ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 7 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 6 (110%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,500 ครั้ง
    13 ก.ค. 62


****มีเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความรุนแรง ทำร้ายร่างกายตัวเอง แยกแยะให้ออกและอย่านำไปทำตาม!!***


บทที่ 6




     ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันคืออะไร ในวันนี้ใคร ๆ ก็ต่างก้าวเท้าตรงเข้ามาหาผม ไถ่ถามเรื่องของอดีตแฟนและเพื่อนสนิทที่หายเงียบไม่ยอมเข้ามาเรียนตั้งแต่เช้า ทั้งเพื่อนร่วมคณะของทั้งสองคนและเพื่อนรุ่นเดียวกันจากคณะผม ยังดีที่ได้อั๋นกับตูนช่วยกันคนเหล่านั้นออกไปให้ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้ลงมานั่งกินข้าวในมื้อเที่ยงได้อย่างสงบแบบนี้

    “อยากเสือกกันจนไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนหรือเปล่า คอยดูนะถ้ามีใครเข้ามาถามมึงเรื่องสองคนนั้นอีกกูจะไล่เตะแม่งให้ดู” อั๋นยังคงฉุนกึกมาตั้งแต่เมื่อเช้า ส่วนผมก็ได้แต่นั่งเงียบเขี่ยข้าวในจานที่เหลือจากการกินไปได้แค่สองสามคำ ทอดสายตามองไปยังอั๋นกับตูนพร้อมกับคำขอโทษ


    “กูขอโทษที่ทำให้พวกมึงต้องเดือดร้อน”


    “มึงจะขอโทษเพื่อ คนที่ต้องขอโทษคือคนพวกนั้นปะ อยากรู้อะไรกันนักหนา เรื่องของตัวเองไหมก็ไม่ใช่ แล้วเสือกมาทำให้มึงเดือดร้อนอีก”


    ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ฟังเสียงตูนกับอั๋นพูดคุยกันพลางนึกคิดอยู่ในหัว


    ใครเป็นคนปล่อยคลิป?


    จากมุมกล้องที่ผมเปิดดูตั้งแต่ที่ปิงส่งมาให้นั้นเหมือนจะเป็นการแอบถ่าย เมฆก็ไม่รู้ตัวรวมถึงครามด้วย และวิดีโอนั้นมันก็ถูกบันทึกเอาไว้ตั้งแต่ช่วงที่เรายังเรียนอยู่มัธยมปลาย รู้ได้จากชุดนักเรียนที่ถอดกองอยู่ ถามว่ารู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหน ก็คงตอบได้เลยว่ามากพอที่จะทำให้ผมไม่สามารถมองหน้าหรือพูดคุยกับสองคนนั้นได้อีก


    ผมไม่ใช่คนรักที่ดีใช่หรือเปล่า


    เป็นเพื่อนที่ไม่ได้เรื่องใช่ไหม


    ถ้ามันไม่ใช่..แล้วทำไมทั้งสองคนถึงได้ใจร้ายทำกับผมได้ขนาดนี้


    ได้แต่คิดย้ำ ๆ กับตัวเองว่าผมผิดพลาดตรงไหน เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเริ่มจากอะไร จากผมหรือว่าใครกันแน่ ถ้าผมไม่คบกับเมฆเรื่องพวกนี้มันก็จะไม่เกิดขึ้น กับสีครามเราก็คงจะยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันเหมือนเดิม หรือมันผิดพลาดไปตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหยิบยื่นความเป็นเพื่อนให้กับสีครามตั้งแต่แรก


    ตรงไหนกันนะ


    “อึก...”


    ผมทำผิดไปตรงไหน


    “รัก มึงเป็นอะไรวะ” เสียงที่ไถ่ถามดังอื้ออึงสะท้อนอยู่ในหู ผมก้มหน้าลงหลบหนีจากสายตาของเพื่อนสองคน


    นั่งเงียบ ๆ มองหยาดน้ำตาที่หยดลงบนโต๊ะหลายต่อหลายหยด


    พยายามแล้วที่จะกักกลั้นมันเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อยู่ดี วางช้อนกับส้อมในมือลงก่อนจะเช็ดน้ำตาออกลวก ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับตูนและอั๋นสลับกัน


    “พวกมึง ..กูคิดว่ากูจะซิ่ว”


    “....”


    “อะไรนะ” อั๋น


    “ซิ่ว? มึงจะซิ่วไปไหน เรียนจะจบปีแล้วนะเว้ย ไม่เสียดายเวลาเหรอ” ตูนว่าขึ้น ขมวดคิ้วส่งสายตาไม่เข้าใจมาให้ อั๋นเองก็เหมือนอยากจะพูดอะไรทำท่าจะพูดแต่สุดท้ายก็เงียบไปเหมือนว่ากำลังคิดอยู่ว่าจะพูดออกมาดีหรือเปล่า


    “มึงมีอะไรหรือเปล่าอั๋น” ผมชิงถามออกไป


    “กูถามได้ไหมวะ ..อันนี้กูแค่สังเกตเอานะ มึงกับครามแล้วก็คนที่ชื่อเมฆเนี่ยใครเป็นแฟนใคร ขอโทษนะเว้ยที่ถาม ตอนที่ครามมาหามึงวันนั้นกูนึกว่ามึงคบกันเห็นครามมันมองนึงด้วยสายตาแบบคนรักอะ แต่พอเห็นมึงเฉย ๆ กูก็เลยคิดว่ากูคงคิดไปเองแน่ ๆ แต่พอเห็นมึงแสดงท่าทางเสียใจมากขนาดนี้กับเรื่องของสองคนนั้น กูก็เลยอยากจะถาม ..ว่ามึงคบกับครามอยู่เหรอ”


    คำถามนั้นทำผมชะงักไป ไม่คิดว่าคำถามที่อั๋นจะถามคือคำถามนี้


    “เปล่า” ผมเอ่ยตอบเสียงแผ่ว “จริง ๆ คนที่กูคบคือเมฆ..ไม่ใช่คราม”


    “หะ! เอ้า แล้วคลิป..”


