เจ้าหญิงต้องมนต์

ตอนที่ 3 : ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 เม.ย. 63

เสียงรถพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานครได้เปิดเสียง หวอ ดังลั่นถนนหนทาง วุ้นเส้นใจคอไม่ดีเท่าไหร่นักกับการได้ยินเสียงองค์หญิงศิรินกรี๊ดก่อนคู่สายถูกตัดไป รถพยาบาลได้เลี้ยงเข้าโรงพยาบาลและตรงไปที่คำว่า “ฉุกเฉิน” บุรุษพยาบาลช่วยกันเอาเปลร่างของหญิงสาวลงจากรถน้ำทิพย์รีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อกราวน์เพื่อเตรียมเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการรักษาหญิงแปลกหน้าพยาบาลได้นำร่างของหญิงสาวค่อยๆวางลงบนเตียงผ่าตัด

“หมอบีคะเคสนี้หนักนะคะหมอจะไหวเหรอคะให้อาจารย์หมอมาทำจะดีกว่านะคะ” พยาบาลคนหนึ่งในห้องผ่าตัดเอ่ยถาม

“ไม่ต้องค่ะบีทำการรักษาเองและบีจะทำ”

น้ำทิพย์ตัดบทรุ้งได้แต่ถอนหายใจกับหมอสาวใจบุญหรือดื้อกันแน่เป็นแบบนี้ทุกครั้งสินะไม่ว่าจะคนมีหรือคนยากเขาก็จะรักษาเพราะเป็นจจยาบรรณของหมอคนไม่มีเงินน้ำทิพย์ก็ออกให้เองทุกบาททุกสตางค์ถึงแม้น้ำทิพย์จะไม่ได้รวยเงินทองแต่รวจน้ำใจสิ่งที่หญิงสาวหน้าหมวยคงไม่เคยมี

ในอีกห้วงเวลา ศิรินลืมตาตื่นพร้อมมองไปรอบๆ ท้องฟ้ามือสนิทไม่มีแม้กระทั่งดวงดาว ศิรินเดินไปมารอบๆบริเวณ มันเป็นที่กว้างๆและเยือกเย็นศรินมองร่างกายตัวเองที่ตอนนี้มีแต่รอยแผลตามตัว ศรินเอาสองมือกอดอกตัวเองแล้วลูบแขนไปมาด้วยความหนาวเย็นนั่นเป็นเพราะเกิดจากจิตใจที่เย็นชาและแข็งกระด้างของศิรินทั้งสิ้น ศิรินเดินมาได้สักระยะก็พบทางแยกสองฝั่งศิรินตัดสินใจเดินไปในทางที่สดวกสบายที่สุด แต่แล้วศิรินก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มร้อนรุ่มเหมือนไฟนรกเผาไหมเพราะตอนก่อนดวงวิญาณออกจากร่างศิรินกำลังจิตตกและเสียใจอย่างที่สุด

“ที่นี่ที่ไหนทำไมเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนแบบนี้” ศิรินพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ไม่มีเสียงใครตอบรับอะไร ศิรินเดินไปบนบนสะพานไม้สะพานหนึ่งแล้วยังมองไปรอบๆ และได้เห็นสมเด็จย่าของเธอบนวิมาณแห่งหนึ่งซึ่งสวยงามศิรินเดินตามวิมาณนั้นเพราะดวงจิตของศิรินคิดถึงท่านย่าของตัวเอง

“เด็จย่า เด็จย่าเพคะเด็จย่ารอหญิงด้วย”

ศิรินวิ่งตามแต่วิมาณนั้นไม่มีท่าทีที่จะหยุดเป็นเพราะบุญที่ย่าของศิรินได้ทำไว้มันมากกว่าบาปกรรมของศิรินหลายร้อยโยสนัก ไม่นานเมื่อย่าของศิรินได้ยินเสียงของหลานรักเรียก ได้หันมาหาใบหน้าของย่าตัวเองนั้นดูอิ่มบุญและสวยงามไม่เหมือนตอนป่วยจนสิ้นลมตอนอยู่ในวังแต่อย่างใด

“หลานมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหญิง”

ศิรินคิดทบทวนและเล่าให้ฟัง

“หญิงจำได้ว่าหญิงกำลังขับรถเพื่อจะไปหาวุ้นเส้นเพคะแล้วหลานก็รู้สึกเหมือนโดนรถชนแล้วตื่นมาอีกทีหลานก็มาอยู่ที่นี่แล้วก็เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนจนมาพบเด็จย่าที่นี่ที่ไหนเพคะแต่ว่าเด็จย่าเสียไปแล้วนี่หญิงคนฝันหรือไม่หญิงคงตายไปแล้วแน่ๆไม่งั้นจะเจอเด็จย่าได้ไง”

ย่าของเธอหลุดขำเบาๆกับความขี้สงสัยของหลานสาวตัวเองและยังคงถามตัวเองว่าควรบอกศิรินดีหรือไม่ว่าที่นี่คือโลกของวิญาณ ที่โรงพยาบาลน้ำทิพย์กำลังปั๊มหัวใจของร่างหญิงสาวที่นอนหลับไหลและมีลมหายใจรวยรินเข้าไปทุกทีเพราะจิตวัญาณของศิรินนั้นได้ท่องเที่ยวออกไปไกลจากตรงนั้นแล้ว

