LOVE on ice & LIFE with you [Yuri!!! On Ice fic]

ตอนที่ 7 : Frostbite (A-B-O AU 2/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    8 พ.ย. 59



Rate: PG

Tags: AU,  mpreg (ผู้ชายท้องได้), drama, comedy



ลานสเก็ตปราสาทฮาเซ็ตสึมีขนาดเล็กกว่าที่มอสโคว์และค่อนข้างเก่า เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะรายล้อมไปด้วยต้นไม้ ภูเขา และแม่น้ำหรือเปล่า แต่มันทำขับบรรยากาศวังเวงจากตัวอาคาร แผ่ซ่านจนเขาขนลุกได้เลย ยูริลากกระเป๋าเดินทางไปยังเป้าหมายซึ่งก็คือลานสเก็ตนั้นๆ ผมสีทองถูกคลุมโดยฮู้ดปรกหน้า มือข้างที่ว่างล้วงเข้าไปในช่องกระเป๋าเสื้อ ยิ่งคิดว่าวิคเตอร์อาจจะกำลังสเกตอยู่ในนั้น ฝีเท้าก็เหมือนจะเร่งความเร็วขึ้น

แต่พอเห็นไอ้คนที่เป็นสาเหตุให้วิคเตอร์ละเลยคำสัญญาที่ให้ไว้กับเขา ยูริโอะก็ส่งแรงทั้งหมดที่มีเท่าที่เด็กอายุสิบห้าจะมีไปไว้ที่ขา และถีบหลังของยูริญี่ปุ่นจนชายที่สูงกว่ากลิ้งหลุนๆทะลุเข้าไปนอนอยู่หน้าโต๊ะประชาสัมพันธ์ของลาน ในขณะที่มันกำลังงุนงง เขาก็เหยียบหน้ามันซ้ำและบี้แรงๆ


“ ทุกอย่างเป็นเพราะแกคนเดียว คุกเข่าขอโทษเลยโว้ย!!!”

“ อะ….เอ๋!!?? ข...ขอโทษครับ!!! เอ่อ...ฉันทำอะไรผิดเหรอ?”


รองเท้าลายเสือดาวของยูริบี้ติดหน้ายูริญี่ปุ่นหนักขึ้นจนคนด้างล่างร้องโหยหวน เมื่อสาแก่ใขแล้ว ยูริก็ละเท้าขึ้น เดินเข้าไปในลานเพื่อตามหาวิคเตอร์ ได้ยินเสียงฝีเท้าจากข้างหลังก็รู้ว่ายูริญี่ปุ่นเดินตามมา ยูริกลอกตา หันหลับไปมองชายหนุ่ม หลังพิงกับเค้านเตอร์


“ วิคเตอร์สัญญากับฉันก่อนแล้วว่าจะออกแบบท่าเต้นให้ แล้วแกล่ะ?”

“ อ๊ะ? คือเรายังไม่ได้คุยเรื่องสเกตกันเลย”

ยูริหายใจเข้าลึก รู้สึกคันคะเยอที่ขาอยากจะเตะคนตรงหน้าอีกรอบ “ อะไรของแกวะเนี่ย!? แกทำให้วิคเตอร์เสียเวลานะ!!” ยิ่งเห็นคนอายุมากกว่าหงอก็ยิ่งได้ใจ ยูริย่องเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น “ เฮอะ อย่างกับไอ้หมูที่ร้องไห้ในห้องน้ำจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นเป็นอันได้งั้นแหละ”



สองยูริจ้องหน้ากันนิ่งจนคนที่สูงกว่าเม้มปาก รอยยิ้มเผยออกมา แต่เป็นยิ้มที่ยูริมั่นใจว่ากำลังดูแคลนเขาแน่นอน สันชาตญาณและเลือดอัลฟ่ากำลังเดือดปุดๆเพราะถูกเบต้าที่หาได้เกลื่อนกลาดข่ม หรืออาจจะไม่ใช่อัลฟ่าหรอก ตัวเขาตอนนี้ต่อให้เป็นเบต้าก็คงจะไม่ชอบขี้หน้ายูริญี่ปุ่นเหมือนเดิมนั่นแหละ  


เมื่อยูริเดินเข้ามาโดยมียูริญี่ปุ่นนำหน้า เขาก็ได้ยินเสียงรองเท้าสเกตครืดไปตามลานน้ำแข็ง เป็นวิคเตอร์แน่นอน เขาฟังเสียงนี้มาหลายปี บางจังหวะเฉียบคม บางท่อนนุ่มนวลเหมือนลอยอยู่บนสำลี และเมื่อได้เห็นตัว ยูริแทบจะลืมไปเลยว่ามียูริญี่ปุ่นยืนอยู่ข้างๆ เพราะสายตาจดจ้องแต่กับวิคเตอร์ตลอดเวลา และเขาคิดว่ายูริญี่ปุ่นก็มองอยู่เหมือนกัน ยูริไม่เข้าใจนักว่าอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้าสำคัญขนาดไหนสำหรับสเก็ต ยาคอบเคยเล่าให้เขาฟังว่าวิคเตอร์ต่อสู้กับแรงกดดันที่ตัวเองเป็นโอเมก้ามานาน เขาเป็นโอเมก้า แต่ก็ไม่ใช่โอเมก้า วิคเตอร์ความงามเฉพาะตัว หากโอเมก้าเปรียบเสมือนดอกไม้ที่ล่อลวงแมลงให้เข้าไปดูดน้ำหวาน วิคเตอร์ก็คือดอกไม้ที่เขมือบแมลงทั้งตัว รอบกายเต็มไปด้วยหนามแหลม


ยูริอยากเป็นแบบวิคเตอร์บ้าง ชายคนนี้คือแรงบันดาลใจของเขา จะเรียกว่าเป็นฮีโร่ก็ได้ ถึงแม้เขาจะไม่อยากยอมรับก็ตาม และการเห็นฮีโร่คนนี้ค่อยๆแตกสลาย เป็นดอกไม้เหี่ยวเฉารอวันตาย ยูริยอมรับว่าเขาใจหายและรู้สึกเปล่าเปลี่ยวบอกไม่ถูก


และชีวิตของดอกไม้ดอกนี้จะไม่จบแค่เหี่ยวเฉา มันจะถูกคนเด็ดดึงกลีบ เหยียบย่ำ เผาผลาญ ทำลายจนป่นปี้ ทั้งวิคเตอร์และยูริรู้ดีว่าช่วงเวลาที่ชื่อเสียงไม่อาจจะเป็นเกราะกำบังให้วิคเตอร์ได้อีกค่อยๆกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ สถานะของโอเมก้าไม่เคยถูกมองว่าเท่าเทียบกับเบต้าและอัลฟ่า แม้เขาจะมองวิคเตอร์อย่างเท่าเทียมก็ตาม ให้ตายเหอะ วิคเตอร์อยู่สูงกว่าจนเขาจะเอื้อมไม่ถึงด้วยซ้ำ แต่ถ้านี่คือความจริงที่สังคมเข้าใจ มันก็จะเป็นไปตามนั้น ไม่มีบิดพลิ้ว ไม่มีข้อยกเว้น

ยูริเคยเสนอตัวเองเป็นแฟนของวิคเตอร์เมื่อเขาโตขึ้น ก็ไม่เชิงว่าเป็นแฟนหรอก ประมาณพาร์ทเนอร์ที่อยู่ด้วยกันเสียมากกว่า เขาไม่เชื่อว่าทำไมคนคนหนึ่งจะเข้าตะครุบหรือมีเซ็กซ์กับชายอีกคนเพียงเพราะฮอร์โมนอัลฟ่า แต่วิคเตอร์ก็ปฏิเสธเขา วิคเตอร์ก็เป็นแบบนี้ จัดการปัญหาด้วยตนเอง เขาตัวคนเดียวเสมอ โดดเดี่ยวเหมือนสเกตลีลา


ยูริสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดและแหกปาก “ วิคเตอร์!!”

ชายร่างสูงซึ่งไถลอยู่กลางลานหันมาทางเขาและยูริญี่ปุ่น “ ไง ยูริ! แปลกใจจังนะที่ยาคอบอนุญาตให้เธอมาได้น่ะ แล้วมาที่นี่ทำไมเหรอ?”

ยูริขมวดคิ้วจนหน้าย่น ปากงอลงกัดฟันพยายามเค้นหาคำด่าที่เหมาะกับอารมณ์สุดเดือดของตัวเองตอนนี้

“ ทำหน้าแบบนั้น แปลว่าฉันต้องลืมสัญญาอะไรบางอย่างอีกแล้วใช่มะ?” วิคเตอร์พูดพร้อมใบหน้าเหลอหลา



ถ้าเซ้นส์ของยูริถูกต้อง ในที่นี้คือแม่นยำ ตรงเผง มากที่สุดเท่าที่เด็กอายุสิบห้าผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักจะแม่นได้นะ เขาคิดว่าวิคเตอร์ปิ๊งไอ้หมูเบต้านี่



นอกจากจะไม่ทำตามสัญญาของเขาซึ่งเป็นสัญญาที่เขายึดมั่นเต็มที่ ว่าถ้าหากยูริเป็นแชมป์รุ่นจูเนียร์ วิคเตอร์จะมาเป็นโค้ชให้แล้ว ยังปัดสัญญาของเขาทิ้งเพื่อมาดูแลไอ้หมูที่อนาคตจะดับมิดับแหล่นี่อีก มันตอกหน้าเขาจนหน้าชา เมื่อยูริตัดสินใจที่จะพักในโรงแรมของยูริญี่ปุ่น (สาบานได้ว่าเขาไม่ได้อยากลองลงออนเซ็น) ก็แทบช็อคเมื่อวิคเตอร์เล่นย้ายข้าวของจากคอนโดตัวเองในรัสเซียมาที่นี่ทั้งหมด กระทั่งสุนัขพุดเดิ้ลหน้าโง่ที่ดูซื่อบื้อนั่นก็มาด้วย แถมยังเกมแบทเทิลระหว่างเขากับเจ้าหมูยูริอีก ยูริไม่ต้องเป็นกูรูด้านความรักก็รู้ว่า วิคเตอร์รักเจ้านี่และพยายามเตะถ่วงไม่ให้เขาพาอีกฝ่ายกลับรัสเซีย


“ เอ๋!? นายจะพักที่นี่ด้วยเหรอ!?” เจ้าหมูยูริกล่าวอย่างตกใจ


“ ฉันไม่ยอมให้นายเก็บวิคเตอร์ไว้กับตัวคนเดียวหรอก จะอยู่ด้วย! มีปัญหา’ไรป่ะ!?”


ยูริไหล่ตก ผายมือออกข้างตัว ท่าทางยอมจำนนแต่กลับยิ้มให้เหมือนมองว่าเขาเป็นเด็ก นี่คือสีหน้าที่ทำให้เท้าของเขาระคายเคืองตงิดๆมากที่สุด “ อย่างกับว่านายจะฟังฉันงั้นแหละ”

“ ยูริลองไปออนเซ็นสิ สบายสุดๆเลยล่ะ” วิคเตอร์ชวน

“ ฉันอาบน้ำร่วมกับคนอื่นไม่ได้โว้ย!!”


อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาก็หิวท้องไส้ร้องประท้วงกันระงม ก็ไม่ได้กินเลยตั้งแต่ลงเครื่องมานี่นะ แต่อาหารบนเครื่องเทียบไม่ได้เลยกับคัตสึด้งที่นี่ ยูริมั่นใจว่าเขาไม่ได้แค่กิน เขาสูบมันลงท้องเลยล่ะ เนื้อหมูที่ปรุงเข้ากับซอสและไข่สุกพอประมาณที่ถูกเจาะ ไข่แดงละลายออก ยูริชอบเจาะเพื่อที่จะให้ไข่แดงคลุกกับข้าว เขาติดนิสัยแบบนี้ตั้งแต่ที่เด็กๆแล้ว เขาได้ยินวิคเตอร์กับยูริญี่ปุ่นคุยกันเรื่องออนเซ็นเพราะยูริไม่ยอมเข้าห้องรวม แต่เขาไม่อยากเสียเวลาเถียง จนกระทั่งพี่สาวของยูริญี่ปุ่นตั้งชื่อเขาว่ายูริโอะเท่านั้นแหละ ยูริแทบจะพ่นเม็ดข้าวในปากออกมา


“ ยูริ มาช่วยจัดห้องหน่อยซิ”


เจ้าหมูลุกขึ้นและเดินออกไป เหลือแค่วิคเตอร์ที่นั่งกะดกเบียร์และเขาที่กำลังกินอย่างตะกรุมตะกราม


“ ดีจังเลยนะ ยูริโอะ”

“ หยุดเรียกฉันด้วยชื่อนั้นนะ!”

วิคเตอร์หัวเราะ ก่อนจะดื่มเบียร์อีกอึกใหญ่ เมื่อวางแก้วลงก็เอานิ้วชี้กรีดไปตามขอบแก้วเบาๆ กิริยาแบบที่ถ้าเจ้าของแบรนด์แก้วนี้มาเห็นคงจะขอถ่ายรูปลงโฆษณา วิคเตอร์ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูแพงไปหมดมาตั้งนานแล้ว ยิ่งช่วงสมัยที่ยังพีคๆและวิคเตอร์ยังหนุ่ม เรียกได้ว่าอีกฝ่ายเหมือนจะปล่อยกลิ่นโอเมก้าแสนเย้ายวนตลอดเวลา

“ นายรักมันใช่มะ?” เขาถาม และนิ้วที่กรีดแก้วอยู่ก็หยุดชะงัก เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นและมันจึงขยับอีกครั้ง

“ ใคร?”

“ ยาคอบมั้ง? เจ้าคัตสึกิ ยูริสิวะ”

วิคเตอร์สูดลมหายใจเข้าลึก ไม่มีคำตอบยกเว้นแต่หน้าที่แดงจัด ไม่ว่าจะเพราะแอลกอฮอล์หรือเพราะเขาจี้จุดอีกฝ่ายก็ตาม “ นี่ฉันมองออกง่ายขนาดนั้นเลยรึ?”

“ คิดว่าฉันรู้จักนายมากี่ปีแล้วกันวะ” ยูริเคาะตะเกียบลงตรงขอบถ้วย วิคเตอร์กำลังจะเปิดปากตอบแต่เขารีบขัดขึ้น “ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันขี้เกียจยุ่งเรื่องของนายแล้ว ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยน ฉันจะชนะแล้วพานายกลับ ถ้าเจ้ายูริแพ้ฉัน มันก็ไม่มีอะไรคู่ควรกับนายเลย”

วิคเตอร์มองเขาด้วยแววตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาราวกับเขากำลังพูดปาฐกถาสุดซึ้งงั้นแหละ โอ้โห มาแนวนี้ แปลว่าหมอนี่เมาแล้วแน่ๆ วิคเตอร์กำลังจะฟูมฟายและ--- “ ยูริโอะ….เธอ...โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ” กอดและรัดเขาแน่นจนยูริแถมสำลักข้าว หมูที่คีบด้วยตะเกียบหล่นตกพื้น


“ ฟัค!”


“ ฉันคิดว่าจะเป็นโค้ชให้ยูริ แล้วก็ขอให้เขาแต่งงานกับฉันเป็นค่าจ้างโค้ชล่ะ!! ฉันหมายถึง เขาจีบยากมากเลยอ่ะ!! ยูริเป็นแฟนคลับฉัน แต่เขาไม่ทำอะไรฉันเลย อุตส่าห์ให้ท่าตั้งเยอะ!!”  แล้ววิคเตอร์ก็เริ่มฟูมฟายอีกครั้ง



ไอ้นี่...มันสมควรเอาเรื่องพูดนี้มาพูดกับเด็กอายุสิบห้าเหรอวะ



ยูริพยายามดันศีรษะของอีกฝ่ายที่ซุกไหล่เขาแน่น ตรงบริเวณแขนเสื้อรู้สึกได้ถึงความเปียกแฉะ “ น่ารำคาญโว้ย มันไม่สน นายก็หาคนอื่นสิวะ”


“ ไม่เอาคนอื่น”


“ นายจะมีใครก็ได้ นายก็รู้ว่ามีคนอยากได้นายมากแค่ไหน ถ้าฉันรู้ว่านายจะมาปิ๊งเจ้าคัตสึด้งนี่ รู้งี้ช่วยเชียร์เจ้าคริสตอฟอะไรนั่นตอนจีบนายยังดีซะกว่า”


“ อ้อ คริสตอฟ...เขาไม่สนฉันหรอก ฉันบอกปัดไปแล้ว”


“ เออ ด้วยขา” ยูริแขวะ คนทั่วไปอาจจะคิดว่านักกีฬาสเกตน้ำแข็งซึ่งรูปร่างบอบบาง และกีฬาซึ่งเส้นแบ่งระหว่างเพศชายและหญิงเบาบางจนแทบจะถูกกลืนหายไป แต่นักกีฬาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นนักกีฬา นักสเกตอย่างพวกเขาสามารถรัดคอคนให้ตายได้ด้วยขา ซึ่งวิคเตอร์ที่แม้จะเป็นโอเมก้าก็ยังเคยเกือบรัดคริสตอฟจนขาดใจในตอนที่คริสตอฟแล่นเข้ามาจีบวิคเตอร์ที่บาร์ ยูริยังจำได้ว่าตอนนั้นเขาหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งกับเสียงร้องโอดโอยของชายหนุ่มอัลฟ่าสัญชาติสวิส แต่ตอนนี้กลับนึกเสียใจที่ไม่เชียร์คริสตอฟให้คู่กับวิคเตอร์แทน


โชคดีที่เขาไม่ต้องฟังวิคเตอร์พร่ำเพ้อถึงความรักของตัวเองที่มีต่อยูริหมู เมื่อคัตสึด้งจานที่สองหมด หนังตาก็เริ่มหลุบต่ำ เขาควรจะไปแปรงฟันก่อนแล้วเข้านอน แต่ความเหนื่อยที่ต้องเดินทางไกลหลายพันกิโลเมตรและความล้าที่ต้องรับมือกับข้อมูลใหม่ๆของวิคเตอร์ทำให้เขาฟุบหลับไปบนโต๊ะ


ยูริญี่ปุ่นมี...เขายอมรับก็ได้….ศักยภาพและเป็นนักสเกตที่ฝีมือใช้ได้ เข้ารอบหกคนในกรังด์ปรีซ์ไฟนอลก็ไม่ใช่ไก่กาอยู่แล้ว แต่ทักษะด้านกระโดดยังด้อยกว่าเขามาก มันถึงกับเอ่ยปากให้เขาสอนซาลคาวให้เลย มันเป็นเรื่องเสียเวลาแต่ยูริไม่ได้คิดว่าจะเสียหายอะไร ว่ากันตามตรง เขาก็อยากเห็นเอรอสที่ไอ้หมูนี่จะแสดงออกมาเหมือนกัน อยากเห็นว่าอะไรในตัวมันที่เตะตาวิคเตอร์ขนาดนั้น



แต่บางครั้ง เขาก็ต้องปวดหัวกับท่าทีของทั้งคู่เหมือนกัน



“ ว--ว---วิคเตอร์!!” เขาเงยหน้าจากมือถือเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนของยูริหมูกลางลาน วิคเตอร์กระโดดกอดอีกฝ่ายจากข้างหลัง มือกอดคอยูริหนึบเป็นปลาหมึก ถ้าทั้งคู่ไม่ได้สวมรองเท้าสเกตอยู่ เขาเดาว่าวิคเตอร์ก็คงยกขามาพันยูริด้วยเหมือนกัน พอมองท่าทางของทั้งสองก็ทำเอาเดาไม่ถูกเลยว่าใครเป็นโอเมก้า


“ ยูริ กระโดดลูปเลย!”

“ ก็เลิกกอดผมสิครับ!!”

“ ไม่ๆๆ เธอต้องโดดทั้งๆที่ฉันยังอยู่ท่านี้ อยู่ข้างหลังเธอ นี่แหละเคล็ดลับ”

“ เคล็ดอะไรกันครับเนี่ย!?”

แล้ววิคเตอร์ก็พ่นลมหายใจใส่หูของยูริหมูที่สะดุ้งจนร้องเสียงหลง แถมหน้าแดงราวกับเอาน้ำมะเขือเทศมาราดใส่


ยูริจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย เขาเครียดแทบตายแต่ทั้งสองคนนี่ทำตัวยังกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ถ้าจะติดหนึบกันขนาดนั้นก็เข้าห้องกันเลยมั้ย


แก๊ง!!


เด็กหนุ่มกระแทกรองเท้าเข้ากับพื้นจนเกิดเสียงดังก้อง ทั้งสองหันมาหรืออย่างน้อยยูริหมูก็หัน ส่วนวิคเตอร์คลอเคล้าคลอเคลียยูริหมูอยู่อย่างไม่สนใจเขา


เขาแปลกใจไม่น้อยที่วิคเตอร์จะทำสีหน้าแบบนั้นออกมาได้ เขาแทบไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทำระหว่างที่อยู่รัสเซียด้วยกันเลย วิคเตอร์ในรัสเซียคือราชาน้ำแข็งเยือกเย็น โดดเดี่ยว แข็งแกร่ง เป็นราชาผู้ซึ่งมีปราการน้ำแข็งรายล้อม ยากที่จะให้ผู้ใดเจาะเข้าไปได้ ราชาที่ว่านี้ กำลังเผยรอยยิ้มจนปากเป็นรูปหัวใจ ยิ้มแป้นแล้น ทำท่าทางราวกับเป็นเด็กต่อหน้าไพร่พลคนธรรมดาอย่างเจ้าหมู ยูริเริ่มสับสนแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นวิคเตอร์ตัวจริง ตอนนี้หรือตอนอยู่รัสเซีย


คล้อยหลังวิคเตอร์ซึ่งกลับบ้านไปก่อน ยูริทั้งสองก็ยังคงซ้อมอยู่ เขากำลังสอนให้ยูริหมูกระโดดซาลคาวให้ได้ บาลานซ์ของหมอนี่ไม่ดีเอาซะเลย หากมองเผินๆยูริหมูดูเป็นคนฐานใหญ่ออกไปทางเจ้าเนื้อ ไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามก็จริงแต่น่าจะตัวหนัก ผิดกับวิคเตอร์ซึ่งสูงกว่าแต่เป็นคนผอมเพรียว

“ ไม่ใช่แบบนั้นโว้ย!! ลงน้ำหนักไปทางขาสิขา!! แล้วตัวแกก็โคตรเอียงเลยตอนกำลังจะลงน่ะ!!”

ยูริหมูค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นน้ำแข็ง เช็ดเหงื่อที่ไหลอยู่รอบใบหน้า “ ขอโทษ ขอ...ลองอีกครั้งนะ”

“ ให้ตายสิ ทำไมวิคเตอร์ถึงสนใจในตัวแกกันนะ?” ถึงจะเป็นคำพูดบ่นพึมพำกับตัวเองแต่ก็ทำให้ยูริหมูชะงัก ดวงตาสีดำออกน้ำตาลจ้องเขม็งมาที่เขา

“ วิคเตอร์...สนใจฉันเหรอ?”

