ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 6 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 5 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,420 ครั้ง
    10 ก.ค. 62





บทที่ 5




     RUK


    “ตื่น”


    “....”


    “รัก!”


    เฮือก


    ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกใครสักคนส่งเสียงเรียกดังลั่น ยกมือขึ้นลูบใบหน้างัวเงียของตัวเองพลางกระพริบตามองพี่ไดโนที่ยืนถือกล่องข้าวสองกล่องกับน้ำเปล่าเอาไว้ในมือก่อนจะนั่งลงเอามันวางตรงหน้าผม หันมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าคนอื่น ๆ เริ่มจะหยุดพักและจับกลุ่มกันนั่งกินข้าวแล้ว อากาศเย็นสบายที่ผัดผ่านเข้ามาด้านใต้ตึกนั้นทำให้ผมถึงกับเคลิ้มหลับเลยทีเดียว


    ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแค่นั่งพักแป๊บเดียวเท่านั้น ไม่รู้ตัวเลยว่าหลับตั้งแต่เมื่อไหร่


    “กินข้าว กูหยิบหมูกระเทียมมา กินได้ไหม หรือจะเอาผัดพริกแกงของกู”


    “ผม..อะไรก็ได้”


    “เลือก อยากกินอะไร”


    “ผัดพริกแกง” ผมตอบ ก็พี่ไดโนบอกให้เลือก ปกติผมก็ไม่ค่อยกินข้าวหมูกระเทียมอยู่แล้วเพราะค่อนข้างจะไม่ชอบกระเทียมเท่าไหร่ แต่ที่บอกว่าอะไรก็ได้ในตอนแรกเพราะว่าเกรงใจที่พี่เขาอุตส่าห์หยิบมาให้ผมแล้ว ผัดพริกแกงเองก็เป็นของพี่เขาด้วย


    “ก็แค่นั้น เอาไป..กินให้หมด เสร็จแล้วก็นั่งเล่นแถว ๆ นี้”


    “งานเสร็จแล้วเหรอ” เอ่ยถามไปทั้ง ๆ ที่สายตาจดจ้องมองกล่องข้าวที่ในมือที่กำลังเปิดฝาออก กลิ่นหอมของพริกแกงชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาบ้าง


    “ยัง แต่มึงไม่ต้องทำแล้ว กูช่วยงานอีกแป๊บ เสร็จแล้วจะพากลับไปส่ง”


    “ไม่ใช่พรุ่งนี้เหรอ”


    “พูดเหมือนมึงอยากอยู่กับกูต่อ” เสียงพี่ไดโนว่าเรียบนิ่ง ผมไม่รู้สีหน้าของอีกฝ่ายจึงเงยขึ้นมองสบตา อย่างที่เขาว่า..ผมไม่ได้อยากอยู่ วันนี้ที่พี่ไดโนพามาเที่ยวก็สนุกดี แถมยังได้อาสาช่วยงานที่ผมพอจะทำได้ แต่ลึก ๆ เองผมก็อยากจะกลับแล้วเหมือนกัน แต่ไม่กล้าที่จะบอกออกไปเพราะกลัวจะเป็นการทำร้ายความรู้สึกพี่ไดโนจนเกินไป


    “ผม…”


    “ไม่ต้องพูด กูเห็นหน้ามึงก็รู้แล้ว กินข้าวให้เสร็จแล้วอย่าไปไกลจากแถวนี้ กูขี้เกียจมีเรื่องกับใครอีก” สิ้นประโยคที่ร่ายยาวพี่ไดโนก็ก้มลงตักข้าวกินคำโต เห็นแบบนั้นผมถึงได้เริ่มกินของตัวเองบ้าง ถึงจะไม่เข้าใจว่าถ้าหากผมเดินไปไกลจากตรงนี้แล้วทำไมพี่เขาจะต้องไปมีเรื่องกับใครด้วยก็เถอะ


    หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จพี่ไดโนก็กลับไปช่วยงานต่อ เหลือแค่ผมที่นั่งเล่นอยู่ที่เดิม ลอบมองตรงไปที่คนตัวสูงบ้างเป็นบางครั้ง


    ในสายตาผมพี่ไดโนเป็นคนที่จริงจังและตั้งใจทำงานมาก


    รุ่นน้องทำพลาดก็จะถูกดุทันที แต่ไม่ได้ว่าด่าอะไรรุนแรง แค่ตักเตือนเฉย ๆ


    ซึ่งอาจจะมีคนที่ไม่พอใจบ้างแต่ก็ทำได้แค่แสดงสีหน้า ยืนจ้องตากับพี่ไดโนที่ใบหน้านิ่งเรียบ ไม่มีความเกรี้ยวกราดบนใบหน้านั้น มีเพียงแค่สายตาดุกร้าวที่ทำให้คนมองล่าถอยไปในที่สุด พอจบเรื่องงานก็ดำเนินต่อจนกระทั่งเสร็จในช่วงเย็น


    พระอาทิตย์นั้นถูกแมกไม้บดบังเมื่อคล้อยต่ำ แสงสีส้มอ่อนทอดลงย้อมสีตึกอาคารให้น่ามอง พี่ไดโนเดินนำผมไปยังรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดเอาไว้ตรงที่จอดรถด้านข้างตึก


    “แวะกินอะไรก่อนไหม”


    “ก็ดีครับ” นี่ก็เย็นแล้วด้วย


    จะว่าไปถ้าขับรถไปส่งผมแล้วต้องขับกลับอีกพี่ไดโนจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า


    “อืม กินเสร็จจะพาไปส่ง”


    “ผมง่วง” อ้อมแอ้มตอบไป ผมไม่อยากพูดออกไปตรง ๆ ว่าจะอยู่ค้างต่ออีกหนึ่งคืนเพราะห่วงที่พี่เขาจะต้องขับรถในระยะไกล เหลือบตาขึ้นมองพี่ไดโนที่จ้องอยู่ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง กลั้นใจพูดในสิ่งที่คิดออกไปทั้งหมด “ไปส่งผมพรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าไปวันนี้พี่ก็ต้องขับรถกลับอีก แล้วมัน..ก็ไกล วันนี้พี่เองก็เหนื่อยมากแล้วด้วย”


    ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งแผ่ว


    จริงอยู่ว่าผมอยากกลับ แต่ก็ไม่ได้ดื้อดึงอะไรขนาดที่ว่าจะต้องกลับให้ได้เลยในวันนี้


    ในเมื่อเวลามันไม่เอื้ออำนวยจะอยู่ต่ออีกสักวันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ผมก็นอนที่โซฟาเหมือนเดิมเพราะพี่ไดโนเองก็ไม่เห็นพูดว่าอะไรเลย


    “พูดแบบนี้กูมีความหวังนะ”


    “..ผมก็ไม่ได้อยากให้พี่เลิกหวัง” ผมอาจจะยังไม่เปิดใจให้พี่เขาในตอนนี้ แต่มันไม่ได้แปลว่าในอนาคตผมจะเปิดใจให้ไม่ได้


    “....”


