ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 8 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 7 (110%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11,229 ครั้ง
    28 ก.ค. 62

     ***มีเนื้อหารุนแรง! ทำร้ายร่างกาย ถ้อยคำหยาบคาย! แยกแยะและไม่นำไปทำตาม***



บทที่ 7



     ผมเบิกตากว้าง ดิ้นสู้แรงกอดรัดของเมฆรุนแรง พยายามดีดตัวออกจากเมฆที่พยายามจะกดจมูกสูดดมแก้มผม เมฆแรงไม่เยอะเท่าแต่ก่อน ผมเลยยังพอขืนแรงอีกฝ่ายได้บ้าง แต่เพราะขนาดร่างกายของเราที่ยังไงก็ยังคงแตกต่างกันทำให้ผมหลุดออกมาไม่ได้ง่าย ต้องสอดส่ายตาเพื่อมองหาสิ่งที่จะทำให้ผมหลุดออกจากเมฆให้ได้

    “เมฆ! ปล่อยนะ”


    “ทำไมล่ะรัก ไม่ชอบเหรอ..กับไอ้เหี้ยนั่นน่ะไปถึงไหนแล้ว คงมากกว่ากอดแล้วมั้ง หึ แล้วมึงจะยังรังเกียจกูอีกเหรอ! ผ่านมาแล้วไม่ใช่เหรอวะ จะดีดดิ้นไปทำเหี้ยอะไร หรือว่ารู้แล้วใช่ไหมว่ากูถูกปลด ไอ้ครามเพื่อนมึงมันคงแจ้นมาบอกมึงแล้วสิว่าไอ้คลิปจัญไรที่มันปล่อยออกมามันทำให้กูปลดออกจากงานทุกอย่างที่เขาเซ็นสัญญาจ้างกูไว้!”


    เสียงตะคอกใส่หน้าทำเอาผมหน้าชา


    สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจที่เมฆเหวี่ยงร่างผมหงายลงไปบนเตียง


    ร่างหนาคร่อมทับกดผมเอาไว้ไม่ให้ลุกหนี


    “กูเสียอะไรไปบ้าง มึงรู้บ้างไหม..แค่คลิปวันเดียวที่เพื่อนรักมึงเอาลง กูเสียทุกอย่างที่กูสร้างมาหลายต่อหลายปีในเวลาวันเดียว ในขณะที่เพื่อนรักมึงมันไม่รู้สึกอะไรเพราะมันไม่เคยรักเส้นทางนี้ แต่กูดีใจเรื่องนึงนะรัก ..หึ รู้ไหมครับว่าเรื่องอะไร”


    ผมน้ำตาคลอ หันใบหน้าหลบใบหน้าของเมฆที่โฉบลงมาใกล้


    “ไม่รู้ รักไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น เลิกยุ่งกับรักสักที!”


    “ทำไมกูต้องเลิก! ถ้าไม่มีมึง ไม่มีเพื่อนรักของมึง..ชีวิตกูมันคงจะไม่เหี้ยแบบนี้” เมฆกระซิบเสียงต่ำ สิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาทำเอาผมหยุดดิ้น เมฆบอกว่าถ้าไม่มีผม..อย่างนั้นเหรอ ความผิดผมเหรอที่ทำให้เมฆมาอยู่ในสถานการณ์นี้ เพราะผมอย่างนั้นเหรอ


    “รักยังไม่ได้ทำอะไรเมฆเลย”


    “มึงไม่ได้ทำ แต่เพื่อนมึงทำไงรัก.. ชู่ว อย่าร้องสิ เมฆจะบอกเรื่องที่เมฆอยากบอกรักนี่ไง ตอนแรกเมฆโกรธมันนะ เพื่อนรักของรักน่ะ แต่ตอนนี้ไม่โกรธแล้ว..เพราะมันคงจะใกล้ตายในเร็ว ๆ นี้แล้วล่ะ รักคิดว่ามันสมกันไหมกับสิ่งที่ครามมันทำ”


     ผมส่ายหัววืด ไม่อยากรับรู้หรือตอบอะไรอีกแล้ว ถึงจะรู้สึกสับสนกับความสัมพันธ์ของเมฆและครามแต่ก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว ผมเดินออกมาแล้ว ผมเชื่อในสิ่งที่ผมรับรู้มา เมฆกับครามมีอะไรกัน..ต่อให้มันมีเหตุผลไหนก็ตามมันก็เป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินไปสำหรับผมอยู่ดี


    “ส่ายหัว ..ทำไมล่ะ รักไม่เห็นด้วยเหรอ”


    “ปล่อย” ผมดิ้นอีกรอบ และมันเป็นช่วงจังหวะที่เมฆเผลอผมถึงได้หลุดออกมาง่ายดาย วิ่งตรงไปที่ประตูทำท่าจะเปิดออกแต่ก็ไม่ทัน ถูกกระชากคอเสื้อดึงหงายล้มลงไปบนพื้น ความจุกเสียดทำเอาผมตัวงอ น้ำตาไหลลงอาบแก้มในตอนที่เมฆคร่อมตามลงมาอีกรอบ


    “รีบไปไหน เรายังคุยกันไม่เสร็จเลยนะครับ”


    “ฮึก”


    “ร้องทำไม ชีวิตเมฆพังเมฆยังไม่ร้องเลยรัก ชีวิตรักเป็นยังไง..มีความสุขมากสินะกับผัวใหม่น่ะ มันดียังไงเหรอ ไหนรักบอกเมฆหน่อยสิ หรือว่ามันเอาเก่ง”


    ผลัวะ!


    ผมกัดปากแน่นมองใบหน้าของเมฆที่สะบัดไปเพราะแรงต่อย ยกเท้ายันร่างอีกฝ่ายออกแต่เหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเลยสำหรับผม ขนาดว่าออกแรงถีบเต็มเหนี่ยวเมฆก็ยังกลับมากดทับผมเอาไว้ได้เหมือนเดิม และดูเหมือนจะแน่นกว่าเดิมอีก


    “หมัดหนัก ..แต่ไม่หนักพอ รักยังแรงน้อยเหมือนเดิมเลยนะ”


    “ตลอดเวลาที่เราคบกันมันไม่ทำให้เมฆรู้จักรักเลยใช่ไหม”


    “......”


    “รักไม่เคยเอากับใคร ถ้ารักจะเอา ถ้ารักจะเหี้ย รักไม่รอมาเหี้ยมาให้ใครเอาหลังจากเลิกกับเมฆหรอก” ผมบอกเสียงสั่น สายตาแข็งกร้าวขึ้นจ้องสบไปกับเมฆ “แล้วรักจะบอกอะไรเมฆนะ ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว ..และที่เลิกมันก็เพราะความเหี้ยของเมฆไง! ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องงานหรือเรื่องอะไรก็ตามมันก็เพราะตัวเมฆเองทั้งนั้น ทำไมไม่หัดโทษตัวเองบ้าง เรื่องคราม..รักไม่รู้หรอกนะว่ามีปัญหาอะไรกัน แต่ที่ผ่านมารักก็เห็นว่าเมฆกับครามเข้ากันได้ดีไม่ใช่เหรอ ..เข้ากันตั้งแต่ที่ยังคบกับรัก อื้อ!”


    “นั่นมันก็เพราะเพื่อนรักไง!”


