LOVE on ice & LIFE with you [Yuri!!! On Ice fic]

ตอนที่ 6 : Frostbite (A-B-O verse 1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    31 ต.ค. 59



Rate: Explicit, NSFW, NC

Tags: AU,  mpreg (ผู้ชายท้องได้), drama, comedy




ข้อมูลสำหรับคนที่สงสัยว่า Alpha, Beta, Omega คืออะไรนะครับ

จักรวาล ABO นี้เริ่มมาจากโลกที่มนุษย์ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนชั้น คำว่าอัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เดิมเป็นชื่อแบ่งพฤติกรรมสัตว์ป่าในฝูงหมาป่า

Alpha - เปรียบเสมือนจ่าฝูง สภาพร่างกายทางด้านกายภาพก็คือเมะทั่วไป สูงใหญ่ถึก ส่วนใหญ่นิสัยค่อนข้างขี้หวง อารมณ์รุนแรง มีความเป็นผู้นำ อัลฟ่าสามารถทำให้โอเมก้าตั้งครรภ์ได้ ถ้าเจอโอเมก้ากลิ่นหอมๆที่ถูกใจ จะยิ่งคลั่ง และบางครั้งก็จะเข้าตะครุบโอเมก้าคนนั้นโดยไม่สนศีลธรรมจรรยาบรรณมโนธรรมอะไรทั้งนั้น

Beta - ชนชั้นกลาง ไม่มีอะไรพิเศษแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดา ลักษณะรูปร่างภายนอกค่อนข้างธรรมดาไม่โดดเด่น สามารถทำให้โอเมก้าตั้งครรภ์ได้

Omega - คิดซะว่าเป็นหมาป่าตัวเมียละกัน เป็นชนชั้นเดียวที่ตั้งท้องได้ไม่ว่าจะกับเพศใดก็ตาม สามารถท้องได้กับทั้งโอเมก้าและเบต้า สภาพร่างกายของโอเมก้าจะมีความพิเศษกว่าสองชนชั้นด้านบน กล่าวคือ โอเมก้าเมื่อได้รับการผสมพันธุ์และถูกกัดที่คอซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมกลิ่นจะทำให้โอเมก้าคนนี้มี bond mark คือมีการตีตรา มีเจ้าของแล้ว จะทำให้ไม่สามารถรู้สึกอยากไปมั่วกับใครอีก(แต่ถ้ามีเซ็กซ์แล้วไม่ถูกกัดคอจะไม่เป็นอะไร) อีกทั้งโอเมก้ายังสามารถเกิดอาการติดฮีท หรือก็คือช่วงผสมพันธุ์ในภาษาหมาป่านั่นเอง ถ้าช่วงนี้มีเซ็กซ์กับคู่ครองจะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์สูงมาก หากทำเวลาที่ไม่ติดฮีทจะไม่ตั้งครรภ์เลย โอเมก้ามักจะมีลักษณะค่อนไปทางสวยงาม รูปร่างเพรียวบาง ทักษะทางร่างกายด้อยกว่าสองชนชั้นด้านบน และมักจะถูกเรียกว่าเป็นชนชั้นที่ค่อนข้าง...สำส่อน พวกเขาต้องหาอะไรมาปิดคอตัวเองเพราะถ้าโดนกัดทีเดียวชีวิตเปลี่ยนได้เลย จึงดูเหมือนสวมใส่ปลอกคอตลอดเวลา ทำให้ชนชั้นนี้มักจะโดนดูถูกเหยียดหยาม แต่บาง AU ก็จะให้โอเมก้าเป็นคลาสหายากมากๆเช่นกัน




ในฟิคนี้ผมจะให้แต่ละคนอยู่ในตำแหน่งต่อไปนี้นะครับ:

Alpha - ยูริโอะ

เพราะนิสัยล้วนๆ ถึงจะเอวบางร่างน้อยแต่ก็เป็นเด็กอายุ 15 ยังโตได้อีก เด็กคนนี้มีความเป็นไปได้ทั้งอัลฟ่าและโอเมก้า แต่เลือกที่จะให้เป็นอัลฟ่าเพราะความอารมณ์ร้อน ส่วนเบต้าตัดไปเลยเพราะหน้าตาสวยโดดเด่นมาก

Beta - ยูริ

สองจิตสองใจระหว่างอัลฟ่ากับเบต้ามากคนนี้ โอเมก้าจะเป็นได้มั้ย?? เอ่อ... ผมรู้สึกว่ายูริตอนหลังๆที่เริ่มมีความมั่นใจก็ฉายแววหนุ่มหล่อ แถมแรงเยอะกว่าวิคเตอร์ แต่ถึงยังงั้นก็ไม่คิดว่าจะเป็นอัลฟ่าได้ เพราะหน้าตาค่อนไปทางมาตรฐานพระเอกการ์ตูน หน้าตากลางๆ รูปร่างกลางๆไม่ได้สูงใหญ่อะไรและไม่ได้มีนิสัยรุนแรง ก็เอาเบต้าไปละกัน

Omega - วิคเตอร์

มีความบิทช์ มีสเน่ห์ดึงดูดคนได้เยอะมาก ประหนึ่งต่อมกลิ่นทำงานมีประสิทธิภาพสูงมาก เป็นคน lively สนุกสนานก็จริง แต่ผมว่าเขาเก็บอารมณ์ด้านลบของตัวเองได้มิดชิดมากนะ เหมือนพยายามกลบซ่อนความโกรธความเศร้าไว้ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดที่ไม่ใช่คำด่าหยาบคาย แต่ก็เชือดใจคนได้เหมือนกัน วิคจึงเป็นคนประเภท passive-aggressive คือ ดื้อเงียบ เก็บกดนั่นแหละ แรงก็น้อยและความอึดต่ำกว่ายูริ จึงขอมอบตำแหน่งโอเมก้าให้ไปละกัน







----------------------------------------------






เขาจำความรู้สึกแรกที่รองเท้าใบมีดแทงลงไปบนพื้นน้ำแข็งได้




ว่ามันโคตรบัดซบ





ไม่มีใครคอยจับมือ ไม่มีใครช่วยลาก เด็กชายวิคเตอร์ นิคโฟโรฟคลานสี่ขาอยู่บนพื้นน้ำแข็ง ความเย็นจนเหน็บชาแผ่ซ่านมาตามมือที่ไม่ได้สวมถุงมือ รองเท้าหนัก เอาจริงๆมันก็หนักไปทั้งร่างกายนั่นแหละ เขาเงยหน้า หวังว่าใครสักคนจะช่วยอุ้มเขา เหมือนกับเด็กที่สวมสเวตเตอร์สีม่วงเข้มตรงนั้น ที่ถึงจะล้มสักกี่ครั้ง พ่อหรือลุงก็จะมาคอยประคองเสมอ แต่วิคเตอร์ไม่เห็นใคร พ่อและแม่นั่งอยู่ข้างนอกลาน เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าพวกเค้ามองเขาบ้างหรือเปล่า เขาไม่ค่อยได้อยู่ในสายตาพวกท่านเท่าไหร่




เด็กชายผู้อายุไม่ถึงเจ็ดขวบดีไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพ่อแม่ของเขาจึงไม่เหมือนคนอื่น พวกเค้าแตกต่างหรือเขากันแน่ที่แปลกแยก วิคเตอร์ชอบที่จะไว้ผมยาวเหมือนแม่ แต่เวลาคลานไปบนพื้นน้ำแข็ง มันกลายเป็นส่วนเกินที่น่ารำคาญ อยากจะได้หนังยางมามัดผมจริงๆ เด็กหนุ่มถูหน้าตัวเองแรงๆไล่น้ำตา ได้ยินเสียงครืดดังและเสียงผู้คนฮือฮากับชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางสนาม นั่นทำให้วิคเตอร์ต้องปล่อยมือออกจากใบหน้าเพื่อจ้องมอง

ผู้ชายคนนั้นกำลังโผบิน จริงๆแล้วมันเป็นแค่การกระโดดอยู่บนน้ำแข็ง แต่สำหรับวิคเตอร์ที่ตัวเล็กและนั่งอยู่บนพื้น ชายคนนั้นเหมือนจะอยู่สูงกว่าคนอื่นๆ มันเป็นการเคลื่อนที่ไปเพียงไม่กี่เมตรแต่กลับดูยิ่งใหญ่ เด็กหนุ่มข้องใจและนึกฉงนว่ามนุษย์อย่างเราบินได้สูงขนาดนั้นเชียวหรือ?




พ่อและแม่หันไปจ้องผู้ชายคนนั้นเป็นตาเดียว และนั่นอาจจะทำให้พวกเขาไม่มองวิคเตอร์เลย ตอนนั้นเองที่วิคเตอร์ตระหนัก เข้าใจแจ่มแจ้ง ชัดเจนที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะคิดได้ เขาโหยหาความรัก ดวงตาอันอบอุ่น และอ้อมกอดของพวกท่าน….มากเกินพอที่จะทำให้เขายืนอยู่บนพื้นน้ำแข็งบัดซบนี่ต่อไป ถ้าจะให้อยู่ในสายตาของพวกท่าน เขาต้องบินได้แบบนั้น ต้องกระโดดให้ได้ ต้องเป็นสิ่งพิเศษ ต้องเป็นคนอื่น ต้องไม่ใช่ วิคเตอร์ นิคโฟโรฟ




“ ผมจะลงแข่งสเกต” วิคเตอร์วัยสิบสองเอ่ยกับพ่อ แต่แม่ที่อยู่ในครัวก็หันมามองเช่นกัน ตาสองคู่โตเหมือนเจอกับฝันร้าย


“ วิทย่า” แม่ละจากไมโครเวฟเดินเข้ามานั่งข้างพ่อ แค่พ่อที่มองเขาด้วยแววตาขุ่นมัวก็ทำให้บรรยากาศรอบด้านมืดครึ้มเหมือนมีพายุโอบล้อมพอแล้ว นี่แม่ก็เข้ามาอีกคน


“ ถ้าผมได้ที่หนึ่ง จะขอเรียนสเกตอย่างจริงจัง กับค่ารองเท้าสเกตคู่นึงนะฮะ”


“ ลูกชนะไม่ได้หรอก” พ่อพล่ามขึ้นดังๆ “ งานแข่งที่จตุรัสแดงใช่มั้ย? ที่นั่นมีแต่คนอายุมากกว่าลูกทั้งนั้น”




วิคเตอร์ยอมรับว่าหัวใจเขาพองโตขึ้นนิดนึงที่พ่อรู้ว่าเขาจะไปที่ไหน แต่ก็นั่นแหละ พวกท่านไม่เคยรู้ว่าเขาซ้อมหนักแค่ไหน ตัวคนเดียวแค่ไหน และอยากให้พวกท่านหันมามองโดยใช้สเกตเป็นเครื่องมือมากแค่ไหน


วิคเตอร์ไปแข่งโดยยืมรองเท้าสเกตจากเพื่อนข้างบ้าน มันขนาดใหญ่กว่าเท้าของเขาจนต้องสวมถุงเท้าสองคู่และรัดเชือกให้แน่นที่สุด เขาแพ้การแข่งย่อยยับและอยู่ได้อันดับที่แปด คู่แข่งบางคนปลอบว่าเขาทำดีที่สุดแล้วหากมองว่าอายุเท่านี้ เขาไม่อยากฟังอะไรอีก ได้แต่เดินกลับบ้าน ข้อเท้าสองข้างมีเลือดไหลและแผลจากการถูกรัด หนังถลอกจนเห็นเนื้อด้านในสีแดงเข้ม เมื่อมาถึงแม่กอดเขา วิคเตอร์คิดว่าเขาเห็นน้ำตาเธอไหลอาบแก้ม พ่อและแม่ไม่ได้ไปดูการแข่งขันด้วยซ้ำ ทำไมถึงรู้ว่าเขาจะแพ้กันล่ะ




แม่จูงเขาที่ร้องไห้เช่นกันมาหาพ่อซึ่งปรี่เข้ามาอุ้มเขาขึ้นขี่หลัง เขาที่อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ แต่พ่อก็ปลอบเขาและบอกด้วยอารมณ์ขบขันเกินจริงว่าตอนพ่อยังเด็ก พ่อก็ชอบคิดว่าพ่อครองโลกได้ พ่อรู้ว่าโลกนั้นใหญ่ แต่ตัวเราที่ยังเล็กนั้นกลับยิ่งใหญ่กว่า


“ ลูกรู้มั้ย ใครเป็นคนสร้างความไม่ยุติธรรมขึ้น?” พ่อเอ่ยถาม ขณะที่เขานอนร้องไห้ข้างๆแม่บนโซฟา “ พระเจ้าไง”


วิคเตอร์ยิ้มทั้งน้ำตา พ่อเป็นคนคริสต์ แต่ไม่ได้เคร่งจ๋า และบางครั้งก็มักจะชอบเล่นมุกเสียดสีให้ขำพอประมาณ

“ ลูกเป็นโอเมก้า”


เด็กชายแกะหนังยางที่รวบผมออกเบาๆ หันไปมองพ่ออย่างสงสัย “ มันคืออะไรฮะ?”


