LOVE on ice & LIFE with you [Yuri!!! On Ice fic]

ตอนที่ 4 : The wizard and the piglet [AU]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 ต.ค. 59




วิคเตอร์ยกมือสองข้างไขว้กันให้มีช่องว่างระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้เป็นกรอบสี่เหลี่ยม ดวงตาสีฟ้าทะเลจ้องมองวิวทิวทัศน์ผ่านกรอบมือนั้น ปากฮัมเพลงเบาๆ แต่พอมองวิวที่มีแต่ทุ่งกว้างสีขาวไม่เห็นอะไรอย่างอื่นเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาละเกลียดจริงๆเวลายูริทำเป็นทิ้งเขาไว้แบบนี้ ร่างสูงเพรียวก้มลงลูบหัวสุนัชพันธุ์พุดเดิ้ล เสียงครางงื้ดๆของมันยิ่งทำให้วิคเตอร์อดสงสารไม่ได้ เขาจึงนั่งยองๆและกอดมันเข้าให้เต็มมือ


“ ขอโทษจริงๆนะ แต่วันนี้เราคงต้องหาที่พักข้างนอกแล้วล่ะ”


วิคเตอร์อุ้มมันขึ้นมากอดเพื่อให้ร่างกายของทั้งคู่อบอุ่น แต่ก็ไม่วายต้องจามออกมา น้ำมูกไหลจนเกือบจะเลอะขนสีน้ำตาลแต่วิคเตอร์เช็ดทัน ก่อนจะออกเดินในความเวิ้งว้างสีขาวนั้นต่อไป



-----------



คิวชูควรจะเข้าสู่หน้าฝนเมื่อถึงเดือนกรกฎาคม ฝนไม่ได้ตกทุกวันก็จริง แต่เมื่อเข้าใกล้หน้าฝน ต้นพลับที่ปลูกไว้ในสวนของบ้านยูริก็จะผลิใบเพื่อรอให้ฝนตกและลูกพลับหล่นลงมา เขาไม่ต้องเสียแรงเสียเวลาปีนไปเก็บเลย ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนเข้ามาใช้บริการออนเซ็นน้อยที่สุด ส่วนใหญ่จะหลบฝนกันในมุมห้องอาหาร และถ้ายูริผู้ว่างงานไม่มีอะไรทำ...เหมือนเช่นตอนนี้ เขาก็จะลงมาช่วยเสิร์ฟอาหาร


แต่วันนี้ในเดือนกรกฎาคม กลับไม่มีฝน….ซึ่งเป็นข่าวดี


ข่าวร้ายคือ หิมะตก


พี่มาริซึ่งตื่นเช้าที่สุดรีบเปิดโทรทัศน์ดูรายการพยากรณ์อากาศ รายการข่าวช่วงเช้าบอกว่าตอนนี้กรมอุตุก็งงเป็นไก่ตาแตกเช่นกัน มันคือปรากฏการณ์ประหลาดที่หิมะจะมาตกเอาช่วงนี้ พาลโทษโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมที่ทำให้โลกร้อนและเกิดอากาศแปรปรวน


ยูริลากไม้กวาดเดินออกมาหน้าออนเซ็นพื่อกวาดหิมะที่ก่อตัวบังประตูและลานจอดรถ เขาหาวหวอด มองถนนที่ปูไปด้วยหิมะเต็มทาง ตาปรือจนเกือบจะตื่นไม่ได้ เมื่อคืนเขาร้องไห้เพราะเพิ่งเสียเจ้าวิคจัง สุนัขที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กไป จริงๆมันเสียมานานแล้วล่ะ แต่เพราะเขามัวแต่ยุ่งเรื่องงานทำให้ไม่ได้กลับบ้านมาเยี่ยมมันเลย พูดไปก็เหมือนหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาไม่ได้มาดูใจวิคจังจนมันตาย ยูริขยี้ตาปัดน้ำใสๆออก


“ หิวชะมัด” เขาอุทานเบาๆกับตัวเองเมื่อได้ยินเสียงกระเพาะร้อง ลูบพุงตัวเองที่ใหญ่เกินจนเวลาก้มลงแทบจะมองไม่เห็นเท้า


“ ยูริ!!” เสียงของพี่มาริเรียกเขาจากในบ้าน “ มากินข้าวก่อนสิ”


ยูริตอบกลับเป็นเสียงตอบรับห้วนๆ พิงไม้กวาดกับประตูทางเข้า และกำลังจะเดินผ่านรั้วบ้านไป ถ้าไม่ติดว่ามีตัวอะไรบางอย่างกระโจนมาหาเขาจนสะโพกส่งเสียงประท้วงดังกร๊อบ เขาเคยเป็นนักกีฬาสเกตลีลาตัวแทนประเทศญี่ปุ่น แต่นั่นก็นานมากแล้วหลังจากที่เขาพ่ายแพ้กับการแข่งครั้งใหญ่เมื่อสองปีก่อน ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ใช้ชีวิตเถลไถลไปวันๆ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนร่างกายผุพัง แค่สุนัขตัวโตทุ่มใส่ก็ล้มเสียแล้ว


“ ว---วิคจัง!!??”


ใช่ สุนัขตัวนี้เหมือนวิคจังมาก ทั้งสี พันธุ์ จะต่างกันก็แค่ขนาดตัวเท่านั้น สุนัขตัวโตพันธุ์พุดเดิ้ลสีน้ำตาลเลียหน้าของยูริจนแว่นขึ้นฝ้า ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ไม่คุ้นเสียงของตัวเองที่ไม่ได้หัวเราะมานานเลย นี่ไม่ใช่วิคจังแน่นอนเพราะมันไม่เชื่อฟังเขา แต่มันดีใจไม่น้อยเลยที่เห็นยูริ


“ อ้ะ”


เสียงของผู้ชายอุทานเบาๆ ยูริลืมตาและเช็ดแว่นแบบลวกๆ เมื่อเห็นรองเท้าหนังกับกางเกงขายาวสีดำแนบเนื้อยืนอยู่ใกล้ๆ ก็รีบลุกขึ้นยืน สุนัขสีน้ำตาลผละจากพุงเขาไปคลอเคลียขาคนแปลกหน้าแทน


นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนที่สามารถสะกดสายตาทุกคนให้ตรึงอยู่กับที่ได้ ยูริเคยคิดว่าวลีสวยๆในนิยายอย่างงดงามหมดจด หรือ สวยสะดุดตา หรือ รูปงามจนคนอื่นต้องชายตามอง มันอาจจะเว่อร์ไปสักนิด แต่ผู้ชายคนนี้เหมาะกับคำๆนี้มาก เส้นผมสีบลอนด์ซีดจนเกือบจะเป็นสีเงินกับดวงตาสีฟ้าสด ใบหน้าเหนื่อยล้าแสดงให้เห็นว่ากำลังจะเข้าใกล้วัยกลางคน แต่สำหรับยูริ คนคนนี้เหมือนหลุดออกมาจากช่องเดินแบบที่มาริเคยชอบดู ก้าวพ้นออกมาจากจอโทรทัศน์แล้วยืนอยู่ตรงหน้า


“ ไฮ ฉันคือวิคเตอร์” ร่างสูงโบกมือให้เขา พูดด้วยภาษาญี่ปุ่นคล่องแคล่ว ยิ้มยิงฟัน จนยูริรู้สึกแสบตากับความสว่างเจิดจ้าของรอยยิ้มนี้


“ เอ่อ….ยูริครับ”


“ ยินดีที่ได้รู้จักยูริ เธอชื่อเหมือนกับคนรู้จักฉันเลย พอฉันได้ยินคนเรียกชื่อนี้ก็เลยรีบมาหาน่ะ เจ้านี่--” วิคเตอร์เอามือลูบหัวสุนัขของตัวเองอย่างเอ็นดู “ มัคคาติน”


“ อะไรนะครับ?”


