พันธะเสน่หามาเฟีย

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ความอดทนของคนเป็นแม่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    8 ส.ค. 61


เอเดน



ดวงดารา (ลิซ)



เมย่า สุดแสบ

ดวงดารามาถึงคอนโดสุดหรูราคาห้องละสิบเจ็ดล้านของเมย่าก่อนเวลาที่เจ้าของห้องบอกสิบนาที ห้องชุดห้องนี้ถือว่าใหญ่มากและเป็นแบบสองชั้น อยู่ในย่านเศรษฐกิจที่ไปมาสะดวก มีรถไฟฟ้าผ่าน มีห้างร้านเดินช็อปปิ้งและร้านอาหารหรู ครั้งแรกที่ดวงดารามาที่ หล่อนไม่ได้ตื่นเต้นกับห้องชุดของเมย่าเลยสักนิด ห้องชุดที่ฝรั่งเศสหรูและแพงกว่านี้หล่อนก็อยู่มาแล้ว ห้องนี้ถือว่าธรรมดาสำหรับหล่อนมาก

พอมาถึงห้องชุด ดวงดาราเริ่มทำหน้าที่ของตน หล่อนทำความสะอาดห้องเพียงแค่ปัดกวาดเล็กน้อย เนื่องจากจะมีแม่บ้านที่คอนโดเข้ามาทำความสะอาดห้องอาทิตย์ละสองครั้ง หล่อนจะทำเพียงแค่ในห้องนอนของเมย่าเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เจ้าของห้องยังไม่ตื่น หล่อนจึงนำเสื้อผ้าของดาราชื่อดังที่ทางร้านซักรีดของคอนโดนำมาส่งไปแขวนใส่ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้องแต่งตัว ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนอน

ขณะที่กำลังแขวนเสื้อผ้าใส่ตู้ หูดวงดาราได้ยินเสียงคุยกันในห้องนอน เสียงหนึ่งเป็นเสียงเมย่า แต่อีกเสียงเป็นเสียงผู้ชายที่ฟังแล้วไม่ใช่พี่โก้ และที่สำคัญทั้งสองสนทนาด้วยภาษาสากล ทำให้หล่อนรู้ทันทีว่า เมื่อคืนนี้มีคนมานอนร่วมเตียงกับเมย่า ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรก และดวงดาราก็ไม่สนใจด้วย หล่อนคิดเสมอว่า ชีวิตใครชีวิตมัน ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน เมื่อไม่สนใจ ดวงดาราเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้เสร็จจึงเดินลงมาชั้นล่าง เพื่อเตรียมกาแฟและอาหารมื้อแรกให้เมย่า

ขณะที่คนที่อยู่ในห้องนอน คนหนึ่งคือเจ้าของห้องที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง ส่วนอีกคนเป็นบุรุษรูปงามที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง ไม่ว่าจะหน้าตาที่หล่อดุจดังเทพบุตรจากสวรรค์จุติลงมาเกิดในเมืองมนุษย์ นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลคือเสน่ห์อันเย้ายวนจิตใจสาวๆ ริมฝีปากบางได้รูปจะยิ่งทำให้ใบหน้าเขาเป็นจุดสนใจมากขึ้นยามคลี่ยิ้ม ทว่าเขากลับหวงรอยยิ้ม จนได้รับฉายาว่า เสือยิ้มยาก เขาจึงเป็นที่หมายปองของสาวสวยทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่มีหญิงสาวคนใดมัดหัวใจเขาได้สักคน ด้านการศึกษาเขาจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศอังกฤษ ฐานะทางการเงินร่ำรวยถึงขั้นมหาเศรษฐีและทางสังคมที่โดดเด่นไม่แพ้กัน เขาลุกขึ้นจากเตียง ไม่สนใจจะปกปิดร่างกายด้วยผ้าขนหนูหรือเสือคลุม ลุกเดินเปลือยกายไปยังห้องน้ำ

“คุณจะกลับโรงแรมหรือคะ ไม่อยู่ต่อที่นี่ล่ะ สะดวกสบายไม่แพ้โรงแรมนะคะ”