    “....”


    “พอแล้วไอ้อั๋น มึงเลิกสงสัยแล้วเอาจานไปเก็บกัน กว่าจะเรียนก็บ่าย ๆ ไปนั่งเล่นที่สนามบาสกันดีกว่าว่ะ” ตูนพูดขัดขึ้น ส่งสายตาไปทางอั๋นก่อนจะหันมาพูดคุยกับผมปกติ ซึ่งผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร จะกลับห้องตอนนี้ก็คงยังไม่ได้เพราะผมมีเรียนต่อ



    


    หลังจากที่เรียนคลาสสุดท้ายจบลงผมก็ตรงกลับห้องทันทีโดยไม่ได้แวะที่ไหนเลย ยังคงมีบางคนที่เข้ามาถามผมเกี่ยวกับเรื่องของเมฆกับคราม พวกเด็กคณะนิเทศฯ นั้นบอกว่าวันนี้ทั้งเมฆและสีครามเองไม่มีใครเข้ามาเรียนเลยตั้งแต่เช้า


    มันก็ไม่แปลก เกิดเรื่องขึ้นมาขนาดนี้ผมคิดว่าทั้งสองคนคงไม่กล้าเข้ามามหา’ลัยไปอีกสักพักแน่ ๆ


    ผมถอดหูฟังออก กดปิดหน้าเว็บหนังที่เพิ่งจะจบไปก่อนจะพับหน้าจอโน้ตบุ๊คลง เงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าในตอนนี้มืดครึ้ม พยากรณ์อากาศบอกว่ามีพายุเข้าช่วงสองสามวันนี้จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่และมีลมแรง


    เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องขณะที่ผมกำลังพิมพ์ตอบข้อความจากพี่ไดโนที่เพิ่งจะทักมาครั้งแรกของวันนี้


    

    Dino Dino : ทำอะไร


    Ruk Passakorn : กำลังจะต้มมาม่า พี่ลาะ

                              : *ล่ะ


    ติ้ง!

    Dino Dino : เหรอ กูเพิ่งสั่งข้าวไป เดี๋ยวรอกินพร้อมมึง..คอลได้ไหม

 

    ผมเอื้อมมือไปดึงหูฟังออกจากโน้ตบุ๊คมาเสียบกับโทรศัพท์แทน ก่อนจะพิมพ์ตอบพี่ไดโนไปพลางแกะเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเทใส่ลงในถ้วย แกะผงเครื่องปรุฝใส่ลงไปรอคอยแค่ให้น้ำร้อนที่ผมเสียบเอาไว้เดือด ระหว่างนั้นก็แตะรับสายจากพี่ไดโนที่คอลมา


    [ข้าวกะเพราทะเลของไอ้ไดโนว่ะ ข้าวมึงได้แล้วอะ มึงสั่งน้ำอะไรนะ ...น้ำเปล่า เออ ๆ น้ำเปล่าให้ไอ้ไดโนแก้วนึง] เสียงโวยวายดังลอดเข้ามาพร้อมกับเสียงตอบสั้น ๆ ของพี่ไดโน ผมคิดว่าพี่เขาคงจะต้องนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนตัวเองแน่ ๆ


    “.....”


    [แป๊บ กูเสียบหูฟังก่อน] พี่ไดโนว่า


    ผมพยักหน้าลงถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นก็ตาม ยืนรอน้ำเดือดก่อนจะกดใส่ลงในถ้วยหยิบจานมาครอบปิดเอาไว้รอให้เส้นมันนุ่ม


    [รัก]


    “อ่าหะ”


    [ต้มมาม่าเสร็จยัง]


    “ผมรอเส้นมันนุ่มอยู่ เอาจานปิดไว้” บอกระหว่างที่ยกถ้วยไปวางลงบนโต๊ะที่ใช้ทำงาน ผมลากเก้าอี้มานั่งลงจ้องมองหยาดฝนที่เริ่มตกปรอยลงมา


    [หิวว่ะ]


    หือ.. ก็กินข้าวอยู่ไม่ใช่หรือไง


    “กินอยู่ยังจะหิวอีกเหรอ” ผมว่า


    [กินไร กูรอมึงเนี่ย]


    รอ.. รอผมเหรอ


    “รอทำไม พี่หิวพี่ก็กินก่อนสิ”


    [กูอยากกินข้าวกับมึงไง มีปัญหาเหรอ ต่อยไหม] น้ำเสียงฟังดูหาเรื่องจากปลายสาย พี่ไดโนก็ยังคงเป็นพี่ไดโน จะจีบแบบคนปกติทั่วไปเขาจีบก็ไม่ได้ ถามจริงมีใครบ้างที่พูดจาหาเรื่องชวนตีชวนต่อยกับคนที่ตัวเองบอกว่าจะจีบแบบนี้น่ะ


    “มาม่าผมได้แล้ว พี่ก็กินข้าวเถอะ..” ผมว่า เริ่มใช้ส้อมพันเอาเส้นมาม่าขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนก่อนจะยัดใส่ปากคำโต พี่ไดโนเองก็เริ่มกินแล้วเหมือนกัน เราทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ส่วนนึงเพราะผมไม่รู้จะชวนคุยอะไร ในหัวมีแต่เรื่องเมฆกับสีคราม กินไปเหม่อไปสุดท้ายก็ไม่หมด เททิ้งล้างจานเก็บแล้วถึงจะกลับมาหยิบหูฟังใส่เข้าหูเหมือนเดิม


    “พี่ไดโน”


    [เสร็จแล้วเหรอ?]


    “อื้อ ผมว่าจะนอนแลเว ฝนตกอากาศเย็นสบายมากเลย”


    [กินแล้วอย่าเพิ่งนอน นั่งหาอะไรทำไปก่อน]


    “ผมรู้แล้ว”


    [ปากมึงบอกรู้ แต่ตัวมึงนอนไปแล้วน่ะสิ]


    อ๊ะ.. พี่เขารู้ได้ยังไง!


