ไม่มีอะไรหรอก” ถึงบินจะพูดแบบนั้นแต่อึนอูไม่ปล่อยเขาไป


          “ไม่ เมื่อกี้นายพูดอะไรก็ไม่รู้อ่ะ” อึนอูเดินมายืนที่ข้างหลังเขา ก่อนจะวางคางของตัวเองเกยบนศีรษะของบิน “บอกฉันมานะ”


          “ฉันไม่ได้พูดอะไรซักหน่อย” บินพยายามขยับตัวออก


          อึนอูจับไหล่ยึดบินไว้ให้ติดกับพนักเก้าอี้ “ไม่ บอกมานะว่าที่นายพูดเมื่อกี้หมายถึงอะไร” เขาทำหน้าบึ้งใส่ “บินนี่”


          บินยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็ยอมแพ้ “ฉันไปหานายที่ร้าน Sunshine อีกนะ โอเคมั้ย?”


          นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายพูดนี่นา แต่อึนอูก็เป็นประโยคที่ถูกใจอึนอูมากพอ เขาจึงปล่อยบินไป “โอเคสิ ก็ดีนะ เวรของมินฮยอกจะเริ่มสายหน่อยวันนี้” 


          บินพยักหน้าทั้งที่หัวยังอยู่ใต้คางของอึนอู “ฉันรู้”


          มินฮยอกกับบินกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา สนิทขนาดที่ว่าบินเริ่มเข้าร่วมทีมเต้นกับมินฮยอกแล้ว ทำให้เขากับบินต้องไปเดินห้างด้วยกันอีกครั้งเพื่อซื้อชุดเสื้อผ้าสำหรับการฝึกซ้อมเต้น เขาแวะมาที่ร้านคาเฟ่บ่อยๆ และบางครั้งอึนอูก็รู้สึกว่าเขามาแล้วคุยกับมินฮยอกมากกว่าตัวเองเสียอีก มันก็เหมือนจะน่ารำคาญหน่อยๆ ไม่ใช่เพราะอึนอูหึงหรอกนะ ไม่ใช่แน่นอน แต่มันก็ทำให้เขาโกรธอยู่ดี เขาก็ดีใจแหละที่บินได้เจอผู้คนและมีเพื่อนใหม่ๆ แต่บินควรมาที่คาเฟ่เพื่อมาหาเขาสิ ไม่ใช่มาหามินฮยอก


          “ก็ถ้านายอยากนั่งคุยกับเขานายก็มาช้าหน่อยละกัน”

    


          ‘แต่ถ้านายอยากคุยกับฉัน นายก็ควรต้องมาเร็วกว่านี้’



          “อื้อ เข้าใจแล้ว” บินตอบ เขาไม่ได้เข้าใจสิ่งที่อึนอูต้องการสื่อเลยสักนิด


          อึนอูยอมแพ้ “โอเค” เขาเคลื่อนคางออกมาจากผมของบินช้าๆ แล้วเดินไปเช็คกระเป๋าที่จะสะพายไปเรียน อึนอูคิดถึงวันเก่าๆ ที่เขาพาบินไปเรียนกับตัวเอง เขาอยากจะพาบินไปด้วยกันกับเขาอีกจริงๆ แต่มันคงจะแย่มากหากบินยังไม่สามารถควบคุมการกลายร่างของตัวเองได้ พวกเขาก็แค่โชคดีตอนครั้งแรกที่เกิดขึ้น


          เมื่ออึนอูกลับเข้ามายังห้องนั่งเล่น เขาเห็นบินกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว


          “ออกมาจากโต๊ะได้แล้ว” อึนอูพยายามทำเสียงคร่งขรึม แต่มันยากมากที่พยายามจะไม่ยิ้มออกมา


          บินลุกขึ้นมาจากโต๊ะกินข้าวตามคำสั่ง “เรียนให้สนุกนะ” เขาเดินตามอึนอูที่กำลังเดินไปยังประตูช้าๆ


          “ฉันจะพยายามละกัน” อึนอูพูดพร้อมกับหัวเราะ จากนั้นจึงเอียงหัวถามบิน “นายอยู่ได้ใช่มั้ย?”


          “ฉันอยู่ได้หน่า” บินยิ้ม “นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ” 


          แต่อึนอูเป็นห่วงเสมอ “โอเค” เขาเอื้อมมือไปลูบที่ต้นแขนบินเป็นการบอกลา “เจอกันที่ร้านนะ”


          เขาหันหลังและเตรียมเดินออกจากห้อง แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อมือของบินคว้าแขนเขาไว้ อึนอูหันกลับไปมองบินด้วยสีหน้าสงสัย


          “อึนอู คือฉันคิดไว้น่ะ พรุ่งนี้วันพฤหัส แสดงว่าพวกเราไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันได้ใช่มั้ย” เสียงของเขาแข็งทื่อราวกับกำลังท่องบทละครอยู่


          “แน่นอนสิ ฉันไปกินกับนายตลอดอยู่แล้วทุกครั้งที่ฉันไปได้”


          “ไม่ ฉันหมายถึง.. ออกไป” คราวนี้เสียงของบินที่เหมือนกำลังท่องน้อยกว่าครั้งที่แล้ว “แบบ ออกไปที่ร้าน... หรือ... อะไรแบบนั้นอ่ะ”


          เขาน่าเอ็นดูมากจนอึนอูอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ร้านข้างนอกหรอ?” อึนอูพูดทั้งที่ยังยิ้มอยู่ “โอเค บินนี่ เดี๋ยวเราออกไปกินร้านข้าวข้างนอกกันนะ” 


          “โอเคครับ” บินพยักหน้าจากนั้นจึงมีรอยยิ้มตามมา


          “โอเคครับ” อึนอูพูดย้ำแต่ปากยังคงยกยิ้มอยู่ “เจอกันนะ”


