BAP หลังคาเดียวกัน

ตอนที่ 6 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.พ. 58

 




บทที่ 6


 

 
 
 
 
  "ว่าไง..เด็กๆ  มีอะไรข้องใจรึเปล่า ? "
 
 
 
"ไม่มีเลยครับ ผมเซนสัญญาให้พี่เรียบร้อยแล้ว "   
 




 
 
หลังจากนั่งรอไม่นาน  ผู้กุมอำนาจก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ทำให้ยองแจรู้สึกหน้าร้อนทุกครั้งที่

ได้สบตากับพี่ชายหน้าเหมือนคนนี้
 



 
"อ่านดีแล้วใช่ไหม..?"

 


 
 
ยองแจเม้มปากอีกครั้ง ไม่อยากจะบอกว่าเค้าตื่นเต้นมากเกินไปจนแทบไม่ได้สนใจที่จะอ่านมันด้วยซ้ำ

เค้ายอมเซนทั้งๆที่ไม่ได้สนใจเนื้อความในกระดาษแผ่นบางๆนั้น
อย่างที่บอก

พวกเค้าไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว ไว้เรียบร้อยแล้วค่อยไปอ่านดูอีกรอบก็ยังได้...
 
 






 
สองพี่น้องมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะผงกหัวให้กับพี่ชายหน้าเหมือนเป็นคำตอบว่าได้ ทบทวนสัญญาในกระดาษ

แผ่นบางนั้นดีแล้ว  
การโกหกเล็กๆน้อยๆเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเค้าไปแล้ว (?)

ตั้งแต่ที่ต้องเผชิญชะตากรรมอันน่าเวทนาตั้งแต่พวกเค้าได้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตไป  


ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการเอาตัวรอดและปากท้องที่ต้องกินต้องใช้อยู่ทุกๆวัน..
 
 



 
 
 
 
 
  "งั้นก็ดี.."  มือเรียวฉวยหยิบเอากระดาษแผ่นบางที่อยู่ในมือนิ่มของยองแจไป เลิกคิ้วมองลายมือไม่สู้ว่าดีนักนั้นเล็ก

น้อยรอยยิ้มหวานจุดขึ้นที่ใบหน้าคมคายอีกครั้ง 


 



ยองแจกระพริบตาปริบๆมองการกระทำของพี่ชายหน้าเหมือน และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะหวานหยดย้อยกว่าครั้งไหนๆ

ก็ชวนหวาดผวา  ไม่ใช่ว่าเค้าจะรู้สึกไปเอง จงออบที่อยู่
ข้างๆเหมือนจะสัมผัสได้เช่นกันร่างเล็กค่อยๆขยับมา

ชิดกับพี่ชายอย่างแนบเนียน
 ยองแจรับรู้ได้ทันทีว่าเค้าจะไม่มีวันได้อ่านมันอีกครั้งแน่นอน....
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
  "นัม..ไปเรียกฮิมชานออกมาที่นี้หน่อยสิ "  
 
 
"อะไร..เรียกทำไม "
 
 
"บอกให้ไปเรียกก็ไปเรียกมาเหอะ น่าาา"
 
 




 
 
   ยงนัมหลับตานิ่งแต่ก็ยอมเดินเลยสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไป  เค้ามันก็แค่ข้าทาสบริวาณ จะไปปฏิเสธอะไรได้

หลังจากที่หัวเสียกับเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น  เพราะทนดูไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่ามีเจ้าของแล้ว...แต่มันก็
ยังอดหวงไม่ได้




 ทำไมเค้าต้องหวงยงกุก...





ทำไมเค้าจะไม่รู้ 
 
 


 
 
 ลึกๆแล้ว เค้ารู้ดีว่ามันเพราะอะไร ..แค่ไม่อยากยอมรับมันก็เท่านั้น..
 



 
 
 
เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้.....
 






 
 
บังยงนัม....คนโง่...
 
