Draco + Hermione + oc l Sunflower Sister.

ตอนที่ 3 : Flower III l Test , Teach.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

TB


Flower III l Test , Teach.


***


 ถึง เดรโก

 

            ลูกรักจ๊ะ แม่กับคุณพ่อต้องออกไปจัดการเรื่องงานที่กระทรวง จะกลับเช้ามืดของวันพรุ่ง แม่อยากขอให้ลูกอย่าพึ่งตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของน้องเฮอร์ไมโอนี่

 

          ขอร้อง ช่วยดูแลน้องแทนแม่สำหรับคืนนี้ไปก่อน หลังจากกลับจากงาน พวกเราสามคน พ่อ แม่ ลูก จะคุยกันถึงเรื่องนี้กันอีกครั้ง ( อย่าไปเซ้าซี้น้องเขาล่ะ )

 

         

ปล. อย่าแกล้งน้องเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น อย่าหวังไม้กวาดไฟร์โบลต์สำหรับควิดดิชปีนี้

รัก จาก แม่

 

***

 

            เดรโกนั่งอ่านจดหมายที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะอาหารจากคนเป็นแม่ สุดท้ายแล้วก็ถึงกับต้องงัดไม้แข็งมาใช้ด้วยเรื่องไฟร์โบลต์อันใหม่เลยงั้นสิ คนเป็นแม่ย่อมรู้นิสัยของลูกชายตัวเองดี เขาไม่มีทางที่จะปฏิบัติตัวดีกับเด็กสาวไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแปลกหน้าที่มาออกตัวว่าเป็นน้องสาวญาติห่างๆ ถึงจะเข้าใจว่ามันกะทันหัน แต่ถึงอย่างนั้นนิสัยร้ายแบบเดรโก เขาไม่ต้อนรับเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

 

            ยังไงดูเหมือนต้องจำเป็นที่จะช่วยดูแลยัยเด็กนี่ไปก่อนงั้นสิ ยุ่งยากซะจริง ก็แค่คืนเดียว จะยอมทนไปก่อนก็ได้ เพราะพรุ่งนี้ไม่ว่ายังไงก็ตาม จะต้องคุยกับแม่ให้รู้เรื่องว่าเขาไม่มีวันยอมให้ยัยเด็กหัวฟูมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขาในคฤหาสน์หรอก ไม่มีเหตุผลที่ยอมรับได้เลยสักข้อ “น้องสาวต่างสายเลือด” น่าขำสิ้นดี ที่ใจร้อนอยากจะไปฝรั่งเศส ก็เพื่อไปรับตัวยัยเด็กนี่จากโบซ์บาตงหรอกเหรอ

 

            ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะไม่มีความในซ่อนเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าหากหล่อนเป็นญาติต่างสายเลือดที่ย้ายไปเรียนเมืองนอกจริง พ่อหรือแม่ย่อมต้องเคยเล่าหรือพูดคุยกับเขาอยู่แล้ว แต่นี่อะไร จู่ๆก็พามาคฤหาสน์แล้วบอกว่าเป็นน้องสาวต่างสายเลือดที่ไปเรียนโบซ์บาตง?

 

            แม่ไม่เคยทำอะไรไม่รอบคอบ ท่านต้องมีบางอย่างกับเด็กนั่นแน่ แต่อะไรกันล่ะ เหตุผลที่ต้องถึงขนาดหอบหล่อนข้ามประเทศมาถึงอังกฤษ

 

            หรือว่าบางทียัยเด็กนี่จะทำมนตร์ดำยาเสน่ห์ใส่แม่ของเขา พูดพร่ำรำพันให้แม่เอ็นดู แล้วพาตัวเองเข้ามาเป็นสมาชิกในตระกูลที่ร่ำรวย เพื่อให้หล่อนได้อยู่กินสบายอะไรทำนองนั้น สิบแปดมงกุฎหรือเปล่าก็ไม่รู้!

 

            ก็แค่สงสัยไว้ก่อน

 

 

            “ชื่อเฮอร์ไมโมมี่สินะ” เขาเอ่ยถามเด็กหญิงหัวฟูที่นั่งอยู่หัวโต๊ะด้านตรงข้ามกับเขาริมสุดของโต๊ะอาหารยาวหรู สาวตัวเล็กสะดุ้งทันทีที่ถูกเสียงทุ้มเปล่งหูทักถามหลังจากนั่งตัวแข็งทื่อท่ามกลางความเงียบตลอดเกือบสิบนาทีหลังจากที่เขาจะยอมสะเด็ดตัวเองออกจากห้องลงมาได้

 

            แก้มขาวนุ่มนิ่มของเธอคล้ายกับมาร์ชแมลโลว์ซับสีชมพูอ่อน พลางปั้นหน้าใจดีสู้เสือไปด้วย ความรู้สึกประหม่ากดดันเพราะถูกสายตาเย็นเฉียบจากหนุ่มผิวซีดตรงหน้า เล่นจ้องชนิดไม่เว้นช่วงให้หายใจ แถมไร้มารยาทสุดๆสำหรับการมองเขม้นเด็กผู้หญิงแบบนั้น เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกได้ถึงความหนาวแล่นเกาะกินไปทั่วตลอดสายตาที่เขาเลื่อนผ่านมองเธอ

                                                                         

          นี่เป็นการนั่งรักษาสีหน้ายากที่สุดตั้งแต่เกิดมา

 

          “เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอยค่ะ เรียกว่าเฮอร์มี่ก็ได้ คุณป้านาร์ซิสซาท่านชอบเรียกแบบนั้นค่ะ”

 

             เธอบอกเน้นย้ำถึงชื่อที่ถูกต้องด้วยสำเนียงคนอังกฤษ พยายามที่จะรักษาน้ำเสียงหงุดหงิดมากที่สุด เขาแสร้างทำเป็นเรียกชื่อผิดเพียงเพราะอยากล้อเลียนสำเนียงฝรั่งเศสของเฮอร์ไมโอนี่ก็เท่านั้น ซึ่งเธอเองก็รู้ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่อยากจะมีปัญหากับคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรก

 