“ ชื่อไง มันชื่อมัคคาติน”


ยูริพยายามอย่างมากที่จะไม่หลุดขำ เขาไม่รู้ความหมายก็จริงแต่เวลาออกเสียงก็ฟังดูตลกดี


“ มัคคาตินวิ่งมาเพราะเข้าใจว่าเขาจะเจอยูริที่เป็นคนรู้จักกัน คือ...เขาทิ้งฉันน่ะ”


“ ทิ้ง!?” ยูริเผลอตะโกนเสียงดัง “ ก...กลางหิมะเนี่ยเหรอครับ!?”


“ เรื่องหิมะไม่เป็นปัญหาหรอก ฉันชินแล้ว แต่พอไม่มียูริอยู่ก็เลยหลงทางน่ะ” วิคเตอร์กระเถิบเข้ามาใกล้ยูริจนชายเสื้อของอีกฝ่ายสัมผัสกับมือ ยูริสะดุ้งเมื่อพบว่าเสื้อนั้นเย็นมาก “ ที่นี่มีห้องพักที่อนุญาตให้เอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปมั้ย?”


“ ครับ เอ่อ คุณไม่เป็นไรแน่นะ เป็นหวัดหรืออะไรรึเปล่า?”


“ ขอบคุณพระเจ้า!” วิคเตอร์ตะโกนพลางหมุนตัว ถ้ายูริตาไม่ฝาด เขาเดาว่าเมื่อครู่วิคเตอร์หมุนตัวครอสฟุต แถมหมุนได้เฉียบมากด้วย ยูริตื่นตาตื่นใจที่คิดว่าคนตรงหน้าคงจะเล่นสเกตเหมือนกัน “ ฉันตามหาห้องพักมาทั้งคืนแต่ไม่มีที่ไหนรับสัตว์เลี้ยงเลย”


“ ท...ทั้งคืน??” เดินตอนกลางคืนที่หิมะตกในชุดที่บางเฉียบขนาดนี้เนี่ยนะ ตาสีน้ำตาลเลื่อนมองตั้งแต่รูปหน้า หัวไหล่ กลางหน้าอก ไปจนถึงปลายเท้า เขาไม่ปฏิเสธว่าวิคเตอร์หล่อเหลาและดูไม่มีพิษภัย แต่คำพูดแปลกๆที่ออกจากปากก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ เขาเป็นต่างชาติก็น่าจะมีพาสปอร์ตติดตัว แต่เท่าที่ทองดูแล้ว อย่าว่าแต่พาสปอร์ตเลย กระเป๋าเดินทางก็ไม่มี ในหัวของยูริเริ่มเตลิด ถ้าเป็นคนร้ายข้ามชาติ หรือสิบแปดมงกุฎล่ะ ในบ้านไม่มีคนหนุ่มๆนอกจากเขาซะด้วย


มัคคาตินเลียมือเขาจนยูริหลุดจากภวังค์ก่อนจะมองไปที่สุนัข คงไม่มีสิบแปดมงกุฎที่ไหนพาสุนัขมาด้วยหรอก ยิ่งเป็นสุนัขนิสัยดีขนาดนี้ด้วย


“ ผมขอดูพาสปอร์ตหรือบัตรของคุณได้มั้ยครับ?”


วิคเตอร์เอียงคอ “ ฉันไม่มีติดตัวหรอกของแบบนั้น”


“ ห๊ะ….” ไว้ใจได้มั้ยเนี่ย


“ เธอเป็นเจ้าของที่นี่รึ?”


ก็เกือบๆจะเป็น ยูริคิดและพยักหน้า


วิคเตอร์ทำท่าคิ้วตกและยกมือสองข้างประกบกันเป็นท่าอ้อนวอน “ น้าาาา….ฉันจ่ายค่าห้องได้นะ” ยิ่งอยู่ใกล้ยูริก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของวิคเตอร์ มันเหมือนกับไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่เย็น แต่มันหนาวไปจนถึงร่างกายเลือดเนื้อของวิคเตอร์ ถึงกระนั้นเขาก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆออกมาจากร่างสูง เป็นกลิ่นเย็นคล้ายๆเปปเปอร์มิ้นท์ผสมกับจัสมิน มันหอมเอาเรื่องเลยทีเดียว หอมจนฉุนจมูก


“ เธอเล่นสเกตใช่มั้ย?”


ยูริสะดุ้ง “ ห๊ะ!! ค--คุณรู้ได้ไง?!”


“ ฉันเคยเห็นเธอออกทีวี”


มันตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว และเขาก็ตกรอบด้วย ไม่คิดเลยว่าจะยังมีคนจำเขาได้


“ ฉันขอนอนสักงีบ แล้วเราไปสเกตกันเถอะ”


แล้วก็ขยิบตาให้เขา ยูริสาบานได้เลยว่าไม่ได้ใจเต้นสักนิด ไม่แม้แต่น้อย อันที่จริง หัวใจเขาหยุดเต้นไปแล้วด้วยซ้ำ


“ …...ก็ได้ครับ”


“ ขอบคุณมาก เจ้าหมูน้อย” แล้วก็เลื่อนใบหน้ามาหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง ยูริพยายามจะจับวิญญาณตัวเองไม่ให้มันลอยละล่องออกนอกร่างกายไป



สุดท้ายก็ยอมให้ชายแปลกหน้าที่มาพร้อมกับหิมะเข้าไปในออนเซ็น ยูริไม่อยากจะไว้ใจอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่หากลองคิดดูดีๆถ้าวิคเตอร์เป็นอาชญกรหรือสิบแปดมงกุฎ ก็ไม่เห็นต้องอ้อนวอนหรือทำท่าก้อร่อก้อติกกับเขาเลย แค่ชกเขาทีนึงก็จบแล้ว


วิคเตอร์กลายเป็นศูนย์กลางของออนเซ็นทันทีเมื่อย่างก้าวเข้าไปในบ้าน ระหว่างทางเดินไปจนถึงห้องพักเป็นห้องเล็กๆ แขกหลายคนหันมามองวิคเตอร์เป็นตาเดียว มีเสียงประกอบตื่นเต้นเป็นฉากหลังบ้างประปราย ส่วนวิคเตอร์ที่เดินตามเขาก็มองบ้านราวกับเป็นสถานที่ที่สวยงามดึงดูดใจ สำหรับยูริที่อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดก็ไม่เข้าใจว่ามีอะไรน่ามองนักหนา


“ Amazing〜〜” วิคเตอร์พูด


“ คุณต้องเจอออนเซ็นก่อน เป็นจุดขายของที่นี่เลยนะ”


ยูรินำอีกฝ่ายมาถึงห้องพัก ด้านในมีเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทงคัตสึตัวเล็กกับโซฟาหนึ่งตัวสีขาว “ ห้องของคุณครับ เชิญเลย ถ้าหิวก็ลงไปที่ห้องอาหาร ส่วนออนเซ็นอยู่ทางขวามือชั้นหนึ่ง--”


“ ห้องเธออยู่ไหนเหรอ?”