“1 2 3 ปั้ม” เสียงของน้ำทิพย์สั่งพยาบาลปั๊มหัวใจให้ศิรินเรื่อยไปจนตอนนี้ผ่านไป1 ชม. แล้วแต่ไม่มีทางที่ศิรินจะฟื้น การรักษาที่ผ่านไปยาวนานและดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จ น้ำทิพย์หันไปดูหน้าจอมอร์นิเตอร์ที่บอกการเต้นของหัวใจ ออกซิเจน และรวมถึงค่าความดันมันเริ่มต่ำลงๆเรื่อยๆ แต่น้ำทิพย์ก็ยังไม่หยุดความพยายามที่จะรักษาคนไข้รายนี้เขาอยู่กับรุ้งและพยาบาลอีกคนจนกระทั่งเที่ยงคืนของวันนั้นลมหายใจของศิรินเท่ากับศูนย์ น้ำทิพย์ทิ้งร่างตัวเองลงกับพื้นและดูเหมือนอ่อนแรงพร้อมทั้งเสียใจที่รักษาคนไข้คนนี้ไม่ได้

“คุณหมอไปพักก่อนไหมคะรุ้งจะได้พาร่างนี้ไป....”

ยังไม่สิ้นสุดคำพูดของพยาบาลน้ำทิพย์บอกปัด

“ฉันขออยู่กับเขาจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าได้ไหมแล้วก็อย่าให้ใครเข้ามารบกวนนะเธอไปพักได้แล้ว”

รุ้งเข้าใจคุณหมอคนเก่งของเธอดีว่าอาการผิดหวังทั้งๆที่ตั้งใจขนาดนั้นมันเป็นอย่างไรรุ้งทำตามที่คุณหมอบีต้องการพร้อมทั้งเอาอาหารว่างมาให้อีกครั้งก่อนที่จะเก็บอุปกรณ์ที่ระโยงระยางของคนไข้ออกไปและวางกล่องอาหารว่างไว้ให้เจ้านายของตัวเอง

“คุณหมอแน่ใจนะคะว่าไหวคุณหมอน่าตาซีดมากเลยนะคะ”รุ้งถามย้ำเจ้านายตัวเองอีกครั้ง

“แน่ใจสิบีไหวค่ะขอบคุณมากนะคะสำหรับอาหารว่างบีขออยู่กับร่างนี้สักพักนะก่อนที่จะนำร่างนี้ไป...”

รุ้งพยักหน้าแล้วยิ้มให้น้ำทิพย์อย่างอ่อนโยนพร้อมเข้าใจความหมายดีรุ้งเดินออกไปพร้อมเอาอุปกรณ์มากมายไปทำความสะอาด น้ำทิพย์ลุกยืนแล้วค่อยๆเดินมาใกล้ๆร่างหญิงสาวที่ดูเหมือนลมหายใจจะดับลง น้ำทิพย์เอาอุปกรณ์มาทำแผลให้ร่างหญิงสาวที่ยังมีร่างกายอุ่นๆอยู่ น้ำทิพย์ขมวดคิ้วมองว่าทำไมแม้ลมหายใจที่หน้าจอมอร์นิเตอร์จะดับลงแล้วร่างยังคงอุ่นอยู่น้ำทิพย์ทำความสะอาดแผลที่มีรอยตามตัวของหญิงสาว น้ำทิพย์ตัดสินใจพาร่างหญิงสาวที่ยังตัวอุ่นๆกลับไปที่บ้านของตัวเองในเวลาเกือบตีสอง

ทางด้านศิริน

“หลานไม่เข้าใจเพคะทำไมหลานเห็นเด็จย่า”

ย่าของเจ้าตัวยิ้มออกมาพร้อมกล่าวว่า “ที่หลานเห็นย่าได้เพราะวิญาณของหลานออกจากร่าง” ศิรินชะงักไปพร้อมกับถามอีกครั้ง

“อะไรนะเพคะ”

“วิญาณของหลานออกจากร่างแล้วตอนนี้หลานอยู่ระหว่างทางเลือกของโลกวิญาณสองทางอีกทางหลานต้องไปชดใช้กรรมตามที่หลานได้ทำเอาไว้อีกทาง....”