 
 






 
 
 ปลายเท้าหยุดลงที่หน้าประตูไม้บ้านใหญ่   ใจจริงเค้าอยากจะกระชากมันให้หลุดติดมือมาด้วยให้สมกับ

อารมณ์ที่ขุ่นมัวในตอนนี้  แต่ติดที่ว่าคนในห้องต้องล็อคมันไว้อย่างแน่นอน
ถ้าทำอย่างนั้นเค้าเองที่จะต้องเสียหน้า







 
 
มือใหญ่เคาะประตูแรงๆ ไป สองสามครั้ง 
 


 
ปฏิกิริยาตอบรับก็ยังคงเงียบ...  ฮืมชานน่าจะหลับไปแล้ว ตั้งแต่บอกไบ้ให้เค้าไปทำงานบ้าน 
 
 
 
 
 
 
งานบ้านเหรอ?....
 






 
 
ดวงตารีเบิกกว้างทันที รีบหุบปากตัวเองลงอย่างกระทันหัน เรียวคิ้วขมวดยุ่ง เค้าลืมอะไรบางอย่างไป ใช่เค้าลืม




ไอ้เสือส้ม ตัวปัญหานั้นได้ยังไง....









 
 
ยังไม่ได้เอามันไปตาก...








 
 
ทันทีที่พึมพรำกับตัวเองเสร็จ ยงนัมไม่มีทางปล่อยเวลาให้หายทิ้งไปนั้นหมายถึงลมหายใจของเค้าเช่นกัน  


มือใหญ่ทุบรัวๆไปที่ประตูไม้บานใหญ่อีกครั้ง
และมันได้ผล ประตูห้องถูกกระชากออกในไม่ช้า

พร้อมกับรังสีอำมหิตแพร่กระจายออกมากระทบอย่างจัง  
 
 






 
ดูจากหน้าแล้ว ฮิมชานคงหงุดหงิดมาก  ดวงตาคมที่สาวๆได้มองแล้วต้องติดกับกับเสน่ห์มากมายในดวงตาคู่นั้น


ที่ตอนนี้มันตวัดมองมาที่เค้าอย่างเคียดแค้น
เหมือนกับเค้าไปทำความผิดร้ายแรงอะไรมาอย่างนั้นแหละ..
 


 
 
 
"มึงจะเคาะเอาอะไร รัวขนาดนี้ห๊ะ!!  คนนอนอยู่ หัดเกรงใจบ้างเซ่!! "


 ฮิมชานทึ้งหัวตัวเองจนยุ่ง ไม่อยากจะเชื่อ มีใครตายรึไง ทำไมมันต้องมารัวทุบประตูเค้าแบบนี้ด้วย
 
 
คนกำลังหลับฝันดีๆอยู่ สะดุ้งแทบตกเตียงกันเลยทีเดียว
 






 
 
"เออ..มึงใจเย็นๆ กูไม่ได้ตั้งใจ.."
 
 
"นี้ขนาดมึงไม่ตั้งใจนะ..ถ้ากูตกเตียงคอหักตาย ใครจะรับผิดชอบว่ะ"
 
 
"เห้ยยย มึงไม่ตายเพราะตกเตียงหรอกน่าาา"



 
 
ฮิมชานชี้หน้าเพื่อนอย่างคาดโทษ 




 
 
"แล้วตกลง มีอะไร ถ้าไม่อะไรกูจะไปนอน เหนื่อยยย"
 
 
 
"ยงกุก เรียกหามึง"


 
 
"เรียกหากูเนี้ยนะ.."  


น้ำเสียงแปลกใจ พร้อมกับชี้มือเข้าหาตัวเองอย่าง งงๆ  ยงกุกเนี้ยนะเรียกหา ร้อยวันพันปีหรอกน่าา
 
จริงๆ ผู้ทรงอำนาจขนาดนั้นจะเรียกหาใครซักคน มันต้องมีเหตุผลแน่นอน และส่วนมากมันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

เรียกว่ามันไม่เคยมีเรื่องดี







 
หลังจากที่หลวมตัวมาอยู่ที่นี้ เพราะคำชวนของเจ้าเพื่อนตัวปัญหา ในช่วงที่เค้าสอบติดและเข้าเรียนที่

มหาวิทยาลัย xx ได้ และได้รู้จักกับยงนัม  
ตอนนั้นฮิมชานกำลังมองหาที่อยู่ หอพักดีๆซักแห่ง

และยงนัมได้เสนอมันให้กับเค้าเค้ามาดูที่นี้ มันก็ดูโอเค และตกลงเซนสัญญาไปเพราะคำพูดชักแม่น้ำ

