Draco + Hermione + oc l Sunflower Sister.

ตอนที่ 2 : Flower II l Sister ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62

TB


Flower II l Sister ?

            “คุณแม่ออกไปไหนเหรอครับ” เสียงทุ้มวัยกำลังแตกหนุ่มของลูกชายทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลสกุลศักดิ์สิทธิ์เลือดบริสุทธิ์อย่าง เดรโก มัลฟอย เอ่ยทักท้วงคุณพ่อผมบลอนด์ที่ทั้งรูปร่างและรัศมีโดยล้อมที่แผ่ออกมา เรียกได้ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเสียจริง

 

            ลูเซียส มัลฟอย หัวหลักหัวตอตระกูลใหญ่ผู้มีศักดิ์เป็นพ่อ กำลังนั่งตรวจทานเครื่องจักรขนาดจิ๋วบนโต๊ะอย่างขะมักเขม้น แน่นอนว่ามันเป็นวัตถุเกี่ยวกับศาสตร์มืด ดวงตาสีเดียวกันเหมือนลูกชาย ตวัดมองเจ้าของคำถามที่กำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่ริมขอบหน้าต่างไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเขา

 

            “ทำธุระที่ฝรั่งเศส โบซ์บาตง” เขาตอบคำถามลูกชายเสียงเรียบ ก่อนจะให้ความสำคัญกับงานตรงหน้าต่อ เดรโกกระตุกขำ โบซ์บาตง พวกโรงเรียนผู้หญิงลูกแหง่ที่ถูกสอนมาอย่างกับนกน้อยในไข่หิน พวกหล่อนก็เหมือนเยลลี่ที่อ่อนปวกเปียกทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

 

            มาดามมักซีมก็อีกคน ไอ้วิธีการสอนเชิงเจ้าหญิงน้ำเน่าน่าตลกสิ้นดี ก็มันก็โรงเรียนหญิงล้วนนี่ ไม่น่าแปลกใจนักหรอกกับมาตฐานที่ต่ำแบบนั้น เขาคิดว่าเดิร์มสแตรงก์ควรได้จัดอำดับที่อยู่สูงเหนือกว่าโบซ์บาตงหรือฮอกวอตส์ แต่ก็น่าผิดหวังที่คนในกระทรวงส่วนมากเป็นพวกสมองนิ่ม

 

            เดรโก มัลฟอย กำลังใช้เวลาว่างในวันฝนตกครึมด้านนอกไปกับการนั่งเล่นหมากรุกกับเพื่อนสนิทสาวอย่างแพนซี่ พาร์กินสัน ส่วนเบลส ซาบินี่และทีโอดอร์ น็อตต์ออกไปเล่นปาลูกแบดเจอร์กันท่ามกลางสายฝนอย่างเมามัน ด้วยความไม่เข้าใจว่าจำเป็นด้วยหรือกับการพาตัวเองไปเสี่ยงเป็นไข้ไร้สาระเพื่ออะไรกัน

 

            หนุ่มผมบลอนด์สว่าง จมูกโด่งเป็นสันคม กับคางแหลม และนัยน์ตาสีฟ้าซีดอันเป็นเอกลักษณ์ของเชื้อสายตระกูลมัลฟอยที่มีมาอย่างยาวนาน คุณสมบัติทุกอย่างของพ่อเขา ลูเซียส มัลฟอย แทบจะถ่ายยีนเด่นออกมาเป็นทอดต่อทอดให้กับลูกชายเพียงหนึ่งเดียว หนำซ้ำยังได้ความเฉลียวฉลาดรอบรู้ของผู้เป็นแม่มาอย่างเต็มเปี่ยม

 

            ทั้งความสามารถในศาสตร์มืดและความสนใจด้านตรรกะแก้ปัญหาแขนงปรุงยาและอีกหลายอย่าง เขาเป็นพวกชอบหมกอยู่ในห้องมืดทึบ และใช้ยามว่างดื่มดำไปกับการดื่มไวน์และฟังเพลงซิมโฟนีหมายเลขสิบสี่ ไม่ก็ชวนเพื่อนสนิททั้งสามคอยมาแก้เหงาด้วยยามว่างที่คฤหาสน์ แน่นอนว่าพวกเขาก็เป็นพวกสกุลศักดิสิทธิ์เลือดบริสุทธิ์เหมือนกันทุกคน

 

            ในขณะที่ลูเซียสคือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเงามืด ผู้นิ่งเหี้ยมลึกสุดจะหยั่งรู้และยังเป็นพวกนิยมศาสตร์มืดโดยแท้ เขามักจะชื่นชอบที่จะศึกษาวัตถุสุดแสนอันตรายจนกล่าวขานว่าหากคุณถูกของต้องมนตร์ดำเก่าแก่ ลูเซียสสามารถรักษาคุณได้อย่างชำนาญเชียวล่ะ แต่ก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างที่เดรโกเองก็ไม่ทราบเช่นกัน แต่ว่ากันว่ามันคือการแลกเปลี่ยนที่ทัดเทียม สำหรับการถอนพิษมนตร์ดำที่สุดแสนเสี่ยงชีวิต

