คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic B.A.P] I want U Baby~

โดย MYJKB

คนหนึ่งปากร้ายแต่ใจรัก คนหนึ่งอ่อนโยนแต่น้อยใจ เพื่อนสองคนที่แอบชอบกันแต่ไม่กล้าบอกจะเป็นไงน้าาา

ยอดวิวรวม

445

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


445

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 ต.ค. 56 / 13:39 น.
นิยาย [Fic B.A.P] I want U Baby~ [Fic B.A.P] I want U Baby~ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 
เรื่องเป็นเรื่องแรกที่แต่งนะค่ะ อ่านมาหลายเรื่องแล้วอยากลองแต่งเอาบ้าง  


คำเตือน!!

1. เรื่องนี้เป็นฟิค B.A.P นะค่ะ
2.คู่หลักคือบังชาน
3.เรื่องเป็น ชายxชาย ค่ะ
4.อ่านแล้วช่วยเม้นนิดนึงนะค่ะ เพื่อไรต์จะได้เอาไปประบปรุงในเรื่องต่อไป







BONUS !!!  
B.A.P Debute Japan ^^  10/10/2013







ขอบคุณธีมงามๆจาก :)  Shalunla

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 ต.ค. 56 / 13:39




เปิดเพลงฟังไปด้วยจะได้อารมณ์^^เป็นอย่างมาก


WARRIOR
태양아래 너를 맡겨봐

 가슴에 불을 지펴

DIGIDIGIDOM DIGIDIGIDOM

Warrior 

총알보다 좀더 빠르게

 

“โอ๊ย!!” เสียงหวานๆดังขึ้นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าเนื่องจากกระโดดลงผิดท่า

“ออมม่า!!”เสียงสี่เสียงประสานเป็นหนึ่งเดียว ดังขึ้นเมื่อหันไปเห็นออมม่าหรือ ฮิมฮยองที่แสนดี ดูแลพวกเขาเหมือนแม่ ลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้น ต่างคนต่างกรูเข้าไปดูฮิมชาน  ยกเว้นคนคนหนึ่ง

            “เหอะ! สำออยอีกแล้ว ไม่ไหวก็ลาออกไปซะ เพราะนายทำเราเดบิวต์ช้า” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

            “พี่ฮิมชานเป็นอะไรไหมครับ ผมว่าพี่ไปนั่งพักเถอะครับ” แดฮยอนเสนอขึ้นมา

            “ออมม่าไปนั่งพักเถอะครับดูพวกผมซ้อมก็พอแล้ว อัปป๊า ไปว่าออมม่าอย่างไม่ดีนะครับ” เซโล่เอ็ดผู้เป็นลีดเดอร์ที่พูดจากับออมม่าของพวกเขาไม่ดี

            “ฉันไม่เป็นไรแล้ว ป้ะ เราซ้อมต่อกันเถอะ โอ๊ย!!” ฮิมชานที่พยายามพยุงตัวขึ้นร้องเมื่อความเจ็บแปลบที่ข้อเท้ามาเยือนอีกครั้ง

            “คิดจะอ่อยผู้ชายนะ อ่อยให้เนียนๆหน่อย อย่าคิดว่าฉันดูไม่ออก ในเมื่อเขาบอกว่าเขาไม่เป็นไร เราก็มาซ้อมกันต่อเถอะ” บังยงกุกพูดพรางตบมือเรียกเหล่าเมมเบอร์มาซ้อม

            “พอเถอะพี่ยงกุก เห็นไหมเนี้ยพี่ฮิมชานเจ็บ ไปหาหมอกันเถอะครับ จุนฮง จงออบ ไปเอารถออก พาพี่ฮิมชานไปหาหมอเถอะ” ยองแจเอ่ยด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย

            “ครับ/ครับ” สองเสียงที่ประสานก่อนที่จะวิ่งลงไปเอารถ

            “ไม่ไปได้ไหม พี่ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ  เราซ้อมกันต่อเถอะ” ฮิมชานผู้อ่อนโยนเอ่ยขึ้นหลังจากได้หันไปเห็นยงกุกยืนมองด้วยสายตาไม่พอใจ พลางคิดในใจว่า ‘นายคิดจะไม่สนใจฉันจริงๆใช่ไหม ฉันเจ็บขนาดนี้นายยังไม่สนใจฉันอีก แล้วฉันรักคนอย่างนายไปได้ไงนะ ยงกุก

            “ไม่ได้ครับ พี่ฮิมชานต้องไปโรงบาล ไม่งั้นพวกผมไม่ยอม”แดฮยอนเอ่ยขึ้นอย่างเป็นพร้อมช่วยยองแจพยุงฮิมชานให้ลุกขึ้นยืน

            “เดินไหวไหมครับพี่ฮิมชาน  ค่อยๆเดินนะครับ”ยองแจถามอย่างเป็นห่วง

            ‘นายยังไม่คิดจะมาช่วยฉันเลยจริงๆใช่ไหม ฮิมชานคิดพรางน้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆ

            “พี่ฮิมชานเจ็บหรอครับ ร้องไห้ทำไม” แดฮยอนถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อหันไปเห้นพี่ฮิมชานน้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆ

            “เดินแบบนั้นเมื่อไรมันจะถึงหะ มานี่เดี๋ยวฉันอุ้มเอง”ยงกุกเอ่ยออกมาอย่างรำคาญ ที่เห็นสามคนนั้นค่อยๆเดิน พร้อมกับเดินไปอุ้มชานชานในท่าเจ้าสาวแล้วก้าวฉับๆลงลิฟต์ไป โดยทิ้งสองคนนั้นไว้ข้างหลังอย่างไม่สนใจ

            “เหอๆ พี่ยงกุกนะ คิดจะปิดบังแต่ยังไงก็ปิดไม่มิดหรอก เนอะเมียจ๋า”แดฮยอนพูดพร้อมหันไปมองคนรักด้วยสายตาหวานฉ่ำ

            “ไอ้บ้า...พี่ยงกุกน้ารักเขาแต่ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไง เลยแสดงท่าทางเย็นชาออกมาอย่างนั้น แต่ทุกคนเขาดูกันออกแล้วนะครับพี่ยงกุก”ยองแจเอ่ยขึ้นมา เมื่อท่าทางของหัวหน้าวง ที่เป็นห่วงฮิมชานอย่างออกหน้าออกตา

            “แต่มีคนนึงนะที่รัก ที่ดูไม่ออก พี่ฮิมชานไง”

            “ฮ่าๆๆ เรารีบตามไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันสองคนนั้น”

            ในลิฟต์

            ‘ไอ้บ้า....ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย เจ็บมากเปล่าฮิมชาน ขอโทษนะพูดแรงๆใส่  ยงกุกคิดในใจ พรางคิดไปถึงตอนที่ฮิมชาน เขาละอยากวิ่งเขาไปประคอง แต่มันไม่กล้าเลยได้แต่พูดแรงๆใส่

            ‘ทำไม...มาทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อไม่สนใจก็ไม่ต้องมาทำแบบนี้สิ ฮิมชานมองหน้ายงกุกพรางเอ่ยตัดพ้ออยู่ในใจ

            ‘มองหน้าทำไม อย่ามองสิ มันเขินนะเว้ย อืม...ริมฝีปากนั้นน่าจูบจังอยากรู้ว่ามันจะหอมหวานเหมือนที่เขาคิดมาโดยตลอดหรือเปล่า ขอโทษนะฮิมชานที่ทำเย็นชาใส่ ก็มันไม่รู้จะแสดงออกยังไงนี่หว่า ฉันมันเป็นคนปากไม่ตรงกับใจ ยงกุกมองหน้าฮิมชานพรางคิดอย่างเพลิดเพลิน