    “...” ผมออกแรงดิ้นอีกครั้ง เหลือกตาขึ้นเมื่อฝ่ามือร้อนสอดเข้ามาใต้เสื้อ


    “ไปถามเพื่อนรักสิว่ามันทำอะไร ทำไปทำไม..หึ คงมีแค่รักนั่นแหละที่โง่คิดว่ามันเป็นเห็นรักเป็นเพื่อน”


    “อื้อ! เอามือมึงออกไป”


    “มึง? รักนี่มีอะไรให้เมฆแปลกใจอีกเยอะเลยนะ แต่เอาเถอะ อย่ามาเสียเวลากันดีกว่า ไหน ๆ รักก็บอกว่ายังไม่ได้กับไอ้เหี้ยนั่นใช่ไหม ก็ดี.. เพราะเมฆก็ไม่อยากทับรอยใครเหมือนกัน”


    “ฮึก ปล่อย! ไอ้เหี้ย มึงปล่อยนะเมฆ อย่า!”


    “ดิ้นอีกสิ! ดิ้นเยอะ ๆ เลย เวลากูเอา มึงจะได้ไม่มีแรงมาดิ้นใส่กูไง”


    “อื้ออ”


    ปึง ๆ ๆๆ


    “ขอโทษนะครับ มีใครอยู่ไหม”


    “อื้อ ๆๆ” ผมดิ้นพล่าน พยายามจะส่งเสียงตอบเจ้าของเสียงที่อยู่ด้านหน้า คิดว่าคงจะเป็นคนที่ผมเขาดูห้องเพราะตอนที่เราคุยกันผมก็บอกไปว่าตัวเองอยู่ห้องไหน


    “ชู่ว..”


    “คุณรักครับ ..สวัสดีครับพี่พัด เบอร์พี่จริง ๆ ด้วย คือผมจะคุยเรื่องสัญญาน่ะครับ ครับผม พรุ่งนี้ก็ได้ครับ ครับ…” เสียงเริ่มห่างไกลออกไป ผมเบิกตากว้างออกแรงเฮือกสุดท้ายดิ้นเพื่อจะให้ตัวเองหลุดออกจากคนตัวสูงที่ซุกหน้าแนบลงบนหน้าท้องผม เลื่อนสูงขึ้นไปจนถึงแผ่นอก


    ขบเม้มจนร่างผมสะดุ้ง น้ำตาร่วงไหลเป็นสาย เมฆหยุดชะงักเลื่อนตัวขึ้นมาจ้องหน้าผม สายตาเจือไปด้วยความโกรธแต่ก็ยังคงมีความรู้สึกผิดที่ทอดมองมาแม้ว่ามันจะน้อยนิดมากก็ตาม


ริมฝีปากร้อนฉกฉวยลงมาอีกครั้งเมื่อผมเริ่มดิ้น สัมผัสบนต้นคอเจ็บจี๊ดชวนให้หัวใจตื่นกลัว ขนลุกซู่และออกแรงดิ้นมากกว่าเดิม ผมได้ยินเสียงขัดใจมาจากเมฆก่อนที่อีกฝ่ายจะยืดตัวขึ้น เลื่อนมือมาบีบรัดที่คอผมเอาไว้เพื่อให้หยุดดิ้น ขณะที่อีกมือพยายามจะล้วงล้ำเข้าไปใต้กางเกงที่ผมสวมใส่


“แคก อึก อื้อ..!”


ลมหายใจผมเริ่มขาดห้วง ความรู้สึกกลัวเพิ่มมากขึ้นจนถึงขีดสุด เบิกตากว้างงัดแรงเฮือกสุดท้ายออกมาเพื่อช่วยชีวิตตัวเองออกไปจากความน่ากลัวนี้

ยกเท้าถีบไปเต็มแรงทั้งสองข้างจนกระทั่งเมฆทนเจ็บไม่ไหวและคลายมือออก


    ถูกผมถีบซ้ำจนหงายไปด้านหลัง


    ผมใช้จังหวะนั้นลุกยืนวิ่งตรงไปที่ประตู เปิดออกก่อนจะวิ่งสุดชีวิตไม่สนใจเสียงเรียกกรุ่นโกรธที่ดังลั่นมาจากในห้อง


    “รัก!”


    ตึก ๆๆๆ


    “หยุด เมฆบอกให้หยุดไงรัก กูบอกให้หยุด!” เสียงของเมฆผมไม่รู้ว่าจะมีใครได้ยินบ้างเพราะอีกฝ่ายตะโกนลั่นขนาดนั้น แต่ผมก็ยังไม่คิดจะหยุดวิ่ง ตรงไปยังบันไดทางลงก่อนจะพาตัวเองวิ่งหนัลงบันไดมาโดยที่เมฆเองก็ใกล้เข้าเรื่อย ๆ


    “รัก!”


    อะ


    ผลัก


    ตุบ!!


    “ฮึก ..แม่งเอ้ย” ผมสบถออกมาเพราะความเจ็บจี้ดตรงส่วนหัวและข้อเท้าหลังจากที่ตกลงมาจากบันได เพราะรีบที่จะหนีก็เลยไม่ทันได้ระวัง เสียงเท้าที่วิ่งตามมาทำให้ผมเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา ขยับตัวพยายามที่จะลุกขึ้นและวิ่งหนีอีกครั้ง


    “รัก..” เมฆทำหน้าตกใจ วิ่งลงจากขั้นบันไดตรงมาหาผมที่ถดตัวหนี


    “อย่า ฮึก อย่าเข้ามา อย่าแตะนะ”


    “เมฆขอโทษ เมฆไม่ได้ตั้งใจ รัก คือเมฆ..รักวิ่งหนีเมฆเอง”


    ตึก ตึก..


    “รัก..”


    ผมขดตัวเข้าไปกับกำแพง ก้มหน้าลงไม่ฟังแม้แต่เสียงเรียกที่ต่างออกไปไม่ใช่เสียงของเมฆ สะอึกสะอื้นเพราะความกลัวที่ฝังลึกลงในใจ เมฆจะข่มขืนผม ที่ผ่านมาผมเขาเป็นคนรักที่ดีถึงจะลืมผมไปบ้างแต่ก็ไม่เคยหยาบคาย ไม่เคยทำร้ายกัน


    แต่วันนี้ ผมไม่รู้


    ไม่รู้ว่าเมฆไหนคือตัวตนจริง ๆ กันแน่


    “มึง.. หึ ก็หน้าตาดีนี่ ไม่มีปัญญาหาแฟนเองหรือไง ถึงได้มายุ่งวุ่นวายกับของคนอื่น”


    “..ใครคือของมึง”


    “รักไง! รักเป็นแฟนกู คบกันตั้งแต่ม. ห้า ตกใจล่ะสิที่มันไม่บอกมึง ก็เพราะมันแรดไง อยากได้ทั้งมึงและกู-..”


    ผลัวะ!!


    “โอ้ย ไอ้เหี้ย!”


    ตุบ..


    “อย่าเห่าเยอะ กูรำคาญ”


    “ปล่อยกู!”


    ผลัวะ!


    “อึก กูจะแจ้งตำรวจ!”


    “หน้ากูเหมือนคนกลัวตำรวจไหมล่ะ”


    “หึ มึงรู้อะไรไหม สิ่งที่รักเกลียดที่สุดก็คือไอ้พวกนักเลงชอบมีเรื่องกับคนอื่น คนอย่างมึง..รักมันไม่สนใจหรอก ถุย ทำมาเป็นเก่ง เอาสิ! ต่อยกูอีก รักจะได้เกลียดมึงไง ต่อยสิ..ต่อยตรงนี้ ต่อยแรง ๆ นะ-..”


    ผลัวะ ตุบ!


    “อึก ..ฟะ ฟันกู!”


    “....”


    “โอ้ย! มึงจะทำอะไร ปล่อยกู มันทำร้ายร่างกาย โทรแจ้งตำรวจเลยครับ!”


    “หุบปาก..ก่อนที่กูจะโยนมึงลงบันได”


    “....”


    “อย่าทำ..ฮึก”


    กึก!


