Draco + Hermione + oc l Sunflower Sister.

ตอนที่ 4 : Flower IV l Duty brother.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    25 ธ.ค. 62

TB



Flower IV l Duty brother.


***


            ท่ามกลางความอึดอัดใจของสมาชิกตระกูลมัลฟอยทั้งสาม ภายในห้องทำงานของลูเซียส ที่ผู้เป็นลูกชายและภรรยากำลังต่อรองกันถึงเรื่องเด็กสาวผู้ออกนามว่าตนเป็นเชื้อสายมัลฟอยอีกคน

 

            ทันทีที่นายและนางมัลฟอยกลับถึงคฤหาสน์ช่วงเช้ามืดตามที่เขียนบอกในจดหมาย เดรโกตื่นก่อนเวลาปกติ เพื่อมานั่งรอเถียงค้านหัวชนฝาถึงเรื่องของยัยเด็กที่ชื่อเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย แต่ดูเหมือนนาร์ซิสซาจะไม่ตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอเหมือนอย่างเคย เธอยื่นคำขาดถึงสถานะที่ถูกต้อง และเดรโกจะต้องยอมรับในข้อนั้น

 

            “เขาจะเป็นน้องสาวลูก เดรโก — เรารับเธอมาจากฝรั่งเศส เพื่อให้เฮอร์ไมโอนี่ได้กลับมายังที่ๆคนของตระกูลมัลฟอยสมควรจะอยู่”

 

            หญิงร่างสูงทวงท่าสง่างาม พยายามจะเกลี้ยกล่อมลูกชายอันเป็นที่รักอย่างสันติวิธีที่สุด เธอเข้าใจหัวอกเขา ว่ามันกะทันหันมาก ที่จะมีน้องสาวจากไหนไม่รู้มาอยู่ร่วมอาศัยด้วย แต่เขาต้องยอมรับเธอ และหวังว่าเวลาจะช่วยสมานความเข้าใจแก่เด็กหนุ่มหัวรั้นคนนี้ได้ในเร็ววัน

 

            “น้องสาว? นี่มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับแม่ ทั้งสีตา สีผม เค้าโครงใบหน้าทุกอย่าง ไม่ได้บ่งบอกว่าหล่อนมีสายเลือดเราเลยสักนิด! แม่กำลังโกหกผม ผมจะถามอีกครั้งว่า เธอ-เป็น-ใคร?

 

            เดรโกกึ่งพูดกึ่งตวาดด้วยความโกรธ เขาไม่พอใจเหลือเกินที่แม่ของเขากำลังทำตัวออกหน้ารับเรื่องแทนยัยเด็กนั่นทุกอย่าง ทั้งๆที่ความจริงก็ชัดเจนอยู่ภายหน้าแท้ๆ ความจริงที่ว่าเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย ไม่มีความเป็นคนในตระกูลเลยสักนิดเดียว แม่ไม่ใช่คนไร้เหตุผล ทุกครั้งท่านจะต้องมีฐานมูลมารองรับเสมอ

 

            “อย่าเรียกน้องว่าหล่อน เดรโก! แม่จะไม่ใจดีกับลูกแล้วนะ แม่ขอยื่นคำขาด — ยอมรับความจริงซะ เดรก ยังไงเฮอร์ไมโอนี่ก็คือน้องสาวในสายเลือดของลูก นั่นคือความจริงที่ลูกจะหาข้ออ้างเพื่อผลักไสน้องออกไป เพียงเพราะรังเกียจผู้คนหรอกนะ!

 

            นาร์ซิสซาเริ่มหมดความอดทน เธอเข้าใจลูกและรู้สึกผิด แต่ยังไงซะ ความปลอดภัยที่น่ากลัวบางอย่าง กำลังไล่ตามเด็กสาวตัวเล็กคนนั้นอยู่ เธอจะไม่ยอมให้ลูกชายมาขัดขวางเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาจะได้ตัวเธอไป แล้วเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้น และอีกหนึ่งประการที่เธอหวัง เธออยากให้เดรโก ลูกชายที่เอาแต่เดินตามรอยลูเซียสในเงามืด ได้ออกมาใช้ชีวิตภายนอกเหมือนกับเด็กผู้ชายที่ควรจะได้รับความสุขตามวัยเสียบ้าง

 

            เธอหวังลึกๆว่าเฮอร์ไมโอนี่ จะสามารถช่วยดึงลูกชายของเธอให้ออกจากเงาที่อ้างว้างในจิตใจของเดรโกได้

 

          แม้ความเป็นไปได้มันจะริบหรี่ แต่ยังไงซะ นั่นก็คือ “ความหวัง”

 

            “แม่ก็อ้างไปเรื่อย! ญาติจากตระกูลแบล็คของป้าแอนโดรเมดาที่ถูกตระกูลตัดขาดสายเลือด! แล้วทำไมถึงไม่ให้ยัยนั่นใช้นามสกุลแบล็คเหมือนป้าจอมทรยศต่อสายเลือดของแม่แทนล่ะ!?

 

            “เดรโก!