          ถึงแม้อึนอูจะเดินออกมาจากอพาร์ตเมนต์แล้ว แต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น เขาหยุดยิ้มไม่ได้เลย


          เขาอารมณ์ดีตลอดการเดินทางไปมหาวิทยาลัย บางอย่างเกี่ยวกับบินทำให้เขาเป็นอย่างนั้น ก่อนหน้านั้นอึนอูกังวลว่าการที่เพื่อนๆของเขามาคาดเดาความสัมพันธ์ของเขากับบินไปต่างๆ นานา จะทำให้บินรู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ข้างๆ แต่ขอบคุณที่มันไม่ได้เกิดขึ้นเลย บินทำแค่ยักไหล่ไม่สนใจและไม่เคยที่จะหยุดไปหาอึนอูที่ร้านเลย ไม่ว่ามยองจุนจะพูดหรือมองยังไงก็ตาม ตอนแรกอึนอูก็บ่นกับการกระทำแบบนี้ของมยองจุน แต่หลังจากนั้นเขาถึงได้รู้ว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร


          เวลาเรียนคืบคลานไปอย่างเชื่องช้าเหมือนที่ผ่านมา อึนอูกำลังตั้งใจเรียน ตั้งแต่บินได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว เขาก็ไขว้เขวไม่สนใจเรียนมากเท่าไหร่ แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เขาสามารถตั้งใจเรียนในห้องได้อย่างสบายใจ เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว


          ในเวลากลางคาบ ความสนใจในห้องเรียนเริ่มแกว่งไป อึนอูรู้ตัวว่าเขากำลังคิดถึงเรื่องของบินอยู่ บางทีตัวของบินก็อยู่เหนือเกินกว่าที่อึนอูจะสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ อึนอูนึกถึงตอนที่เขานั่งมองบินกินข้าวเมื่อตอนเช้า จากนั้นเขาจึงยิ้มกับตัวเองพลางวาดรูปเล่นที่หลังสมุดโน้ต


          หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนในวันนี้ อึนอูออกไปกินข้าวเที่ยงกับมินกยูและจีฮโย และหัวข้อของบทสนทนาในวันนี้คือการที่รุ่นพี่ปีสี่ชวนจีฮโยไปกินข้าวเมื่อไม่กี่วันก่อน


          “จีฮโยของพวกเรามีคนมาขายขนมจีบนะครับโผมม” มินกยูหยอกล้อและยิ้มจนแก้มปริ “จีฮโยของพวกเรานี่ฮอตจังเลยน้า”


          “หุบปากไปเลยน่า” จีฮโยพูดพลางผลักมินกยู ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งอื่นๆ ที่มินกยูแกล้งเธอ ที่แตกต่างเพราะครั้งนี้หน้าเธอแดงก่ำจากความเขินอาย ใช่แล้ว จีฮโยชอบรุ่นพี่คนนั้น “แล้วทีพวกผู้หญิงที่นายไปกินข้าวเที่ยงวันก่อนล่ะ?”


          “นั่นไม่ได้นับว่าเป็นการเดทซักหน่อย ฉันแค่ออกไปกินข้าวกับพวกเขานั้นเฉยๆ” 


          จีฮโยกลอกตามองบน “อื้อ จ้ะ!”


          “แล้วทีอึนอูล่ะ?” มินกยูพูดขึ้น “เขาหายตัวตลอดเลยเวลาไปกินข้าวตอนเที่ยง”


          อึนอูเงยหน้าขึ้น ประหลาดใจที่ตอนนี้หัวข้อบทสนทนาได้เปลี่ยนเป็นเรื่องของตัวเองแล้ว “ฉันหรอ?”


          “ใช่ นายนั่นแหละ นายไปกินข้าวกับใครมา?” 


          “ฉันก็มีเพื่อนคนอื่นที่ไม่ใช่นายสองคนเหมือนกันนะ นายก็น่าจะรู้” อึนอูยิ้มยิงฟัน


          “หยุดเลยมินกยู” จีฮโยยิ้มอย่างชั่วร้าย “ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอกที่จะไม่มีแฟนน่ะ ถึงจะหน้าตาดีขนาดนี้ก็เถอะ”


          “ฉันมีโอกาสเยอะจะตาย มีคนมาจีบฉันตั้งเยอะแยะ” อึนอูไม่ยอมให้ตัวเองโดนดูถูก มันไม่ใช่เรื่องโกหกนี่นา มีคนที่เข้าหาเขามากมาย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่อึนอูก็แค่ปิดตัวเองก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสจะได้จีบก็เท่านั้น อีกทั้งอึนอูคงยอมไม่ได้ที่จะต้องปล่อยให้บินอยู่คนเดียว เวลาเขาออกไปข้างนอกกับแฟน


          “นายไม่ได้คบกับใครมานานแค่ไหนแล้วอึนอู?” มินกยูถามพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น


          อึนอูอ้าปากก่อนที่ตัดสินใจว่าเขาควรปิดปากลงดีกว่า “ไม่รู้” 


          “แสดงว่ามันต้องผ่านมานานมากแล้วสินะ” มินกยูพูดอย่างชาญฉลาด ก่อนที่จีฮโยจะพยักหน้าคิดตาม “นายเป็นคนโรแมนติกขนาดนี้ นายไม่น่าจะโสดเลยนะอึนอู”