    “มึงควรจะขอบคุณรักนะที่ทำให้มึงรอด”


    ตุบ!


    “โอ้ย มึง..หลังกู ไอ้เวรเอ้ย”


    ฟึบ..


    ผมสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นเมื่อมีเสื้อคลุมของใครบางคนห่มทับลงมาบนกาย ตอนนั้นผมเหมือนไม่มีสติเลย ขยับร่างสั่นเทาหนีคนตัวสูงที่นั่งลงมาตรงหน้า หลับตาแน่นเมื่ออีกฝ่ายยื่นมือเข้ามาใกล้ เสียงพูดคุยหลายต่อหลายเสียงเริ่มดังเข้ามาในโสตประสาท


    “อย่า ฮึก อย่าจับผม”


    “รัก ..กูเอง”


    “อย่าทำผม”


    “....”


    “มองเหี้ยอะไรกันวะ! อยากเสือกมากหรือไง” เสียงเมฆดังขึ้นอีกรอบ ผมขดตัวแน่นกว่าเดิม จิกมือลงบนขาสองข้างเพราะความกลัว เสียงไกลห่างออกไปเรื่อย ๆ รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงจะไปแล้ว แต่ผมก็ยังคงไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปอยู่ดี


    เจ็บระบมไปทั้งข้อเท้าและหัวที่กระแทกตอนตกบันไดเมื่อกี้


    ผมไม่มีแรงจะหนีแล้ว


    “ผมเจ็บ”


    “เจ็บตรงไหน”


    ผมเงยหน้าขึ้น น้ำตาพร่ามัวในตอนที่ยกมือแตะลงบนแผ่นอกของตัวเอง สบตากับพี่ไดโนที่กำลังมองมา สายตาดูน่ากลัว กำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดขึ้น


    พี่ไดโน..


    “ฮึก ช่วยผมด้วย ผมยอมเป็นแฟนกับพี่ก็ได้ ช่วยผม..ช่วยผม” ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ไม่ทันคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ ขยับตัวเข้าหาคนตัวสูงอย่างคนที่ต้องการที่พึ่ง ยกมือขึ้นจับเสื้อหนังสีดำของอีกฝ่ายแน่นไม่ยอมปล่อย   


    ไม่ทันได้สังเกตใบหน้าที่ขบเคี้ยวฟันแน่นจนสันกรามนูนเด่นขึ้นมาด้วยความโกรธ


    “กูจะถือว่าที่มึงพูดเพราะตอนนี้มึงไม่มีสตินะรัก”



---



ผมนั่งสะอื้นอยู่บนที่นอนภายในห้องของตัวเองหลายต่อหลายชั่วโมง โดยที่พี่ไดโนเองก็ไม่ได้พยายามจะปลอบหรือแตะตัวผมอีกหลังจสกที่ผมสติแตกใส่พี่เขาไป บนร่างกายมีเสื้อคลุมของพี่ไดโนคบุมอยู่ไม่ได้เอาออก กลับกันนั้นผมเลือกที่จะกระชับมันเข้าหาตัวเองแน่น หันซ้ายขวาด้วยความหวาดระแวงในขณะที่เจ้าของเสื้อกำลังนั่งลงตรงหน้าผมพร้อมกับผ้าที่ห่อน้ำแข็งไว้ด้านใน


    “ตรงนี้เจ็บไหม ..มึงโอเคหรือยัง กูจะดูข้อเท้าให้” แตะฝ่ามือลงบนหลังเท้าของผมแผ่วเมื่อผมพยักหน้าลง ความปวดหนึบ ปวดแบบที่ไม่สามารถจะลงน้ำหนักไปบนเท้าได้ ผมคิดว่าข้อเท้าผมอาจจะแพลง มันเจ็บและปวดมาก ได้เกาะจิกลงไปบนไหล่ของพี่ไดโนในยามที่พี่เขาแตะไล่ดูว่าผมเจ็บตรงไหน


    “อะ ..เจ็บ อยะ อย่าบีบ”


    “อืม ประคบเรื่อย ๆ น่าจะช่วยบรรเทาได้บ้าง” พี่เขาว่า วางผ้าที่เย็นเฉียบเพราะน้ำแข็งด้านในลงบนบริเวณข้อเท้าผม ความเย็นของมันทำรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาแต่พอประคบไปนาน ๆ เข้าก็เริ่มที่จะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ถึงแม้ว่าเวลาขยับหมุนข้อเท้ามันจะยังปวดมากอยู่ก็ตาม


    “ให้ผมทำเองก็ได้” ผมพยายามเค้นเสียงตัวเองบอกแต่มันก็เป็นคล้ายกับเสียงกระซิบอยู่ดี แหบแห้งและสั่นเครือ เท้าสำหรับผมมันคือของที่อยู่ต่ำที่สุดในร่างกาย ผมไม่อยากให้พี่เขาต้องมานั่งประคับประคองเท้าผมเพื่อที่จะประคบเย็นให้แบบนี้


    “นั่งนิ่ง ๆ”


    “....”


    “เดี๋ยวกูจะออกไปซื้อผ้าก๊อซมาพันให้มันจะช่วยให้เท้ามึงไม่บวม”


    “พี่..จะทิ้งผมเหรอ” เอ่ยถามเสียงสั่น มือที่จับอยู่บนไหล่พี่เขากำแน่น ผมควบคุมความกลัวในจิตใจไม่ได้ แค่พี่เขาพูดว่าจะออกไปหัวใจมันก็เต้นกระหน่ำขึ้นมา คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเมฆจะกลับมาไหม พี่ไดโนจะทิ้งผมหรือเปล่า ถ้าเมฆกลับมาแล้วผมจะทำยังไง ผมคงหนีไม่รอดเหมือนครั้งแรกแน่ ๆ


    “รัก”


    “...”


    “รัก!”


    เฮือก


    ผมสะดุ้ง เบิกตากว้างด้วยความตกใจจากเสียงเรียกกึ่งตะคอก พี่ไดโนจ้องเขม็งมาที่ผม สายตาของพี่เขาไล่มองลงไปยังมือผมที่จิกกำไหล่พี่เขาแน่น ..แน่นจนมันสั่นเกร็ง ผมรีบชักมือกลับมาแต่ก็ไม่ทันการถูกมือที่ใหญ่กว่าและอุ่นร้อนตรงข้ามกับมือผมที่เย็นเฉียบคว้าจับเอาไว้ก่อน มันเป็นมือคนละข้างกับที่ประคบน้ำแข็งลงบนเท้าผม


    “กลัวมากเลยเหรอ” น้ำเสียงที่ถามนั้นราบเรียบ ใบหน้าไร้อารมณ์ทว่าดวงตาอ่อนลงมีเสี้ยวของความห่วงใยแฝงอยู่


    “....” ผมพยักหน้าลง ขบกัดริมฝีปากตัวเองขณะที่บีบกำมือของพี่ไดโนแน่น

    “มันทำอะไรมึง” สายตาของพี่ไดโนไบ่ขึ้ามาถึงต้นคอ นิ้วร้อนแตะลงเรียกแรงสะดุ้งจากผม


    “ไม่ได้ทำ” ผมส่ายหัวสร้างคำโกหกออกไป หวนนึกไปถึงสัมผัสเลวร้ายที่ได้รับ สัมผัสนั้นยังคงร้อนผ่าวอยู่บนกายผมตั้งแต่หน้าท้องไล่ขึ้นไปจนถึงแผ่นอกและสัมผัสบนคอ ความรู้สึกในตอนนั้นยังคงไม่จางหาย ความกลัวเกาะกุมแน่นบนจิตใจที่เริ่มสงบลงได้เมื่อเวลาผ่านเลย มือที่ว่างยกขึ้นมากำเสื้อตัวเองถูไถลงบนผิวเนื้อหวังที่จะลบรอยสัมผัสพวกนั้นออกไปจากร่างกายและความรู้สึก


    “ทำอะไร”


    “ผมไม่ชอบ ต้องลบออก..ลบรอยพวกนี้” พูดไปมือก็กดเช็ดรุนแรงขึ้นจนพี่ไดโนถลึงตาดุใส่ ปล่อยผ้าห่อน้ำแข็งลงในโคมเล็กมาคว้ามือผมจับเอาไว้แน่น


    “หยุด!”