“ คือความไม่ยุติธรรมไง” แล้วพ่อก็เริ่มเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับชนชั้นของมนุษย์ที่ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับ พ่อแม่รู้ว่าเขาคือโอเมก้าตอนเขาอายุได้หกขวบ พอลองมาคิดสะระตะดีๆ เขาก็จำได้ว่าเป็นช่วงเวลานั้นแหละที่พวกท่านเมินเขา


แม่ลูบหน้าเขาเบาๆระหว่างที่ฟังพ่อเล่าเรื่อง “ โอเมก้ามีชะตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความแข็งแรงของพวกเขาด้อยที่สุดในบรรดาสามระดับด้วยกัน และยังตกเป็นเครื่องมือสนองความอยากของอัลฟ่า”


“ ความอยากแบบไหนฮะ?”


พ่อกระแอมเล็กน้อย “ ก็...ความอยากแบบที่ลูกโตไปก็คงจะรู้น่ะ”


วิคเตอร์ไม่พอใจกับคำตอบ แต่ถ้าพ่อไม่เล่า เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยักไหล่ ก้มลงมองตักตัวเอง“ เพราะงั้น พ่อกับแม่ถึงรู้ว่าผมจะแพ้ใช่มั้ย?”


แม่ตอบเสียงสั่นเครือ “ วิทย่า ไม่มีโอเมก้าคนไหนเอาชนะเบต้าและอัลฟ่าเรื่องกีฬาได้ แต่ลูก--”


“ พวกผู้ใหญ่รู้ว่าผมคือโอเมก้า” เพราะงั้น ถึงได้ชมว่าเขาที่ได้ที่แปดก็ดีที่สุดแล้วสินะ ดีมากพอแล้วสำหรับตำแหน่งของโอเมก้า“ แล้วพ่อแม่เป็นอะไรเหรอฮะ?”


“ เราเป็นอัลฟ่าทั้งคู่” พ่อกล่าว “ มันยากมากกว่าพวกเราจะมีลูกกันได้ พ่อหมายถึง...ไม่ได้แปลว่ามันผิดปกตินะ แค่ค่อนข้างหายาก เราหวังไว้มาก เพราะงั้น……. ตอนที่รู้ว่าลูกเป็นโอเมก้า พวกเราถึง--”


“ ผมทำให้ผิดหวังหรือเปล่า?”


“ ไม่ ไม่เลย วิทย่า” พ่อปฏิเสธทันที ไหล่กว้างนั้นห่อลงเหมือนจะรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกชายคนเดียวมีปมด้อยมานานหลายปี


“ แต่มันจะดีกว่าใช่มั้ย ถ้าผมเป็นอัลฟ่า หรือแม้แต่เบต้า?”


พวกท่านไม่ตอบ ทั้งสองกอดเขา แม่ร้องไห้หนักกว่าเดิม ร้องไห้เพราะเขา ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ เขารู้สึกผิด รู้สึกว่าเป็นตัวปัญหาในความผิดที่แม้แต่เขาก็เลือกที่จะแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ เขาควรจะดีใจที่ในที่สุดช่องว่างโหวงในใจของตัวเองก็ได้รับการเติมเต็ม พ่อแม่สนใจเขา ให้ความรักกับเขา ใช่ เขาควรจะพอแล้วสิ เลิกเป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ได้สักที เลิกสเกตสักที แต่ช่องว่างกลับขยายมากขึ้น ใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น มันเปลี่ยนเป็นหลุมดำที่กลืนกินความสุขทุกอย่างของเขา มันใหญ่จนเขาไม่อาจแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นมันได้อีก มันไม่พอ ไม่พอ ไม่พอ ไม่พอ โอเมก้าคือชนชั้นของมนุษย์ที่มียีนส์ผิดพลาด เขาคือความผิดพลาด พลาด พลาด พลาด เขาต้องไม่พลาดอีก เขาต้องกลบความผิดพลาดนี้ เพื่อตัวเอง เพื่อพ่อแม่ นี่แหละวิธีแก้ปัญหาของเขา




แค่ได้รับอ้อมกอดจากพ่อแม่ มันไม่พอ


เขาต้องการชนะ เพื่อให้พวกท่านภูมิใจ เพื่อให้ไม่มีใครชี้หน้าดูถูก เพื่อให้ไม่มีใครแกล้งทำเป็นชื่นชม...




สองวันหลังจากแข่งที่จตุรัสแดง โค้ชยาคอบก็มาหาเขาถึงที่บ้าน ซึ่งวิคเตอร์กำลังหมดหนทาง จนตรอก และโทษตัวเอง ชายวัยกลางคนที่เส้นผมเริ่มจะหมดหัวนั้นเสนอเป็นโค้ชให้เขาหลังจากวันนั้นที่เห็นวิคเตอร์แข่ง ยาคอบบอกว่าเขามีแววและพรสวรรค์ จะเรียกว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากก็ว่าได้ เขาอยากให้วิคเตอร์เข้าเรียนที่สถาบันของเขาทุกวันหลังเลิกเรียนและเต็มวันหลังจบไฮสคูล แน่นอนว่าพ่อแม่ไม่ไว้ใจยาคอบและห้ามเขาเด็ดขาด พวกท่านมองว่ามันเป็นเรื่องเสียเวลา วิคเตอร์จะยังคงสเกตต่อไปเป็นงานอดิเรกได้ แต่เรื่องที่จะยึดเป็นกีฬาเพื่อลงแข่งโอลิมปิคนั้นไม่มีทาง วิคเตอร์ก็คิดแบบนั้น จนกระทั่งยาคอบได้กุมความฝันของเขาไว้ด้วยคำพูดเพียงคำเดียว




“ นายอยากไปเตะหน้าพระเจ้ารึเปล่าล่ะ? เจ้าหนู”




ยาคอบรู้ว่าเขาคือโอเมก้า แต่ไม่ได้สนใจเลย ยาคอบสนแค่มีแววกับไม่มีแค่นั้น ชั่วขณะนั้นวิคเตอร์รู้สึกหลุมดำในใจค่อยๆแคบลงเล็กน้อย เพียงไม่กี่เซนฯแต่อย่างน้อย เขาก็รู้สึกว่าต้องเดินหนทางนี้เท่านั้น แม้จะต้องต่อสู้อย่างดื้อรั้นกับพ่อแม่ก็ตาม


“ ให้เวลาผมสี่ปีเถอะ ขอร้องละ!” วิคเตอร์ประกาศ “ ผมจะคว้าแชมป์เมื่ออายุสิบหก หากทำไม่ได้ ผมจะยอมตัดใจจากสเกตตลอดไป!”


สิบหกคือตัวเลขที่ยังลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่ได้ถ้าหากหกล้มหรือเดินไปผิดทาง พ่อแม่ดูจะยอมอ่อนโอนให้ตามคำท้านี้


เชื่อมั้ยว่า วันแรกที่เขาต้องไปเรียนกับยาคอบจนกระทั่งวันแข่ง พ่อแม่ไม่เคยเชื่อว่าเขาจะทำได้เลย เขาถามย้ำหลายครั้ง ว่าเขาจะเป็นแชมป์ได้หรือไม่ พ่อแม่จะเชื่อมั่นในตัวเขาได้หรือยัง แม่จะเริ่มร้องไห้และพ่อเงียบลง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการเลย


วิคเตอร์ต้องทนกับสายตาที่มองเขาแปลกๆ ทั้งในลาน ในคลาสเรียน จากเพื่อนและคู่แข่ง ไม่มีใครเป็นโอเมก้า วิคเตอร์วัยสิบสามเริ่มโตพอที่จะแยกแยะออกว่าใครเป็นใครจากกลิ่น กลิ่นของเบต้าคล้ายกับอาหารเช้า จำพวกขนมปังซีเรียลหรือข้าวโอ๊ต มันธรรมดาแต่ก็อบอุ่นให้ความรู้สึกปลอดภัยนิ่มนวล ส่วนกลิ่นของอัลฟ่าเหมือนสวนพริก ใช่ว่าเขาจะเคยเห็นสวนพริกแต่มันเป็นกลิ่นแบบนั้นจริงๆ ฉุนจมูก ดูอันตราย พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ ทั้งที่ความจริงถ้าลองคุยกันแล้วก็เป็นคนปกติเหมือนเขา บางทีเขาอาจจะคิดมากเรื่องกลิ่นเกินไปก็ได้ เขาไม่ควรจำแนกใครเพียงเพราะเขาไม่เหมือนเรา


ผมสีบลอนด์ซีดอ่อนของวิคเตอร์ยาวขึ้นจนเกือบถึงกลางหลัง เมื่ออายุได้สิบห้าปี เขาได้รับสมญานามที่ไม่ค่อยจะชอบใจนักอย่าง’มาดอนน่า’ หรือ ‘วิคตอเรีย’ วิคเตอร์คิดว่าเขาชอบที่ตัวเองไว้ทรงผมนี้ทีเดียว ยาคอบแนะนำให้เขาใช้ประโยชน์จากรูปร่างที่ยังเล็กบางและดวงหน้าของผู้หญิงสเกตด้วยสเตปของผู้หญิง ลิเลีย ภรรยาของยาคอบเป็นคนเทรนด์เขาเรื่องท่าเต้น ซึ่งเขาไม่ขัดข้อง อาจจะคิดว่าให้โอเมก้ามาเต้นท่าผู้หญิงนั่นก็ไม่ต่างอะไรกับจี้ปมด้อย แต่สำหรับวิคเตอร์ เขาจะทำทุกหนทางเพื่อชนะการแข่งและเป็นแชมป์ จะใช้ประโยชน์จากร่างกายที่ยังโตไม่เต็มที่นี้ให้มากที่สุด เพื่อการนั้น จะให้ขายวิญญาณ เต้นท่าผู้หญิง หรือใส่กระโปรงก็ย่อมได้



ตอนซ้อมมันไม่เหนื่อยเท่าตอนฟิตร่างกาย สเกตลีลาคือกีฬาที่สวยหรูในเบื้องหน้า เขาตัวอ่อนกว่าเด็กทั่วไป และนั่นเป็นเรื่องดี แต่ที่เลวร้ายคือการออกกำลังกาย มีเบต้าชายคนหนึ่งในคลาสที่สามารถบีบแตงโมให้แตกได้ด้วยขาสองข้าง พวกเขาต้องซ้อมและเล่นคาร์ดิโออย่างหนัก วิคเตอร์ได้รู้ถึงขีดจำกัดร่างกายของโอเมก้า มันสร้างกล้ามเนื้อได้ยากมาก หากละเลยไปแค่สามหรือสี่วัน กล้ามเนื้อที่สร้างมาก็จะฟีบลงทันที โปรแกรมการสร้างกล้ามของเขาต้องเคร่งครัดยิ่งกว่าคนอื่น


ยาคอบเสนอว่า ถ้าร่างกายคือจุดอ่อนของเขา ก็ต้องแทนที่ด้วยเทคนิคและการเล่าเรื่องที่เฉียบคม เทคนิคไม่ใช่ปัญหา แต่การเล่าเรื่องให้ผู้ชมเข้าใจในการเต้นต่างหากที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และพรสวรรค์ ซึ่งยากและเสี่ยงกว่า แต่เขาไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว เพราะไม่มีอะไรเป็นของตัวเองอยู่ตั้งแต่แรก จึงไม่กลัวที่จะต้องสูญเสีย



เมื่ออายุ 16 ปี เขาได้ทำตามที่ฝันไว้ เป็นแชมป์กรังด์ปรีซ์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ชื่อของเขาจะถูกจารึกลงในกินเนสบุ๊ค กระนั้น พ่อแม่ก็ไม่เคยมองเขา วิคเตอร์ไม่รู้ว่าเขายังทำอะไรไม่พอ เขาคิดว่าเขาให้ทุกสิ่งที่ให้ได้กับพวกท่านไปแล้ว เขาคิดว่าทั้งสองคนน่าจะกำลังติดอยู่ในบ่วงของความคิดที่ว่าโอเมก้าอ่อนแอและทำอะไรไม่ได้หากขาดซึ่งอัลฟ่าหรือเบต้า



ก็ไม่ใช่แค่พ่อแม่เขาหรอกที่คิดแบบนั้น



ข่าวโอเมก้าวัยสิบหกได้แชมป์สเกตลีลาประเภทเดี่ยวฮือฮาไปทั่วในแวดวงกีฬาทั่วโลก ไม่ใช่วงในสเกต แต่เป็นทั่วโลก ในนิตยสาร ช่องข่าวโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เขาได้รับคำชื่นชมเป็นจำนวนมาก แต่ในโลกอินเตอร์เน็ตหรือแม้แต่เพื่อนร่วมคลาสไม่ได้มองแบบนั้น




“ วิคตอเรียเต้นสเตปของผู้หญิงไงล่ะ ของถนัดโอเมก้าอยู่แล้ว”


“ แถมยังใส่ชุดออกไปทางผู้หญิงด้วย หมอนั่นใช้สเน่ห์ของโอเมก้าดึงพวกกรรมการรึเปล่า?”