ทำไมมาลงเอยที่คำถามนี้ได้ล่ะ!?

ยูริส่ายหัว เม็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะเต็มหน้าผาก เขาไม่ค่อยชอบให้ใครไม่รุกล้ำเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ “ เอ่อ ผมไม่ใช่แขกก็เลยมีห้องแยกออกไปน่ะครับ”


มัคคาตินส่งเสียงงื้ดๆและล่วงหน้าเข้าไปในห้องก่อนแล้ว มันกระโดดนอนบนเตียง วิคเตอร์ก็เดินเข้าไปและโถมตัวใส่มัคคาติน กลิ้งตัวอยู่บนเตียงราวกับไม่ได้เจอที่นอนนุ่มๆมานาน ยูริยิ้มน้อยๆก่อนจะปิดประตู


อย่างไรก็ตาม เขาเจอวิคเตอร์หลังจากนั้นอีกราวครึ่งวันต่อมา ชาวต่างชาติปริศนาคนนี้นอนหลับเอาหน้าฟุบกับแขน ส่วนลำตัวจมอยู่ในบ่อน้ำร้อน ยูริทั้งงุนงงสับสนและตกใจ ใครจะไปคิดว่าจะเจอคนมาอาบน้ำตอนบ่าย ที่สำคัญยังหลับด้วย ยูริพุ่งเข้าไปใกล้บ่อแะปลุกให้ตื่น วิคเตอร์หาวและมองเขาสะลึมสะลือ ไม่เข้าใจว่ายูริจะตื่นตกใจอะไรขนาดนั้น และจะดึงตัวเขาขึ้นมาทำไม ยูริหิ้วปีกวิคเตอร์ขึ้นมา พยายามไม่มองร่างกายสีขาววอกเหมือนเอาหิมะไปทานั้น มันอาจจะเคยขาวกว่านี้ก็ได้ เพราะตอนนี้ผิวหนังอีกฝ่ายเริ่มแดงคล้ายจะโดนลวก ยูริราดน้ำเย็นใส่ทันที หลังจากนั้นเขาก็นำยูคาตะมาให้วิคเตอร์สวม ซึ่งแน่นอนว่าสวมไม่เป็น ท้ายที่สุดก็เป็นยูริเองที่ต้องทำให้


“ คุณโอเครึยัง ไม่เจ็บแสบตรงไหนนะ?” ยูริถามคนที่กำลังหม่ำข้าวหน้าหมูคัตสึด้งซึ่งเป็นอาหารจานโปรดของเขา และเป็นเมนูแนะนำขึ้นชื่อของออนเซ็นด้วย


“ ไม่เลย ฉันผิวเย็นง่ายกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ได้แช่ในน้ำร้อนก็สบายดีไปอีกแบบ” วิคเตอร์ส่งยิ้มยิงฟันที่มีประกายเจิดจ้ามาให้อีกครั้ง  เม็ดข้าวสองสามเม็ดติดอยู่ใกล้ๆกับปาก “ นี่ หลังจากนี้เราไปสเกตกันดีกว่า”


“ เรารึ? เอ๋? ผมไม่ได้อยากไป...”


วิคเตอร์เอียงคอ “ ทำไมล่ะ? เธออยากเล่นไม่ใช่รึ?”


เขารู้ได้ยังไง ยังเป็นปริศนาที่ยูริขบคิดไม่ตกจนถึงทุกวันนี้


“ หรือเพราะเธอไม่เคยชนะเลยสักครั้ง?” วิคเตอร์พูดพร้อมกับยิ้มยิงฟันแบบเดิม เพิ่มเติมคือมันไม่ประกายวิ้งวับอีกแล้ว รอยยิ้มนั้นกลายเป็นมีดคมเตรียมเฉือนคอยูริ “ ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับหุ่นของเธอตอนนี้”


“ ข….ขอโทษครับ”


“ ไม่ต้องขอโทษหรอก” วิคเตอร์กล่าวพร้อมกับหยิบเม็ดข้าวที่ติดตรงมุมปากมากิน “ เพื่อตอบแทนที่เธอให้ฉันพัก ฉันจะเป็นโค้ชให้เธอเอง”


“ ผมไม่ต้องการโค้ชหรอก” ยูริปฏิเสธทันที “ ผมไม่รู้จักคุณ ไม่รู้ฝีมือคุณ และเอาจริงๆ ผมก็ไม่รู้จะมีโค้ชเพื่อไปแข่งอะไร”


“ มีสิ เธอต้องไปแข่งเพื่อชนะใจสาวที่ชอบใช่มั้ยล่ะ?” วิคเตอร์ถามและขยิบตา


เอาล่ะ รอบนี้มันน่าสงสัยจริงๆนั่นแหละ เรื่องอื่นที่วิคเตอร์ไม่ควรจะรู้แต่ก็รู้เขายังพอปล่อยวางได้ แต่เรื่องที่เขามีคนที่ชอบซึ่งเธอคนนั้นหลงใหลในสเกตนั้น คนแปลกหน้าคนนี้ที่เจอกันไม่กี่ชั่วโมงไม่มีทางรู้แน่นอน


“ ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอสงสัยเรื่องอะไรอยู่ แต่ฉันไม่บอกหรอก” ร่างสูงยืดตัวยืนขึ้นทันที “ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะมาสเกตกับฉัน”


“ คุณเคยเป็นนักสเกตมืออาชีพหรือครับ?” เพราะถ้าไม่เคยผ่านการเล่นมาก่อน การจะเรียกตัวเองว่าโค้ชได้นั้นแทบไม่มีทางเลย


“ ไม่ต้องเป็น ฉันก็เล่นได้”


ยูริไม่อยากจะเชื่อ แต่วิคเตอร์เอาจริง เขาขอยืมจักรยานสีเหลืองจากแม่ของยูริมาหนึ่งคัน สวมเสื้อโค้ทสีเทาที่ยูริจำได้ว่าเป็นตัวเก่าของพ่อ ไม่รู้ว่าไปสนิทกันตอนไหน วิคเตอร์สะพายกระเป๋าเป้สีน้ำเงินเข้ม มัคคาตินเดินตามมากระดิกหางมองยูริ ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้ยูริเชื่ออีกฝ่ายและยอมวิ่งตามคนที่ปั่นจักรยานอยู่นั้น ก็คือเจ้าสุนัขที่มองเขาราวกับเป็นเพื่อนใหม่นี่แหละ