“ หา?” ยูริถึงกับขยี้หัวอย่างอารมณ์เสีย “ แกบื้อหรือทึ่มกันวะ?! ถ้าไม่สนวิคเตอร์จะถ่อมาถึงที่นี่มั้ย!!??”

“ ตอนที่นายบอกว่าวิคเตอร์มาที่นี่เพราะต้องการแรงบันดาลใจ ฉันคิดว่าเขาทำเพื่อตัวเองซะมากกว่า”



โอ้…...โอ้ว…..


หมอนี่ไม่รู้ว่าวิคเตอร์ชอบมันรึ?



ยูริสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมมองคู่แข่ง ยกมือกอดอก ขาสองข้างไขว้กัน หยั่งเชิงอีกฝ่ายราวกับกำลังวัดน้ำหนักของเนื้อหมูบนตาชั่ง ถ้าเขาบอกว่าวิคเตอร์ชอบยูริ มันอาจจะมีใจสู้ขึ้นมาบ้างก็ได้ แต่เรื่องอะไรเขาจะบอกในสิ่งที่แม้แต่ตัววิคเตอร์เองก็ปิดบังเต็มที่

ก็บื้อสมกับที่เป็นเบต้าดี


“ อย่าเชื่อในสิ่งที่ฉันบอกมากเกินไปสิ” ยูริกล่าว “ ยังไงฉันก็เป็นศัตรูกับนาย และวิคเตอร์...” วิคเตอร์เปลี่ยนไป ไม่ใช่คนเดิมที่หมกมุ่นอยู่กับการเอนเตอร์เทนผู้ชม เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าวิคเตอร์มาที่นี่เพื่อหาแค่แรงบันดาลใจจริงหรือมีจุดประสงค์อื่นกันแน่ “ วิคเตอร์ก็เป็นวิคเตอร์ หมอนั่นผีเข้าผีออกเปลี่ยนใจบ่อยอยู่แล้ว”

“ อืม” ยูริเงียบไปพักหนึ่ง ก้มหน้า ก่อนจะเงยขึ้น แววตาและสีหน้าดูมีสีสันกว่าเดิม “ ขอบใจนะ ยูริโอะ”

“ ยูริโว้ย!! แล้วจะขอบใจฉันทำไม!?”

“ ก็...นายช่วยให้กำลังใจฉันตอนนี้นี่”

“ แกนี่เหมือนเดิมเลยจริงๆ ไม่ได้เจอกันเป็นปีก็ยังขี้ขลาดเหมือนเดิม” เขาล่ะเกลียดท่าทีแหยๆของมันเหลือเกิน ทั้งที่มันก็มีฝีมือใช้ได้แท้ๆ ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับดูถูกคู่ต่อสู้ไปด้วย  เขาเตะน้ำแข็ง และไถลออกห่าง กระโดดซาลคาวให้ยูริหมูดู ได้ยินเสียงร้อง ‘ว้าว’ ของมัน เมื่อแลนดิ้งได้อย่างสวยงามไร้ที่ติเช่นทุกทีก็มองอีกฝ่าย


“ นายรู้สึกยังไงกับวิคเตอร์”

“ หา? ดะ--เดี๋ยว ทำไมถามตอนนี้?”

“ เผื่อนายจะฉลาดขึ้นนะ หมอนั่นเป็นโอเมก้า ซึ่งเป็นแชมป์กรังด์ปรีซ์ห้าสมัย วิคเตอร์ตามหานาย สอนนาย ช่วยเหลือนาย พยายามสนิทกับนาย และใบ้ให้ด้วยก็ได้ว่ามันไม่เคยทำแบบนั้นกับใครเท่าที่ฉันรู้จักมันมา พอจะเก็ทรึยังว่าหมอนั่นรู้สึกยังไงกับนาย?”



ยูริเหงื่อตกและมองเขาราวกับเป็นอาจารย์ประจำชั้นที่เรียกให้มันลุกขึ้นตอบคำถามหน้าห้องเรียน “ เขาเป็น...พระเจ้า เป็นไอดอลสำหรับฉัน ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น”



Gosh... เขาฆ่ามันตอนนี้ได้มั้ย?



พอเขาเอาคำตอบของยูริหมูไปบอกวิคเตอร์ ฝ่ายหลังก็ทำท่าไม่ยินดียินร้ายอะไร นอกจากขอบคุณเขา ยูริคิดว่าวิคเตอร์จะฟูมฟายร้องห่มร้องไห้ที่ได้คำตอบแบบนี้จากยูริหมูซะอีก ถึงรอยยิ้มจะเจื่อนลงไปบ้างก็ตาม ราวกับรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ไม่เข้าใจพวกผู้ใหญ่เลยสักนิด นี่เขาต้องโตไปแล้วมีความรู้สึกซับซ้อนแบบนี้รึเนี่ย


“ เราอยู่ด้วยกันแค่อาทิตย์เดียวเอง ยูริโอะ”

“ ยูริโว้ย!!”

“ ยูริโอะะะะ”

เขากลอกตาแรงๆกับท่าทียียวนของวิคเตอร์และรอยยิ้มสดใส “ แล้วไง นายจะรออีกเดือน อีกปีรึไง? รอตลอดไปเลยมั้ย? แล้วสเกตล่ะ? จะไม่ลงแข่งแล้วใช่มั้ย?”

วิคเตอร์ไม่ตอบนอกจากหยิบเสื้อโค้ทตัวหนามาสวมพร้อมผ้าพันคอ “ ฉันออกไปข้างนอกก่อนนะ เธอก็อย่าลืมไปน้ำตกล่ะ”




มารู้ภายหลังว่าหมอนั่นดื่มจนเมายันเช้าจากยูริหมู และเขาก็รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก จึงต้องคะยั้นคะยอให้พาเขาไปหาวิคเตอร์ที่ร้านอาหารด้วย หมอนั่นเคยจำบ้างมั้ยว่าตัวเองเป็นโอเมก้า ไปเที่ยวคนเดียวตอนกลางคืนในต่างประเทศได้ยังไง


วิคเตอร์เมาเพราะเรื่องที่เขาบอกหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งโกรธยูริหมูมากขึ้น เพราะมัน...วิคเตอร์ถึงได้กลายเป็นแบบนี้ เป็นโอเมก้าคลั่งรัก เป็นไอ้ขี้เมา มันทำให้วิคเตอร์ลดตัวเองลงเรื่อยๆ ทำไมวิคเตอร์ถึงได้รักผู้ชายแบบนี้ คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง หมอนี่ก็แค่จุดเล็กๆบนโลกที่มีประชากรเจ็ดพันล้านคน เจ็ดพันล้านจุดเท่านั้น ยูริต้องชนะมันให้ได้และพาวิคเตอร์กลับ เขาไม่สนว่าวิคเตอร์จะหยุดรักยูริหมูได้หรือไม่ถ้ากลับรัสเซีย แต่ในเวลานี้ เขาคิดว่าวิคเตอร์คงจะมองอะไรๆได้กว้างขึ้นถ้าอยู่ห่างจากยูริหมู ตอนนี้เหมือนกับวิคเตอร์เอาชีวิตตัวเองทั้งชีวิตไปผูกกับเจ้ายูริหมูซะแล้ว และเขาต้องแก้ปมนั้น


“ ยูริโอะคุง เชือกรองเท้าคลายแน่ะ” นิชิโกริ ยูโกะทักเขาซึ่งกำลังเหม่อถือขวดน้ำคาปากอยู่ เขามองลงไปก็เห็นว่าเชือกคลายออกข้างหนึ่ง จึงกำลังยกขาขึ้น “ อ๊ะ ไม่เป็นไร ฉันมัดให้เอง เธอดื่มน้ำไปเถอะ” ว่าแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็ก้มลงมัดเชือกให้ ยูริมองเส้นผมสีน้ำตาลยาวที่ถูกรวบม้วนเป็นก้อน ขวดน้ำยังคาในปากอยู่ ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้เขาไม่อยากกลับรัสเซีย ก็คงจะเป็นเธอคนนี้ ยูโกะมอบความช่วงเวลาที่เขาเคยขาดไปตั้งแต่เล็ก เหมือนเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ



“ ยูริโอะหน้าแดงล่ะ!” หนึ่งในแฝดสามแผดเสียง นั่นทำให้ยูริสะดุ้งเหมือนถูกจับได้ที่ทำความผิด

“ หนวกหู!! ยัยแอคเซล!!”

“ เขินหม่าม๊าล่ะสิ!!”

“ หนูไม่ใช่แอคเซลนะ ลูปต่างหาก”

แฝดสามล้อมหน้าหลังเขาและพยายามถ่ายรูป ซึ่งยูริก็แก้เขินด้วยการฉวยมือถือทั้งสามเครื่องออกจากมือเด็ก



“ เธอน่ะ แอคเซลชัดๆ”

“ ป่าวน้า”

ยูริหัวเราะดังหึ ก่อนจะจิ้มเข้าที่กลางศีรษะของเด็กแต่ละคน “ ยัยนี่คือลูป เธอคือแอคเซล และเธอคือลัตซ์”

เด็กน้อยทั้งสามทำปากจู๋อย่างเซ็งๆ

“ ยูริโอะคุงนี่เก่งจังเลยนะ แยกเด็กๆออกด้วย ยูริยังแยกไม่ออกเลย”



พวกเด็กๆซุกซนแต่ก็ช่วยให้บรรยากาศการซ้อมผ่อนคลาย ยูริปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าไม่ชอบช่วงเวลานี้ แฝดสามอายุห่างกว่าเขาเกือบสิบๆปีแต่กลับสนิทกับเขาที่สุดพอๆกับยูโกะ เขาไม่มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่สนิทกับเด็กๆที่สุด และไม่อยากห่างจากครอบครัวนี้


วิคเตอร์เอง ถ้าต้องแยกจากยูริ ก็คงรู้สึกแบบเดียวกับเขาตอนนี้เหมือนกันสินะ


แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะยอมอ่อนข้อแล้วแพ้ไปง่ายๆ เขาก็มีความฝันเหมือนกัน มีความจำเป็นที่จะต้องได้ตัววิคเตอร์กลับไป นี่คือการต่อสู้ของเขาและยูริ เขาจะต้องเป็นแชมป์กรังด์ปรีซ์ก่อนที่ร่างกายจะโตไปมากกว่านี้ ตอนนี้เขาได้เปรียบอีกฝ่ายอยู่ ต้องชนะแน่


ยูริมองสีหน้าของวิคเตอร์ซึ่งกำลังมองยูริหมูบนลาน ลีลาเอรอสของยูริหมูนั้นมีข้อติเพียบ ทั้งแกว่งแขนเยอะไป กางขากว้างไป แถมยังโดดซาลคาวพลาดอีกต่างหาก


อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกได้…


ว่านี่คือโจทย์ที่วิคเตอร์ต้องการให้แก้ และเขาทำไม่ได้ ในขณะที่ยูริหมูสอบผ่าน เขาสนใจแต่เทคนิคจึงละเลยอารมณ์ของตัวเอง และถ้าไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวเองและแสดงออกในรูปแบบของสเกต ก็จะไม่สามารถดึงอารมณ์ผู้ชม เขาคือแจกันสวยงามฝังเพชรเลื่อมทองที่ไม่ได้มีดอกไม้ประดับ แต่ยูริหมูอาจจะเป็นเพียงแจกันดินเผาบ้านๆแต่เต็มไปด้วยกุหลาบแดง วิคเตอร์อาจจะเคยเห็นแจกันที่สวยงามมาแล้วหลายใบ แต่เพิ่งเคยเห็นดอกกุหลาบที่สดใหม่พาให้หัวใจชื่นบานเป็นครั้งแรก