 

            ลูเซียสที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ทักคำรามห้ามปรามลูกชายของตน ที่กำลังพูดจาทำร้ายจิตใจภรรยาโดยไม่ทันยั้งคิด จนหนุ่มผมบลอนด์เหมือนจะรู้ตัวว่าได้พูดจาแทงใจดำแม่ของเขาไปเสียแล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจจะรื้อฟื้นเบื้องหลังโศกนาฏกรรมพี่สาวคนโตของตระกูลแบล็ค

 

            ป้าแอนโดรเมดาทรยศต่อสายเลือดและความหวังดีของแม่ เพื่อหนีไปใช้ชีวิตกับชายเลือดมักเกิ้ลโสโครก แม่ของเขาต้องยอมตัดสายใยพี่น้องด้วยความเสียใจตามคำสั่งของคนในตระกูล ทั้งๆที่เธอรักผู้เป็นพี่มากที่สุด

 

            “ขอโทษครับแม่... ผมไม่ได้ตั้งใจ”

 

            เขากล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงที่เจื่อนลง ก่อนจะทิ้งตัวเองนั่งลงบนโซฟาอย่างยอมแพ้ นาร์ซิสซาส่ายหัวเป็นการไม่ถือโทษโกรธลูก เธอเดินไปนั่งข้างลูกชาย ก่อนจะกอดกระชับให้ศีรษะของเดรโกเข้ามาใกล้ๆ และลูบหัวเอนพิงด้วยความอ่อนโยน

               

            “แม่เข้าใจว่าลูกรู้สึกอย่างไร — แต่เราต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่ถูกใจบ้าง ไม่มีอะไรจะตามใจเหมือนดั่งที่เราหวังได้ตลอดหรอก บางทีสิ่งที่เราไม่เข้าใจหรือหวาดกลัว สักวันอาจจะช่วยให้ลูกได้เห็นอะไรที่แปลกออกไปบ้างก็ได้”

 

            เธอปลอบประโลมลูกชายอย่างหวังว่าเขาจะใจเย็นลง เดรโกยอมแพ้ เขาไม่มีทางเอาชนะผู้เป็นแม่เพียงเพราะเอาแต่ใจที่ไม่ชอบขี้หน้าเด็กผู้หญิง ลูเซียสถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ในที่สุดแม่ลูกก็สามารถคุยตกลงกันได้เสียที ความจริงไม่ใช่แค่ลูกชายของเขาที่สงสัย แม้แต่ลูเซียสเองก็ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงซะด้วยซ้ำ แต่สามีที่ไหนจะกล้าต่อล้อต่อเถียงภรรยากันล่ะ


           “เข้าใจแล้วครับ ผมจะพยายามแล้วกัน” เดรโกไม่อยากจะต้องขัดใจคนเป็นแม่อีก หลังจากที่ปากพาซวยเผลอพูดถึงเรื่องที่แม่ฝังใจ ใช่ เขารับปากว่าจะพยายามยอมรับในตัวน้องสาวคนใหม่ แต่เป็นไปไม่ได้หรอกสำหรับคนอย่างเขา ไม่มีวัน และเขาเองก็ยังคงไม่เชื่อ ว่าเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอยจะเป็นคนในเครือตระกูลจริงๆ

 

            เขาจะต้องทำให้ทุกคนตายใจว่าเขายอมรับ และแอบสืบหาความจริงเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเอง

 

***

 

            เด็กสาวตัวเล็กเดินสำรวจห้องนอนใหม่ของตน หลังจากที่เมื่อคืนยังไม่ทันจะได้เดินให้ดูให้ทั่ว เพราะความง่วงเข้าครอบงำเสียก่อน โทนสีของทั้งห้องเป็นเขียวเข้มตัดสีทอง เหมือนๆกับสีด้านนอกทั้งห้องโถง ห้องนั่งเล่น ชวนให้บรรยากาศถึงความอึกครึม มืดสลัว และสงบ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่เฮอร์ไมโอนี่ไม่โปรดปรานเท่าไหร่นัก เธอชอบที่สว่างโปร่ง มีสีสัน และอบอุ่น

 

            ถึงแม้แบบนั้นแต่ของใช้ภายในนอกก็ถูกใจไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องประดับเล็กๆกระจุกกระจิกน่ารักที่นาร์ซิสซาให้เป็นของขวัญ เปียโนสีขาวนวลและมุมนั่งอ่านหนังสือกับโต๊ะทำงาน เธอตื่นเต้นสุดๆที่มีเปียโนส่วนตัวเป็นของตัวเอง เพราะที่โบซ์บาตง เธอจะได้เล่นมันเฉพาะในคาบวิชาการดนตรีเท่านั้น

 

            ครีต้าเอลฟ์ประจำตัวของเธอ เป็นคนเก็บสัมภาระ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนเด็กหญิงจะพบว่าในตู้เสื้อผ้าอันมหึมาแอบมีเสื้อผ้าที่ไม่ใช่ของเธอผสมอยู่ด้วย คิดว่าคงเป็นเสื้อผ้าที่นาร์ซิสซาเตรียมเอาไว้ให้ เพราะคนที่นี่แต่งตัวไม่เหมือนกับคนฝรั่งเศสแบบเดียวกับที่เธอมา แต่ละชุดล้วนเรียบหรูและสุภาพ สไตล์เดียวกับลูกคุณหนูสมกับเป็นตระกูลร่ำรวยนั่นแหละ

 

            เฮอร์ไมโอนี่จัดแจงอาบน้ำแต่งตัว และใส่ชุดตัวใหม่ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาว และทับด้วยผ้าคลุมสีดำเนี๊ยบ คู่ประโปรงจีบเล็กสีเดียวกันยาวถึงหัวเข่า ด้านรองเท้าสวมถุงน่องดำยาวพอดีกับเข่า และคัทชูเงามีโบอันเล็กๆผูกเอาไว้

 

            ส่วนของผม ครีต้า เอลฟ์ตัวน้อยได้ใช้น้ำยาช่วยเซตตัวผมอันหยิกฟูของเด็กสาวให้กลายเป็นลอนถี่อันน้อยน่ารักแทน จากนั้นก็รวบตึงเป็นหางม้าด้วยโบสีเขียวเข้มอีกที โชคเกอร์ที่มีจี้เป็นรูปงูคดและมรกต ต่างหูเม็ดน้อยสีเขียวอ่อนประกาย และสิ่งสุดท้ายที่ลืมไม่ได้คือแหวนประจำตระกูลที่เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้อย่าง ลูเซียส มัลฟอย เป็นคนมอบมันให้โดยส่งผ่านทางนาร์ซิสซา

 