          “ฉันไม่ได้โรแมนติกซักหน่อย” อึนอูค้าน แต่มินกยูกับจีฮโยไม่ฟังและเริ่มร่ายนับลิสต์ละครโรแมนติกที่อึนอูเคยดูมาทั้งหมด รวมไปถึงบางเรื่องที่อึนอูมาวิจารณ์และเล่าให้เขาสองคนฟัง “มันไม่ได้แปลว่าฉันจะเป็นคนโรแมนติกนี่ คนตั้งเยอะแยะก็ดูหนังพวกนี้เหมือนกัน”


          “ใช่ แต่ไม่ใช่แบบนาย” มินกยูพูด


          “มันเหมือนกับนายรู้สึกถึงเนื้อแท้ของมันอ่ะ” จีฮโยสนับสนุนความคิดของมินกยู


          “โอเค ฉันไม่ชอบเลยเวลาเธอกับมินกยูรวมหัวกัน” อึนอูพูดพร้อมกับมองเพื่อนของเขาหนึ่งคนแล้วไล่สายตาไปยังอีกคน “ฉันต้องไปทำงานแล้ว พวกนายหยุดความคิดประหลาดนั่นไปเลย”


          “ฉันก็แค่พูดเฉยๆ นะอึนอู” มินกยูยักไหล่ “นายน่าจะลองมีใครซักคนนะ ขนาดแบบจีฮโยยังหาผู้ชายได้เลย”


          “นายหมายความว่าไง ขนาดแบบจีฮโย หรอห้ะ?” จีฮโยตีมินกยูเข้าอย่างแรง อึนอูหัวเราะเบาๆ จากนั้นจึงกล่าวลาพวกเขาแล้วเดินออกไป


          ระยะทางระหว่างชุงแดกับร้าน Sunshine ไม่ได้ห่างกันมาก และตอนนี้อึนอูใกล้จะถึงที่ร้านแล้ว ป้ายร้าน Cotta สีเทาดำทักทายเมื่อเขาเลี้ยวที่หัวมุม มันทำให้อึนอูต้องยิ้มออกมา เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าบินจะสังเกตว่าเขาโหยหามากแค่ไหนเวลาเขามองเข้าไปในร้านนั้น บินมักจะทำให้เขาประหลาดใจเสมอ ไม่ว่าอึนอูจะถามกี่ครั้งก็ตาม เขาไม่เคยบอกอึนอูว่าเขาไปได้เงินมาจากที่ไหน แถมบินยังถามอึนอูอีกว่าเขาต้องการอะไรอีกบ้าง แต่อึนอูบอกว่าไม่ได้ต้องการอะไรอีก ที่บินซื้อเค้กให้เขา แค่นั้นมันก็มากเพียงพอแล้ว


          อึนอูเดินเข้าร้านของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าที่เคาน์เตอร์หน้าร้านว่างเปล่า เขากำลังจะเริ่มมองรอบๆ เพื่อหามยองจุนแต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ “อึนอู ฉันอยู่นี่”


          มยองจุนนั่นเอง เขากำลังหมอบลงอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ข้างประตู ในมือของเจ้าของร้านกำลังถือกล้องส่องทางไกล


          “ฮยอง ลงไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ?” อึนอูถามด้วยความแปลกใจ


          “แอบดูคู่แข่งไง” มยองจุนกระซิบตอบ “Cotta กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่”


          อึนอูงุนงง “ร้านมันอยู่ตั้งอีกฟากหนึ่งของถนน ฮยองจะกระซิบทำไมเนี่ย?”


          “เพราะไม่มีใครเขาพูดเสียงดังเวลาเขาทำตัวเป็นสปายกันอยู่ไงเล่า” มยองจุนกลอกตา เหมือนกับทุกคนๆ บนโลกต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาทำแบบนั้นทำไม “ลงมาตรงนี้เลย”


          อึนอูถอนหายใจแต่ก็ทำตามที่เขาบอกอยู่ดี ยากที่จะหยุดเขาเวลามยองจุนกำลังเข้าสู่อีกอารมณ์หนึ่ง ซึ่งทำอะไรไม่ได้นอกจากตามน้ำไปกับเขาและภาวนาสวดมนต์ไม่ให้ชีวิตตัวเองจบที่โรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจก็พอ 


          “ดูนั่น ผู้ชายคนนั้นที่กำลังเดินไปเสิร์ฟของที่โต๊ะอ่ะ” มยองจุนยื่นกล้องส่องทางไกลให้อึนอู แต่เขาไม่ได้จำเป็นต้องใช้มันก็ได้ ร้าน Cotta เองก็มีหน้าต่างบานใหญ่เหมือนกับร้าน Sunshine เหมือนกัน ทำให้เห็นผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะติดหน้าต่างได้อย่างชัดเจน


          “เขาหล่อดีนะ” อึนอูออกความเห็น ซึ่งเขาคนนั้นเป็นแบบนั้นจริงๆ นอกจากเรื่องความสูงและสัดส่วนร่างกายที่ดี เขาคนนั้นยังมีใบหน้าคมแต่มีรอยยิ้มที่สดใสอีกด้วย ผมที่ปาดขึ้นจากหน้าผากทำให้เข้ากันมากยิ่งขึ้นกับลุคคุณชายของเจ้าตัว


          “ฉันรู้น่า” มยองจุนกัดฟันอย่างอดทน “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย นั่นเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบของร้านเราเลยนะ”


          “งั้นพี่ก็ยอมรับสิ ว่าพี่จ้างเด็กในร้านจากหน้าตา” เขารู้อยู่แล้ว เพียงแต่เขาอยากได้ยินจากปากมยองจุนเอง


          “อ่า ใช่ๆ” มยองจุนตอบส่งๆ “ยังไงมันก็เป็นความผิดของนายอยู่ดี ฉันพึ่งมีความคิดนี้ตั้งแต่จ้างนายมาทำงานแล้วขายดีขึ้นอ่ะ”


