เจ้าหญิงต้องมนต์

ตอนที่ 4 : เป็นเพียงเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

ศิรินมองร่างตัวเองที่กำลังโดนคนอีกคนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นๆอย่างเบามือและทนุทนอมี่สุด ศิรินโวยวายทั้งๆที่อีกคนยังไม่ได้จะทำอะไรเรือนร่างสาวหมวยเลยซักนิด

“อย่ายุ่งกับไอนะ”

น้ำทิพย์ไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายที่ตะโกนสั่งห้ามน้ำทิพย์มองเรือนร่างอันขาวนวลทั้งกายแล้วเช็ดทุกจุดไปมาอย่างเบาๆ ศิรินตรงปรี่เข้าไปจะไปคว้ามือของหมอสาวไว้แต่มันสัมผัสไม่ได้

“ไม่จริงๆๆๆๆๆๆ ทำไมสัมผัสไม่ได้ ไม่จริงใช่ไหม”

ศิรินหายใจหอบๆแล้ววิ่งตรงปรี่เข้าหาอีกคนแต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะจับเนื้อต้องตัวอีกคนได้เลยศิรินร้องกรี๊ดดังลั่นห้องแล้วพยายามกลับเข้าร่างแต่ไม่สามารถกลับเข้าร่างตัวเองได้

“ไม่จริงไม่จริงใช่ไหมนี่ไอตายไปแล้วเหรอไงไม่จริง”

ศิรินโวยวายต่อไม่หยุดจนอีกคนเช็ดร่างกายของสาวหมวยจนสะอาดแล้วเขาเดินไปหยิบชุดนอนของตัวเองสวมใส่ให้อีกคนอย่างทะนอมพร้อมเอาผ้าห่มห่มให้อย่างดีน้ำทิพย์ยิ้มแล้วพูดกับร่างสาวหมวยว่า

“ขอโทษนะที่เช็ดตัวให้บีเห็นหมดแล้ว”

น้ำทิพย์ยิ้มขำๆกับคำพูดตัวเองมันให้ศิรินถึงกับปรี๊ดแตกอีกรอบแล้วกำมือแน่นจะตรงไปตบอีกคนแต่ก็ตบไม่ได้เลยได้แต่ยืนมองนิ่งๆทำอะไรไม่ได้

“บีจะดูแลร่างนี้ให้ยูเองนะยูอยู่ที่ไหนทำไมยังไม่ตื่นร่างกายก็ยังอุ่นๆเหมือนหายใจแต่ทำไม...”

น้ำทิพย์นั่งลงบนเตียงอีกข้างแล้วเลื่อนมือไปกุมมืออีกคนแล้วบีเบาๆก่อนลูบไปมา เขามองร่างสาวหมวยที่ยังนอนหลับสนิทปากเนียนนุ่มที่เหมือนคราบลิปสติกจะไม่มีเหลือแต่เขาก็ยังสัมผัสได้ว่าปากแดงราวกับลูกเชอร์รี่และผิวกายนิ่มและขาวดุจราวหิมะตกน้ำทิพย์ยิ้มแล้วลุกออกจากเตียง

“หวังว่ายูจะฟื้นนะบีไม่กวนแล้ว”

น้ำทิพย์ปิดไฟในห้องแล้วออกไปอยู่ที่ห้องตัวเองศิรินตามน้ำทิพย์ออกไปแต่ก็ต้องตกใจอีกครั้งที่ร่างกายตัวเองทะลุผ่านประตูได้ทั้งๆที่น้ำทิพย์เพิ่งปิดไป

“นี่ มัน อะ ไร กันเนี่ยทำไมชีวิตชั้นต้องมาเจออะไรแบบนี้นะ”

ศิรินสบทกับตัวเองวันละหลายๆรอบแล้วเดินตามเขาไปที่ห้องน้ำทิพย์อาบน้ำเปลี่ยนชุดและศิรินได้เข้าห้องน้ำไปด้วยโดยปริยาย

“นี่ยูทำบ้าอะไรเอาไอเข้ามาด้วยทำไมไอไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้ได้ยินไหม”

ศิรินกรอกตาไปมาน้ำทิพย์เปลื้องเสื้ผ้าของเขาออกทีละตัวจนหมดและเหลือเพียงสัดส่วนอันสมส่วนขาเรียวยาวและหน้าท้องที่แบนราบและอกเล็กๆของเขาศิรินเอามือปิดตาแล้วหันไปอีกทาง

“พาไอเข้ามาทำไมเนี่ยไอไม่ได้อยากเข้ามานะ”

ศิรินกำลังจะเดินออกประตูแต่ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ดึงศิรินกลับเข้ามาในห้องน้ำตอนนี้ศิรินเหมือนเป็นเงาที่คอยติดตามน้ำทิพย์ไปทุกย่างก้าว ครั้นน้ำทิพย์อาบน้ำทิพย์เขาได้เอาผ้าขนหนูพลันรอบตัวก่อนเดินผ่านศิรินไปอย่างจังร่างวิญญาณของศินทะลุผ่านได้ง่ายดายราวกับแก้วใสๆ