    “....”


    “มึงกำลังทำให้ตัวเองเจ็บรู้ตัวหรือเปล่า”


    “ผมแค่จะลบมัน”


    “เอามือออก” พี่เขาสั่ง


    ผมจ้องสบตาคิดลังเลสักพักก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือตัวเองออกจากเสื้อที่ถูกกำจนยับยู่ยี่ ก้มมองฝ่ามือหนาที่กำลังจับชายเสื้อผมเลิกขึ้น สูดลมหายใจเข้าค้าง หัวใจเต้นรัวขึ้นมาด้วยความกลัวอีกครั้งแต่ก็พยายามควบคุมสติตัวเองเอาไว้


    กลัว.. ผมกำลังกลัวว่าพี่ไดโนจะทำแบบที่เมฆทำ


    แต่เพียงไม่นานพี่ไดโนก็ดึงเสื้อผมปิดลง ลุกขึ้นยืนก่อนจะย่อตัวมายกผมลอยขึ้นไปนั่งดี ๆ บนเตียง ส่งผ้าห่อนน้ำแข็งมาให้ถือประคบข้อเท้าตัวเองไว้


    “ประคบไปอีก 15 นาที กูจะไปซื้อผ้ามาพันข้อเท้าให้”


    “....”


    “อยากกินอะไรไหม”


    “ซูชิร้านที่อยู่หน้าปากซอย” ผมตอบ พอพูดถึงของกินก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที ข้าวที่กินไปนั้นก็ตั้งแต่เช้าแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็นส่วนของพี่ไดโนที่บอกว่าจะกลับมากิน “ผมทำยำปลากระป๋องไว้ให้พี่ แต่ถ้าพี่ไม่กินจะซื้อข้าวเข้ามาก็ได้ ..เดี๋ยวผมค่อยเททิ้งทีหลัง”


    “เททำเหี้ยไร กูจะกลับมากิน...ของมึงเอาแค่ซูชิใช่ไหม”


    “แค่นั้น..พี่ไดโน อย่าไปนานได้ไหม”


    “สามวิกลับเลยดีไหม”


    “พี่ทำได้เหรอ” เอ่ยถามออกไป รู้ทั้งรู้ว่าพี่เขากวนตีน ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว มีระแวงบ้างแต่ก็ไม่เท่ากับในตอนแรกที่เหมือนจะเสียสติไปเลย


    จำคำพูดของตัวเองที่พูดเพื่อให้พี่เขาช่วยผมได้ด้วย


    “พี่ไดโน”


    “อะไร”


    “ผมขอโทษ ..ที่พูดตอนนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจดูถูกความรู้สึกของพี่” ก้มหน้าลงหลบหนีสายตาที่จ้องมา ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ที่พูดไปเพราะความตกใจและกลัวมาก ถ้าเป็นเวลาปกติยังไงผมก็ไม่มีทางที่จะใช้เรื่องไหนก็ตามมาเป็นข้อต่อรองในเรื่องของความสัมพันธ์แน่ ๆ


    “รู้ตัวก็ดี บอกเลยนะว่ากูไม่ชอบ”


    “....”


    “ถ้ากูได้ยินอีกรอบ ..ไม่รับประกันนะว่าสิ่งที่มึงจะโดนมันคืออะไร”


    “พี่จะต่อยผมเหรอ”


    “ก็ไม่แน่ ชวนกูคุยจบยัง กูจะได้รีบไปรีบกลับ” พี่ไดโนเลิกคิ้วขึ้น รู้ทันว่าที่ผมชวนคุยเพราะถ่วงเวลาไม่ให้พี่เขาออกไป ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยเมื่ออยู่คนเดียว ถึงพี่ไดโนจะหยาบคายและน่ากลัวด้วยท่าทางนักเลงแต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เขาสามารถปกป้องผมได้ กลัวแต่ก็รู้สึกปลอดภัยกว่าการต้องอยู่คนเดียวในตอนนี้


    “รีบกลับนะ..” ผมบอกเสียงแผ่ว


    เลื่อนสายตาหนีมองไปทางอื่นเมื่อพี่ไดโนยกยิ้มมุมปากขึ้น


    ผมนั่งประคบน้ำแข็งลงบนข้อเท้าของตัวเองต่อ อาการปวดบวมเริ่มบรรเทา ภายในห้องมีเพียงความเงียบงันที่อยู่เป็นเพื่อน ผมทอดมองไปด้านนอกหน้าต่าง หลังพายุผ่านไปฟ้าก็จะสดใสเหมือนเดิมใช่ไหม สุดท้ายแล้วผมก็ต้องหันหลังและเป็นฝ่ายเดินออกมาจากทั้งสองคน ไม่ว่าเรื่องมันจะพลิกผันไปทางไหนก็ตาม สิ่งที่ผมรับรู้มา..มันเกินกว่าที่จะเข้าใจและกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก


    ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทั้งเมฆและสีครามเองก็ทำร้ายผมไปแล้ว


    และคงไม่มีใครที่จะยอมโง่พาตัวเองกลับไปโดนทำร้ายอีกเป็นครั้งที่สอง


    โดยเฉพาะกับเมฆ ...ผมยอมอโหสิฯ ให้กับทุกการกระทำ แต่สถานะของเราจะเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกันเท่านั้น


    ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงพี่ไดโนก็กลับมา ผมหยุดประคบน้ำแข็งลงบนข้อเท้าแล้ว ในตอนนี้มันถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าก๊อซที่พี่เขาซื้อมาให้ นี่ไง..พี่ไดโนกำลังก้มหน้าก้มตาพันมันให้ผมอยู่หลังจากที่ผมกินของที่พี่เขาซื้อมาให้จนอิ่ม ตอนแรกผมก็ทำเองนั่นแหละ แต่มันยุ่งเหยิงจนพี่เขาต้องมาพันให้


    “เรื่องพวกนี้มึงไม่เคยเรียนหรือไง”


    “ผมตกวิชาสุขศึกษา”


    “หึ กูเกรดสี่ว่ะ” พี่ไดโนยักคิ้วใส่พร้อมกับรอยยิ้มตรงมุมปากเล็ก ๆ ที่ทำให้ผมหัวเราะตามกับการถูกพี่เขาเกทับในเรื่องนี้ นั่งมองคนตัวโตพันผ้าให้จนกนะทั่งเสร็จ พี่ไดโนเงยหน้าขึ้นพาลให้ผมที่กำลังจดจ้องอยู่นิ่งชะงัก ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองก่อนจะหันหนี


    “พี่..จะกลับตอนไหน”


    “ไม่รู้ หิวว่ะ มึงนอนไป..กูจะหาข้าวกิน” พี่ไดโนผลักหัวผมให้นอนลง เอาหมอนข้างมาวางซ้อนกับหมอนไว้ตรงปลายเท้าก่อนจะจับขาผมไปวางเอาไว้ด้านบนอีกที “เวลานอนมึงก็ทำแบบนี้ ให้เท้ามึงอยู่สูงกว่าตัว มันช่วยลดอาการบวม ประคบเย็นก็ทำทุก ๆ สองถึงสามชั่วโมง แล้วก็ไม่ต้องเสือกขยันเดินบ่อย ๆ ด้วย มีเพื่อนก็โทรให้เพื่อนมึงมาอยู่เป็นเพื่อน”