            ทุกอย่างเพอร์เฟ็ค เฮอร์ไมโอนี่มองตัวเองในกระจกด้วยความแปลกใจถึงลุคใหม่ของเธอ คิดไปคิดมาก็รู้สึกตัวเองชักจะคล้ายว่าเป็นลูกคุณหนูของมัลฟอยจริงๆซะแล้ว เธอไม่เคยสวมชุดไร้สีสันแบบนี้มาก่อนในชีวิต และเป็นครั้งแรกที่พบว่าสีดำมันเข้ากันกับเธออย่างน่าประหลาด เด็กสาวเดินกลับไปนั่งบนเตียงก่อนจะลูบคลำแหวนอันสำคัญที่ถูกป้านาร์ซิสซากำชับว่าต้องใส่ตลอดเวลา

 

            “ครีต้า ทำไมแหวนประจำตระกูลถึงสำคัญขนาดนั้นด้วย พี่เดรโกก็มีเหมือนกันรึเปล่า” เธอชักสีหน้าสงสัย ก่อนจะหันไปถามเอลฟ์ตัวน้อยที่นั่งกินคุกกี้ช็อกชิพอยู่ ซึ่งความจริงมันเป็นขนมว่างของเฮอร์ไมโอนี่ แต่เธอมอบให้แก่เอลฟ์ตัวน้อยเป็นของขวัญที่ช่วยแต่งตัว

 

            “สำคัญสิเจ้าคะ นายน้อยเองก็มี มันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงเชื้อสายตระกูลเก่าแก่ คล้ายๆว่าเป็นของที่เอาไว้บอกถึงความสูงส่งตนเองต่อสายตาพ่อมดแม่มดทั่วไป สายเลือดบริสุทธิ์ถือเป็นสายเลือดอันน่ายกย่องสำหรับคนตระกูลมัลฟอยเจ้าค่ะ”

 

            “เลือดบริสุทธิ์? ความสูงส่ง? อ้อ เป็นเครื่องบอกถึงความต่างชนชั้นเหมือนกับดอกไม้ที่ปักกลางอกระดับชั้นแม่มดของเราเลยสินะ”

 

            เธอถอนหายใจเล็กน้อย ถึงแม้เฮอร์ไมโอนี่จะได้รับสิทธิพิเศษและระดับชั้นต่างจากคนอื่น ก็ใช่ว่าเธอจะชื่นชอบการแบ่งชั้นชนอย่างไม่เท่าเทียม แต่เฮอร์ไมโอนี่เองก็คิดว่าทูรน์ซอลคือระดับที่เธอสมควรได้รับจากการร่ำเรียนอันเหน็บเหนื่อยมากกว่าคนอื่นๆเป็นร้อยเท่า

 

            ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอต้องเสียสละเวลาวัยเด็กไปมากแค่ไหน เพียงเพื่อทบทวนและหาความรู้ใส่ตัวตั้งแต่จำความได้

 

            แต่ไอ้สายเลือดเนี่ย มันจะไปนับว่าวิเศษวิโสกว่าคนอื่นได้อย่างนั้นเหรอ? ก็เคยได้ยินอยู่หรอก ว่ายี่สิบแปดสกุลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพวกสายเลือดบริสุทธิ์อันเก่าแก่ แต่ก็ไม่เคยคิดเหมือนกัน ว่าตัวเองจะดันต้องมาอยู่ในตระกูลหนึ่งในนั้นอย่างมัลฟอย

 

            “ลงไปทานอาหารเช้ากันเถอะเจ้าค่ะ คุณหนู เดี๋ยวนายท่านทั้งสามจะรอนานเอา”

 

            เอลฟ์ตัวน้อยบอกเตือนเวลาให้เธอรู้ เด็กหญิงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกจากห้องและเดินไปตามทางของคฤหาสน์ ตากลมโตช่างสังเกตมองรายละเอียดของประดับระหว่างทางไปเรื่อย ถึงการตกแต่งที่องอาจสมกับความฟุ่มเฟือยและรสนิยมที่พวกคนชั้นสูงมักจะฝักใฝ่ ตาเธอก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตะลึงอะไรนักหรอก ถ้าเทียบกับโบซ์บาตง คฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่ได้ดูแตกต่างเท่าไหร่

 

***

 

            “อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณป้านาร์ซิสซา คุณลุงลูเซียส แล้วก็.. พี่เดรก” เด็กหญิงตัวเล็กกล่าวทักทายทุกคนยามเช้าที่กำลังนั่งรอรับประทานอาหารบนโต๊ะห้องโถงที่เดิมกับเมื่อวาน โดยไม่ลืมจะยิ้มหวานๆกับเรียกชื่อของพี่ชายเน้นๆด้วยความกวนโมโห แน่ล่ะ เธอต้องการปั่นประสาทเขา ยิ่งเขาหงุดหงิดใจแค่ไหน ก็ยิ่งสะใจเฮอร์ไมโอนี่มากยิ่งขึ้น

 

             แล้วจะต้องเดาด้วยหรือ? เดรโกนั่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ยัยเด็กตัวแสบกล้าพูดชื่อเฉพาะของเขา อยากจะต่อว่าจนถึงขั้นกัดริมฝีปากข่มอารมณ์สุดๆ เขาไม่อยากจะต้องทำกิริยาแย่ๆต่อหน้าแม่ที่กำลังหลงรักยัยเด็กหน้าหวานนั่น อีกอย่าง แผนของเขาคือตบตาให้ทุกคนคิดว่าเขายอมรับในตัวของเธอ และใช้จังหวะนั้นค่อยๆสืบความจริงอย่างไม่ให้ใครเอะใจ

 

            “ตื่นสายจังเลยนะครับ เฮอร์ไมโมนี่” ริมฝีปากซีดของหนุ่มผมบลอนด์ พยายามอย่างที่สุดที่จะฉีกยิ้มอย่างเท่าที่เขาจะสามารถทำได้ และยังไม่วายจะทำเป็นเรียกชื่อของเธอผิดอีกตามเคย