    “มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัว ขอโทษด้วยนะครับ”


    “คนเรามันก็ต้องเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นแหละ กูก็เป็น..กูไม่เลิกหวัง แต่นั่นก็หมายถึงว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มึงเปิดใจ นอกจากกูก็จะต้องไม่มีใครอีกที่ได้รับโอกาสนี้ กูพยายามใจดีกับมึงมากที่สุดเพราะกูชอบมึง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มึงทรยศในสิ่งที่กูหวัง..วันนั้นก็อย่าหาว่ากูใจร้ายแล้วกัน”


    ผมยืนสบตากับพี่ไดโนนิ่ง


    ทุกคำพูดของพี่เขาแฝงไปด้วยความจริงจังจนไร้ซึ่งการหยอกล้อ


    ยืนนิ่งเงียบสักพักริมฝีปากผมก็ค่อยขยับยกขึ้นสร้างรอยยิ้มบาง ๆ ส่งไปให้คนตรงหน้า


    “ขอบคุณนะครับที่ใจดีกับผม”


    “....”


    “แล้วก็เสียใจด้วยที่พี่จะไม่มีโอกาสได้ใจร้ายกับผมแน่ ๆ”




    กลับมาถึงห้องผมกับพี่ไดโนก็แทบจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยอะไรกันมากมายเท่าไหร่ ต่างคนต่างผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำก่อนที่พี่เขาจะแยกเข้าห้องนอนไปทิ้งผมเอาไว้ที่โซฟากับหมอนและผ้านวมผืนหนาหนึ่งผืนซึ่งคนที่เอาออกมาให้ก็พี่ไดโนนั่นแหละ


    ผมนอนเล่นกลิ้งไปมาอยู่บนโซฟาแคบ ๆ


    มันก็นอนสบายพอตัวนะ


    ขอเอากลับไปไว้ที่ห้องผมได้หรือเปล่า นุ่มกว่าเบาะที่รองนอนบนเตียงอีก


    อากาศเย็นจัดในช่วงดึกดื่นทำให้ผมเริ่มแทรกตัวมุดเข้าไปนอนขดอยู่ภายใต้ผ้านวม พร้อมกับหยิบเอาโทรศัพท์มานอนเล่น


    แกร้ก!


    ..


    “มึงหายใจออกหรือไง มุดเข้าไปแบบนั้น”


    ผ้านวมที่ห่มอยู่ถูกเจ้าของเสียงดุรั้งขึ้นไปทั้งผืน ผมรีบเอาโทรศัพท์เก็บไม่ต่างอะไรจากเด็กที่แอบพ่อกับแม่เล่นโทรศัพท์และถูกจับได้ พี่ไดโนยกมือขึ้นกอดอกในขณะที่ผมพยายามทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อ้าปากหาวออกไปวอดใหญ่


    “พี่ยังไม่นอนเหรอ”


    “ถ้านอนจะออกมาเจอมึงนอนเล่นโทรศัพท์ในผ้านวมเหรอ กูเอาออกมาให้ห่ม จะเล่นก็ลุกไปเปิดไฟ มึงอยากสายตาเสียหรือไง”


    “ก็ผมขี้เกียจลุกไปเปิด”


    “งั้นมึงก็ควรนอน”


    “ผมยังไม่ง่วง”


    พี่ไดโนหน้านิ่งตึง ส่วนผมก็ยังคงทำตาใสสู้อยู่


    “มึงทำหน้าอ้อนกูก็ไม่ได้ใจดีขึ้นหรอกนะ นอนซะ พรุ่งนี้จะไปส่งแต่เช้า” ดูเหมือนว่าที่ผมอ้อนไปมันจะไม่ได้ผลแล้วล่ะ ได้แต่มุ่ยหน้ายื่นโทรศัพท์ไปวางเอาไว้บนโต๊ะก่อนจะคว้าผ้าห่มจากมือพี่ไดโนกลับมาห่มคลุมหมดทั้งตัวเหมือนเดิม นอนนิ่ง ๆ คอยฟังเสียงเท้าว่าคนช่างดุจะไปเมื่อไหร่


    พี่ไดโนเงียบไปสักพัก ไม่รู้ว่าไปหรือยังจนกระทั่งความร้อนจากฝ่ามือวางแนบลงมาบันหัวผมผ่านผ้านวม ขยับลูบแผ่วเบา


    “ฝันดี”


    …


    “ฝันดีเหมือนกันครับ”



    รถมอเตอร์ไซค์ของพี่ไดโนจอดสนิทเมื่อถึงหอที่ผมพักอยู่ คนตัวสูงใช้ขาค้ำยันกับถนนเอาไว้ในตอนที่ผมพยายามพาตัวเองลงมาจากรถ ถอดหมวกกันน็อคออกพร้อมกับเสื้อคลุมของพี่เขาที่ผมกำลังจะลูดซิปลงถอดคืนให้


    “ไม่ต้อง เก็บเอาไว้”


    “เสื้อแพงนะครับ” ผมว่า จากเนื้อผ้าดูก็รู้แล้วว่าราคาไม่ธรรมดา ไหนจะยี่ห้อที่เด่นหราตรงคอเสื้อในตอนที่ผมสวมใส่อีก แพงขนาดนี้จะเอาทิ้งไว้ที่ผมได้ยังไง “พี่เอากลับไปเถอะ”


    “ใส่ไว้” พี่ไดโนย้ำ


    สุดท้ายผมก็เลยไม่ได้เอาคืน กอดทั้งหมวกกันน็อคและเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้มองเจ้าของมันขับรถหายลับไปจากสายตา ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนจะถอนหายใจออกมา ก้มมองสิ่งของในมือพร้อมกับหันหลังเตรียมจะเข้าไปในหอพัก


    “มันเป็นใคร”


    กึก!


    ..


    ผมชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนดักอยู่ตรงหน้า เบิกตากว้างพลางก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว


    “เมฆ”


    “ไอ้เหี้ยนั่นมันเป็นใครรัก” เมฆสวมใส่เสื้อแขนยาวมีฮู้ดพร้อมกับสวมหมวกปกปิดใบหน้า แต่เพราะเคยคบกันไม่มีทางที่ผมจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร ทั้งความสูง ขนาดตัวและน้ำเสียงผมจำได้หมดทุกอย่าง หัวใจค่อย ๆ บีบรัดตัวตอกย้ำสร้างความทรมานอย่างสาหัสให้กับผม


    “....” ผมกำเสื้อที่กอดอยู่แน่น ไม่ตอบโต้แต่เบี่ยงตัวหลบไปอีกทางเพื่อที่จะเดินเข้าหอ


    หมับ!


    ยังไม่ทันได้ก้าวผ่านเมฆก็ฉวยรั้งต้นแขนผมเอาไว้ ออกแรงดึงไม่ให้ได้ขยับหนี


    “เมฆถาม”     


    “...”


    “รัก!”


    “....”


    “มึงจะไม่ตอบใช่ไหม ได้! ขึ้นไปคุยกันบนห้อง” เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเมฆขึ้นมึงขึ้นกูกับผม ท่าทางโกรธเกรี้ยวพร้อมกับแรงมหาศาลที่ฉุดลากผมนั้นมีมากจนผมขืนตัวเองไม่ไหว บิดข้อมือตัวเองเพื่อให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย


    “เมฆลืมไปแล้วเหรอว่าเราเลิกกันแล้ว” เอ่ยถามไปเสียงเรียบ


    เมฆชะงัก ผมถือโอกาสนั้นในการพาตัวเองหลุดออกมา ขยับถอยห่างจากอดีตแฟนพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวและบีบรัดเข้าหากันในคราเดียว


    “ไม่นะ เมฆไม่เลิกไงรัก”


    “หยุดยุ่งวุ่นวายกันสักที ทั้งเมฆทั้งคราม..ที่ผ่านมายังทำร้ายกันไม่พอเหรอ”


    “.....”


    “หรือต้องให้รักตายก่อน เมฆกับครามถึงจะหยุด”


    “มันไม่ใช่นะรัก เมฆบอกแล้วว่าเมฆไม่เลิก..รักให้เมฆอธิบายก่อนได้ไหม” เมฆพยายามจะขยับเข้ามาอีกครั้ง ผมรู้ว่าคนตรงหน้ายังมีอิทธิพลกับใจผมเสมอ เพียงแค่เสียงก็ทำให้เจ็บจนหายใจแทบไม่ออก ความอึดอัดคัดแน่นมาพร้อมกับขอบตาที่ร้อนผ่าว


    “อธิบายเรื่องไหนเหรอเมฆ เรื่องที่เมฆกับครามมีอะไรกันทั้ง ๆ ที่เมฆก็คบกับรักอยู่และครามก็เป็นเพื่อนสนิทรักน่ะเหรอ”


    “รัก.. เรื่องนี้มันเป็นความผิดคราม รักฟังเมฆบ้างได้ไหม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็เพราะคราม เมฆไม่ได้ตั้งใจมีอะไรกับคราม มันเป็นแค่ความผิดพลาดนะรัก เมฆรักแค่รักเท่านั้นจริง ๆ นะ”


    “หยุด ฮึก หยุดสักที”


    “เราไม่เลิกกันนะรัก ดีกันนะครับ”


    ผมหันหน้าหนีฝ่ามือที่พยายามจะรั้งใบหน้าผมเพื่อเช็ดน้ำตาออกให้


    น้ำตารินไหลลงมาเหมือนไม่มีวันหมด เมฆทำท่าจะโอบกอดผมแต่เพราะได้เสียงพี่พัดเจ้าของหอดังขึ้นช่วยเอาไว้ก่อน ผมถึงได้หลุดพ้นจากอีกฝ่าย แต่ถึงแบบนั้นเมฆก็ยังไม่ได้จากไปไหน ยืนนิ่งจ้องผมที่พาตัวเองขยับออกห่าง


    “รังเกียจมากเหรอ”


    “.....”


    “หรือว่ากลัวเมฆ? จะบอกอะไรให้นะ คนที่รักควรจะกลัวมันคือเพื่อนโรคจิตของรักมากกว่า แล้วเมฆบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเมฆไม่เลิก! ถ้าเมฆไม่ได้รักก็อย่าหวังว่าไอ้เหี้ยนั่นมันจะได้”



---



“รัก อยู่ได้แน่นะ”


    “แน่ครับ”


    “เรื่องเมฆไม่ต้องคิดมาก ถ้ายังไงพี่จะกันเอาไว้ไม่ให้เขาเข้ามาในหอได้ก็แล้วกัน” พี่พัดแตะมือลงบนไหล่ผม ยอมรับว่ารู้สึกกลัวมาก ๆ กับท่าทางแบบนั้นของเมฆ บวกกับคำพูดแต่ละคำที่ออกแนวข่มขู่กันจะให้พูดว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ และอีกอย่างที่ผมเก็บมาคิดก็คือถ้อยคำที่เมฆบอกว่าตนที่ผมควรจะกลัวคือเพื่อนโรคจิตของผม


    เพื่อนโรคจิตอย่างนั้นเหรอ?


    “รัก”


    เมฆหมายถึงใคร ..สีครามงั้นเหรอ ทำไมถึงเรียกแบบนั้น


    “รัก!”


    “อะ ..ครับพี่พัด”


    “พี่เรียกไม่ตอบ แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไรน่ะ” สีหน้ากังวลใจของคนที่เปรียบดังพี่น้องคนนึงทำให้ผมเลือกที่จะยิ้มออกไป ยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ อย่างที่บอกไปในตอนแรก ถึงมันจะสวนทางกับความรู้สึกจริง ๆ ที่อยู่ในใจตอนนี้ก็ตาม ผมไม่อยากให้พี่พัดต้องมาเสียเวลาไปกับเรื่องของผม ถึงแม้ว่าพี่เขาจะเต็มใจรับฟังก็ตาม


    “พี่พัดไปทำอาหารต่อเถอะครับ ผมอยู่ได้จริง ๆ” บอกย้ำไปอีกรอบเมื่อพี่พัดยังคงมีสีหน้ากังวลใจ “วันนี้พี่เคนมาหาใช่ไหมครับ พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก เมฆคงไม่กล้ามาแล้วล่ะครับ”   