          เรื่องนั้นอึนอูไม่เคยรู้มาก่อน เขาจึงไม่รู้ว่าควรตอบกลับไปว่าอะไร มยองจุนส่งเสียงร้องออกมาใหญ่โต “แต่มันไม่มีผลอะไรแล้ว ตอนนี้ร้าน Sunshine พังหมดแล้ววว”


          “ฮยอง อย่าเว่อร์สิ” อึนอูพูด แต่เขาก็รู้อยู่ดีว่าการห้ามไม่ให้มยองจุนทำท่าเว่อร์วังอลังการก็เหมือนกับการห้ามไม่ให้ปลาว่ายน้ำ “แค่ผู้ชายหน้าหล่อคนเดียวไม่ทำให้ร้านเราตกอับหรอก”


          “แต่ถ้าเป็นเรื่องเสน่ห์ของเขาล่ะ? แบบมีเสน่ห์มากกว่านาย ระดับซอ อินกุก แบบนั้นล่ะ”


          “ฮยอง เขาไม่ใช่ซอ อินกุก เขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดา” เขารู้สึกโกรธนิดหน่อยที่รุ่นพี่ของเขายกซออินกุกมาเปรียบเทียบ “ร้านเรามีพนักงานผู้ชายเยอะกว่า แถมดูดีกว่าด้วย”


          “บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่เรากำลังต้องการอยู่” มยองจุนทำท่าไตร่ตรอง “เราต้องหาผู้ชายหล่อเพิ่มขึ้นอีก!” 


          “ฮยอง เราไม่ได้อยากได้พนักงานเยอะไปมากกว่านี้แล้ว”  เขาลองคิดๆ ดู บินอาจอยากลองทำงานที่ร้านคาเฟ่นี้หรือเปล่า แต่ก็ต้องตัความคิดนี้ทิ้งไป เขากำลังพยายามให้บินอยู่ห่างๆ มยองจุนอยู่ ไม่ใช่ต้องมาติดกับดักกับการว่าจ้างของเขา


          เสียงปรบมือดังทำให้อึนอูกลับมายังปัจจุบัน “รู้แล้ว!” มยองจุนพูดอย่างตื่นเต้น “เราก็ไปขโมยเขามาไง”


          อึนอูถอนหายใจ เขาควรคิดไว้แล้วว่ามันต้องมี ‘วิธี’ แบบนี้ขึ้นมา “เราไม่อยากได้พนักงานเพิ่มแล้วฮยอง” เขาพูดย้ำอีกครั้ง “แล้วพี่วางแผนว่าเราจะไปเอาเขามาร้านเรายังไง? เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขาแล้วนะ”


          “ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย” มยองจุนพูดอย่างกล้าหาญ “เราก็จะบอกผู้ชายคนนั้นว่าแบบ— ไอเด็กหัวมาม่าไปทำอะไรในร้านนั้นวะ?”


          เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง อึนอูมองตามสายตาเขาไปจนไปพบกับใครคนหนึ่ง เด็กหนุ่มร่างสูงบางกำลังก้าวเท้าข้ามถนนตรงไปยังร้าน Cotta ถึงแม้จะมีแถบสีมัวบังอยู่แต่ก็ชัดพอที่บอกได้ว่าเขาเป็นใคร


          “ซานฮา?” อึนอูพูดด้วยความประหลาดใจ “ซานฮาไปที่ร้าน Cotta ทำไมอ่ะ?”


          “มันรู้จักผู้ชายคนนั้น!” มยองจุนแทบจะกรีดร้องเสียงแหลมออกมา “ดูดิ!”


          อึนอูอยากจะทำให้มยองจุนสงบลง แต่เขาพูดถูก ซานฮารู้จักผู้ชายร่างสูงหน้าหล่อร้าน Cotta จริงๆ เด็กคนนี้เข้าไปในร้านแล้วเริ่มคุยกับเขา หลังจากนั้นสองคนนี้เดินออกไปพ้นจากสายตาของสองคนที่กำลังดูอยู่จากอีกฟากถนน


          “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! อีเด็กนี่มันทรยศครอบครัวตัวเอง!!”

 

          “มันเกี่ยวกับที่ซานฮารู้จักผู้ชายคนนี้ด้วยหรอ ผมไม่เห็นมันจะดูเป็นการทรยศตรงไหนเลย”


          มยองจุนหันมามองอึนอูด้วยสายตาเหมือนเขาเป็นคนโง่ “แน่นอนสิ มันคือการทรยศ แค่เข้าไปร้านนั่นก็ทรยศแล้ว ลืมเรื่องกินของในร้านนั้นไปได้เลย” 


          ผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” อึนอูพูดเขาพยายามไม่กังวล เขาดีใจที่บินไม่ถูกมยองจุนหยิบยกให้มาเป็นพนักงานที่นี่และเขาก็หวังว่าซานฮาจะรอดจะศึกนี้ไปได้เช่นกัน เพราะยังไงสองคนนั้นก็ต้องอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว


          อึนอูเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยก่อนจะเริ่มทำงาน มินฮยอกจะมาที่ร้านสายหน่อยเพราะเขาติดธุระในตอนนี้ เขายังคงพยายามระวังตัว แต่ก็โดนมยองจุนตะโกนด่าเสียงดังลั่นร้านอยู่ดีในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา จากนั้นมยองจุนละความสนใจไปยังประตูที่เปิดขึ้นพบว่าผู้ที่มาใหม่นั้นคือซานฮานั่นเอง เจ้าเด็กน้อยของกลุ่มเปิดประตูเข้ามาในร้านพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส


          สวัสดีครับฮยองทั้งหลาย ผมแวะมาหาครับ


          ไม่ต้องมาทำดีด้วยเลย ไอเด็กปีศาจทรยศ” มยองจุนเดินตรงไปหาเขา ฉันเห็นเต็มสองตาว่านายเดินเข้าไปในร้าน Cotta ไม่ต้องมาพูดปฏิเสธเลยนะ


          ตามคำพูดของเขา ซานฮาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ผมไม่ได้ซื้ออะไรจากร้านนั้นเลยนะฮยอง ผมสาบาน” ซานฮาพูดอย่างเต็มที่ให้เขาเชื่อ ผมแค่เข้าไปหาซึงจุนฮยองเฉยๆ เองง่ะ


          ผู้ชายที่สูงๆ ผมดำอ่ะนะ?” ซานฮาพยักหน้า นายรู้จักเขาหรอ?”