“นี่ยูไอไม่ใช่ส่วนหนึ่งของยูนะที่จะแว๊บผ่านไปมาได้ตามใจแบบนี้”

บ่นไปเถอะเพราะน้ำทิพย์ก็ไม่ได้ยินอะไรเขาแต่งตัวชุดนอนจนเสร็จเรียบร้อยเขาเอนหลังลงนอนบนเตียงแล้วสวดมนต์ไหว้พระเสียงสวดมนต์ของน้ำทิพย์ดูเหมือนจะส่งถึงศิรินเข้าแล้วศิรินรู้สึกร้อนๆฟนาวๆอีกแล้วเธอเอาสองมือลูบสองแขนตัวเองไปมา

“ทำไมเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนอีกแล้วร่างชั้นวิญญาณชั้นก็อยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหนนี่”

เสียงอันคุ้นหูของย่าของเธอดังลอยมาในอากาศ

“หลานต้องดูแลเขาและนี่คื่อคำตอบของหลานว่าทำไมหลานถึงอยู่กับเขาตลอดเวลาแบบนี้”

ครั้นได้ฟังเสียงของย่าศิรินถึงกับชะงักและยังไม่ทันได้ถามคำถามต่อไปศิรินรู้สึกเหมือนลมพักอ่อนๆพัดไปไกลแล้วเธอสัมผัสได้ว่าย่าของเธอคือคำบอกใบ้ในแต่ครั้งที่ตัวเองสงสัยแต่จะมามากน้อยแค่ไหนให้หลานสาวรับรู้แค่ไหนเท่านั้นเองเขาเอนลงนอนหลังจากสวดมนต์เสร็จเป็นแบบนี้ประจำทุกคืนเมื่อเขาหลับสนิทศิรินไปนั่งที่ปลายเตียงของเขาแล้วมองพินิจใบหน้าจิ้มลิ้มบางมุมหล่อบางมุมสวยในคนคนเดียวกัน ศิรินส่ายหน้ากับท่านอนอีกคนที่นอนกินเตียงพื้นที่เต็มที่

ศิรินลุกออกไปไหนไม่ได้หากอีกคนยังนอนอยู่ศิรินลอบถอนหายใจก่อนล้มตัวลงนอนข้างๆอีกคน ศิรินมองไปรอบๆห้องอีกคนมันเป็นห้องนอนที่ไม่กว้างมากนักมีเตียง1 เตียง แต่นอนได้สองคน มีตู้เสื้อผ้าเพียงสองตู้และทีวีเหมือนบ้านอื่นๆเขามากัน ศิรินหลับตาลงด้วยความเพลียและความเหนื่อยอ่อนที่เจอเรื่องประหลาดมาทั้งวัน

แสงแดงได้เล็ดลอดเข้ามาผ่านผ้าม่านโปร่งแสงศิรินงัวเงียตื่นนอนเพราะแสงแดดยามเช้าศิรินขยับไปไหนไม่ได้เพราะคนอีกคนยังนอนหลับอยู่แน่นอนล่ะก็เขาดูแลร่างกายของเธอตลอดคืนเพิ่งจะได้นอนนี่แหล่ะ เขาพลิกหน้าสวยหันมาทางเธอศิรินถอยห่างออกไปเพียงเล็กน้อย

“นอนดีๆได้ไหมคนบ้าอะไรนอนเต็มที่ขนาดนี้ไอจะนอนได้ไง”

ยังไม่ทันขาดคำของเจ้าหล่อนน้ำทิพย์เอื้อมมือไปกอดอีกคนแล้วซุกหน้าตาอันหล่อเหลาลงไป น้ำทิพย์กอดร่างเล็กกระชับศิรินหายใจหอบๆเพราะน้ำทิพย์เป็นคนเดียวที่สัมผัสวิญญาณของศิรินได้

“ออกไปเลยนะไม่ต้องมากอดไอ” ศิรินพยายามจะสัมผัสอีกร่างแต่ไม่เป็นผลแต่อย่างใด ไปไหนก็ไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ต้องมาติดแหง่กอยู่กับใครที่ไหนก็ไม่รู้รู้แค่เพียงเคยรักษาเสด็จย่าของเธอ

เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นศิรินขยับตัวไปมองที่หน้าจอมือถือของเขา “ว่าที่แฟน” ศิรินขมวดคิ้วกับคำขึ้นหน้าจอ น้ำทิพย์ขยับตัวตื่นแล้วเอามือถือมารับสาย

“ค่ะพี่แกนโทรหาบีมีอะไรแต่เช้าคะ”

ราศรีกรอกตาไปมาแล้วบอกน้ำทิพย์ไปว่า

“คนเป็นแฟนกันต้องมีอะไรกันด้วยเหรอบี”