    “เคนเขาไม่ว่าหรอกนะถ้าเกิดพี่จะมาอยู่เป็นเพื่อนรัก”


    “อย่าเลยครับ ผมเกรงใจ..อีกอย่างผมตั้งใจว่าจะนอนพักสักหน่อยด้วย” นี่เพิ่งจะสาย ๆ เอง พี่ไดโนบอกว่าช่วงเที่ยงจะทักมา ระหว่างก็คงต้องนอนเอาแรงจากเมื่อคืนที่กว่าจะได้หลับก็เลยเที่ยงคืนมา แถมยังถูกพี่ไดโนปลุกปลุกพาไปนั่งกินโจ๊กตากน้ำค้างบวกกับอากาศหนาวเย็นในช่วงเช้าอีกทคิดดูว่าเช้าแค่ไหน พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาได้นิดเดียวเอง


    ตาผมตอนนั่งซ้อนรถพี่เขาก็เตรียมจะปิดเกือบตลอด


    แต่ต้องยอมรับอยางนึงว่าโจ๊กหมูอร่อยมาก เล่นเอาผมตื่นแบบเต็มตา สั่งกินไปตั้งสองชามจนพี่ไดโนยังอึ้งเลย


    ปกติของผมนะถ้าเป็นของที่ถูกปาก


    ผมกินเยอะ แต่ไม่ใช่ว่าไม่อ้วน มันก็มีช่วงเวลาที่ต้องออกกำลังกายบ้าง  


    อีกอย่างผมเรื่องมากในเรื่องกินจะตาย ถ้าหากว่าไม่อร่อยจริง ๆ หรือไม่รู้สึกว่าอยากจะกินก็ไม่ได้กินเยอะอะไรมากมาย


    “งั้นพี่ไปแล้วนะ ..มีปัญหาอะไรก็ลงไปเคาะเรียกพี่ที่ห้อง จะไปกินข้าวด้วยกันก็ได้ พี่เคนเขาใจดี” พี่พัดว่าขึ้นมาหลังจากที่เราต่างคนต่างเงียบ ปลายนิ้วเรียวยาวคล้ายนิ้วของหญิงสาวสอดเข้ามากระชับมือผมเบา ๆ “ไม่ต้องเกรงใจพี่เลย รักก็เหมือนน้องชายพี่ ..ตัวเราก็แค่นี้ไม่ต้องเข้มแข็งมากก็ได้ พึ่งพาคนอื่นบ้างถ้าหากว่าเรื่องไหนมันใหญ่เกินไป เข้าใจไหม”


    “เข้าใจครับ”


    รอยยิ้มปรากฏขึ้นพร้อมกันทั้งผมและพี่พัด


    ผมยืนรอจนกระทั่งพี่เขาเดินลงบันไดไปแล้วถึงจะดึงประตูให้ปิดลง ใส่กลอนล็อกสองชั้นก่อนจะเดินตรงไปยังที่นอน ขยับมุดเข้าไปนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาเงียบ ๆ โทรศัพท์ในกางเกงถูกนำออกไปวางไว้ที่หัวเตียงก่อนจะถอนหายใจยืดยาวออกมา


    เขาว่ากันว่าการถอนหายใจจะทำให้อายุสั้นลง


    ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงอยู่ไม่พ้นเลขสามแน่ ๆ เล่นถอนหายใจติดกันมาตั้งแต่เจอหน้าของเมฆขนาดนี้


    บอกตรง ๆ ว่ายังลืมไม่ได้


    เพียงแต่ตัดขาดแล้วก็เท่านั้น ไม่คิดจะกลับไปอีก ช่วงเวลาความสุขที่เราเคยผ่านกันมาผมคงจะเก็บมันไว้ในส่วนลึกของหัวใจอย่างน้อยก็เป็นความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกันของเราสามคน แต่ช่วงเวลาเลวร้ายที่ทำร้ายความรู้สึกกันผมก็คงปล่อยให้มันเป็นแค่บทเรียนที่สักวันนึงในอนาคตมันจะไม่สามารถส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผมได้อีก         


    ติ้ง!


    ผมชะงักหยุดความคิดทุกอย่างลงเพราะเสียงข้อความจากโทรศัพท์


    ยื่นมือออกไปหยิบพร้อมกับโผล่หัวออกจากผ้าห่ม เพ่งมองข้อความในเฟสที่ถูกส่งมาจากใครสักคนนึง ใครที่ผมไม่คุ้นสักเท่าไหร่



     ‘เมฆไปหารักเหรอ’


     …


     สีคราม?


     ผมขมวดคิ้วแน่น จำได้ว่าผมบล็อกครามไปทุกช่องทางไม่ต่างอะไรจากที่บล็อกเมฆ แต่ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนว่าสีครามมีเฟสอื่นที่เป็นเพื่อนกับผมด้วย ..ผมรับเพื่อนไปตอนไหน หรือว่าจะเป็นตอนที่อีกฝ่ายขอยืมโทรศัพท์ผมเล่นบ่อย ๆ กัน

    

    ติ้ง!


    ‘รัก ตอบหน่อย’   

    ‘กูรักมึงนะ เมฆมันทำอะไรมึง ..กูบอกมันแล้วนะว่าอย่ายุ่งกับมึงอีก’

    ‘มึงไม่ต้องกลัวนะ’

    ‘ให้กูไปอยู่ด้วยไหม เดี๋ยวกูออกไปหามึงก็ได้’


    ผมจัดการลบข้อความบล็อกเพื่อนทันทีที่อ่านจบ วางโทรศัพท์ลงที่เดิม ในใจตอนนี้รู้สึกสับสนแปลก ๆ กับทั้งสีครามและเมฆ ทำไมทั้งสองคนถึงยังไม่เลิกยุ่งกับผม ที่ผ่านมาผมมองไม่ผิดแน่ ๆ ว่าเมฆนั้นดูจะคล้ายจะมีใจให้กับเพื่อนสนิทผม ทั้งการดูแลเอาใจใส่และบอกว่ามันเป็นในฐานะของคู่จิ้นมาตั้งแต่ที่เริ่มเล่นละครด้วยกันเรื่องแรก


    สีครามเองก็พูดคุยกันถูกคอ เข้ากันได้ตลอดจนผมมักจะกลายเป็นแค่ส่วนเกิน แต่แล้วทำไมทุกอย่างมันถึงได้กลับกันไปหมดแบบนี้ ในเมื่อผมเลือกที่จะเป็นคนเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้ ทั้งสองคนก็ควรที่จะดีใจแล้วเริ่มใหม่กันสองคนมันไม่ถูกต้องกว่าเหรอ


    ทำไมต้องมาวุ่นวายกับผม..