ทั้งทวีปของยงนัม





 
 
จากนั้นไม่นานยงกุกก็ปรากฏตัวขึ้น หลังจากที่ไปเข้าค่ายรับน้องกลับมา 



 
 
ตั้งแต่ที่ยงกุกก้าวเข้ามา ยอมรับว่าปลื้มตั้งแต่แรกเห็น  แต่นั้นแหละ ใครๆที่ได้มอง เหมือนตกอยู่ในวังวน

แทบถอนตัวไม่ขึ้น
ด้วยรอยยิ้มหวานละมุนที่เจ้าตัวมักพกติดไปทุกที่ท่าทางอ่อนโยน น้ำเสียงคำพูด

ทำให้หลงได้ง่ายๆเลย 
 






 
แต่การอยู่ร่วมกันจริงๆ มันไม่ใช่สวรรค์อย่างที่ใครๆได้จินตนาการไว้  ยงกุกน่ากลัวกว่าที่คิด


ภายใต้หน้ากากนางฟ้าที่เจ้าตัวสร้างขึ้น เบื้องหลังนั้นอาจจะเป็นจอมปีศาจสุดแสนเจ้าเล่ห์
 

แต่ยังไงก็ต้องยอมรับ ว่ามันก็ยังเป็นเสน่ห์ของยงกุกอยู่ดี ยังไงความรู้สึกแรกมันก็ยังตราตรึงเสมอ..
 
 




 
ฮิมชานเสยผมที่ปิดดวงตาทรงเสน่ห์ของตัวเองที่คิดเอาเองว่ามันมีเสน่ห์มากมายขึ้นเล็กน้อย


ปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด แน่นอนว่าเค้าทำมันได้อย่างง่ายดาย 
 
 
เจ้าบทบาทอย่างเค้ามีอะไรที่จะทำไม่ได้บ้าง  กดรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ที่คิดว่าหล่อ 
 
 
 ดึงประตูปิดเข้ามาหาตัว และก้าวมายืนข้างๆยงนัมด้วยท่าทางมั่นใจ
 





 
 
ยงนัมมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเบื่อหน่าย  
 
 



 
 
"ว่าไง  กูหล่อยัง"
 
 






 
 
"_____"
 






 
 
^____^
 



 
 
ปั๊ก !!  
 




 
"สัส !!  นัม  ตบหัวทำเหี้ยยยยไรรรรรร"

 
 
"หมั่นไส้ รีบๆตามมาเลย ไร้สาระว่ะ !! "

 
 
 
"เชื่ยยย เอ้ย ไม่หล่อเหมือนกู อิจฉากูก็บอก."
 


 
 
"หุบปากเน่าๆของมึง แล้วมากับกู"
 


 
 
"ฮึ.."  ฮิมชานยกยิ้มอย่างมั่นใจและเดินตามเพื่อนจอมโหดไปยังห้องรับแขกของบ้าน













 
 
ทันทีที่ไปถึง สายตาสำรวจก็ทำงานทันที ดวงตาทรงเสน่ห์ที่คิดไปเองของเค้า จับจ้องไปยังแขกแปลกหน้าทั้งสอง

ที่ท่าทางอายุน้อยนั้นอย่างแปลกใจ
 



 
ไม่ทันได้แปลกใจไปมากกว่านั้น สายตาของเค้าก็ต้องไปจบลงที่รอยยิ้มละมุนของผู้ทรงอำนาจของบ้านนี้ 
 
 
รอยยิ้มที่ฆ่าเค้าตายได้ง่าย ๆ  เทวดาประจำบ้าน  ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ยังดูงดงามในสายตาของเค้าเสมอ  


ต่อให้ริมฝีปากคู่นั้น จะเอ่ยถ้อยคำโหดร้ายแค่ไหน
 






 
เค้าก็ยังคงชอบมันอยู่เช่นเดิม    








รอยยิ้มที่มีเจ้าของอยู่แล้ว....  










ริมฝีปากที่ไม่สามารถแตะต้องได้..
 
 






 
 
คิมฮิมชาน...คนโง่
 
 
 












 
 
   
 
 
  "ฮิมชาน ...มาแล้วเหรอ"  





คำทักทายเรียกความสนใจสำหรับแขกทั้งสองให้หันมองไปยังทิศทางตรงกันข้ามทันที

ยองแจรู้สึกแปลกใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก 
เพราะรู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศมันต้องดูอึดอัดขึ้นแน่นอน

แต่..ทำไมที่นี้มีแต่คนหน้าตาดีๆกันทั้งนั้นเลยแฮะ..
 
