เจ้าหญิงต้องมนต์

ตอนที่ 5 : ทำความรู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

เขานั่งลงข้างๆร่างของหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ที่ปลายเตียงก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่รถเมลล์กับรถจากัวร์สีเขียวอ่อนชนกันตอนนั้น ศิรินมานั่งอยู่ข้างๆอีกคนเหมือนคนที่คุ้นเคย น้ำทิพย์เล่าให้ปลายสายฟังว่า

“เมื่อวานบีนั่งรถเมลล์สายหนึงมาทำงานแต่แล้วก็มีรถจากัวร์ของใครก็ไม่รู้ขับมาชนหรือรถเมลล์ไปชนบีไม่แน่ใจนะวุ้นแต่ในรถคันนั้นมีร่างสาวคนหนึ่งน่าตาหมวยๆหน่อย”

วุ้นเส้นหูพึ่งเมื่อได้ยินคำว่าสาวน่าหมวย

“แล้วแกจำได้ไหมเขาหน้าตาเป็นยังไงแบบไหนนอกจากสาวหมวยอะไรของแกนั่นเพื่ออาจจะเป็นเพื่อนของฉันไงแหเล่ามาเร็วๆ”

วุ้นเส้นเร่งเร้าเพื่อนรักอีกคนศิรินแน่ใจแล้วว่าเสียงปลายสายคือเพื่อนรักของเธอศิรินพยายามตะโกนเข้าภายในสายแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเพื่อนรักที่เขามีอยู่ที่นี่เพียงคนเดียวจะได้ยิน

“วุ้น นี่ฉันเองไงเพื่อนแก ศิริน หมวยไงแกหมวยแกได้ยินฉันไหมวะ”

ศิรินพยายามสอดแทรกเสียงเข้ามือถือของอีกฝ่ายแต่แน่นอนว่าเพื่อนรักของเธอไม่ได้ยิน ได้ยินเพียงแค่เสียงของน้ำทิพยืเท่านั้น

“แกอยารู้จริงๆใช่ไหมฉันถ่ายรูปส่งไปให้แกดูดีกว่าหรือแกจะมาหาฉันที่บ้าน”

ศิรินพยักหน้าให้กับคำชวนของน้ำทิพย์ น้ำทิพย์สัมผัสได้ถึงลมพัดไปพัดมาข้างๆตัวเขาแต่แท้จริงแล้วคือลมภายนอกนิ่งสนิทก็นี่มันน่าร้อนจะมีลมพัดมาจากไหนล่ะน้ำทิพย์รู้สึกเพียงแค่นั้น

“เอ่อไปบ้านแกก็ดีแต่ฉันถามหน่อยเหอะว่ะเมื่อไหร่แกจะเปลี่ยนบ้านแกสักทีวะควรซ่อมได้แล้วบ้างป่ะแก”

น้ำทิพย์ถอนหายใจเมื่อได้ยินเพื่อนสาวถามคำถามเดิมๆวนไปวนมาซ้ๆและเป็นอะไรที่น้ำทิพย์ไม่อยากจะตอบเรื่องซ้ำซากถ้าเขาเลี่ยงได้

“มาที่บ้านก่อนได้ไหมวะแกเดี๋ยวฉันค่อยบอกแกก็แล้วกัน”

วุ้นเส้นรับคำแล้ววางสายแต่ดูเหมือนน้ำทิพย์จะไม่ได้ดีใจสักนิดที่เพื่อนสาวจะมาถึงบ้านตอนนี้แต่กลับเป็นคนร่างเล็กที่กลับดีใจจนตัวสั่นแล้วพลางคิดว่าวุ้นเส้นจะเห็นตัวเองหรือเปล่า

ไม่นานนักรถสปอตคันหรูสีดำก็ได้มาจอดหน้าบ้านหลักเล็กๆของน้ำทิพย์มันยิ่งทำให้ศิรินยิ่งแปลกใจว่าทำไมเพื่อนรักไฮโซถึงยอมไปคบกับหมอคนหนึ่งซึ่งดูว่าไม่ได้รวยมากมายนักแค่พอมีพอกินเลี้ยงครอบครัวได้