    วันก่อนนั้นสีครามมาหาผมที่ห้องเพียงแต่ว่าผมไม่อยู่


    พอมาวันนี้ก็เป็นเมฆ


    ไม่รู้ว่าทั้งสองคนคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงต้องการที่จะดึงรั้งผมเอาไว้เหยียบย่ำความรู้สึกให้ทรมานไม่รู้จักจบสิ้นสักที


    ถ้าเป็นแบบนี้..


    ผมคงต้องตัดสินใจย้ายที่เรียนแล้วจริง ๆ


    จะให้ทำเป็นไม่สนใจได้ยังไงในเมื่อทั้งสีครามและเมฆก็ยังพยายามจะเข้าถึงตัวผมตลอด แถมท่าทางของเมฆวันนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผมไม่ได้รู้จักเขาดีเลยสักนิด ท่าทางแบบนั้นตอนคบกันไม่เคยมี บางครั้งมีปากเสียงทะเลาะกันบ้างแต่ก็ไม่เคยเลยที่เมฆจะกระชากแขนผมแล้วขึ้นมึงขึ้นกูมาแบบนั้น


    กับพี่ไดโนผมก็รู้สึกกลัว เพียงแต่พี่เขาเข้าหาผมแบบนั้นมาตั้งแต่แรก ถึงผมจะไม่ชินแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีกเมื่อได้พูดคุยกันในครั้งต่อ ๆ มา


    แต่กับเมฆ.. มันไม่เคยมีเลยจริง ๆ


    

    ปึง ๆ ๆ

  

    “รัก…”


    ผมสะดุ้งตัวขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงประตูพร้อมกับเสียงเอ่ยเรียกที่คุ้นเคย ขยับตัวลุกจากที่นอนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูนิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยตอบรับเพราะรู้ว่าใครคือคนที่อยู่ตรงหน้าประตู ยกมือขึ้นยื่นออกไปแตะที่ลูกบิดแผ่วเบา


    “มึงอยู่หรือเปล่า”


    “....”


    “อยู่ใช่ไหม ..เปิดประตูให้กูหน่อย กูซื้อของชอบมึงมาด้วยนะ”


    “....”


    “กูอยากเจอมึงนะรัก มึงไม่เคยโกรธกูนาน ๆ ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมครั้งนี้มึงถึงยังไม่หายโกรธกูอีกล่ะ ..รัก เปิดประตูให้กูหน่อยนะ”


    ...


    สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะไม่เปิด


    “รัก-...”


    “เจ้าของห้องนั้นเขาไม่อยู่นะคะน้อง” เสียงพี่พัดดังขึ้นดุ ๆ ผมถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวันได้ เดินกลับไปนอนลงบนเตียงฟังเสียงพี่พัดที่กำลังพูดคุยกับอดีตเพื่อนสนิทอยู่หน้าห้อง สีครามไม่เชื่อว่าผมไม่อยู่แต่เพราะพี่พัดเองก็ยืนยันหนักแน่นทั้งยังตักเตือนไปว่าการที่อีกฝ่ายมาโวยวายแบบนั้นมันรบกวนคนอื่น สุดท้ายสีครามก็เลยถอยกลับไป


    พร้อมกับเสียงพี่พัดที่ดังขึ้นหลังจากนั้นสักพัก


    “รัก”


    “..ครับพี่”


    “คนเมื่อกี้เพื่อนของรักหรือเปล่า”


    …


    “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ..”  


    “ถ้าอยางนั้นรักมีปัญหาอะไรก็ส่งข้อความไปบอกพี่นะ”


    “ครับ ขอบคุณนะครับ”


    พี่พัดกลับลงไปแล้ว ส่วนผมก็ได้แต่นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว


    หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาใครสักคนที่คิดว่าในตอนนี้ผมอยากที่จะพูดคุยด้วยมากที่สุด รองลงมาจากพ่อที่คงจะวุ่นวายอยู่กับงานในเวลานี้


    Ruk Passakorn : พี่ไดโน.. ว่างหรือเปล่าครับ?


    ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงเป็นพี่ไดโน


    อาจจะเป็นเพราะผมรู้จักคนน้อย และช่วงนี้คนที่คุยด้วยมากที่สุดก็คือพี่เขา เลยเลือกที่จะทักไปหาในเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังอ่อนแอแบบนี้

    

    ติ้ง!


    Dino Dino : ไม่ว่าง มีไร?


    Ruk Passakorn : คือผมแค่ถาม ถ้าพี่ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร


    ติ้ง!

    

    Dino Dino : มึงอยากคุยกับกูหรือเปล่า ตอบแค่นี้


    …


    ผมนั่งนิ่ง จรดปลายนิ้วพิมพ์ตอบสลับกับลบอยู่สักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์และกดส่งไปอย่างจริงจัง

  

    Ruk Passakorn : ผมอยากคุยกับพี่


    ติ้ง ๆ ๆ !


    Dino Dino : เออ

    Dino Dino : ก็แค่นั้น

    Dino Dino : กูมีเวลาว่างให้มึงได้ตลอดนั่นแหละ แค่มึงบอกว่าอยากคุย



---



เสียงเพลงที่เคยเปิดดังก้องภายในห้องถูกผมกดเบาเสียงจนเกือบสุด เพื่อน ๆ หันมามองหน้าเลิกคิ้วขึ้นแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างนั่งทำงานของตัวเองในขณะที่ผมเสียบหูฟังเอาใส่หูไว้ฟังเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอจากปลายสาย


    ผมไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ รักถึงได้ทักมา


    ในตอนแรกผมตั้งใจว่าจะไม่ตอบใครเลยทั้งรัก น้องรหัสอย่างไอ้เสือที่ชวนออกเย็นนี้ ตั้งใจว่าจะไม่คุยจนกว่างานจะเสร็จ แต่พอได้เห็นข้อความ เห็นว่าเป็นของใครรู้ตัวอีกทีก็กดส่งข้อความตอบไปเสียแล้ว แถมยังไปถามเขาอีกว่าอยากคุยด้วยหรือเปล่า เพราะแบบนั้นคำตอบที่ได้กลับมาก็ลงเอยด้วยการที่ผมคอลเฟสไปหาอีกฝ่ายที่ดูจะลนลานนิดหน่อยตอนที่กรอกเสียงส่งมา