 

            อีกด้านคือนาร์ซิสซา เธอคือภรรยาแสนรักของลูเซียส ผู้เป็นแม่ที่เป็นเสมือนความอบอุ่นและแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในคฤหาสน์มัลฟอย เธอเป็นที่รักใคร่ของใครหลายคน ทั้งยังมีเพื่อนและคบค้าสมาคมกับกลุ่มคนภายนอกมากมายหลายตา ด้วยความพูดเก่งและฉลาด จึงไม่แปลกใจหายพ่อมดแม่มดต่างถิ่นที่ไกลสุดขอบโลกมากเพียงใดก็ต้องต่างรู้จักนามของเธอ

 

            น่าเสียดายที่เดรโก มัลฟอยไม่ได้ถอดแบบนิสัยของผู้เป็นแม่มาเลยสักนิด ยกเว้นก็แต่ความฉลาดและวิธีการพูดชักจูงผู้คน แต่อย่าคิดผิด เขาเอาความสามารถที่ได้มาไปใช้กับเรื่องเจ้าเล่ห์ทั้งนั้นไม่ต่างจากพ่อของเขาเลย ลูเซียสภูมิใจในตัวเดรโกสุดๆที่ลูกชายของตนมีคุณสมบัติอันน่าพึงพอใจที่หากเขาตายจากไป ก็ไม่เป็นห่วงว่าตระกูลมัลฟอยจะต้องถูกสิ่งใดมาแปดเปื้อน

 

            ทั้งนิสัยฉลาดแกมโกง เกลียดพวกผดุงความยุติกรรม และอะไรก็ตามที่เป็นเลือดสีโคลนมักเกิ้ล เดรโกก็เกลียดมันหมดเหมือนกับที่พ่อของเขาเกลียดนั่นแหละ

 

            “ขำอะไรของนาย เดรก คิดว่าโบซ์บาตงเป็นสถานที่ศึกษาเวทมนตร์ชั้นต่ำอีกหรือไง” เพื่อนสาวผมดำขลับสั้นถามถึงอาการล้อเลียนในลำคอของเดรโก เขายักไหล่วางเชิง ก่อนจะเลื่อนเดินหมากบนกระดานด้วยความใจเย็น

 

            “แน่อยู่แล้ว แม่ก็เหลือเกิน ทำไมใจร้อนอยากจะไปโบซ์บาตงจนต้องรีบไปขึ้นรถไฟที่ลอนดอนกัน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงขุ่น ที่จู่ๆคุณแม่ของเขาก็ดั้นด้นอยากจะรีบไปเสียเหลือเกิน ไอ้ฝรั่งเศสบ้าบอนั่น

 

            “รุกฆาต” แพนซี่ยกหมากรุกกระดานของมัลฟอยสำเร็จ หลังจากที่เธอแพ้เขามายี่สิบตา และชนะเพียงสองครั้ง เป็นเรื่องยากมากอยู่แล้ว ที่จะมาชนะมันสมองอย่างมัลฟอยได้

 

            “เฮอะ ชวนคุยให้ฉันไขว้เขวแล้วคอยจังหวะที่ฉันเผลอพลาดงั้นสิ ฉลาดนักนะ” เดรโกกระตุกยิ้มให้เพื่อนจอมเจ้าเล่ห์ไม่ต่างไปจากเขา เธอเบ้ปากอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์เทียมสีเขียวเข้มขึ้นมาสวม

 

            “ต้องกลับก่อน พอดีคืนนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดเจ้าตัวเล็ก น้องสาวของฉัน” เธอเดินจัดแจงชุดของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินไปบอกกล่าวลากับเจ้าบ้านลูเซียส และเดินกลับมาหามัลฟอยที่ยังนั่งไขว้ขาบนโซฟาตัวหรูด้วยสีหน้าตายแบบที่เขาชอบทำ

 

            “วันเกิดน้องสาวเหรอ ยัยหนูโซเฟียสินะ — น่าปวดหัวแย่ ถ้าฉันมีน้องสาว ฉันคงต้องกัดลิ้นตัวเองตายก่อนยัยเด็กนั่นจะโตจนอายุเท่าฉันซะอีก ยอมมีน้องชายยังจะดีซะกว่า”

 

            หน้าคมของเขาหันเบือนไปมองหน้าต่างที่มีน้ำฝนไหลเป็นหมดเกาะด้านนอก เขาน่ะเกลียดรอยยิ้ม และสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญแถมยังชอบยิ้มที่สุด นั่นก็คือเด็กผู้หญิง ยังไงล่ะ โชคดีจริงที่เป็นลูกคนเดียว ไม่อย่างนั้นวันคริสต์มาสคงได้มีตุ๊กตาหมีสีชมพูวางอุจาดตากลางบ้านแน่ แม่ของเขาก็ยิ่งบ่นนัก ว่าอยากจะมีลูกสาว