ยูริเดินออกจากลาน กลับไปที่ออนเซ็น มาริทักเขาแต่เขาไม่ได้ตอบกลับ  เก็บของทุกชิ้นให้เร็วที่สุดและเดินออกมา แปลกใจที่ยูโกะรอเขาอยู่

“ อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ แค่จะกลับไปเพื่อที่จะเตรียมตัวขยี้ยูริในสนามให้ได้เท่านั้น”

ยูโกะยิ้มร่า เธอยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา และยูริจะไม่ยอมให้ความเชื่อมั่นนี้สูญเปล่าแน่

“ ไปล่ะ ดาสวิดาเนีย”


ฉันรู้แล้ว ว่าตัวเองขาดอะไรไป


ขอบคุณมาก วิคเตอร์ สำหรับบทเรียนสุดท้าย



---------------------------



แสงไฟจากเพดานหลายร้อยดวงรวมกับแฟลชกล้องทำให้เขาตาพร่า เสียงปรบมือและโห่ร้องเชียร์เขาก็ทำให้ไม่ได้ยินอะไร ยูริหอบแฮ่กอยู่กลางลาน เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเต้นแบบไหน กำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้ตัวว่าเพลงจบเมื่อไหร่ ที่จำได้มีเพียงแค่เขาต้องเป็นหญิงสาวที่สวยงามที่สุดในเมือง ไม่ใช่เต้นเป็นผู้หญิง แต่เขาเป็นผู้หญิงจริงๆ เขาที่กำลังขอความรักจากวิคเตอร์ ไม่ได้มีผู้ชม ไม่ได้มีใครอื่นอยู่ในความคิดของเขาเลยนอกจากวิคเตอร์เท่านั้น เมื่อรู้ว่าวิคเตอร์มองอยู่ ยูริก็กลับมั่นใจและรู้สึกมีพลังขึ้นอย่างน่าประหลาด เขากลัวการถูกมองมาตลอด แต่ตอนนี้..เวลานี้..


“ ยูริ!”


วิคเตอร์อ้าแขนกว้าง ยิ้ม และเรียกชื่อเขา เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ วิคเตอร์ก็รีบดึงตัวเขาเข้าไปกอดทันที


“ นั่นเป็นคัตสึด้งที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลยล่ะ” เขายังไม่หายเหนื่อย ดังนั้นหัวใจจึงเต้นเร็วกว่าปกติ ใช่ ใจเขาเต้นเร็วเพราะเหนื่อยเท่านั้น ไม่ใช่เพราะวิคเตอร์กอดเขาเลยสักนิด “ แต่ว่า ขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ย?”


เขาสะดุ้ง หัวใจที่เต้นเร็วกลับช้าลงจนเกือบจะหยุดเต้น “ ค--ครับ?”


หลังจากนั้นเขาก็โดนสวดเรื่องท่ากระโดดซาลคาวยับป่นปี้จนล้มพับคาลานน้ำแข็ง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่วิคเตอร์ปลุกเขา ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดนั้นอยู่ใกล้มาเสียจนเขาไม่กล้าขยับตัว หากขยับสักนิดล่ะก็ปากต้องชนกันแน่ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำสีหน้าแบบไหนถึงทำให้วิคเตอร์ขำออกมาเล็กน้อย


“ เธอน่ะสวยที่สุดเลยนะวันนี้” วิคเตอร์หยุดพูดไปชั่วขณะ “ อืม ไม่สิ เธอสวยรองจากฉันต่างหาก”


เขาหัวเราะแหะๆ “ ครับๆ คุณสวยทุกวันอยู่แล้ว” ยูริยืนขึ้น ขายังสั่นไม่หายจากการเต้น ถ้าทำได้ เขาอยากจะกลับลงลานไปสเกตอีกหลายสิบครั้ง ราวกับว่าเขาถูกชุบชีวิตขึ้นอีก เลือดที่เย็นยะเยือกจับตัวแข็งเป็นลิ่มเริ่มอุ่น ไฟในร่างกายโหมกระหน่ำจนร้อน อยาจะสเกตอีก อยากจะชนะอีก “ วิคเตอร์”


ไม่มีเสียงตอบรับ “ วิคเตอร์ครับ?”


วิคเตอร์โอบกอดเขา แขนทั้งสองข้างเกี่ยวท้ายทอย ใบหน้าซบลงที่คอ “ เธอทำดีมาก Brilliant ยูริ”


เสียงของโฆษกเรียกให้ยูริขึ้นเวทีที่ถูกจัดกลางลานเพื่อรับถ้วยรางวัล ซึ่งเป็นถ้วยรูปทรงการ์ตูนน่ารักๆที่วิคเตอร์ดีไซน์อย่างตั้งใจจริงจัง ยูริขยับตัวขยุกขยิกเป็นสัญญาณให้วิคเตอร์ช่วยปล่อยเขา ซึ่งวิคเตอร์ก็ทำตาม ยูริคิดว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็แค่ส่งยิ้มให้



จากวันนั้นเป็นต้นมา เขารู้สึกมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปในตัววิคเตอร์ หรือจะเป็นการกระทำก็ไม่แน่ใจ เขาดู…..เข้มงวดกับยูริมากขึ้น หวังในตัวเขามากขึ้นหรืออะไรประมาณนั้น ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกแย่ เหนื่อย หรืออยากบ่นอะไร แต่มันหนักอึ้งจนเขาแทบแบกรับไม่ไหว ไอ้การตั้งความหวังเขาจนสูงลิบเท่าภูเขาฟูจินี่มันอะไรกัน

“ รู้มั้ย ทำไมฉันถึงมาหาเธอ? วิคเตอร์ถาม และมันก็เป็นคำถามที่เขาสงสัยมาตลอดเหมือนกัน ชายหนุ่มตรงหน้าจับมือเขาและดึงขึ้น “ เวลาสเกต ร่างกายของเธอรวมเป็นหนึ่งกับเสียงเพลง ฉันเห็นศักยภาพของเธอและจะดึงมันออกมาให้ได้”



เขาไม่ทันคิดในตอนนั้นเพราะวิคเตอร์เปลือยคุกเข้าต่อหน้า ยูริโตมาในออนเซ็น วิวทิวทัศน์ร่างเปลือยของผู้ชายน่ะเห็นบ่อยอยู่แล้ว แต่ถ้าคนตรงหน้าทำท่าทางยั่วยวนชวนแตะต้องแบบนี้ เขาก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน หลังจากนั้นหลายวันเลยทีเดียว ที่ยูริขบคิดและนึกสงสัยในเหตุผลของวิคเตอร์


มันต่างจากที่ยูริโอะบอก

ยูริโอะบอกว่าวิคเตอร์มาหาเขาเพราะต้องการแรงบันดาลใจ ไม่สิ ยูริโอะไม่ได้พูดแบบนั้น ไม่ได้บอกว่าการที่วิคเตอร์มาเกี่ยวกับยูริสักนิด เขาทึกทักไปเองต่างหาก


ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่วิคเตอร์พูดคือเหตุผลที่แท้จริงงั้นรึ? จะเป็นไปได้แค่ไหนกันเชียวที่ชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดของโลกจะเห็นเม็ดฝุ่นเช่นเขาแล้วยื่นมือมากอบกุม ดึงเขาขึ้นมา โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่วิคเตอร์ยังไม่ได้บอกเขา แต่เขาคือใครล่ะวิคเตอร์ถึงสมควรบอก? ถ้าเป็นคนอื่นคงจะดีใจสุดฤทธิ์ที่วิคเตอร์ช่วย แต่สำหรับยูริ เขาซึ่งไม่ชินกับการถูกคาดหวัง การถูกปฏิบัติราวกับตัวเองมีค่า ทำให้ยูริรู้สึกกลัว…


ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้วิคเตอร์มองเขา ไม่รู้ว่าจะรักษาช่วงเวลานี้ไว้ได้นานแค่ไหน วิคเตอร์ไม่มีทางอยู่กับเขาไปตลอดหรอก ถึงอย่างนั้นเขาก็---เดี๋ยว เมื่อกี้เขาคิดอยากให้วิคเตอร์อยู่กับเขาไปตลอดงั้นรึ?

“ แล้วเธออยากให้ฉันเป็นอะไรสำหรับเธอเหรอ?” วิคเตอร์ถาม ขณะที่ทั้งคู่ฟังเสียงนกนางนวลและเสียงเรือยนต์แล่นผ่านมหาสมุทร “ ผู้ปกครองมั้ย? พี่ชาย? เพื่อน?”

ยูริสูดลมหายใจเอากลิ่นน้ำเข้าไป นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ออกมานั่งเล่นแบบนี้โดยไม่มีเรื่องสเกตอยู่ในหัว มันโล่งสบายเหมือนยกความหนักอึ้งออกจากไหล่

“ งั้นก็ต้องเป็นแฟนสินะ ฉันจะพยายามให้สุดความสามารถละกัน”


เขาสะดุ้งโหยงจนทั้งวิคเตอร์และมัคคาชินมองตาม ก่อนจะโบกมือเป็นพัลวัน หน้าแดงจนควันจะออกหูเหมือนกับหวูดรถไฟ “ ไม่ ไม่ ไม่ ครับ ผะ….ผมอยากให้วิคเตอร์เป็นวิคเตอร์! ผมชอบที่คุณเป็นแบบนี้!! ผม...เอ่อ..ที่ผมหนีหน้าคุณเพราะไม่อยากให้คุณเห็นผมตอนอ่อนแอ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก วิคเตอร์”


เขาตั้งใจจะปลอบและบอกอีกฝ่ายว่าไม่ได้ทำอะไรผิด หวังว่าจะทำให้วิคเตอร์สบายใจขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับก้มหน้า ถึงจะอยู่ด้วยกันมาหลายเดือน เขากลับไม่เคยรู้เลยว่าวิคเตอร์คิดอะไรอยู่ ถ้าเขาเป็นอัลฟ่า อาจจะรับรู้ถึงอารมณ์และกลิ่นตัวของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปก็ได้ แต่เขาไม่รู้อะไรเลย อยากจะถามออกไปตรงๆแต่ก็กลัวคำตอบ เขากลัวไปหมดนั่นแหละ ไม่เคยที่จะกล้ายื่นมือหรือแสดงความเป็นเจ้าของกับใคร

“ ผมจะเก่งขึ้นให้ได้ครับ เพื่อชดเชยความอ่อนหัดทุกอย่าง”

อย่างน้อย นั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่เขาจะทำเพื่อวิคเตอร์ได้


วิคเตอร์มี….เวทมนตร์ เขาไม่ได้เมาคัตสึด้งจนละเมอเพ้อพกหรอก เขาไม่เคยเชื่อเรื่องเวทมนตร์หรือสิ่งเหลือเชื่อเร้นลับ แต่วิคเตอร์เหมือนอยู่คนละโลกกับเขา ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายสิบปีที่ได้เห็นอีกฝ่ายครั้งแรกในโทรทัศน์ พอมาเห็นตัวจริงแบบนี้ วิคเตอร์ดูไม่แก่ลงจากภาพในโปสเตอร์เลย


นอกจากรูปลักษณ์ภายนอก พลังของวิคเตอร์ที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ วิคเตอร์สามารถทำลายกรงที่ยูริขังตัวเองมาตลอดได้ กรงที่แม้แต่ครอบครัวและเพื่อนที่อยู่ใกล้กันมาตลอดชีวิตหรือแม้แต่ตัวเขาเองก็ทำไม่ได้ เขาไม่กล้าติดต่อไปหาพิชิตหรือเด็กผู้หญิงที่แต่งเพลงให้เมื่อปีที่แล้ว ไม่กล้าแม้แต่จะโทรหาโค้ชเก่าด้วยซ้ำ แต่วิคเตอร์ทุบกำแพงที่เขาสร้างเสียจนย่อยยับ และดึงเขาเพื่อออกจากกรอบสี่เหลี่ยมที่อัดบีบจนหายใจไม่ออก คนในครอบครัวและเพื่อนๆคอยสนับสนุนเขาอยู่ข้างหลัง เมื่อไหร่ที่เขาล้ม พ่ายแพ้ซมซาน พวกเขาจะยืนรอปลอบใจเขา จริงอยู่ว่ายูริรักและขอบคุณพวกเขาจากใจจริง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ยูริต้องการคนที่คอยอยู่ เคียงข้าง ไม่ได้อยู่ข้างหน้าหรือข้างหลัง แต่เป็นเคียงข้าง



สเกตของเขาเคยเป็นเพียงวิญญาณ ล่องลอยไร้ตัวตน ว่างเปล่า กลวงโบ๋ จมดิ่งลึกอยู่กับความเงียบไร้ทางเยียวยา ตอนนี้มันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็มีชีวิต มีแขนขา สเกตของเขาไม่ใช่วิญญาณอีกต่อไป มันเริ่มมีตัวตน มีน้ำหนัก ส่วนสูง ใบหน้า เส้นผม มันเริ่มรู้จักความสุข ความเจ็บปวด ความเหงา และวิคเตอร์เป็นคนปั้นมันขึ้นมา วิคเตอร์เป็น...พระเจ้า...ผู้สรรค์สร้างชีวิตให้แก่สเกตของเขา


วิคเตอร์คือพระเจ้าสำหรับเขา

แค่นั้นจริงรึ?