            โดยเฉพาะกับคนที่นาร์ซิสซาเตือนว่าร้ายกาจที่สุด และยังต้องเป็นพี่ชายหลอกๆของเธอ บางทีเพราะเขายังไม่รู้จักกับเธอดี เลยทำตัวแย่ๆใส่ เขาอาจจะเป็นคนดีกว่าที่เธอคิด

 

            นาร์ซิสซาหลังจากพาเฮอร์ไมโอนี่เดินชมคฤหาสน์ ผ่านไปครู่ ก็ขอตัวออกไปทำธุระกับลูเซียส ซึ่งเธอเองก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปแนะนำตัว เดาว่าคงรู้ถึงการมาของเธออยู่ก่อนหน้าแล้ว จากนั้นก็บอกให้นั่งรออยู่ที่ห้องโถงอาหาร เพื่อรอคนเป็นพี่ที่ไม่ชอบหน้าเธอลงมาช่วยดูแลต่อ

 

            แปลว่าในคฤหาสน์หลังเท่าภูเขา มีเพียงเขาและเธอที่อาศัยอยู่ร่วมกันแค่สองคนในคืนนี้

 

            “อย่าถือสาคุณแม่เลย ท่านก็ชอบตั้งชื่อเล่นสั้นๆให้เรียกง่ายกับเด็กลูกแหง่ทุกคน — เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงคนแรกที่แม่เอ็นดูหรอก”

 

            เขาวางท่าใส่อย่างร้ายกาจ แน่ล่ะ แม่อยากได้ลูกสาวอีกสักคน เลยชอบพาหลานคนนั้น ลูกคนนี้มาเยี่ยมคฤหาสน์อยู่บ่อยครั้ง หนุ่มผมบลอนด์ฉีกมุมปากไม่เชิงยิ้ม เหมือนแสร้งทำเย้ยหยันเสียมากกว่า มือซีดยกแก้วไวน์เปล่าขึ้น ขวดน้ำผลไม้หมักดูมียี่ห้อลอยขึ้นด้วยตัวมันเอง ก่อนจะเทของเหลวสีแดงเข้มคล้ายเลือดลงพอประมาณ

 

            เดรโกรู้สึกระคายหูเหลือเกินเวลาที่ยัยเด็กที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของสายเลือดมัลฟอยเอ่ยปากถึงนามสกุลเดียวกับเขา โดยใช้สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างไม่กระตุกนึกคิดว่าตัวเองพึ่งจะได้ก้าวเข้ามาเหยียบในคฤหาสน์ของเขาผู้เป็นเจ้าของก่อนหน้าเพียงวันแรกเท่านั้น!

 

            เฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยถูกใครทำตัวไร้มารยาทใส่แบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง ในชีวิตพระราชวังโบซ์บาตง เรียกได้ว่าทุกคนปฏิบัติกับเธอด้วยความเอ็นดูและรักใคร่ ชนิดที่ว่าไม่เคยถูกใครจับกลุ่มนินทา หรือกระทำตัวหยาบคายใส่เลยสักครั้ง หรือเพราะเธออยู่แต่ในกรงทองมาตลอดชีวิต จึงไม่เคยพบเจอผู้คนที่แตกต่างจากตัวเอง โดยเฉพาะเพศตรงข้ามอย่าง ผู้ชาย

 

            “งั้นเหรอคะ แบบนี้เราทั้งคู่ก็คงเป็นลูกแหง่สิคะ เพราะป้านาร์ซิสซาบอกว่าให้เรียกพี่เดรโกว่า เดรก สั้นๆก็ได้ — งั้นสวัสดีอีกครั้งนะคะ หนูชื่อเฮอร์มี่ ฝากตัวด้วยนะคะ พี่เดรก”

 

            เดรโกเผลอสำลักน้ำจนแก้วไวน์เกือบหลุดมือ หน้าจิ้มลิ้มของเด็กตัวแสบแค่นหัวเราะในลำคอจนลมพองแก้มป่องโดยไม่คิดจะเก็บอาการสักนิด แม้จะถูกสายตาเหี้ยมจากคนด้านหน้าจิกแทบจะกินหัวเธอได้อยู่แล้วก็ตาม

 

          ช่วยไม่ได้นะคะ คุณอยากทำตัวร้ายกาจใส่เราก่อน

 

            ชัยชนะอันน่าตื้นเขินที่ไม่คาดคิดว่าแค่ผู้หญิงตัวกะเปี๊ยกจะกล้าลองดี เดรโกเบือนหน้าหนีชนิดที่ว่าข่มอารมณ์ตัวเองสุดๆ กับการถูกตีกลับด้วยการแก้เผ็ดจากสิ่งที่ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อน ไม่คิดว่ายัยเด็กหัวฟูท่าทางอ้อนแอ้น อ่อนปวกเปียก หรือคุณสมบัติไร้สมองที่พวกลูกคุณหนูจากโรงเรียนเจ้าหญิงเพ้อเจ้อจากโบซ์บาตงจะแสบพอที่จะทำให้คุณชายที่ไม่เคยถูกหักหน้า ต้องมาเสียอาการจากยัยเด็กหน้าหวานที่พึ่งเจอกันแค่วันเดียว

 

            เฮอะ สงสัยคงจะไม่ได้เป็นเหมือนที่คิด ยัยเด็กนี่ไม่ใช่หมูให้เขาเคี้ยวเล่นง่ายๆเสียแล้ว ภายใต้คราบสาวน้อยลูกคุณหนูที่ดูอ่อนต่อโลก ใบหน้าซื่อๆไม่ประสีประสา กำลังซุกซ่อนนิสัยด้านตรงข้ามกับภาพที่เห็น

 

          ชักจะน่าสนใจ...