 

            “โธ่ พ่อคนไม่รู้จักความมุ้งมิ้งเอ๊ย — ถ้านายได้รู้จักมุมน่ารักของยัยน้องสาวของฉันล่ะก็ นายจะต้องเสียใจที่ตัวเองไม่มีน้องสาวเชียว! กลับก่อนละ เจอกันที่โรงเรียน อยากจะไปเจอหนูผีใจจะแย่” แพนซี่พูดแหย่ใส่เพื่อนจอมไร้สีสัน ที่ไม่เคยชอบเรื่องน่ารักหรืออะไรก็ตามที่ตรงข้ามกับความมืดมิด อย่างกับในโลกใบนี้เป็นสีขาวดำไปหมด หล่อนแลบลิ้นเล็กๆใส่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเดินไปยังเตาพิง และเอลฟ์ประจำบ้านก็ปาผงฟลูส่งเธอกลับบ้านไป

 

            เดรโกกลอกตา ไม่มีวันซะหรอก น่าขนลุกจะแย่ ยัยหนูผีน้องสาวของแพนซี่ ชื่อว่าโซเฟีย หล่อนเคยมาเที่ยวบ้านเขาอยู่หนตอนอายุได้สิบขวบ อยากจะบ้าตาย เขาอุทานในใจจนปวดหัวไปหมดตลอดวัน ทั้งดื้อ ซน เอาแต่ยิ้มหัวเราะร่าอย่างกับของเล่นตั้งโชว์ที่ไม่มีวันถ่านหมด แถมยังใส่ชุดลูกไม้สีชมพูฟริ้งห้อยไปทั่วชายกระโปรงเหมือนกับเป็นเธอเป็นต้นคริสต์มาสสีชมพูต้นเล็ก

 

             ขืนมีอะไรแบบนั้นมาคอยตามเรียกเขาว่าพี่ชายด้วยใบหน้าเหมือนภาพวาดหลากสีสันละก็ เขาคงได้สำลักตายก่อนแน่

 

            ผ่านไปสักระยะ เบลสกับทีโอดอร์ก็กลับเข้ามาด้านในด้วยสภาพเปียกชุ่ม พวกเขาทั้งสามนั่งคุยเล่นถึงเรื่องวันแรกของการเข้าเรียนปีที่หกในฮอกวอตส์ ปีนี้คงต้องเจอไอ้เด็กเซนต์พอตเตอร์ขึ้นมาอยู่ปีสี่ แบบนั้นคงสนุกแน่ เพราะพวกเขาจะคอยตามกลั่นแกล้งไอ้เด็กเมื่อวานซืนจอมอวดดีกริฟฟินดอร์ ที่กล้ามามีเรื่องกับเขาตั้งแต่เด็กนั่นอยู่ปีหนึ่งโดยการหักหน้า ซีกเกอร์อายุน้อยที่สุดแย่งลูกโกลเด้นสนิชจากไปซีกเกอร์สลิธีรินไร้พ่ายเดรโก มัลฟอยไปได้อย่างขาดลอย

 

            เขายังจำมันได้ไม่มีลืม นับตั้งแต่นั้นมา พวกเขาก็ตามแขวะมันและเพื่อนของมันตลอดทุกปี

 

            เมื่อถึงหัวค่ำ เดรโกก็สั่งให้เอลฟ์ประจำบ้านพาเพื่อนของเขาทั้งสองกลับบ้าน โดยการใช้ผงฟลูเช่นกัน หนุ่มนัยน์ตาซีดไม่อยากนั่งร่วมห้องกับของศาสตร์มืดที่พ่อของเขากำลังศึกษาอยู่นานนัก ยิ่งใกล้มากนานเท่าไหร่ ก็รู้สึกเหมือนถูกน้ำมันลามไปทั่วตัวพร้อมจะจุดไฟให้ลุกไหม้ จึงขอตัวกลับไปนอนในห้องส่วนตัวของเขาเอง

 

            ทางเดินในคฤหาสน์ปูด้วยพรมสีเขียวแก่อย่างดีสมกับราคาที่มันควรจะมีมูลค่า ตามผนังประดับไปด้วยโคมเทียนสลักวิจิตร และรูปภาพศิลปะอันทรงคุณค่าอย่างเลโอนาร์โด ดา วินชี ศิลปะของอิตาลี และยังมีงานชิ้นเอกของคนอื่นไปจนถึงผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรอเนสซองส์ทัดเทียมกับเลโอนาร์โด อย่างแองเจโล กรอบของรูปภาพที่ไม่สามารถประมูลราคาได้เคลือบไปด้วยทองแกะสลักที่สั่งทำมาอย่างดี

 