“ เดี๋ยว! แล้วทำไมผมต้องวิ่งด้วยล่ะ!?” ยูริตะโกนถามคนปั่นข้างหน้า


“ ของมันแน่อยู่แล้ว! เอ็กเซอร์ไซส์ ไงล่ะ!!” วิคเตอร์ตะโกนตอบโดยไม่หันหลังมามอง


“ ผมเป็นคนบอกทางไม่ใช่เหรอ? คุณก็น่าจะให้ผมปั่นแล้วคุณซ้อนสิ!!” คนบนจักรยานปั่นเร็วขึ้นจนยูริคิดว่าอีกฝ่ายต้องจงใจแกล้งเขาแน่ๆ เขาอยากจะหยุดวิ่ง ร่างอ้วนท้วมที่ไม่ได้ขยับตัวมานานเริ่มส่งเสียงร้องขอให้หยุด เขาเองก็ทั้งหอบและน้ำตาจะไหล พอเหลือบมองขึ้นข้างบนก็เห็นว่าวิคเตอร์เลี้ยวซ้ายแทนที่จะไปขวา แถมยังฝ่าไฟแดงอีกด้วย


“ วิคเตอร์ เดี๋ยว!! ขวาครับขวา!!” แล้วแบบนี้จะปล่อยให้ปั่นไปคนเดียวได้ยังไง


เขาวิ่งอยู่แบบนั้นเกือบยี่สิบนาทีจนในที่สุดก็ถึงลานสเกตฮาเซ็ทสึ ยูริแทบจะคลานปีนบันไดขึ้นไป เมื่อเข้าสู่ด้านในเขาก็กดตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติทันที


“ ยูริ!!” เสียงหวานๆของยูโกะเรียกเขาจากด้านหลังเค้านเตอร์ ยูริรีบยืนขึ้น จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วก็แอบแขม่วพุงนิดๆ “ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็นไงบ้าง!?”


“ ก็….เรื่อยๆน่ะ ยูโกะซัง” มือเกาท้ายทอยอย่างขวยเขิน พออยู่ต่อหน้าเธอมือไม้เขามักจะงกๆเงิ่นๆแบบนี้เสมอ


“ แล้วคุณคนนี้ล่ะ?” เธอหันไปทางวิคเตอร์ ซึ่งชายหนุ่มก็ทักทายด้วยการยกมือขึ้นและเอียงคอ รอยยิ้มเรียบๆปรากฏขึ้นตรงมุมปาก


“ เรียกฉันว่าวิคเตอร์ก็ได้”


ยูริแอบเห็นว่ายูโกะหน้าแดงเล็กน้อย “ วิคเตอร์ซัง รู้จักกับยูริรึคะ?”


“ เขาเป็นแขกที่มาพักในออนเซ็นน่ะ” ยูริตอบ


“ ภาษาญี่ปุ่นของคุณเก่งมากเลยค่ะ” ยูโกะกล่าวพลางเขียนรายชื่อลงในสมุดโน้ต เธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของลานสเกตแห่งนี้ทันทีที่เรียนมหาวิทยาลัยจบ หรืออะไรราวๆนั้น ช่วงที่เขาเรียนสเกตอยู่ที่ดีทรอยต์ก็ไม่ได้ตามข่าวทางญี่ปุ่นเลย “ ยูริไม่ได้มาที่นานมากแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะเลิกเล่นไปแล้วซะอีก”


“ เห….ยูโกะรู้จักกับยูริงั้นเหรอ?”


“ เพื่อนสมัยเด็กน่ะค่ะ”


ยูริสบตากับวิคเตอร์ที่หันมามองเขา ก่อนที่จะหันกลับไปคุยกับยูโกะต่อ “ เธอมีแฟนรึยัง”


ยูริสำลักน้ำอัดลมกระป๋อง ส่วนยูโกะก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ “ ไม่มีหรอกค่ะ” ยูริพยายามเก็บอารมณ์ดีใจไว้แม้จะทำได้อย่างยากเย็น แต่อย่างน้อยเขาก็ให้กำลังใจตัวเอง คงพอมีหวังบ้างล่ะน่า




ทั้งคู่เดินเข้ามาในลาน ยูริมองอีกฝ่ายสวมรองเท้าอย่างช่ำชอง เสร็จก่อนเขาซะอีก วิคเตอร์จับขอบรั้ว มองลานน้ำแข็งด้วยดวงตาเหม่อลอย และเดินเข้าไปก่อน เสียงครืดของรองเท้าทำให้รู้ว่าวิคเตอร์เริ่มออกเดินแล้ว ยูริโล่งอกที่อีกฝ่ายเล่นได้ตามที่พูด ไม่งั้นอาจจะบาดเจ็บได้


ชายหนุ่มหยุดยืนเมื่อพ้นระยะไปไกลพอสมควร หันมามองยูริ ตาสีน้ำตาลเข้มและสีฟ้าสบกัน  เป็นอีกครั้งที่ยูริรู้สึกหัวใจตัวเองกำลังหยุดเต้น เหมือนทุกอย่างหยุดลงเพื่อให้วิคเตอร์เป็นคนเริ่มต้นทุกอย่าง ทุกอย่างในลานถูกวิคเตอร์หยุดเวลา แม้แต่ดวงตาก็ไม่อานละไปจากวิคเตอร์ได้เลย


เมื่อวิคเตอร์ออกวิ่ง เวลาที่ถูกหยุดนั้นกลายเป็นชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาไม่ได้ วิ่ง หรือสเกตหรือแสดง วิคเตอร์โลดแล่น อยู่บนลาน เหมือนนกที่บินอยู่บนฟ้า วิคเตอร์เกิดมาเพื่ออยู่บนน้ำแข็ง ทั้งที่เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้ลงแข่งที่ไหนแต่กลับรู้ท่าหมุนและกระโดดได้อย่างไร้ที่ติ จังหวะตอนลงกระแทกรุนแรงราวกับว่ากำลังเต้นแทงโก้ แต่เวลาหมุนกลับเชื่องช้าและยาวนาน ถึงจะไม่มีเสียงเพลงแต่ยูริกลับนึกดนตรีที่เหมาะกับสเตปตอนนี้ของวิคเตอร์ได้ ดนตรีไม่ได้สร้างจังหวะ แต่เป็นวิคเตอร์ที่สรรค์สร้างเสียงเพลงขึ้น


ยูริกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองเปล่งสี การเต้นที่เซ็กซี่ร้อนแรงขนาดนี้ ถ้าเขาเป็นผู้หญิงคงเป็นลมไปแล้ว แค่ตอนนี้ก็แทบจะ….อย่าให้วิคเตอร์รู้เชียว…..ว่ากางเกงเขาจะเปียกแล้ว



ได้ยินเสียงปรบมือครั้งหนึ่ง ยูริสะดุ้งเหมือนเพิ่งตื่นจากการสะกดจิต วิคเตอร์ตบมืออีกสองครั้งและมองเขา “ เป็นอะไรน่ะ ยูริ?”