 

          แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ต้องการจะอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตที่พรมไปด้วยกลีบดอกไม้ที่คลุ้งไปทั่วจากตัวเฮอร์ไมโอนี่ ราวกับเธอเปล่งประกายอยู่ตลอดเวลาจนเขาแสบตา เดรโกอยากจะกลับไปใช้ชีวิตสีเทาของเขาอย่างที่มันควรจะเป็น คนอย่างเขาไม่ต้องการจะมีกระต่ายซุกซนมาเลี้ยงเพิ่มในคฤหาสน์หรอก

 

            “เฮอะ เรียกแค่เดรโกก็พอ ไม่ต้องเรียกว่าพี่ด้วยหรอก แล้วเดรกก็ไม่ต้องด้วย”

 

            เดรโกกัดฟันพูด บอกตรงๆว่าไม่บ่อยนักที่เดรโกจะยังทำตัวใจเย็นกับการถูกหักหน้าแบบนี้ ถ้าไม่เห็นแก่คนเป็นแม่ที่ออกปากห้ามรังแกหล่อน ป่านนี้ ยัยเด็กนี่ได้ไปนอนเล่นอยู่นอกบ้านแน่ คุณแม่ก็เหลือเกิน ทำไมถึงได้ทำตัวสนิทสนมกับยัยเด็กแปลกหน้า ถึงขนาดไปบอกชื่อเฉพาะส่วนตัวของเขาให้กับคนที่พึ่งย้ายเข้าคฤหาสน์อย่างไม่มีเหตุมีผล

 

            “ไม่ได้หรอกค่ะ ป้าบอกว่าให้เรียกว่าพี่ตลอด ก็หนูเป็นน้องสาวพี่เดรก ก็ต้องเรียกพี่ว่า พี่ชายสิคะ — หนูอายุสิบสี่ ห่างกับอายุพี่ตั้งสองปี” เสียงนุ่มนิ่มพูดร่าเริง ขัดกับบรรยากาศอึมครึมที่เหมือนเมฆดำลอยก่อตัวอยู่บนหัวหนุ่มผมบลอนด์

 

            เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างไม่สนใจอาการกระฟัดกระเฟียดที่เริ่มฉายออกมาจากทั้งร่างกายและแววตาของเดรโก การเอาชนะด้วยรอยยิ้มหวานของสาวน้อยน่ารัก ยิ่งทำให้เขาอยากจะยื่นใบลาออกฮอกวอตส์แล้วหนีไปอยู่เดิร์มสแตรงก์เสียเดี๋ยวนั้น

 

            นี่แม่ไปบอกเรื่องของเขาให้ยัยเด็กนี่ฟังถึงขนาดไหนเนี่ย!

 

            “ก็ได้ อยากจะเรียกว่าพี่ก็ตามใจ เพราะฉันจะเรียกเธอว่า ยัยตัวแสบ ยัยตัวกะเปี๊ยก ยัยหัวฟู ยัยเตี้ย” หนุ่มผมบลอนด์ไม่ยอมจะต้องเป็นฝ่ายถูกต้อนหรอก ถ้าอยากเล่นสงครามประสาทกับเขา ก็คิดผิดแล้ว เด็กหน่อมแน้มอย่างเธอจะทำอะไรคนแบบเขาได้ คิดว่ากล้าทำแบบนี้ แล้วจะชนะคนอย่างเขาได้งั้นหรือ

 

            เดรโกคิดว่าเด็กผู้หญิงประเภทเดินในทุ่งลาเวนเดอร์โลกสวยแบบเฮอร์ไมโอนี่จะต้องทนโดนเรียกชื่อไม่น่ารักแบบนั้นจนโวยวายแน่ ขนาดยัยแพนซี่แค่โดนล้อว่าหมาจู ยังแทบจะเขมือบหัวพวกเบลสกับทีโอดอร์เลย

 

            “ก็น่ารักดีนะคะ พี่เดรกอยากจะเรียกว่าอะไรก็ได้ค่ะ อะไรที่พี่เดรกตั้งให้ หนูก็โอเคหมดค่ะ — แล้วเมื่อไหร่จะเสิร์ฟอาหารเหรอคะ เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว”

 

            เด็กหน้าหวานพูดยักไหล่ยิ้มร่าอย่างไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด พลางทำท่าทำทางรอคอยของกินมากกว่าจะให้ความสนใจกับประโยคเมื่อครู่ที่เดรโกคิดว่าต้องได้ผล ดูเหมือนอาหารจะสำคัญมากกว่าหนุ่มหน้าคร้านโลกที่กำลังทึ้งตามองเหวออย่างเสียท่า

 

            เดรโกเสยผมรักษาอาการหน้าชาเปล่งจากยัยเด็กหน้าหวานอย่างกับปั้นด้วยน้ำตาลเป็นรอบที่สอง เพราะเด็กสาวไม่ได้สนใจถึงเรื่องชื่อหรือการโดนล้อจุดด้อยเลย  แต่ความจริงแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ก็แค่ไม่รู้จักการล้อเลียนก็เท่านั้นเอง

 

            ยัยเด็กนี่ แสบใช่เล่น

 

          “ครีเชส!” เดรโกตะโกนเรียกหนึ่งในเอลฟ์ประจำบ้าน เป็นการบอกถึงเวลาอาหารค่ำ ก่อนที่ทุกอย่างบนโต๊ะยาวอันว่างเปล่าจะผุดอาหารและขนมมากหน้าหลายตา และมันเยอะเกินไปมากสำหรับการทานเพียงสองคน

 

            เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้มีทีท่าตื่นตกใจแม้แต่เล็กน้อย อาจจะสงสัยถึงอาหารจานหลักที่มีส่วนผสมของผักมากเกินไป หรือไม่ก็อาหารจำพวกสัญชาติอื่นที่เธอไม่คุ้นเคย คราวที่อยู่โบซ์บาตงถึงอาหารของที่นั้นส่วนมากจะเป็นผัก ผลไม้หรือดอกไม้ และเนื้อจะเป็นเพียงส่วนผสมเพียงเล็กน้อย

 

            แต่เพราะยัยเด็กตัวแสบชอบทานเนื้อมากกว่าเป็นไหนๆ และเธอเกลียดผักสีเขียวเป็นที่สุด พอได้เห็นอาหารที่มีผักเยอะเกินสามส่วนสี่ ก็รู้สึกไม่กล้าทานขึ้นมาเพราะกลัวว่าจะผิดสำแดงกับท้องของเธอเอง

 