            ผ้าม่านผืนใหญ่ยักษ์ที่ปูยาวแนบกับหน้าต่างทรงสูงกว้าง กับโคมไฟระย้าห้อยเม็ดเพชรพลอยเต็มไปหมดกลางบันไดยาวสองขั้นที่ทอดสูงขึ้นไปยังชั้นสอง เรียกได้ว่าคฤหาสน์ของตระกูลเก่าแก่อันร่ำรวยนั้นไม่ได้ใช้เรียกเล่นๆ ทุกอย่างในบ้านตลอดจนช้อนส้อมล้วนเป็นของสั่งทำขึ้นโดยสมกับความอู้ฟู่และนิยมความหรูหราตามแบบคนตระกูลมัลฟอย

 

            รวย? ไม่ใช่แค่รวยอย่างเดียวที่จะได้เหยียบย่ำ แต่ต้องรวยมหาศาลจนถึงขนาดซื้อปราสาทเคลือบเพชรเป็นร้อยได้เลยต่างหาก ที่จะได้มีบุญหัวได้อาศัยและใช้ของแบบนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งทั้งในโลกมักเกิ้ลและโลกเวทมนตร์ที่ตระกูลมัลฟอยจับจองเป็นเจ้าของมากมาย

 

            ใครสน? หนุ่มผมบลอนด์แววตาเย็นชาไม่ได้สนใจเลยสักนิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เวลาที่ได้นั่งจิบไวน์ราคาแพงท่ามกลางบรรยากาศงานศิลปะที่แม้แต่พิพิธภัณฑ์รูปภาพระดับโลกในปารีสก็เทียบไม่ติด

 

            เดรโกเปิดประตูหรูห้องตัวเองก่อนจะผลักตัวเข้าไปในห้องด้วยความอ่อนล้า เตียงนุ่มสั่งทำขึ้นจากไม้พะยูงเนื้อแกนแดง ก่อนจะเลาะด้ายม่านคลุมเตียงด้วยเส้นทอผสมใยแมงมุมแคมบริดจ์ที่เหนียวและทนต่อการใช้งานร่วมหลายร้อยปี

 

            เขาทิ้งตัวนอนด้วยความสบายใจ ก่อนที่แผ่นเสียงจะเปิดเองด้วยเวทมนตร์ คอยบรรเลงช่วยขับไล่ความคิดถึงผู้เป็นแม่ เขาเอาแต่ดูถูกเด็กจากโบซ์บาตงว่าลูกแหง่ แต่เดรโกเองก็กลับรู้สึกเหงาที่คุณแม่ของตนไม่ได้คอยอยู่ใกล้ๆตัวเสียอย่างนั้น เพราะยังไง นาร์ซิสซาคือความอบอุ่นใจเพียงหนึ่งเดียวที่เขามีในชีวิต (ส่วนพ่อของเขาคือสัญลักษณ์อันเป็นแบบอย่างที่น่าภูมิใจ)

 

            เสียงดนตรีกระฮึกเหิมของ ลูทวิช ฟัน เบทโฮเฟิน กระหน่ำเสียดหูเขา เหมาะสมกับวันฝนตกเสียจริง บทเพลงฟิเดลิโอช่างน่าพิสมัยเข้ากับบรรยากาศ ดนตรีอันแสดงถึงช่วงรอยต่อระหว่างยุคคลาสสิก กับยุคจินตนิยมที่มีทวงทำนองหลักเน้นอารมณ์รุนแรงในท่อนอย่างลงตัว นับเป็นนวัตกรรมทางดนตรีอย่างแท้จริง แม้จะเกิดมาจากมักเกิ้ลบอร์นก็ตาม

 

            ภายในห้องกว้าง เดรโกมองเพดานด้วยสายตาเหม่อลอย พรุ่งนี้แล้วสินะจะได้กลับไปเรียนยังโรงเรียนมาตฐานต่ำฮอกวอตส์ หวังว่าจะไม่ถูกศาสตราจารย์สเนปไล่ทักท้วงถึงความคืบหน้าในการฝึกคาถาสะกดใจหรอกนะ เพราะเขาฝึกมันจนอีกนิดก็คงกลายเป็นบ้าไปนอนเล่นอยู่เซนต์มังโกแทนแล้ว

 

            หน้าต่างริมระเบียงที่เผยให้เห็นแสงด้านนอกวาววับ เหมือนว่ามีใครบางคนมาเยือนหน้าคฤหาสน์ของเขา แม่เหรอ? แต่กลับมาทางผงฟลูก็ได้นี่ ทำไมจะต้องขึ้นรถม้ามากัน เดรโกไม่ได้สนใจนัก คงเป็นเหมือนกับที่ผ่านๆมา อาจจะชวนแขกมาคุยเล่นสนทนาน้ำชาแบบคุณนายกันก็ได้

 

            เขาลุกขึ้นก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้เปียโนตัวโปรดที่ตั้งอยู่ริมมุมห้อง ก่อนจะเริ่มใช้นิ้วเรียวซีดบรรเลงทวงทำนองจังหวะแสนหม่นหมอง เหมือนกับกำลังสวดภาวนาถึงความตายอันแสนเศร้าให้กับตัวเอง เตาพิงอิงแนบข้างมุมห้องสำหรับนั่งเล่นอ่านหนังสือจู่ๆก็ลุกขึ้นมาเอง ราวกับว่ากำลังจะมีใครเข้ามาเยือนห้องนอนของเขา