    “ผมรู้น่า”


    “ไม่ต้องเถียง”


    “ผมเถียงพี่ตรงไหน”


    “ตรงที่มึงเถียงนี่แหละ”


    ไปกันใหญ่แล้ว ผมได้แต่ทำปากยู่ใส่พี่ไดโนที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ตรงปลายเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวหลับตาลงเลิกต่อปากต่อคำกับคนช่างดุ เอะอะก็ทำหน้าโหดเอาไว้ก่อน บอกผมอีกทีสิว่าพี่เขามาจีบผมไม่ได้มาหาเรื่องกันน่ะ


    เสียงจานชามกระทบกันแผ่วเบา พี่ไดโนคงกำลังกินข้าว


    ผมโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม มองคนตัวสูงที่กำลังยืนกินข้าวพิงกายไปกับซิงค์ ยำปลากระป๋องในถ้วยถูกเทราดลงบนข้าวจนหมด ทั้ง ๆ ที่รสชาติมันก็ไม่ได้อร่อยอะไรตอนที่ผมชิม แต่ดูพี่ไดโนกินแต่ละคำทำไมมันดูเอร็ดอร่อยขนาดนั้นล่ะ


    “มันกินได้เหรอครับ”


    พี่ไดโนเงยหน้าขึ้น เคี้ยวข้าวกลืนลงคอก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นมายกดื่ม


    “ก็อร่อยดี”


    “....” ผมแย้มยิ้มบาง ๆ ไม่รู้ตัว


    ก่อนจะหุบปากฉับเมื่อยังคงถูกพี่ไดโนนั้นจ้องอยู่


    “จะยิ้มก็ยิ้มดิ”


    “ผมเปล่ายิ้ม”


    “มึงยิ้ม”


    “..เออ ผมยิ้มแล้วมันทำไม”


    “ขู่เป็นกระต่ายเลยนะมึง”


    “ผมไม่ใช่กระต่าย”


    “อือหึ”


    “พี่ไม่เห็นตอบว่าผมยิ้มแล้วพี่จะทำไม”


    “น่ารักไง ไม่ทำไม..แต่ชอบ จบนะ”

   



    

    โรงพยา’บาล M



    “ให้ผมกลับเถอะครับ ผมสบายดี”


    “คุณหมอยังไม่ให้กลับนะคะ น้องครามเบื่อเหรอ ลงไปเดินเล่นกับพี่ที่สวนไหมคะ” พยาบาลในชุดสีขาวส่งยิ้มหว้างให้กับเด็กหนุ่มบนเตียง ลูกชายของนักธุรกิจใหญ่ที่มีอิทธิพลไปทั่วทั้งเอเชียและไม่เพียงเท่านั้นอิทธิพลที่ว่าก็เริ่มจะแผ่ขยายเข้าสู่โซนยุโรปแล้วเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่คนใหญ่คนโตมักจะรักหน้าตาของตัวเองมากกว่าลูก


    แต่ละครั้งที่มาเยี่ยมไม่มีครั้งไหนที่เธอไม่ได้ยินถ้อยคำต่อว่าจากทั้งพ่อและแม่ของเด็กตรงหน้า ทั้ง ๆ ที่คุณหมอก็บอกแล้วเชียวว่าเด็กคนนี้กำลังป่วยเป็นโรคทางจิต ไม่สมควรที่จะให้มีถ้อยคำหรือการกระทำอะไรก็ตามที่มากระทบต่อจิตใจ แต่เท่าที่เธอเห็นนอกจากชื่อเสียงและหน้าตาก็คงไม่มีอะไรสำคัญสำหรับทั้งคู่อีกแล้ว


    “ผมอยากเจอรัก”


    “พี่ติดต่อไปแล้วค่ะ ..เพื่อนน้องครามจะเข้ามาในวันพรุ่งนี้นะคะ”


    “รัก รักจะมาจริง ๆ ใช่ไหมครับ” พอได้ยินชื่อนี้ทีไรก็ดูร่าเริงขึ้นมาทันที พยาบาลสาวยิ้มและพยักหน้าตอบรับ เธอเป็นคนติดต่อเด็กคนที่ชื่อรักเอง ใช้เบอร์โทรศัพท์ของตัวเองโทรไปก่อนที่จะขึ้นมาดูแลน้องคราม


    “ใช่ค่ะ”


    “แล้วผมจะออกจากโรงพยาบาลได้หรือยังครับ”


    “เอ่อ.. เดี๋ยวพี่ถามคุณหมอให้นะคะ”


    “....”


    “น้องคราม”


    “พ่อบอกว่าผมเป็นบ้า แบบนั้นคุณลุงหมอคงไม่ให้ผมออกไปหรอกใช่ไหมครับ ..ทำไมถึงไม่ส่งผมไปอยู่โรงพยาบาลบ้าเลยล่ะ ให้ผมอยู่ที่นี่ทำไม”


    “....”


    “พี่ดูรอยแผลพวกนี้สิ ผมว่ามันสวยดีนะ..แต่ถ้ามีเลือดไหลออกมาด้วยมันจะสวยกว่านี้อีก”



---



“....”


    “มองไรวะ”


    “พี่..มาได้ไง”


    “ขับรถมา”


    “ไม่ ผมหมายถึงมาทำไม มาทำอะไร..” คนตัวสูงตรงหน้าผมไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้สิ ก็เมื่อวานพี่ไดโนกลับไปหลังจากที่ผมโทรให้อั๋นมาอยู่เป็นเพื่อน ตอนที่ทักมาถามผมเรื่องข้อเท้าในตอนเช้าวันถัดมาก็ไม่เห็นบอกว่าวันนี้จะมาหา


    ระยะทางมันไม่ได้ใกล้ ๆ เลยนะ


    พี่เขาจะขยันขับรถเกินไปแล้ว แถมวันนี้ไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์เหมือนปกติที่พี่เขาขับขี่มาหาผมเหมือนครั้งอื่น ๆ ด้วย แต่เป็นรถเบนซ์สีดำสวยที่พี่เขากำลังยืนพิงจ้องมองหน้าผมอยู่


    “คิดถึง มาไม่ได้เหรอ”


    แล้วทำไมต้องทำเสียงโหดใส่ด้วยเล่า


    “ก็..เปล่า”


    บอกคิดถึงแต่เสียงไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด ว่าแต่พี่เขารู้ได้ยังไงว่าวันนี้ผมเข้ามาทำเรื่องลาออกที่มหา’ลัย จริง ๆ ก็แค่เอาใบลาออกมายื่น วันนี้ผมไปคุยกับพ่อมาแล้ว พร้อมกับเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วย ทำเอาบ่อน้ำตาแตกไปอีกหนึ่งรอบก่อนที่พ่อจะบอกผมว่าไม่เป็นไร


    ถ้าคิดจะเริ่มใหม่พ่อก็ไม่ว่า แต่ครั้งนี้ผมจะต้องหาเงินใช้จ่ายในเรื่องของค่าหอพักเองเพราะช่วงนี้บริษัทของพ่อกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหาอะไรในจุดนี้เพราะตอนที่คุยกับพี่ไดโนว่าจะซิ่วไปเรียนมหา’ลัยเดียวกันกับที่พี่เขาเรียนอยู่ ผมก็ได้รู้มาว่าปีหนึ่งวิศวะฯ จะต้องเข้าพักกับทางหอพักของมหาวิทยาลัยในเทอมแรกเพื่อให้สะดวกต่อการประกอบกิจกรรมของทางคณะหรือก็คือรับน้องนั่นแหละ


    เมื่อจบเทอมคราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวนักศึกษาว่าจะอยู่ต่อไหม หรือว่าจะออกไปอยู่หอพักด้านนอก แตกต่างจากมหา’ลัยที่ผมเรียนเลย แต่ผมว่าแบบนี้ก็ดีนะ ไม่เป็นการบังคับกันมาก และค่าหอพักของทางมหา’ลัยเองก็ถูกกว่าค่าหอพักข้างนอกด้วย


    ผมคิดเอาไว้ว่าจะอยู่จนกว่าจะจบปีหนึ่งน่ะ และถ้าทำเรื่องขอพักจนกว่าจะศึกษาจบได้ผมก็จะลองดู


    “ขึ้นรถ”


    “พี่รู้ได้ไงว่าผมอยู่นี่”


    “เจ้าของหอมึงบอก”


    “อ่า..”