“ เซ็งว่ะ ในเน็ตมีแต่คนคิดว่าสเกตเล่นง่ายขนาดโอเมก้ายังเป็นแชมป์ได้เลย”


“ ร่างกายของโอเมก้าไม่น่าที่จะแข่งโปรแกรมยาวไหวด้วยซ้ำ ใช้สเตียรอยด์แหงๆ”





ที่น่าตลกก็คือ พวกเสียงนกเสียงกานี้ไม่ได้นินทาตอนที่เขาไม่อยู่ แต่พูดเพื่อให้เขาได้ยินซะด้วย แต่วิคเตอร์เข้มแข็งพอที่จะปล่อยคนพวกนี้ให้จมอยู่กับความคิดตัวเอง เขาไปบังคับให้ใครเปลี่ยนใจไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้แค่ดื่มด่ำไปกับชัยชนะที่ได้มาก็พอ




เมื่ออายุสิบเจ็ดปี เขาก็ได้ประสบกับการติดฮีท คำสาปร้ายแรงที่ติดตัวโอเมก้ามาตั้งแต่เกิด เขามีไข้ และตัวร้อนรุ่มอยู่สามวันสามคืนโดยไม่ได้กินอะไร ต้องอยู่กับลิเลียตลอดเวลา ถูกขังไว้ในบ้านของยาคอบ ไม่ได้ซ้อมหรือออกกำลังกาย เขาลุกออกจากเตียงไม่ได้ด้วยซ้ำ เหมือนร่างกายถูกอบด้วยเตาร้อน เหงื่อไหลจนเตียงเปียกชุ่ม เขาไม่รู้ตัวว่าลิเลียมาเช็ดตัวให้เมื่อไหร่ หรือมีใครเข้ามาดูอาการบ้างหรือเปล่า ไม่รู้เวลาตอนเช้าตอนค่ำ มันเฮงซวยพอๆกับประสบการณ์เล่นสเกตครั้งแรกหรืออาจจะแย่กว่า




เมื่ออาการเขาดีขึ้น ลิเลียก็ยื่นแท่งทรงกระบอกซึ่งฉลากเขียนไว้ว่า วัคซีนยั้งกลิ่น

“ เธอควรจะหัดฉีดมัน เพื่อตัวเธอและเพื่อนๆ”

วิคเตอร์คิดว่าเขารู้ว่ามันคืออะไร ไม่มีใครอยากจะกระโจนเข้าหาผู้ชายคนหนึ่งเพื่อที่จะมีเซ็กซ์กัน เขาเองก็ไม่อยากถูกลวนลาม ยาสามารถฉีดเข้าได้หลายที่ทั้งคอ ท้ายทอย ข้อมือ



“ มียาหยุดอาการฮีทมั้ยครับ?” วิคเตอร์ถามหญิงวัยกลางคน



ลิเลียส่ายหน้า



ถ้าไม่ได้มีเซ็กซ์ก็ต้องทนปวดร้าวไปหลายวันสินะ และวิคเตอร์เลือกอย่างหลัง เขาไม่ได้คิดว่าเซ็กซ์กับคนที่ไม่ได้รักเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ตรงกันข้าม เขาไม่อยากผูกมัดกับใครไปทั้งชีวิตด้วยซ้ำ แค่การที่ต้องเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับคนมากหน้าหลายตาเป็นเรื่องวุ่นวายมากพอแล้ว วิคเตอร์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่เหล็กที่คอยดูดผู้คนให้เขามาใกล้ และพวกเขาจะติดหนึบจนวิคเตอร์สลัดออกไม่ได้


เขาพลาดการแข่งกรังด์ปรีซ์ครั้งหนึ่งเพราะช่วงนั้นติดฮีทพอดี ซึ่งก็…..โคตรเฮงซวย


วิคเตอร์ตัดผมเมื่ออายุได้ยี่สิบ เมื่อร่างกายเริ่มใหญ่โตเกินกว่าจะใช้ภาพลักษณ์สวยงามตามฉบับผู้หญิง และเลิกแต่งเครื่องแบบในธีมเพศหญิงลงแข่งเช่นกัน เขามีรูปร่างสูงกว่าโอเมก้าตามมาตรฐาน ไม่แน่ใจว่าเพราะมีพ่อแม่เป็นอัลฟ่าทั้งคู่หรือเปล่า แต่เขาชอบแบบนี้ เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนโอเมก้าคนไหนแต่ก็ไม่ใช่อัลฟ่า และเรือนร่างที่สวยงามเกินกว่าจะเป็นเบต้า เขาไม่ใช่ทั้งสามอย่างนั้น เขาคือวิคเตอร์ ความคลุมเครือนี้จะสร้างความแปลกใจให้ผู้ชม เขาจะเป็นอะไร เป็นใครก็ได้บนลาน ผู้ชมจะสับสน และจะจ้องเขานานมากขึ้น ผู้ชมไม่ชอบปริศนา พวกเขาจะมองจนกว่าวิคเตอร์จะยอมเฉลยคำตอบให้ฟัง


“ จะไม่ใส่ปลอกคอแน่รึ?” มิล่า เด็กสาววัยสิบเอ็ดถามเขาพร้อมยืนปลอกคอผ้าสีดำให้ โอเมก้าจำเป็นที่จะต้องใส่มันเพื่อป้องกันหากใครมากัดคอ หากโอเมก้าโดนกัด ผู้กัดจะกลายเป็นเจ้าของชีวิตของโอเมก้าตลอดชีวิต


วิคเตอร์ยิ้มให้มิล่า ยกมือลูบหัวอย่างเอ็นดู “ ไม่เป็นไรหรอก ข้างนอกหนาวด้วย รูดซิปเสื้อถึงคอก็พอ”



เสียงนกนางแอ่นร้องขณะบินเหนือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก วิคเตอร์เดินออกมาจากลานซ้อมกับมัคคาชิน สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลตัวโต มันเลียหน้าเขาจนเปียก ลมหิมะพัดผ่านทำให้หน้าเย็นกว่าเดิม และเริ่มออกวิ่ง ขาสองข้างรู้สึกเหมือนจะฉีกออกจากสะโพกทุกครั้ง ลมหอบออกจากปากเห็นเป็นควันสีขาว เขาเหนื่อยง่ายกว่าเบต้าและอัลฟ่า ร่างกายกำลังร้องระงม เสียงกรีดร้องของกล้ามเนื้อ หัวไหล่ เส้นเลือด สะท้านในหัว



เจ็บปวดล่ะสิ อย่าฝืนธรรมชาติเลย


อย่าทำมากกว่านี้ ร่างกายของโอเมก้าจะรับไม่ไหวแล้ว


ไม่มีใครอยากได้โอเมก้าแบบนี้หรอก ไม่มีใครต้องการหรอก





ช่างหัวมันสิ





มีบางเวลาที่วิคเตอร์ร้องไห้อยู่คนเดียว น้ำตาไหลปนกับเหงื่อ เขาเคยก่นด่าโทษชะตาและพระเจ้า จนถึงวันนี้ก็ยังด่าทอในใจ ถึงจะไปโบสถ์พอเป็นพิธีแต่จิตใจเขาไม่เคยสงบเลย เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นก็จะยิ้มแย้ม ร่าเริงสดใสดั่งดาราหนุ่มที่ถ่ายแบบบนปกโฆษณา วิคเตอร์เคยถูกลวนลามแบบอ้อมๆหลายครั้ง เวลานั่งรถไฟใต้ดิน หรือเดินซื้อของในย่านร้านค้า เคยตั้งแต่คนเดินสวนและกระซิบว่าอยากข่มขืนเขา ไปจนถึงแตะเนื้อต้องตัว เขาเป็นคนดัง นั่นเป็นเกราะกำบังที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน เพราะความที่เป็นคนดังนี่แหละถึงชกหน้าใครไม่ได้



เมื่อได้เป็นแชมป์สามปีติด ก็ไม่มีใครพูดจาเลอะเทอะอีก



นี่คือช่วงเวลาขาขึ้นของวิคเตอร์ เขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปใส่ใจคำครหาของคนอื่น หรือแม้แต่ของพ่อกับแม่ที่คอยบอกเขาเสมอว่ากำลังเดินผิดทาง สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงที่รบกวนหูเขา ยิ่งเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของคนที่มองเขาต่ำเพียงเพราะเป็นโอเมก้า ก็ยิ่งสะใจลึกๆ


วิคเตอร์เริ่มสร้างนิสัยใหม่ให้ตัวเอง หน้ากากเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องและสื่อมวลชนถูกหล่อหลอมขึ้น เขาสวมมันตลอดเวลา ท่าทางสูงส่ง เป็นมิตร ยิ้มแย้ม สดใส เขาฝึกการขยิบตา เอียงคอ ยกมุมปาก แบบไหนที่ตนจะดูดีและทำให้คนสนใจ เขารับรู้ว่าอาวุธที่ได้ผลมากที่สุดในการป้องกันตัวเองคือรอยยิ้ม อย่าตื่นตระหนก อย่าเกรงกลัวต่อคำพูดเชือดเฉือน หล่อตัวเองให้แข็งแกร่งเหมือนรูปปั้น



แต่มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่หน้ากากแตก นั่นคือเขาในวัยอายุยี่สิบสอง เขาที่ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาขยำหัวใจเล่น






---------------------------------------------------------------------------





วิคเตอร์นั่งถ่ายเซลฟี่อยู่ในห้องพักนักกีฬา เอียงคอเล็กน้อยและถ่ายมุมบน โทรศัพท์มือถือเคสเป็นรูปเครื่องแบบสีฉูดฉาดที่สวมในงานแข่งกรังด์ปรีซ์รอบนี้ ดวงตาสีฟ้าสดมองรูปที่ถ่าย เขาไม่เคยใช้แอปเพิ่มความสวยหล่อ เพราะ...แหม ใครๆต่างก็รู้ว่าเขามีสเน่ห์เป็นธรรมชาติที่สุด รูปหน้าที่เริ่มแก่ตัวแต่อย่างน้อยมันก็ยังคงไว้ซึ่งความงาม เขาชอบให้ความงามของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ใครๆก็ว่าเขาเป็นคนแก่ตัว ชอบควบคุมคนอื่น หน้าเนื้อใจเสือ สำหรับเขา นั่นคือคำชม มันคือคำปรามาสที่เขาน้อมรับพร้อมคำขอบคุณเชียวล่ะ ความบันเทิงอย่างที่สุดซึ่งวิคเตอร์โปรดปรานเป็นพิเศษคือการอ่านข่าวและคอมเม้นท์เกี่ยวกับตัวเองในอินเตอร์เน็ท เขาจะจับจ้องคอมเม้นท์ที่พูดถึงเขาในเชิงลบเป็นพิเศษ มันเหมือนกำลังอ่านบทความที่วิจารณ์ตัวเองทั้งที่คนเขียนไม่ได้รู้จักเขาเลยสักนิด ก็เหมือนอ่านนิยายเรื่องเรื่องหนึ่งนั่นแหละ



เสียงตึงตังดังขึ้น ประตูทางเข้าเพียงบานเดียวถูกเปิดผลัวะ สิ่งแรกที่เขาเห็นขาสั้นๆที่เตะประตูออก ตามด้วยเด็กหนุ่มสวมฮู้ดและเสื้อแจ๊กเก็ตทีมรัสเซีย ซ่อนเส้นผมสีบลอนด์สั้นประบ่าและแววตาดุดันไว้ ยูริ พลีเซ็ตสกี แชมป์รุ่นจูเนียร์ปีนี้มองเขาราวกับว่ามีอะไรติดอยู่ที่หน้าผากงั้นแหละ แต่วิคเตอร์ก็คือวิคเตอร์ รอยยิ้มพิมพ์ใจคืออาวุธของเขา


“ ไฮ! ยูริ ยินดีด้วยที่ได้แชมป์!” วิคเตอร์โบกมือเรียกให้เด็กหนุ่มมานั่งข้างๆ แต่ยูริกลับถลึงตาใส่ ชี้หน้าเขา ท่าทางเอาเรื่อง


“ ฉันจะชนะนายในปีหน้าให้ได้ วิคเตอร์ อย่าออมมือเชียวล่ะ!!”