น้ำทิพย์ถอนหายใจกับราศีที่ตื๊อไม่เลิก น้ำทิพย์เหมือนรอใครบางคนที่เหมือนยังจะไม่มีตัวตนหรือไม่เนื้อคู่ของเจ้าตัวที่ยังมาไม่ถึงกันแน่ ศิรินพยายามฟังบทสนทนาของอีกฝ่าย

“พี่แกนคะตอนนี้มันยังเช้าอยู่เลยนะคะบีอยากนอนค่ะ”

ศิรินมองดูเวลา 7.00 น. ศิรินหันไปมองเขาและพอเข้าใจว่าทำไมถึงยังง่วงก็ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวานจนถึงเช้าเพิ่งจะได้นอนเพราะพยายามช่วยร่างของศิรินไว้

“พี่ขอโทษนะบีบีนอนต่อก็ได้แล้วค่อยคุยกัน”

ราศียอมวางสายเขาหงุดหงิดถึงขุ้นสุดแล้วปิดมือถือก่อนลงนอนหลับอีกรอบศิรินยังไม่ค่อยเข้าใจหมอบีที่ย่าของเธอบอกดีนักหนาเท่าไหร่นัก ศิรินลงนอนข้างๆแล้วพิจารณาใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางและมีขี้แมลงวันอันเล็กๆบนใบหน้าของเขาศิรินจ้องอยู่นาน

“น่าตาสวยแบบนี้นี่เองแฟนถึงตามเอาๆเสียใจนะไอชอบผู้ชายย่ะไม่ได้แอ้มไอหรอก”

ศิรินยิ้มตาสระอิออกมาแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆเขาแต่โดยดีเพราะรู้ว่าไปไหนไม่ได้น้ำทิพย์หันไปกอดศิรินอีกครั้งหลังจากเปลือกตาคู่งามปิดลงศิรินสัมเกตุแขนยาวๆที่เอื้อมมากอดตัวเองราวหมอนข้างแล้วฉงน

“ทำไมยูโดนตัวไอได้คนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ”

น้ำทิพย์หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจนกระทั่ง9.30 น. เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งหน้าจอ “วุ้นเส้น” ศิริหันไปมองหน้าจอ

“ใครอีกล่ะเนี่ยอย่าบอกนะว่าเจ้าชู้”

ศิรินพึมพำ น้ำทิพย์เอื้อมมือไปรับสายมือถือแล้วกดรับด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่เต็มตื่นดีเท่าไหร่

“ฮัลโหลแกมีอะไรฉันง่วง”

วุ้นเส้นช่างใจอยู่ว่าควรจะบอกเพื่อนรักอีกคนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดีหรือไม่เพราะแค่งานของน้ำทิพย์ก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว

“มีเรื่องปรึกษานิดหน่อยว่ะแกฉันขอคุยแป๊บเดียวนะแล้วสัญญาว่าจะให้แกนอนต่อยาวไปเลยค่ะวันนี้สันหยุดแกด้วยนี่”

ศิรินพยายามเข้าไปใกล้ๆเพื่อฟังเสียงสนทนา

“เอ่อๆมีอะไรก็ว่ามาเลยวุ้น”

ศิรินหูพึ่งเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อปลายสายคล้ายๆชื่อเพื่อนสนิทของตัวเองศิรินพยายามเข้าไปใกล้ๆอีกคน

“แกเพื่อนฉันโดนรถชนเมื่อวานว่ะมีใครที่โดนรถชนไปโรงพยาบาลที่แกทำงานอยู่หรือเปล่าวะ”

น้ำทิพย์ทวนคำพูดเพื่อนรัก

“คนที่โดนรถชนรถอะไรล่ะ”

วุ้นเส้นส่ายหน้ากับกับปลายสายพร้อมเอ่ยว่า

“ไม่รู้ว่ะรถอะไรก้ได้ รถยนต์ รถมอร์เตอร์ไซด์ รถเมลล์”

น้ำทิพย์หูพึ่งเมื่อได้ยินคำว่ารถเมลลล์

“แกว่าอะไรนะรถเมลล์มีอยู่คนนึงนะแต่ฉันไม่รู้ว่ะจเป็นเพื่อนแกหรือเปล่า”

น้ำทิพย์กุรีกูจอไปที่ห้องของร่างสาวหมวยที่นอนไม่ได้สติและพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาอีกครั้งเพื่อที่จะเอาเรื่องราวเหล่านี้เล่าให้เพื่อนรักอีกคนฟังอย่างเปิดเผย

.

.

.

.....จบตอน.....

 

 

จบลงไปอีกตอนสนุกกันไหมคะ

ถ้าชอบอย่าลืมคอมเม้นมาพูดคุยกัน

ติชมได้นะคะ...คุณน้ำทิพย์จะบอกไหมรอติดตามค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #5 ฟินิกซ์สีแดงเพลิง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:18
    รอติดตามอยู่นะ เมื่อไหร่เจ้าหญิงจะฟื้นสักที
    #5
    0
  2. #4 SupperServay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 17:10
    รอติดตามนะคะ เจ้าหญิงจะฟื้นไหมอ่ะ
    #4
    0