            ‘เจ็บ... ที่เขาไม่สนใจ ทำไมต้องร้ายใส่ด้วยอ่ะ ไม่ชอบก็บอกกันดีดีสิ ตัดพ้ออีกแล้ว

            ติ๊ง first floor  เสียงลิฟต์ร้องเตือนให้รู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ชั้นไหนแล้ว  ร่างสูงที่อุ้มชานก้าวฉับๆออกจากลิฟต์เพื่อให้ถึงรถอย่างไวที่สุด ด้วยกลัวว่าคนรักจะเจ็บไปมากกว่านี้

            “พี่ยงกุก รอพวกผมด้วย จะรีบไปไหน”ยองแจรีบลากแดฮยอนออกจากลิฟต์อีกตัว

            “จุนฮงมานี่ พี่ขับเอง”ร่างสูงเอ่ยขึ้นหลังจากที่วางฮิมชานไว้ที่เบาะข้างคนขับ พร้อมกับไล่มักเน่ให้ไปนั่งข้างกับพวกฮยอง ร่างสูงขับรถด้วยความเร็สที่สูงพอสมควร ทั้งที่ในใจอยากเหยียบ 180 ด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากฮิมชานกลัวความเร็ว เลยได้แต่ขับรถอย่างปกติ แต่ถือว่าเร็วอยู่ดีในความคิดของฮิมชาน

            “เอ่อ ยงกุก ขับรถช้ากว่านี้ได้ไหมอ่ะ คือ..เอ่อฉันกลัวนะ”ฮิมชานเอ่ยอย่างกล้าๆกลัว

            “อืม..”ร่างสูงตอบพร้อมกับลดความเร็วของรถลง

            ข้างหลัง

            “พี่ออบ ผมง่วงอ่ะ ขอหนุนตักหน่อยน้า” เซโล่เอ่ยพร้อมกับล้มตัวไปนอนบนตักของคนรัก จงออบยิ้มอย่างอ่อนโยนที่เขาไม่เคยมีให้ใครนอกจากเซโล่พลางยื่นหูฟังไอพอดให้คนรักข้างหนึ่ง ส่วนยองแจกับแดฮยอนนั่งพิงไหล่หลับไปตั้งแต่ด้วยความง่วงปนเหนื่อย

            โรงพยาบาลโซล

            “คนไข้เป็นไรมาหรอค่ะ” พยาบาลเอ่ยถามหลังจากที่ฮิมชานนั่งรถเข็นของโรงพยาบาลโดยมียงกุกเป็นคนเข็นรถ

            “ข้อเท้าแพลงครับ” ฮิมชานเอ่ยตอบด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

            “ไปทำอย่างไรมาหรอค่ะ”

            “ซ้อมต้นแล้วกระโดดลงมาผิดท่านะครับ”

            “อ่อค่ะ งั้นเชิญไปทางห้องฉุกเฉินเลยนะค่ะ” พยาบาลเอ่ยขึ้นหลังจากที่สอบถามข้อมูลฮิมชานเสร็จแล้ว

            ...

            เมื่อเวลาผ่านไป ฮิมชานต้องนอนโรงพยาบาล 1 คืน โดยทุกคนโยนหน้าที่เฝ้าให้ยงกุก แทนที่ยงกุกจะปฎิเสธกลับพยักหน้ารับช้าๆ สร้างความแปลกใจให้ฮิมชานเป็นอย่างมาก

            “เอ่อ...ยงกุก ถ้านายลำบากใจไม่เป็นก็ได้นะ ฉันอยู่คนเดียวได้ แค่คืนเดียวเอง” แต่ยงกุกไม่ตอบอะไร พร้อมเดินออกไปนอกห้อง ทำให้ฮิมชานเสียใจเป็นอย่างมาก สรุกคืนนี้ฉันต้องคนเดียวที่โรงพยาบาลนี้จริงๆใช่ไหม