 



 
 
" อือ ..เรียกฉันมามีอะไรเหรอ.."




 
 
 "มานั่งก่อนสิ..ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยนิดหน่อย รบกวนเวลาไม่นานหรอก นายด้วยนะ ..ยงนัม"  




หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจเฉพาะแล้ว  กะว่าจะรีบไปจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จ
 

 
แต่ต้องมาโดนเบรคอีกรอบ โดยคนๆเดิม ที่ปฏิเสธไม่ได้ จำใจต้องเดินคอตกไปนั่งข้างๆ ไอ้เพื่อนยากอย่างเสียไม่ได้


 ถ้าไม่ได้เอาไอ้เสื้อส้มดั้งใหญ่นั้นไปตากอย่ามาโวยวายที่หลังนะเว้ยยยย !! 
 




 
คอหล่อเซ็ง = =
 
 


 
 
  
 
 
   ยงกุกยกยิ้มน้อยๆให้กับท่าทางของคนเป็นพี่ ตัวโตซ่ะเปล่า แต่งอแงเหมือนเด็ก..
 
 
ยงกุกยืดตัวขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้สบายตัวมากขึ้น นั่งนานๆมันก็เมื่อยเหมือนกัน




 
 
 "เอาล่ะ ถึงอยู่กันไม่ครบ ก็ไม่เป็นไร "


 น้ำเสียงเรียบนิ่ง เริ่มเปิดประเด็น โดยมีผู้ฟังรอฟังอย่างจดจ่อ 
 






 
"ยองแจ จงออบ  นั้น  คิม ฮิมชาน เค้าอยู่ที่นี้มานานมากแล้ว รู้จักกันไว้ "  


ยงกุกส่ง สายตาไปยังผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ พี่ชายหน้าเหมือนจอมโหด ที่นั่งหน้ามุ่ยบอกบุญไม่เอาอยู่
 




 
ทั้งสองพยักหน้างึกงัก ตอบรับคำแนะนำ ของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี  
 
 
คิมฮิมชาน จัดได้ว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีมากคนนึง มีผิวขาวจัด มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ก็ดูน่ารัก ท่าทางเป็นมิตร (?) 
 







 
"ส่วนนั้น บังยงนัม ..พี่ชายฝ่าแฝดของพี่เอง พี่ชื่อ บัง ยงกุก"  



พูดจบก็ปิดท้ายด้วยร้อยยิ้มละมุนอีกที





 
 
มองแล้วจะคลั่งตาย...
 




 
ทำไมชอบยั่ว...




 
 
หวงว่ะ...
 
 




 
อะไรเนี่ยยย...
 
 
 
 
  


 
 
 
  
 
 หลังจากฟังคำแนะนำสมาชิคในบ้าน สองพี่น้องก็รีบลุกขึ้น แนะนำตัวอย่างสุภาพกับทั้งสองพี่ชายทันที 
 
ท่าทางนอบน้อมของทั้งคู่  ทำให้ฮิมชานดูพอใจไม่น้อย 
 



 
 
"อาา พี่ คิม ฮิมชาน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ "
 




 
ผงกหัวรับ แต่จริงๆ เค้าก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์อยู่ดีนั้นแหละ 
 
ว่าทำไม ยงกุก ต้องเรียกเค้ามาแนะนำกับเด็กท่าทางอ่อนโลกสองคนนี้ด้วย 
 


 
 
มีอะไรที่เค้ายังไม่รู้งั้นเหรอ...
 



 
ทำไมต้องมาแนะนำ ..และ มาทำอะไรที่นี้
 



 
 
แต่ตอนนี้ คิม ฮิมชาน ทำได้แค่  ฉีกยิ้ม อย่างเป็นมิตรไปให้กับเด็ก ๆ  อย่างไม่เข้าใจ  แต่ยังไงเด็กๆก็แนะนำตัวแล้ว 
 
แต่ไอ้เพื่อนหน้าตายข้างๆเค้านี้ ไม่คิดจะพูดอะไรเลยรึไงนะ..
 