 

            โอ้ ดูนั่นสิ รอยยิ้มอันอ่อนหวานที่เจตนาแท้จริงคือความเย้ยหยันที่เธอสามารถเอาชนะฉันได้ต่อหน้าแม่งั้นสิ แค่เพราะอยากเสแสร้งทำเป็นยอมรับเธอก็เท่านั้นแหละ ยัยเด็กบ้าเอ๊ย 

 

            เฮอร์ไมโอนี่อยากจะสวนคำเจ็บแสบใส่หนุ่มปากมากเสียจริง แต่ต่อหน้าคุณป้านาร์ซิสซาและคุณลุงลูเซียส เธอจะทำตัวร้ายกาจให้พวกท่านเห็นไม่ได้ เด็กหญิงได้แต่อมยิ้มจืดยอมให้เขาได้ใจไปก่อน เดรโกแอบกระตุกคิ้วท้าทายใส่เธออย่างน่าหมั่นไส้ แต่เธอก็ต้องทนไป ก่อนจะเดินไปนั่งลงเก้าอี้ข้างๆกับนาร์ซิสซา

 

            “อรุณสวัสดิ์จ้ะ หนูเฮอร์มี่ — โอ้ ตายจริง พอแต่งตัวแบบนี้แล้วหนูดูน่ารักและสง่างามมากเลย สมกับเป็นเจ้าหญิงน้อยของป้า ใส่แหวนเอาไว้แล้วใช่ไหมจ๊ะ”

 

            นาร์ซิสซาเอ่ยชมเธอด้วยความเอ็นดูสุดๆ จนลูเซียสยังแปลกใจที่ภรรยาของเขาแสดงท่าทีตื่นเต้นขนาดนั้นเป็นครั้งแรก ถึงแบบนั้นเขาเองก็เห็นด้วย เรื่องที่ว่าเธอดูเหมาะสมที่จะเป็นคนของตระกูลมัลฟอยจริงๆ

 

            “สวมเอาไว้ตลอดไม่ถอดเด็ดขาดค่ะ ขอบคุณคุณป้ามากเลยนะคะ ทั้งเรื่องห้องนอนและของขวัญที่จัดเตรียมเอาไว้ หนูชอบมากเลยค่ะ”

 

            เธอยิ้มหวานขอบคุณด้วยความจริงใจ นาร์ซิสซาเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งดีใจใหญ่ที่เด็กสาวตัวน้อยชอบ เดรโกทำเป็นขยั้นลำคออยากอาเจียนถึงเรื่องแหวนที่เขาควรจะมีเพียงคนเดียว แต่พ่อกลับทำแหวนอีกวงให้ยัยเด็กนั่นสวมใส่ รู้สึกอยากจะถอดแหวนที่ตัวเองสวมไปทิ้งไกลๆ เมื่อรู้ว่าต้องสวมมันแบบเดียวกันกับยัยเด็กนั่น

 

            “ดีแล้วล่ะจ้ะ — นี่ ที่รัก หนูเฮอร์ไมโอนี่เป็นยังไงบ้างคะคุณ”

 

            หญิงวัยกลางยิ้มแป้น ก่อนจะหันไปถามว่าเห็นสามีด้วยความภูมิใจนำเสนอสุดๆ ลูเซียสเองที่ยังคงมีความแคลงใจเรื่องความจริงในตัวของเด็กหญิงหน้าหวานอยู่บ้าง แต่เขาก็ยอมรับว่าเธอดูดีในระดับที่พอจะมีหน้ามีตากับคนชั้นสูงได้ ถึงจะยังไม่รู้ว่าเธอจะมีคุณสมบัติเพียงพอจริงๆหรือเปล่า บวกกับความตื้นตันมีความสุขของผู้เป็นภรรยาที่ไม่ได้เห็นมานาน ก็ยิ่งทำให้เขาต้องเห็นดีเห็นงามกับภรรยาแสนรักไปก่อน

 

            เขารู้ดีกว่าใคร ว่านาร์ซิสซาอยากมีลูกสาวแค่ไหน และต้องเจ็บปวดเพียงใด เมื่อไม่สามารถจะมีได้ การได้เฮอร์ไมโอนี่มาเป็นคนในครอบครัว ถือเป็นความสุขยิ่งของนาร์ซิสซาอย่างที่เขาไม่อาจปฏิเสธ หรือทำลายความสุขของเธอได้

 

            “ก็ตามนั้นแหละที่รัก” เขาตอบกึ่งยิ้มกึ่งหน้านิ่ง ก่อนจะลงมือทานอาหารเช้าตรงหน้าต่อด้วยความเร่งรีบเล็กน้อย เพราะเขามีงานที่ต้องรีบไปทำที่กระทรวง เดรโกที่นั่งกำลังตักไข่ลวกเข้าปากก็ถึงกับต้องชะงัก นัยน์ตาซีดค้างถลนกับคำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของพ่อ ให้ตายสิ แม้กระทั่งคนอย่างลูเซียส “คนอย่างพ่อ” เนี่ยนะ จะเห็นดีเห็นงามกับเรื่องแบบนี้

 

            เดรโกอยากจะเดินลุกหนีจากโต๊ะอาหารเต็มกลืน ทั้งพ่อทั้งแม่หลงเสน่ห์ยัยจอมสร้างภาพตัวแสบเฮอร์ไมโอนี่ไปจนหมด ทั้งๆที่พ่อของเขาควรจะต่อต้านยัยเด็กนั่นแท้ๆ ทั้งๆที่พ่อน่าจะมีความคิดแบบเดียวกัน แต่ทำไมถึงได้ไปยินดียินยอด้วยกับแม่กัน แถมยังเด็กตัวแสบที่นั่งฝั่งตรงข้าม ก็เอาแค่ทำหน้าตาเย้าหยอกกวนประสาทไม่เลิก