 

            และใช่ เดรโกหยุดที่จะเล่นเปียโน ก่อนจะหันไปจ้องหน้าประตูอย่างรอว่าใครกำลังเข้ามา เสียงฝีเท้าได้หยุดลงที่ด้านหน้า และบุคคลที่เขาคิดว่าต้องเป็นก็ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มแปลกๆเหมือนซุกซ่อนอะไรเอาไว้

 

            “สวัสดีจ้ะ ลูกรัก แม่กลับมาแล้วนะ” เธอเปิดประตูและยืนค้ำมันเอาไว้โดยไม่ยอมเดินเข้ามา เอาแต่แอบหลบอยู่ด้านหลังอย่างมีพิรุธ เดรโกนิ่วหน้าถึงการกระทำพิลึกของผู้เป็นแม่

 

            “ผมรู้แล้วครับ แต่ถ้าแม่ไม่ลืม ว่านี่เป็นห้องของลูกชายของแม่เอง บางทีช่วยเลิกทำอย่างกับไม่อยากจะก้าวเข้ามาในห้องของผมจะได้ไหม” เขาทำสีหน้าคร้านโลกตามแบบของเขา นี่แม่กำลังจะเล่นอะไรอีกเหมือนสมัยเด็กหรือเปล่า แต่เขาไม่ใช่เด็กอายุสิบขวบที่จะมาตื่นเต้นกับเรื่องไร้สาระหรอกนะ

 

            แน่ล่ะ เดรโกไม่คิดว่าจะมีอะไรมาทำให้เขาหัวใจระรัวได้หรอก ไม่มีอะไรให้เขาต้องตื่นตกใจ หากจะมี ก็คงต้องเป็นเรื่องประมาณว่า แม่ของเขากำลังจะมีน้องคนใหม่ แบบนั้นแหละถึงจะสามารถทุบหัวของเขาให้เวียนหัวเอาได้  

 

            โอ้พ่อหนุ่มหน้าตาย หลังจากนี้แหละ เธอจะได้หัวหมุนซะยิ่งกว่าการนั่งเล่นบันจีจัมพ์เสียอีก

 

            “แม่มีคนมาแนะนำให้รู้จัก — มานี่สิจ๊ะ” เธอหัวเราะแค่นอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ไม่เคยเห็นสีหน้าคุณแม่นึกสนุกขนาดนี้มาก่อน ใครกันที่ต้องมาแนะนำให้รู้จักถึงห้องส่วนตัวลูกชายตัวเองกันเนี่ย

 

            นาร์ซิสซายิ้มกว้างจนเดรโกรู้สึกว่ามันมีความสุขเกินความจำเป็น ร่างซูบผอมผู้เป็นแม่ ทางหลีกให้ใครบางคนที่หลบอยู่ด้านหลังได้เดินมาปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าห้องท่ามกลางความกระอักกระอวนเหมือนสำลักน้ำเต็มปอดของเดรโก

 

            เด็กหญิงแปลกหน้าตัวกะเปี๊ยก ที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเซนต์พอตเตอร์ สวมชุดลูกไม้กับกระโปรงพองนิ่มเป็นซุ้มสีเหลืองอ่อน ริบบิ้นอันเล็กน่าคลื่นไส้ผูกติดอยู่บนผมหยิกฟูสีน้ำตาลที่คล้ายว่านกจะเข้ามาทำรังได้ ดวงตาสีเข้มเหมือนกาแฟมอคค่าที่ถูกโรยด้วยกลิตเตอร์อีกที ทำไมยัยเด็กนี่จะต้องทำตาเป็นประกายถึงขนาดนั้นด้วยล่ะเนี่ย

 

            “สวัสดีค่ะ... พี่เดรโก มัลฟอย” แก้มยุ้ยของใบหน้าหวานแดงระรื่นเหมือนลูกเชอร์รี่บนมิลค์เชครสสตรอเบอร์รี่ ดวงตากลมโตสมกับวัยกำลังโตของเด็กสาวลุกวาวมองเขาอย่างกับเป็นสิ่งละสายตาไม่ได้

 

            พี่? เรียกฉันว่าพี่เนี่ยนะ ยัยเด็กตัวกะเปี๊ยกนี่เป็นใครกัน ลูกสาวของแขกที่แม่พามาหรือไง   

 

          “ว่าไง ยัยตัวกะเปี๊ยก” เดรโกยืนล้วงกระเป๋าวางท่าใส่จนคนเป็นแม่เอ็ดใส่ลูกชายตัวแสบ ยัยเด็กหน้าหวานจนเลี่ยนถึงกับอ้าปากเสียหน้าไปเลย ช่วยไม่ได้ อยากสุ่มสี่สุ่มห้าเรียกเขาว่าพี่เอง เขาไม่ได้อยากจะมีน้องสาวสักหน่อย และไม่มีวันจะมีได้ด้วย