หลังจากชนะการแข่งรอบคัดเลือกทั่วประเทศญี่ปุ่น ยูริได้รับชัยชนะและต้องกล่าวอภิปรายถึงหัวข้อในการสเกตของเขาปีนี้ มือกระชับเนกไทสีฟ้ามอซอให้เข้าที่ มันยับเล็กน้อยเพราะเขาเก็บมันไว้ในซอกในสุดของลิ้นชัก ครั้งสุดท้ายที่ใส่คือวันที่เรียนจบจากดีทรอยต์ แล้วก็ถูกเก็บหมกไว้โดยที่ยังไม่ได้ซักจนกระทั่งเพิ่งมาทำความสะอาดเมื่อเช้านี้ หากการสเกตเป็นเหมือนการเดินเข้าสู่สนามรบ การต้องอยู่ต่อหน้าสื่อโทรทัศน์และนักข่าวหลายสิบคนก็คือการเดินเข้าลานประหาร ต่อสู้ไม่ได้ ขัดขืนไม่ได้ มีแต่ต้องเดินหน้า ถ้าก้าวพลาดเพียงประโยคเดียว คำพูดของเราจะติดอยู่ในประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล


ถึงจะได้รับคำแนะนำจากวิคเตอร์มาแล้วแต่ก็ยังกระดากที่จะพูดอยู่ดี

ไม่ใช่อายที่จะพูดในสิ่งที่วิคเตอร์บอก

แต่อายที่เขาอยากจะพูดมากกว่า สิ่งที่วิคเตอร์บอก


“ ธีมของเธอคือความรัก ซึ่งเป็นอารมณ์….ใช้คำว่าอารมณ์นะ...มันโรแมนติกกว่า ที่เธอประสบพบเจอตอนที่ในช่วงชีวิตแห่งการเล่นสเกตของเธอ สเกตคือจิตวิญญาณ คือสปิริตของเธอ และมันเผชิญ--”


“ วิคเตอร์” เขาเรียกชื่อคนตรงหน้า วิคเตอร์ยืนส่งเขาเพื่อที่จะออกจากบ้าน  มัคคาชินนั่งอยู่ข้างๆ หางกระดิก ข้างนอกท้องฟ้ามืดครึ้ม ยูริกลืนน้ำลายและตัดสินใจบอก “ ดูผมให้ได้นะ”

“ แน่นอน” วิคเตอร์ตกปากรับคำทันที

“ สัญญานะครับ?”

“ สัญญาสิ ฉันจะมองเธอเสมอ”


มันคือคำมั่นในช่วงเวลาก่อนที่ยูริจะเต้นเอรอส เขาไม่เคยใจเต้นแรงขนาดนี้เมื่อได้รับรู้ว่าวิคเตอร์ยังคงจำมันเสมอ เมื่อรู้ว่ามีใครสักคนในคิวชู ที่ฮาเซ็ตสึ ออนเซ็นยูโธเปีย ในห้องนั่งเล่นโต๊ะอาหารตรงกลางค่อนไปทางซ้าย สวมยูคาตะสีเขียวแก่กอดสุนัขพุดเดิ้ล คนคนนั้นกำลังตั้งตารอที่จะเห็นเขา มือก็คว้าไมค์กำแน่นมั่นคง เปล่งเสียงออกมาชัดเจน


“ หัวข้อสเกตของผมปีนี้คือ ความรักครับ สำหรับผม ความรักคือสิ่งแปลกใหม่ แต่ผมก็ได้รับรู้ว่าความรักนั้นมีอยู่รอบตัวผมเสมอ ความรู้สึกรักของผม ไม่ใช่ความรักโรแมนติก แต่มันอธิบายยากกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกอยากจะผูกพันยึดมั่นกับใครสักคน และคนคนนั้นก็คือวิคเตอร์ ผมไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไร แต่ผมตัดสินใจที่จะเรียกมันว่าความรักครับ!!”


ณ จุดจุดนี้ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกไป นักข่าว โฆษก รวมไปถึงผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเงียบกริบ สายตานับสิบมองเขา แต่เขาไม่กลัวอีกแล้ว เขาเลยจุดที่จะวิ่งหนีได้แล้ว


“ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าความรักคืออะไร และผมจะแสดงมันออกมาให้เต็มที่เพื่อคว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์ครับ!!!”



เมื่อจบรายการ ขาเขาก็อ่อนปวกเปียกเหมือนกระดูกละลาย เขาคิดว่าจะค้างคืนที่โตเกียวดีมั้ย แต่เมื่อมองเวลาในมือถือก็พบว่าเป็นเวลาแค่สี่โมง ถ้ารีบขึ้นรถไฟก็จะถึงคิวชูราวสองทุ่ม น่าจะยังไม่ดึกมาก และคนที่บ้านคงอยากพบยูริเร็วๆ


แต่คาดไม่ถึงเลยว่าฝนจะยังตกหนักอยู่

เมื่อถึงบ้าน ยูริวิ่งผ่านห้องของวิคเตอร์ไปด้วยความเร็ว เนื้อตัวเฉอะแฉะเพราะเพิ่งฝ่าฝนมา เขาปิดประตู ถอดชุดสูทออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวขุ่นเปียกแนบเนื้อ ยูริจามแรงๆสองที ได้ยินเสียงประตูเปิดก็หันไป วิคเตอร์ยืนพิงขอบประตูในขณะที่มัคคาชินเดินมาหาเขา นิ้วชี้เรียวสวยแตะที่ปากเป็นท่าประจำของโอเมก้าหนุ่มคนนี้


“ เธอดูดีมากเลยในชุดนี้ ยกเว้นเนกไท”


ยูริเหงื่อตกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเสื้อเชิ้ตตัวเองเปียกจนเห็นข้างใน ถึงจะชินกับนิสัยขี้เล่นของอีกฝ่ายแต่ก็ทำหรือพูดอะไรไม่ทันตั้งตัวเขาก็เขวเหมือนกัน “ ก..กลับมาแล้วครับ”

วิคเตอร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาเคยสอนให้พูดว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน’ เมื่อนานมาแล้ว แต่ก็คงไม่ยอมพูดอยู่ดี ร่างเพรียวสูงเดินมานั่งบนเตียงของเขาและไขว่ห้าง “ เธอพูดได้ดีมาก”

“ คุณฟังออกทั้งหมดเลยรึ?”

“ บางคำน่ะ ได้มินาโกะช่วยแปลให้ซะส่วนใหญ่”


ยูริพยายามกระตุกเนกไทให้ออกจากคอแต่ก็ไม่หลุดเสียที วิคเตอร์จึงลุกขึ้นจากเตียงมานั่งคุกเข่าข้างๆเขา ยื่นมือแตะคอเขาเบาๆ “ ฉันทำให้” ยูริกลั้นหายใจและปล่อยมือออกจากเนกไทตัวเอง ก่อนจะปล่อยให้วิคเตอร์จัดการคลายเนกไทออกจากคอ เขาเงยหน้าขึ้นแต่ก็ยังแอบหลือบมองคนที่ก้มต่ำ ขนตาสีเงินเรียวยาวสวยเป็นสีเดียวกับคิ้ว เส้นผมสีเงินนุ่มน่าลูบ อีกทั้งยังกลิ่นหอมจากกายของอีกฝ่าย ยูริมั่นใจว่านี่คือกลิ่นสบู่ที่จำหน่ายในออนเซ็น พอคิดว่าวิคเตอร์ใช้สบู่ของบ้านเขาก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้


วิคเตอร์เงยหน้าขึ้นเมื่อคลายเนกไทเสร็จแล้ว ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงกี่นิ้ว ไม่รู้ว่าจงใจหรือเปล่าแต่เขาคิดว่าอย่างวิคเตอร์อาจจะจงใจก็ได้ที่สวมยูคาตะหลวกโพรกหมิ่นเหม่ขนาดที่ชายเสื้อจะหลุดออกจากไหล่อยู่แล้ว สาบานได้เลยว่าเขาไม่ได้กลืนน้ำลาย


“ เผาเนกไทนี้ทิ้งดีกว่า”


“ ค---ครับ?” วิคเตอร์ผู้เชี่ยวชาญสกิลทำลายบรรยากาศรอบข้างจากสดใสให้เป็นมืดมัวได้โดยพลัน


“ เราจะซื้อเนกไทใหม่ก่อนที่จะไปแข่งที่จีน แล้วก็สูท รองเท้า กระเป๋า กางเกงด้วย เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ฉันจะคิดรวมไปในค่าโค้ช โอเคนะ?” พร้อมขยิบตาข้างหนึ่งให้เขาที่ได้แต่มองอีกฝ่ายตาปริบๆ ใช่ว่าแย้งไปแล้วจะเปลี่ยนอะไรได้  “ อ้อ สนใจจะเช็คอะไรในเน็ตหน่อยมั้ย?” วิคเตอร์ถาม


ยูริยักคิ้วสงสัย วิคเตอร์ล้วงหยิบมือถือตัวเองในกระเป๋ากางเกง กดยิกๆอยู่สักพักและยื่นหน้าจอให้เขาดู และยูริไม่เคยปรารถนาที่จะขุดดินฝังตัวเองไม่ให้ได้พบเจอมนุษย์คนไหนบนโลกอีกเลยก็วันนี้แหละ


‘คัตสึกิ ยูริ สารภาพรักกับวิคเตอร์!?’

‘วิคเตอร์มีเจ้าของแล้ว!?’

