พันธะเสน่หามาเฟีย

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 สองแฝด (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

     

เอเดน

สองแฝด
เตชินท์ เตมีย์

แฟรงค์กับเอกอนันต์มารับเตชินท์และเตมีย์ สองแฝดวัยกำลังซนที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใกล้บ้าน ทั้งคู่มีโปรแกรมพาสองแฝดไปกินไก่เคเอฟซี แล้วจึงไปร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือภาษาอังกฤษและหนังสือเสริมทักษะให้สองพี่น้อง ทว่าแฟรงค์ต้องไปหาเจ้านายที่ตอนนี้อยู่โรงแรมแกรนด์มาร์ค โรงแรมชื่อดังบนถนนสุขุมวิท เพื่อนำโปรเจคงานไปให้ เนื่องจากนิพนธ์ทำมือถือตก ส่งผลให้ไม่สามารถโหลดงานในอีเมลได้ นิรัตน์จึงใช้โทรศัพท์ของโรงแรมโทรหาตน เพื่อให้โหลดงานในอีเมลของเขาแทน หากนิพนธ์โหลดงานใส่เฟชไดร์ส เรื่องคงไม่ยุ่งจนต้องไว้วานแฟรงค์

        “เอกรอแฟรงค์ที่ล็อบบี้นะ แฟรงค์เอางานไปให้พี่แมนก่อน”

        “อืม ตามสบายเลย” เอกอนันต์เข้าใจงานของแฟรงค์

“พ่อแฟรงค์ไปไหนฮะลุงเอก” เตชินท์ถาม

“ไปทำงานครับ หาเงินมาให้เสือกับสิงห์กินขนมและได้เรียนหนังสือไงครับ” เอกอนันต์ตอบ “เสือกับสิงห์อย่าซนนะลูก เดี๋ยวพวกลุงๆ ป้าๆ จะดุเอา”

“ฮะลุงเอก” สองแฝดขานรับพร้อมกัน นั่งเล่นบนโซฟารอแฟรงค์ที่ขึ้นไปหานิพนธ์ที่ชั้นสี่ของโรงแรม ความที่อยู่ในวัยซน การนั่งเฉยๆ ระหว่างรอนานเกินสิบนาทีเป็นเรื่องที่ยาก เตชินท์กับเตมีย์เริ่มลุกขึ้นยืน โดยยืนเล่นตรงนั้นก่อน แล้วค่อยๆ ขยับมาเล่นห่างโต๊ะที่ตัวเองนั่ง ซึ่งขณะนั้นเอกอนันต์กำลังโทรศัพท์พูดคุยกับลูกค้า จึงได้แค่มองตาม คิดว่าอยู่ในสายตาของตนและสองพี่น้องไม่ใช่เด็กที่ชอบเล่นทำลายของ แล้วที่เห็นตอนนี้คือ สองแฝดกำลังเล่นเป่ายิงฉุบ

ในขณะเดียวกันบานประตูโรงแรมเปิดกว้าง ร่างสูงใหญ่ของเอเดนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าคิดสงสัย ระหว่างที่เขาเดินทางกลับมาโรงแรมที่พัก หัวเขานึกถึงดวงดาราตลอดเวลา เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงได้นึกถึงหล่อน ดวงตาของดวงดาราที่สบมอง กำลังกระตุ้นความทรงจำครั้งเก่าที่ติดค้างในใจมาจนถึงทุกวันนี้ เขารู้สึกว่า เคยประสบสายตากับดวงตาคู่นี้มาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าพบเจอที่ใด มันเหมือนความทรงจำขาดห้วงไปดื้อๆ ความที่จมอยู่กับความนึกคิด ทำให้เขาไม่ทันระวัง

“โอ๊ย!” เตชินท์ร้องเจ็บ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองวิ่งชนอะไรบางอย่างจนล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าบนพื้น ก่อนแหงนมองสิ่งที่ตัวเองชน ความสูงของชายตรงหน้าสูงมาก เด็กชายต้องแหงนมองจนลำคอตึง

เอเดนก้มมองเด็กชายที่วิ่งมาชนตนหรือตนไม่ระวังไปขวางทางวิ่งเล่นของเด็กคนนี้นิ่งค้าง นัยน์ตาสีน้ำทะเลของเด็กชายคนนี้คล้ายสีนัยน์ตาเขาไม่มีผิด แล้วเหมือนมีแรงดึงดูดให้เขาไม่อยากเคลื่อนสายตาไปไหน มองใบหน้าที่มีความคล้ายตนอยู่มากด้วยใจสั่นระรัว

หน้าตาเด็กคนนี้เหมือนเขาตอนเด็กไม่มีผิด...เหมือนยันสีผมอีกด้วย

“เป็นไงสิงห์ เจ็บไหม”