            “พี่ฮิมชานฮะ ไม่ต้องไปสนใจพี่ยงกุกหรอกครับ พี่อยู่คนเดียวได้ระคืนนี้” ยองแจเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงแต่ก็มีเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาว่า

            “พวกนายจะกลับกันได้รึยังหรือว่าจะนอนเฝ้ากันทั้งกลุ่มฮะ กลับได้แล้ว เขาบอกว่าอยู่คนเดียวได้นี่”ยงกุกที่เปิดประตูห้องพักเข้ามาต่อว่าเมมเบอร์อย่างติดรำคาญ 'ไอ้พวกเด็กบ้า รีบๆกลับคอนโดฉันจะรีบกลับไปเก็กระเป๋ามาเฝ้าฮิมชาน'

            “พี่ฮิมชานฮะ  พวกผมกลับก่อนนะ”เซโล่เอ่ยลาผู้เป็นพี่ด้วยสีหน้าเอือมระอาในตัวพี่ใหญ่

            “อืม..ไปเถอะ พี่อยู่คนเดียวได้”ฮิมชานเอ่ยลาพวกน้องๆ แล้วก็ล้มตัวลงนอนหันหน้าไปทางหน้าต่างแล้วน้ำใสก็ไหลออกจากตาอย่างหยุดไม่ได้ ‘ยงกุก นายไมเคยสนใจฉันเลย ฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง นายไม่เคยแคร์ความรู้สึกของฉันเลย พอกันที่เถอะความรักครั้งนี้ ฉันเจ็บ...เจ็บจนทนไม่ไหวแล้วนะ ฮิมชานปาดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานอย่างช้าก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาอีกอย่างหยุดไม่ได้ ฮิมชานได้แต่ร้องไห้เงียบอยู่ในห้องตามลำพัง

            @คอนโดที่B.A.Pพักอยู่

            “พี่ยงกุกจะไปไหนหรอครับ”จงออบเอ่ยถามเมื่อเห็นคนเป็นพี่สะพายกะเป๋าเป้ ที่บรรจุเสื้อผ้าเอาไว้

            “ไปเฝ้าฮิมชานนะ คืนนี้อยู่กันได้ใช่ไหม พี่ไปก่อนนะ”ยงกุกพูดเสร็จก็เดินออกไป

            “เฮ้อออออ พี่ชายของเรานี่แปลกคนนะ ปากร้ายแต่ใจรัก” เซโล่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาเห็นตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลแล้วล่ะ พี่ยงกุกเดินเข้าไปในห้องแล้วรื้อเสื้อผ้าออกมา 2-3ชุด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเสื้อผ้าของพี่ฮิมชานหนึ่งชุด พอจัดของเสร็จยงกุกก็คว้ากุญแจออกไป

            “เหมือนคู่พี่ไง”ยองแจเอ่ยขึ้นพลางคิดว่าถ้าอะไรกันนะที่ทำให้ผู้ชายปากร้าย ตัวดำ เอ่อ..สีแทน มาคบกับเขาแล้วก็รักมาจนทุกวัน แต่ยองแจก็ยิ้มหวานให้คนรักอยู่ดี

            “ยิ้มแบบนี้ อย่าหวังว่าจะได้นอนเลยที่รัก”แดฮยอนเอ่ยพร้อมอุ้มยองแจเข้าไปในห้องก่อนที่จะตะโกนออกมาว่า

            “คืนนี้อย่านอนดึกนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย”

            “คร้าบบบบ อย่าเสียงดังมากนะฮยอง พวกผมจะนอน โอ้ย เจ็บนะที่รักมานี่เลย โทษฐานทำสามีเจ็บตัว” จงออบอุ้มเซโล่เข้าไปในห้องบ้าง
            "พี่ออบปล่อยโล่เดี๋ยวนี้เลยน้ ไม่เอา ไม่อาววว~"ได้แต่ดิ้นไปเถอะ เจลโล่ สุดท้ายก็เสร็จออบบี้เค้าอยู่ดี