‘ฉายสดการสารภาพรักออกสื่อในวงการฟิกเกอร์สเกต’


พาดหัวข่าวยังไม่น่าขายขี้หน้าไปกว่าคลิปที่เขาพูดนั้นแพร่ว่อนไปทั่วทั้งในทวีต เฟสบุ๊ค ยูทูป นิโคะ แถมมีซับไตเติ้ลให้ถึงสามภาษา อังกฤษ รัสเซีย จีนเชียว! ไม่เคยรู้สึกอยากจะก้มหน้าหลบสายตาจากคนทั้งโลกขนาดนี้มาก่อน


“ นี่เป็นคลิปที่สามของเธอที่กลายเป็นไวรัลได้เชียวนะ” คลิปแรกแน่นอนว่าเป็นคลิปที่สามแฝดอัดเก็บไว้ตอนเขาสเกตให้ยูโกะ คลิปที่สองคือตอนที่วิคเตอร์กอดเขาจากด้านหลังในการแข่งในบ้าน และนี่คือผลงานล่าสุดที่เขาทำ “ ยูรินี่คาดไม่ถึงจริงๆ”



“ โอยาสุมิ” ยูริพึมพำก่อนจะเอนตัวสลบลงไปบนเสื่อในห้องไม่แม้แต่จะถอดแว่นหรือเสื้อที่เปียกชุ่มออกก่อน ได้ยินเสียงของวิคเตอร์จากที่ไกลๆฟังไม่ได้ศัพท์ สลับกับเสียงงื้ดๆของมัคคาชิน




เมื่อตื่นอีกทีที่ได้ยินเสียงนกนางนวลร้องจากข้างนอก ทำให้ยูริหาวหวดและขยี้ตา แปลกใจที่ตัวเองสามารถปีนขึ้นมานอนบนเตียงได้ทั้งที่เมื่อคืนสลบไปแบบนั้น แดดแยงตาเมื่อไม่ได้ปิดผ้าม่าน ได้ยินเสียงกุกกักตรงประตูจึงเงยหน้าขึ้นไปมองยังทิศทางเสียง ก็เห็นมัคคาชินพยายามเขี่ยประตูออก ท่าทางจะได้เวลาอาหารหรือเข้าห้องน้ำของมัน ว่ากันตามตรงมันเป็นประตูเลื่อนและมัคคาชินก็สูงพอที่จะจับบานเลื่อนได้ ถ้ามีเวลาสอนมันสักนิดก็คงจะสามารถเปิดประตูเองได้แล้ว ไว้ว่างจากแข่งสเกตเขาจะมาสอนให้ละกัน


ยูริโงหัวขึ้นเพื่อเปิดประตูให้มัน แต่แล้วก็รู้สึกถึงอะไรหนักๆที่คอ มันทั้งอุ่น ยาวจนพาดคอเขาได้เลย แต่ก็หนักซะจนลุกแทบไม่ขึ้นถ้าไม่ได้ออกแรงดันร่างกาย ยูริหันไปทางขวามือซึ่งเป็นทิศที่มีหน้าต่างสองแสงสะท้อนจากพระอาทิตย์รุ่งเช้า วิคเตอร์นอนตะแคงอยู่ใกล้ ใกล้แบบชิดสุดๆ ได้ยินเสียงครางเบาๆเหมือนแมวจากอีกฝ่าย จมูกของยูริเฉียดอีกฝ่ายไปเพียงนิดเดียว และวิคเตอร์ไม่ได้กอดคอเขาอยู่เท่านั้น ยังพาดขาเกาะสะโพกอีกด้วย

ห้องด้านตะวันตกของออนเซ็นยูโธเปียเกิดเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไปทั่วจนได้ยินไปถึงนอกบ้าน และเจ้าของเสียงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลูกหมูที่ร้องลั่น ก่อนจะคลานด้วยความเร็วหล่นจากเตียงไปนั่งหอบอยู่มุมตรงข้ามกับเตียง ชนเข้ากับผนังดังตึง

วิคเตอร์ค่อยๆลืมตาตื่นและหาว


“ วะ---วิ...วิ---วิ...”


“ โอฮาโย ยูริ” วิคเตอร์ลุกขึ้นนั่ง ตอนที่ผ้าห่มค่อยๆไหลลงมากองจากหัวไหล่สู่เอวนั่นแหละ ยูริถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายเปลือยท่อนบน ก็ปกติของวิคเตอร์จริง แต่มันไม่ปกติเพราะวิคเตอร์นอนบนเตียงของเขานี่แหละ และไม่รู้ว่าท่อนล่างมีอะไรปกปิดไว้หรือไม่เพราะผ้าห่มยังช่วยชีวิตเขาไว้อยู่ ร่างบนเตียงหันไปตามเสียงแกร่กๆที่ประตู “ อ๊ะ มัคคาชิน ได้เวลาวิ่งแล้วสินะ” วิคเตอร์กำลังจะลุกขึ้นและ ……….ถ้าเขาตาไม่ฝาดเท่าที่สายตาของเขาที่รีบหลบเมื่อเห็นสะโพกเปลือยเปล่าสีนวลผ่องของอีกฝ่ายทัน วิคเตอร์ก็เปลือยข้างล่างเช่นกัน


“ ผะ---ผ---ผ---ผมเปิดเอง!! อย่าลุกมานะ!!!” ยูริแทบจะเดินมูนวอล์คถอยหลังมาเลื่อนบานประตูให้มัคคาชินวิ่งออกไปข้างนอก ตาหลับปี๋ทั้งที่ก็หันหลังให้แล้ว ราวกับว่าคนตรงหน้าคือผลงานศิลปะต้องห้ามที่ไม่คู่ควรจะมาอยู่ในห้องนี้ วิคเตอร์ดูผิดที่ผิดทาง  ราวกับเป็นนางฟ้าเทวดาลงมาโปรด ยิ่งด้านหลังอีกฝ่ายคือแสงอาทิตย์สีส้ม ยิ่งฉายให้วิคเตอร์ดูยากและไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง เดี๋ยวสิ….แล้วเขาจะเอื้อมไปถึงวิคเตอร์เพื่ออะไรกันล่ะ?


ยูริสะดุ้งเมื่อรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างลากตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงกลางหลังของเขา “ ยูริ ถ้าเธอยังจำได้ ฉันคือโอเมก้านะ”


ยูริไม่แน่ใจว่าจะมีใครลืมข้อนั้นได้ วิคเตอร์หากไม่นับร่างกายที่สูงเกินมาตรฐานของโอเมก้าทั่วไป ทุกอย่างของเขาถูกหล่อหลอมเพื่อเป็นโอเมก้าทั้งสิ้น อีกฝ่ายช่างงดงาม สูงส่ง และอยู่สูงเกินกว่าที่ยูริจะคู่ควรได้รับ นิ้วที่ลากไปตามหลังของเขาหยุดลงตรงกลาง จิ้มถี่ๆเบาๆราวกับหยอกล้อ


“ ฉันคิดว่าจะพูดหลังจากที่เธอเป็นแชมป์ แต่เมื่อวานเธอกลับประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ ว่าฉันเป็นของใคร พูดตรงๆเลย ฉันดีใจมาก เอรอสของเธอตื่นขึ้นเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้ซะอีก”


ยูริทนที่จะถูกนิ้วจิ้มหลังและคำพูดหมาหยอกไก่แบบนี้ต่อไปไม่ไหว เขาคิดว่าวิคเตอร์ต้องเข้าใจอะไรผิดอย่างร้ายแรงแน่นอน จึงหันหน้ามาเผชิญกับคนตัวสูงกว่าและจับมือข้างที่เล่นหลังเขาเมื่อครู่ บีบไว้แน่น พยายามไม่มองไปที่เบื้องล่างในขณะที่วิคเตอร์เปลือยกายอยู่ตอนนี้ ดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกายซ่อนอยู่ในเส้นผมสีเงินยุ่งไม่เป็นทรง


“ คุณจะพูดอะไรกันแน่?”


“ Aw ยูริโหมดรุกนี่ก็เซ็กซี่ดีเหลือเกิน”


“ วิคเตอร์…...ครับ” ยูริถอนหายใจ “ ผมไม่รู้นะว่าอาจารย์มินาโกะแปลให้คุณยังไง หรือซับไตเติ้ลเขียนว่าอะไร แต่ผมไม่ได้รักคุณในแบบที่เราจะ...กันได้” ยูริพยักเพยิดไปที่เตียง

วิคเตอร์เดาะลิ้นเสียงดัง ยูริเพิ่งสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของอีกฝ่ายแห้งผากทีเดียว “ เธอบอกว่ารักฉัน”


ยูริพยายามไม่สนใจเสียงของอีกฝ่ายที่เริ่มสั่น “ ผมไม่สามารถเรียกความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณได้ และเพราะนั่น ผมถึงได้ตั้งชื่อมันว่ารัก แค่นั้นเองครับ ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น”

“ เธอไม่ได้ตั้งชื่อมันว่า ชอบ หรือ หลงใหลนี่ เธอเรียกมันว่ารัก มันแปลว่าอย่างน้อยเธอก็ต้องรักฉันบ้าง”

ยูรินวดหว่างคิ้วตัวเอง “ เดี๋ยวเรามาคุยกันก่อนดีกว่าครับ” ใช่ คุยกันแบบที่ผู้ใหญ่สองคนพึงจะคุยกัน แบบนั่งคุยกันดีๆ สวมเสื้อผ้าครบชิ้น อะไรเทือกนั้น “ ผมไปอาบน้ำก่--”


วิคเตอร์จับแก้มเขาทั้งสองข้าง ดันให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะประกบปากลงมา ฟันกระแทกกันจนยูริคิดว่าต้องมีเลือดออกมาแน่นอน ความเจ็บแสบเริ่มแผ่ซ่านพร้อมๆกับรสชาติขมและกลิ่นคาวเลือด แต่อะไรทั้งหลายล้วนไม่รุนแรงเท่ากับรสชาติสาเกจากลิ้นของวิคเตอร์ที่พยายามชอนไชเข้ามา  เสียงเฉอะแฉะดังเต็มปาก ยูริเบิกตาโพลงในขณะที่วิคเตอร์หลับตาพริ้มราวกับพวกเขากำลังกินข้าวกันอยู่ เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำจนเคยชิน

ยูริคว้าต้นแขนทั้งสองข้างอีกฝ่ายและดันออก วิคเตอร์ดูจะตกใจไม่น้อย อาการเจ็บจี๊ดตรงปากเริ่มเพิ่มพูนมากขึ้นจนเขาคิดว่าตัวเองน่าจะปากแตกไปแล้ว

“ วิคเตอร์!!”

“ เธอหน้าแดงมากเลยนะ อะฮะๆๆ” วิคเตอร์พยายามยื่นมือมากุมหน้าเขาอีกครั้งแต่ยูริหลบทัน โรมรันพันตูกันไปมาจนกระทั่งเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ยูริก็สูดลมหายใจเข้าลึกและออกแรงดันร่างกายของตัวเองให้ผลักวิคเตอร์ลงไปกองบนเตียง โดยที่เขาจับข้อมือของวิคเตอร์ได้ทัน ส่วนเจ้าตัวที่อยู่เบื้องล่างก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พอเขาจะลุกหนี วิคเตอร์ก็ไขว้ขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกเขาแน่น...


“ Woah ท่ามิชชันนารีนี่...”

“ ไม่ตลกนะวิคเตอร์ ถ้าผมเป็นอัลฟ่าล่ะก็-”

ยูริหยุดชะงักเมื่อวิคเตอร์เอียงคอราวกับเว้นพื้นที่ไว้ให้ซุกซอกคอและกัดมันแรงๆ “ ถ้าเธอเป็นอัลฟ่า แล้วจะทำไมรึ?”