          อ่าห้ะ เราเจอกันที่ร้านเกมส์ เราเป็นเพื่อนกัน” 


          เขาอายุเท่าไหร่?” มยองจุนถามอย่างสงสัย ทำไมเขาต้องมาเป็นเพื่อนกับเด็กม.ปลายแบบนายด้วย?” 


          ไม่ฮยองฮยองเขาไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ” ซานฮายืนยัน ซึงจุนฮยองเขานิสัยดี เขาเป็นแฟนกับเจ้าของร้าน Cotta ครับ


          เขาไม่ได้ทำงานอยู่ที่นั่นหรอ?” อึนอูเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย


          ไม่ครับ แต่พี่เขาแวะไปที่ร้านนั้นบ่อยๆ อยู่แล้ว” ซานฮาดูเหมือนดีใจที่จะได้ละสายตาของตัวเองจากมยองจุนสักที ซึงจุนฮยองเขาเป็นคนดีจริงๆ พวกเรามักจะคุยพวกเรื่องเกมส์ อนิเมะ แล้วก็เรื่องอื่นเหมือนกัน ฮยองเขาให้ผมกินขนมฟรีๆ ด้วย


          อึนอูพยายามส่งสายตาเต็มที่ให้ซานฮาหยุดพูดได้แล้ว แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป มยองจุนอ้าปากค้างแอคติ้งโอเว่อร์เหมือนเช่นเคย นายเคยกินขนมของพวกนั้นแล้วนายทรยศฉันมาตลอด!”


          ฮยองใจเย็นครับ”  อึนอูพูดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้นแถมซานฮาก็ไม่ได้เสียตังค์ซื้ออยู่แล้ว


          มยองจุนอ้าปากค้างอีกครั้ง นายก็เอากับเขาด้วยหรออึนอู?” เขาถลึงตาใส่อึนอู ก่อนจะรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แค่นั้นก็ทำให้อึนอูประหลาดใจแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือมยองจุนเริ่มเลื่อนหน้าจอกดเบอร์มือถือโทรหาใครบางคน จินอู!!” มยองจุนตะโกนเสียงดังทันทีเมื่อปลายสายรับสาย นายรู้มั้ยว่าซานฮาพึ่งทำอะไรฉันไป?” เขาเริ่มใจเย็นลงแล้ว  แต่ก็ยังพูดเสียงดังเหมือนเดิม มีผู้ชายที่ปลายสายคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่จะรับฟังเขาเสมอ


          ซานฮาหันไปหาอึนอู ฮยองว่าเขาจะโกรธผมมั้ยครับ?”


          เดี๋ยวก็ดีเองแหละ แค่ช่วงนี้อย่าพูดถึง Cotta หรืออะไรที่เกี่ยวกับร้านนั้นก็พอ


          ซานฮาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง อึนอูยิ้มให้เขาก่อนที่จะกลับไปทำงานต่อ


          เกือบตลอดเวลางาน อึนอูชำเลืองมองที่ประตูแทบจะทุกสองนาทีคาดหวังว่าบินจะมาตามที่สัญญาไว้ มินฮยอกเข้ามาทำงานหลังจากนั้นไม่นาน อึนอูบ่นพึมพำกับตัวว่าเขาควรจะหยุดมองไปที่ประตูได้แล้ว

 

          เมื่อเวรการทำงานของเขาเสร็จสิ้น มยองจุนก็ได้เดินเข้ามาหาอึนอู “ฉันว่าฉันต้องจับตาดูไอคนที่ชื่อซึงจุนหน่อยละ เหมือนเขาจะอายุเยอะกว่าซานฮาเยอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยชอบเลยว่ะ”

 

          เขาได้ผันตัวเองจากหนุ่มบ้างานร้านคาเฟ่เป็นพี่ชายผู้ปกป้องลูกพี่ลูกน้องในไม่กี่นาทีหลังจากซานฮาได้เดินออกจากคาเฟ่ไป และนั่งคิดว่าเขาควรทำอย่างไรกับซึงจุนบ้างตลอดทั้งบ่ายที่ผ่านมา ที่อึนอูรู้ทั้งหมดนี้เป็นเพราะมยองจุนเป็นคนที่คิดดัง คิดอะไรก็พูดออกมาอยู่ตลอด “ก็เป็นความคิดที่ดีนะครับ ฮยองน่าจะลองไป Cotta ซักครั้ง”

 

          มยองจุนทำหน้าตาบูดบึ้งแต่ก็พยักหน้า “ฉันก็ว่างั้นแหละ นายกลับบ้านเลยก็ได้อึนอู ซึงชอลมาถึงละ”

 

          “โอเค ขอบคุณครับฮยอง” อึนอูตอบ เขาไปที่ห้องหลังร้านเพื่อทำการเปลี่ยนชุด แต่ในหัวก็ยังสงสัยว่าทำไมบินถึงยังไม่มาที่ร้านสักที บางทีอึนอูคงอาจจะเดินสวนกับเขาระหว่างทางกลับบ้านก็ได้