    ผมอุตส่าห์สอดตัวเองเข้าไปนอนใต้ผ้าห่มเงียบ ๆ แล้วนะ ก็พอกินแล้วหนังตามันก็หย่อน อยากที่จะนอนพักผ่อนขึ้นมา


    “เปล่า-....”


    ปึง ๆๆๆ


    “น้องรัก! อยู่หรือเปล่า รัก..เปิดประตูให้พี่หน่อย” พี่พัดเอ่ยเรียกผมเสียงสั่น ผมสัมผัสได้ว่ามันมีบางอย่างในน้ำเสียงนั้น พี่เขาดูร้อนรนจนผมต้องบอกพี่ไดโนว่าขอวางก่อน รีบลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงไปเปิดประตูห้องออกทันที


    “พี่พัด” เบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ


    คนตรงหน้าผมนั้นมีอาการตื่นตกใจเหมือนเจออะไรมา เสื้อผ้าของพี่พัดเปียกแนบร่างกายมีรอยเลือดเป็นจุด ๆ


    “เกิดอะไรขึ้นครับ” ผมรีบถามต่อ


    พี่พัดส่ายหัวไปมา ยื่นมือเย็นเฉียบมาคว้าแขนผมเอาไว้


    “เพื่อนน้องรัก ..คนที่มาเมื่อวานที่ชื่อครามเขาอยู่หน้าหอ ที่แขนมีรอยกรีดด้วย พี่จะพาเขาไปโรงพยาบาลแต่ว่าเขาไม่ยอมไป เขาจะรอให้น้องรักออกไปหาเขา ..อึก รักลงไปนะ พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้จะทำยังไง โทรเรียกรถพยาบาลแล้วแต่ว่าเพื่อนของรักเขาไม่ยอมขยับลุกไปไหนเลย”


    …


    “น้องรัก”


    “ผมจะลงไปหาเขาเองครับ”



----



ฝนด้านนอกเทกระหน่ำลงมาดูน่ากลัว ร่างของเพื่อนสนิทนั่งคู้กอดเข่าตัวเองอยู่ที่ด้านหน้าหอพัก เรียวแขนมีเลือดไหลซึมออกมาจากแผลที่ถูดกรีดเป็นรอยยาวหลายต่อหลายรอยแผล ผมละทิ้งความตั้งใจทุกอย่างทันทีที่เห็นภาพนี้ กึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าฝนเข้าไปจนถึงร่างนั้น


    สีครามเงยหน้าขึ้นมา ในตอนแรกสิ่งที่ผมคิดว่าจะเห็นก็คือดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้ แต่เปล่าเลย มันมีแต่เพียงรอยยิ้มและแววตาสะท้อนถึงความดีใจเมื่อได้เจอผม ร่างของเพื่อนสนิทลุกขึ้นซวนเซเข้ามาหาผมอย่างอ่อนแรง ยื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเข้ามาจนผมผงะเผลอก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ


    “มึงออกมาหากูแล้ว”


    “ทำไมมึงทำแบบนี้”


    “ขอกูกอดมึงได้ไหม หนาวจังเลยรัก”


    “.....” ร่างกายของผมเริ่มสั่น เสื้อผ้าเปียกแนบไปกับร่างกายในขณะที่คนตรงหน้าสวมกอดแนบร่างกายเย็นเฉียบของตัวเองเข้ามา ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสีคราม สับสนและมึนงงไปหมด ยกมือขึ้นโอบกอดร่างของอีกคนเอาไว้หลวม ๆ ก่อนจะขยับกายพาเข้าไปด้านใน รับผ้าเช็ดตัวผืนหนามาคลี่ออกคลุมลงไปบนร่างที่กำลังสั่นอย่างหนัก


    รถพยาบาลมาหลังจากนั้นไม่นาน


    รอยแผลพวกนั้นยังคงมีเลือดไหลซึม สีครามนั้นสลบไปหลังจากที่ผมพาเข้ามาด้านในหอได้สักพัก ใบหน้าซีดเซียวถูกผมเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าผืนเล็กขณะที่พี่บุรุษพยาบาลกำลังหามอีกฝ่ายขึ้นหลังจากที่จัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไป


    “ญาตินั่งไปกับเราหนึ่งคนนะครับ”


    “ผม…” ในที่นี้ก็คงมีแค่ผมเท่านั้น ความเป็นห่วงลึก ๆ ในใจนั้นทำให้ผมก็อยากที่จะไปด้วย แต่เพราะสิ่งที่สีครามทำกับผมเองมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะลบล้างออกไปได้ง่าย ๆ ผมยืนนิ่งด้วยความสับสนก่อนที่พี่พัดจะแตะมือลงมาบนไหล่ผม บีบเบา ๆ พร้อมกับยิ้มให้ ข้างกายมีพี่เคนยืนอยู่ด้วยไม่ห่าง


    “เดี๋ยวพี่ไปเอง รักขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ แล้วจะตามไปทีหลังก็ได้ หรือว่ารักไม่อยากจะไปด้วยเพราะเหตุผลส่วนตัวก็ไม่เป็นไร”


    พี่พัดใจดีกับผมอีกแล้ว


    ผมเกรงใจพี่เขานะ และรู้สึกด้วยว่ามันไม่ควรจะเป็นเรื่องที่พี่เขาจะต้องมาเสียเวลาไปกับมันด้วยซ้ำ เพียงแต่ในเวลานี้ผมกลับไม่คิดที่ปฏิเสธความหวังดีนั้น


    “ผมขอรบกวนพี่ด้วยนะครับ”


    “ไม่เป็นไร ..เคนหยิบกระเป๋าสตางค์ให้พัดหน่อย” พี่พัดหันไปบอกแฟนตัวเอง เดินตามพี่บุรุษพยาบาลไปขึ้นรถขณะที่พี่เคนถือกุญแจรถตัวเองตามหลังไป คิดว่าคงจะไปรอรับพี่พัดกลับเลยหลังจากที่จัดการเรื่องของสีครามเสร็จ ส่วนผมก็ได้แต่เดินพาร่างเปียกปอนของตัวเองขึ้นห้องมาเหมือนคนหมดแรง