“ ป...เปล่าครับ เอ่อ...” ยูริก้มหน้าและเงยมองวิคเตอร์อีกครั้ง ปรบมือเสียงดัง “ คุณสเกตได้สวยมาก”


“ สนใจจะให้ฉันเป็นโค้ชของเธอรึยังล่ะ?”



คงไม่มีใครลังเลเด็ดขาดหลังจากได้เห็นการแสดงเมื่อครู่ แต่ยิ่งรู้จักวิคเตอร์ เขาก็ยิ่งสงสัย “ คุณเป็นใครกันแน่?”


วิคเตอร์เกาท้ายทอยและหันหน้าไปอีกทาง เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคำถามที่เขาไม่อยากจะตอบ ในทุกๆเรื่องที่ทำด้วยกันมาตลอดทั้งวัน ทั้งคู่เข้าขากันได้ดี และยูริยอมรับว่าการได้ใช้เวลากับวิคเตอร์นั้นทำให้เขาสนุกสดชื่นอย่างไม่เคยเป็นมานาน และคำถามที่เขาตัดสินใจถามวิคเตอร์หลังจากผ่านทุกอย่างมาด้วยกันคือ เขาเป็นใคร….


“ คิดซะว่าเป็นคนที่จะทำให้เธอกลายเป็นเจ้าชายแล้วกัน”



“ อะไรนะ?” ยูริยักคิ้ว “ คุณ....ไม่ได้ลงแข่งที่ไหน แต่ที่คุณแสดงเมื่อกี้ นั่นระดับท็อปเลยนะครับ”


“ อ้า ใช่ ฉันอยู่ข้างบนสุดจนจะขาดอากาศตายอยู่แล้ว”


“ อะไร--”


วิคเตอร์แล่นเข้ามาใกล้เขา แต่ยังอยู่ในลาน และเอื้อมมาถึงมือยูริ “ มาสิ ลูกหมูน้อย”



ยูริก้าวเข้าไปในลานและถูกลากโดยคนข้างหน้า มือของวิคเตอร์เย็นเฉียบ แต่ในลานน้ำแข็งมือใครๆก็เย็นทั้งนั้น วิคเตอร์เขยิบห่างและเริ่มเต้นอีกครั้ง ยูริเหม่อมอง พลางนึกในใจว่าถ้าเขาเป็นหมูวิคเตอร์ก็คงนางฟ้าหรืออะไรที่คล้ายๆแบบนั้น เขานึกภาพตัวเองเปลี่ยนเป็นเจ้าชายไม่ออก แล้วก็คงไม่มีเวทมนตร์ไหนทำให้เขากลายร่างเป็นเจ้าชายได้ เขาไม่ได้มีแรงขับอยากเปลี่ยนตัวเองขนาดนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมวิคเตอร์ต้องดึงดันที่จะสอนเขาขนาดนั้น เขาหมายถึง...นี่ระดับท็อปเชียวนะ


“ แต่ถ้าลูกหมูน้อยน้ำหนักเกินก็คงโดดได้ไม่พลิ้วสินะ”



ไม่ใช่นางฟ้าแล้ว พ่อมดชัดๆ



----------------




“ ยิ้มสิ ยูริ” วิคเตอร์กล่าวขณะที่ทั้งคู่กำลังจะออกจากลานสเก็ต วิคเตอร์ดึงจักรยานออกมาจากช่องเก็บ มัคคาตินนั่งกระดิกหางอยู่ข้างยูริ  เขากำลังจะถามว่าทำไมต้องยิ้ม วิคเตอร์ก็พูดต่อโดยไม่มองเขา มือไม้สาละวนอยู่กับการจัดจักรยานอย่างตั้งใจจนเกินไป


“ นั่นคือกฎข้อแรกของฉัน เราต้องยิ้มเมื่ออยู่กลางลาน เป็นยิ้มตามสถานการณ์เพื่อให้อารมณ์ของผู้ชมคล้อยไปตามเรา ไม่ใช่ยิ้มตามธรรมชาติ ไอ้นั่นเปิดเผยเกินไป ธรรมชาติเกินไป เราต้องยิ้มแบบประดิษฐ์ แบบมีสเน่ห์”


ยูริคิดว่าวิคเตอร์คงจะเคยยิ้มแบบธรรมชาติของเขา แบบที่ปากเป็นรูปหัวใจอ้ากว้างดูสดใสบนลาน แล้วไม่ว่าในตอนนั้นเขาจะเต้นเพลงอะไร มันอาจจะจบไม่สวย


“ ข้อสอง เราต้องเซอร์ไพรส์ผู้ชมให้ได้ ผู้ชมจะสนใจในสิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจ บนโลกนี้มีอัจฉริยะมากมาย แม้กระทั่งเธอ...แต่พวกเขาไปไม่ถึงไหนถ้ายังทำในสิ่งที่ผู้ชมคาดเดาได้ เมื่อพวกเขารู้ก็จะมองหาคนอื่น หน้าที่ของเธอคือ ทำในสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึง”


“ ข้อสุดท้าย อย่าพูดเรื่องอดีต นอกซะจากมันเป็นอดีตที่ดี”



ยูริคิดว่าข้อสุดท้ายนั้นออกจะเป็นคติประจำใจส่วนตัวของวิคเตอร์มากกว่า เห็นได้ชัดว่าวิคเตอร์พยายามเลี่ยงที่จะบอกเรื่องเก่าๆกับเขามาก


“ หากเธอทำไม่ได้สักข้อ เธอจะเป็นแค่อัจฉริยะ และอัจฉริยะไม่ได้การันตีว่าเธอจะพิเศษกว่าคนอื่น เธอมีพรสวรรค์นะยูริ แต่มันก็แค่นั้นถ้าเธอดึงดูดคนอื่นไม่ได้”



แต่เธอดึงดูดฉันได้



ยูริอยากจะย้ำกับตัวเองในใจว่าเขาแค่หูฝาด แค่วิคเตอร์ที่ปั่นนำหน้าบ่นพึมพำและเขาที่วิ่งอยู่ข้างหลังจับใจความได้เลือนลาง เสียงลมและเกล็ดหิมะเล็กปลิวผ่านในขณะที่พวกเขาเคลื่อนไปข้างหน้า ยูริหูอื้อเล็กน้อย จมูกก็เริ่มชื้นแฉะ เขาจามเสียงดัง มองไปยังคนที่ปั่นจักรยาน แปลกใจอยู่หลายครั้งว่าทำไมวิคเตอร์ถึงไม่รู้สึกหนาวเลย หรือรู้สึกแต่ไม่แสดงออกมาก็ไม่ทราบได้



ยูริเคยคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ใช่คนธรรมดา เขาเคยได้ยินสำนวนที่นำมาจากนิทานของชาวเอสกิโมสมัยที่เรียนอยู่ดีทรอยต์ ว่าพายุหิมะมักหอบอะไรที่แปลกๆติดกับมันมาด้วย ในนิทานมันคือตัวเยติยักษ์สีขาวขนปุกปุยที่พร้อมจะแล่เนื้อลูกหมูซึ่งเป็นตัวเอกของนิทาน แต่สำหรับยูริ...เขาอาจจะเป็นลูกหมูที่โชคดีที่สุดแล้วที่ของขวัญซึ่งหล่นมาอยู่หน้าบ้านไม่ใช่เยติ แต่เป็นอะไรที่งดงาม เศร้าสร้อย และโดดเดี่ยวกว่านั้น

ตอนจบของนิทาน คือเยติต้องหายจากไป…



เขาหวังว่าตัวเองจะแตกต่างจากลูกหมูตัวนั้น เขาหลงใหลเยติมากขึ้นเรื่อยๆ ถลำลึกและอาจหาญคิดอยากแตะต้องและเก็บวิคเตอร์ไว้ข้างกาย คำถามจำพวกวิคเตอร์เป็นใคร มาจากไหน มาหาเขาทำไม จะอยู่อีกนานแค่ไหน ไม่ได้อยู่ในหัวเลยในเวลาที่วิคเตอร์มองเขา เมื่อเราได้รับสายตาคาดหวังจากคนที่เราเอื้อมไม่ถึง มันก็แล้วแต่ว่าเราจะทำยังไงกับมัน จะหลบหลีกหรือเผชิญหน้ายอมรับ น่าเสียดายที่ยูริ...เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นไอ้ขี้แพ้ แต่ถ้าขี้แพ้ก็แพ้ให้มีขอบเขต ยูริคิดว่าเขายังสู้ไหว


หลังจากวันนั้น เขาออกกำลังกายเพื่อฟิตหุ่นหนักขึ้น ทั้งคู่ไปลานทุกวันเพื่อฝึกซ้อมและยูริก็ไปเข้าฟิตเนส พุงของเขาลดลงและแปรเปลี่ยนเป็นกล้าม ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าอะไรผลักดันเขาขนาดนี้ ความต้องการที่จะสารภาพรักกับยูโกะงั้นรึ? ก็อาจจะมีส่วน แต่เป็นส่วนเล็กๆในระดับจุลภาค และอาจจะหายไปแล้วก็ได้ยิ่งวันเวลาผ่านไป เขาแอบได้ยินพี่มาริคุยกับแม่ว่านิชิโกริชวนยูโกะไปเที่ยวที่จังหวัดอื่น เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ แต่เสียใจหรือไม่อันนี้ก็อีกเรื่อง ว่ากันตรงๆเขาไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากยินดีที่ทั้งสองจะคบกัน เขาอาจจะไม่มีวันได้สารภาพรักกับเธอที่เป็นรักแรกของเขา แต่ยูริก็บอกลาเธอในใจ รักแรกนั้นล้มเหลว แต่ เฮ้….จะมีสักกี่คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกล่ะ




วิคเตอร์อยู่กับเขาเป็นวันที่หก เวลายิ่งผ่านไปเขาก็ยิ่งกลัว ถ้าอีกวันหรืออีกชั่วโมง หรืออีกนาทีต่อมาวิคเตอร์ไม่อยู่ตรงนี้แล้วล่ะ เขาจะกลับเป็นไอ้ขี้แพ้เหมือนเดิมหรือเปล่า เขาคิดว่าเหตุผลในการกลับมาเล่นสเกตลีลานั้นช่างเบาโหวง เพียงแค่เพราะเขาอยากจะโลดแล่นไปกับวิคเตอร์เท่านั้น ถ้าตรงนี้ไม่มีชายหนุ่มคนนี้ยืนด้วยกันอยู่ ยูริก็เป็นแค่นกปีกหัก



...หรือเปล่านะ?




ยูริยืนกลางลานสเกต มองวิคเตอร์ที่จ้องเขาไม่วางตาด้วยสีหน้าตื่นเต้นแบบเด็กๆ นั่นยิ่งทำให้ยูริตื่นตระหนก มันเหมือนกับตอนที่เขาจะสารภาพรักกับยูโกะ ที่ทุกอย่างนั้นตึงเครียดเหมือนลูกโป่งกำลังจะระเบิด นิ้วแอบจิกลงไปในกางเกง แต่เขายิ้มให้กับวิคเตอร์ หากต้องใช้ความกล้ามากพอที่จะมายืนอยู่กลางลาน การยิ้มทั้งๆที่กำลังกลัวก็ต้องใช้ความกล้าเยอะกว่ามาก



“ วิคเตอร์ครับ” คนถูกเรียกเอียงคออย่างสงสัย “ ผมจะชนะกรังด์ปรีซ์ซีซั่นนี้”



เป็นไม่กี่ครั้งที่ยูริจะเห็นวิคเตอร์เบิกตากว้าง สีฟ้าทอประกายสดใสแวววาว มือตบโต๊ะที่อยู่ตรงขอบลานดังปัง ยิ้มปากกว้างพร้อมชูนิ้วโป้ง


“ Good Job มากยูริ!! นี่แหละที่ฉันหวัง!! ในที่สุดเธอก็มีไฟแล้วสินะ!!! yes! yes! yes!”


“ อะฮะฮะ” ยูริหัวเราะและแล่นมาใกล้กับอีกคนซึ่งไม่ได้สวมรองเท้าสเกต วิคเตอร์ยืนตรงขอบทั้งตื่นเต้น ตื้นตันใจ เขาคิดว่าเขาเห็นน้ำตาหยดเล็กๆตรงหางตาของอีกฝ่ายเลยล่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแค่อยู่ด้วยกันหกวันจะซาบซึ้งอะไรขนาดนั้น แต่นี่คือวิคเตอร์ แล้วคุณจะปฏิเสธคนสวยๆเวลาร้องไห้ได้งั้นรึ



เมื่อยืนใกล้กัน ทั้งคู่เพิ่งจะรู้ตัวว่าเวลานี้ที่ยูริสวมรองเท้าสเกตอยู่ ตัวสูงกว่าวิคเตอร์เพียงเล็กน้อย ยูริกลั้นหายใจ รวบรวมสมาธิ หน้าแดงจนร้อน เครียดจนรู้สึกปวดท้องขึ้นมาตะหงิดๆ


“ ถ--ถ้าผมชนะ ช่วยกรุณา….อยู่กับผมนะ”



วิคเตอร์หยุดการกระทำทุกอย่าง มือที่ชูนิ้วอยู่ตกลงข้างตัว และอาจจะหยุดหายใจด้วยในตอนที่ยูริจับต้นแขนของวิคเตอร์ทั้งสองข้าง บีบมันเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกและหน้าผากของทั้งคู่ชนกัน เขาเห็นวิคเตอร์หลับ ขนตายาวแพสีเดียวกับเส้นผม ริมฝีปากของวิคเตอร์บางและเย็นเฉียบ เหมือนเวลาที่เขาหกล้มแล้วเอาหน้าจูบกับพื้นน้ำแข็ง แต่นี่นุ่มกว่ามาก และเพราะมันเหมือนน้ำแข็งที่แสนคุ้นเคย ยูริจึงผ่อนคลายลง น้ำแข็งคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว


ทั้งคู่ผละออกจากกัน ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากดวงตาที่ยังสบมองกันแบบนี้ เป็นวิคเตอร์เองที่เบือนหน้าหนีก่อน ทั้งที่ตัวเองชอบเล่นแตะเนื้อต้องตัวมากกว่าแท้ๆ


วิคเตอร์ยกมือกุมขมับ “ ฉันไม่ได้เสกให้เธอเป็นเจ้าชายเพื่อมาลงเอยกับฉันสักหน่อย มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ”


“ ในนิทานพ่อมดไม่ได้น่ารักขนาดนี้นี่ครับ”


“ ตกลงมันพลาดที่ฉัน?”