ยังไม่ทันที่ย่าของอีกฝ่ายจะอธิบายจบศิรินก็ได้โวยวายใส่ย่าของตัวเองยังไม่ฟันอะไรเลยเจ้าหญิงจอมโวยวาย

“อะไรนะเพคะหลานหลานตายแล้วไม่ไม่จริงเป็นไปไม่ได้”

ศรินเดินวนไปวนมารอบเพื่อหาร่างของตัวเองศิรินเดินไปที่หน้าผาแห่งหนึ่งแล้วต้องรีบเบรคตัวเองไว้เพราะเกือบตกลงไปภาพด้านล่างที่ศิรินมองเห็นนั้นมันคือภาพที่น้ำทิพย์กำลังเอาร่างกายตัวเองวางบนที่นอนอันอ่อนนุ่นในบ้านหลังหนึ่งศิรินโวยวายอีกครั้ง

“นี่เธอทำอะไรกับฉันปล่อยเลยนะปล่อย”

น้ำทิพย์ไม่ได้ยินเสียงโวยวายของเจ้าของร่างนี้ ย่าของศิรินได้ เดินลงมายืนอยู่ข้างๆหลานสาว

“วางใจได้หมอเขาเป็นคนดีแต่น่าสงสารไม่ค่อยมีฐานะเท่าไหร่นัก”

ศิรินหันไปมองย่าของตัวเอง

“เด็จย่ารู้จักเขาด้วยเหรอเพคะ” ย่าของเจ้าของคำถามพยักหน้าเล็กน้อย

“หมอบีเขาเคยรักษาย่าเป็นหมอส่วนพระองค์น่ะแต่เขาไม่ต้องการรางวัลหรือสิ่งตอบแทนใดๆจากย่าทั้งนั้น”

“หยิ่ง” ศิรินกอดอกพร้อมทสบทออกมาทำให้ย่าของเจ้าหล่อนยิ้มเบาๆกับท่าทางของหลานสาวที่เอาแต่ใจ

“เขาไม่ได้กยิ่งหรอกหลานมีอีกทางเลือกที่จะกลับเข้าร่างของหลานได้แต่ถ้าหากไม่หลานก็ต้องไปรับใช้กรรมของหลานที่หลานเคยทำมาทั้งกรรมดีและกรรไม่ดี”

ศิรินดวงตาเบิกโพล่ง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของย่าในกับสองทางเลือกที่เพิ่งได้ฟังและตอนนี้ศิรินก็พอจะรู้แล้วว่าโลกหลังความตายนั้นมีอยู่จริง

“กรรมดีกรรมชั่ว” ศิรินทวนคำ ย่าของเจ้าตัวพยักหน้า

“ทำดีก็ไปสวรรค์ทำไม่ดีก็ตกไปเบื้องล่างแล้วแต่กรรมของเราว่ากรรมไหนมันหนักเบากว่ากันเหมือนตอนแรกที่ร่างกายของหลานหนาวๆร้อนๆนั่นมันเพราะจิตใจของหลานทั้งสิ้นเป็นตัวกำหนด”

ครั้นเจ้าตัวได้ฟังสิ่งที่ย่าของตัวเองได้บอกเอาไว้นั้นก็ได้เริ่มหวนย้อนนึกถึงการกระทำของตัวเองก่อนหน้านั้นไว้มากมายศิรินชอบสรรงสรรค์กับเพื่อนมากกว่าที่จะปฏิบัติภารกิจหน้าที่ของเจ้าหญิงถึงแม้ว่าศิรินจะปฏิบัติแต่ก้เพียงแค่ทำตามคำสั่งนั่นหมายถึงการกระทำดีของเธออาจจะเท่ากับศูนย์

“แล้วหลานต้องทำอย่างไรเพคะเด็จย่าที่บอกว่าหลานมีโอกาส”

ย่าของอีกฝ่ายยิ้มก่อนตอบหลานสาว

“หมอบีของย่ากำลังจะตกงานเพราะช่วยเหลือหลานหลานมีเวลาทั้งหมดเพียง1ปีของโลกมนุษย์ที่จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้หากหมดเวลาที่เขากำหนดมาให้แล้วเราจะมาพบกันอีกครั้งแล้วตอนนั้นหลานค่อยตัดสินใจอีกครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย”

ศิรินพอจะเข้าใจความหมายนี่คือโอกาสของเธออีกครั้ง

“แล้วหลานต้องทำยังไงเพคะทำให้เขาดีขึ้นไม่ใช่เรื่องง่าย”

“ใช้หัวใจของหลานนำทางและทุกอย่างจะมีคำตอบส่วนเขาจะเห็นหลานหรือไม่นั่นก็สุดแล้วแต่การกระทำเอาล่ะไปได้แล้ว”

ศิรินยังงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ยังพอมีเรื่องดีๆที่ทำให้ได้เจอย่าของตัวเองที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลาศิรินตอบรับคำย่าของจงเองก่อนพบว่ามีแสงสว่างสีทองนำพาเธอมาส่งใกล้ๆร่างของตัวเอง

.

.

.

.....จบตอน.....

 

มาลุ้นกันนะคะว่าคุณหมอบีจะเห็นเจ้าหญิงหรือไม่

ถ้าสนุกหรือชอบเม้นมาคุยกันนะคะอย่าลืม

กดไลท์ กดแชร์ กดกระดิ่ง เมื่อมีตอนใหม่ออก ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #11 Crisfc (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 13:43

    อย่าให้หมอบีตกงงานนะคริส

    #11
    0
  2. #3 ฟินิกซ์สีแดงเพลิง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 13:32
    สนุกๆ รออ่านตอนต่อไปคะ
    #3
    0