            โรงพยาบาลโซล

            “ฮึก...ฮึก”เสียงมาจากร่างบางที่ยังร้องไห้ไม่หยุด สักพักมีคนสักคนเปิดประตูเข้ามา เขาคิดว่าเป็นหมอ หรือพยาบาลเข้ามาดูอาการเขาตอนนี้  เขารีบเช็ดน้ำตาออก พร้อมทำสีหน้าปกติ

            “ทำไมตาแดง...เอ๊ะ นี่นายร้องไห้หรอ ร้องทำไม เจ็บแผลหรอ”ยงกุกที่เดินเข้ามาให้ห้อง ถามด้วยความเป็นห่วง ทำให้ร่างบางน้ำตาไหลออกมาอีก แต่ก็รีบเช็ดออก

            “เปล่าๆ ฝุ่นมันเข้าตาอ่ะ นายมาทำไม ลืมอะไรหรอ” ฮิมชานพูดอย่างคล่องแคล่ว

            “เปล่า... ฉันแค่มาเฝ้านาย” ยงกุกตอบอย่างสบายๆ แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา

            “ฉันบอกว่าฉันอยู่คนเดียวได้”ฮิมชานพูดด้วยความเย่อหยิ่งในตัวหน่อยๆ แต่ในใจนั้นค่อยพองโตหลังจากเหี่ยวแฟ้บมานาน    

            “ก็บอกว่ามาเฝ้า  ไม่มีนายนอนในห้องด้วยแล้วมันนอนไม่หลับนะ”ร่างสูงพูดน้ำเสียงแผ่วเบาลงเรื่อยๆ แต่ประโยคสุดท้ายเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า

            “ห๊ะ นายว่าอะไรยงกุก เมื่อกี้อะไรไม่หลับๆนะ”ฮิมชานถามซ้ำอีกครั้ง

            “รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันมีงานเช้า นายต้องไปกับฉัน แนไปอาบน้ำนอนแหละ”ยงกุกเอ่ยตัดบท พลางหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ ฮิมชานนอนลงอย่าง งงๆแล้วเข้าสู่ห้วงนิททราไปอย่างไม่ยาก เนื่องจากเหนื่อยซ้อมเต้นแล้วยังมาร้องไห้อย่างหนักอีก

            เช้าวันต่อมา

            ห้องอัดเสียง

            “นายมาที่นี้ทำไม” ฮิมชานเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจนัก ทั้งที่ขายังเจ็บอยู่ ยงกุกยังให้เขามาทำไมเนี้ย

            “วันนี้ฉันมีอัดเสียงเพลงที่ฉันแต่งเอง ส่วนนายมานั่งเป็นโวคอลให้ฉันที” ยงกุกอธิบายอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะประโยคสุดท้าย

            “อ่อ โอเคๆ แล้วทีมงานมายัง”ฮิมชานเอ่ยถาม พร้อมกับนั่งรถบนเก้าอี้

            “ผมมาแล้วคร้าบบบบบ ไง น้องชายรอนานไหม” โปรดิวเซอร์เอ่ยถามยงกุก

            “ไม่ครับ แล้วนี่เราเริ่มอัดกันได้แล้วหรือยังครับ เดี๋ยวผมจะพาไอ้เหยินกลับหอพักอีก”

            “ เหยิน เห้ยยยย  ให้บังแกว่าฉันเหยินหรอ”

            “เออ แล้วใครอนุญาตให้เรียกบังหะ” บัง...คำนั้นสงวนไว้ให้คนที่เขารักเรียกโดยเฉพาะ แต่ไอ้เหยินมันก็คนที่เรารักไม่ใช่หรอ เพราะฉะนั้น อนุญาตก็ได้ฟ้ะ