“ แหม การแข่งขันปีนี้เพิ่งจะจบเธอก็ท้าฉันเลยรึ? ใจเย็นๆก็ได้” วิคเตอร์ยืนขึ้น ยูริสูงแค่หน้าอกเขาเท่านั้น แต่ตอนที่วิคเตอร์อายุสิบสี่ก็สูงประมาณนี้แหละ เขาเชื่อว่าเมื่อยูริโตขึ้นอาจจะสูงประมาณเขาตอนนี้ หรือมากกว่านี้ก็ได้ ก็เป็นอัลฟ่านี่


ร่างที่สูงกว่าก้มลงจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวและชิดกับเด็กหนุ่ม



“ เธอโกรธอะไรมารึ?” วิคเตอร์ลูบคางยูริแต่แค่พักเดียวก็ถูกปัดมือทันที “ จริงอยู่ว่าเธอก็โมโหตลอดเวลา แต่เซ้นส์ของฉันบอกว่าตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีอย่างแรง”


“ เซ้นส์บ้าอะไรอีกล่ะ?” ยูริถอดฮู้ดออกจากศีรษะ สะบัดผมสีทองประบ่า ใบหน้าบูดบึ้ง


วิคเตอร์ยักไหล่ โอเมก้ามีสัมผัสไวกับอารมณ์ของเด็กเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดออกไปเพราะอีกฝ่ายไม่ชอบถูกบอกว่าเป็นเด็ก


ยูริยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมายกซด “ ฉันเจอเจ้ายูริจากญี่ปุ่นในห้องน้ำ”


“ เห?” วิคเตอร์เอียงคอ เขาจำได้ลางๆว่าผู้ชายคนนั้นได้อันดับที่หกในการแข่งโปรแกรมเดียวกับเขา ไม่ใช่ผู้ชายที่มีอะไรน่าจดจำนัก รูปร่างหน้าตาก็ถือว่าปานกลางค่อนไปทางดูดี แต่ฝีมือสเกตแปร่งๆ ไม่ใช่ว่าทำได้ไม่ดี แต่ตอนวิคเตอร์มองชายคนนั้นเล่น มันเหมือนกับเขากำลังเก็บกดอะไรบางอย่าง ดูแล้วรู้สึกอึดอัดเกือบๆจะเป็นความเศร้า แถมสเตปพลาดหลายครั้ง


“ ได้ยินมันโทรหาที่บ้านร้องห่มร้องไห้ เห็นแล้วหงุดหงิด”


“ นี่เธอแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์รึ?”


ยูริสำลักน้ำ ก่อนจะมองเขาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด “ ก--ก็มันไม่สบอารมณ์นี่หว่า! ชื่อยูริเหมือนกันแท้ๆ ฉันเจอเยอะกว่ามันฉันยังไม่ร้องเลย!!”


ฐานะทางบ้านของยูริไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เด็กชายจึงเลือกสเกตเป็นหนทางหารายได้เข้าบ้าน สำหรับเด็กอายุสิบสี่ถือว่าเป็นภาระที่หนัก แต่ยูริก็ไม่เคยร้องไห้...อย่างน้อยก็ต่อหน้าเขา


“ เขาอาจจะกำลังมีเรื่องทุกข์ใจมหาศาลก็ได้นะ” วิคเตอร์กล่าวพลางเก็บสัมภาระเข้ากระเป๋าเดินทางเพื่อกลับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก “ ตอนที่ฉันเห็นเขาแข่ง เขาก็ดูจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่” วิคเตอร์คว้าแจ็คเก็ตสีแดงขาวซึ่งเป็นชุดกีฬาประจำประเทศรัสเซียมาสวม “ แต่นั่น...ไม่ได้หมายความว่า...” และโยนหมวกแก๊ปลายเสือดาวไปทางยูริ พร้อมขยิบตา เผยรอยยิ้มสดใสที่ทำให้ยูริขนลุกชัน มันคือรอยยิ้มที่แฝงความเหี้ยม วิคเตอร์ไม่ใช่คนที่จะโกรธแล้วหัวฟัดหัวเหวี่ยง แต่เป็นประเภทเยือกเย็นจนอุณหภูมิทั่วห้องติดลบได้เลย “ เธอจะแอบฟังคนอื่นคุยเรื่องส่วนตัวได้”




ยูริจิ๊ปาก ขมวดคิ้วจนพัน เบนสายตาไปทางอื่น เป็นท่าทีสำนึกผิดของเจ้าตัวที่วิคเตอร์มองแล้วก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ จึงบีบแก้มสองข้างของยูริจนหน้าของอีกฝ่ายบิดไปมาเป็นเยลลี่


“ ผ่อยเพ่!!! ฮิคเห้อ!!!”


“ เธอนี่น่าแหย่พอๆกับที่น่าตีเลยน้า”


วิคเตอร์ปล่อยมือ ยูริกุมแก้มที่แดงแปร๊ดเป็นลูกมะเชือเทศก่อนจะมองเขาด้วยดวงตาคมกริบชนิดเฉือนคอเขาได้เลยถ้ามีจะเฉือนได้ ชายร่างสูงยิ้มบางๆก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางตัวเองสวนกับเด็กหนุ่ม


“ เดี๋ยว! แล้วนายจะไม่ใส่อะไรบังคอหน่อยเหรอ!?”


วิคเตอร์ถอนหายใจ หันหน้าไปตอบยูริ “ ฉันก็ไม่เคยใส่อยู่แล้ว”


“ นายไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นโอเมก้ารึไง?”


“ ฉันก็เป็นจริงๆนี่”


ยูรินวดหว่างคิ้วตัวเองเบาๆก่อนจะพูดออกมา “ ตอนไปแข่งที่บัลเกเรียก็เพิ่งโดนอัลฟ่าแหกฝูงนักข่าวมาฉุดนายนะ”


“ แต่ฉันก็ได้พวกเธอกับการ์ดช่วยใช่ม้า ทุกอย่างโอเคน่า” วิคเตอร์ถอนหายใจและเดินนำออกไปข้างนอก ยูริรีบเก็บกระเป๋าตัวเองเดินตาม การใส่ปลอกคอมันก็ไม่ต่างกับการป่าวประกาศว่าเขาคือโอเมก้าธรรมดาทั่วไป ถ้าเขาจะสร้างอิมเมจของตัวเอง ก็ต้องมีจุดยืนที่แตกต่างจากคนอื่น แม้มันจะทำให้เขามีอันตรายหลายครั้งก็ตาม



“ ฉันรู้ว่านายมั่นใจนักหนาว่าไม่มีใครทำอะไรได้ เออ นายดัง นายเด่น ใครทำอะไรนายทีเดียวฉันว่ามันคนนั้นคงโดนรุมประชาทัณฑ์ได้เลย แต่นายจะสามสิบแล้วนะ วิคเตอร์!!” ยูริตะโกนไล่หลัง “ นายใช้สื่อกับแฟนคลับเป็นเกราะกำบังตลอดไม่ได้หรอก ถ้าสักวันนายดับ...” ยูริรีบเดินตามให้ทันคนข้างหน้าจนทั้งสองเดินใกล้กัน ยูริอาจจะไม่ทันรู้ตัวแต่วิคเตอร์เข้าใจว่ามันคือสัญชาตญาณที่อัลฟ่าเด็กมักจะชอบตัวติดอยู่กับโอเมก้า ยิ่งเป็นโอเมก้าที่มีกลิ่นของอัลฟ่านั้นๆติดตัวด้วย



วิคเตอร์คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นแต่ยูริคะยั้นคะยอ สุดท้ายก็เลยยอมทำตาม ยูริมักจะชอบสั่งให้เขาพกสิ่งของของเด็กหนุ่มชิ้นใหญ่สักชิ้น เช่น แจ๊คเกตที่เปื้อนเหงื่อจนแฉะ(หยี๊) หรือหมวกแก๊ปลายเสือ(ไม่ใช่สไตล์เขาเลย) อะไรก็ได้ที่จะส่งกลิ่นอัลฟ่าออกมาเพื่อปกป้องเขา วิคเตอร์ไม่แน่ใจว่ากลิ่นของอัลฟ่าเด็กจะช่วยอะไรเขาได้ แต่เพื่อความสบายใจของยูริจึงเออออตามไป




“ ฉันไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่สักนิด”


วิคเตอร์หยุดเดินทันที มองคนที่ตัวเตี้ยกว่า


“ ตอนนี้นายยังอยู่กับฉันได้ แต่ถ้าฉันกลายเป็นอัลฟ่าเต็มตัว นายก็ต้องแยก--” ยูริสะดุ้งเมื่อเห็นเขาจ้องหน้าเหลอหลา ก่อนจะก้มลง มือสองข้างกำจนสั่น วิคเตอร์เห็นหูสองข้างนั้นแดงก่ำ โว้ โว้ โว้ บรรยากาศแบบนี้ไม่ดีอย่างแรงเลย




วิคเตอร์ถอนหายใจ ยกมุมปากยิ้มเล็กน้อยให้กับความเป็นเด็กของอีกฝ่าย บางครั้งยูริก็จะมีมุมที่เป็นห่วงเขาเหมือนกัน ห่วงว่าเขาจะเป็นอันตราย ห่วงว่าเขาจะไม่มีใครคอยดูแล มือข้างหนึ่งลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วนเส้นผมสีบลอนด์ “ ฉันจะสอนเธอจนถึงที่สุด ยูริ ไม่มีอะไรมาทำให้ฉันผลักไสเธอ ต่อให้เธอจะเป็นอัลฟ่าก็ตาม ฉันเชื่อว่าเธอคุมตัวเองอยู่”



ยูริปัดมือเขาออกด้วยท่าทางรำคาญเหมือนทุกที แต่หน้าก็ยังคงแดงอยู่ ทั้งสองเดินออกมาข้างนอก ทุกสายตาจดจ้องอยู่ที่ชาวรัสเซียรูปงามที่ลากกระเป๋าออกมายังจุดนัดพบกับโค้ช


“ ยูริ จะว่าไปการแข่งของเธอเมื่อกี้ ลำดับสเต็ปน่าจะใช้--”


“ ฉันชนะก็พอแล้วน่า ใครสนล่ะ? เลิกบ่นเหอะ วิคเตอร์”




ยาคอบได้ยินที่ยูริเถียงเขาจึงสวดเด็กหนุ่มซะยับ แต่ยูริก็ยังทำหูทวนลม วิคเตอร์คิดว่าถ้าเด็กคนนี้ฟังที่คนอื่นพูดและขยันซ้อมมากขึ้นอาจจะเก่งกว่านี้ หรืออาจจะเก่งกว่าเขาสมัยอายุสิบสี่ก็ได้ ยูริคล้ายกับเขาตรงที่มีพรสวรรค์ แต่มีดีกว่าตรงที่เป็นอัลฟ่า เส้นทางในอนาคตของยูริสวยหรูยิ่งกว่าเขา

มีครั้งหนึ่งยูริเสนอตัวว่าถ้าเขายังไม่มีใครจนกระทั่งยูริบรรลุนิติภาวะ เด็กหนุ่มจะเป็นแฟนเขาให้เอง เหตุผลหลักก็คือเพื่อปกป้องเขา แต่วิคเตอร์ไม่ต้องการให้ยูริมาจมปลักกับคนที่มาถึงจุดปลายสุดของสายอาชีพสเกต และยูริดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจในสายสัมพันธ์ของอัลฟ่าและโอเมก้า มันเหนียวแน่นและทรมาน วิคเตอร์จำช่วงเวลาที่ยาคอบกับลิเลียหย่ากันได้ว่าทั้งสองเจ็บปวดและเศร้าใจแค่ไหน เพราะเขาเป็นตัวตั้งตัวตีพยายามจะให้คู่นี้กลับมาคืนดี เขาคิดถึงขั้นที่ว่ายาคอบอาจจะเลิกเป็นโค้ชด้วยซ้ำ