เมย่าถามเอเดน ออซซินี่ เดอมาชีหรือนิคเนมว่า เอ็ดที่เอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาสวมปิดท่อนล่าง

“ใช่ ฉันจะกลับโรงแรม ฉันมีลูกน้องมาด้วย อยู่ที่นี่ไม่สะดวก”

เอเดนตอบเสียงเย็นชา อยากจะตอบไปว่า ที่นี่ไม่มีอะไรดึงดูดให้เขาอยู่ แม้ว่าลีลาสวาทของเมย่าจะร้อนแรง รับเขาได้ทุกกระบวนท่า ตอบสนองเขาได้ถึงอกถึงใจ แต่มีอยู่อย่างที่เมย่าขาดไปคือ เสน่ห์

“งั้นเมย่าไปหาคุณที่โรงแรมนะคะ ไปในฐานะผู้ร่วมทุน เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไงคะ”

เอเดนปรายตามองเมย่า ลูกสาวศรุต นักธุรกิจที่เขาร่วมลงทุนเทคโอเวอร์โรงแรมห้าดาวบนถนนสุขุมวิท เนรมิตให้ยิ่งใหญ่และหรูหรา รวมทั้งยังร่วมทุนกันสร้างเรือสำราญขนาดใหญ่จุผู้โดยสารและลูกเรือได้ร่วมสองพันห้าร้อยคน แม้ว่าจะไม่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ก็ไม่น้อยหน้าเรือสำราญลำไหน

เหตุผลที่เอเดนยืนอยู่ในห้องนี้ หนึ่งเพราะถูกใจในความสวยของเมย่าตามประสาผู้ชาย สองคือไม่อยากมีปัญหากับศรุตที่เขารู้จักผ่านทางบิดา เอเดนไม่เคยเจอเมย่ามาก่อน ทุกครั้งที่คุยธุรกิจ ศรุตจะบินไปหาเขาที่อิตาลี หรือไม่ก็พูดคุยกันทางโทรศัพท์ เอเดนเดินทางมาเมืองไทยด้วยเหตุผลว่า ต้องมาเซ็นสัญญาหลายอย่างที่จะเป็นประโยชน์กับตนและไม่ให้ตนเสียเปรียบใคร ค่ำวานนี้ศรุตกับครอบครัวไปรับเขาที่สนามบิน และนั่นทำให้เอเดนรู้จักเมย่าอย่างเป็นทางการ

เมย่าถึงกับตะลึงเมื่อเห็นผู้ร่วมลงทุนของบิดา อาการน่าเบื่อหน่าย ทำหน้าเซ็งตลอดเวลาที่ถูกลากมารับเอเดนหายเป็นปลิดทิ้ง หล่อนยิ้มหวาน ทำตาพราวระยับใส่เอเดน หลังจากศรุตเลี้ยงอาหารค่ำเขาเสร็จ เขากับเมย่าก็มาสำเริงสวาทกันที่นี่ เมื่อหล่อนเสนอมา เขาก็สนองเหมือนเช่นเคย พอทุกอย่างจบก็คือจบ แต่ดูเหมือนว่า ครั้งนี้จะไม่จบง่ายๆ

“ตามใจ” เอเดนตอบสั้นๆ ก่อนก้าวเท้าเดินเข้าห้องน้ำ เมย่ายิ้มกว้าง แก้มร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงบทรักบทสวาทของเอเดนที่ยังรู้สึกวูบวาบในกาย หลุบตามองที่นอนที่ยับย่นจากกิจกรรมทางเพศดุเดือดเผ็ดมัน จนหล่อนแทบสำลักความสุข แล้วตอนนี้หล่อนก็ติดใจเอเดนเสียแล้ว