    ภาพของเพื่อนสนิทนั้นติดตา ไม่ว่าจะหลับตาลงอีกกี่ครั้งมันก็ไม่จางหาย


    ผมทั้งกลัวและตกใจในตอนที่เห็น ทำอะไรไม่ถูกเพราะชีวิตนี้ก็ไม่เคยมีใครกรีดข้อมือเอาแผลมาให้ดูเต็มตาขนาดนี้


    ลมหายใจติดขัด ทรุดนั่งลงหลังจากที่ปิดประตูห้อง สายตาพร่าเบลอถูกบดบังด้วยม่านน้ำตาที่กำลังไหลรินลงมา เพราะผมใช่หรือเปล่าสีครามถึงได้ทำแบบนั้น กรีดแขนตัวเอง นั่งตากฝนจนผิวกายเย็นเฉียบทั้งยังเป็นลมไปอีก


    ถ้าหากว่าผมยอมพูดคุยกับอีกฝ่ายบ้างมันคงจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้


    เพราะผม..


    [เสียงคอลเฟส]


    ผมเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปยังต้นเสียง ลุกเดินไปหยิบโทรศัพท์ข้าง ๆ หูฟังขึ้นมาจ้องมองชื่อของคนที่คอลผ่านเฟสมาในเวลานี้ มือสั่นเทาเลื่อนนิ้วกดรับไปก่อนจะยกแนบหู


    [..รัก หายไม่ตอบ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า] เสียงที่ไม่ได้ฟังดูอ่อนโยนเหมือนใครแต่กลับแฝงไปด้วยความเป็นห่วงที่สัมผัสได้นั้นทำเอาผมกักกลั้นน้ำตาตัวเองไม่อยู่ ปล่อยเสียงร้องออกมาหลังจากที่อัดอั้นมาแสนนาน ทรุดตัวฟุบหน้าลงบนเตียงในขณะที่พี่ไดโนนั้นอยู่เงียบ ๆ ไม่เอ่ยอะไรมา


    “ฮึก ฮืออ ไม่เอาแล้ว พอแล้ว..ผมไม่ไหวแล้ว”


    [....]


    “อึก พ่อ.. รักอยากกลับบ้าน อยากกลับ ฮึก”


    เสียงจากปลายสายไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมแล้วในตอนนี้


    ฟุบหน้าร้องไห้ออกมาแบบนั้นไม่รับรู้ว่าเวลามันผ่านเลยไปขนาดไหน ฝนหยุดตกไปแล้ว ท้องฟ้าสีดำมืดดูน่ากลัวไม่ต่างอะไรจากห้องของผมที่ไร้ซึ่งแสงไฟ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ผมสะอื้นฮักอยู่อก เลื่อนตัดสายทิ้งไปเงียบ ๆ


    ขอโทษพี่ไดโน แต่ผมไม่พร้อมจะคุยกับพี่เขาในตอนนี้


    ติ้ง!


    เสียงข้อความดังขึ้นมาหลังจากนั้น


    ผมก้มมองลงที่หน้าจอก่อนจะเบิกตากว้าง

    Dino Dino : ห้องมึงห้องไหน


    …


    พะ พี่เขาถามทำไม

 

    Ruk Passakorn : ถามทพไมครัย

    Ruk Passakorn : *ทำไม ครับ


    ไม่นานก็ขึ้นอ่าน


    ผมเช็ดหน้าเช็ดตา สูดหายใจเข้าควบคุมตัวเองให้มีสติอีกครั้ง

  

    ติ้ง! ๆ ๆ

 

    Dino Dino : ตอบ

    Dino Dino : อย่าให้กูหาเองนะรัก

    Dino Dino : เร็ว ๆ ขับรถมาไกล กูเหนื่อย


    หมายความว่าไง..


    ขับรถมาไกล


    นี่พี่เขามาหาผมอย่างนั้นเหรอ


    Ruk Passakorn : พี่มาหาผมเหรอ


    ติ้ง!

    Dino Dino : ห้องอะไร


    หัวใจผมเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง มือไม้สั่นไม่รู้ว่าตัวเองควรจะบอกไปดีไหม พี่เขามาหาผมทำไมผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เวลานี้มันก็ดึกแล้ว ทำไมพี่เขาถึงได้..

   

    ติ้ง!

 

    Dino Dino : นับ 1


    …

     

    Ruk Passakorn : เดี๋นว

    Ruk Passakorn : 210 ห้งอผท


    รีบจนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก


    ผมลุกขึ้นไปชำระล้างคราบน้ำตาในห้องน้ำก่อนจะล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้าไม้ถูพื้นมาเช็ดทำความสะอาดในจุดที่เปียก


    ปึง ๆ ๆ


    “รัก”

    …


    พี่ไดโน..มาจริง ๆ ด้วย


    “แป็บนึงครับ” ผมเอ่ยตอบไปเสียงแหบขึ้นจมูก เอาไม้ถูพื้นไปวางทิ้งไว้ในห้องน้ำก่อนจะเดินตรงไปยังประตู เปิดแง้มออกโผล่ส่วนบนของใบหน้าไปตรงช่องว่างจ้องมองร่างสูงที่ยืนนิ่งในชุดเสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์ก็ดำ ..เรียกได้ว่าสีดำไปหมดทั้งตัว


    “ถอยไป” พี่ไดโนว่า ดันประตูเดินแทรกเข้ามาด้านในพร้อมกับถุงเซเว่นถุงใหญ่ในมือ


    ผมดันประตูห้องปิดลง เดินตามหลังคนตัวสูงไปยังโต๊ทำงานที่พี่เขาเอาของในมือวางลงไป


    “มาทำไม” เอ่ยถามเสียงแผ่ว


    มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่พี่เขาจะต้องมาหาผม


    “อยากมา ทำไม..มึงมีปัญหา?” พี่ไดโนเลิกคิ้วขึ้น กอดอกด้วยท่าทางอย่างกับจะหาเรื่องผม “เงยหน้าขึ้น” ฝ่ามืออุ่นแตะลงบนปลายคางจับให้ผมเงยขึ้นโดยที่ไม่รอให้ผมได้ทันตั้งตัว


    “พี่ไดโน..”