ยูริกลืนน้ำลายเมื่อเห็นแผงคอขาวเย้ายวน เขาไม่ใช่อัลฟ่าก็จริงแต่วิคเตอร์เองก็มีความยั่วยวนทางเพศสูงอยู่แล้ว ขนาดเขาที่เป็นเบต้ายังมีความปรารถนาอยากจะขย้ำเนื้อตรงหน้าเลย

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่วิคเตอร์หลุดจากการจับกุม นิ้วมือทั้งสิบเลื่อนมากุมใบหน้าเขา ดึงลงไปซบกับอกเปลือยเปล่า วิคเตอร์ถอดแว่นของเขาออก และเสยเส้นผมสีดำของเขาไปไว้ข้างหลัง นี่คือใบหน้าของยูริที่วิคเตอร์หลงใหลชื่นชม ใบหน้าแห่งความเอรอส มันงดงามและเปล่งประกายราวกับคนละคน ทำให้ราชาแห่งน้ำแข็งอย่างเขาต้องมอบหัวใจให้


“ ยูริ จะทำก็ได้นะ”


เขาได้ยินเต็มๆหูเลย ในวินาทีนี้ที่กำลังซบหน้าอกของอีกฝ่าย หัวใจของวิคเตอร์เต้นรัวและรุนแรงราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้ วิคเตอร์เองก็ตื่นเต้นและกลัวเหมือนกัน กลัวที่ความสัมพันธ์ของท้งคู่จะไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมอีก


“ นี่ไม่ใช่ช่วงติดฮีท ดังนั้น ฉันไม่ท้องหรอก คิดซะว่าเป็นรางวัลที่เธอชนะเข้ารอบสิ” และยังพึมพำต่อท้าย “ แต่ฉันก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีลูกของเธอหรอกนะ”


วิคเตอร์น่ะ….สำหรับเขาแล้ว วิคเตอร์….


ไม่ใช่คนรัก...ยังไม่ใช่...วิคเตอร์เป็นมากกว่านั้น เป็นชิ้นส่วนที่ขาดหายไปในชีวิต ไม่มีใครมาแทนได้ นั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกที่มีต่อคนตรงหน้าอย่างไรดี เพราะเขาไม่เคยเจอใครแบบวิคเตอร์มาก่อน



“ ไม่ครับ” ยูริดันตัวเองลุกขึ้นทันที ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เกิดอารมณ์กระสันอะไรเลยเพราะหลักฐานที่เป้ากางเกงของเขามันฟ้องอยู่ตรงหน้า แต่เขาไม่สามารถแตะต้องวิคเตอร์ได้เด็ดขาด “ คุณเป็นมากกว่าโอเมก้าทั่วไป สูงส่ง สวยงาม ผมเชื่อแบบนั้นมาตลอดสิบๆปี เชื่อว่าคุณจะเป็นอิสระต่อกฎธรรมชาติ เชื่อว่าคุณแข็งแกร่ง แหกกฎทุกข้อ ขอร้องล่ะ วิคเตอร์ อย่าทำเหมือนกับว่าคุณเป็นแค่โอเมก้าธรรมดาเถอะ คุณเป็นได้มากกว่านั้น”


วิคเตอร์ไม่เถียง แต่มองเขาตาโตจนอัญมณีสีฟ้าแทบจะถลนออกมา ทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไร และไม่สามารถพูดออกมาได้ ยูริถอยหลังออกจากเตียง มองร่างงดงามค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ก้มหน้าลงจนผมสีเงินอมส้มจากแสงอาทิตย์บดบังใบหน้า


“ ฉันก็เป็นคนเหมือนเธอนั่นแหละยูริ อยากมีชีวิตอย่างมนุษย์ อยากมีความรักอย่างผู้ชายคนหนึ่ง”


นี่วิคเตอร์เพิ่งสารภาพรักกับเขารึ? ตั้งแต่ตอนที่บอกจะเป็นแฟนเขาเมื่อนานมาแล้วด้วย บางครั้งยูริก็ดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายทีเล่นทีจริงตอนไหน วิคเตอร์ขยี้หัวตัวเอง ยิ่งทำให้ผมสีเงินยุ่งเหยิงมากขึ้น ดวงหน้าแดงระเรื่อกว่าตอนที่เชิญชวนเขาเมื่อกี้เสียอีก ยิ่งเขินอีกฝ่ายจะยิ่งขยี้มากขึ้น


“ วิคเตอร์ ผมคุณไม่ได้บางลงหรอกครับ สบายใจได้”


คนถูกเรียกปล่อยมือออกจากศีรษะตัวเองและเขวี้ยงหมอนใบเล็กๆใส่หน้าเขา “ รู้น่า”

ยูริรีบคว้าหมอนที่ปากอดเอาไว้ พยายามยกมันบังน้องชายตัวเองที่ลุกขึ้นยืนตรงเรียบร้อยจากการยั่วของอีกฝ่าย “ วิคเตอร์ ผมรักคุณนะ”


วิคเตอร์มองเขาด้วยดวงตาสีฟ้าที่หม่นลง แลประกายเศร้าโศกและโกรธขึ้ง “ อย่าพูดคำนี้กับใคร ถ้าเธอไม่คิดแบบนั้นจริงๆ”

“ ผมไม่พูดคำนี้กับคนอื่นหรอกครับ” ยูริพูด น้ำเสียงจริงจัง “ ขอร้องล่ะ ให้เวลาผมอีกนิด ผมจะตามคุณให้ทันจนกระทั่งผมคู่ควรกับคุณ และจะทำให้ความรู้สึกนี้ชัดเจนโดยเร็วที่สุดครับ!!”

วิคเตอร์จ้องเขานิ่ง ก่อนจะกุมท้องและหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาคิดว่าพี่มาริกับแม่ที่อยู่ข้างล่างต้องได้ยินแน่ ยูริยืนกอดหมอนมองอีกฝ่ายเลิกลั่ก เขารู้ดีว่าสภาพตัวเองตอนนี้จะพูดอะไรเท่ๆมันก็ขัดเขิน แต่หากเขาไม่พูดตอนนี้ วิคเตอร์ก็คงไม่มีทางเข้าใจ เขาไม่ใช่แค่คนรักสำหรับยูริ แต่คือโน้ตดนตรีที่ขาดหาย หากยูริคือเปียโนเสียงแปร่งๆ วิคเตอร์ก็คือไวโอลินเสียงใสที่ขับกล่อมและจูนเข้ากับเขา ช่วยให้เขาสามารถบรรเลงเพลงไปจนจบได้ วิคเตอร์เพิ่มจังหวะให้ชีวิตของยูริ ถ่ายทอดเสียงเครื่องสายสร้างความรู้สึกนึกคิด ปลุกเขาให้ตื่น และยูริจะกล้าแตะต้องผู้ชายคนนี้งั้นหรือ?


“ ฉันรอได้ นานเท่าไหร่ฉันก็จะรอ”


“ ผมจะบอกเมื่อผมได้เป็นแชมป์ครับ” มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆที่ยูริเคยทำ ว่ากันตรงๆ เขาไม่เคยเชื่อมั่นในคำพูดของตัวเองเท่าเวลานี้มาก่อน ยูริไม่ได้บอกว่า ‘ถ้า’ เขาเป็นแชมป์ แต่ ‘เมื่อ’ เป็นแชมป์ และเขาไม่กลัวที่จะพูดมันออกมาเลย


“ ขออัดคลิปตอนเธอพูดเมื่อกี้ได้มะ? ให้คนอื่นรู้ว่าฉันมีคนจองแล้ว?”


ยูริยักไหล่พลางกลอกตา “ หลังจากที่ผมจัดการ...เอ่อ….นี่ได้มั้ย?” พร้อมขยับหมอนเล็กน้อย



“ งั้นของีบสักแป๊บนะ แล้วเจอกันที่ลาน” วิคเตอร์ฟุบตัวนอนก่อนจะหันตะแคงไปทางหน้าต่าง ยูริอยากจะย้ำเตือนอีกฝ่ายว่าที่นี่คือห้องของเขา แต่ให้นอนไปก็ไม่เสียหายอะไร โปสเตอร์ก็เก็บไปจนหมดแล้ว วิคเตอร์นอนโดยห่มผ้าคลุมรอบตัว ร่างกายขดเป็นวง เขาเห็นแว้บๆว่าหูของอีกฝ่ายแดงแปร๊ด


แล้ว….ตกลงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนในตอนนี้เป็นยังไงน่ะรึ? วิคเตอร์รู้ว่าเขามีความรู้สึกดีๆให้กับอีกฝ่าย ยูริก็แน่ใจว่าวิคเตอร์รักเขาแน่นอน แต่ทั้งคู่ปฏิเสธที่จะยอมรับตรงๆ ใช่ ทั้งคู่เลย วิคเตอร์มีความกล้าที่จะเสนอตัวมีเซ็กซ์กับเขามากกว่าบอกรักเขาซะอีก ยูริเองก็คิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอที่จะได้ครอบครองวิคเตอร์แต่เพียงผู้เดียว เขามั่นใจได้เลยว่าตอนนี้ตัวเองถูกนักสเกตทั่วโลกเขม่นที่แย่งตำนานมีชีวิตมาไว้กับตัว

ราวกับว่า ‘ผมรักคุณ’ เป็นประโยคต้องสาปที่หากพูดออกไป ทั้งสองจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก ยูริไม่คิดว่าตัวเองคู่ควรกับวิคเตอร์ ไกลออกไปอาจจะมีอัลฟ่าที่เหมาะสมและแย่งชิงวิคเตอร์ไปจากเขา เบต้าก็แค่จุดเล็กๆหลายล้านจุดบนโลก



หากเป็นเขาคนเก่า คงจะนึกชิงชังตัวเอง ก่นด่าว่าเป็นไอ้ขี้แพ้

แต่เพราะแบบนั้นแหละ เขาถึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว



ยูริเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระให้เสร็จ ก่อนจะออกมา เดินเข้าห้องตัวเองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวอร์มสีน้ำเงินเข้ม วิคเตอร์ยังคงนอนอยู่ ลมหายใจดังเป็นจังหวะสงบ นอนหงาย ปากเผยอเล็กน้อย ยูริเดินเข้าไปใกล้ นั่งยองๆมองชายตรงหน้าที่เหมือนหลุดออกมาจากนิทานก่อนนอน เว้นเสียแต่ว่าคงไม่มีเจ้าหญิงที่ไหนจะนอนเปลือยรอเจ้าชายมาจูบ เขาหัวเราะในลำคอ ก้มหน้าหอมแก้มอีกฝ่ายดังฟอด ถ้าวิคเตอร์ตื่นอยู่เขาคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้ เพราะคงจะโดนล้อจนอายไปสามวันสามคืน


รองเท้าผ้าใบสีดำเคาะกับพื้นคอนกรีต มือรูปซิฟเสื้อขึ้นจนติดคอ ยูริสะพายกระเป๋า หยิบหูฟังขึ้นมาสวม เพลงที่ใช้ในการแข่งดังวนไปมา เขาฟังวนลูปจนจำมันได้ขึ้นใจ ทั้งจังหวะจะโคน โน้ตดนตรีทุกตัว เครื่องดนตรีทุกเครื่อง ยูริรู้ว่าเขาคือเปียโนในเพลงงนี้ แต่เขากลับดื่มด่ำไปกับเสียงไวโอลินลากยาวแสนกินใจ ตราตรึง มันเป็นเครื่องดนตรีรองแต่กลับประทับตราลงไปในจิตวิญญาณของยูริ วิคเตอร์บอกว่าเมื่อท่อนไวโอลินดังขึ้น เมื่อนั้นแปลว่าเขาได้เข้ามาในชีวิตของยูริแล้ว และยูริหวังว่า เขาจะโอบกอดเสียงนั้นเอาไว้ เกี่ยวดองโยงใยตราบเท่าที่เวลาของทั้งสองยังดำเนินต่อไป




TBC


------------------------------


ตอนนี้ออกช้าเพราะตอนแรกเขียน NC ไว้ตอนนี้ แต่สุดท้ายก็คิดว่าย้ายไปตอนหน้าดีกว่าครับ พอพระเอกเป็นเบต้าก็ไม่ให้ความรู้สึกว่านี่มันฟิค ABO เลยแฮะ เพราะเบต้านี่ตายด้านสนิท ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้สึกพิสวาทโอเมก้าเลยแม้แต่น้อย ตอนที่แล้วที่วิคเตอร์เป็นคนดำเนินเรื่องจะให้ความรู้สึกเป็น ABO มากกว่า