วิคเตอร์ไม่อยากเป็นแบบเดียวกับยาคอบ สำหรับเขาแค่ยอมให้ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในจิตใจเพียงครั้งเดียวก็ทรมานแล้ว มันทำให้เขาอ่อนแอ เหมือนคนที่หลงทางกลางทะเลทรายคลานหาน้ำ ดูน่าสมเพชเวทนา นั้นไม่ใช่เขา และมันยากมากกว่าเขาจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง



เขาหันไปทางด้านหลัง แรกๆก็แค่มองวิวด้านนอกผ่านกระจกใส ดวงตาเลื่อนลอย และหยุดลงที่ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งสะดุ้งทันทีเมื่อทั้งสองสบตากัน ชายหนุ่มผมดำตัดสั้น สวมแว่นกรอบน้ำเงิน และแจ๊คเกตกีฬาสีน้ำเงินเช่นกัน เขารู้สึกคุ้นหน้าแต่ด้วยความที่เป็นคนลืมง่ายจึงจำไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นหน้าแดงจัดทันทีเมื่อเขาส่งยิ้มให้ อา…..แฟนคลับสินะ



“ จะถ่ายรูปเหรอ?” วิคเตอร์ถามพร้อมโปรยยิ้มใส่ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหน้าแดงกว่าเดิม แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาอึดอัด มันเหมือนกับ...นอกจากความดีใจที่ได้เจอเขาแล้ว ยังมีความกลัวแฝงอยู่ด้วย “ ได้สิ”



ชายหนุ่มหันหลังให้เขาและค่อยๆเดินจากไป ไม่แม้แต่จะกลับหลังมอง วิคเตอร์ปล่อยมือตกลงข้างตัว จ้องแผ่นหลังสีน้ำเงินนั้นเดินออกไป







เขารู้ชื่อของผู้ชายคนนั้นหลังจากที่พบกันเมื่อหกเดือนที่แล้ว การมีตัวตนของคัตสึกิ ยูริเป็นดั่งพายุที่พัดโหมใส่วิคเตอร์ มันนำพาอะไรหลายอย่างใหม่ๆเข้ามา และชะล้างขยะเก่าๆที่ตกตะกอนอยู่ในใจออกไป เมื่อมองร่างกายที่ค่อนไปทางเจ้าเนื้อสเกตบนพื้นน้ำแข็งแสนอึมครึม เมื่อกล้ามเนื้อใต้สาบเสื้อสีน้ำเงินเข้มนั้นเคลื่อนที่ จังหวะและตัวโน้ตก็เริ่มเคลื่อนไหวตาม ตัวโน้ตอาจจะเพี้ยนและแปร่งไปบ้าง แต่มันกลับดูสดใหม่และสวยงาม เมื่อยูริกระโดดฟลิปหมุนสี่รอบซึ่งเป็นจุดขายของวิคเตอร์ มันไม่ได้เหมือนเปี๊ยบ แต่วิคเตอร์สาบานได้เลยว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วกว่าปกติ เขาหอบเมื่อยูริหอบ กระดิกนิ้วเท้าตามจังหวะของยูริจนมัคคาชินที่นอนทับอยู่ชะโงกมองเขา เมื่อคลิปเล่นจบ วิคเตอร์ก็วนดูอีกรอบ อีกรอบ และอีกรอบ การเคลื่อนไหวของร่างกาย การแสดงออกทางสีหน้า ทั้งๆที่เต้นเพลงเดียวกันสเตปเดียวกันแท้ๆ แต่เมื่อมองคนอื่นเต้น เขากลับรู้สึกว่ามันกินใจกว่า ยูริมอบอารมณ์ที่เปลี่ยวเหงา อ้างว้าง พยายามจะยื่นมือเพื่อคว้าอะไรบางอย่างแต่ก็เอื้อมไม่ถึง



มัคคาชินส่งเสียงงื้ดๆ คลานขึ้นมาเพื่อเลียแก้มเขา วิคเตอร์มองนาฬิกาในโทรศัพท์ก็พบว่าได้เวลาอาหารของมัคคาชินแล้ว


“ คอยเดี๋ยวนะ มัคคาชิน ขอฉันดูอีกรอบ” มัคคาชินได้ยินก็ยิ่งประท้วงเสียงดังขึ้น “ นายเห็นมั้ย? ผู้ชายคนนี้ เค้าชื่อคัตสึกิ ยูริ ดูสิมัคคาชิน เป็นคนที่น่ารักมากๆเลยเนอะ”


มัคคาชินมองหน้าจอที่ถูกยื่นมาให้ หูของมันกระดิกเล็กน้อย


“ ยูริคนนี้ถ้าได้รับการชักนำที่ถูกต้องล่ะก็ จะต้องเติบโตได้ดีแน่ๆ ฉันอยากเห็นสเกตที่สมบูรณ์แบบของเขาจัง”


วิคเตอร์ลุกขึ้น เดินไปในครัว และเทอาหารให้มัคคาชินซึ่งเดินตามหลังมาอย่างเชื่องๆ สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลก้มหน้าทานอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนวิคเตอร์ก็นั่งยองๆอยู่ข้างๆ มือสองข้างยังคงถือไอโฟนดูคลิปอยู่


“ เขาดูโดดเดี่ยวนะ” ร่างสูงบ่นพร้อมเอาคางเกยกับเข่าที่พับสองข้าง “ ฉันลองเช็คประวัติของยูริ บ้านเค้าอยู่คิวชูด้วยล่ะ”


วิคเตอร์เปิดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับคิวชู และถ้าจะเจาะจงไปอีก ก็คือฮาเซ็ตสึซึ่งเป็นที่อยู่ของยูริ “ Woah!! Amazing! บ้านทำกิจการบ่อน้ำร้อนด้วย That’s it! ตัดสินใจแล้ว!! เราจะไปหายูริกัน!” วิคเตอร์ตะโกนลั่นห้องครัว ชูกำปั้นขึ้นเหนือศีรษะ มองมาที่มัคคาชินซึ่งทำท่าตกใจเล็กน้อยที่เขาพูดเสียงดัง วิคเตอร์ไม่ปล่อยช่องว่างโผเข้ากอดก้อนนุ่มนิ่มสีน้ำตาลตัวนี้ทันที  “ นายก็ไปด้วยนะมัคคาชิน ฉันจะไปช่วยยูริให้เป็นแชมป์ให้ได้ จะไม่ปล่อยให้เขาเหี่ยวแห้งแบบนี้หรอก”



วิคเตอร์ได้ยินเสียงมันครางอีกครั้ง



“ กู๊ดบอย” แล้วก็จูบจมูกมันหนึ่งที ถึงจะเข้าใจว่าที่มันครางเพราะเขากวนเวลาทานข้าวมันก็ตาม


หลังจากนั้น เขารีบโทรไปหาบริษัทรับจัดการย้ายเฟอร์นิเจอร์เพื่อเรียกให้พนักงานมาขนย้ายข้าวของของเขาโดยเร็วที่สุด วิคเตอร์รีบจัดกระเป๋า เอาสัมภาระไปเท่าที่จำเป็น เขาจองตั๋วเครื่องบินเฟิร์สคลาสผ่านออนไลน์ โชคดีที่สายการบินแอร์โฟลตมีบริการขนส่งสัตว์เลี้ยงตั้งแต่หน้าบ้านถึงจุดหมายปลายทาง เขารีบจัดมัคคาชินให้อยู่ในกรงเพื่อที่จะไปส่งที่สนามบิน กอดมันแรงๆหนึ่งที มัคคาชินค่อนข้างเคยชินกับการที่ต้องไปต่างประเทศกับเขาจึงทำตามอย่างว่าง่าย วิคเตอร์ต้องคิดถึงมันตลอดสิบชั่วโมงของการเดินทางไปญี่ปุ่นแน่



ระหว่างที่รอเครื่อง เขาเปิดดูคลิปอีกครั้ง แล้วก็ถอนหายใจอย่างผิดหวังเมื่อเห็นว่ามันถูกลบออกไปแล้ว เขาไม่ได้ดาวน์โหลดเก็บไว้ซะด้วย


ปกติแล้ว เขาไม่เคยขอหรือเสนอตัวทำอะไรเพื่อใคร ทุกครั้งหากวิคเตอร์อยากได้อะไร แทบทุกคนจะปรณนิบัติพัดวีเอาใจเขาเต็มที่ คนดังย่อมมีสเน่ห์เหมือนเป็นแม่เหล็กติดตามตัว แต่คนดังที่เป็นโอเมก้ามีเพียงหยิบมือบนโลก นั่นทำให้เขาดูร้อนแรง ยังมีคนอีกมากที่คิดว่าโอเมก้าควรอยู่ใต้โอวาทของอัลฟ่า พวกนั้นคิดว่าเขาโง่พอที่จะเลือกอัลฟ่าเป็นคู่ครอง เป็นสาวน้อยสวยใสไร้สมองที่จะอ้าขาให้กับอัลฟ่าที่ดึงดูดเขาได้ วิคเตอร์ขำก๊ากในห้องรับรองวีไอพีของสนามบินเมื่ออ่านบทความของอัลฟ่าในอินเตอร์เน็ตที่พูดถึงเขา


ยูริก็คงจะเป็นเหมือนกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นอัลฟ่าหรือเบต้า ถ้าเห็นเขาเชิญชวนล่ะก็ต้องยอมโอนอ่อนตามแน่นอน


อืม...แผนนี้อาจจะเข้าท่าก็ได้


เขาจะไปหายูริที่บ้าน แล้วก็แช่บ่อน้ำร้อนให้หายเหนื่อยรอยูริมาหา ใช่ แล้วก็บอกว่าเป็นจะโค้ชให้ นี่แหละแผนของเขาล่ะ และมันจะต้องไปได้สวยแน่นอน






--------





แต่เวลาลงมือจริงมันไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอกับยูริตัวจริง


“ ยูริ ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันคือโค้ชของเธอ ฉันจะทำให้เธอชนะกรังด์ปรีซ์ไฟนอลเอง” บ้าเอ๊ย! เสียงเขาสั่นเครือไปนิดนึง ท่าทางจะตื่นเต้นจนเกินเหตุกว่ายูริที่ยืนเอ๋อมองเขาที่ยืนเปลือยในบ่อโดยมีควันสีขาวจางๆบดบังเรือนร่างได้บ้าง ดีแล้ว…


วิคเตอร์ขยิบตาให้อีกฝ่ายที่กำลังร้องแรกแหกปากและชี้ใส่เขาเหมือนเขาเป็นเอเลี่ยนบุกออนเซ็นยังไงยังงั้น ยูริดูเตี้ยและตัวเล็กกว่าในคลิป แถมเจ้าเนื้อกว่าด้วย แต่ทำไมนะทำไม ก็แค่คนธรรมดาที่เดินตามถนนหนทาง ไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่ทุกอณูของยูริจับใจเขาได้เต็มหมัด ทั้งเสียง กลิ่น คำพูด


เขาจึงลองทดสอบอีกครั้ง ตอนที่ยูริช่วยขนของขึ้นไปบนห้องพัก วิคเตอร์คุกเข่าลงต่อหน้าชายหนุ่ม เชยคางคนตรงหน้าขึ้น


“ ยูริ ฉันอยากรู้เรื่องของเธออีก เราควรมาสานสัมพันธ์กันก่อนนะ“ พร้อมทั้งจับมืออีกฝ่าย แล้วมันบังเอิญทำให้ชุดยูคาตะถอยร่นตกจากไหล่ลงไปแบบหมิ่นเหม่ ใช่ เขาในตอนนี้ไม่ใช่วิคเตอร์ แชมป์สเกตห้าสมัย เแต่ป็นโอเมก้าที่พร้อมจะยั่วยวนให้เหยื่อติดกับ และเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในใจลึกๆก็ไม่อยากให้ยูริไปไหน