    “ตาบวม กูซื้อน้ำแข็งมา มีผ้าเช็ดหน้าไหม ไปหามาผืนนึง”


    “พี่จะทำอะไร”


    “ไปหามา อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ” เสียงดุว่าอีกรอบ


    ผมผละออกเดินไปคุ้ยห้าผ้าเช็ดหน้าผืนบางที่ซักและพับใส่ลิ้นชักเอาไว้ เดินถือมันกลับมาให้พี่ไดโนที่กำลังแกะถุงน้ำแข็งออก หยิบก้อนน้ำแข็งหนึ่งก้อนมาห่อลงในผ้าทำคล้ายกับลูกประคบ ก่อนที่พี่เขาจะยื่นมือมาจับคางผมให้เงยขึ้นอีกครั้ง


    “หลับตา”


    “....” ผมหลับตาลงอยางว่าง่าย


    สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความเย็นแนบคลึงลงบนเปลือกตาแผ่วเบา ทำสลับไปมาทั้งสองข้างอยู่เป็นเวลานาน จนกระทั่งพี่เขาถอยห่างออกไป


    “เสร็จแล้ว”


    “ขอบคุณ..”


    “ไปเช็ดผมมึงให้แห้ง”


    “อ่า ครับ” ผมตอบรับไป เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดซับน้ำออกจากผมตัวเองในขณะที่พี่ไดโนนั้นยืนพิงอยู่กับโต๊ะตัวนั้นมองมาทางผม


    “....”


    “....”


    รู้สึกอึดอัดจังกับสายตาที่จ้องมาแบบนั้น


    “พี่จะนอนที่ไหน” ผมถามหลังจากที่เช็ดผมเสร็จจนแห้ง หันมองไปรอบ ๆ ห้องที่ไม่ได้กว้างขวางเท่ากับคอนโดฯ ของพี่เขา ทั้งยังไม่ได้มีโซฟาให้ได้นอน จะให้ขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกันผมก็คงจะไม่สะดวก แต่ถ้าจะให้พี่เขากลับไปตอนนี้ หรือว่าให้ลงไปนอนบนพื้นผมก็ทำไม่ได้


     “มานี่”


     ผมยืนนิ่ง ทำตัวไม่ถูกเมื่อพี่เขาไม่ตอบคำถามแต่กลับยกมือเรียกให้ผมเดินเข้าไปหาแทน


     “เร็ว” เอ่ยเร่งเสียงเข้ม


     สุดท้ายผมก็ได้แต่เดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปหาพี่ไดโน หลับตาลงข้างนึงเมื่อฝ่ามือร้อนแนบลงมาบนหน้าจับเงยขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงผ่านไปบนแก้มผมแผ่วเบา


     “ใครทำอะไรมึง”


     “....”


     “ได้ยินไหมรัก กูถามว่าใครทำ”


     เสียงพี่เขาน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ


     แววตาแวววับดูน่ากลัวจนผมตกใจถอยหนี แต่ก็ถูกพี่ไดโนสอดมือเข้ามารวบเอวเอาไว้ไม่ให้ขยับถอยได้อีก


     ผมได้แต่ส่ายหัว เอ่ยตอบไปเสียงสั่น


     “ไม่มีใครทำผม”


     “เล่ามา”


     “พี่ไดโน”


     “แค่เล่า กูสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรไม่ดี ..แค่อยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้มึงร้องไห้” พี่เขาว่าเสียงอ่อนลงต่างจากในตอนแรก คลายมือออกจากใบหน้าผม ยกขึ้นกอดอกในขณะที่ผมขบเม้มริมฝีปากตัวเองอย่างใช้ความคิด


     ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้พี่เขาฟัง


     จนกระทั่งถึงเหตุการณ์วันนี้เสียงของผมก็ขาดหาย ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกผิดที่มีเพิ่มมากขึ้นสะสมมาเรื่อย ๆ


     “เพราะผม..”


     “รัก”


     “ผมทำให้ครามกรีดข้อมือตัวเอง”


     “ฟังกู! มันไม่ใช่เพราะมึง หยุดโทษตัวเองแบบโง่ ๆ ได้ไหมวะ”


     “.…”


     “มึงไปจับมีดกรีดมือเพื่อนตัวเองหรือไง มึงสั่งมันเหรอ..สิ่งที่มันทำกับมึงนั่นแหละที่เขาเรียกว่าทำร้าย แล้วถ้าการที่มึงถอยออกมาทำให้เพื่อนมึงกรีดข้อมือประชดเหี้ยอะไรก็แล้วแต่มันไม่ได้แปลว่าเป็นเพราะมึง เข้าใจที่กูพูดไหม หยุดคิดอะไรแบบนั้นแล้วตั้งสติสักที”


    “.....”


    “โอเคขึ้นหรือยัง”


    “อื้อ” ขานรับไปเสียงแผ่ว ฉุกคิดขึ้นมาทีละนิด ค่อย ๆ เริ่มรู้สึกผิดกับตัวเอง เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องครามกับเมฆผมก็ไม่เคยคิดโทษใครเลยนอกจากตัวเอง


    “โอเคแล้วก็ไปนอน”


    “ขอบคุณนะ..พี่ไดโน”


    “กูไม่ได้ขับรถมาไกลเป็นกิโลเพื่อฟังคำขอบคุณจากมึงแน่ ๆ”


    “..แล้วพี่อยากให้ผมทำอะไร”


    “มานี่” พี่เขารั้งแขนผมอีกรอบ


    สัมผัสจากเรียวแขนโอบรัดไปทั่วร่างผม ใบหน้าแนบสนิทไปกับแผ่นอกแน่นของคนที่กำลังกอดผมอยู่ ผมยืนนิ่งด้วยความตกใจ ร่างกายค่อย ๆ ซึมซับความอบอุ่นทีละนิดก่อนที่ผมจะเริ่มโอนอ่อนทิ้งตัวพิงไปด้วยความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและความรู้สึก


    “กูเคยบอกว่าไง..จำได้ไหมวันนั้นที่เจอกัน”


    “....”