 
 
ฮิมชาน ใช้ศอกสะกิดคนข้างๆ  ยงนัมหันควับมามองตาเขียว 

 
 
"มึง ไม่คิดจะพูดอะไรบ้างเหรอ."
 



 
"พูดอะไร .."
 
 




 
"แนะนำ สิว่ะ.."
 




 
"ไม่เห็นเหรอ ยงกุก แนะนำกูไปแล้ว.."
 

 
 
 
 
ฮิมชานได้แต่ถอนหายใจ ให้กับเพื่อนตัวปัญหา  บทจะหยิ่ง มึงก็หยิ่ง ได้น่าโดนยันมากเลยนะครับ คุณเพื่อน = =
 




 
 
"ช่างเถอะ.. ฮิมชาน ไม่ต้องไปสนใจอะไรมากหรอก มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เด็กๆ ก็ไม่ต้องไปถือสานะ


คนแก่ นิสัยไม่ค่อยดีนะ"
 








 
คนแก่นิสัยไม่ดี ตวัดสายตามามองทันที  ช่างเหน็บแนมดีจริงๆ ...
 








 
"เหอะๆ ไม่ถือหรอกครับ"
 


 
 
 
" ฮิมชาน สองคนนี้จะมาเป็นสมาชิคใหม่นะ "






 
 
"ห๊ะ !! สมาชิคใหม่ หมายความว่ายังไง"
 
 


 
 
ยงนัมแค่ชายตามองเพื่อนที่ดูตื่นตะหนกกับคำบอกเล่าของแฝดน้องของเค้า  เค้าไม่ต้องคิดอะไรมาก

เพราะรู้จุดประสงค์ดีอยู่แล้ว
และยังไง อย่างยงกุก ต้องยอมให้สองคนนี้้มาเซนสัญญาเช่าแน่นอน 

ก็เป็นคนประกาศเองว่ามีห้องว่าง...แล้วมันว่างที่ไหนกันล่ะ 
 
แออัดกันจะตายอยู่แล้ว..งานก็เยอะ เหนื่อยปากเหนื่อยใจอีกต่างหาก
 





 
ยังจะมีมาเพิ่มอีกงั้นเหรอ  คิดอีกแง่นึงมันก็ดีอ่ะนะ ที่จะมีคนมาช่วยผ่อนแรงเพิ่มขึ้น..
 


 
 
 
 
 "หมายความอย่างที่พูด  ตั้งแต่วันนี้ น้องสองคนนี้จะเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา ดูแลกันด้วย.."
 






 
ยิ่งฟังก็ยิ่ง งง  ฮิมชาน คนหล่อเลิศล้ำ กำลัง งง  เป็น แพะตาแตก เข้ามาอยู่ อยู่ตรงไหนว่ะ..  
 
เห็นๆ อยู่ว่ามันไม่มีที่ให้อยู่  ที่นี้เป็นบ้านหลังใหญ่ แต่แทบทุกตารางวา ไม่มีพื้นที่ว่างพอให้เด็กสองคนนี้อยู่หรอกนะ
 
ที่ไหนล่ะ  ซอกไหน.. ครัวเหรอ ก็ไม่มีที่ให้วางที่นอนหรอกนะ หรือแม้แต่โต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆ ก็เถอะ







 
 
และจุดประสงค์ จริงๆที่เรียก เค้ามาคุย โอยยยยยยยย ไม่อยากจะคิด
 
 
ถ้ายงกุกออกปากเรียกใครมาคุย คือไม่ใช่เรื่องดีตั้งแต่แรก  ลางร้าย ชัดๆ
 
 
 
 
 

 
 
 
" แต่ เราไม่มีห้องว่างแล้วนะ ยงกุก"
 
น้ำเสียงที่เปล่งออกไป มีแววซีเรียส จนยองแจเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจริงๆ 
 
 
 
 
 
 
 
หมายความว่ายังไง  ไม่มี่ห้องว่าง ...
 