เจ้าของเสียงเรียกความสนใจให้กับเอเดนทันที เขาเบนสายตามองเด็กชายอีกคนที่หน้าตาเหมือนเด็กชายที่กำลังลุกขึ้นยืนไม่ผิดเพี้ยน นั่นหมายความว่า เด็กสองคนนี้เป็นฝาแฝดกัน

“ไม่เจ็บ” เตชินท์ตอบน้องชาย “ขอโทษฮะ”

เตชินท์พนมมือไหว้ขอโทษชายหนุ่มที่ตนวิ่งชน เอเดนไม่เข้าใจคำพูดของเด็กชาย แล้วตอนนี้เขาก็ไม่สนใจเสียงนั้นด้วย สิ่งที่เขาสนใจคือ หน้าตาที่ละม้ายคล้ายตนในวัยเด็ก แต่ก็จะมีจุดต่างให้เห็นคือ เด็กชายคนที่เอ่ยปากขอโทษมีไฝเม็ดเล็กอยู่ตรงจอนหู

“ขอโทษด้วยครับ ผมต้องขอโทษแทนหลานของผมด้วยครับ” เอกอนันต์ที่เห็นเหตุการณ์รีบตัดสายที่กำลังสนทนา รีบวิ่งมาขอโทษชายชาวต่างชาติหน้าตาหล่อด้วยภาษาสากลทันที “เสือขอโทษคุณผู้ชายเป็นภาษาอังกฤษสิลูก”

“ผมขอโทษฮะ” เตชินท์ทำตามอย่างว่าง่าย พนมมือไหว้และกล่าวคำขอโทษเป็นภาษาที่อีกฝ่ายเข้าใจ เอเดนยิ้มนำมือไปวางบนศีรษะเด็กชายแล้วขยี้เบาๆ

“ไม่เป็นไร ฉันเองก็ผิดด้วยที่มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ เลยไม่ทันได้มองทาง” เอเดนคิดว่าเป็นความผิดของตนด้วย “แล้วหนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่เจ็บฮะ สบายมาก” เตชินท์ตอบกลับด้วยภาษาสากลชัดเจน “คุณลุงเจ็บไปไหมฮะ ผมชนขาคุณลุง ขาคุณลุงหักหรือเปล่าฮะ”

เอเดนยิ้มกับความห่วงใยที่เด็กชายมีต่อตน รู้สึกเอ็นดูเด็กชายสองแฝดที่ยืนยิ้มแฉ่งให้ตนมากกว่าเด็กคนไหนๆ ที่เคยพบเห็น

“ชื่อไรครับ” เอเดนถาม

“คนพี่ชื่อไทเกอร์ คนน้องชื่อไลออนครับ” เอกอนันต์ตอบแทน โดยชี้ไปทางเจ้าของชื่อด้วย

“ชื่อเพราะซะด้วย” เอเดนชม ยิ้มให้สองหนุ่มที่ยิ้มตอบกลับ

เหตุใดไม่ทราบได้ เอกอนันต์มีความรู้สึกว่า ชายหนุ่มต่างชาติคนนี้มีใบหน้าละม้ายสองแฝด สีนัยน์ตาก็ใช่ สีผมก็ด้วย จมูกก็โด่งเป็นสัน ริมฝีปากเรียวบางเป็นสีชมพูอ่อนธรรมชาติ ยามเขาคลี่ยิ้มยิ่งดูมีเสน่ห์ ชวนลุ่มหลงและหลงใหล ช่างมีความคล้ายตอนสองแฝดยิ้มมากเหลือเกิน เขายังแอบคิดเล่นๆ ว่า ชายตรงหน้าคนนี้อาจเป็นชายปริศนาคืนนั้นของดวงดารา และเป็นพ่อของเด็กแฝด แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้ โลกไม่ได้กลมขนาดนั้น

“มีอะไรกันหรือเปล่าเอก”

แฟรงค์ที่เดินมาพร้อมกับนิพนธ์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนรักกับสองแฝดอยู่กับชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปงาม นิพนธ์มองชายร่างสูงใหญ่ด้วยความตกใจ รีบเดินเข้าไปหา

“สวัสดีครับคุณเอเดน ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณเอเดนที่นี่” คำทักทายที่แฟรงค์กับเอกอนันต์ได้ยิน บอกให้รู้ว่า นิพนธ์รู้จักชายแปลกหน้าคนนี้

“ผมพักที่นี่ครับ” เอเดนทักกลับ สีหน้าสงสัยเพราะนึกไม่ออกว่าเคยเจอคนทักตอนไหน เมื่อไหร่ “คุณคือ...”