    “ขึ้น”


    “แต่..ผมนัดเพื่อนไว้แล้ว” จริง ๆ ก็ไม่ได้นัด แค่ตั้งใจว่าจะทักไปบอกให้มารับก็เท่านั้น


    “กูไม่ได้ชวน กูสั่งให้มึงขึ้นรถ… เร็ว ๆ หิวข้าว” ประตูรถถูกเปิดอ้าออก ผมกะพริบตามอง ขยับตัวเดินโดนมีที่ค้ำช่วยพยุงเอาไว้อีกที จะว่าไปนั่งรถพี่ไดโนก็คงจะสะดวกกว่าไปซ้อนมอเตอร์ไซค์แน่ ๆ แล้วอั๋นเองก็มีเรียนด้วย ผมไม่อยากรบกวนใครเลยสักคน แต่ตอนนี้ในเมื่อพี่ไดโนเสนอตัวผมก็ขอรับไว้เป็นน้ำใจจากพี่เขาก็แล้วกัน


    “เอาไม้ไปไว้ด้านหลัง” พี่ไดโนบอกเมื่อเปิดประตูฝั่งคนขับขึ้นมานั่ง


    ผมค่อย ๆ ขยับเอาไม้ค้ำไปไว้ด้านหลัง ดึงเข็มขัดมาคาดเอาไว้เมื่อรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากที่ เสียงเพลงสากลดังคลอ วันนี้พี่ไดโนสวมใส่ชุดช็อปมาเหมือนกับวันแรกที่เจอกันเลย ปกติผมก็มองว่าพี่เขาเป็นคนที่ดูดีและมีเสน่ห์ดึงดูดอยู่แล้ว พอได้มาอยู่ในชุดแบบนี้พี่เขาดูเท่จนผมคิดว่ามันสามารถทำให้สาว ๆ เหลียวคอมองได้เลย


    “ข้าวร้านไหนอร่อย”


    “ข้าวเหรอ พี่ขับตรงไปผ่านสองไฟแดงแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปแค่นิดเดียวมันจะมีร้านข้าวอยู่ ราคาไม่แพง สะอาดแล้วก็ทำอร่อยด้วย”


    “เหมือนเขาจ้างมึงมา”


    ผมยู่หน้ากับคำพูดคำจาของอีกฝ่าย


    “ผมชอบไปกินกับ-...” อ่า


    นึกถึงอีกแล้ว


    มันเคยเป็นร้านประจำของพวกเรา เมฆชอบกินข้าวผัดทะเลร้านนี้ ส่วนครามผมไม่แน่ใจเพราะเวลาที่มากินด้วยกันครามก็มักจะสั่งตามผมตลอดบอกว่าเขาจะได้ทำทีเดียวไม่ยุ่งยาก หรือบางทีก็กินเหมือนเมฆ ช่วงแรก ๆ ที่เราเพิ่งจะขึ้นปีหนึ่ง แทบจะทุกวันเลยที่พากันมากิน จนสุดท้ายก็ต่างคนต่างยุ่งบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง ผมเองก็ไม่ค่อยได้มาร้านนี้หลายเดือนแล้วเหมือนกัน


    “เปลี่ยนร้าน”


    “ผมอยากไปกินร้านนี้” ผมว่า


    พี่ไดโนหันมาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปดูเส้นทางต่อ


    “....”


    ผ่านไปสองไฟแดงพี่ไดโนก็ตีไฟเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางที่ผมบอก ขับตรงเข้าไปไม่เท่าไหร่ก็เจอป้ายขนาดใหญ่ของร้านที่ผมว่า


    ช่วงบ่ายของวันนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่ มีที่ว่างให้ผมกับพี่ไดโนได้เข้าไปนั่งกันหลังจากที่พนักงานในร้านจัดการทำความสะอาดโต๊ะจนเรียบร้อย ผมพลิกเมนูอาหารไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสั่ง


    “ผมเอาผัดไทกุ้งสดครับ”


    “...”


    “พี่ไดโนจะกินอะไร” ผมถาม เห็นพี่เขาจ้องเมนูเงียบ หรือว่าไม่มีของที่ชอบหรืออยากกิน “พี่ชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหม ร้านนี้ทำอร่อยทุกอย่าง ผมรับประกัน”


    ริมฝีปากได้รูปขยับสร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปาก พี่ไดโนวางเมนูลงบนโต๊ะไม่สั่งอาหารเอาแต่จ้องหน้าจนผมทำอะไรไม่ถูก


    “สั่งให้หน่อย”


    แล้วผมจะรู้ไหมเนี่ยว่าพี่เขาชอบกินอะไร


    นั่งเงียบคิดประกอบกับดูเมนูไปพลาง ก่อนจะสะดุดกับเมนูสิ้นคิดที่เปลี่ยนวัตถุดิบจากหมูมาเป็นวัตถุดิบจากทะเลแทน ผมจำได้ว่ามีครั้งนึงที่พี่ไดโนคลอมาและพี่เขาสั่งข้าวผัดกะเพราทะเลกิน


    “เอาเป็นข้าวราดผัดกะเพราทะเลอีกหนึ่งจานครับ น้ำเปล่าสองแก้ว” ตัดสินใจสั่งให้พี่เขาไป ผมไม่รู้ว่ามันใช่ของที่พี่เขาชอบกินไหม แต่จะให้สั่งอะไรอย่างอื่นผมก็ไม่รู้ด้วยสิว่าจะสั่งอะไรให้พี่ไดโนดี เพราะฉะนั้นผัดกะเพราทะเลน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


    “เข้าใจสั่ง”


    “ผมจำมาจากตอนนั้นที่เคยคุยกับพี่”


    “อืม ปกติกูกินร้านก็สั่งแบบนี้ ขี้เกียจคิดเมนูอื่น”


    “งั้นวันหลังผมสั่งเมนูอื่นให้พี่บ้างดีกว่า” ผมว่า หยิบเมนูขึ้นมาพลิกดู


    เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอดังแว่วมาจากคนตัวโตตรงหน้า


    “ไม่นึกว่ามึงจะอยากมากินข้าวกับกูอีกนะ”


    …


    “ก็ ..ผมซิ่วไปมหา’ลัยพี่ เราก็อาจจะได้เจอกัน ถ้ามีโอกาสได้กินด้วยกันอีกผมก็จะลองสั่งอย่างอื่นให้” มันไม่ได้มีความหมายแฝงหรืออะไรเลยนะ ผมตั้งใจเอาแบบแบบนั้นจริง ๆ ถ้ามีโอกาสได้กินด้วยกันอีกก็จะลองสั่งเมนูอื่นให้ ไม่ได้หมายถึงว่าผมอยากจะไปกินข้าวกับพี่เขาอีก


    แต่ แต่..กินข้าวกับพี่ไดโนก็ไม่ได้แย่อะไร


    เห้ออ


    เอาเป็นว่าในตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นกับพี่ไดโนเลย


    “หึ”