หมายความว่ารับเราเข้ามาโดยไม่มีที่ว่างให้เราได้ซุกหัวนอน
 
คนสวย ...เริ่มเห็นแววของความโหดร้ายแล้วสิ



 
 
ตายห่ากันไปเลย เซนสัญญาไปแล้วด้วย   ไม่สนอ่ะ ยังไงก็ต้องได้อยู่ที่นี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม


พี่ยงกุกต้องมีวิธียัดผมกับน้องเข้าไปได้แน่ๆ   
ใจเย็นรอดูสถานการณ์ไปก่อน



 
 
 
 
"ก็ใช่นะสิ..เพราะที่นี้ไม่มีที่ว่างแล้ว ฉันถึงได้เรียกนายสองคนมาคุยไงล่ะ"
 




 
"เกี่ยวอะไรกับฉัน.."
 
 



 
คนที่ไม่สนโลก แทรกขึ้นมาทันที่หลังจากได้ยินว่าตัวเองเกี่ยวข้องกับบทสนทนาอันน่านำพาไปหาความวิบัตินี้
 
 
 
 
"ยงนัม...หลังจากนี้ นายต้องไปแชร์ห้องกับ ฮิมชาน"
 


 
"ห๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"
 
 


 
"ไม่จริงน่าาาา"
 




 
 
"ไม่เอานะเว้ยยยยยยยยยยยยย"
 
 



 
"ฉันไม่ยอมอ่ะ เรื่องไรจะต้องนอนกับไอ้ตัวเหม็นนี้"
 
 


 
 
 
"เห้ยย มึงว่าใครตัวเหม็นว่ะ  สัสหิม"




 
 
"ก็มึงนั้นแหละ ตัวเหม็น   กูไม่มีทางแชร์อะไรกับมึงทั้งนั้น"
 



 
 
ความวุ่นวายกำลังเกิดขึ้น  จงออบมองคนนี้สลับกับคนโน่นไปมา  จนต้องกุมขมับ รู้สึกจะเป็นไข้ขึ้นมาจริงๆก็ตอนนี้แหละ
 
ไม่อยากจะจิตนาการว่าถ้าพวกเค้าได้ลงเอยอยู่ที่นี้ อะไรอีกจะรอพวกเค้าอยุ่ 
 




 
แค่นี้ก็วุ่นวายแทบตีกันตาย











 
 
 
"พอได้แล้ว..."


 
 
"นี้ไม่ใช่เวลามาถกเถียงกัน   พวกนายไม่เห็นเหรอ ฮิมชาน นายไม่สงสารเด็กสองคนนี้เหรอ "
 
 




 
คำพูดของยงกุก หยุดทุกอย่าง คนสองคนที่เถียงกันเอาเป็นเอาตาย หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มีทางยอม 
 
 
คนทั้งสองมองหน้ากันอย่างใช้ความคิด ... มองไปยังแขกทั้งสองคน
 
 



 
"พวกเค้ากำลังลำบาก..พวกนายก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมา พวกนายจะใจร้ายกับเด็กๆงั้นเหรอ


ถ้าการที่พวกนายมัวแต่เถียงกันไม่ยอมกันแบบนี้"
 




 
"มันมีอะไรดีงั้นเหรอ.."
 
 
 






 
 
"ล่ะ..แล้วทำไมต้องเป็นฉันกับยงนัมด้วยล่ะ "
 



 
"ถ้าไม่ใช่พวกนายจะใครล่ะ..ฉันงั้นเหรอ ?"







 
 
 
"ที่เป็นนายสองคนก็เพราะว่าห้องนายมันกว้างกว่าห้องแดฮยอน กับ จุนฮง เห็นๆอยู่ และห้องนัม

ก็กว้างพอจะให้พวกเค้าอยู่กันสองคนได้อย่างไม่แออัดมาก"
 






 
"ส่วนห้องฉัน  พวกนายก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว   เพราะฉะนั้น ตัดห้องฉันออกไปได้เลย"
 
 
 









 
 
 ไม่ได้อยู่คนเดียว ใช่สิ....
 
เหอะ..จะย้ำอะไรนักหนา 
 
แล้วตอนพูดคำนี้ ทำไมต้องมองมาทางนี้ด้วยว่ะ 
 
อยากเห็นอะไรครับ อยากได้อะไรจากคนโง่อย่างผมอีก..
 
 
 
 






 
 
 
เหตุผลที่จำใจต้องยอมรับ  เพื่อนสนิทหันหน้าไปคนละทาง  ไม่เลย ไม่อยากเห็นแววตาหดหู่ของกันและกันเลย 
 





 
น่าสมเพชทั้งคุ่..