เขายักไหล่ “ น่าจะยังงั้น”



วิคเตอร์ถอนหายใจแล้วหลุดขำ ส่วนยูริหลงรักเสียงหัวเราะนี้เป็นรอบที่...เอ่อ สามสิบหรือสี่สิบได้


“ คุณทำให้ผมกลับมารักสเกตได้อีกครั้งเชียวนะ และผมจะพิสูจน์ให้ดูด้วยการชนะการแข่งขันให้ได้”


“ รู้ได้ไงว่าฉันจะกลับมาหาเธอกันยูริ? ตอนที่เธอเป็นแชมป์ ฉันอาจจะหายไปแล้วก็ได้”


คำว่าหายทำให้ยูริกำมือสองข้างของอีกคนแน่นขึ้นตามสัญชาตญาณ “ คุณบอกว่าคุณอยู่ในที่ที่สูงที่สุด ผมก็คิดแค่ว่าถ้าผมตามไปก็อาจจะเจอคุณอยู่บนนั้นก็ได้ ไม่รู้สิ”



วิคเตอร์ตบมือหลายครั้งและหัวเราะออกมาเสียงดัง ยูริรู้ว่ามันฟังดูเปิ่นๆ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แต่แล้ววิคเตอร์ก็ยกมือโอบรอบคอเขาและจูบกันอีกครั้ง เป็นจูบที่เบาบางเหมือนลมพัดผ่าน เหมือนแค่เอาน้ำแข็งก้อนมาป้ายปาก


“ เราจะได้กินคัตสึด้งทุกวันใช่มั้ย?”



------------------------



หลังจากนั้นสองวัน วิคเตอร์ก็หายไป พร้อมกับหิมะที่หยุดตก สร้างความฉงนให้กับนักข่าวและกรมอุตุไปอีกหลายวัน หิมะนี้กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่จังหวัดอื่นพูดถึง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาแวะเที่ยวคิวชูจำนวนมากเพราะหิมะหลงฤดู แต่เมื่อมันหยุดตก ทั้งเมืองก็เริ่มเข้าสู่สภาวะเดิม


เปล่า วิคเตอร์ไม่ได้หายไปกะทันหันแบบน้ำระเหยกลายเป็นไอหรอก อันที่จริงมันธรรมดา ติดดิน และแอ็คชั่นล้างผลาญมาก มีเด็กชายผมบลอนด์คนหนึ่งแวะมาที่ออนเซ็น พอเห็นเขาก็กระโดดถีบจนเขากลิ้งล้ม แถมเหยียบหน้าและตะบี้ตะบันกดมันมาที่หน้าเขาอีก ยิ่งพอรู้ชื่อกัน เด็กคนนี้ชื่อยูริ แต่พี่มาริเรียกเขาว่ายูริโอะ เด็กนี้อารมณ์เดือดปุดๆเหมือนภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดตลอดเวลา วิคเตอร์บอกเขาว่า นี่คือภายนอกของยูริโอะ เลือดร้อน ใจร้อน ไม่ฟังใคร แต่ภายใน….เขาก็ยังเป็นคนเลือดร้อนอยู่ดี



วิคเตอร์เถียงกับยูริโอะ แต่เหมือนวิคเตอร์จะเป็นฝ่ายแกล้งและแหย่เด็กชายคนเดียวซะมากกว่า ยูริโอะบ่นว่าเพราะชอบวิ่งไปไหนมาไหนคนเดียวถึงได้หลงทางอยู่ในหิมะตัวเอง(?) ยูริไม่เข้าใจความหมายในเรื่องที่ทั้งคู่พูดกันสักเท่าไหร่ แต่พอเห็นว่ายูริฟังอยู่ ยูริโอะก็ชกหน้าเขาอีกครั้ง กำปั้นร้อนแรงมาก...ไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่ร้อนจริงๆ


ยูริโอะบังคับให้วิคเตอร์กลับ ฝ่ายหลังหุบยิ้มและหันมามองเขา ทั้งที่ไม่พูดอะไรแต่ดวงตาของวิคเตอร์กำลังวิงวอนต้องการคำตอบจากยูริ ทั้งที่ยูริไม่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ก้าวก่ายอะไรด้วยเลย เขาไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นใคร หรือเป็น อะไร กันแน่ด้วยซ้ำ สิ่งที่รู้ก็คือ วิคเตอร์หลงทางอยู่ และเขาก็เป็นแค่คนที่คอยให้ข้าวให้น้ำ เขาไม่ใช่จุดหมายจริงๆของวิคเตอร์ แต่ยูริไม่รู้สึกเจ็บปวดกับความจริงนี้เลย เพราะพวกเขาสัญญากันแล้ว



เขาลาทั้งคู่ มองตามหลังของวิคเตอร์จนจมหายไปกับหมอกสีน้ำเงินเข้ม เขาจะให้วิคเตอร์รออยู่ข้างบน และจะปีนขึ้นไปหาพร้อมโรยกลีบกุหลาบตามทางให้เอง




---------------------




หนึ่งปีต่อมา



ยูริกลิ้งตัวอยู่บนเตียง พลางหาวหวอด ลืมตาอย่างสะลึมสะลือ ภาพเลือนลางเบลอๆฉายให้เห็นวิคเตอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ หันหลังเปลือยเปล่าให้ ยูริคลานไปโอบเอวและนอนบนตักอีกฝ่าย สัมผัสของนิ้วที่เกลี่ยเส้นผมตัวเองช่างให้ความรู้สึกสงบเงียบ ตั้งแต่วิคเตอร์มาอยู่ที่นี่ได้ปีกว่า เมืองนี้ไม่เคยมีวันที่หิมะจะละลายหายไป และมีบางคืนที่อุณหภูมิลดต่ำและหนาวมาก แต่ทั้งสองไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย ยูริรักพ่อมดคนนี้ วิคเตอร์เป็นใคร ยังคงเป็นปริศนาที่คิดไม่ตก แต่ถ้านึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึก ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับช่วงเวลานี้ก็พอ


“ ยูริ” วิคเตอร์เขย่าหัวของเขาเบาๆ


“ หืมม์ ครับ?” ยูริงึมงำในปาก แทนที่จะลุกตามเสียงเรียกกลับฝังหน้าลงไปบนตักมากกว่าเดิม