            เดรโกเริ่มลงมือจะทานเนื้อแกะย่างราดซอสซิลลี่เพ็พเพอะ กับบล็อกโคลี่ สีของซอสบนจานฉูดฉาดจนรู้สึกถึงความเผ็ดร้อนในปาก ส่วนไอ้ผักคล้ายต้นไม้จิ๋วท่าทางน่าขยะแขยง ก็พลอยทำให้เฮอร์ไมโอนี่แทบคลื่นไส้

 

            เธอเกลียดพริกและของเผ็ดเป็นที่สุด ไหนจะพวกผักทุกชนิด เธอมองคนที่(เริ่ม)ไม่ชอบหน้า ทานอาหารที่เกลียดมากที่สุดถึงสองอย่าง กลายเป็นภาพตรงหน้าคือส่วนประกอบความไม่ชอบรวมกันอยู่ที่เดียว (เดรโกที่ชอบทานของเผ็ดและผัก เธอจึงรู้สึกว่าเขาคือศูนย์รวมของสิ่งไม่ชอบ)

 

            หนุ่มผมบลอนด์ชะงักจากอาหารตรงหน้า ก่อนจะแหงนไปมองด้วยความพิลึก ยัยเด็กเฮอร์ไมโอนี่ยังไม่กล้าตักอะไรเข้าปากเลยสักอย่าง ไอ้สีหน้าเหมือนอาหารบนโต๊ะถูกวางยาพิษนั่นมันอะไร หรือว่าเกิดเรื่องมาก กินอาหารต่างประเทศไม่เป็นอีก

 

            “คิดถึงอาหารฝรั่งเศสหรือไง เรื่องมากจริงนะ” เขาเหน็บเธอเบาๆ จนเด็กสาวตรงหน้าเกือบหลุดทำเสียงจิในลำคอ ก่อนจะเม้มปากกระจับไปมาเพื่อปั้นหน้าอีกครั้งด้วยความใจเย็น ก็เข้าใจว่าพวกเป็นพวกปากเสีย

 

            ทำไมผู้ชายถึงได้ไร้มารยาทแบบนี้กันนะ คิดถึงวิกเตอร์ ครัมเลย เพราะอย่างน้อยพี่หน้าเข้มคนนั้นก็ยังมีความสุภาพบุรุษมากกว่าอีตาหน้าเซงโลกตรงหน้า

 

            “เปล่าค่ะ ปกติตอนอยู่โบซ์บาตง จะทานเนื้อส่วนมาก ปกติกินผักกับของเผ็ดไม่ได้ค่ะ”

 

            “โอ้ ถึงว่าตัวกะเปี๊ยกเพราะขาดสารอาหารจากผักนี่เอง” หนุ่มผมบลอนด์แค่นขำเย้ยใส่จนเฮอร์ไมโอนี่ตาแทบถลน แต่เด็กสาวเบื่อจะนั่งเถียงกับเขา แหม่ อยากจะสวนกลับจริงๆ ว่าเพราะกินแต่พริกหรือยังไง ถึงได้ปากร้ายปากเผ็ดถึงขนาดนี้

 

            ดวงตากลมโตกวาดสายตามองหาอาหารที่พอจะทานได้แทน  เฮอร์ไมโอนี่ต้องตาต้องใจกับของที่คิดว่าน่าจะทานได้อย่างแซลม่อนย่างกระเทียมและทาร์ตขนมปังเนยสดก่อนจะลงมือทานด้วยท่าทางเหมือนลูกคุณหนูที่สมกับการเรียนในสถานศึกษาอันเลื่องชื่อเรื่องมารยาท

 

 

            “เล่าเรื่องเธอให้ฟังหน่อยสิ เฮอร์ไมโมมี่ ชีวิตที่ฝรั่งเศสกับโบซ์บาตง ว่าแต่เป็นญาติฝ่ายไหนของแม่ หรือพ่อ ฉันไม่เคยเห็นได้ยินว่าตระกูลมัลฟอยมีเชื้อสายห่างๆด้วย?

 

            เดรโกงัดทีเด็ดที่รุนแรงพอจะเริ่มทำให้ใจของเด็กหญิงหน้าหวานสั่น เธอเงยหน้าละสายตาจากอาหาร ก่อนจะมองเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มรับอย่างถามมาก็ตอบได้ เพราะเธอคือคุณหนูสายเลือดมัลฟอยตัวจริงเสียงจริง ทั้งๆที่เธอคือเกรนเจอร์ ที่ไร้ชื่อต่างหาก!

 

            “เฮอร์ไมโอนี่ต่างหากค่ะ ถ้าเรียกยากนักก็เรียกเฮอร์มี่เถอะนะคะ หนูเป็นญาติฝ่ายตระกูลแบล็ค รายละเอียดอยากให้ถามกับป้านาร์ซิสซามากกว่า หนูเองก็จำความไม่ได้มากนักเพราะถูกย้ายไปตั้งแต่ยังเล็ก ตอนแรกก็แปลกใจเหมือนกันที่มีคนตระกูลมัลฟอยนอกเหนือจากหนู”

 

            แปลกใจที่ต้องมาเป็นมัลฟอยมากกว่า รู้สึกแย่จริงๆ เหมือนว่าคำโกหกมันกำลังทำให้ท้องปั่นป่วนไปหมด อย่างน้อยเธอก็เป็นเด็กดีพอที่จะไม่ชอบพูดเท็จ

 

            เฮอร์ไมโอนี่ตอบอย่างไม่มีความลังเล ภายใต้สายตาดุจเหยี่ยวของหนุ่มตรงหน้าที่พยายามเสาะหาความผิดปกติก็ต้องรู้สึกผิดหวัง เพราะเฮอร์ไมโอนี่ทำได้ดีในการเล่นละครตามบทที่นาร์ซิสซาวางเอาไว้ล่วงหน้า แต่คนอย่างเขาไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว และไม่ยอมปักใจเชื่อเด็ดขาด

 

            “เดรโกต้องสงสัยอยู่แล้วว่าหนูเป็นใคร ฉะนั้นฟังแล้วจำให้ขึ้นใจนะหนูเฮอร์มี่ หนูต้องบอกกับเขาว่าเป็นคนในตระกูลแบล็ค ส่วนเหตุผลหรือรายละเอียดให้ถามกับป้าเอง — บอกเขาว่าหนูเองก็ถูกย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่เด็ก ส่วนคนที่เลี้ยงดูคือมาดามปอมปัวร์น่าตามความเป็นจริงเลย”