หลังจากอาบน้ำใส่เสื้อผ้าเสร็จ เอเดนได้เดินลงมาชั้นล่างของห้องชุด ความตั้งใจของเขาคือไปโรงแรมที่พัก ทว่ากลิ่นหอมของอาหารที่โชยเข้ามาในจมูก ทำความตั้งใจเปลี่ยนฉับพลัน เท้าใหญ่ก้าวเดินตามกลิ่นอาหารที่เรียกน้ำย่อยเขาได้มากทีเดียว

เอเดนเดินตามกลิ่นอาหารมาถึงห้องครัวเล็กๆ ที่จัดวางอย่างลงตัว เขามองร่างสมส่วนที่กำลังทำอาหารอยู่หน้าเตาไฟฟ้า ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกพิงขอบเคาน์เตอร์บาร์ มองดูแม่ครัวกำลังทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว เอเดนเป็นคนไม่ชอบทำอาหาร ไม่เคยเข้าครัว และไม่เคยยืนมองดูใครทำอาหารด้วย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมเขาถึงได้ยืนอยู่ตรงนี้ แทนจะเดินออกไปจากห้อง หรืออาจเป็นเพราะกลิ่นอาหารที่ทำให้กระเพาะร้องหิว ก็อาจมีความเป็นไปได้เป็นเพราะตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง

แม่ครัวจำเป็นใช้ช้อนตักข้ามต้มปลาขึ้นมาชิม เมื่อรสชาติเป็นที่พอใจ ดวงดาราปิดเตาไฟฟ้า ก่อนจะปิดฝาหม้อรอให้เมย่ากับชายคนนั้นลงมาก็จะนำไปเสิร์ฟให้ทาน จากนั้นก็หมุนตัวตั้งใจจะไปปอกผลไม้ให้เมย่า ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณดี นัยน์ตาเขาเป็นสีน้ำทะเลดูน่าค้นหาและอุดมไปด้วยเสน่ห์ ดวงตาของเขาช่างคุ้นเหลือเกิน เหมือนใครสักคนแต่นึกไม่ออกว่าเหมือนใคร แล้วยังรู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ระส่ำผิดปกติ

เอเดนมองหน้าแม่ครัวสาวที่จัดว่าสวย แต่เป็นความสวยในระดับล่าง เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เขาพบเจอจะเป็นความสวย ความงดงามระดับพรีเมี่ยม ไม่ดารา นักแสดงก็นางแบบ หรือไม่ก็นางงาม หรือถ้าไม่ใช่อาชีพที่กล่าวมา ความสวยก็จะมีมากกว่าหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่มีความโดดเด่นอะไรมากนัก แต่ทำไมถึงชวนมองมากกว่าหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาก็ไม่รู้ โดยเฉพาะเวลานี้ หล่อนกำลังส่งยิ้มให้เขา ช่างเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสดใส ความสวยระดับล่างยกระดับขึ้นมาทันใด

“เมย่าล่ะคะ” ดวงดาราทักชายแปลกหน้าด้วยภาษาสากล จากรูปลักษณ์ภายนอกบอกให้หล่อนรู้ว่า เขาไม่ใช่คนไทย

“อาบน้ำอยู่มั้ง” เอเดนตอบ ก่อนถามกลับ “สำเนียงใช้ได้นี่ เมย่าสอนเหรอ”

ดวงดาราไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มให้

“คุณจะรับกาแฟไหมคะ”

“กลิ่นอาหารที่เธอทำหอมดี มันเรียกว่าอะไร” เขาถามถึงอาหารที่ทำให้ตัวเองหิว

“ข้าวต้มปลาค่ะ คุณกินได้ไหมคะ ถ้ากินได้ฉันจะตักให้”

“เอาสิ หิวจนแสบท้องแล้ว” เอเดนไม่ปฏิเสธ

        “คุณนั่งเลยค่ะ ฉันจะตักให้กิน”  

เอเดนทำตามที่สาวแปลกหน้าที่รู้สึกว่ามีความคุ้นเคยบอก มองดูดวงดาราตักอาหารใส่ชามและนำมาวางตรงหน้าตน ก่อนจะนำถ้วยเล็กๆ ที่มีพริกลอยอยู่บนน้ำส้มสายชู พริกป่นและพริกไทย