 

          เมื่ออึนอูออกมาจากห้องด้านหลังก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าบินได้มาถึงร้าน Sunshine แล้ว และตอนนี้กำลังพัวพันอยู่กับบทสนทนาที่ดูเอาจริงเอาจังกับมินฮยอก

 

          “มันไม่ได้ผลอ่่ะ” บินพูดเสียงเบาแต่เจ็บปวด “เขาแค่บอกว่าโอเค แค่นั้นแหละ จบ”

 

          “ฉันไม่เข้าใจเลย” มินฮยอกตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาไม่ต่างกัน “มันได้ผลตลอดนะเวลาฉันใช้มุกนี้”

 

          “เพราะว่านายใช้มุกนี้กับเด็กผู้หญิงม.ปลายไง! ฉัน

 

          ทันทีที่อึนอูและมินฮยอกสบตากัน มินฮยอกกระทุ้งศอกไปที่หน้าท้องของบินเพื่อให้เขาหยุดพูด “ย่าห์!” บินเริ่มโกรธเคือง แต่เมื่อเขาเห็นอึนอูเขาจึงหยุด เขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมมินฮยอกทำแบบนั้น เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาจึงยิ้มออกมาแหยๆ “อ้าว อึนอู”

 

          “บินนี่” อึนอูทักด้วยโทนเสียงเรียบ “กับมินฮยอก”

 

          “ผมไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ”  มินฮยอกลุกขึ้นเช่นเดียวกัน “เจอกัน บินฮยอง”

 

          “เจอกันมินฮยอก” บินพูดในขณะที่มินฮยอกได้เดินออกไปยังห้องด้านหลังแล้ว เขาหันกลับมาหาอึนอูแล้วยิ้มอย่างสดใส “ไปกันเถอะ”

 

          อึนอูไม่ได้ยิ้มให้เขากลับ “อืม”

 

          มยองจุนทำแค่พยักหน้าให้อึนอูและบินที่กำลังเดินออกจากร้าน สายตาของเขายังคงทอดมองไปที่ร้านที่อยู่อีกฟากของถนนผ่านหน้าต่างบานใหญ่หน้าร้าน

 

          การเดินกลับอพาร์ตเมนต์ของอึนอูเข้าสู่ความเงียบเกือบตลอดทาง บินได้ถามไถ่สิ่งที่อึนอูเจอมาวันนี้ แต่เหมือนอึนอูไม่มีอารมณ์จะมานั่งตอบอะไรที่มันต้องลงรายละเอียดมากเท่าไหร่ ทำไมบินกับมินฮยอกต้องหยุดพูดทันทีที่เห็นฉันยืนอยู่ตรงนั้นกันนะ? บินพูดกับมินฮยอกในเรื่องที่พวกเขาไม่อยากให้อึนอูฟังหรือเปล่า? หลังจากที่ได้รับคำตอบสั้นๆ มาหลายครั้งบินจึงเริ่มหยุดถาม แต่มันทำไมให้อึนอูยิ่งเคืองมากขึ้นอีก ตอนนี้เขาไม่อยากใส่ใจ ไม่แคร์พอที่จะถามเรื่องชีวิตประจำวันของอึนอูแล้วหรอ?

 

          ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังอพาร์ตเมนต์ บินไขกลอนประตูด้วยกุญแจของเขา เขาให้อึนอูก้าวเข้าไปในห้องก่อนจากนั้นจึงปิดประตู ทันทีที่ประตูปิดสนิท เขาจึงถามขึ้น “โอเค เป็นอะไรรึเปล่า?”

 

          อึนอูถอดเสื้อโค้ทออกก่อนจะเอาแขวน “นายหมายความว่าไง?

 

          “นายอารมณ์ไม่ดีใส่ฉันเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง มันคือเรื่องอะไร?

 

          “ทำไมนายถึงคิดว่าฉันต้องอารมณ์ไม่ดีใส่นายล่ะ?” อึนอูพูดด้วยน้ำเสียงเบาและเย็นชา

 

          “ก็ดูสิ่งที่นายกำลังทำสิ” บินพูดพลางถอดเสื้อโค้ทของตัวเอง “บอกฉันมาว่าเรื่องอะไร”

 

          “ไม่รู้สิ ทำไมนายไม่บอกฉันล่ะ?” อึนอูยกแขนขึ้นกอดอก เขารู้ว่าตัวเองกำลังทำตัวเป็นเด็กๆ ไม่มีเหตุผล แต่เขาห้ามตัวเองไม่ได้

 

          “อะไรนะ?” บินสับสนงุนงงอย่างที่สุด “ฉันจะไปรู้ได้ไงว่านายกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรอยู่?

 

          อึนอูหายใจเข้าลึกแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาสงบลงเลย “นายบอกฉันว่านายจะมาหาฉันที่ร้านวันนี้”

 

          “ใช่” บินสับสน “ฉันก็ทำแล้วไง”

 

          “ไม่ นายไม่ได้ทำ” อึนอูตอบ เขาพยายามไม่ให้เสียงของตัวเองดูหงุดหงิด “นายไปที่นั่นแล้วคุยกับมินฮยอก”

 

          “มันก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย” บินตอบ เขาดูลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย

 

          “แน่นอนสิว่ามันต่าง นายมาแล้วนั่งคุยสนุกสนานกับมินฮยอก จากนั้นพวกนายก็หยุดพูดพอเห็นฉันยืนอยู่”

 

          “ก็ใช่ มันมีบางเรื่องที่ฉันบอกแค่เขาคนเดียว” บินพูด ตอนนี้เขาก็เริ่มอารมณ์ขึ้นแล้วเช่นกัน “ฉันคิดว่านายชอบซะอีกที่ฉันเป็นเพื่อนกับคนอื่นนอกจากนาย?