 
 
อะไรมันจะเจ็บปวดมากไปกว่า รักคนที่มีเจ้าของแล้วกันล่ะ...
 








 
 
"ฉันโอเค  ที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหม ฉันจะไปขนของ ย้ายไปอยู่กับไอ้หิม"
 
 
 
 
 
 








 
 
  ไม่อยากทนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ทำไมต้องพูดถึงคนๆนั้น ทำไมต้องหยิบยกมาให้ได้ยินตลอด 
 
 
รู้แล้วว่ารักกันมาก รักกันปานจะกลืนกินอยู่แล้ว  ทำไมต้องเอามาป่าวประกาศอีก  
 
 
แค่นี้ก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว..
 
 






 
 
  ยงนัมลุกขึ้น ขอแยกตัวไปเก็บของ ไม่แม้แต่จะอยากมองเสี้ยวหน้าของคนที่คิดถึงอยู่ทุกวันตอนนี้เลย

 
  กลัว กลัวจะทนไม่ไหว กลัวทรมานไปมากกว่านี้  บังยงนัม คนเดิมไปไหน คนที่ไม่แคร์อะไรหายไปไหน

คนที่เข้มแข็งตลอดไปซุกหัวอยู่ที่ไหนกัน..




 
 
ยงนัมก้าวยาวๆ ผ่านหน้ายงกุกไปอย่างรวดเร็ว และไม่หันกลับมามองอีกเลย
 





 
 
 
"จริงๆ นายไม่ต้องเรียกฉันกับมันมาคุยก็ได้ "
 






 
"มันก็จริงอย่างที่นายพูด.."





 
 
 
"นายมีอำนาจอยุ่ในมืออยู่แล้ว..ไม่ต้องถามความเห็นฉันหรอก"




 
 
 ฮิมชานยกมือขึ้นเสยผมอีกครั้ง  ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง




 
 
"ยังไง ...ก็ยินดีต้อนรับนะ เด็กๆ อยู่ที่นี้พวกนายต้องเจอเรื่องดีๆแน่นอน อาาาา พี่ไปนอนต่อล่ะ ดึกๆพี่มีงาน  

ไม่ต้องคิดมากนะ"


 
 
พูดทิ้งท้ายไว้อย่างสวยงาม  พร้อมกับยกยิ้มหล่อส่งให้เด็กๆ และเดินตาม เพื่อนจอมโหดไปทันที
 
 
 
 


 
 
 
 
 
หลังจากสถานการณ์ วิกฤติผ่านไป ยองแจแทบปั้นหน้าไม่ถูก 
 
บางที่รู้สึกเหมือนเห็นแก่ตัวยังไงไม่รู้ที่เป็นต้นเหตุให้พวกพี่เค้าไม่ลงรอยกัน
 
แต่บางทีมันอาจจะไม่ได้มาจากพวกเค้าทั้งหมด มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้

พี่หน้าโหดคนนั้นหงุดหงิดมากกว่าการที่ต้องยอมรับว่า

ต้องมีพวกเค้าเข้ามาอยู่เป็นสมาชิคใหม่ของบ้าน
 
จริงๆพวกเค้าไม่ได้มาอยู่ฟรี ๆ กันซักหน่อย ก็เสียเงินเหมือนกันนั้นแหละ 
 
ทำไมต้องทำให้มันเป็นเรื่องยุ่งยากมากมายขนาดนี้ด้วยนะ
 
 



 
 
"ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ไม่มีอะไร พรุ่งนี้พวกเค้าก็จะลืม และไม่พูดถึงอีก"
 
 
 
 
 
 
 
ยองแจยิ้มเจื่อนกลับไปให้คนที่ปลอบโยน พร้อมรอยยิ้มละมุนบนใบหน้าเสมอ  
 





 
คนๆนี้ไม่ธรรมดาเลย  ผมสงสัยจริงๆ ว่าพี่เค้าเคยมีเรื่องทุกข์ร้อนใจบ้างรึเปล่า  

สถานการณ์โหดร้ายขนาดนี้พี่ยังทำนิ่งเฉยได้
 
และพูดแค่ว่า พอ... สุดยอดเกินไปแล้ว  อะไรจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้  น่านับถือจริงๆ 
 
 
 
 