    ก็ผมไม่ว่าง ขืนมัวแต่พิมพ์โต้ตอบกับรัก งานผมคงจะไม่เสร็จ แต่จะให้ปล่อยโอกาสนี้ไปก็คงไม่ใช่ผมแน่นอน


    ไม่รู้หรอกว่ารักไปเจออะไรมา เสียงหงอย ๆ ตอนคุยกับผมกับการถอนหายใจเกือบจะตลอดเวลาสุดท้ายก็เลยได้แค่ต่างคนต่างถือสายกันเอาไว้จนกระทั่งปลายสายชิงหลับไปได้สักพัก ผมถึงต้องลุกขึ้นไปเบาเสียงเพลงนี่ไง


    “คุยกับใครวะ” ไอ้ท็อปถามขึ้น เงยหน้าขึ้นมาจากงานตรงหน้า


    “คน”


    “กวนตีน เอาดี ๆ ให้กูเดาว่าเขาคือคนที่ทำให้ไดโนเสาร์หลงยุคอย่างมึงสมัครเฟสสมัครไลน์ไว้เล่นแน่ ๆ ตอนพวกกูบอกให้สมัครทำมาเป็นไร้สาระ แล้วดูตอนนี้..อะไรคือคอลเฟส มึงจะไม่โสดแล้วใช่ไหม นายออกจากแก๊งเราไปเลยนะ”


    เพ้อเจ้อกันไปใหญ่


    ผมได้แต่กลอกตาเบื่อหน่ายใส่พวกมัน ก้มหน้าลงทำงานต่อปล่อยให้คำถามยังคงไร้ซึ่งคำตอบต่อไป จะให้ตอบว่าอะไรล่ะในเมื่อแฟนก็ไม่ใช่ คุย ๆ กันอยู่ไหมก็ไม่แน่ใจ จะบอกว่าตามจีบอยู่เดี๋ยวพวกมันก็ซักไซร้ไม่เป็นอันทำงานกันพอดี ตอบไปแบบนั้นนั่นแหละดีแล้ว เอาไว้ถึงเวลาที่ต้องรู้เดี๋ยวก็ได้รู้กันเอง ผมเป็นประเภทที่ไม่ชอบจะเล่าเรื่องความรักของตัวเองกับใครเท่าไหร่นอกจากคนที่อยากจะปรึกษาด้วยจริง ๆ


    ระยะเวลาทำงานลากยาวไปจนบ่าย รักยังคงหลับสนิท มีละเมองัวเงียขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาพูดคุยอะไรกับผม


    พวกเพื่อน ๆ เก็บของกลับไปได้สักพัก ส่วนผมด็เตรียมตัวที่จะเข้าไปหาพี่หมีที่ร้าน


    แต่ก่อนหน้านั้นก็คงต้อวรอให้คนที่อยู่ปลายสายในตอนนี้ตื่นก่อน ซึ่งนั่นก็อีกสักพักเลย หยิบหนังสือนิยายที่ซื้อสะสมเอาไว้ตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายมานอนอ่านเล่นอยู่บนโซฟา ขณะที่หูก็คอยฟังเสียงจากปลายสายไปพลาง


    ...


    [อื้ออ..]


    “....”


    [อะไร อ๊ะ พี่ไดโน..ยังอยู่เหรอ]


    “อยู่ ตื่นหรือยัง ตื่นแล้วก็ลุกไปล้างหน้า เดี๋ยวกูจะวางแล้ว” ผมบอกไป ปิดหน้าหนังสือวางลงบนโต๊ะ ริมฝีปากกระตุกยิ้มขึ้นกับน้ำเสียงฟังดูตกใจ ก็สมควรหรอก คงไม่คิดล่ะมั้งว่าผมจะถือสายเอาไว้นานขนาดนี้โดยไม่กดวาง


    [ผมนึกว่าพี่วางแล้ว ขอโทษนะ ทั้ง ๆ ที่ผมบอกว่าอยากคุยกับพี่แต่ดันมาหลับใส่แทน] ปลายสายบอกเสียงอ่อย


    จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้คิดเคืองอะไรนะ


    “ช่างมัน ถ้ามึงง่วงก็นอนต่อหลังจากที่กูวาง” ยังไงแล้วผมก็ตั้งใจจะไปอาบน้ำแล้วเหมือนกัน ถ้าไปช่วงที่ร้านเปิดแล้วจะไม่ทันเอางานให้ดูไง ผมไม่อยากรบกวนพี่รหัสตัวเองบ่อย ๆ วันนี้อย่างน้อยพี่หมีมันก็บอกแล้วว่าจะว่างช่วงก่อนร้านเปิด


    [ผมกำลังจะลุกแล้ว]


    “.....”


    [..หรือว่านอนต่อดี] พึมพำคุยอยู่กับตัวเองเสียงแผ่ว


    ผมยิ้มขำออกมาเล็กน้อย รู้หรอกว่าเมื่อคืนมีคนดื้อไม่ยอมนอนตั้งแต่ที่ผมออกมาว่าเรื่องเล่นโทรศัพท์ ถึงได้ไม่แปลกใจแล้วก็ปล่อยให้นอนมาจนกระทั่งตอนนี้นี่ไง


    “ถ้าง่วงมึงจะนอนต่อก็นอน”


    [...ผมอาจจะนอนต่ออีกนิด]


    “อืม ..รัก กูมีอะไรจะถาม”


    [ครับ?]


    “ที่ทักกูมามีเรื่องอะไรหรือเปล่า ..มันเกี่ยวกันกับที่มึงเอาแต่ถอนหายใจเกือบจะตลอดเวลาที่กูถือสายอยู่ไหม”


    [คือ..ไม่มีอะไร ผมคงแค่เหงา]


    หึ.. ไม่บอกสินะ


    ผมพอจะรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เหงาอย่างที่อีกฝ่ายว่าหรอก


    แต่เพียงแค่รักยังไม่ไว้ใจผมมากพอที่จะเล่าให้ฟัง คนรู้จักที่เคยเจอหน้ากันไม่ถึงสัปดาห์แบบผมก็ไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไหร่ เชื่อสิว่าผมยังไม่ท้อถอยอะไรกับเรื่องแค่นี้หรอก ในเมื่อรักยังไม่พร้อมผมก็จะไม่วุ่นวายอีก การที่จะไปเซ้าซี้บังคับถามให้พูดมาก ๆ มีแต่รักจะถอยห่างไปเสียเปล่า ซึ่งบอกเลยว่าผมไม่ต้องการแบบนั้น