ติดบ่วงของฉันสิ เจ้าหมูน้อย ฉันไม่อยากให้เธอไปไหน มองแค่ฉัน คิดถึงแต่ฉัน รักแค--





ยูริถอยร่นออกนอกห้องพิงกับกำแพงไม้ด้านหลังดังปัง จนมัคคาชินที่กำลังเขี่ยเสื่อเล่นเมื่อครู่ถึงกับหยุดและหันมองยูริ


“ เป็นอะไรน่ะ?” เขาก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าหนีทำไม


“ มะ---ไม่มีอะไรครับ!!” แว่นกรอบสีน้ำเงินเอียงกะเท่เร่ ยูริยิ้มแห้งๆ ก่อนจะคลานหนีไปที่ห้องของตัวเองซึ่งก็อยู่ถัดจากห้องของวิคเตอร์แค่นั้นเอง




“ ยูริ มานอนด้วยกันเถอะ นะ ยูริ น้าา” วิคเตอร์ทำหน้างอเมื่อได้ยินเสียง ‘โน!’ จากด้านใน หลังจากลองตื๊อด้วยการเคาะอีกสองสามหนจึงยอมกลับมาที่ห้องตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยกล่องลังกระดาษ สัมภาระชิ้นใหญ่จำพวกเตียง โซฟา ตู้เสื้อผ้ายังส่งมาไม่ถึงญี่ปุ่น วิคเตอร์ก็ไม่มีอารมณ์แกะกล่องจัดห้อง จึงกางที่นอนที่ยูริยกขึ้นมาให้ เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้นอนที่นอนบนพื้นแบบนี้ ฟูกนี้ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไรนะ อา เขาคงต้องถามยูริเรื่องนี้ซะแล้ว




ยูริน่าจะเป็นเบต้า หรือไม่ก็โอเมก้า ไม่สิ เบต้านั่นแหละ ถึงแม้จะถอยห่างจากเขาแต่ยูริก็ยังหน้าแดง อย่างน้อยสเน่ห์ของเขาก็มีผลกระทบกับอีกฝ่ายบ้าง ถึงแม้จะแปลกใจก็ตาม ปกติแม้แต่เบต้าก็ยังหลงเขาหัวปักหัวปำได้ แต่กับยูริ….วิคเตอร์มั่นใจว่ายูรินับถือและหลงใหลเขาแน่นอน แต่ทำไมถึงไม่ลงมือทำอะไรเขาเลย ก็ใช่ว่าเขาอยากให้ยูริทำอะไรเขาหรอก….อย่างน้อยก็ตอนนี้ แต่แบบนี้มันทำให้เขารู้สึกเสียเซลฟ์สุดๆน่ะสิ เขาควรจะเป็นคนคุมเกม ควบคุมให้ยูริเติบโตไปในทิศทางที่เขาต้องการ แต่แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่รู้จักกัน วิคเตอร์ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าหมูน้อยนี้ถ้าไม่ได้เคี้ยวยาก ก็อาจจะใสซื่อสุดๆ



ทำไมต้องเป็นยูริด้วย




ทำไมเขาต้องรู้สึกสนใจใครสักคนอย่างลึกซึ้งขนาดนี้





....



x! แย่แล้วสิ ทำไมต้องมามีอารมณ์ตอนนี้ด้วย!?


ลิเลียเคยบอกว่าร่างกายของโอเมก้านั้นจริงใจซะยิ่งกว่าคำพูดหรือหัวใจซะอีก ร่างกายของโอเมก้าจะไม่มีทางโกหก




“ ยู…...ฮ้า...อา..”

วิคเตอร์ยกมือที่สั่นไหว….อันที่จริงทุกอณูขุมขนของเขาสั่นไปทั่วร่างแล้วล่ะ….ลูบไล้ตั้งแต่คอ เขาเอาเล็กจิกตรงนั้นเล็กน้อย มันทั้งคันคะเยอเหมือนถูกแมลงรุมตอม เจ็บจี๊ดเหมือนเล็บฝัง ราวกับกำลังรอให้มีใครสักคนฝังคมเขี้ยวลงไปแรงๆ ประทับตราเป็นเจ้าชีวิตของเขา วิคเตอร์เกลียดความรู้สึกนี้ มันทำให้เขาอ่อนแอและร้องไห้ และ….โอ เขาร้องไห้ออกมาจริงๆ มืออีกข้างเลื่อนไปกอบกุมหัวนมที่เปล่งเสียจนแข็งเป็นไต ดวงตาสีฟ้ามองเพดานและหลับปี๋ วิคเตอร์กัดฟันพยายามระงับเสียงที่กำลังเล็ดลอดออกมา แต่เมื่อร่างกายไม่เคยสนใจความพยายามของเขา มือที่กุมหัวนมก็เปลี่ยนมาเป็นบีบเค้น




“ ห๊ะ!! อ้ะ x!! oh!! God!!  OH!...อื้ม!!...”




เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามือที่เกาคออยู่นั้นเลื่อนไปลูบหน้าท้องตัวเองและกอบกุมส่วนตรงกลาง หรือส่วนนั้นตั้งชูชันและมีน้ำสีขาวขุ่นไหลติดตรงปลายตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อมือขยับขึ้นลง  สติสัมปชัญญะของเขาก็ถูกสัญชาตญาณของโอเมก้าครอบงำ นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาติดฮีทแต่เมื่อร่างกายของโอเมก้าเจอคนที่ใช่ มันจะควบคุมร่างกายของเขาและทำตามอำเภอใจเสมอ



ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะรู้สึกแย่หรอกนะ





“ YES!! อา อย่างนั้น เบต้า!! ใช่….อา เร็วอีก!!” วิคเตอร์กรีดร้อง สะดวกจริงๆที่เขาไม่ได้นอนสวมเสื้อผ้า และแอบขอบคุณยูริในใจที่เลือกห้องให้เขาห่างกันเล็กน้อย หากอยู่ติดกัน ยูริต้องได้ยินเสียงแน่




มือที่คลำหัวนมไปมาสลับข้างยกขึ้นมา วิคเตอร์เลียนิ้วทั้งสาม ก่อนจะอมมัน ขยับเข้าออกตามจังหวะมือที่กำลังช่วยตัวเองด้านล่าง  ลิ้นเกี่ยวกระหวัดตวัดสามนิ้วจนมันเปียกชื้น เสียงเฉอะแฉะดังเต็มหู มัคคาชินเงยหน้ามองเขาที่น้ำตาและเหงื่อนองหน้าอย่างฉงน มันเอียงคอราวกับว่าเป็นการรบกวนการนอนของมัน มัคคาชินลุกขึ้นและเดินไปนอนที่มุมห้องแทน




ใช่ นี่เจ้านายของนายเอง นายอาจจะจำไม่ได้ แต่ฉันก็ยังเป็นวิคเตอร์อยู่นะ ถึงตอนนี้จะไม่ต่างอะไรกับทาสเซ็กซ์ที่กำลังช่วยตัวเองอยู่ก็เถอะ




ความรู้สึกคันคะเยอเปลี่ยนจากที่คอเป็นหว่างขา ตรงช่องทางด้านหลังเองก็เริ่มมีน้ำเหนียวหนืดไหล ร่างกายของโอเมก้าไวต่อกิจกรรมเซ็กซ์และจะหลั่งสารหล่อลื่นออกมาหากมันรู้ว่ากำลังจะเกิดการสอดใส่ขึ้น แสนรู้ซะจริง

วิคเตอร์ถอนนิ้วทั้งสามออกจากปาก เส้นน้ำลายยาวยืดเส้นบางไหลมาพร้อมกัน มือที่ขยับแก่นกายอยู่นั้นทำให้ร่างกายของเขาสั่นไหวตลอดเวลา


วิคเตอร์ยกขาสองข้างและงอเข่า กางออกกว้างจนเป็นระนาบเดียวกันได้อย่างยืดหยุ่นตามลักษณะร่างกายของนักสเกตที่ตัวอ่อนสุดๆ นิ้วเปื้อนน้ำลายจิ้มอยู่หน้าช่องทางเปียกชื้นจนเขาคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเลียนิ้วเลยถ้ามันจะเปียกขนาดนั้น เขามองเพดานอีกครั้งและเห็นกล่องกระดาษจำนวนมาก ถ้าจำไม่ผิด เขาพกเซ็กซ์ทอยมาด้วย ของแท้เมดอินรัสเซียเลยล่ะ มันอยู่ในลังไหนสักลังนี่แหละ แต่ช่างเถอะ…วิคเตอร์หลับตาปี๋ ก่อนจะสอดนิ้วชี้เข้าไปหนึ่งนิ้ว





“ อื้อ….ฮ้า อ๊ะ...” มันเข้าไปได้อย่างง่ายดาย วิคเตอร์งอตัวจนเอวลอยขึ้นจากที่นอน ปากอ้ากว้าง ตาที่ปิดเบิกโพลง เมื่อนิ้วที่สองเริ่มชอนไชเข้ามาเหมือนตัวหนอนใหญ่หนา และช่องทางเขาเป็นผลแอปเปิ้ลที่สุกงอม ก่อนที่นิ้วนางซึ่งเป็นนิ้วที่สามจะถูกใส่เข้ามาติดๆกัน เขาต้องรีบทำให้เสร็จเพื่อที่ช่วงเวลานี้จะได้ผ่านไปเร็วที่สุด



ตอนนี้เอว สะโพก และร่างกายทั้งร่างดิ้นพล่านราวกับกำลังเต้นรำ วิคเตอร์ร้องออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงครวญคราง ทั้งทรมานและสุขสม สนุกสนานจนขนแขนลุกชันแต่ก็นึกสมเพชตัวเอง “ Yes!! x!!!! เร็วอีก!! แรงอีก! OH!! Deeper!! ยูริ! ยู--”



นิ้วทั้งสามถูกเอาออกจนเหลือแค่ปลายที่จ่อก่อนที่จะแทงเข้ามารวดเดียว ลึกที่สุดเท่าที่มันจะไปถึงได้จนร่างกายกระตุก วิคเตอร์ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้นานเท่าไหร่ หรือผ่านช่วงเวลาถึงจุดสุดยอดมาแล้วกี่ครั้ง ในหัวมีแต่สับสนว่าทำไมต้องเรียกชื่อยูริ แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ ในหัวโล่งว่าง นึกอะไรไม่ออกอีกแล้ว ภาษาอังกฤษ ปนกับรัสเซียและญี่ปุ่นราวกับคนเสียสติ





“ อ๊า!!! ยูริ!! ยูริ!! x me!! อ๊ะ!! ตรงนั้น ยูริ!! Yes!! Yes!! Yes!! Gonna come! ฮ้าาา!! อ๊าาาา!!! Cumming!!! Cumm--”



ของเหลวขาวขุ่นพุ่งออกมาจากแกนกลางที่แดงและตั้งชัน นิ้วที่ขยับหยุดแช่อยู่ด้านในซึ่งทั้งร้อนและตอดรัดนิ้วแน่น เขาพยายามที่จะไม่ให้ผ้าห่มหรือเตียงเลอะ แต่คิดว่าคงไม่ทัน เขานอนอยู่นิ่งๆสักพัก พยายามผ่อนลมหายใจ พร้อมทั้งหัวใจที่เต้นระรัวเป็นกลองอยู่ข้างใน วิคเตอร์หลับตาเพื่อผ่อนคลาย น้ำตายังคงไหลแต่ไม่มีเสียงสะอื้น เขาจะไม่แสดงท่าทีอ่อนแออีก แค่ตอนนี้ที่ปล่อยให้สัญญชาตญาณของโอเมก้าครอบงำก็น่าดูแคลนพอแล้ว




ไม่พอ แค่นิ้วมันไม่พอ…..


อยากได้มากกว่านี้ ใหญ่และแข็งกว่านี้….อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง แค่ห้องข้างๆ...ที่ต้องทำก็แค่ลุกขึ้น...