    “ไม่เหลือใครมึงก็ยังมีกู”


    “....”


    “กูพร้อมจะปกป้องมึง ต่อให้กูต้องเหี้ยใส่ใครขนาดไหนก็ตาม”



----



ก๊อก ๆ ๆ


    “รัก..น้องรัก ตื่นหรือยัง”


    ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงประตูที่ดังขึ้นไม่ดังมาก เสียงเรียกจากพี่พัดดังลอดมาขณะที่สติผมเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา นี่มันเพิ่งจะเจ็ดโมงนิด ๆ เมื่อคืนผมไม่แน่ใจว่านอนหลับไปตอนไหน รู้แค่ว่าหลับสนิทผมหลับสนิทมากที่สุดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเลยนะ


    “รัก”


    “ครับพี่พัด ..อะ เห้ย! อุ้บ” ตกใจหมดเลย! ผมปิดปากตัวเองแน่น เบิกตากว้างมองผู้ชายตัวใหญ่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนเอนพิงไปกับหัวเตียง คิดว่าพี่เขาคงจะหลับและเสียงผมเมื่อกี้ก็ทำให้พี่ไดโนลืมตาขึ้นมาแล้วด้วย ท่าทางดูง่วงบวกเหนื่อยในตอนที่เหลือบสายตามาทางผม


    ลืมไปเลยว่าเมื่อคืนพี่เขาเอ่ยบอกว่าจะนั่งเฝ้าจนกว่าผมจะหลับ


    ไม่คิดว่าจะเฝ้าอยู่จริง ๆ


    “น้องรัก มีอะไรหรือเปล่า”


    “เอ่อ เปล่าครับพี่พัด เดี๋ยวผมเปิดประตูให้ แป๊บนึงนะครับ” ผมเอ่ยตอบไปรวดเร็ว ขยับลุกจากเตียงเดินตรงไปยังประตูก่อนจะเปิดออก ส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับพี่พัดที่ยืนถือกล่องใส่ข้าวสองกล่องเอาไว้ในมือ พร้อมกับน้ำเต้าหู้อีกหนึ่งถุง


    “พี่ทำแกงจืดไข่ม้วนเลยตักมาฝากรัก มีข้าวด้วย แล้วก็นี่น้ำเต้าหู้เจ้าประ- เดี๋ยวนะ..” พี่พัดชะงักไป สายตาเลื่อนมองไปยังพี่ไดโนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงผม ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงพร้อมกับรอยยิ้ม ขยับเข้ามากระซิบถามเสียงหยอกเย้า “ใครน่ะ แฟนใหม่เหรอ.. งานดีไม่เบานะเนี่ย”


    “มะ ไม่ใช่ แค่เพื่อน..เอ่อ คือเขาอายุมากกว่า เรารู้จักกัน แต่ไม่ใช่แฟนครับ” ผมว่า หันไปมองพี่ไดโนที่เงยหน้าขึ้นมารับรู้ว่าถูกเอ่ยถึง พี่พัดส่งยิ้มล้อเลียนมาเล็กน้อย ซึ่งผมก็ไม่ได้ถือสาอะไรกับการหยอกล้อของพี่เขา ยื่นมือไปรับกล่องข้าวกับแกงจืดมาไว้ในมือพร้อมกับน้ำเต้าหู้


    “นี่พี่ไม่รู้ว่ารักอยู่กับเพื่อนเลยไม่ได้ตักมาเยอะ เดี๋ยวพี่ลงไปตักเพิ่มให้”


    “ไม่เป็นไรครับพี่พัด แค่นี้ก็พอแล้ว ..เดี๋ยวผมหุงข้าวเพิ่มก็พอ แค่นี้ผมก็เกรงใจพี่มากแล้ว” จะไม่รับเอาไว้ก็เสียน้ำใจ แต่สิ่งที่พี่เขาทำให้ผมที่ผ่านมามันก็ทำให้รู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อยเลย ผมคงไม่กล้ารบกวนพี่พัดไปมากกว่านี้แล้วล่ะ


    “เอาแบบนั้นก็ได้ แต่รักไม่ต้องเกรงใจพี่เลยนะ มีปัญหาอะไรอยากให้ช่วยก็บอกพี่ รักก็เหมือนน้องชายพี่คนนึงนั่นแหละ” พี่พัดว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “อ่า พี่ลืมไปเลย เดี๋ยววันนี้พี่จะต้องไปส่งพี่เคน จะกลับมาก็ช่วงเย็น วันนี้ตอนบ่ายมีคนจะเข้ามาดูห้อง พี่ฝากให้รักพาเขาไปดูห้องทีนะ เดี๋ยวพี่ทิ้งกุญแจเอาไว้ให้”


    “อ๋อ ได้ครับ เดี๋ยวผมดูให้”


    “โอเคจ้า ฝากด้วยนะ”


    “ครับ”


    ผมดันประตูปิดหลังจากที่พี่พัดไปแล้ว เดินถือกล่องในมือไปวางลงบนไมโครเวฟ คิดว่าจะหุงข้าวเพิ่มแต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ไดโนจะกลับเลยไหม จริง ๆ วันนี้ทั้งผมและพี่เขาก็มีเรียนกันทั้งคู่ เพียงแต่ว่าผมคงไม่ไปเพราะคิดว่าวันนี้จะเข้าไปดูสีคราม


    “พี่..จะอยู่กินข้าวไหม หรือว่าจะกลับ คือ ผมไม่ได้ไล่นะ อย่าเข้าใจผิด..”