    ยอมรับว่าตัวเองน่ะอารมณ์ร้อนและไม่ค่อยชอบที่จะรอ


    แต่จะให้เอาความใจร้อนของตัวเองไปเร่งอะไรกับเรื่องของความรักความรู้สึกมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่สมควรเท่าไหร่


    “อือ งั้นกูวางแล้วนะ”


    [..พี่ไดโน]


    “อะไร”   


    [ขอบคุณนะ]


    แค่นี้เหรอวะ


    หมายถึงผมอะ แค่นี้ก็ยิ้มแล้วเหรอ


    ให้ตาย ต้องรู้สึกชอบมากขนาดไหนกันถึงจะยิ้มออกมาได้เพียงเพราะคำขอบคุณแผ่วเบาที่ดังลอดมาทางโทรศัพท์แบบนี้


    “รู้แล้ว ตอนไหนรู้สึกเหงามึงก็ทักกูมา”


    [......]


    “กูไม่ค่อยว่างหรอก แต่กูหาเวลาให้มึงได้” ผมว่าเสียงเรียบ ปกติผมก็ไม่ค่อยจะว่างหรอก ไหนจะงานของพ่อที่ชอบจะให้ผมไปดีลกับลูกค้าด้วยตัวเอง งานของรายวิชาแต่ละวิชาที่สั่งพร้อมกันทีเดียวจนไม่รู้ว่าจะต้องเลือกทำอันไหนก่อน แต่ก็อย่างที่บอกว่าผมหาเวลาให้ได้ถ้าอีกฝ่ายเหงาและต้องการคนคุย


    ยังดีกว่าปล่อยให้ไปคุยกับคนอื่น


    ผมไม่ปล่อยรักหลุดมือไปให้ใครแน่ ๆ


    พร้อมเห็นแก่ตัวกันท่าทุกคนที่คิดจะเข้ามาเป็นคู่แข่งเพราะผมไม่อยากที่จะต้องไปแข่งกับใคร อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่ารักจะไม่เขวไปหาใครคนอื่น


    ยังทำใจไม่ได้ก็ไม่เป็นไร


    ผมมีเวลาให้รอได้อีกเยอะ แต่ถ้านานไปทนรอไม่ไหวเดี๋ยวค่อยฉุดเอาจริง ๆ ก็แล้วกัน





    RUK



    พี่ไดโนวางสายไปหลังจากที่เราคุยกันเสร็จ จะว่าไปผมนี่ไม่ได้เรื่องเลย ทักพี่เขาไปเองแท้ ๆ อุตส่าห์บอกไปว่าอยากคุยแต่พอถึงเวลาจริง ๆ ดันหลับตั้งแต่ที่พี่เข้าคอลเฟสมาได้ไม่ถึงสิบห้านาที หลับยาวมาจนบ่ายแก่ ๆ แดดเริ่มหุดทลแทนที่ด้วนเมฆก้นปุยที่ถูกย้อมเป็นแดงอิฐ


    ผมเลื่อนข้อความจากไลน์ดู รู้สึกคนจะทักไลน์มาเยอะเลย


    หนึ่งในนั้นก็คือปิง.. เพื่อนที่เคยร่วมกันทำงานกลุ่ม


    อ่า ..มีอะไรหรือเปล่านะ


    

    MaPing : รัก..คือกูขอโทษนะเว้ย

    MaPing : ส่งวีดีโอ

    MaPing : นี่ใช้เมฆที่เล่นเรื่อง ‘จรดปลายฝัน’ ป้ะ แล้วอีกคนน่ะ..ใช่เพื่อนรักหรือเปล่า


    ผมนิ่งค้างกับวีดีโอที่ถูกส่งมา


    มือไม้สั่นกดหยุดพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอพร่ามัวขึ้นมาอีกครั้งของวัน ผมไม่อยากที่จะร้องไห้อีกแล้ว รู้สึกเหนื่อยล้าเกินทนกับความรู้สึกนี้ เหมือนทุกอย่างรอบตัวคอยที่จะตอกย้ำกันตลอดเวลา ภาพวีดีโอที่ถูกส่งมาคือช่วงเวลาที่ทั้งสองคนทำอะไรกันลับหลังผม

    

    Ruk : ส่งให้กูทำไม

    Ruk : มึงเอามาจากไหน


    ไร้การตอบกลับไปสักพัก ผมนั่งนิ่งจ้องโทรศัพท์อยู่บนที่นอน กดออกจากไลน์เพื่อที่จะต้องไม่เห็นอะไรให้เจ็บช้ำไปมากกว่านี้อีก

   

    ตึ้ง!


     MaPing : ในทวิตไง ตอนนี้คนพูดถึงเรื่องนี้เยอะมากเลยนะ กูอยากรู้ก็เลยมาถามมึง

     MaPing : ตอนนี้ครามเพื่อนรักปิดแอคเคาน์ไปแล้วด้วย

     MaPing : คนด่าเยอะมาก เห็นว่าทางค่ายกำลังแก้ไขปัญหาอยู่




---100%---


อัพและนอน

เรื่องของความรักมันน่ากลัว ถถถถถ อ่านไปเรื่อย ๆ อย่าคิดอะไรให้เครียด

เราไม่ได้หยิบนั่นใส่นี่มั่วแน่ ๆ เพราะฉะนนั้นรออ่านไปเรื่อย ๆ น้า ไหนขอเสียงคนรักพี่ไดโนหน่อยเร้วว


หยักได้พี่ไดโนต้องยกมือจู๋งๆ

ขอยังไม่ตรวจคำผิดนะคะ


*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ



    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.42K ครั้ง

16,156 ความคิดเห็น

  1. #16128 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 15:28
    ชอบที่ไรท์บอกว่าอ่านไปเรื่อยๆน้า อย่าคิดอะไรให้เครียด 55555555
    ยังไงถ้ามีพี่ไดโนอยู่ รักจะผ่านเรื่องย่ำแย่นี้ไปได้แน่นอน
    #16128
    0
  2. #16127 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 15:25
    ฉันเป็นแฟนคลับพี่ไดโนเท่านั้น ความรู้สึกตั้งแต่อ่านมาคืออยากโดนพี่เขาจีบอะ ;////;