            “น้อง!! หยุดเถียงแล้วมาอัดเพลงกันได้แล้ว”พี่โปรดิวเซอร์อย่างโหด แล้วเขาก็ยื่นไมค์มาให้ยงกุกเนื้อเพลงที่ออกสนุกสนานดังขึ้น ยงกุกร้องด้วยความตั้งใจพร้อมทั้งหันไปมองข้างกายที่กำลังเต้นอย่างสนุกสนาน

การที่จะพูดคำว่า ผม รัก คุณ มันช่างดูเป็นอะไรที่ยากเสียเหลือเกิน

แต่หลังจากที่ผมได้พบเจอกับคุณ ผมก็ได้เรียนรู้ว่ารักนั้นคืออะไร

คุณคิดยังไงเกี่ยวกับผม?

            ยงกุกหันมามองฮิมชานก็ยังเห็นเต้น

            ผมไม่จำเป็นต้องไปเล่นโรลเลอร์ โคสเตอร์เลย เพราะแค่อยู่กับคุณตามลำพัง มันก็ทำให้ผมตื่นเต้นได้แล้ว

รักที่มักจะถูกพูดออกมาในรูปแบบตัวอักษร มันกลับกลายมาเป็นความจริงสำหรับคนแบบผมตลอดเวลา เมื่อครั้งที่ผมได้พบกับคุณ

นี่ ที่รัก ผมสงสัยว่าคุณรู้หรือเปล่า ว่าผมรู้สึกอย่างไร?

            ร่างสูงเหลือบตามามอง เห็นฮิมชานเต้นอย่างน่ารัก

            ทำไมหัวใจของผมมันเต้นไม่เป็นจังหวะ เหมือนวันทุกวันรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นความฝัน มาย เลดี้~

 

ในยามเช้า เวลาที่เราตื่นขึ้นกันแต่เช้า ผมแทบจะเป็นบ้าไปกับความคิดที่ว่า ได้ตื่นขึ้นมาพบเจอกับคุณ

 

 

 

 

 

 

มันราวกับว่า เรากำลังเป็น โรมิโอ และ จูเลียต ใจของผมมันเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเลย

 

 

 

 

 

ความกลัวว่าใครสักคนอาจจะมารับรู้ความรู้สึกของผม ผมเลยพยายาม พยายามที่ซ่อนความรู้สึกของผมให้ฝังลึกลงไปในมุมๆหนึ่งของหัวใจผมผมเพียงแค่อยากจะบอกกับคุณเท่านั้น และผมก็คิดถึงคุณอยู่ทุกค่ำคืนตลอดเวลา ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ผมอยากจะไปปรากฏตัวของผมกับคุณ ในความฝันของคุณ

 

 

 

 

ไม่เป็นไร มันไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เบบี้

 

 

 

มีแค่ผม แค่ผม มันมีแค่ผมเท่านั้นที่สามารถมองเห็นคุณ

 

 

ไม่เป็นไร มันไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เบบี้

ผมอยากจะสารภาพกับคุณ

ผมอยากได้คุณ เบบี้ ผมต้องการคุณ ผมอยากได้คุณ (ผมต้องการคุณ girl)

ผมอยากได้คุณ เบบี้ ผมต้องการคุณ girl yeah ผมคิดถึงคุณ girl

 

แทบทุกท่อนที่เขาร้อง เขาหันมามองฮิมชาน มีบางท่อนที่ฮิมชานหันหม้าสบตากับยงกุก แล้วก็ต่างคนหันหน้าหนี

            “วันนี้ทำได้ดีมากเลยยงกุก สงสัยแฟนมาให้กำลังใจ” โปรดิวเซอร์เอ่ยชม

            “เราเป็นแค่เพื่อนกันครับ/เราไม่ได้เป็นไรกันครับ”ยงกุกและฮิมชานพูดขึ้นพร้อมกัน แต่หน้าแดงกันทั้งคู่ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจ เต้นแรงทั้งคู่

