จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 12 : บทที่ 5 (75%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 ก.ค. 60


ขออภัยที่อัพล่าช้าค่ะ เพราะต้องแพ็คหนังสือด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย เลยไม่มีเวลาเข้ามาอัพนิยายให้อ่าน จะอัพทุกวันนะคะ ขอบคุณค่ะ 

ในขณะเดียวกัน เอมิกาเข้าใจความรู้สึกภาวินทร์ ตอนนั้นครอบครัวหล่อนทำเหมือนไม่สนใจการเสียชีวิตของสาริชจริงๆ ซึ่งหล่อนเองก็อยากไปร่วมพิธีงานศพ ทว่ามันมีหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน ส่งผลให้หล่อนไม่ได้ไปตามตั้งใจไว้ จึงดูเหมือนว่าครอบครัวเอมิกาไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ไม่แปลกที่ภาวินทร์จะโกรธแค้น ที่สำคัญภาวินทร์ไม่รู้ว่า หล่อนมีพี่สาว เพราะเอมิกาไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้เขารู้ ภาวินทร์จึงเข้าใจผิดมาตลอด

และเขากำลังแก้แค้นผิดคน...

“ตอนนี้ครอบครัวเธอก็หมดตัวสมใจฉัน แต่แค่นี้มันยังไม่พอ” ดวงตาเขายังคงจ้องมองเอมิกา “เห็นแก่ความเป็นมนุษย์ด้วยกัน ฉันเห็นว่าเธอกับพ่อและแม่หาเงินงกๆ เพื่อไปจ่ายหนี้ แถมต้องหาเงินมาทุบโรงแรมทิ้งก่อนวันที่เจ้าของที่คนใหม่กำหนดด้วย ฉันสงสารไม่อยากให้พ่อแม่เธอเหนื่อยหาเงินมาก เลยมีข้อเสนอให้เธอกับครอบครัว ฉันจะปลดหนี้บ้านหลังนี้ให้ และจ่ายเงินต่างๆ ที่พ่อของเธอต้องจ่าย ฉันรู้มาว่าจำนวนเงินมันสูงมากด้วย รวมถึงเงินอีกสิบล้านที่ต้องจ่ายให้โรงงานที่ผลิตครีมรองพื้น แต่จะให้ฟรีๆ ก็ใช่เรื่อง มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อย”

ภาวินทร์รู้ทุกเรื่องที่อมรกำลังเผชิญ เพราะเขามีสายสืบคอยดูความเคลื่อนไหวของคนที่ตนเกลียดชังอยู่ในบริษัท รู้ว่าก่อนหน้าที่ติดต่อตนไม่ได้ อมรกับเอมิกามีความพยายามอย่างมากในการตามตัวเขา แล้วยิ่งยิ้มกับชัยชนะของตนมากขึ้น เมื่อรู้จำนวนเงินที่อมรต้องใช้ ซึ่งมันสูงมากสำหรับคนที่กำลังหมดตัว

ชายหนุ่มมั่นใจว่า เอมิกาจะต้องรับข้อเสนอของตน เนื่องจากพวกเธอไม่มีทางเลือก เงินที่ต้องจ่ายงวดเข้ามาทุกขณะ บ้านหลังนี้ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ เขาก็จัดการให้มันมาอยู่ในมือตนล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว ด้วยการหลอกให้อมรนำบ้านหลังนี้ไปจำนองกับเจ้าของเงินกู้ เพื่อนำเงินมาลงทุน อมรหลงเชื่อ นำโฉนดที่ดินและเซ็นมอบอำนาจให้ภาวินทร์ไปจัดการ แท้จริงแล้วเจ้าของเงินกู้ไม่ใช่ศรเทพ แต่เป็นเขาต่างหาก อมรไม่มีทางหาเงินหลักหลายล้านมาจ่ายในเรื่องที่ต้องจ่ายแน่นอน

        “แต่ถ้าเธอไม่ยอมรับข้อเสนอของฉันก็ได้นะ เธอก็รอดูพ่อเธอถูกฟ้องร้อง เข้าไปอยู่ในตะราง ไม่ต้องเหนื่อยหาเงินด้วย เพราะไม่ว่าจะหาทางไหน ฉันเชื่อว่าหาคงไม่ทัน ที่สำคัญบ้านหลังนี้ก็ถูกยึดไร้ที่ซุกหัวนอน ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว” ภาวินทร์พูดเมื่อเห็นทั้งสามเงียบ “ถ้าเธอยอม พ่อแม่เธอจะได้อยู่บ้านนี้ต่อไป ไม่ต้องไปอยู่บ้านเช่าหรือบ้านพักคนชรา”

        อมรรู้ซึ้งถึงคำว่า แทงข้างหลังก็วันนี้เอง เรื่องร้ายที่เกิดขึ้นกับเขา เป็นแผนการของภาวินทร์ที่วางเป็นขั้นเป็นตอน ใช้เวลาเพื่อทำให้ตนตายใจและไว้ใจ แล้วใช้ทั้งสองอย่างเก็บเกี่ยวชัยชนะ เขาโง่เอง ไม่โทษใครนอกจากตัวเอง

        ทุกถ้อยคำของภาวินทร์ เสมือนคมมีดเฉือนหัวใจเอมิกา ไม่ได้เฉือนเพียงครั้งเดียว เฉือนหลายสิบหนจนเกิดบาดแผลเหวอะหวะ เป็นความเจ็บปวดที่วัดปริมาณไม่ได้ เขาวางแผนไว้แล้ว ภาวินทร์รู้ดีว่า ถึงอย่างไรเสีย ครอบครัวหล่อนก็หาเงินมาใช้หนี้สินไม่ได้ ยังรู้ต่อไปว่า เขาจะชนะในเกมนี้

        เอมิกาอยากจะพยายามลองหาเงินก่อนตัดสินใจ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ทันการณ์ ค่าใช้จ่ายรอต่อคิวจ่าย ที่สำคัญคงเป็นเรื่องเงินเดือนพนักงานทั้งในบริษัทและโรงแรม เงินที่หามาได้คงไม่พอ ทรัพย์สินของตนและครอบครัวก็ขายจนเกือบหมด ไม่มีสมบัติชิ้นใดแปลงเป็นเงินได้ถึงหลักล้าน เว้นแต่บ้านหลังนี้ ความหวังสุดท้ายที่ถูกกลบลงบนดินเป็นที่เรียบร้อย

        เอมิกาจนมุม...