 

          “ใช่ ฉันก็ชอบ ฉันก็ไม่ได้ว่อะไร แต่นั่นมันก่อนที่นายจะเริ่มมีความลับกับฉัน”

 

          “งั้นนายเปลี่ยนใจแล้ว? แล้วฉันต้องรู้เรื่องนั้นเองหรอ? ทำอย่างกับฉันอ่านใจนายได้อย่างนั้นแหละ”

 

          “ไม่ นายควรจะต้องรู้ว่าอะไรที่ถูก อะไรที่ผิดต่างหาก” เสียงของอึนอูดังจนเกือบจะเรียกว่าตะโกนเลยก็ว่าได้ เสียงของบินก็เช่นกัน “นายคิดว่าฉันต้องคอยมานั่งบอกนายทุกอย่างเลยรึไง”

 

          “แล้วนายคิดว่าฉันจะรู้หรอว่านายต้องการอะไรอ่ะ นายเปลี่ยนความคิดนายตลอดแทบจะทุกสามวินาทีเลยด้วยซ้ำมั้ง” บินเริ่มยอกย้อน “บอกมาดิ ว่านายต้องการอะไร!

 

          อึนอูเปิดปากเตรียมพร้อมที่จะตะโกนกลับไป แต่ก็ปิดปากลงอีกครั้ง ความจริงแล้วเขาต้องการบอกบินว่าอะไรล่ะ? ทำไมตอนแรกเขาถึงต้องตะโกนออกไปแบบนั้นด้วย?

 

          แต่บินยังไม่จบ “นายคุยกับตัวเองก่อนเถอะ ยังไงฉันก็ไม่เข้าใจ” บินพูดด้วยความโกรธจัด “ฉันก็คิดว่านายจะฉลาดไปหมดทุกเรื่องซะอีก ไม่คิดเลยว่าคนๆ นึงจะหัวทึบได้ขนาดนี้”

 

          “อะไรนะ? นายว่าว่าฉันโง่หรอ?” อึนอูกำลังโกรธอย่างรุนแรง “นายไม่รู้วิธีใช้ชีวิตแบบมนุษย์ด้วยซ้ำ!

 

          “ฉันรู้ดีกว่านายละกัน” บินตอกกลับ อึนอูช็อค เขาจุกจนแทบจะหายใจไม่ออก

 

          “ถ้านายคิดว่าตัวเองทำได้ดีกว่า แล้วทำไมฉันต้องช่วยนู่นนี่นายตลอดเลยล่ะ?” ในที่สุดอึนอูก็พูดออกมาต่อได้ “มันยากขนาดนั้นเลยหรอกับอีแค่พับเสื้อตัวเดียวเนี่ย?

 

          “ก็นายบอกเองว่าไม่เป็นไร นายเต็มใจทำให้!” บินตะลึงงัน “ฉันบอกนายแล้วว่าฉันจะทำเอง แต่นายบอกว่าไม่เป็นไรไง!

 

          “คิดว่าจะมีคนพูดว่าไม่เป็นไรไม่ถือสาทั้งที่จะต้องมานั่งตามดูแลเด็กซกมกในร่างผู้ใหญ่งั้นหรอ?” อึนอูยังคงพูดด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด

 

          “นั้นก็เป็นนิสัยอีกอย่างนึงของนายเหมือนกัน” บินกำลังดูท้อแท้จนแทบไม่ไหวแล้ว “นายบอกว่านายทำให้ได้ นายไม่เป็นไร นายโอเคทุกครั้งเลยเวลาฉันถาม แต่ดูหลังจากนั้นดิ ว้าว ความจริงแล้วนายก็ไม่โอเค นายไม่ได้เต็มใจจะทำ และสุดท้ายยังไงมันก็กลายเป็นความผิดของฉันอยู่ดี ฉันไม่รู้ว่านายคิดอะไรอยู่ ฉันอ่านใจนายไม่ได้ อึนอู!

 

          “นายควรรู้” อึนอูกำลังจะเริ่มพูด แต่ก็ต้องหยุดลงด้วยเสียงของบินที่กำลังโกรธเกี้ยว

 

          “แล้วนายรู้มั้ยว่าเรื่องอะไรที่แย่ที่สุดของนาย? นายมันดีเกินไปไง!

 

          จากตอนแรกที่อึนอูพร้อมจะพ่นไฟใส่กลับก็ต้องหยุดเลย นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวังไว้

 

          บินยังไม่ได้สังเกตอึนอู “ฉันไม่เคยจะโกรธนายได้เลยเพราะนายดีเกินไป นายนึกถึงคนอื่นก่อนแถมยังใจกว้างอีก ใจดีกับทุกคน แล้วจะให้ฉันโกรธลงได้ยังไง?

 

          ไอร้อนในร่างกายอึนอูระเหยไปในทันที เขาทำได้แค่ยืนนิ่งในขณะที่บินยังคงพูดต่อ

 

          “แล้วนายก็ยังเป็นนายแบบนี้อีก มันยุติธรรมตรงไหน? คนนิสัยดีไม่ควรจะหล่องดงามได้ขนาดนี้สิ! ทำไมนายถึงเป็นได้ทั้งคนดีแถมยังหน้าตาดีอีกอ่ะ? มันยิ่งทำให้ฉันยิ่งโมโหขึ้นไปอีก!