 

          เฮอร์ไมโอนี่ทวนคำพูดของนาร์ซิสซาอย่างกับบทละคร หญิงวัยกลางได้บอกข้อมูลที่จำเป็นในการเอาตัวรอดไว้มากมายพอที่จะดิ้นหลุดจากการจับผิดของหนุ่มที่ชอบจะขยี้จุดอ่อนเป็นทุนเดิม เป็นเรื่องยากที่จะโกหกคนแบบเขา แต่ก็พอจะทำได้หากเธอแสดงมันได้ดีมากพอ

 

            “เธอไม่รู้จักฉันกับแม่มาก่อนงั้นสิ” เขายังไถ่ถามต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่พนันได้เลยว่าเขาอยากรู้จนตัวสั่น และพยายามหาช่องทางที่จะล้วงข้อมูลทุกครั้งที่มีโอกาส

 

            เสียงไฟเผากับถ่านติงผิงส่องแสงสีส้มอ่อนเลือนโดยช่วยให้ห้องสว่างเพียงพอประมาณ แต่ไม่มากพอจะเห็นหน้าอีกฝ่ายที่อยู่ไกลและค่อนข้างมืด ไม่อย่างนั้นเดรโกคงได้เห็นเฮอร์ไมโอนี่แอบปาดเม็ดเหงื่อจากความตื่นตระหนกไปแล้ว

 

            “ใช่ค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบสั้นๆ โอ๊ย เธอก็ไม่รู้จริงๆ และก็ไม่ได้อยากสวมรอยชื่อมัลฟอยเลยสักนิดเดียว ขอร้องละ ช่วยหยุดจับผิดเราสักที เพราะแม่ของคุณเองนั่นแหละที่พาฉันเข้ามาพัวพันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง!

 

            “อยู่โบซ์บาตง ใครเป็นคนดูแลเธอ ใช้ชีวิตยังไง ที่นั่นเป็นยังไง เลื่องชื่อเรื่องโรงเรียนหญิงล้วนในฝันไม่ใช่เหรอ — เธอล่ะ เป็นพวกนิสัยเจ้ายงเจ้าหญิงหรือเปล่า เพราะแบบนั้นฉันคงต้องเริ่มเป็นห่วง เพราะฮอกวอตส์กับผู้คนที่นี่ ไม่ได้มาคอยตามปูพรมแดงให้เธอเดินหรอกนะ — อีกอย่าง เรื่องวิชาการก็เป็นเลิศ ไม่ได้เอาแต่นั่งจิบน้ำชาไปวันๆ”

 

            นอกจากจะแซะถามถึงเรื่องส่วนตัวอย่างไร้มารยาท หนำซ้ำยังดูถูกเธออีก เอาล่ะ อีตานี่ไม่ได้ปากร้ายแค่เพราะรู้สึกสงสัยในตัวเรา แต่เป็นเพราะนิสัยแย่ๆของเขาเองเลยต่างหาก ฉันจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ เพราะมาดามมักซีมและป้านาร์ซิสซาอุตส่าห์ฝากฝังไว้ ฉันไม่ยอมให้ผู้ชายอย่างนายมาทำเสียเรื่องหรอก

 

            เพราะอยู่แต่ในกรงทอง จึงไม่เคยแสดงด้านอีกมุม แต่กับที่นี่ กับอีตาปากร้ายตรงหน้า เธอจะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวสายตาคาดหวังเหมือนอยู่โบซ์บาตง

 

            ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะคุณพี่ชาย เดรโก มัลฟอย หลังจากนี้ไป พี่จะเป็นคนที่เราจะใช้นิสัยอีกด้านด้วยเป็นคนแรก หลังจากที่ปิดบังตัวตนมาโดยตลอด!

 

             “มาดามปอมปัวร์น่า เอิง โปรเฟซเซอร์เป็นคนดูแลค่ะ เรื่องการใช้ชีวิตที่นั่นก็สมกับเป็นผู้มีมารยาทดีค่ะ — อย่างเช่น ทุกคนที่นั่นจะทำตัวสมกับเป็นผู้ดีด้วยการไม่ตัดสินคนอื่นเพียงเพราะภายนอกหรือสถานที่อยู่ และข้อสำคัญ คือไม่ประเมินผู้อื่นต่ำ เพียงเพราะคิดว่าตัวเองเหนือกว่า”

 

            เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงหวานเรียบ แต่คาดคั้นไปด้วยแรงจิกกัดผิดกับก่อนหน้าลิบลับ ทั้งแววตาและสีหน้าของเธอกำลังแสดงออกถึงไพ่ที่เหนือกว่า ราวกับเด็กสาวผู้อ่อนหวานก่อนหน้าคือฉากละครบังตาให้กับยัยหนูตัวร้าย คิดว่าเธอจะยอมให้เขาแขวะเธอฝ่ายเดียวงั้นสิ?

 

            เหมือนทั้งสองกำลังนั่งทำสงครามประสาทว่าใครจะสติแตกกันก่อน เดรโกหยุดทานอาหาร ก่อนจะจ้องเด็กหญิงคนแรกที่กล้าถือดีต่อล้อต่อเถียงกับเขา ในที่สุดก็ถอดหน้ากากยัยสาวหวานแล้วสินะ ที่แท้ก็หลอกทำเป็นเด็กน้อยอ่อนต่อโลกเพื่อตบตาให้แม่เอ็นดู

 

            ที่แท้ ยัยนี่ไม่ใช่เด็กโลกสวยไร้เดียงสาอย่างที่เขาคิดจริงๆ เฮอะ ยัยตัวแสบเอ๊ย

 

            “งั้นเรื่องเวทมนตร์ศาสตร์ง่ายๆ เธอคงจะตอบได้เหมือนปอกกล้วยเข้าปากสินะ — ไหนลองแสดงความเฉลียวฉลาดของคุณหนูผู้ดีจากสถานศึกษาคุณภาพด้อยจากโบซ์บาตงให้ฟังหน่อยสิ — อักษรรูนกอทิน ใช้ภาษาอะไรเขียน”