 

          เฮอะ เธอยิ้มเย้ยฉันไปเถอะ ยัยตัวแสบเอ๊ย อย่าได้ใจไปหน่อยเลย

 

            “ขอตัวก่อนนะครับ พอดีทานอาหารไม่ค่อยจะลง เลี่ยน” เขาพูดเอื่อยๆอย่างเบื่อหน้าหวานๆของยัยเด็กนั่นเต็มที เอาเวลาไปเตรียมตัวจัดของขึ้นรถไฟไปฮอกวอตส์ซะยังจะดีกว่า ไม่ทันที่ร่างสูงของหนุ่มผมบลอนด์จะได้ยืน เสียงเอ็ดของผู้เป็นแม่ก็ขัดห้ามเสียก่อน

 

            “เดี๋ยวจ้ะลูกรัก แม่มีเรื่องจะบอก — ที่กระทรวงได้มีการแจ้งเลื่อนวันเปิดเรียนของฮอกวอตส์ออกไปเจ็ดวัน วันนี้ลูกยังไม่ต้องไปจัดเตรียมของอะไรหรอก แม่สั่งให้ครีเชสเอาของไปจัดเก็บไว้ก่อนแล้ว”

 

            “เลื่อนวันเปิด? ฮอดวอตส์ไม่เคยเลื่อนวันเปิดนิครับ เกิดอะไรขึ้น” เหมือนว่าทุกอย่างจะเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อลูเซียสและนาร์ซิสซาเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี

 

            เดรโกละความสนใจเรื่องของเฮอร์ไมโอนี่ ก่อนจะนั่งลงรอฟังด้วยความตั้งใจ ไม่เคยมีหรอกนะ เลื่อนวันเปิดของโรงเรียนอย่างฮอกวอตส์ ยกเว้นก็ต่อเมื่อ “มีเรื่องเลวร้าย”

 

            เฮอร์ไมโอนี่ทานทาร์ตไข่ราดช็อกโกแลตด้วยความตั้งใจฟังเช่นกัน เธอเองก็ยังไม่อยากสร้างสงครามประสาทกับพี่ชายปากร้ายของเธอตอนนี้ ถึงแม้จะไม่เข้าใจและไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ตาม แต่ก็สัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

 

            “พ่อกับแม่ได้รับเรื่องบางอย่างที่กระทรวง” ลูเซียสพูดพลางหยิบเอกสารในกระเป๋าที่เอลฟ์แก่ตัวหนึ่งยื่นให้ เขายื่นแผ่นกระดาษปริศนาให้กับเดรโก ลูกชายของเขารับด้วยความแคลงใจ รู้สึกได้ถึงความไม่น่าไว้วางใจประหลาด

 

            “ผู้เสพความตายเคลื่อนไหว?” หนุ่มผมบลอนด์อ่านบางอย่างบนกระดาษ โดยมีสีหน้าเฮอร์ไมโอนี่ที่อยากรู้อยากจะเห็น เธอเคยได้ยินแต่ข่าวลือของผู้เสพความตาย แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมาก สถานที่ตั้งของโรงเรียนเวทมนตร์ส่วนมากจะมีที่ตั้งไม่แน่นอนและเป็นความลับ ทำให้เธอไม่ได้รู้เรื่องของพวกนั้นมากนัก

 

            “พอเถอะ ลูกอ่านรายละเอียดเอาทีหลังดีกว่า อย่าเพิ่งมาพูดกันตอนนี้เลย” นาร์ซิสซาเกิดความกระวนกระวายใจแปลก เดรโกงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เขาพับกระดาษลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทดำอย่างว่าง่าย และลงมือสนใจอาหารตรงหน้าต่อ

 

            เฮอร์ไมโอนี่นั่งหน้าเหวออย่างไม่เข้าใจ เหมือนกับพวกเขามีเรื่องบางอย่างที่ดำมืดฟุ้งอบอวลไปทั่วบรรยากาศแต่ก็ไม่อาจจะกล้าออกปากถาม นาร์ซิสซาพยายามจะเลี่ยงไม่ให้พ่อลูกคู่นั้นพูดเรื่องน่าสงสัยต่อหน้าเด็กสาว ราวกับไม่ต้องการให้เธอต้องมารับรู้อะไรบางอย่าง

 

            “ทานอาหารต่อเถอะจ้ะ... — หนูชอบกินขนมหวานเหรอจ๊ะ เห็นชอบทานแต่ของหวาน” หญิงวัยกลางเอ่ยยิ้มพยายามเปลี่ยนเรื่อง เฮอร์ไมโอนี่เองก็ไม่อยากให้คุณป้าต้องเป็นกังวล เธอจึงทำเป็นละความสนใจ ก่อนจะตามน้ำบทสนทนาของนาร์ซิสซา

 

            “ก็เห็นอยู่ตรงหน้า ว่าถ้าไม่กินแต่ของหวานๆเสียสุขภาพ แก้มยัยนั่งคงไม่บวมถึงขนาดนั้นหรอกครับ” เดรโกแขวะเธอแต่เช้าเป็นหนสอง นาร์ซิสซาทำเสียงจุปากใส่ลูกชายห้ามปราม แต่เขาสนที่ไหน เขาสนแค่ว่ายัยเด็กเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังนั่งเก็บอารมณ์กระฟัดกระเฟียดต่างหาก ต่อหน้าพ่อกับแม่ก็ไม่กล้าพูดจาอวดดีใส่ฉันล่ะสิ ยัยเด็กบ้า ไม่อยากให้มโนภาพสาวน้อยน่ารักไร้เดียงสาต้องความแตกงั้นเหรอ สมน้ำหน้า นั่งเก็บอารมณ์ต่อไปเถอะยัยเตี้ย ต่อหน้าพวกท่าน เธอก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

 

            “ฮาๆ หนูชอบพวกขนม ของหวานมากเป็นพิเศษ” เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะกลบเกลื่อนเธอทำเป็นไม่สนใจเขา และหันไปตอบคำถามหญิงด้านข้าง แต่ในใจอยากจะจิกกัดไอ้ความแว้งกัดของหนุ่มผมบลอนด์ซะจริง เขาที่นั่งทำหน้าสะใจร้ายใส่เธอออกนอกหน้า ก็ยิ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่แทบจะร้อนเป็นไฟอยู่แล้ว ทำไมถึงได้หมั่นไส้อีตาหัวบลอนด์คนนี้ได้มากถึงขนาดนี้กันนะ ไม่เคยเจอใครนิสัยแย่เท่าเขามาก่อน ให้ตายสิ!  