 

          หลังจากนั้นเขาจึงหยุด หายใจเข้าและออกแรง อึนอูทำได้แค่ยืนอยู่อย่างนั้น เขาไม่รู้เลยว่าต้องพูดอะไรต่อ

 

          จากนั้นบรรยากาศแปลกประหลาดได้ครอบงำทั่วพื้นที่ของห้องเมื่อบินพึ่งรู้ตัวว่าเขาพึ่งพูดอะไรออกไป เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูดต่อ “อ่า ใช่ นั่นแหละ อือ”

 

          อึนอูเลียริมฝีปาก “ฉัน เอ่อ ขอโทษนะ ที่ตะโกนใส่นายแบบนั้น ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น”

 

          “ไม่เป็นไร” บินยังคงดูอึดอัดใจอยู่

 

          “อย่าพูดแบบนั้นสิ นายไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ฉันเองแหละที่โกรธนายแบบไม่มีเหตุผล ฉันขอโทษนะ”

 

          “ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่เป็นไร” รอยยิ้มบางเริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าของบิน “แต่ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีก ว่าแต่ทำไมนายถึงโกรธนะ?

 

          “นายไม่ได้ทำอะไรผิดเลยบินนี่” อึนอูนั่งลงที่โซฟา บินเดินมาทันทีและล้มตัวลงนั่งข้างๆ เขา ทำให้อึนอูรู้สึกลำบากใจเกินกว่าจะพูดต่อ “ก็ฉันเห็นนายกับมินฮยอกคุยกัน แล้วฉันก็สังเกตว่านายหยุดพูดพอนายเห็นว่าฉันยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว..” อึนอูเริ่มหยุดพูดช้าๆ ตอนนี้ตัวของเขากำลังร้อนผ่าวจากความเก้อเขินและกำลังด่าแช่งตัวเอง แน่นอนอยู่แล้วว่าบินไม่จำเป็นต้องบอกเขาทุกประโยคที่เขาคุยมินฮยอก ทำไมต้องโกรธเพราะเหตุผลโง่เง่าแบบนี้ด้วย

 

          “ก็แค่บางอย่างที่ฉันคุยกับแค่มินฮยอกสองคน” บินพูดพลางเอาแขนโอบรอบตัวอึนอูแล้วขยับตัวให้ใกล้มากขึ้น

 

          “ฉันรู้” อึนอูโน้มตัวหาความอบอุ่นจากตัวบินอัตโนมัติ “มันโง่เนอะ ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองถูก..” คำที่ติดอยู่ที่ลิ้นของอึนอูที่เขาจะพูดไปคือ ละเลยแต่เขาคิดว่าควรหยุดพูดดีกว่า

 

          “ไม่เป็นไรนะ ก็สนุกดีเหมือนกันที่ได้ตะโกนใส่นายครั้งแรก” เขาหัวเราคิกคัก เสียงหัวเราะที่ไพเราะงดงามแบบนี้แหละที่ทำให้อึนอูชอบมาก

 

          “อื้อ ฉันก็คิดว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ฉันตะโกนใส่ใครเหมือนกัน ไม่ได้ทำมานานละ” อึนอูตอบพร้อมยิ้มออกมา

 

          “ไม่รู้สินะ แต่วันนั้นที่ฉันเจอจินอู นายก็ดูน่ากลัวอยู่นะ”

 

          “ก็ใช่ แต่เพราะว่าตอนนั้นนายสมควรโดนไง” อึนอูพูดแล้วผลักบินเบาๆ ทำให้บินหัวเราะออกมาและเช่นเดียวกันกับอึนอู มันเป็นการทะเลาะที่โง่เง่ามากเลย แต่เขาไม่สนใจแล้วว่ามันจะเป็นยังไงในเมื่อตอนนี้ระหว่างเขากับบินกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว

 

          หลังจากเวลาผ่านไปเล็กน้อย บินเอาแขนที่โอบอึนอูอยู่ออกแล้วทำหน้าบึ้ง “อึนอู ไปทำข้าวเย็น”

 

          อึนอูพูดครางและพุ่งตัวหาบิน “ถามจริง? ไม่แม้แต่จะพูดคำว่าครับลงท้ายเลย?

 

          “ไม่” บินแลบลิ้นใส่ “ก็ฉันเป็นเด็กในร่างผู้ใหญ่นี่”

 

          “บินนี่

 

          “ฉันไม่สนหรอกว่านายจะเรียกฉันว่าอะไรอึนอู แต่ก็ต่อเมื่อนายทำข้าวเย็นให้ฉันกินอ่ะนะ ฮ่าๆ” บินหัวเราะชอบใจ อึนอูยิ้มก่อนที่จะตบเข่าบินเสียงดังเพี้ยะแล้วลุกขึ้น

 

          เขาไม่รู้เลยว่าบินทำให้เขาเป็นแบบนั้นได้ยังไง เขาสามารถทำให้อึนอูหน้าแดงโกรธจนร้อนเป็นไฟได้ในหนึ่งนาทีแต่หลังจากนั้นก็ทำให้เขายิ้มได้ มันช่างเป็นการทะเลาะที่ไร้สาระมาก ซึ่งการทะเลาะแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับแค่บินคนเดียวเท่านั้น


          และบินพูดถูกว่าอึนอูเปลี่ยนใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อึนอูมั่นใจ ที่ผ่านมาอึนอูเต็มใจจริงๆ กับทุกสิ่งที่เขาทำให้บิน


 


—————————————

มันก็ต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นทำดาา

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาคอมเม้นนะคะ เป็นกำลังใจในการแปลที่ดีมากๆเยย

#StrayRomance #รักไม่จรจัดบีนู ❤️




























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #12 HVBTS (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 21:27
    ทะเลาะกันแล้วก็ดีกันเฉยเลย เป็นงงนิดหน่อย555555555 ตอนทะเลาะกันก็คือหัวอกคนเปงแม่ทางนี้ไม่ไหวแล้ว เด่กๆอย่าทะเลาะกันบ่อยนักนะรู้ก จัยบาง
    #12
    0