 

            เพราะแม่ของเขาทำหมันหลังคลอดเขาตั้งนานแล้ว ครรภ์ที่อ่อนแอ หากท้องลูกคนที่สองจะเสี่ยงแท้ง นาร์ซิสซาจึงไม่สามารถมีลูกได้อีก ถึงจะอยากได้เด็กคนผู้หญิงบ้าง แต่มีเดรโกก็เพียงพอแล้ว ถึงตอนโต เขาจะไม่ทำตัวน่ารักเลยก็ตาม

 

            “เดี๋ยวเถอะเดรโก! อย่าเรียกน้องแบบนั้นนะ น้องออกจะน่ารักทรงกะทัดรัดขนาดนี้ —แนะนำตัวสิจ๊ะ” ดูท่าแม่จะหลงรักยัยเด็กนี่สุดๆเลยนะเนี่ย ไม่เคยเห็นคุณแม่เอ็นดูเด็กคนไหนมาก่อน ขนาดยัยโซเฟียตัวกลมป้อม แม่ยังไม่เห็นกระดี๊กระด๊าเท่านี้เลยแฮะ กับอีแค่ลูกสาวของคนอื่นจะตื่นเต้นไปทำไม

 

            “สวัสดีค่ะ หนูชื่อ เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ พี่ชาย

 

           หือ?

 

            ว่าไงนะ?

 

            หูฟาดแน่ๆ ไม่มีทาง ยัยเด็กหัวฟูตรงหน้าพึ่งจะพูดว่า เฮอร์ไมมี่อะไรสักอย่าง แล้วต่อท้ายด้วยมัลฟอยงั้นเหรอ แล้วไอ้ที่บอกพี่ชาย? เขาน่ะเหรอ พี่ชาย ตลกแล้ว ไม่มีทาง

 

          “ตลกดีนะครับ กับมุขมีน้องสาวที่ผมไม่ชอบมาเล่นให้ตกใจ แต่นี่ไม่ใช่เดือนเมษาน่าโง่นะครับ เอาลูกสาวแขกคนไหนมา ก็รีบเอากลับไปคืนเขาเถอะครับแม่ ผมยิ่งแพ้อะไรแบบนี้ เดี๋ยวภูมิแพ้ของเลี่ยนจะกำเริบซะก่อน”

 

            เดรโกยืนกระตุกยิ้มร้าย พลางช่วยขำกลบเกลื่อนมุขแป๊กที่แม่ของเขาเอามาแกล้ง ครับ ตลกมากเลย แต่สีหน้านาร์ซิสซากลับยังฉีกยิ้มไม่เลิก บวกกับสายตาของยัยเด็กหัวฟูที่จ้องผมอย่างเอาจริงเอาจัง หยุดทำท่าทีแบบนั้นกันสักทีเถอะครับ ผมชักจะเริ่มหวั่นใจจริงๆแล้ว

 

            “ไม่ใช่มุขจ้ะ คุณลูกชาย เพราะนี่ไม่ใช่เมษาน่าโง่ ฉะนั้น  — ที่หนูเฮอร์มี่พูดเป็นเรื่องจริง เธอคือเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย เป็นญาติห่างๆในตระกูลของเราที่มาจากโบซ์บาตง และเธอเป็นน้องสาวของลูกจ้ะ ลูกจะได้เป็นพี่ชายแล้วนะ เดรโก ตื่นเต้นรึเปล่า”

 

              เรื่องจริง? น้องสาว? พี่ชาย?

 

            ห้ะ...?

 


            นาร์ซิสซาแทบร้องลั่นด้วยความตื้นตัน ซึ่งไม่รู้เพราะดีใจจริงๆหรือสะใจที่เห็นสีหน้าวิญญาณหลุดร่างของเดรโกกันแน่ พนันได้ว่าเขาต้องตะโกนโอดครวญในใจเป็นพันครั้ง ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ได้แต่ยืนยิ้มฝืนๆ เหมือนว่าคนที่เธอจะต้องเรียกว่าพี่ชาย เขาจะไม่ยินดีเอาเสียเลยที่จะมีน้องสาว

 

            ปึง

 

            เดรโกไม่พูดอะไรต่อทั้งนั้น เขาเดินไปปิดประตูใส่หน้ายัยเด็กบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ กับแม่ที่ยืนขำเอาเป็นเอาตายกับสภาพน่าเวทนาของลูกชายตัวเอง สีหน้าของพ่อหัวรั้นคร้านโลก ในที่สุดก็มีสีสันเพิ่มเข้ามาหนึ่งอย่างแล้ว นั้นคืออาการ ตื่นตกใจอย่างสุดแสนสาหัส!

 

            “แม่กับคุณพ่อจะไปคุยงานที่กระทรวงกันก่อน มื้อค่ำฝากพาน้องสาวลงไปทานอาหารด้วยล่ะ แม่จะฝากจดหมายเอาไว้บนโต๊ะ รักลูกนะจ๊ะ — คิกๆ...”