    “หึ กูยังไม่ได้ว่าอะไรมึงเลยนะกระต่าย”


    กระ กระต่ายเหรอ?


    “ผมไม่ใช่กระต่ายสักหน่อย..” บ่นอุบอิบพลางเตรียมที่จะหุงข้าวเพิ่ม “พี่ไม่น่ามาหาผม วันนี้ไม่ใช่วันหยุด และมหา’ลัยพี่คงไม่ได้บังเอิญมีกิจกรรมอะไรหรอกใช่ไหม”


    “อืม ก็เรียนปกติ”


    “....” นั่นไง ผมว่าแล้ว “ผมทำให้พี่ขาดเรียน”


    “นี่ มึงชอบโทษตัวเองแบบนี้ตลอดเลยเหรอ..ทำไมมึงไม่ลองคิดบ้างว่าที่กูมาหามึงเพราะกูอยากมาเอง มึงไม่ได้บังคับกูนะรัก แล้วคิดว่าถ้าบังคับกูจริงมึงจะบังคับกูได้ไหมถ้ากูไม่อยากมา” ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ พี่ไดโนรั้งคอผมให้หันไปมองสบตาด้วย


    อ่า สายตาของพี่เขาดุและน่ากลัวเสมอเลยสำหรับผม


    “....”


    “กูขาดผลมันก็อยู่ที่กูมึงเข้าใจไหม และกูทำตัวกูเอง หยุดคิดหยุดโทษแต่ตัวมึงเองสักที”


    “แต่มันก็เกี่ยวกับผมอยู่ดี”


    “พูดอีกรอบกูจะต่อยปากมึงแล้วนะ”


    ผมมุ่ยหน้า กดโปรแกรมหุงข้าวสวยบนหม้อก่อนจะหันมาสบตากับคนตัวสูง “พี่ขู่คนที่เองบอกว่าจะจีบแบบนี้ทุกคนเลยหรือไง”


    “ก็..เปล่า”


    “แต่พี่ทำกับผม” เลิกคิ้วขึ้นถาม


    พี่ไดโนทำหน้าแปลก ๆ ไปสักพัก


    “กูจีบแค่มึง มึงคนแรกนั่นแหละ จะให้กูไปทำแบบนี้กับใครอีก”   


    “เป็นไปไม่ได้”


    “อะไรเป็นไปไม่ได้”


    กะ ก็เรื่องที่พี่เขาบอกว่าจีบผมคนแรก


    อย่างพี่ไดโนเนี่ยนะ..


    “พี่ไม่เคยจีบใครเลยเหรอ” ผมถาม ให้พูดตรง ๆ ก็คือผมไม่เชื่อ บางทีพี่เขาอาจจะพูดออกมาเพราะต้องการให้ตัวเองดูดีก็ได้


    “ไม่เคย”


    “ผมไม่เชื่อ”


    “กูไม่ได้บอกให้มึงเชื่อกู ใครก็พูดได้ทั้งนั้นว่าตัวเองไม่เคยจีบใคร เอาไว้มึงเชื่อใจกูเมื่อไหร่วันนั้นมึงก็จะเชื่อกูเอง ..กินข้าวเถอะ กูจะออกไปทำธุระ แล้วจะรีบกลับมาตอนบ่าย ถ้ามึงโอเคดีแล้วเย็นนี้กูก็จะกลับ” พี่เขาไหวไหล่ ยกมือขึ้นมาผลักหัวผมเบา ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมตัวเองขึ้นมาสวมใส่


    ผมทำให้พี่เขารู้สึกแย่หรือเปล่า..


    “คือ..ผมไม่ได้ตั้งใจ”


    “เรื่อง?”


    “ที่ผมพูด พี่อาจจะรู้สึกแย่ ผม-..”


    “ถ้าขอโทษกูตีปากมึงแน่ เงียบไป กูไม่ได้รู้สึกแย่อะไรทั้งนั้น ที่กูไปเพราะกูมีธุระ เดี๋ยวจะกลับมากินข้าวที่ห้องมึง เข้าใจแล้วนะ”


    “....” ผมพยักหน้ารับ แอบสะดุ้งน้อย ๆ ตอนที่พี่เขายกมือชี้ให้เงียบ


    พี่ไดโนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบ จ้องมองก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องไป



  

    ในช่วงสายมีผู้ชายคนนึงเข้ามาดูห้องตามที่พี่พัดบอกเอาไว้ ผมพาอีกฝ่ายขึ้นไปที่ชั้นบน เปิดห้องให้และคอยแนะนำในส่วนต่าง ๆ เท่าที่จะแนะนำได้ จนกระทั่งเขาตกลงที่จะเช่าอยู่ในห้องนั้น เรื่องสัญญาและมัดจำต่าง ๆ ผมไม่แน่ใจว่าพี่พัดจะให้คนคนนี้เข้ามาทำสัญญาตอนไหน


    ผมลงมาเอาโทรศัพท์เพราะคนที่มาไม่ได้บันทึกเบอร์ของพี่พัดเอาไว้ และเขาจำไม่ได้ว่ามันคือเบอร์ไหน


    ได้โทรศัพท์ผมก็กดโทรออกทันที เตรียมจะเดินออกจากห้องกลับขึ้นไปที่ด้านบน


    …


    !!


    “เซอร์ไพร์ส ..”


    “เมฆ” ผมหลุดเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว เหลือบมองบานประตูก่อนจะก้าวตรงไปเพื่อที่จะดันปิดทั้ง ๆ ที่หัวใจเต้นรัว มือไม้สั่น แรงจากอีกฝั่งผลักประตูต้านกลับมา เมฆทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแทรกตัวเข้ามาด้านในห้อง


    “ปิดประตูทำไม เมฆแค่จะมาคุยกับรัก เรามาคุยกันดี ๆ เมฆสัญญาว่าเมฆจะไม่ทำอะไร”


    “อื้อ!”