 
 
 
 
 
"อาาา ครับ พวกพี่..เอ่อ..ไม่เป็นไรจริงๆนะครับ "


 ยองแจอดไม่ได้จริงๆที่จะเอ่ยคำพูด แสดงความห่วงใยออกไป เพราะรู้สึกผิดอยู่นิดๆ

ที่เป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
ยังไงมันก็เป็นมารยาทที่จะถามไถ่ออกไป  



อีกคนแค่หัวเราะนิดหน่อย และส่ายหัวน้อยๆ
 





 
 
"พี่บอกแล้วไง ว่าไม่มีอะไร  ต่อไปเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ไม่ต้องคิดเรื่องเล็กน้อยแบบนี้หรอก


มีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะ"
 






 
"ครับ ไม่คิดเล็กคิดน้อย ..."  ยองแจเว้นระยะอย่างชั่งใจ
 



 
"สรุปว่าผมกับน้องมีที่อยู่แล้วใช่ไหมครับพี่ " 
 




 
 
ยงกุกพยักหน้ายิ้มๆ  
 





 
 
"อยู่ด้วยกันลำบากหน่อยนะ  มีของมาแค่นี้เหรอ น้อยจัง"
 


 
"ผมกับน้องไม่มีสมบัติอะไรมากมาย ต้องขอบคุณพี่มากๆ ที่ช่วยให้พวกเราได้มีที่อยู่นะครับ ขอบคุณมากๆเลย"



 
 
ยงกุกยิ้มหวานให้กับคำขอบคุณของเด็กตรงหน้า ใบหน้าที่แสดงความซาบซึ้งใจฉายชัดเต็มใบหน้า

ของสองพี่น้องผู้น่าเวทนา
 
 
 
 
"พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณ มีพวกนายเพิ่มมาอีกสองคน ทุกคนคงดีใจแน่ๆ  เอาของไปเก็บ

และพักผ่อนนะ ตอนเย็น ๆ พี่จะให้คนไปเรียกมากินข้าวและฟังข้อตกลงของเราอีกครั้งนะครับ"





 
 
สองพี่น้องตั้งใจฟังสิ่งที่พี่ชายหน้าเหมือนพูดและพยักหน้าตามอย่างว่าง่าย 
 
 
 
 
 
 
ข้อตกลงอีกครั้งงั้นเหรอ....
 
 
 
 
 
 
"ไว้เจอกันนะ เด็กๆ ยองแจ ต้องดูแล จงออบให้มากๆนะ พี่ไปล่ะ"
 



 
"อ่าาา ครับ ผมจะดูแลจงออบแน่นอนครับ.."
 
 
 


 
 
พี่ชายหน้าเหมือนเดินขึ้นชั้นสองไปแล้ว  ทิ้งไว้แต่ความสงสัยของคนสองคน

ที่ยังดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับสิ่งที่ได้ยิน 
 





 
แต่ช่างเถอะ เดี๋ยวก็จะได้รู้แล้ว ตอนกินข้าวกัน อาาาา ได้ยินคำว่าข้าว  แล้วอยากจะโบยบิน 
 
 
ก็วันนี้ทั้งวัน เพิ่งได้กินไปแค่ครั้งเดียวเอง หิวจะแย่  แต่ตอนนี้ไปดูห้องจัดห้องกันดีกว่าครับ  ต้องน่าอยู่แน่ๆเลย 
 
 
.....แต่ก็นะ... ห้องพี่ตัวเหม็นนั้นอ่ะนะ  = =
 




 
 
 
.............................................................................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #16 YooJae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 11:21
    ทำไมรู้สึกสงสารออบแจ แงงง อิพี่กุกกี้แลมีแผนชั่วมากเลย อย่ามาแกล้งน้องๆนะ น้องๆยิ่งน่าสงสารกันอยู่
    #16
    0
  2. #11 Wiww (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:42
    อะไรยังไงพี่กุกกี้มีเจ้าของแล้ว งื้อรักหลายเศร้า 
    รึเรื่องนี่จะนัมชาน ?  โอ๊ะ  ลุ้นกับสองพี่น้องมากจะต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย
    เรื่องมันจะปวดหัวแค่ไหนนะตอนทุกคนมารวมตัวกัน

    ติดตามนะคะ
    #11
    0