“ผมนิพนธ์ไงครับ ผมกับคุณเคยคุยกันผ่านการประชุมทางไลน์เมื่อเดือนก่อน โปรเจคโรงแรมรีเวอร์สกายในจังหวัดภูเก็ตไงครับ บริษัทของคุณให้บริษัทของผมออกแบบภายในให้ วันนี้ผมเอางานมาเสนอให้คุณโอลิเวอร์ครับ” นิพนธ์ทวนความทรงจำให้เอเดน

“อ๋อครับ จำได้แล้วครับ ขอโทษด้วยที่จำคุณไม่ได้” เอเดนกล่าวคำขอโทษพรอ้มรอยยิ้มบาง

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจครับ” นิพนธ์ตอบกลับ “แล้วไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นครับ”

“ไม่มีอะไรครับ ผมเดินไม่ระวังเองเลยชนไทเกอร์ครับ” เอเดนเอ่ยยอมรับผิด เขาไม่โทษเด็ก เพราะเด็กก็คือเด็ก เขาเป็นผู้ใหญ่ต้องมีความระวังมากกว่า

“ผมจะแนะนำให้คุณเอเดนรู้จักกับแฟรงค์ ผู้ช่วยผมเองครับ แฟรงค์เป็นคนออกแบบโปรเจคนี้ครับแล้วก็เป็นพ่อของเด็กสองแฝดครับ แฟรงค์ คุณเอเดน เจ้าของหุ้นส่วนใหญ่โรงแรมรีเวอร์สกาย” นิพนธ์แนะนำตัวแฟรงค์กับเอเดนรู้จักกัน ทั้งสองจับมือกันตามธรรมเนียมฝรั่ง

เอเดนกำลังเปรียบเทียบหน้าตาของแฟรงค์กับสองแฝดที่ไม่มีส่วนไหนคล้ายกันเลย อาจจะคล้ายตรงที่แฟรงค์เป็นคนต่างชาติเช่นเขา หรือว่าสองแฝดจะหน้าตาเหมือนแม่ มันก็อาจเป็นไปได้

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเอเดน”

“เช่นกับครับคุณแฟรงค์” เอเดนทักทายกลับ “ผมขอตัวก่อนนะครับ โอกาสหน้าเจอกันนะครับ”

เอเดนยิ้มบางให้ผู้ใหญ่ทั้งสาม ก่อนก้มหน้ายิ้มกว้างให้เด็กชายฝาแฝดที่พนมมือไหว้แล้วยิ้มกว้างส่งกลับให้ เอเดนนึกเอ็นดูเด็กชายสองฝาแฝดสองคนนี้มาก มากจนอยากจะเอากลับไปเลี้ยงดูที่อิตาลีด้วย แต่ก็คิดว่าคงทำไม่ได้ดังใจคิด เขาใช้มือขยี้หัวเด็กทั้งสองคนก่อนเดินไปยังลิฟต์โดยสารของโรงแรม

“โลกกลมแฮะ กลายเป็นว่า พี่แมนรู้จักคุณเอเดน” เอกอนันต์พูดขึ้นหลังจากเอเดนเดินห่างออกไป “จริงๆ แล้วสิงห์ชนคุณเอเดนนะ แต่เขาก็แมนดี รับผิดแทน”

“สุภาพบุรุษก็งี้แหละ” นิพนธ์พูด “ปกติแล้วไม่เคยเห็นคุณเอเดนยิ้มกว้างแบบนี้นะ เท่าที่รู้มา เขาไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ สงสัยจะชองไอ้สองแสบเลยยิ้มซะเห็นฟันเลย”

“แต่ดูท่าทางเขาเอ็นดูสองแฝดนะพี่แมน ตะกี้ตอนที่สิงห์วิ่งชนคุณเอเดน นึกว่าเขาจะเตะใส่ซะแล้ว มองสิงห์นิ่งเลย” เอกอนันต์ว่า

“ก็น่าจะใช่ จากสายตาที่มองน่าจะเป็นอย่างนั้น” ประโยคนี้เป็นของแฟรงค์ “พี่ว่าเราพาสองแสบไปกินเคเอฟซีดีกว่านะ คงหิวแล้ว ผมลานะพี่แมน พรุ่งนี้เจอกันครับ”

แฟรงค์ยกมือไหว้นิพนธ์ เอกอนันต์ เตชินท์และเตมีย์ทำตาม ก่อนที่ทั้งสี่จะเดินออกจากโรงแรมเพื่อไปห้างสรรพสินค้า พาเด็กแฝดไปทำตามโปรแกรมที่ตั้งใจไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #5 💋P&M💋 (@Peechaya45) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 23:11
    รอมา1วันเหมือนรอมา1ปีเลยค่ะรีบมาอัพนะค่ะจะรอค่ะ
    #5
    0
  2. #4 อ่อง (@ardchara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:32
    อยากอ่านเรื่องเต็มไวๆๆจังเลย น่าจัน่ารักมากเลย555
    #4
    0