    “อะไร”


    “กระต่ายขู่อีกแล้วว่ะ”


    “ผมเปล่า” ไม่ได้ขู่สักหน่อย ผมก็แค่ถามเอง


    “ข้าวได้แล้วค่ะ..ผัดไทกุ้งสดกับผัดกะเพราทะเล น้ำเปล่าสองแก้วนะคะ” พนักงานของร้านวางอาหารสองจานลงบนโต๊ะ ผมดึงผัดไทเข้ามาใดล้ตัวในขณะที่พี่ไดโนหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักข้าวกินคำตอบ ไม่คุยหรือพูดอะไรกับผม นั่งกินเงียบ ๆ ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีข้าวก็หมดลงแล้วครึ่งจาน


    ผมเชื่อแล้วล่ะว่าพี่เขาหิวจริง ๆ


    เราทั้งคู่นั่งกินข้าวกันจนอิ่ม ผมบอกพี่ไดโนว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ก็สีครามนั่นแหบะ เมื่อวานหลังจากที่พี่เขากลับไปก็มีพี่พยาบาลคนนึงโทรมาหาผม บอกว่าอยากให้ผมเข้าไปเยี่ยมเพราะอีกฝ่ายเอาแต่ถามหาผมตลอด


    อีกอย่างนึงผมก็ตั้งใจเอาไว้อยู่แล้วด้วยว่าจะไป


    ผมถามอาการขอวครามผ่านพี่พยาบาล พี่เขาดูอ้ำอึ้ง บอกว่าครามมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ในขั้นไหนหรือว่าเป็นอะไรยังไง และผมก็ไม่รู้ว่าการที่ผมไปเยี่ยมและบอกอีกฝ่ายว่าผมกำลังจะซิ่วไปเรียนที่อื่นมันใช่สิ่งที่ผมควรจะบอกออกไปไหม


    พี่ไดโนจอดแวะให้ผมได้ลงไปซื้อดอกไม้ร้านก่อนที่จะถึงโรงพยาบาล เลือกซื้อดอกที่มีสีสันสดใสเหมาะกับการเอาไปเยี่ยมคนป่วย


    ผมส่งช่อดอกไม้ให้กับพี่ไดโนหลังจากที่จ่ายเงินเสร็จ ใช้ไม้พยุงตัวเองกลับไปยังรถทีทจอดอยู่พร้อมกับเจ้าของมัน พี่ไดโนเปิดรถให้ผมที่ยืนทรงตัวลำบาก พอเข้าไปนั่งได้ก็เอี้ยวตัวเอาไม้ค้ำไปไว้ที่เบาะหลังเหมือนเดิม รับช่อดอกไม้กลับคืนมาจากพี่ไดโนที่ต้องขับรถต่อ


    ผมไม่ค่อยชอบโรงพยาบาล คนเยอะและมันเป็นสถานที่ที่มีแต่ความเจ็บป่วย


    หลังจากที่มาถึงผมถึงได้โทรไปหาพี่พยาบาลคนนั้น ถามหมายเลขห้องก่อนจะขึ้นไปพร้อมกับพี่ไดโน


    “อ่า..ห้องนี้ อีกสองห้อง”


    “.....”


    …


    “ถ้ามันรักษาไม่หายก็ต้องส่งไปรักษาที่อื่น วัน ๆ นึงทั้งผมทั้งคุณก็ต้องทำงาน จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลไม่ให้มันทำแบบที่เคยทำอีก ผมเสียเงินไปกี่แสนกี่ล้านเพื่อจะปกปิดไม่ให้มันมีข่าวเสียหายออกมากระทบกับภาพลักษณ์ของวงศ์ตระกูล”


    “คุณพูดเหมือนฉันผิด ทั้ง ๆ ที่ฉันเองก็ต้องทำงานเหมือนกันกับคุณ ถ้าจะผิดมันก็ผิดที่คุณนั่นแหละไม่ดูแลเอาใจใส่ลูก! มันถึงได้เป็นบ้าแบบนี้นี่ไง”


    ปึง!


    “ขอโทษนะคะที่ต้องบอกว่าคุณสองคนกำลังเสียงดังรบกวนคนไข้และญาติผู้ป่วยคนอื่น ๆ ถ้าหากจะเถียงกันดิฉันขอเชิญลงไปเถียงกันที่บ้านค่ะ ที่นี่โรงพยาบาล ช่วยกรุณารักษาความสงบด้วยนะคะ”


    ผมยืนกอดช่อดอกไม้เงียบอยู่ข้างกันกับพี่ไดโน ผู้หญิงวัยกลางคนกับผู้ชายช่วงวัยเดียวกันท่าทางมีฐานะเดินผ่านเราสองคนไปและยังคงถกเถียงกันเหมือนเดิม พี่พยาบาลที่ออกมาเอ่ยเตือนถอยหายใจพลางเหลือบมองมาทางผม


    “น้องรัก? ..ใช่ไหมคะ”


    “ครับ..”


    พี่เขารู้จักชื่อผม จะใช่คนเดียวกันกับที่โทรมาหาผมหรือเปล่า


    พี่พยาบาลยิ้มเศร้า กวักมือเรียกให้ผมเดินตามเข้าไปภายในห้องกว้าง


    “น้องครามทานยาไป เมื่อคืนเขาไม่ยอมนอนเลย” เสียงพี่พยาบาลเอ่ยบอกเมื่อผมเดินตามพี่เขาเข้าไป สีครามหลับสนิทบนเตียงสีขาวของโรงพยาบาล ร่างกายดูซูบเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนทั้ง ๆ ที่ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน แขนสองข้างมีผ้าสีขาวพันเอาไว้รอบ ๆ


    “สองคนเมื่อกี้..”


    “พ่อกับแม่น้องครามค่ะ”


    ผมพยักหน้ารับ พอจะเชื่อมโยงเรื่องราวที่บังเอิญได้ยินมาได้บ้างเล็กน้อย ผมไม่เคยเจอพ่อกับแม่ของสีคราม เอีกฝ่ายไม่เคยพูดถึงและเลี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้เสมอ มีบางครั้งที่สีครามมักจะมาค้างที่บ้านของผมนาน ๆ แต่ไม่บอกเหตุผล


    และผมก็ไม่ได้เซ้าซี้ถาม คิดว่าเพราะเราสนิทกัน ถ้าสีครามอยากคุยอยากจะบอกเมื่อไหร่เขาก็จะบอกผมเอง


    “ผม..เอาดอกไม้มาเยี่ยมครับ”


    “น้องครามต้องดีใจแน่ ๆ”


    ผมวางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะภายในห้อง เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของคนป่วย เรียวนิ้วสัมผัสลงบนฝ่ามือของอีกฝ่ายแผ่วเบา


    ผมไม่รู้ว่าตัวเองสมควรจะพูดอะไรออกไป


    ได้แต่ยืนนิ่งจับมือของอดีตเพื่อนสนิทเอาไว้อย่างนั้นเกือบสิบนาทีก่อนจะปล่อยออก พี่ไดโนยืนรออยู่ด้านหน้าห้อง ผมคงไม่ได้อยู่รอจนกระทั่งสีครามตื่น มันบอกไม่ถูก..แต่ผมรู้สึกว่าผมยังไม่พร้อม ผมกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนสนิทในตอนนี้ กลัวว่าจะทำให้ครามรู้สึกแย่กว่าเดิมถ้าหากว่าผมพูดอะไรที่ไม่ดีออกไปเพราะสิ่งที่เขาทำกับผม


    “ถ้าครามตื่น ..บอกเขาด้วยนะครับว่าผมอยากให้เขาดูแลตัวเอง”


    “....”