 

            หนุ่มผมบลอนด์ละอาหารตรงหน้า เขาฉีกยิ้มเย้ยใส่เธอราวกับกำลังดูถูกความสามารถยัยเด็กจอมอวดดีโดยการถามคำถามความรู้ของระดับชั้นปีหก แต่เด็กหญิงกลับอยู่เพียงปีสี่ เป็นการเอาเปรียบเพื่อให้เด็กสาวผมฟูที่โอ้อวดตัวเองเสียหน้าก็เท่านั้น และเธอไม่มีทางโกหกเขาได้ นักเรียนดีเด่นหกปีซ้อนของฮอกวอตส์ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ

 

             เดรโกกำลังลองเชิงภูมิความรู้(อย่างเอาเปรียบ)เฮอร์ไมโอนี่ โดยที่เขาไม่รู้อะไรเอาซะเลย ว่าแม่มดชั้นทูรน์ซอลของเธอ ก็ไม่ได้เอาไว้เรียกประดับเล่นๆเหมือนกัน

 

            “เยอรมันตะวันออก” เธอกล่าวยิ้มตอบเหมือนมันเป็นคำถามหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับเท่าไหร่ เดรโกชักสีหน้าแปลกใจทันทีที่เธอตอบได้ด้วยความว่องไว จากตอนแรกที่อยากจะหักหน้า กลายเป็นอยากจะลองทดสอบเธอจริงๆด้วยความสนใจว่าเด็กอายุสิบสี่จากโบซ์บาตงคนนี้ จะฉลาดสักแค่ไหนกัน

 

            “ฟูทาร์ก แองโกล-แซกซอน ใช้ภาษาอะไรเขียนเพิ่ม”

 

            “แองโกล่า ต้นตำรับเป็นภาษาอังกฤษเก่า ฟูทาร์กยุคใหม่ จะเป็นอักษรแบบนอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก จนสุดท้ายก็ถูกแทนที่ด้วยภาษาละติน”

 

            เธอไม่ได้ตอบเฉพาะแค่คำถามของเขา แต่ยังสามารถอธิบายบทเรียนอักษรรูนโบราณที่จะเปิดสอนในปีหกของฮอกวอตส์ และฟูทาร์กคือบทเรียนภาษารูนที่ต้องแปรอักษรอ่านเท่านั้น ขนาดเดรโกยังเลือดขึ้นหน้าตอนที่นั่งแปลมันอ่านแทบเป็นแทบตาย แต่นี่อะไร ยัยเด็กหัวฟูอายุสิบสี่กลับสาธยายในความรู้ที่ตอนเขาอายุเท่าเธอก็ไม่สามารถจะรู้ได้เนี่ยนะ

 

            “ไม่เลว” เดรโกพูดเบาๆ ไม่เชิงชมแต่ก็ไม่ปฏิเสธถึงความสามารถที่เด็กสาวหน้าหวานพึ่งจะแสดงออกอย่างมั่นใจ ความทระนงตัวของเขาตอนแรก ค่อยๆลดถอยลงมาเพราะรู้สึกประทับใจไม่น้อยกับความสามารถความรู้ที่ไมได้พูดลอยๆของเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย ยัยญาติห่างๆจากตระกูลของเขา

 

            อย่างน้อยแม่นี่ก็ฉลาดสมกับคนมีสายเลือดเดียวกับเขา (ถ้าสมมุติว่าเธอเป็นคนร่วมสายเลือดของเขาจริงๆ)

 

            “ขอบคุณค่ะ พี่เดรกเองก็คงเก่งเรื่องอักษรรูนสินะคะ งั้นพี่ช่วยบอกประโยคของ ความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัย และ การให้และรับ ในภาษารูนได้ไหมคะ หนูไม่สามารถแปลมันออกมาได้ พอดีมันยากเกินความสามารถหนู   นะคะ พี่ชาย

 

            เสียงหวานอ้อนแอ้นเหมือนกำลังอ้อนให้คนเป็นพี่ช่วยเหลือการบ้านอะไรทำนองนั้น แต่เปล่าเลย ยัยตัวแสบก็แค่ต้องการจะลองเชิงความรู้ของเขาเช่นกัน ประโยคโบราณแบบนั้นไม่มีใครแปลได้ง่ายๆหรอก ไหนขอดูคุณชายของตระกูลผู้สูงส่ง ที่ชอบอวดอ้างตัวเองเหนือกว่าคนอื่นไปทั่วหน่อยเถอะค่ะ

 

            sōwilō gebō เสียงทุ้มพูดนุ่มจนรู้สึกว่ามันอ่อนโยนเมื่อเดรโกพูดภาษารูนได้อย่างน่าหลงใหลจนเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เพราะทั้งน้ำเสียงที่นุ่มนวล ผิดจากที่เขาทำตัวก่อนหน้ามันทำให้ดูโรแมนติกจนเกินความจำเป็น หนุ่มผิวซีดยืนลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร หลังจากที่เขาไม่ต้องการจะทานต่อ ก่อนจะเดินไปหาเด็กสาวผมน้ำตาลที่นั่งอึ้งด้านตรงข้ามอยู่

 

            เดรโกยืนคร่อมเก้าอี้ที่สาวตัวเล็กนั่งอยู่จนร่างสูงของเขาแทบจะบังร่างตัวเล็กของเฮอร์ไมโอนี่มิด ใบหน้าที่เด็กสาวพึ่งจะสังเกตเห็นชัดๆเป็นครั้งแรก อยู่ๆก็ทำให้ใจของเธอสั่นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเธอพึ่งจะเห็นหน้าของเดรโก และพบว่าใบหน้าของเขาช่างชวนฝันหวานราวกับพระจันทร์ยามค่ำคืน

 

            นัยน์คู่เศร้าของเขา กับริมฝีปากบางซีด ผิวคล้ายไร้เลือด และเรือนผมบลอนด์ที่ถูกแสงจากไฟเตาพิงส่องจนมันเป็นประกายเงาในความมืด ทุกอย่างหลอมรวมจนเหมือนว่าเขาลูกคุณชายในอุดมคติชัดๆ ... แต่ความอ้างว้างประหลาดจากแววตามันคืออะไรกัน