 

            นาร์ซิสซากลั้นขำแทบไม่ได้ พลางตะโกนบอกให้หนุ่มหลังประตูได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ ถึงคำว่าน้องสาว สนุกจริงที่ได้แหย่มังกรตัวน้อย หลังจากนี้เขาคงได้เปิดโลกใบใหม่บ้าง ตลอดเวลาที่เอาแต่เดินตามรอยขาวดำของลูเซียสตลอดชีวิต เธอหวังอย่างยิ่งว่าเด็กสาวสมาชิกคนใหม่ จะช่วยให้ลูกชายของเธอมีมุมมองที่มีสีสันขึ้นมาบ้าง

 

             “มาเถอะ หนูเฮอร์มี่ ป้าจะพาไปเดินชมรอบๆคฤหาสน์” เธอกล่าวก่อนจะเดินจูงมือน้อยๆของเฮอร์ไมโอนี่ออกจากหน้าห้องผู้ชายคนเมื่อครู่

 

            “คนนั้นน่ะเหรอคะ ที่จะต้องเป็นพี่ชายหนู ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบหน้าหนูเลยนะคะ” เราทำอะไรผิดหรือเปล่า พี่ผู้ชายดวงตาเหมือนปลาตายแล้วถึงได้ทำหน้ามุ่ยเหมือนสิ้นหวังกับโลกใบนี้ทันทีที่รู้ว่ามีเธอเป็นน้องสาวกันล่ะ ยังไม่เคยรู้จักกันแท้ๆ จะรีบไม่ชอบหน้ากันไปไหนนะ หน้าตาก็ออกจะหล่อแท้ๆ แต่นิสัยไร้มารยาทไม่สมกับเป็นคุณชายเลย!

 

            เธอนึกว่าเขาจะเป็นเหมือนกับสุภาพบุรุษอะไรทำนองนั้น ก็บ้านออกจะใหญ่โตมีชื่อเสียง ทายาทเพียงคนเดียวก็ควรจะต้องเพอร์เฟ็คไร้ที่ติไม่ใช่หรือ แต่นั่นอะไรกัน ปิดประตูใส่เด็กหญิงตัวเล็กๆอย่างเธอเนี่ยนะ

 

            ไม่เคยมีใครกล้าทำกับเราแบบนั้นเลยนะ ไอ้หัวเหลืองมันบดเอ๊ย!

 

            นาร์ซิสซาหัวเราะร่าเหมือนกับไม่ได้ปลดปล่อยความรู้สึกมานาน ก่อนจะพาเด็กหญิงตัวน้อยเดินดูและแนะนำสถานที่ภายในบ้านต่างๆ ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องดนตรี ห้องครัว ห้องโถงรับแขก สวนพฤษา ป่ากว้างและทะเลสาบด้านหลังคฤหาสน์และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

 

            มีเพียงสิ่งหนึ่งที่เธอไม่ได้บอก คือห้องแห่งความลับและคุกชั้นใต้ดิน... ซึ่งไม่จำเป็นที่สาวน้อยแบบเธอควรรู้

 

 

 

          “ถ้าฉันมีน้องสาว ฉันคงต้องกัดลิ้นตัวเองตายก่อนยัยเด็กนั่นจะโตจนอายุเท่าฉันซะอีก”

 

            เดรโกควรจะกัดลิ้นตัวเองซะเลยดีไหม ตลอดเวลาสิบเจ็ดปีที่โตมา ไม่เคยมีความคดภาพฝันหรือเรื่องบ้าบอว่าจะมีน้องสาวหรืออะไรก็ตาม ญาติห่างๆ? ญาติที่ไหน ใคร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยสักนิด แม่มีญาติห่างๆด้วยเหรอ แล้วยังจะนามสกุลมัลฟอย ไม่ใช่ว่ามีแค่เขาหรือไง

 

            น้องสาว เด็กผู้หญิงกับชุดลูกไม้ฟรุ้งฟริ้ง โบซ์บงตง ใบหน้ากับสีตาหวานเลี่ยน

 

            “ยัยเด็กหัวฟูนั่นมันศูนย์รวมของแสลงเลยไม่ใช่เหรอ!” อ๊าก !! อยากจะตะโกนดังๆให้หูแตก นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย!? ไม่มีทาง! ยัยเด็กนี่ไม่มีเค้าโครงที่จะเป็นญาติทางสายเลือดของมัลฟอยเลยสักนิด

 

            อย่างฉันเนี่ยนะ คุณชายอย่างฉันเนี่ยนะ จะมีน้องสาว เรื่องชวนขนหัวลุกที่ยัยแพนซี่เล่าให้ฟังตลอดตั้งแต่แม่ของหล่อนคลอดน้องคนสุดท้อง ก็ผุดขึ้นมาเป็นสตอรี่เต็มหัวของเขา

 

            ทั้งการใช้ชีวิตแสนเจ้าหญิงดิสนี่ย์แลนด์ การเล่นดื่มน้ำชาของคุณนาย กับของเล่นขนปุยสีชมพูที่โอบล้อมไปทั่วห้อง ไม่จริง นี่เขาจะต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแบบนั้นเหรอ แล้วเพื่อนของเขาที่ฮอกวอตส์จะว่ายังไงถึงน้องสาวปริศนาที่อยู่ๆก็ออกตัวว่าเป็นคุณหนูมัลฟอย!?