            “น้องไม่ต้องอาย พี่เข้าใจ ฮ่าๆ พี่ไปละ”โปรดิวเซอร์เอ่ยลาแล้วเดินออกจากห้องอัดไป

            “ฮิมชาน นายรู้ความหมายของเพลงนี้ใช่ไหม”ยงกุกเอ่ยขึ้นหลังจากที่โปรดิวเซอร์เดินออกไปแล้ว

            “อืม...ทำไมนายจะเอาไปบอกสาวที่ไหนหรอ แต่งซะหวานเชียวนะ”ฮิมชานพูดด้วยน้ำเสียงสดใสแต่ในใจ เจ็บ อย่างบอกไม่ถูก

            “ไม่ได้บอกสาว แต่จะบอกหนุ่มแถวนี้ละ”ยงกุกมองฮิมชานด้วยสายตาที่แสดงถึงความรักเต็มที่ แต่ฮิมชานคิดว่า คนคนนั้นคงไม่ใช่เขาหรอก

            “แน่ หนุ่มคงนั้นคงโชคดีมากเลยล่ะ ฮ่าๆ”

            “ฮิมชาน...”ยงกุกเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม พลางเอือมมือไปยกมือฮิมชานมาบีบเอาเบาๆ

            “...”

            “ฉันตั้งใจแต่งเพลงนี้มาให้นาย คือ...ฉันชอบนายมานานแล้ว ชอบ ชอบ ชอบ..จนรักไปแล้ว” ยงกุกพูดอย่างเร็ว และหน้าแดงไม่ต่างจากฮิมชานเลย

            “...”

            “เป็นแฟนกันนะฮิมชาน”

            “...ทำไม...รักฉันแล้วทำไมต้องร้ายใส่ด้วยล่ะทำไม...ทำไม”ฮิมชานเงียบแล้วตัดพ้อ น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างช้าๆ แต่เป็นน้ำตาแห่งความสุข

            “ฉันแสดงออกไม่ถูก...ฉันกลัวนายรู้ อย่าร้องไห้นะฮิมชาน”ยงกุกดึงร่างบางเข้ามากอด ฮิมชานก็ยกมือกอดตอบ

            “ว่าไง...ฮิมชาน เราเป็นแฟนกันนะ”ยงกุกเอ่ยถามขึ้นอีกรอบ

            “อืม...ฉันจะเป็นแฟนกับนาย”

            “อ่า...ฉันรักนายมากจริงๆเลย”ยงกุกเอ่ยขึ้นพร้อมกอดร่างบางแน่นกว่าเดิม แล้วนี่เขาจะกลับไปบอกน้องเขาได้ยังไงเนี้ย

            “เย้!!  พี่ฮิมชานกับพี่ยงกุกเป็นแฟนกันแล้ว เย้!!” เสียงหนึ่งที่หลังห้อง แต่เอ๊ะ เสียงนี้คุ้นๆแหะ ยงกุกกับฮิมชานผละออกจากกัน แล้วหันไปมองที่ต้นเสียง

            “อุ้ย พวกเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวโดนงับหัว เก๋าขอโต้ดด  ปะครับ สวีทกันต่อเถอะ” พอเซโล่พูดจบร่างสี่ร่างก็วิ่งไปออกนอกห้องไป แต่ยังไม่ทันก้าวออกนอกห้อง ก็ต้องหยุดชะงักเพราะ...
            "มาได้อย่างไงห๊ะ พี่บอกให้นอนเฝ้าหอไง ชานนี่เย็นนี้ไม่ต้องไปทำอะไรให้มันกินนะ ปล่อยให้อดไปเลย" ยงกุกพูดด้วยเสียงโหดๆ
            "โห เฮีย ได้เมียแล้วปล่อยพวกผมไปเถอะ พวกผมลาละครับ สวัสดีครับ" แดฮยอนพูดแล้วรีบลากสามคนออกมานอกห้องทันทีส่วนสองคนที่เหลือหันมามองหน้าแล้วก็เคลื่อนริมฝีปากเข้ามาประกบกันอย่างช้โดยไม่มีการลุกล้ำใดๆ

            ..ปัจจุบัน...