น้ำทิพย์ลงไปเปิดประตูให้เพื่อนรักด้วยชุดเดรชสายเดี่ยวพร้อมเสื้อคลุมตัวเก่งวุ้นเส้นเดินลงมาจากรถเมื่อจอดรถสนิทแล้ววุ้นเส้นโผกอดคนตรงหน้าแล้วหอมแก้มซ้ายขวา

“มอร์นิ่งคิส คุณหมอครเก่งเช้านี้มีอะไรให้ไอทานบ้างล่ะ”

ร่างเล็กสังเกตุเห็นว่าเพื่อนสาวไฮโซของตัวเองไม่ได้มีท่าทรรังเกียจหมอที่มีฐานะที่ต่ำกว่าคนนี้มันยิ่งทำให้ศิรินอยากรู้เรื่องของน้ำทิพย์มากกว่าเดิมน้ำทิพยืพาเพื่อนเข้าบ้าน

“วันนี้เหรออคงทำข้าวต้มกุ๊ยนะเบื่อหรือเปล่า”

วุ้นเส้นพยักหน้าแทนคำตอบ

“ทานได้สิคะที่รักยูทำอาหารอร่อยจะตายไอช่วยไหม”

ศิรินมองเพื่อนรักที่ทำท่าทางสนิทสนมกับหมอบีคนนี้แล้วมันยิ่งทำให้ศิรินเริ่มอยากรู้และยังหมั้นใส้เล็กว่าหมอบีคนนี้มีดีอะไรนักหนากันเชียว วุ้นเส้นช่วยเพื่อนทำอาหารในครัว

“แล้วตกลงทำไมบีถึงยังไม่เปลี่ยนบ้านล่ะเงินเก็บก็มีไม่ใช่เหรอ”

คำถามของวุ้นเส้นมันทำให้คนตัวเล็กยิ่งสงสัย ศิรินตัดสินใจเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างเพื่อนของเธอกับอีกคน

“ก็มันยังไม่มีอะไรที่จะต้องซ่อมนี่อีกอย่างไออยู่กับแม่ไอแค่สองคนเองนะพี่บอยก็อยู่กับแฟนเขาไง”

ศิรินกรอกตาไปมากับคำตอบเพราะคิดว่าคำตอบของอีกคนจะดีกว่านี้หรือไม่ก็มีเหตุผลที่น่าจะชื่นชมได้มากกว่านี้

“แล้วที่แกบอกว่าแกต้องใช้หนีให้พี่ชายแกล่ะใช้หมดแล้วเหรอ”

คำถามรอบที่ล้านของวุ้นเส้นที่มันไม่อยากทำให้น้ำทิพย์ตอบคำถามนี้ของเพื่อนเขาหยุดมือทำครัวแล้วลงไปนั่งที่ก้าวอี้ไม้ที่อยู่ในครัวก้าวอี้ที่แม่ของเขารักมากที่สุดและเป็นก้าวอี้ที่มีราคาตัวเดียวที่สุดในบ้านที่พอจะทำให้หนี้สินของพี่ชายลดลงได้บ้าง

“ยัง และไอไม่รู้ด้วยว่าจะหมดเมื่อไหร่"

เขาลงมือทำอาหารมีเพียงกับข้าวสองสามอย่าง ไข่เจียวหมูสับ ยำปลาสลิด และหมูหยองเขาเอากับข้าวมาตั้งโต๊ะพร้อมข้าวต้มร้อนๆสองถ้วยเขานั่งลงและลงมือทาน วุ้นเส้นตักทานตาม

"ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะแกทำไมแกไม่แกอยากเปิดร้านขายอาหารวะขายน้ำเต้าหู้มันได้เงินน้อย นะแก"

ใช่มันได้เงอนน้อยแต่น้ำทิพย์ก็ยังมีเหตุผลเสมอที่จะเอามาอ้างได้

"แกคิดว่าฉันจะมีเวลาไหมวะ แค่ฉันเป็นหมอก็ทำงานจนไม่มีเวลาแล้วนะอีกอย่างน้ำเต้าหู้ตัวชั้นไม่เห็นดีไงชั้นจะลองทำดูว่ะ"

ศิรินฟังแล้วอึ้งไปเพราะน้ำทิพย์เป็นคนขยันตามที่เพื่อนสาวของเขาบอกไว้จริงๆเงินเดือนของหมอน้ำทิพย์ได้มากโขอยู่ก็เท่ากับโครงสร้างรายได้ที่ได้ประจำแต่เขาก็คงยังต้องการอีกเพราะการปลดหนี้ให้พี่ชายแท้ๆของเขาเอง