 

            ดวงตาสีหวานเงยหน้ามองร่างของเขาที่กำลังยืนมองเธอด้วยสีหน้าพิลึก ก่อนที่มัลฟอยจะเอนตัวโน้นลงมาใกล้ๆกับหูที่ถูกผมหนาหยิกฟูบังเอาไว้ กลิ่นหอมโคโลญจน์ที่คล้ายกับกลิ่นของกรีนลีฟ แอปเปิลลอยแตะจมูกจิ้มริ้มทรงน้อยของเฮอร์ไมโอนี่จนเธอรู้สึกราวกับถูกเถาวัลย์ตึงลำตัวเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้

 

            “โสเวโล เกโบ คำอังกฤษที่แปลจากภาษารูนเมื่อครู่ สัญลักษณ์คือของขวัญและพระอาทิตย์” เขาพูดเสียงเรียบ เฮอร์ไมโอนี่ถึงกับกลั้นหายใจและเบือนหน้าหนี ทั้งความเขินอายจากการกระทำประหลาดของเขา ไหนจะความตะลึงที่คนปากร้ายแบบเขา จะสามารถทั้งแปลและอ่านภาษารูนได้อย่างไร้ที่ติ เขากำลังสอนเชิงอย่างบอกว่า เขาฉลาดและหัวดีเหนือกว่าเธอ

 

            อยู่ๆคนเป็นพี่ชายก็ทำตัวแปลกพิลึกอย่างเดาทางไม่ได้ ทางกลับกัน เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนที่รู้ว่าเขาไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ เท่ากับว่าทั้งความรู้สึกและความหวั่นไหวในหญิงสาวของเธอกำลังสั่นคลอ ส่วนเขาไม่ได้คิดอะไรเพราะยังไงเธอก็มีสายเลือดของเขาผสมอยู่

 

            นี่ฉันที่ถูกเลี้ยงมาราวกับไข่มุกในเปลือกหอยใต้สมุทร กลับกำลังถูกผู้ชายราวกับหมาป่ากำลังใคร่ตะล่อมลองเชิงอยู่งั้นเหรอ

 

            ไม่ทันที่จะได้แสวงหาคำตอบ เหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเดรโกดีดหน้าผากของเฮอร์ไมโอนี่จนหัวของเธอโยกเล็กน้อย เด็กสาวหลุดจากภวังค์ ก่อนจะร้องลั่นเพราะความเจ็บที่แล่นอยู่บนหน้าผากน้อยๆของเธอ มือบางกอบกุมหัวและมองพี่ชาย(จำเป็น)ที่กลับไปยืนทำท่าหยิ่งยโสตามเดิมอย่างโกรธเคือง

 

            “หลงตัวเองไปหน่อยที่คิดว่าจะฉลาดเหนือกว่าฉัน คิดจะสอนเชิงกับฉันยังเร็วไปร้อยปี ยัยตัวกะเปี๊ยก ขอตัวก่อน เพราะพรุ่งนี้กว่าจะรู้ตัว เธอคงโดนไล่ออกจากคฤหาสน์เพราะฉันจะไม่มีทางยอมให้ยัยตัวแสบร้ายลึกแบบเธอมาคอยสร้างปัญหาให้หรอก”

 

            สาบานได้ว่าไม่มีใครจะร้ายกาจไปมากกว่าเขาอีกแล้ว เดรโกเดินทิ้งให้เฮอร์ไมโอนี่นั่งกุมหัวด้วยความเจ็บใจที่เหมือนว่าทั้งหมดที่เธอทำไปนั้น พ่ายแพ้ให้กับอีตาปากเสียจนหมดท่า ให้ตายสิ เพราะยังไงเขาก็ถือเป็นพี่ชายของเธอ จึงได้แต่ยอมให้ร่างสูงของเขาเดินหายออกไปจากห้องพร้อมกับชัยชนะที่สามารถเอาคืนเธอทุกอย่างจนเฮอร์ไมโอนี่หมดท่า ที่ถูกคนอย่างเขามาสอนใส่แบบนี้!

 

***

 

            “พี่ชายบ้าอะไร คอยดูเถอะ ฉันจะเป็นน้องสาวจอมกวนประสาทจนคนนิสัยเสียแบบนายไม่มีวันลืมเลย คอยดูเถอะ ไอ้พี่ชายปากเสีย!

 

            เฮอร์ไมโอนี่นั่งโวยวายอยู่กับตัวเองบนโซฟาตัวใหญ่ กลางห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ หลังจากทานอาหารและสงครามประสาทเสร็จ ยังไงเธอก็เป็นถึงคนที่ใครๆก็ต่างพากันเอ็นดูและตามใจ เธอไม่เคยแพ้ และไม่เคยยอมใครเด็ดขาด พอถูกผู้ชายที่อุตส่าห์คิดเอาไว้ว่าจะมาเป็นพี่ชายแสนดีมาหักมุมเป็นพี่ชายปากเสียไปซะได้

 

            ไม่ยอมหรอก! เธอจะต้องแก้แค้นเขา ทั้งเรื่องวันนี้ และเรื่องดีดหน้าผาก เฮอร์ไมโอนี่ที่ว่าจะทำตัวเงียบๆ ไม่ทำตัวให้โดดเด่นจนเตะตาใคร จะอยู่ทำตัวนิสัยดีๆว่าง่าย แต่ดูเหมือนว่าจะต้องใช้มารยาความน่ารักทั้งหมดให้ทุกคนเอ็นดูเธอ และจากนั้น เขาจะต้องทรมานสุดแสนสาหัสเพราะ เดรโก มัลฟอย จะเป็นคนเดียวที่รู้ถึงความร้ายกาจยัยเด็กแสบแบบเธอ!