“คุณลองชิมดูก่อนนะคะว่ารสชาติถูกปากไหม ถ้าไม่ถูกปากหรือยังไม่อร่อยก็ปรุงเครื่องปรุงได้ค่ะ มีพริกดองจะมีรสเปรี้ยว พริกจะมีรสเผ็ด ส่วนพริกไทยโรยด้านหน้าชูรสชาติให้อร่อยขึ้น มีกลิ่นหอมค่ะ” ดวงดาราบอกคนไม่เคยกิน เอเดนหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มปลาใส่ปาก

“อร่อยนะ รสชาติแปลกดี แต่กินได้คงไม่ต้องปรุงอะไรแล้ว”

คนไม่คุ้นชินกับอาหารไทยบอก ก่อนลงมือกินข้าวต้มโดยไร้ซึ่งคำถาม ดวงดาราที่รู้ว่า ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่ตนรู้จัก มักชอบดื่มกาแฟในมื้อเช้า แล้วหล่อนก็คิดว่า อาหารมื้อนี้ของเขาคือมื้อแรก หล่อนจึงเดินไปชงกาแฟมาให้เขา ไม่กี่นาทีก็เดินกลับมาพร้อมกับกาแฟกลิ่นหอมกรุ่น

“กาแฟค่ะ” ดวงดาราวางมันลงเหนือชามข้าวต้มที่ตอนนี้เหลือก้นถ้วย

“รู้ได้ไงว่าฉันอยากได้กาแฟ” เอเดนถาม

“จากประสบการณ์ที่เคยทำงานกับคนต่างชาติ เกือบทุกคนที่ฉันรู้จัก จะดื่มกาแฟในมื้อแรกของวันค่ะ ฉันก็เลยคิดว่าคุณคงดื่มเหมือนกัน แต่ถ้าคุณไม่ดื่ม ฉันยกกลับได้ค่ะ”

“ไม่เป็นไร ฉันชอบดื่มกาแฟตอนเช้า”

เขาพูดขณะวางช้อนลงบนชามข้าวต้มที่ไม่เหลือสักเม็ด ก่อนย้ายมือมาจับหูถ้วยกาแฟ ยกมันขึ้นดื่ม รสชาติกาแฟแม้ว่าจะไม่ใช่รสชาติที่เขาดื่มประจำ เอเดนชอบดื่มกาแฟดำไม่ใส่อะไรเลย ยามดื่มสัมผัสได้ถึงรสชาติและกลิ่นของกาแฟแท้ๆ ที่ไม่มีความหวานจากน้ำตาลหรือความมันจากครีมเทียม ทว่ากาแฟถ้วยนี้ก็ทำให้รู้สึกได้อีกอารมณ์หนึ่ง มีความหวานเข้ามาในชีวิต

“มีอะไรกินมั่งลิซ ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว” เมย่าส่งเสียมาก่อนตัว มองเอเดนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร

“ลิซทำข้าวต้มปลา เมย่านั่งสิ เดี๋ยวลิซไปตักมาให้” ดวงดาราบอกเจ้าของห้องชุดที่ทรุดตัวนั่งข้างเอเดนที่นั่งจิบกาแฟ

“คุณกินเป็นเหรอคะ” เมย่าถาม มองถ้วยข้าวต้มตรงหน้าเขาที่หมดเกลี้ยง

“กินได้สิ มันก็เป็นอาหารนี่ มาเมืองไทยไม่กินอาหารไทยก็มาไม่ถึงน่ะสิ” เอเดนตอบ

“อร่อยถูกปากไหมคะ ถ้าไม่ถูกปาก เมย่าจะพาไปกินห้องอาหารอร่อยๆ ดีไหมคะ มีหลายที่เลย ที่โรงแรมที่คุณพักก็มีห้องอาหารไทยนะคะ ระดับติดดาวด้วย” เมย่าพูดจ้อ เอาใจเขาเต็มที่

“ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับเธอ น้องสาวเหรอ” เอเดนไม่ตอบคำถามเมย่า แต่กลับยิงคำถามใส่

“เปล่าคะ เธอชื่อลิซเป็นคนรับใช้เมย่าเอง ถ้าคนไทยก็เรียกว่าขี้ข้าค่ะ”

เมย่ากดดวงดาราต่อหน้าเอเดน  ดวงดาราที่เข้าใจภาษาที่ทั้งสองสื่อสารกันชะงักมือที่ถือทัพพี ลำคอรู้สึกแห้งไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็เลือกที่จะปล่อยผ่านคำพูดที่ได้ยิน ลงมือทำหน้าที่ของตน

เอเดนไม่เข้าคำว่า ขี้ข้า จากน้ำเสียงและสายตาหยามเหยียด ทำให้เขาเกิดความไม่พอใจดารานางแบบคนนี้ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ตวัดสายตามองดวงดาราที่เดินถือถ้วยข้าวต้มมาวางไว้ตรงหน้าเมย่า ดวงตาของคนรับใช้เมย่าตอนนี้เศร้า ต่างกับเมื่อครู่ที่สดใส หล่อนคงสะเทือนใจกับคำพูดของเมย่า

“เมื่อวานฉันได้ชุดใหม่มาสองสามชุด เอาไปส่งซักด้วย” เมย่าสั่งดวงดารา

“ได้ค่ะ”

“อ้อ...ฉันให้เวลาเธอสิบนาทีไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอน แล้วเก็บหลักฐานให้หมดนะ ถ้ามีอะไรหลงเหลือให้แม่บ้านจับได้ว่า ฉันนอนกับผู้ชาย ฉันเอาเธอหนักแน่” เมย่าออกอำนาจสั่ง “เสร็จแล้วก็เอากระเป๋าของฉันลงมาด้วย จะได้ไปกองถ่าย”

“ค่ะ” ดวงดาราจะพูดคำไหนได้นอกจากรับคำสั่ง หล่อนไม่ต้องการมีเรื่องกับใคร โดยเฉพาะกับเมย่า คนที่บุญคุณกับตน อะไรยอมได้ก็ยอมไป

ภายนอกเมย่าคือดารานางแบบผู้อ่อนโยน รักเด็ก รักธรรมชาติ รักโลก นิสัยดี พูดจาอ่อนหวาน เคารพนบน้อมผู้ใหญ่ ทว่าลับหลังคือตรงกันข้าม เมย่าเป็นลูกครึ่ง หล่อนใช้ชีวิตแบบเสรี ไม่รักนวลสงวนตัว พอใจชายใดก็พร้อมขึ้นเตียง แต่ไม่เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาว คนที่คอยเก็บหลักฐานความใคร่ยามที่เมย่ากับชายหนุ่มมาระเริงรักกันที่นี่คือ ดวงดารา

เอเดนมองตามร่างดวงดาราที่ไม่มีรอยยิ้มบนดวงหน้า มีแต่ความเศร้า ก่อนหันมามองหน้าเมย่าที่นั่งทานอาหารอย่างสบายอารมณ์ คำพูดระหว่างเมย่ากับดวงดารา แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ ฟังไม่รู้เรื่อง เท่าที่ฟัง เมย่าแสดงอำนาจเหนือดวงดาราเต็มที่ ส่วนคนรับคำสั่งก็ยอมราวกับว่า เกิดมาเพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์เมย่าจอมเอาแต่ใจ ความคิดของเอเดนเปลี่ยนไปเรื่องหนึ่งคือ อยากตีตัวออกห่างเมย่า ทว่าเวลานี้ความคิดนั้นสวนทาง เขาชักอยากมาที่นี่บ่อยๆ เสียแล้วเพราะที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวใจให้เอเดนอยากมา

น่าแปลกที่เอเดนมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นในจิตใจ...


ติดตามตอนต่อไปค่ะ

ขอบคุณค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #3 554433221515 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 17:42

    แหมทนให้เค้าข่มอยู่ได้นะ

    #3
    0