 

          แค่เพราะอยู่ต่อหน้าป้ากับลุง ไม่ใช่นายจะทำเป็นพูดจาอะไรใส่ฉันก็ได้นะ อีตาบ้าเอ๊ย       

  

            ทั้งสี่นั่งทานอาหารไปได้สักพัก ลูเซียสก็ขอตัวออกไปทำงานต่อที่กระทรวง เหมือนว่าเขามีเรื่องต้องสะสาง เมื่อคืนที่แล้วที่นาร์ซิสซาและเขาต้องรีบเดินทางไปถึงกระทรวงตั้งแต่ค่ำ ก็เพราะดัมเบิลดอร์ขอวานให้ช่วยพูดกับกระทรวงให้เลื่อนเปิดฮอกวอตส์ ถึงความไม่ปลอดภัยบางอย่าง แต่ห้ามบอกแก่สาธารณชนเด็ดขาด เขากลัวว่ามันจะเป็นการช่วยกระจายข่าวให้กับอะไรบางอย่างที่เอาแต่หลบในเงามืดมาโดยตลอด

 

            ครอบครัวของมัลฟอยแอบทำงานลับๆใต้ดินให้แก่พวกผู้เสพความตาย แต่อีกนัย พวกเขาก็เป็นสายให้กับดัมเบิลดอร์เช่นกัน มีเพียงเดรโกที่ยังไม่รู้ความจริงข้อนี้

 

***

 

            เฮอร์ไมโอนี่นั่งอ่านหนังสือเล่นกับนาร์ซิสซาในห้องทำงานของหญิงวัยกลางหลังจากทานอาหารกันเสร็จ เด็กสาวแทบจะลุกหนีไปไกลๆหน้าพี่ชายปากร้ายให้ไวที่สุด เบื่อจะต้องถูกสายตาแขวะของเขาคอยจ้องเล่นงานอยู่ตลอด โดยที่เฮอร์ไมโอนี่ไม่มีทางเอาคืนได้เลย ทั้งสองพูดคุยถึงบทเรียนต่างๆที่เคยถูกสอนมาจากโบซ์บาตง แน่นอนว่าความรู้ความสามารถที่เด็กสาวมี มันช่างทำให้นาร์ซิสซารู้สึกประทับใจและรักใคร่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

            “หนูชอบวิชาไหนมากที่สุดจ๊ะ” เธอนั่งจัดแจงเอกสารบนโต๊ะทำงาน กระดาษมากมายล่องลอยไปทั่วเพดานห้อง ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหญิงตัวน้อย ที่กำลังไล่อ่านหนังสือของนาร์ซิสซาที่เก็บเอาไว้มากมายในชั้นหนังสือ

 

            “คิดว่าคงเป็น วิชาดาราศาสตร์ อักษรรูน การดนตรี กับศาสตร์ดอกไม้ค่ะ” ใบหน้าหวานยิ้มตอบด้วยอย่างตรงไปตรงมา เธอเปิดคลี่หน้าหนังสือแปลกๆ ก่อนจะเริ่มไล่อ่านมันด้วยความสนใจ

 

            “เดี๋ยวหลังจากฮอกวอตส์เปิดเรียน ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะเป็นคนแนะนำหนูในเรื่องการลงเรียนเอง น่าเสียดายที่ไม่มีเปิดสอนวิชาดนตรี กับศาสตร์ดอกไม้ แต่น่าจะมีชมรมดนตรีอยู่”

 

            “แบบนั้นก็ดีเลยค่ะ หนูตื่นเต้นมากเลยที่จะได้เจอสังคมใหม่ๆ” ไม่หรอก ไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก เธอกลัวจะแย่ อย่างมากก็แค่ตื่นเต้นในสถานที่อันแปลกใหม่ กับการเรียนการสอนที่น่าสนใจก็เท่านั้น

 

            “รู้ไหมว่าตอนเด็กๆ เจ้าเดรกไม่เคยตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างเลย เหมือนว่าทุกอย่างเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเขา... — ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ อ้อวันนี้ป้าจะไปซื้อหนังสือเรียนให้กับหนูที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกในตรอกไดแอกอน” หญิงวัยกลางเสกคาถาให้เอกสารทั้งหมดที่ลอยอยู่กลับเข้าที่ของมัน ก่อนที่เอลฟ์ตัวหนึ่งจะปรากฏขึ้น และยื่นเสื้อคลุมโค้ทหนังสีน้ำตาลให้แก่เธอ เพื่อเตรียมการออกไปข้างนอก

 

            “อะไรคือตรอกไดแอกอนเหรอคะ? หนูไปด้วยได้ไหม คือ... หนูอยากออกไปสำรวจที่ใหม่ๆบ้าง ได้ไหมคะ”

 

            เฮอร์ไมโอนี่ลุกพรวดทันทีด้วยความตื่นเต้น ที่นาร์ซิสซากำลังจะออกไปข้างนอกคฤหาสน์ ตลอดชีวิตของเฮอร์ไมโอนี่ เธอไม่เคยได้ออกไปไหนต่อไหนเหมือนกับคนอื่นๆเลยตอนที่อยู่โบซ์บาตง เด็กสาวอยากจะออกไปดูโลกภายนอกบ้างเมื่ออยู่ที่นี่