           

“ยงกุก ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” ฮิมชานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำไมยงกุกเสียวสันหลังวาบ เพราะผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นกิ๊กเก่าตั้งแต่สมัยเรียน แต่ไม่คิดว่าเธอจะจำได้

“ฉันเป็นแฟนเก่าของ ยงกุก แล้วนายละเป็นใคร” เสียงเซ็กซี่เอ่ยถามอย่างถือตัว

“เธอไม่รู้จักฉัน?”ฮิมชานถามอย่างแปลกใจ แต่ยังคงสายตาดุๆไว้ก่อน

“คิม ฮิมชาน นักร้องของวงB.A.P วงที่มียงกุกเป็นลีดเดอร์ ทำไมฉันจะไม่รู้จักละ” ผู้หญิงคนนั้นมองฮิมชานอย่างเหยียดหยาม

“ก็รู้จักนี่ แต่ตกอะไรไปอย่างนะ... ฉันจะบอกให้นะ”เสียงหวานที่ออกจากริมฝีปากบางของฮิมชานนั้นแฝงไปด้วยน้ำเสียงเยาะยันไปที

“เธอเป็นได้แค่แฟนเก่า แต่ฉัน จะแต่งงานกับยงกุกอาทิตย์หน้าแล้วล่ะสนใจให้ฉันส่งการ์ดแต่งงานไปให้ไหมจ้ะ”ฮิมชานพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับหันไปจูบยงกุกอย่างหวานชื่นและเนิ่นนาน ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะกรี๊ดแล้วเดินออกไป

“นี่ฉันต้องรบกับผู้หญิงอีกคนเนี้ย ยงกุก สาวนายเยอะจริง”ฮิมชานพูดออกมาอย่างรำคาญ

"นายหนุ่มเยอะเหมือนกันแหละ"
      "แต่ฉันก็มีนายคนเดียวนี่นาตอนนี้นะ" ฮิมชานพูดพลางช้อนตามองคนตัวสูงกว่าอย่างน่ารัก
      "อ่า~ ไปแจกการ์ดกันต่อเถอะ เดี๋ยวคืนนี้มีเวลาน้อย"ยงกุกลากฮิมชานออกจากที่ตรงนั้นเพื่อไปแจกการ์ดแต่งงานต่อ ทั้งที่ใจจริงยากให้มันหมดไปเลยตอนนี้ เขาจะได้ไปทำภารกิจกับคุณภรรยาสุดที่เลิฟสักที
      "เวลาน้อย??...ไอ้บ้าาาาาา"ฮิมชานพูดแล้วทุบตีร่างสูงอย่างเขินอาย ก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่รถ
      "ฮ่าๆๆ"ร่างสูงหัวเราะอย่างชอบใจก่อนที่จะเดินตามร่างบางไป




ยงกุกเอ๊ยย  ที่ฮิมชานเค้าวิ่งไปที่รถอ่ะ เค้าก็รีบเหมือนกันนั้นแหละ รีบเข้าหอไง คิกคิก












FIN.~~

ผลงานอื่นๆ ของ MYJKB

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 21:02
    ฟินนนนนน //แด้นี่ก็เนียนเรียกเมียจ๋าเฉยยยยยยยย =₩=
    #4
    0
  2. วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 13:10
    แต่งได้น่ารักมากกกกก  สนุกดีนะ 
    #3
    0
  3. #2 N*nn:)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 09:46
    น่ารักจริงๆ ปากร้ายจริงๆนะยงกุก
    #2
    0
  4. วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 11:57
    อ๊ายยยยยย น่ารักเฟ้ออออ ><

    ออบอุ้มโล่นี่คิดสภาพไม่ถูกเลยแห๊ะ 55555555
    #1
    0