    “เพื่อนผมมาด้วยและเขารออยู่ข้างนอก ผมคงต้องกลับแล้ว”


    “แต่..น้องคราม”


    “ผมฝากด้วยนะครับ”


    ฝาก..


    คนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสนิทและรักมากที่สุด





---110%---



จะไม่บอกอัลไลทั้งนั้น ลุ้นและเดากันต่อไป เรื่องนี้มันยังไม่จบ มันยังอีกยาวไกล


โอโห เป็น 30% ที่เขียนยากมาก..


*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11.229K ครั้ง

16,463 ความคิดเห็น

  1. #16415 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 15:56
    สงสารรร
    #16415
    0
  2. #16015 Vivo123456 (@Vivo123456) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:06
    เอาจริงๆ ครามมีปมปะ รักเป็นคนที่ครามสนิทและรักมากๆอะ

    เป็นเพื่อนคนเดียวที่ครามมีอะ สงสารทั้ง2คนนะ
    #16015
    0
  3. #15996 Me.R (@bugtoon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:18
    เข้าใจครามอยู่นะ คือช่วงสมัยม.2นางไม่มีเพื่อนเลย คนที่เข้าไปคุยด้วยก็มีแค่รัก นางอาจจะตกหลุมรักรักก็ได้ ที่นางทำแต่ละอย่างก็เปรียบเสมือนหมาตัวนึงอะที่รักเจ้าของมากๆ แต่มันไม่รู้ว่าจะต้องแสดงความรักยังไงเลยเผลอไปกัดเจ้านายมันจนเลือดออกงี้ ส่วนอีกอย่างก็น่าจะมาจากปมครอบครัวด้วยแหละ

    แง้ ขอโทษนะครามที่เคยว่าให้ แงงงงงงง สงสารเทอมากเลย
    #15996
    0
  4. #15969 After_TeaTime (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 03:36
    คือตอนนี้เริ่มสงสารครามแล้ว แบบนางน่าจะมีป้มเรื่องครอบครัว แล้วดันเป็นเกย์อีก แล้วมีรักคนเดียวที่เข้าหา เลนรักรักรึเปล่า แต่พอมีเมฆเข้ามา ที่ยุให้ชอบตอนแรกอาจจะเห็นว่ารักมีความสุข? แต่พอเห็นรักสนิทกับเมฆเลยเริ่มหึงรึเปล่า ไม่ก็ไม่ได้ยุแต่เข้าใจผิดไปเอง? แล้วที่แอบลับหลังรักเพราะอยากให้เมฆเลิกกับรักรึเปล่า
    สงสาร แต่นางก็ทำไม่ถูก แต่ก็เข้าใจว่ามีปัญหาทางจิต เฮ้อออออ
    #15969
    0
  5. #14852 你我 (@oniisanrabbit) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:47

    แแต่ก็รู้สึกว่าครามแปลกๆอยูาดี ถ้ารักนักทำไมยุให้ชอบเมฆ

    #14852
    0
  6. #14662 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 02:37
    พออ่านถึงตรงนี้สงสารครามเลย มีปมมาจากพ่อแม่ไม่สนใจ เอาใจช่วยให้หายป่วยน้าาา
    #14662
    0
  7. #14656 laiisebsiw (@laiisebsiw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:57
    อ่านเรื่องนี้ทีไรนึกถึงจีมีนวีจองกุกโบกอมอ่ะ คราม=จีมิน เมฆ=โบกอม รัก=วี ไดโน=จองกุก
    #14656
    0
  8. #14637 B O W II E Z (@bowiieez) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 06:42
    มาถึงจุดนึ้ สงสารคราม ครามคงมีปมอ่ะเพราดูจากพ่อแม่แล้ว ไม่ค่อยจะเอาใจใส่ลูกมากนัก
    #14637
    0
  9. #14372 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 09:36
    สงสารคราม
    #14372
    0
  10. #14090 Love_S(B) (@sutthida17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:46
    สงสารเลยครอบครัวทำให้เป็นแบบนี้
    #14090
    0
  11. #14069 Boboman~ Yehet! (@boboman) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 16:45
    ครามคือชอบรักแน่ๆ. แต่เลือกวิธีผิดที่เอาตัวเองไปแทรกกลาง เลยเสียรักไปด้วยเลย
    #14069
    0
  12. #13508 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 23:24
    ที่ด่าครามไปตอนก่อนๆก็คือรู้สึกผิดเลย ตอนนี้มีแต่ความสงสาร ครามคงรักรักเพราะรักเป็นคนเดียวที่เข้าครามใช่มั้ย แล้วที่ปั่นให้รักเลิกกับเมฆเพราะอยากเก็บรักไว้คนเดียวแบบนี้รึเปล่า แต่วิธรการมันผิดอ่ะ มันคือการทำร้ายรักนะคราม สุดท้ายก็คือต้องเสียรักไปอ่ะ มันทำให้ไม่สนิทใจกันแล้ว แม้ว่าที่ทำไปเพราะรักก็เหอะ
    #13508
    0
  13. #13280 Capucinno (@Capucinno) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 15:41
    สงสารคราม
    #13280
    0
  14. #13205 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 14:25
    พ่อแม่เหร้ยอะไร รัดหน้ารักตารักศักดิ์ศรี ชื่อเสียงมากกว่าลูก
    #13205
    0
  15. วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 04:16
    ประสาทแดกตั้งแต่พ่อแม่แล้วเว้ย
    #12899
    0
  16. #12681 11-11 (@pp2546) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:31
    ครามมมมเค้าขอโทษ ฮื่ออออครั้งนึงเค้าเคยคิดจะตบครามมมม
    #12681
    0
  17. #12680 KimEy_kuku (@pojae) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:28
    เพราะมีปมหลังเลยทำให้ครามกลายเป็นแบบนี้สินะ สงสารรักขาเดี้ยงเลย โชคดีที่ไดโนยังไม่ไปไหน รักคงช็อคมากจริงๆ
    #12680
    0
  18. #12220 Waan_hyper (@Waan_hyper) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 09:41
    งื้อออ เราขอโทษที่เคยว่าครามนะ จริงๆครามแอบชอบรัก เพราะรักเป็นคนแรกที่เข้าหาครามอย่างจริงใจใช่มั้ย แต่ครามใช้วิธีที่ผิดนะ ยังไงก็สู้ๆละกัน
    ปล. สรุปว่าคลิปนั้นคืออะไร 555
    #12220
    0
  19. #12218 n.will (@19051998) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:37
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อน
    #12218
    0
  20. #12103 ลู่หาน (@hunhan18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 21:01
    ครามไม่ผิดที่ชอบรัก แต่วิธีการทำตัวมันไม่ถูกนะคราม เห็นมั้ยตอนนี้แม้แต่เพื่อนยังเป็นไม่ได้เลย เป็นตัวละครที่น่าสงสารค่ะ
    #12103
    0
  21. #11971 JIRISA (@rung-mca1543) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 00:04
    สงสารสีครามอ่ะแงงงง เป็นเส้าเลย
    #11971
    0
  22. #11817 aeklumpan (@aeklumpan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 18:42
    สงสารคราม
    #11817
    0
  23. #11806 MN23d32c (@Bs-Benya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 01:10
    สงสารครามอ่ะ พ่อแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้
    #11806
    0
  24. #11772 fthk (@fthk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 10:13
    คิดว่าความรักรักนะ
    #11772
    0
  25. #11407 olpn (@olpn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:34
    ครามรักรักนะ เหมือนว่าที่ทำกับเมฆเพราะอบากให้เค้าเลิกกันแล้วอยากให้รักมาคบกับตัวเองรึป่าวแอบรักเพื่อนไรงี้อ่ะ
    #11407
    0