"ตามใจแกแม่คนขยัน ว่าแกชั้นมัวแต่ถามเรื่องราวของแกแล้วเรื่องคนที่โดนรถเมลล์ชนเป็นยังไงวะเล่ามาเร็วๆเลย"

วุ้นเส้นอยากรู้ว่าเพื่อนตัวน้อยของเขาจะใช่คนคนเดียวกันกับคนที่น้ำทิพย์ช่วยไหวหรือเปล่า น้ำทิพย์เริ่มเล่า เขานั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วไกว่ห้างแล้วนึกเรื่องราวที่เกิดกับเขาได้ไม่นาน

"วันนั้นชั้นต้องไปทำงานแต่เช้าแกก็รู้ว่าชั้นชอบไปเช้า ชั้นนั่งรถเมลล์สายหนึ่งแล้วเหมือนคนขับหลับในเลยไปชนกับรถจาร์กั้วคันสีเขียวอ่อนแล้วมีผู้หญิงคนนึงติดอยู่ในรถลมหายใจเธอแผ่วเบามากไอเลยพาร่างเธอมาโรงพยาบาลแต่ว่าไอ...."

สีหน้าของคุณหมอคนเก่งสลดลงทันทีวุ้นเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนรักไว้แล้วบีบเบาๆ

"แกชั้นเข้าใจนะว่าแกพยายามที่สุดแล้วแล้วยังไงต่อ"

น้ำทิพย์ถอนหายใจก่อนจะเล่าต่อ

"ไอเลยหยุดการช่วยเขาเพาะหัวใจหยุดเต้นแต่ไอรู้สึกว่าตัวเขาอุ่นๆไอก็เลยพาเขากลับมาที่นี่"

วุ้นเส้นมองเพื่อนรักอึ้งๆเพราะการที่จะนำคนป่วยกลับมาบ้านมันคือความผิดเพราะต้องรอญาติมารับหรือต้องได้รับอนุญาติจากเจ้าของไข้เท่านั้นแต่น้ำทิพย์เป็นเพียงหมอในห้องฉุกเฉินไม่ได้เป็นหมอที่บรรจุแล้วความสามารถของน้ำทิพย์เก่งก็จริงแต่มีคนที่เก่งกว่าและพยายามคอยขัดแข้งขัดขาอยู่ตลอดเวลา

"แกพาชั้นไปดูหน่อยได้ไหมวะเรื่องอื่นค่อยคิดว่ะ"

น้ำทิพย์พยักหน้าแล้วพาเพื่อนรักขึ้นไปอีกห้องประตูห้องได้เปิดออก วุ้นเส้นเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไปแล้วรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

"แก แกรู้สึกหนาวๆร้อนๆไหมวะ"

น้ำทิพย์ส่ายหน้า

"ไม่ว่ะไม่ได้รู้สึกแกไม่สบายหรือเปล่าวะชั้นดูให้ไหม"

เจ้าตัวผู้ถูกถามส่ายหน้าเพราะอยากจะเห็นร่างนั้นใจจะขาด น้ำทิพย์พาเพื่อนไปที่เตียงนอน มันทำให้วุ้นเส้นถึงกับตาค้าง เพราะร่างสาวหมวยที่นอนไร้ลมหายใจคือเพื่อนของเธอเอง ศิรินมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างน้อยศิรินก็ไม่ได้อยู่โดดเดียวเดียวดายถึงแม้ในโลกวิญาณจะไม่มีใครแต่ในโลกอีกโลกก็ยังมีเพื่นอที่แสนดีอย่างวุ้นเส้นและหมอน้ำทิพย์ที่พยายามจะช่วยร่างของเธอเอาไว้

.

.

.

.....จบตอน.....

 

จบลงไปอีกตอนแล้วนะคะสงสารศิรินกันไหม

หรือจะสงสารคุณหมอดีคะ ช่วยกันบอกหน่อย

มาตามลุ้นกันต่อตอนต่อไปนะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #6 ฟินิกซ์สีแดงเพลิง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 14:51
    หมอบีใจดีช่วยเจ้าหญิงคริส อยากให้รีบตื่นขึ้นมาและทำความรู้จักกันจังคะ
    #6
    0