“ พอได้แล้ว” มือทั้งสองเลื่อนขึ้นมา วิคเตอร์พยายามไม่สนใจเสียงเฉอะแฉะด้านล่างก่อนจะลุกขึ้นอย่างยากเย็น ขาทั้งสองไม่มีเรี่ยวแรง เอาจริงๆก็ทั้งตัวนั่นแหละ ก่อนจะคลานไปใกล้กองเสื้อผ้าที่เขาใส่วันนี้ หยิบมันมาเช็ดร่างกายแทนทิชชู่ซึ่งยังอยู่ในลัง ดวงตาสีฟ้าจ้องมองยูคาตะสีเขียวเข้มที่ถูกถอดวางเรี่ยราด นใจคิดอยากจะหยิบมาเช็ดร่างกาย แต่พอนึกออกว่าเป็นของคนอื่นก็สะบัดความคิดนั้นทิ้ง


ก็รู้อยู่หรอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของโอเมก้า แต่การโทษตัวเองก็ไม่ผิดเช่นกัน



เกลียดตัวเองตอนนี้ชะมัด…



คนที่ยูริหลงใหลคือ วิคเตอร์ แชมป์สเกตลีลาห้าสมัยซ้อน ไม่ใช่เขาตอนนี้ และเพราะเป็นแบบนี้ ยูริถึงตีตัวออกห่างรึเปล่านะ เพราะเขาไม่ใช่คนที่หลุดออกมาจากโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ต วิคเตอร์นั่งตัวงอ หน้าผากฟุบลงกับหัวเข่า แขนสองข้างโอบล้อมรอบเพื่อกอดตัวเอง น้ำตาไหลออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นจนมัคคาชินตื่นอีกครั้ง มันย่องเข้ามานั่งพิงข้างๆราวกับต้องการจะปลอบเขา วิคเตอร์รวบมันมากอดและปล่อยโฮในกลุ่มขนของมัน หวังในใจว่าขออย่าให้เสียงเล็ดลอดออกไปเลย





--------------





ยูริเป็นนักเรียนที่ดี ขยันออกกำลังกายตามที่เขาสั่ง อาจจะเพราะถูกเขาห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้เล่นสเกตก็เป็นได้ เจ้าตัวถึงฮึกเหิมขึ้น วิคเตอร์ชอบแหย่ชายคนนี้เป็นพิเศษ และเป็นการแหย่ที่ถึงเนื้อถึงตัวซะด้วย ปฏิกิริยาของยูริถ้าไม่ใช่ตื่นตระหนกก็จะเขินอายหน้าแดง หรือบางทีก็ล้มลงไปเลย นี่กำลังรอดูว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะเลือดกำเดาไหลบ้าง เขาละอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ไหวเลย ถึงตอนนี้จะอยู่ด้วยกันมาเกือบสัปดาห์และยูริยังไม่อนุญาตให้เขาถ่ายรูปตัวเองก็เถอะ




“ ยูริชอบมินาโกะเหรอ?” เขาตัดสินใจถามด้วยน้ำเสียงเกือบๆจะร่าเริง หรือพยายามร่าเริง….


ยูริที่กำลังกระโดดขาเดียวถึงกับล้มขาพันกัน “ มะ...ไม่มีทางครับ!! อาจารย์มินาโกะนั่นรุ่นแม่ผมเลยนะ!!”


ข้างในวิคเตอร์รู้สึกดีขึ้นนิดๆ แต่ก็สนุกที่จะได้แหย่ยูริจึงถามต่อ “ แล้วตอนนี้มีแฟนรึเปล่า?”



“ เอ่อ...ไม่..”


“ เคยมีแฟนป่ะ?”


“ น...No comment….”


แย่จริง ถ้าไม่เคยมีประสบการณ์ความรักแล้วจะเล่นสเกตให้จับใจผู้ชมได้ยังไง ยิ่งถ้าเต้นหัวข้อความรักด้วยยิ่งพังใหญ่ วิคเตอร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในเลนส์แว่น


เอาจริงๆมันก็แค่ข้ออ้างที่อยากจะระบายเรื่องในอดีตให้ยูริฟังเท่านั้นแหละ “ ฉันเคยมีแฟนนะ!! แฟนเก่าฉันน่ะ--”


“ No!! No!! สต๊อป!!” ยูริโบกมือไม้พัลวัน


เมื่อยูริทำท่าไม่อยากจะฟังเรื่องของเขา วิคเตอร์ก็ก้มลงและถอนหายใจ ท่าทางเซื่องซึม เขาเคยแต่มีคนมาเอาอกเอาใจ และเปิดใจเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังเพื่อหวังว่าวิคเตอร์จะสนใจคนพวกนั้นบ้าง ก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาล่ะนะ พอมาตอนนี้ เขาพยายามจะเปิดใจกับยูริบ้างก็เหมือนกรรมตามสนอง


นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่วิคเตอร์อยากจะเปิดใจกับยูริด้วยการเล่าเรื่องในอดีต มันก็ไม่ใช่อดีตที่น่าเล่าเท่าไหร่ แต่เขาอยากให้ยูริรับรู้ พออีกฝ่ายเป็นเบต้า วิคเตอร์ก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่สามารถเดาอารมณ์ของยูริได้ เพราะเบต้าไม่มีกลิ่นเฉพาะและไม่สามารถรับรู้กลิ่นของโอเมก้าและอัลฟ่า



แต่ยูริก็แสดงความในใจให้เขาได้เห็น อย่างเท่ห์ องอาจ และสวยงามมากๆจนวิคเตอร์เกือบจะร้องไห้ออกมาอย่างปลื้มใจ



“ ผมอยากกินคัตสึด้งกับวิคเตอร์...”



ทั้งเขาและยูริโอะ(ขอบคุณพี่สาวของยูริมากเลยที่ช่วยตั้งชื่อให้) มองยูริอย่างงุนงง เขาไม่แน่ใจว่านี่คือนิสัยของคนญี่ปุ่นหรือเปล่าที่ชอบทำอะไรอ้อมโลก แต่พอยูริเงยหน้ามองเขา …..มองแค่เขา ราวกับยูริโอะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มประทับอยู่ในใจของวิคเตอร์ มันฝังแน่นราวกับคมเขี้ยวที่กัดลงบนคอ วิคเตอร์ไม่อาจลืมหน้าของยูริในตอนนั้นได้เลย มันแฝงถึงความแน่วแน่ มั่นใจ ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเก็บเข้าไว้ข้างกาย


“ ผมจะชนะไปเรื่อยๆเพื่อที่จะได้กินคัตสึด้งกับคุณตลอดไป เพราะงั้น ผมจะแสดงเอรอสของผมออกมาให้ดีที่สุดครับ!!”


นั่นราวกับเวทมนตร์ที่ช่วยปัดเป่าความขมขื่นในใจเขา ยูริคือพายุหิมะที่พัดอย่างรุนแรงจนความดำมืดอันตรธานหายไป แทนที่ด้วยสีขาวสะอาดกว้าง และวิคเตอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดก็ถูกอีกฝ่ายตามหาเจอ ยูริจับมือดึงเขาขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลนั่นจ้องเขม็ง อีกแล้ว เขาหลงใหลอีกแล้ว เขาตกหลุมรักยูริเป็นร้อยเป็นพันครั้ง กี่ครั้งแล้วที่หนี กี่ครั้งที่กลับมารัก


เขาไม่ได้รักยูริเพราะตัวเองเป็นโอเมก้า…


แต่เป็น วิคเตอร์ ที่รักยูริ…




“ ใช่ นี่แหละที่ทำให้ฉันชอบเธอ..”








TBC



--------------------------



//ปาดเหงื่อ


ผมคิดว่าตอนที่วิคเตอร์มีเซ็กซ์แกน่าจะพูดแค่รัสเซียกับอังกฤษด้วยซ้ำ อารมณ์แบบสติสตังไม่อยู่กับตัวแล้วน่ะครับ ทีแรกว่าจะบรรยายฉากเป็นสองภาษานี้ แต่เดี๋ยวคนจะงงกัน 555


//ปาดเหงื่ออีก


เหนื่อยจริงๆ เขียนตอนนี้ T_T


จากตอน 4 ที่วิคเตอร์ถามยูริว่าอยากให้วิคเป็นอะไรสำหรับยูริ ทำให้ผมคิดว่า ถ้ายูริเลือกสักตัวเลือก วิคอาจจะยอมเป็นจริงๆก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่….น่าเศร้าแปลกๆสำหรับวิค ผมรู้สึกว่าเขาไม่อยากเป็นตัวของตัวเอง ทำไมวิคเตอร์ที่คนทั่วโลกอิจฉาและหมายปอง มีชีวิตที่แสนเพอร์เฟ็ค จะต้องอยากเป็นคนอื่นด้วยล่ะ? คนที่มีชีวิตแบบนี้ควรจะเป็นคนที่มั่นใจในความเพอร์เฟ็คของตัวเองไม่ใช่รึ? ทำไมวิคต้องอยากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตยูริถึงขนาดทิ้งความเป็นตัวของตัวเองขนาดนั้น? แล้วทำไมถึงไม่มั่นใจในตัวเอง? วิคแสดงความ insecurity ออกมามากในฉากนั้น หรือวิคชินกับการแสดงเป็นคนอื่นเพื่อทำให้คนรอบข้างพอใจมาตลอดชีวิตหรือเปล่า?


ส่วนตอนต่อไปที่ถามยูริอีกว่า อยากให้ใส่ชุดอะไร แต่ผมว่าอันนี้มันปกติตามประสาคนอยากดูดีในสายตาของคนที่เราชอบ ไม่ได้ถึงขั้น insecurity ไม่เกี่ยวกับการขาดความมั่นใจในตัวเองเลย

ก็คงต้องรอดูอดีตของวิคต่อไปครับ แต่ผมว่าคำตอบของยูริน่าจะทำให้วิคตาสว่างขึ้นบ้าง เอาจริงๆจากตอนที่ 4 ทำให้ผมรู้สึกว่าวิคน่ะ รักยูริจริง รักชนิดทุ่มเทสุดๆด้วย เหลือแค่ยูริที่ต้องรอให้เวลาเป็นตัวสานสัมพันธ์เท่านั้น
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #163 tnoonnp- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:48
    อ่านแล้วเขินมากแงงงง้ วิคเตอร์น่ารักมากเอ็นดูยูริด้วย
    #163
    0
  2. #149 TOM_blue (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:14
    มันละมุนมันอิ่มมันแบบหลายอย่างมากเลยค่ะแบบโอ้ยชอบมากกสนุกมากเลย>.<
    #149
    0
  3. #107 คุณฮี_Cin[02]*{๑๓} (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 03:44
    โอ้ยยยยย เป็นฟิคที่อ่านละอินมากเรื่องหนึ่งเลยนะเนี่ย เหมือนย้อนไปเล่าตั้งแต่ต้นเรื่องทั้งหมดทั้งมวล อะไรทำให้วิคเตอร์เป็นแบบนั้น แล้วยังมาเป็น A B O อีก นี่อ่านไปในหัวมีแต่ภาพวิคตอนผมยาวตลอดเลย 555
    #107
    0
  4. #85 KEANLAO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:08
    มาย้อนเม้นค่ะ!555555555
    โอยยนนยูริโอะน่ารักมาก เด็กหวงหม่ามี๊ที่สุดเลย(?) ยูริโอะก้าวร้าวแต่ก็เป็นห่วงเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ
    ชีวิตคนฝั่งรัสเซียดูเศร้าเลย ยูริโอะก็มาทำงานหาเงิน วิคเตอร์ก็โอเมก้า ฮรืออออออออออ
    ยูรินี่น่าจะแอบลุกมาตอนกลางคืนจะได้ได้ยินวิคเตอร์(เลวมากเรา5555555)
    #85
    0
  5. #37 shiromi-kuromi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 08:29
    กรี๊ดดดดดดเเไวกคำยาิัตยดำฟ่ยยเำภสลบืดกิวบ้กกิีุกๆะืสบสมรีเาบ
    สครีมเบาๆ(-_-;;)
    กรี๊ดมากๆๆๆๆๆอ่ะฉากncเป็นอะไรที่โอววววววววววว(--เช็ดเลือด)วิคมีดาเมจความอ่อยรุนแรงมากกกกกกกกกกในเมะเปิดมาตอนแรกฉากออนเซ็นเอือก!(--เช็ดเลือด)ตรูดนี่เต็มตาเลย
    ในฟิคนี่ก็อ่อยแรงงงงงงงงงงสครีมหนักๆค่ะงานนี้
    ยูริเป็นหนุ่มน้อยใสซื่อน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ยูริโอะประหนึ่งเป็นลูกชายที่ห่วงแม่มากเกินไป(ฮา)
    มาอัพต่อเร็วๆเน้อออออ
    #37
    0
  6. #34 harley_quinn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 18:50
    ไรท์จ๋า