 

            “คุณหนูคะ จะเข้านอนเลยหรือไม่ ครีต้าจะพาคุณหนูไปยังห้องนอนที่นายหญิงท่านได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เจ้าค่ะ” จู่ๆเอลฟ์เพศหญิงก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆเฮอร์ไมโอนี่ ใบหูหนาแหลม ดวงตากลมโตและสวมปลอกหมอนสีขาวสะอาดผิดแปลกจากเอลฟ์บ้านอื่น เพราะมันดูสะอาดสะอ้านและคล้ายว่าได้รับการดูแลดีจากตระกูลบ้านนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผู้คนปกติจะพึงกระทำต่อเอลฟ์หรอกนะ

 

            “ครีต้า อีตาเดรโก มัลฟอยเขาหยาบคายแบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่า” เฮอร์ไมโอนี่นั่งโมโหแก้มป่อง เธอบ่นให้เอลฟ์ที่นาร์ซิสซามอบให้เป็นคนรับใช้ส่วนตัวฟังด้วยความหงุดหงิดใจ เด็กสาวที่ไม่เคยแพ้ภูมิความรู้ให้แก่ใคร ต้องมาโดนพี่ชายตัวร้ายอย่างเขาแสดงภูมิความรู้ที่มากกว่าเธอใส่ ไม่ยุติธรรมเลย! ดูไม่น่าจะหัวดีแท้ๆ ต้องแก้แค้นให้ได้ เราไม่ยอมให้คนนิสัยเสียอย่างนายมาสอนเชิงให้หรอกนะ

 

            “โธ่ คุณหนูเจ้าคะ อย่าเรียกนายน้อยว่าอีตาแบบนั้นสิเจ้าคะ นายน้อยเป็นพี่ชายของคุณหนู” เสียงแหลมของเอลฟ์นามครีต้าเอ่ยปลอบเด็กสาวที่นั่งกอดอกไม่พอใจอยู่ยกใหญ่

 

            “ครีต้าก็เห็นใช่ไหมคะ ว่าเขาทำตัวหยาบคายกับหนู เขาเกลียดหนู ครีต้า!” เธอยืนตัวนอนกลิ้งไปมาบนโซฟาอย่างหงุดหงิดใจ เธอจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับคนอย่างเขาได้ยังไงกันเนี่ย

 

            ถึงแม้ว่าเอลฟ์จะไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็น แต่พวกมันจะคอยล่องหนมองเจ้านายของมันอยู่เสมอเพื่อรอเวลารับใช้ เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกหมั่นไส้พี่ชายของเธอเหลือเกิน ทำไมถึงต้องทำแบบนั้นกับเธอด้วย  

 

            “อย่าถือสานายน้อยเดรโกเลยเจ้าค่ะ นายน้อยอาจจะยังไม่ชิน เพราะนายน้อยไม่เคยยุ่งสุงสิงกับใคร ปกติเขามักจะใช้เวลาอยู่คนเดียว มีเพื่อนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น หากคุณหนูค่อยๆเรียนรู้กันไป ครีต้าเชื่อว่านายน้อยจะต้องรักน้องสาวแบบคุณหนูเฮอร์ไมโอนี่อย่างแน่นอน”

 

            มันยืนพูดคล้ายพร่ำเพ้อถึงสิ่งที่ไม่มีวันเป็นไปได้หรอก เพราะสักวันเขาจะต้องรู้ว่าเธอไม่ใช่น้องสาวที่แท้จริง และเดรโกก็ไม่ใช่พี่ชายที่แท้จริงของเฮอร์ไมโอนี่ เมื่อถึงวันที่ความจริงต้องถูกเปิดเผย ทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงละครบทหนึ่งเท่านั้น

 

            “พาหนูไปนอนเถอะ ครีต้า เบื่อจะต้องคิดถึงเรื่องในวันนี้แล้ว หนูเหนื่อย” เสียงหน่ายของเด็กหญิงทำให้ครีต้ารีบลุกลี้ลุกลนพาคุณหนูคนใหม่ไปยังห้องนอนด้วยความเร่งรีบ จนในที่สุดก็พาสาวตัวน้อยอาบน้ำและเข้านอนจนร่างเล็กพล่อยหลับไป

 

            ความจริงเอลฟ์ตัวน้อยตื้นตันหัวใจอย่างมากที่ถูกเด็กหญิงตัวเล็กๆพูดจากับมันราวกับเธอและเอลฟ์ทัดเท่าเทียมกัน ทั้งการพูดจาและการทำตัวกับเอลฟ์ประจำบ้าน เฮอร์ไมโอนี่ก็กลายเป็นที่รักใคร่ของพวกเอลฟ์ในทันทีตั้งแต่วันแรกที่เจอ ราวกับเธอประดุจเป็นนางฟ้าตัวน้อยของพวกมัน

 

          ในคฤหาสน์หลังนี้ คงมีแต่เดรโก มัลฟอยที่ไม่ชอบเธอน่ะนะ  

           

__________________________________________________________________________________________


     นี่ไงหนูเฮอร์ ไปหักหน้าคนนิสัยอย่างพี่เดร โดนเอาคืนจนเสียท่าเลย แต่ยัยน้องไม่ยอมจบง่ายๆแน่ พี่เดรกตอนต่อไปแกโดนยัยน้องเอาคืนจนปวดหัวแน่ พี่ไล่ยัยน้องไปไหนไม่ได้หรอก เพราะคุณแม่โดนยัยน้องตกไปเรียบร้อย ขนาดเอลฟ์ยังพากันเอ็นดูน้องเลย > < 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #11 zomweeri (@zomweeri) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 09:12
    ขอให้คุณพ่อโดนยัยน้อวตกอีกคนนะคะ นายอยู่ยากแน่ๆเดรโก
    #11
    0
  2. #10 poysaiss (@poysaiss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 02:35
    สงครามมื้ออาหารแห่งความปสด.5555554
    #10
    0
  3. #9 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 19:24

    นี่คือเฮอร์ไมโอนี่ร่างจริง เผื่อพี่เดรกยังไม่รู้ 555+

    #9
    0
  4. #8 ☇ PROUD ♥ (@proudzaza-lovely) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 17:45
    ตาต่อตา ฟันต่อฟันค่ะ พี่เดรก!
    #8
    0
  5. #7 oohmualaew (@oohsarunporn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 13:56
    อย่าไปยอมอิพี่มันลูก สู้เขา
    #7
    0