    “แต่ถ้ารักอยากให้ทำเมฆก็ไม่ขัดนะ กับไอ้เหี้ยนั่นก็คงทำไปแล้วใช่ไหมล่ะ มีผัวสองคน..รักน่าจะชอบสิ ใช่ไหมล่ะ?”








---110%---


พล็อตเรายังเดินต่อเรื่อย ๆ เรื่องครามเรามีคำตอบให้ เรื่องอดีตเราคิดที่จะใส่ลงไปให้

การที่เราเขียนนิยายสักเรื่อง ไม่ได้เขียนเอาแค่สนุกหรือให้ใครมาด่าตัวละครเอาสะใจ

และเราไม่คิดเอาความรู้สึกทำร้ายตัวเอง ใช้วิธีกรีดข้อมือมาใช้เพื่อความสนุกของนิยายหรอกนะคะ เข้าใจเราด้วย บางเรื่องที่ยังไม่เฉลยเพราะยังไม่ถึงเวลา อยากให้อ่านและลุ้นไปด้วยกัน แต่อย่าคิดว่าเราเขียนแค่เอามันเอาสนุกเลย การเขียนมันไม่ง่ายขนาดนั้นนะคะ



อัพพพ พรุ่งนี้อาจจะหายไปพักผ่อนนะคะ ถถถถ

มีคำผิดบ้างเพราะเบลอไปหมดแล้ว




*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.5K ครั้ง

16,123 ความคิดเห็น

  1. #15999 mameeeeee (@mameeeeee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:58
    หรือจริงๆ เมฆกะครามอยากแบบรัก3คนผัวเมียกะรักอะไรอย่างงี้หรอ
    #15999
    0
  2. #15967 After_TeaTime (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 02:58
    โอเค...เราว่าจริงๆแล้วมันโรคจิตทั้งคู่น่ะแหละ...พี่ไดโน!! มาช่วยน้องด้วย!!!
    รักลูก หนูช่วยดูหน้าพี่ไดโนเขาหน่อย หนูว่าคนแบบนี้จีบคนเป็นหรอกลูก!!55555
    #15967
    0
  3. #15645 TifunNSlove (@TifunNSlove) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 21:38
    กะคือเหมือนเดิมอะ ยังงงๆกับครามอยู่ ที่เราสันนิษฐานมันถูกใช่ไหม ครามชอบรักจริงๆใช่ไหม
    #15645
    0
  4. #14851 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:37

    เเป็นไรอ่ะ รักบอกเลิกก็คือเลิกสิวะ

    #14851
    0
  5. #14661 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:57
    เอ๊า!!! เมฆมา!!!
    #14661
    0
  6. #14655 laiisebsiw (@laiisebsiw) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:34

    เอ้า-เวรเมฆไอบัดซบ👿
    #14655
    0
  7. #14368 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 09:05
    เอ้า -เมฆเวร
    #14368
    0
  8. #14362 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 01:53

    อ้าว! ทำไมพูดหมาๆแบบนี้ล่ะ ไอ ้คุณดารา???

    #14362
    0
  9. #14088 Love_S(B) (@sutthida17) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:32
    เมฆน่ากลัวโรคจิตอ่ะ
    #14088
    0
  10. #13497 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:55
    ปากเมฆนี่คือ จะให้พี่ไดโนมาต่อยปากให้
    #13497
    0
  11. #13292 wiyadasama (@wiyadasama) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:29
    ไม่ชอบเมฆสุดละ รองจากคราม เฮ้ออออ
    #13292
    0
  12. #13278 Capucinno (@Capucinno) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 15:27
    อดีตเพื่อนกับอดีตแฟนทำไมน่ากลัวววว
    #13278
    0
  13. #13276 pimorazpp (@pimorazpp) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 14:57

    มันโรคจิตทั้งคู่ปะวะ

    #13276
    0
  14. #13267 aapxw (@duki_13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 09:24
    อย่ามายุ่งกับรักนะ-พวก@#$/^%&
    #13267
    0
  15. #13204 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 14:11
    ร้องไห้ให้กับความรักของรัก
    #13204
    0
  16. #13021 Patida9 (@Patida9) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 19:16
    สงสารพัดเลย
    #13021
    0
  17. วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 03:44
    เล๊วเลว อย่าเอาสันดานตัวเองมาตัดสินคนอื่นได้ป่ะเมฆ ประสาท
    #12898
    0
  18. #12679 11-11 (@pp2546) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:21
    โรคจิตทั้ง2คนแหละ ทั้งครามทั้งเมฆ
    #12679
    0
  19. #12678 KimEy_kuku (@pojae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:11
    รู้แล้วทำไมเมฆกับครามถึงไปกันได้ คือจิตทั้งคู่นั้นแหละ
    #12678
    0
  20. #12200 itnn / Shining Aun (@itsaunn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 11:40
    ปากนะเมฆ
    #12200
    0
  21. #12179 ่jtoeyyy (@111beast) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 21:43
    พี่พัดน่ารักโคตรๆเลย
    #12179
    0
  22. #11804 MN23d32c (@Bs-Benya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:39
    พี่พัดกับรักน่ารักอะ เหมือนพี่น้องแท้ๆกันเลย5555 ดูแลดี๊ดี แถมยังช่วยกันทำมาหากินอีก555555
    #11804
    0
  23. #11800 namkhang317 (@namkhang317) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:01
    เกลียดเมฆได้มั้ยยย ตามอยู่นั่นน
    #11800
    0
  24. #11779 Naiikonic (@202m27945) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 12:28
    คนรอบน้องมีแต่น่ากลัว โว้ยยยย พี่ไดโนจัดว่าน่ากลัวในแบบน่าไว้ใจสุดละ
    #11779
    1
    • #11779-1 PUBG (@PUBG) (จากตอนที่ 7)
      11 สิงหาคม 2562 / 23:28
      จริง ถ้าเราเป็นรักนี่แบบ กลัววววว #อินจัดปลัดบอก
      #11779-1
  25. #11668 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 16:39
    พี่ไดโนมาช่วยน้อง!!
    #11668
    0