    รีดรออยู่นะคะ ;_;
    #34
    1
    • #34-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 10:40
      อดทนไว้นะครับ ใกล้ละ ;_;
      #34-1
  7. #32 fakanda (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 14:12
    รู้สึก อึดอัด และชอบวิกเตอร์มากก คือตั้งใจ พยายาม
    ต้องการพิสูจตัวเอง คือชอบมาก
    #32
    1
    • #32-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      8 พฤศจิกายน 2559 / 10:11
      ผมคิดว่าในอนิเม วิคแกก็คงผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกันนะกว่าจะถึงจุดนั้นตั้งแต่อายุแค่ 16 ได้
      #32-1
  8. #29 harley_quinn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 20:19
    โอ๊ยยยยย ชอบบบบบบบ ไรท์ทำเราเขินมากๆเลยอ่ะ ฉากวิคเตอร์มันอิโรติคกร๊าวใจชะมัด5555 ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะสนุกมากๆ รอตอนต่อไปใจจดใจจ่อเบย
    #29
    1
    • #29-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 22:48
      ขอบคุณครับ คิดถูกจริงๆที่ไม่เขียนฉากนี้เป็นภาษารัสเซียทั้งหมด 55555
      ถ้าเขียนไป น่ากลัวว่าแทนที่คนอ่านจะกร๊าว อาจจะงงแทน =v="
      #29-1
  9. #27 นุ้งพยาธิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 17:49
    อ้ากกกกกกกก
    อธิบายเป็นตัวอักษรไม่ได้เลย
    ชอบบบบบบบบบบ
    ร้ากกกกกกกกกกกก
    มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    (--เหนื่อย)
    ไรต์เอาใจหนูไปเลย คือแบบมันได้ฟิลมากค่ะ เป็นคนชอบแบบนี้อยู่แล้วพอมาอ่านเรื่องนี้หนูบอกคำเดียวเลยรักสุดๆ >\\\\<
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    คือชอบอ่ะ สู้นะค่ะไรต์เด็กคนนี้จะเป็นกำลังใจให้>3<จุ๊บๆ
    #27
    1
    • #27-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 11:37
      ขอบคุณมากครับ :D
      #27-1
  10. #26 เหวินเหวิน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 16:23
    คราวนี้มาเป็นโอเมก้าเวิร์ส ดีงามมากค่ะ.//////.



    ขอสครีมก่อนนะคะ...

    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก ฟหกด่าสวฟหกด่าว กรี้ดดดดด แอร้ยยยยย ฮว้ากกกกกกดดีกส้ดัห่นหะำว่บดัฟ่ยิรหะไส้ก



    โอเคค่ะ มาช่วงเม้น---

    ชอบที่ไรท์เขียนมากเลยค่ะ มันเป็นมุมมองที่เหมือนกับวิคเตอร์พยายามจะเซอร์ไพรซ์ทุกคน ทำให้ทั้งโลกตกใจและจับจ้องมาที่วิคเตอร์ แต่คือมองอีกด้านมันก็กลายเป็นความทะเยอทะยานที่โลภมากนะคะ ฮาาา



    การที่เขียนให้วิคเตอร์เป็นโอเมก้านี่คิดว่าเข้าทางเลยนะคะ แอบไปอ่านฟิคทอร์โลกิมาบวกกับยรออ.เห็นว่าไรท์ถนัดแนวดราม่ารึเปล่าเอ่ย? รู้สึกกินใจมากกับความพยายามและความทุ่มเทของวิคเตอร์ค่ะ เริ่มจากตั้งการให้พ่อแม่สนใจ ต้องการให้ตัวเองเป็นโอเมก้าที่ไม่ใช่แค่โอเมก้าธรรมดาที่ยอมอ้าขาให้ใครก็ได้ แล้วก็มาสนใจยูริ ต้องการยูริ

    รู้สึกว่าอยากเห็นมุมมองของยูริบ้างค่ะ เรื่องที่แล้วนี่มาทั้งสองมุมมองเลย เรื่องนี้พึ่งเห็นแค่ของวิคแกคนเดียวเอง



    ยูริโอะน่ารักมากค่ะ ///// ดูเป็นเด็กน้อยที่หวงแม่อะไรประมาณนั้น บอกว่าโตไปจะเป็นแฟนให้ ที่จริงโตไปจะเป็นพ่อเขาอยู่แล้วว555555



    แอบมีไปมโนว่า ถ้าเป็นแนวโอเมก้าเวิร์ส มันต้องมีโมเม้นต์ประมาณว่า

    วิค-ยูริโอะ ฉันท้อง..

    ยูริโอะ-ใครมันทำ! ฉันจะไปฆ่ามัน!!

    เหมือนพ่อลูกที่ลูกสาวสุดหวงโดนหนุ่มที่ไหนล่อลวงเลยค่ะ แต่แค่ติดว่าลูกสาวจะไปล่อลวงเขาก่อนเองนะ.. ฮ่าๆ...



    สารภาพว่าลืมอ่านหัวเรื่อง เลื่อนๆมาอ่านเนื้อเรื่องเลย... ก็เลย... เจอ.. อัดหน้าเข้าเต็มๆแบบไม่ทันตั้งตัวค่ะ.... *ปิดหน้า*

    อ้ากกกก อายุยังไม่เท่ายูริโอะเลย หลงมาอ่านอะไรแบบนี้ซะแล้ว แถมบางคำที่ไม่รู้อย่างcummingดันไปถามเพื่อนแล้วโดนมองกลับด้วยสายตาแปลกๆซะด้วย(สุดท้ายต้องไปถามกูเกิ้ล...) อ้ากกก ทุ่งลิลลี่สวนดอกไม้แตกสลายแล้วค่ะ ฮว้ากกก /////



    ชอบค่ะ ไรท์เขียนคู่นี้ต่อไปนะคะ //// แอร้ยย เป็นกำลังใจแล้วรออ่านอยู่ค่ะ ที่จริงอ่านตั้งแต่ตี1แล้ว แต่แบบ.. อ้ากกก ตั้งตัวไม่ทันน แงงงง



    ปล.แอบอ่านในทวิตรู้สึกว่าวิเคราะห์ออกมาคล้ายๆกันนะคะ รู้สึกว่าน่าจะมี3ข้อที่เกี่ยวกับวิคเป็นไปได้...

    1.ตาย..

    2.เลิกเล่นสเก็ต(ก็แก่แล้วนี่นะ..)

    3.เป็นโรคร้ายแรง/ประสบอุบัติเหตุ

    ใจคอไม่ดีเลยค่ะ ฮือออ
    #26
    1
    • #26-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2559 / 17:22
      ขอบคุณมากครับสำหรับคอมเม้นท์ ยาวได้ใจดี 55
      เอ่อ ถ้าคำศัพท์ตรงไหนไม่เข้าใจเม้นท์ถามได้ครับ ยินดีตอบ ตอนนี้เพื่อนคนนั้นอาจจะเงิบไปแล้วสินะ ฮา บอกไว้ก่อนเพราะฉากแบบนี้จะมีอีกนะครับ

      ผมไม่อยากคิดว่าวิคจะตายเท่าไหร่ คือมันมีความเป็นไปได้แหละ แต่ก็ไม่อยากให้อนิเมไปรูทดราม่า มันควรจะเป็นเมะแนวฟีลกู๊ดที่เหงาๆหน่อย

      ผมว่าตอนจบของวิคจะเป็นหนึ่งในสองทางนี้ครับ:
      1. ยูริเป็นแชมป์ วิคเลิกเป็นโค้ชและกลับไปเล่นสเกตต่อเพื่อมาเจอกับยูริใน GPF ปีหน้า (จำที่ยูริพูดกับตัวเองว่านี่คงจะเป็นปีสุดท้ายของยูริได้ใช่มั้ยครับ วิคอาจจะมองว่า ถ้าตัวเองลงแข่ง GPF ปีต่อไป ยูริก็จะเล่นสเกตต่อ ยูริสร้างแรงบันดาลใจให้เขาแล้ว ถึงตาเขาตอบแทนยูริบ้าง อะไรประมาณนี้)
      2. วิคเจอเรื่องระหว่างที่เป็นโค้ชให้ยูริ จะอุบัติเหตุหรืออาการป่วยก็แล้วแต่ ทำให้ไม่สามารถเล่นสเกตได้อีก จึงเป็นโค้ชให้ยูริต่อไป
      //แถม ยูริกับวิคเลิกเล่นสเกตทั้งคู่ แล้วเปิดโรงเรียนสอนสเกตในฮาเซ็ตสึ (อันนี้มโนมาก แต่อยากให้เป็นจริง)

      ^
      ทำไมไม่ว่าจะข้อไหนก็ดูเศร้าฟระ

      โมเม้นยูริโอะหวงแม่มีแน่นอนครับ 555 ผมให้ยูริโอะเป็นอัลฟ่าเพื่อที่จะให้เขาแสดงอารมณ์ออกมาได้จัดจ้านฉูดฉาดนี่แหละ

      #26-1
  11. #24 ปลา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:57
    สนุกมากเลย รออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #24
    1
    • #24-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2559 / 14:10
      ขอบคุณมากครับ :D
      #24-1
  12. #22 Marius Yo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 07:42
    ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย=[ ]=Oh f**k ช่างเป็นตอนแลดูโหดร้ายทำร้ายวิคจังๆสุด ไรท์แต่งได้ไงกันเนี่ย --- เอา alpa beta omega ไปใช้ดีกว่าเย้!!
    #22
    1
    • #22-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2559 / 07:57
      ถ้าสนใจAU สไตล์ ABO สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บนี้นะครับ > https://fanlore.org/wiki/Alpha/Beta/Omega
      หากแต่ง au นี้ต้องยอมรับว่าจะต้องมีฉาก explicit อยู่ด้วย จะโจ๋งครึ่มหรือเบาๆก็มีเสมอ ผมยังไม่เคยเห็นนิยาย au แนวนี้ที่เนื้อหาเบาเหมาะสำหรับให้เด็กๆอ่านเลย :v
      #22-1
  13. #21 ChubbyOwl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 02:00
    จริงๆในสายตาเรา วิคเมะนะคะ นางแค่สายอ่อย เมะแรดเท่านั้นเองงงงง ยูริออกจะน่าเอ็นดู น่าแกขนาดนั้น เป็นรับก็ดีออก แต่จริงๆแค่มีคนแต่งคู่นี้ออกมาก็ขอบคุณแล้วล่ะค่ะ เราอ่านได้ ฮ่าๆๆ
    วิค(ในฟิค)นางทุ่มเทจริงล่ะค่ะ แต่ยูริเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง แบบไม่รู้ถึงสเน่ห์ตัวเองก็ต้องทำใจนิดนึง ประมาณว่าไม่คิดว่าตัวเองดีพอให้คนมาชอบไรงี้ ..มั้งนะ
    รอตอนต่อไปนะคะ พยายามเข้าค่าไรท์!
    #21
    1
    • #21-1 San-Ge(จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2559 / 07:50
      ตอนที่อ่านงานคนอื่น ผมอ่านได้ทั้งยูวิค วิคยูนะครับ แต่พอมาผลิตเองกลับสนุกที่จะเขียนยูวิคมากกว่า ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นสายรีบะ+ไปทางยูวิคนิดๆนั่นแหละ แต่จริงๆคู่นี้จะไม่รู้เลยว่าใครบนใครล่างเลยจนกระทั่งได้จิ้มกัน....
      ผมเคยเห็นตัวละครที่ทำตัวน่ารัก น่าเอ็นดู น่าลูบหัวเหมือนลูกหมาแต่เป็นเมะ แบบว่า...เออ คาดไม่ถึงดีแฮะ นังวิคนี่จะเปลี่ยนลูกหมูให้เป็นเจ้าชาย แต่จากตอน4 ที่ยูริกล้าขึ้นเสียง กล้าแตะเนื้อต้องตัววิค ผมว่าน่าจะเป็นเจ้าชายอสูรซะมากกว่า 555
      ชอบที่ยูริทำหน้าคิโม่ยทุกครั้งที่วิคยั่วด้วยแหละ ส่วนหนึ่งภาพของยูริที่หน้าแดงมันไปทับซ้อนกับอนิเมที่ตลคชายหน้าตาบ้านๆ ที่ถูกสารภาพรักจากเด็กสาวสุดฮ็อตในเรื่องด้วยแหละมั้ง เลยรู้สึกว่ายูริเป็นเมะ

      ผมว่าวิคในอนิเมก็ทุ่มเทนะ :/

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะครับ ได้รับกำลังใจจากรีดเดอร์แล้วรู้สึกมีใจสู้ขึ้นมาเลย //ปาดเหงื่อ ฉาก nc เขียนยากจริมๆ
      #21-1