 

            เบลสกับทีโอดอร์จะว่ายังไงกัน แต่คงหนีไม่พ้นยัยแพนซี่ พาร์กินสัน หล่อนได้ล้อเขาไปตลอดชีวิตแน่!

 

            หนุ่มร่างเสมือนไร้วิญญาณ โน้มหัวทิ้งลงบนหมอนอย่างแรงด้วยกำลังทั้งหมดที่เป็นศูนย์ เมื่อครู่ที่ผ่านมา ชีวิตเขายังสงบสุขดีอยู่เลยไม่หรือไง... ภาพใบหน้าหวานอย่างกับน้ำตาลปั้นของยัยเด็กเมื่อกี้ยังจำได้เป็นอย่างดี

 

            ไอ้ประกายลุกวาวจนเกินเหตุบนดวงตากลมโตนั่น ริมฝีปากกระจับทรงรูปเล็กอมชมพูตามธรรมชาติ กริยาและท่าทางถูกสอนอมรมมาอย่างดี ก็แน่ล่ะ โบซ์บาตงเป็นเหมือนโรงเรียนเจ้าหญิง

 

            แต่ถึงแบบนั้นทุกส่วนผสมในร่างกายของเด็กผมฟูนั่นและท่าทางมารยาทแบบที่ผู้หญิงชนชั้นสูงพึงมีก็ไร้ที่ติอย่างกับหลุดมาจากหนังสือนิยายสอนคุณสมบัติการเป็นหญิงสาวอันสมบูรณ์แบบอย่างงั้นแหละ คงได้มาดามมักซีม ครูใหญ่โบซ์บาตงสั่งสอนมาอย่างดีเลยสิท่า

 

            ยัยเด็กนั่นไม่ใช่ว่าไม่น่ารักหรอก แต่เพราะเขาเกลียดของน่ารัก เขาถึงได้พลอยไปเกลียดเธอด้วยยังไงล่ะ! ทำไมถึงไม่ใช่น้องชายกันนะ แบบนั้นยังจะน่าดีใจกว่าตั้งเยอะ... รู้สึกอยากจะร้องไห้ให้เสียชาติเกิดผู้ชายซะจริง แค่คิดว่าต้องคอยมานั่งตามใจยัยเด็กผู้หญิงหน้าจิ้มลิ้มก็รู้สึกอยากกัดลิ้นตัวเองตายเหมือนที่บอกไว้กับพาร์กินสัน ไม่มีทางซะหรอก เขาไม่ยอมเด็ดขาด จะต้องไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ให้รู้เรื่อง ไม่มีวันยอมรับยัยนั่นเป็นน้องสาวหรอก ถ้าบังคับเขาให้จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับเด็กตัวกะเปี๊ยกนั่นละก็ เธอต้องโดนเขาแกล้งจนกลับโบซ์บาตงอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

            แต่ถ้าตอนนี้ส่งใบสมัครเรียนไปเรียนต่อที่เดิร์มสแตรงก์จะยังทันมั้ยนะ?


__________________________________________________________________________________________

     ยินดีต้อนรับสู่พี่ชายมือใหม่ในการดูแลน้องสาวจ้าพี่เดรก ถ้าคิดว่าน้องเฮอร์เป็นผู้หญิงนุุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกให้พี่แกล้งได้ง่ายๆละก็ คิดผิดแว้วววว    


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #27 ชื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 10:41

    จจะย้ายร.ร.หนีเลนหรออ น้องน่ารักนี้ยอมรับแล้ว

    *อยากเห็นหน้าตอนไอซีดช็อกอะ

    (คุกใต้ดิน...ไม่หรอนางคงอยู่ห้องสมุด)

    เจอเรื่องที่มีโลลิแล้วววว เย้

    #27
    0
  2. #6 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 20:38

    รอดูระหว่างพี่ชายกับน้องสาว? ใครจะแสบกว่ากัน 5555555555

    #6
    0
  3. #5 ☇ PROUD ♥ (@proudzaza-lovely) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 20:11
    เดร อย่าทำน้อง น้องมุ้งมิ้งนุ่มนิ่มน่ารัก
    #5
    0
  4. #4 Light_Star (@Light_Star) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 10:30

    ไม่ทันอะเดรกกี้ ตอนนี้สมัครไม่ทันแล้วววอยู่ดูแลน้องไปแหละดีแล้วววว
    #4
    0
  5. #3 zomweeri (@zomweeri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 10:19
    เธอยังไม่เจอร่างสองของยัยน้องเลยเดรโก55555555
    #3
    0