    น้องรักสู้ๆ ไอสองคนนั้นน่ากลัวเกิน ตั้งสติหน่อยจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #16127
    0
  3. #16011 Vivo123456 (@Vivo123456) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:58
    สีครามนี่ยังไงกันแน่อะ
    #16011
    0
  4. #15966 After_TeaTime (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 02:34
    วอท!? สรุปสองคนนี้เอายังไงกันแน่หนิ? หรือแบบครามจิตไม่ปกติป่ะ แล้วนางเหมือนจะชอบรักด้วย แล้วคือดูไปดูมาเมฆก็เหมือนยังรักรักอยู่ เอ๊ะ ยังไง? เราว่าสองคนนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอ่ะ
    #15966
    0
  5. #15628 TifunNSlove (@TifunNSlove) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 17:22
    คืองงกับสีครามมากอะเอาจริงๆป้ะ ครามชอบรัก?
    #15628
    0
  6. #14850 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:30

    ออยากให้เขารักกันและดูแลกันแล้วว

    #14850
    0
  7. #14660 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 01:27
    พี่ไดโนรอน้องรักหน่อยน้าาาา
    #14660
    0
  8. #14648 fernkoklove (@fernkoklove) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 17:58
    รู้สึกว่าสีคราม น่าจะชอบ รัก อะ
    #14648
    2
    • #14648-1 laiisebsiw (@laiisebsiw) (จากตอนที่ 6)
      8 กันยายน 2562 / 22:21
      ใช่ม่ะ
      #14648-1
    • #14648-2 Kalyathat (@Kalyathat) (จากตอนที่ 6)
      14 กันยายน 2562 / 21:50
      คิดเหมือนกันเลย แต่พอมาคิดๆดู ที่รักบอกว่่า เมฆกับครามมีอะไรกัน เริ่มคิดละ ใครรุกใครรับ แล้วบอกให้เลิกๆนี่น่าสงสัย เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสคบกับรัก หรือเมฆ
      #14648-2
  9. #14630 B O W II E Z (@bowiieez) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:32
    พี่ไดโนดุมากเพคะ น้องรักระวังเพื่อนโรคจิตดัวยนี่ก็แอบกลัวๆแทนเลย
    #14630
    0
  10. #14609 071727 (@071727) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 11:35

    ทำไมมันหายล่ะคะอ่านไม่ด้ายยยยยยยยย

    #14609
    0
  11. #14574 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 18:45
    พอเดาได้แล้ว!!!กรี๊ดด สีครามชอบเรักแหงมๆ
    #14574
    0
  12. #14359 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 01:20

    อ้าว? มันยังไงกันนะอีผีเน่าโลงผุคู่นั้นอ่ะ? แตกกันซะแล้วหรอ?

    #14359
    0
  13. #14087 Love_S(B) (@sutthida17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:20
    กรรมตามทันละทัครามและเมฆ
    #14087
    0
  14. #13790 happy-sin (@happy-sin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:12
    ไม่ผิดจากที่คาดเท่าไหร่เรื่องคราม รู้สึกตั้งแต่ทักให้เห็นที่บอกว่ารักไม่รักตัวเองแล้วเหรอ แถมหลังจากมีเรื่องกันก็ทำตัวปกติเกินไป การกระทำของตัวละครมันสวนทางกัน เห็นชัดเลยว่าครามสภาพจิตใจไม่ปกติเท่าไหร่ เมฆก็ยังรักรักอยู่แน่นอน แต่อาจไม่เท่าเดิม และอาจมีเหตุผลอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว สร้างความเจ็บปวดให้คนที่รักมันย้อนไม่ได้ ส่วนตัวชอบตัวละครของรัก มีเหตุผล สงบ นุ่มนวล อ่านแล้วสบายใจดีค่ะ
    #13790
    0
  15. #13523 -VILLE- (@-VILLE-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:28
    แปลกๆมากค่ะ ครามนี้มีซัมติงอะไรแน่ๆ เมฆก็อีกตัว อยากกระทืบแทนรักเลยค่ะ!
    #13523
    0
  16. #13485 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:35
    ทั้งเมฆทั้งครามคือน่ากลัวทั้งคู่อ่ะ ถ้าไม่มีพี่พัดอยู่คือน่ากลัวเลยนะ
    #13485
    0
  17. #13291 wiyadasama (@wiyadasama) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:09
    เฮ้อออออออออ แทนรัก
    #13291
    0
  18. #13251 12m41234 (@12m41234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:41
    พี่ไดโนนี่ ไดโนสมชื่อจริงๆนะคะ
    #13251
    0
  19. #13203 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 14:01
    ใครเป็นคนถ่ายไว้ ครามมันโรคจิตหรอ
    #13203
    0
  20. #12676 KimEy_kuku (@pojae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:59
    ไดโนหลงรักหนักมาก

    เริ่มสงสัยความเมฆกับสีครามอ่ะ ทำไมว่าครามจิตทั้งๆที่ลับหลังรักก็พร้อมใจทำด้วยกัน
    #12676
    0
  21. #11803 MN23d32c (@Bs-Benya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:22
    โถ..พี่ไดโน หลงเขามากเลยล่ะซี้~ แค่นี้ก้ยิ้มล้าว555 แถมว่างให้ตลอดด้วย5555
    #11803
    0
  22. #11664 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 16:28
    พี่มาโอ๋กระต่ายเร็ว
    #11664
    0
  23. #11569 จูปาจุ๊ปสฺ (@warunon18) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 20:24
    เอาจริงๆม้ะ.. คือคิดว่าสีครามชอบรักนะ555 ไม่ได้ตั้งใจสร้างเรือใหม่นะ555 เพราะมีแค่เรือเดียวที่ต้องถึงฝั่งอ่ะ!
    #11569
    1
    • #11569-1 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 6)
      6 กันยายน 2562 / 18:46
      เหยยย คิดเหมือนกันเลยย
      #11569-1
  24. #11537 new_surada (@new_surada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 04:35
    "แค่นี้หรอวะ หมายถึงผมอ่ะ แค่นี่ก็ยิ้มแล้วหรอ..."

    ชอบการตบมุกตัวเองของพี่ไดโนว่ะ ถือว่าเฉียบบบบ 55
    #11537
    0
  25. #10934 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 22:07
    เมฆโทษครามว่าคราม แต่ถามจริงเถอะ ถ้าไม่ได้ตั้งใจ ทำไมยังทำตัวสนิทสนมกับครามอยู่อีก ไม่ได้มีความรู้สึกผิดที่ทำไม่ดีต่อรักเลย เลวที่สุด
    #10934
    0