สครีมตอน 5

หกหหกดกดเดเดเดกดหกด ความผัวของยูริแผ่ซ่านมากกกก แต่ส่วนที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่คสพของยูวิค แต่เป็นการที่เราได้ยินความนึกคิดของวิคต่างหาก ไม่เคยคิดเลยว่าวิคจะห่วงยูริมากขนาดนั้น ตอนยูริล้ม ฟังจากน้ำเสียงที่ตะกุกตะกักแถมพูดผิด แสดงว่าตกใจและห่วงยูริมาก ทำให้เราได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้านิ่งของวิคซ่อนอารมณ์ได้มิดชิดมาก ทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากขึ้น


ผมไม่คิดว่ายูริในตอน 5 สารภาพรักกับวิคเตอร์ ยูริยังไม่รู้ว่ารักที่ตัวเองมีให้ต่อวิคนั้นเป็นรักแบบไหน แต่ที่แน่ๆคือรู้ว่าเป็นรัก ก็เหมือนยูริก้าวขาข้างนึงลงเหวไปแล้ว ส่วนวิคผมว่าแกตกหลุกรักยูริตั้งแต่ตอน 4 ที่บอกรัก หรือตอน 3 ที่ยูริเต้นเอรอส หรืออาจจะตั้งแต่ตอนแรกเลยก็เป็นได้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #150 TOM_blue (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 22:35
    มันดีงามมากเลยค่ะชอบมากที่วิคเตอร์ดูมีค่ามีราคาอุตส่าห์อ้อยยูริซื่อๆแล้วแท้ๆแต่นก ปรบมือให้ลูกชายค่ะ55
    #150
    0
  2. #108 คุณฮี_Cin[02]*{๑๓} (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 04:49
    ยอมใจวิคเตอร์จริงๆ ลุ้นมากว่ายูริจะเล่นด้วยมั้ย สุดท้ายก็ไม่ 5555555555 นกไป พยายามต่อไปนะวิคเตอร์ ใจตรงกันแล้วก็ไม่น่ายาก~
    #108
    0
  3. #86 KEANLAO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:40
    ชอบแรงมากฮรึกกกกกกกกกก มันใช่มันดี ชอบยูริโอะเด็กน้อยนี่น่ารักของมี๊
    ยูริจะเรียกว่าซื่อบื้อก็ไม่ได้เพราะเหมือนจะวางวิคไม่สูงแล้วคิดว่าตัวเองเอื้อมไม่ถึงหรือไม่ก็ไม่เหมาะสม เลยไม่คิดว่าวิคจะชอบตัวเองแต่มันน่ารักมากเลยฮรืออออคาร์ยูริที่เราชอบ วิคเตอร์นี่อ่อยสุด อ่อยเบอร์ที่ว่าไม่รู้ว่าชอบก็แปลก ฮรืออออชอบมากค่ะ\(//?//)\
    #86
    0
  4. #63 SiverRia - SaMa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:39
    โดขิโดขิอย่างรุนแรง 555555555 บรรยายได้ดีสุดๆอ่านแล้วรู้สึกเขินตามจริงๆค่ะ ;////;
    #63
    0
  5. #47 minagi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 18:51
    คือเราพึ่งดูตอนที่ 7 มาแล้วแบบว่า ฟินมากอ่ะ แล้วยิ่งได้เห็นตัวอย่างตอนที่ 8 คือไร ยูริดึงไทวิกเตอร์ โอ๊ยอยากรู้
    รออยู่เสมอค่ะ
    #47
    1
    • #47-1 San-Ge(จากตอนที่ 7)
      19 พฤศจิกายน 2559 / 13:48
      ฉากจูบ ผมดูสด นี่นั่งตะลึงเลย มือไม้แข็ง กดแคปไม่ทัน คือแบบ มันประทับใจมาก ตราตรึงมาก ไม่ใช่เพราะไม่คิดว่าจะมีฉากจูบ แต่คิดว่ามันน่าจะมาตอนท้ายๆ ที่ไหนได้มาตอนกลางเรื่อง โอ้โห ผมว่าอีก 5 ตอนที่เหลือแม่ยกเตรียมตัวตัวแตกกันได้เลยครับ ผมรู้สึกว่าจะมีดราม่ายังไงชอบกล
      เหมือนเราอ่านนิยายที่พระนางจูบกันแล้วคิดว่ามันคงจะจบดี แต่พอรู้ว่ามีอีก 5 ตอน ก็คิดว่าหลังจากนี้พวกเราต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย
      #47-1
  6. #46 สาววายนามสมมุติ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 05:34
    กรี้สสสสสสสสสส โอ้ยยยย เพิ่งดูตอน7จบแล้วมาอ่านฟิคนี้มันดีต่อใจมากค่ะะะ

    ปกติไม่ค่อยอ่านแนวโอเมก้าเวิร์ส แต่ชอบฟิคนี้มากเลยค่ะ วิคดูเป็นโอเมก้าที่อ่อยแบบไว้เชิงดีมาก

    ชอบยูริที่ยังใจแข็งแบบนี้ด้วย คือดีงามค่ะ ชอบเวลาที่คนแบบวิคเตอร์มีฟีลที่ไม่ได้อะไรตามที่ใจหวังแบบนี้จริงๆ >////<
    #46
    0
  7. #44 shiromi-kuromi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:38
    กรี๊ดแดดดดดดดดดดดดดดดดด//โดนโบก

    เป็นที่แบบรู้สึกเสียดายวิคเล็กน้อยแหะ

    เอาเถอะตอนหน้าก็มาแล้ว

    ส่วนตอน5หนูยูริเขามีความเป็นสามีมาตั้งนานแล้วแต่พึ่งเผยอ่อร่าออกมาค่ะ(อุกรี๊ดดด)แต่เป็นครั้งเหมือนกันที่เราได้ยินเสียงในใจของวิคนะทำให้เรารู้ว่าวิคก็ห่วงยูมากๆในภายใต้หน้ากากที่แสนเรียบเฉยหรือหน้ากากยิ้มดูดีที่ดูชั่วร้าย(-_-;; )มันทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากขึ้นตามที่ไรท์บอกจริง(แต่เราก็ไม่รู้ว่าวิคพูดอะไรบ้างเพราะเราดำน้ำดู;_;)
    #44
    0
  8. #43 shiromi-kuromi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:37
    กรี๊ดแดดดดดดดดดดดดดดดดด//โดนโบก

    เป็นที่แบบรู้สึกเสียดายวิคเล็กน้อยแหะ

    เอาเถอะตอนหน้าก็มาแล้ว

    ส่วนตอน5หนูยูริเขามีความเป็นสามีมาตั้งนานแล้วแต่พึ่งเผยอ่อร่าออกมาค่ะ(อุกรี๊ดดด)แต่เป็นครั้งเหมือนกันที่เราได้ยินเสียงในใจของวิคนะทำให้เรารู้ว่าวิคก็ห่วงยูมากๆในภายใต้หน้ากากที่แสนเรียบเฉยหรือหน้ากากยิ้มดูดีที่ดูชั่วร้าย(-_-;; )มันทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากขึ้นตามที่ไรท์บอกจริง(แต่เราก็ไม่รู้ว่าวิคพูดอะไรบ้างเพราะเราดำน้ำดู;_;)
    #43
    0
  9. #42 Bee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 18:25
    เราแอบปวดใจนิดหน่อยที่ยูริปฏิเสธวิคเตอร์ ไม่ว่าจะด้วยเพราะความรู้สึกว่าตัวเองยังไม่คู่ควร อยากดีกว่านี้หรืออะไรก็ตาม โดยเฉพาะน่าเศร้าตอนวิคเตอร์ที่พูดว่ารอได้ และจะรอจนกว่าที่ยูริจะพร้อม จริงๆ ตอนนี้ต่อให้ยูริไม่ได้แกร่งขึ้น เราว่าวิคเตอร์ก็ยังยอมรับได้อยู่ดี



    ชอบความคิดแบบยูริโอะนะคะ ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน จริงๆ เราว่ายูริโอะก็รักวิคเตอร์นะ แต่รักแบบไหนยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ 555
    #42
    0
  10. #41 harley_quinn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 17:07
    วิคเตอร์มีความอ่อยแรงมาก

    ยูริกมีความอดทนสูงมากเช่นกัน แล้วเมื่อไหร่จะได้กันซักทีเนี่ยยย5555555
    #41
    0
  11. #40 ChubbyOwl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 11:43
    ต้องให้วิคจัดการเองค่ะ ออนท็อปแมะ คนนึงปากแข็งอีกคนก็คิดมาก หวังว่าคงไม่มีใครคาบไปแดรกก่อนหรอกนะ..
    ยาวมากเลย ชอบสุดๆๆ ขอบคุณมากค่า จะรอตอนต่อไปนะคะ ><
    #40
    0
  12. #39 Mimio (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 11:19
    คือลุ้นมากว่าตอนนี้จะ...กันมั้ย

    แล้วยิ่งลุ้นตอนวิคยั่ว ใจนึงก็อยากอีกใจก็ไม่

    ด้วยความที่เป็นยูริ ฮาาา แถมยังเป็นเบต้าด้วย

    คือพี่แซนเลือกบทได้เหมาะกับยูริมากจะเป็นอัลฟ่าก็นะ(?)

    เบต้าคือดีอ่ะ เพราะในเรื่องยูริก็ดูทำดามาก

    เมื่อเทียบกับวิคและยูริโอะ แต่ตอนเสยผมนี่หล่อจริง .///.

    ชอบตอนที่วิคพยายามยั่ว ยั่วมากกกกก ยิ่งโดนใจที่วิคบอกไม่รังเกียจที่จะมีลูกด้วย ใจนี่บินไปละ

    แต่โดยปฏิเสธ เฟลไปอี๊กกก สมกับเป็นยูริจริงๆ ฮาาา เหลืออีกตอนเดียวก็จะจบแล้วววว

    ยูรินายรีบยอมๆวิคเตอร์สักทีเถอะ /เดี๋ยววงว

    #39
    0
  13. #38 ตะวันลา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 11:04
    ชอบตรงที่บอกว่าวิคเตอร์จับอะไรก็ดูแพง ก็จริงนะคะ >> วิคเตอร์จับยูริ 5555
    ว่าจะเม้นท์ตั้งแต่ตอนที่แล้วค่ะ แต่เอาแต่สครีมวนไปวนมา (รวมถึงสครีมตอน 5 ด้วย)
    ความจริงก็เคยคิดนะว่า ที่วิคเตอร์เลือกเอรอสให้ยูริ อาจจะเพราะอยากเห็นเอรอสคนนั้น อาจจะอยากให้ยูริเป็นเอรอสของตัวเอง...
    ยูริโดนจู่โจม จะไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พอคิดไปแล้ว วิคเตอร์ก็ไม่ค่อยให้เวลาตัดสินใจด้วย แต่ถ้าเราเป็นวิคเตอร์ เราก็คงเสียใจแปลกๆเหมือนกัน... แบบว่า อืม กลัวว่า สุดท้ายแล้ว คำว่ารักที่ได้ยิน มันไม่ได้หมายความอย่างที่อยากได้น่ะค่ะ แต่ก็เจ็บใจ ที่พอได้ยินว่ารัก ก็ดันดีใจ ทั้งที่รู้ว่าคนพูดอาจจะไม่ได้หมายความแบบนั้น

    ปล.ปกติเราไม่อ่าน mpreg แต่วิคเตอร์ของคนเขียนช่างมีสกิลยั่วยวน >///< //ตกหลุมไปพร้อมยูริเรียบร้อย
    ปลล.ยูริโอะก็น่ารักกก หลงอีกคน
    #38
    0