 

            “ตรอกไดแอกอนเป็นสถานที่จับจ่ายใช้สอยของพวกพ่อมดแม่มด ตั้งอยู่ในลอนดอนจ้ะ แต่ — ป้าคงพาหนูไปด้วยไม่ได้ เพราะต้องไปทำธุระต่อ ไม่สามารถคอยดูแลหนูระหว่างนั้น ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”

 

            เธอกล่าวพยายามเลี่ยง ความจริงแล้วนาร์ซิสซาไม่อยากให้เด็กหญิงออกไปข้างนอก เธอกลัวว่าพวกมันจะเจอตัวเธอ ยิ่งไม่มีใครคอยจับตาดูแลแล้ว ก็ยิ่งไม่กล้าจะให้สาวตัวน้อยออกไปเด็ดขาด

 

            เฮอร์ไมโอนี่หน้าจ๋อยอย่างผิดหวัง ใบหน้าหวานพยายามมองออดอ้อนขอร้องให้พาเธอออกไปด้วย แต่หญิงวัยกลางยังคงไม่ยอมใจอ่อนให้เลย จนกระทั่งไอเดียสมกับเป็นยัยตัวแสบของเฮอร์ไมโอนี่ก็ผุดขึ้น? ขอแค่มีคนพาเธอไป คอยดูแลเธอได้... ก็มีไม่ใช่เหรอ

 

            พี่ชายของเธอยังไงล่ะ เดรโก มัลฟอย!

 

            “ให้พี่เดรกพาไปได้ไหมคะ หนูมั่นใจว่าพี่ชายจะต้องดูแลหนูได้แน่ๆ เมื่อวานเราคุยสนิทกันมากเลยล่ะค่ะ — แล้วก็บางที อาจเป็นโอกาสให้พวกเราทั้งสองได้ทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้นด้วย คุณป้าจะว่ายังไงคะ”

 

            เฮอร์ไมโอนี่วิ่งไปเดินแขนอ้อนหญิงวัยกลางคล้ายลูกแมวตัวน้อยๆแสนน่ารัก มีหรือนาร์ซิสซาจะไม่ใจอ่อน หัวใจของหญิงวัยกลางทนไม่ได้กับความสดใสที่ยัยเด็กสาวตัวน้อยปล่อยออกมา หนำซ้ำในเมื่อเธอออกปากว่าอยากให้ลูกชายตัวร้ายเป็นคนพาไป แล้วไหนจะเมื่อเช้าที่เฮอร์ไมโอนี่เรียกพี่เดรกไปแบบนั้น แต่เจ้าเดรโกก็ยอมให้ถูกเรียก ถ้าปกติเขาจะต้องลุกหนีออกไปซะตั้งแต่แรกแล้ว

 

            นั้นแปลว่าบางทีถ้าให้พวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ อาจช่วยให้ทั้งคู่สนิทกันได้ไวขึ้นจริงๆก็ได้ นาร์ซิสซายืนใช้ความคิดอยู่ครู่ ตอนแรกเหมือนจะลังเลและปฏิเสธ แต่พอคิดตามที่เด็กหญิงตัวน้อยบอก เธอก็ยอมตกลงยินยอมให้เดรโกเป็นคนพาเฮอร์ไมโอนี่ไปตรอกไดแอกอน ยังไงซะ หนุ่มตัวร้ายของเธอก็ว่างอยู่แล้ว จะได้ให้เขาหัดออกไปไหนต่อไหนบ้าง ไม่ใช่หมกตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์ตลอดทั้งวัน

 

            “ก็ได้จ้ะ แม่จะบอกให้พี่เดรกพาหนูไปซื้อของด้วยเลยแล้วกัน”

 

          ในที่สุด! ฉันจะได้ออกไปเที่ยวแบบเด็กคนอื่นๆได้สักที!

 

          “ขอบคุณมากเลยนะคะ รักที่สุดเลยค่ะ!” เฮอร์ไมโอนี่เขย่งเท้าหอมแก้มนาร์ซิสซาด้วยความดีอกดีใจ หญิงวัยกลางน้อมรับ ก่อนจะใช้คาถาร่ายอะไรบางอย่างใสในซองจดหมาย และยื่นมันไปให้กับเด็กหญิงตรงหน้า

 

            “ป้าเขียนบอกพี่เขาเอาไว้แล้วในจดหมาย เอาไปให้พี่เขาที่ห้องชั้นสอง หันไปทางซ้าย หน้าห้องของเดรโกจะมีรูปปั้นงูสีเงินอยู่ด้านขวา” นาร์ซิสซาที่กำลังจะเดินออกไป มือน้อยก็คว้าที่ชายเสื้อซะก่อน

 

            “แล้วถ้า... พี่เขาจู่ๆอยากแกล้งหนูขึ้นมา ไม่ยอมตามใจให้หนูเดินซื้อของล่ะคะ” เฮอร์ไมโอนี่ไม่ลืมที่จะหาไม้กันคนนิสัยเสียอย่างเดรโกหรอก เขาจะต้องไม่ยอมพาเธอไปไหนต่อไหนง่ายๆแน่ ต้องหาข้อแก้ขัดให้เขาทำตามสิ่งที่เธอต้องการให้ได้

 

            และมันได้ผล

 

            “พี่เขาอยากได้ไม้กวาดไฟร์โบลต์สั่งทำพิเศษ เห็นว่าแค้นเรื่องควิดดิชปีก่อนๆ หนูเฮอร์มี่ก็บอกพี่เขาไป ว่าถ้าเกิดไปแกล้งหนู ป้าจะไม่ยอมซื้อให้ — มาบอกป้าได้เลยนะจ๊ะ ถ้าเจ้าเดรโกตัวร้ายของป้าไปแกล้งอะไรหนูเข้า แต่จริงๆ — ป้ากลัวว่าเขาจะปกป้องหนูไม่ได้...”