“ หิมะไม่ตกมาห้าวันได้แล้วนะ” วิคเตอร์พูด พร้อมดึงม่านออก แสงแดดแยงตาจนยูริต้องหยีตาลง


“ อืม อืม...” ยูริตอบรับอย่างไม่สนใจและนอนต่อ เมื่อคืนเขาเพิ่งกลับมาจากการแสดงที่ปารีส ถึงบ้านตอนตีสอง เจอวิคเตอร์แล้วก็เหนื่อยกันสักรอบสองรอบ หลังจากนั้นก็หลับสบายไปเลย ตอนนี้ต่อให้เอากระทิงจากโรมหรือช้างแมมมอธมาลากเขาก็ไม่ยอมตื่นแน่



“ ไปลานสเกตกันเถอะ” แต่วิคเตอร์ทรงพลังกว่าช้างแมมมอธมากจริงๆนั่นแหละ



วิคเตอร์ลูบหัวมัคคาตินและเดินผ่าน ยูริเป็นฝ่ายลูบต่อ มันทักทายทั้งสองคนอย่างร่าเริง เมื่อทั้งคู่แต่งตัวเสร็จ วิคเตอร์ก็ควักสมาร์ทโฟนออกมาและกอดสุนัขคู่ใจก่อนจะเซลฟี่กัน ถ่ายเสร็จก็เรียกยูริให้มาเข้ากล้อง ชายหนุ่มผมดำเพิ่งล้างหน้าเสร็จและยังไม่ทันได้จัดผมดี ทรงผมจึงเปิดเถิกและกระเซอะกระเซิง วิคเตอร์บอกว่าชอบตอนเขาไว้ผมแบบนี้มากกว่าปรกหน้าจนไม่เห็นตา


ยูริหอมแก้มคนรักที่ตอนนี้กำลังวุ่นกับการตั้งชื่อแฮชแท็ก แอบเห็นแว้บๆว่าวิคเตอร์ส่งรูปนั้นให้ยูริโอะพร้อมข้อความ ‘ว่างๆก็มาเที่ยวอีกสิ’ ทั้งสามรวมมัคคาตินเดินลงมาจากชั้นบน ทานข้าวเช้า และออกมาข้างนอก อากาศจากที่หนาวถึงกระดูก ตอนนี้กลับเย็นสบายเหมือนช่วงฤดูใบไม้ผลิตอนต้น วิคเตอร์ดึงจักรยานคันเหลืองออกมาและกำลังจะขี่



“ ผมปั่นเอง” ยูริเสนอตัว ก่อนจะสับกระเป๋าเป้ที่สะพายหลังเปลี่ยนมาสะพายหน้า



วิคเตอร์ยักไหล่ ริมฝีปากทำมุมยิ้มสวย และขึ้นซ้อนอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย จักรยานออกวิ่ง โดยที่มือข้างหนึ่งของวิคเตอร์เกาะเอวเขาแน่น เขาไม่เห็นสีหน้าของวิคเตอร์หากมองจากข้างหน้า ลมที่ตีหน้าไม่เย็นแสบเหมือนเมื่อก่อน เขาได้กลิ่นมิ้นท์ผสมจัสมินบางๆ มัคคาตินวิ่งตามหลัง วิคเตอร์ยื่นมือถือออกมาไกลจากตัวจนจักรยานเกือบเอนเพื่อถ่ายรูปพวกเขาสองคน และยูริก็จำได้ว่าเขาหยีตายิ้มกว้างใส่กล้องไป




END



--------------------------------




ได้ไอเดียนี้ตอนกลับไปดูตอน 1 วันที่วิคเตอร์มาหายูริที่ญี่ปุ่น หิมะตกพอดีใช่มั้ยครับ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญแต่ผมว่าอฟชเขาจงใจใส่ให้เหมือนกับว่าวิคเตอร์มาพร้อมกับหิมะมากกว่า ในฟิคนี้ วิคเตอร์หลงทางในหิมะตัวเองและเจอกับยูริ หิมะจึงเปรียบเสมือนปัญหาและอุปสรรคที่เขาไม่สามารถแก้ได้ ถ้าเป็นในเรื่องหลักก็คือ ไอเดียตันไม่มีแรงบันดาลใจ จนได้มาเจอยูริ ในตอนจบ หิมะค่อยๆหายไป สื่อว่าอุปสรรคอะไรต่อมิอะไรหมดไปแล้วนั่นเอง


เรื่องชื่อพุดเดิ้ลของวิค ผมไปค้นมาแล้ว ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า マッカチン (Makkachin) ซึ่งไม่มีความหมายในภาษารัสเซียหรือญี่ปุ่นสักนิด มีเพียงคำเดียวคือ Mokatine เป็นชื่อขนมเค้กอังกฤษ ซึ่งผมว่ามันก็เหมือนสุนัขพุดเดิ้ลดีนะ ไม่รู้ว่าอ่านแบบนี้จริงๆหรือเปล่าแต่ก็เอามาก่อนละกัน




ปล.จักรยานสีเหลืองที่วิคปั่น มีที่นั่งซ้อนท้ายจริงครับ อยากเห็นฉากเปลี่ยนเป็นคนซ้อนบ้างจัง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #113 คุณฮี_Cin[02]*{๑๓} (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 11:07
    วิคเตอร์...หลงในหิมะตัวเองเนี่ยนะ อะไรของนาย 555 แต่ก็ดีนะ ไม่งั้นคงไม่เจอยูริหรอกเนอะ~
    #113
    0
  2. #14 Noah14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 00:28
    ฮือๆดีใจมากที่ไรท์อัพ ยังคงตามนิยายเรื่องนี้ต่อไป
    วิคเตอร์ผู้มาพร้อมกับพายุหิมะสินะ เเต่หลงในหิมะนี่มัน555555
    #14
    1
    • #14-1 San-Ge(จากตอนที่ 4)
      22 ตุลาคม 2559 / 19:57
      ความสวยมาพร้อมกับสติที่ทำหล่นหายครับ
      #14-1
  3. #13 Marius Yo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 18:49
    ไม่รู้ว่าไรท์เขียนถูกหรือเปล่า แต่มันแปลกๆที่วิคเตอร์(ยูริ)งึมงำในปากแล้วไม่ลุกตามเสียงเรียกแล้วซุกหน้าลงไปมากกว่าเดิมอะคะ น่าจะเปลี่ยนเป็นยูริมากกว่านะ
    #13
    2
    • #13-1 San-Ge(จากตอนที่ 4)
      18 ตุลาคม 2559 / 19:06
      โอ๊ะ จริงด้วย ขอบคุณมากเลยครับ จะรีบแก้เดี๋ยวนี้
      #13-1
    • #13-2 San-Ge(จากตอนที่ 4)
      18 ตุลาคม 2559 / 19:14
      โอ๊ะ จริงด้วย ขอบคุณมากเลยครับ จะรีบแก้เดี๋ยวนี้
      #13-2