 

            “อย่าห่วงไปเลยค่ะ พี่ชายต้องปกป้องน้องสาวได้อยู่แล้ว หนูเชื่อว่าพี่เดรกดูแลหนูได้ค่ะ  มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพี่ชายอยู่แล้วนิคะ” เด็กสาวยิ้มหวานอย่างรับประกัน แต่เปล่าเลย เขาไม่มีทางปกป้องใยดูเธอแน่ แต่ถ้าเป็นคำสั่งของนาร์ซิสซาละก็ เธอจะเอาไปฟ้องให้หมด หากว่าพี่ชายตัวร้ายกล้าแกล้งเธอ

           

            “ก็ได้จ้ะ ป้าขอตัวก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย” นาร์ซิสซายิ้มตอบ ก่อนจะเดินหายตัวเข้าไปในเตาผิงที่มีไฟสีเขียวลุกช่วงขึ้นเมื่อครู่ เฮอร์ไมโอนี่ตอนแรกที่ทำเป็นสีหน้าไร้เดียงสา ขี้อ้อน ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจสุดๆ หญิงวัยกลางไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าได้หยิบยื่นอำนาจให้กับยัยตัวแสบอย่างเฮอร์ไมโอนี่ไปเสียแล้ว

 

            เด็กสาวกุมจดหมายที่ป้าฝากเอาไว้ นี่จะเป็นคำสั่งที่ไอ้คนปากร้ายอย่างเขาจะไม่กล้าขัดขืนเธอ เฮอร์ไมโอนี่มองจดหมายไปมาอย่างถือชัยชนะ เมื่อว่าเคราเมอร์ลินจะเข้าข้างให้เธอเป็นฝ่ายถือไพ่แก้แค้นเขาซะแล้ว ไม่คิดเลยว่าเวลาที่จะได้เอาคืนมันจะมาถึงไว้ขนาดนี้

 

            “งานนี้สนุกแน่ค่ะ พี่เดรก — หนูเอาคืนทั้งต้น ทั้งดอกแน่ เหมือนว่าพี่จะต้องเป็นเบ้พาหนูออกไปเที่ยวซะแล้วล่ะ”

 

            เฮอร์ไมโอนี่เดินยืดหลังไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ จนมาหยุดอยู่หน้าห้องที่มีรูปปั้นงูวางอยู่ด้านขวา เสียงเปียโนเบาๆเล็ดรอดออกมาจากบานประตูไม้สีเข้ม ถ้าเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้มาเพื่อเอาขอต่อรองมาโถมใส่เขา ก็คงจะต้องยืนแปลกใจกับความไพเราะของเสียงที่คนด้านหลังประตูบรรเลงแทน แต่ตอนนี้เธอไม่สนใจมันหรอกนะ

 

          เธอสนใจสีหน้าของเขา เมื่อต้องกลายเป็นเบ้พาเธอเที่ยวโดยไม่มีข้อต่อรองซะมากกว่า คิดว่าต่อหน้าคุณป้ากับคุณลุงแล้วฉันจะทำอะไรพี่ไม่ได้งั้นสิ งั้นก็ต้องเอาคืนตอนอยู่ข้างนอกแทนยังไงล่ะ!


***


        ยังไม่ทันไรก็จะลากพี่ชายออกไปพาตัวเองเที่ยวซะแล้ว แสบนักนะยัยเฮอร์ นี่ไงอิพี่เดรก แกคิดตื้นๆไปว่าน้องจะหาทางเอาคืนไม่ได้ ถ้าต่อหน้าป้ากับลุงยัยน้องก็ไม่มีทางชนะหรอก แต่กับข้างนอกล่ะ แกโดนยัยน้องอ่วมแน่ 

     

 

           

 

           

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #34 DeerLady (@maoru-maya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 20:24
    ชอบเนื้อเรื่อง น่าติดตามมากกกกกกก อยากให้มาอัพเพิ่มนะคะ ฮือๆ
    #34
    0
  2. #31 oohmualaew (@oohsarunporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:01
    นิมนต์อัพต่อ บัดเดี๋ยวนี้!//กราบบบบ
    #31
    0
  3. #30 หลานชินอ๋อง (@zizoozaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    ตายแน่ะราเดรก ฮ่าๆ
    #30
    0
  4. #29 ชื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 12:48

    แแต่งต่อน้าาา อยากอ่าน ยังมีตัวระครที่ยังไม่ได้บทเลยยยย แต่งงงงงง ขอล้าาาาา คาใจจจจ จะอ่านนนรรกลับมาาาาาาา

    #29
    0
  5. #26 HARESJ (@haresj14) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 03:19
    เอ็นดูเจ้าหนู แต่ข้างนอกมันอันตรายนะแง เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ เพิ่งลองเข้ามากดอ่าน อยากให้คุณไรท์มาต่อด้วยนะคะ
    #26
    0
  6. #24 eyenurse02 (@eyenurse02) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 17:52
    ฮืออออมาต่อได้แล้ววว
    #24
    0
  7. #16 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 08:01

    เอ็นดูวววววน้องงง อย่าร้ายกับน้องเดรโก เตือนแล้วนะ

    #16
    0
  8. #15 oohmualaew (@oohsarunporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 20:22
    โดนน้องตกกันไปทีละคนๆ
    #15
    0
  9. #14 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 20:11

    5555 คิดหน้าเดรกตอนหนูเฮอร์มี่มาบอกเรื่องที่ต้องพาออกไปข้างนอกออกเลย สนุกมากค่ะ ^ ^ เฮอร์มี่ร้ายกาจจจ

    #14
    0