ครั้นจะบอกความจริงให้ภาวินทร์หายเข้าใจผิด บอกเขาไปว่าแท้จริงแล้วคนที่ขับรถชนสาริชเสียชีวิตคือ อัจฉรา ผู้ป่วยจิตเวชก็บอกไม่ได้ เรื่องนี้มีไม่กี่คนที่รู้ ซึ่งหล่อนไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้เพิ่มขึ้นด้วย เรื่องหนึ่งที่หล่อนกลัวคือ หากภาวินทร์รู้ว่าใครคือตัวต้นเหตุตัวจริง เขาอาจไปแก้แค้นนั้น ไม่...หล่อนไม่ให้เรื่องที่ตนหวาดกลัวเกิดขึ้น ในเมื่อพี่สาวหล่อนทำผิด หล่อนก็จะรับผิดชอบความผิดแทนพี่สาวผู้น่าสงสารเอง เรื่องมันจะได้จบ

        “ถ้าฉันยอมคุณ เรื่องมันจะจบไหม” เอมิกาถามเสียงเครือสั่น มองภาวินทร์ที่เวลานี้เป็นอดีตคนรักด้วยสายตาเศร้าเสียใจ “คุณจะเลิกจ้องเวรครอบครัวฉันหรือเปล่า”

        “อย่านะลูก มันไม่ใช่ความผิดของ...” อมรพยายามแย้ง

        “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ เรื่องมันจะได้จบ เราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกับเขาอีก เพราะถ้าเอมไม่ยอม บางทีครอบครัวเราอาจเจอหนักกว่านี้” เอมิกาพูดตัดเสียงบิดา ก่อนหันไปมองภาวินทร์  “คุณว่าข้อแลกเปลี่ยนมาได้เลย”

        “เธอต้องไปทำงานในไร่ของฉัน ได้รับค่าจ้างเหมือนคนงานคนอื่น จะเป็นอิสระก็ต่อเมื่อหาเงินมาใช้หนี้ฉัน” เขาบอกข้อตกลง ยืนกอดอกมองเอมิกา แล้วกระตุกยิ้ม

        ทำงานจนกว่าใช้หนี้หมด...หล่อนมิต้องทำงานไปจนตายหรือ เป็นเพราะจำนวนหนี้สินไม่ใช่หมื่นสองหมื่น มันสูงเป็นหลักสิบล้าน ค่าจ้างทำงานในไร่ก็คงไม่มาก ต่อเดือนคงไม่ถึงหลักหมื่น คิดคำนวณคร่าวๆ หล่อนต้องทำงานในไร่เขาไปตลอดชีวิต

        แต่เดี๋ยวก่อน ภาวินทร์มีไร่ด้วยหรือ เขามีตอนไหน เมื่อไหร่ เหตุใดเอมิกาจึงไม่รู้เรื่องนี้ หรืออาจเป็นเพราะเขาปิดบังตัวตนไว้ โกหกหลอกลวงหล่อนว่า เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีสมบัติติดตัว ใช่สิ เขาปั้นเรื่องโป้ปด ไม่มีความจริงแม้แต่นิด

        “ตกลง”

        “พรุ่งนี้แปดโมงเช้าเตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะมารับไปทำงานที่ไร่” ภาวินทร์สั่ง “ธุระของฉันเสร็จแล้ว ขอตัวก่อน”

        ภาวินทร์เดินออกไปขึ้นรถยนต์ของตนที่จอดอยู่หน้าบ้านทันทีที่พูดจบ ระหว่างทางที่เดิน รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าคมหล่อ นับจากพรุ่งนี้เป็นตนไป การแก้แค้นเอมิกาแบบเข้มข้นจะเริ่มต้นขึ้น

        “จะไหวหรือลูก แม้ว่าป้องไม่ให้ลูกไปทำงานที่ไร่แบบสบายๆ แน่”

เสียงโสภาดังขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย นางอยากห้ามไม่ให้บุตรสาวไป แต่ก็รู้ว่าห้ามไม่ได้ ความจำเป็นมันบังคับ

        “เอมไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้นะลูก เอมไม่ผิด พ่อจะบอกความจริงกับป้องเอง ถ้าป้องจะแก้แค้นก็ให้มาแก้แค้นพ่อแทน เรื่องทรัพย์สมบัติ พ่อไม่สนใจ พ่อคิดว่าไม่ตายก็หาใหม่ได้”

        “พ่ออย่าบอกความจริงกับเขานะคะ เอมกลัวว่าถ้าเขารู้ เขาอาจพุ่งเป้าไปที่พี่อ้อมอีก ให้เรื่องมันจบที่เอมเถอะคะ ให้เขาเข้าใจอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นเรื่องมันจะไม่จบ”

ตลอดระยเวลาสามปีที่ภาวินทร์ทำตัวสนิทชิดเชื้อหลอกให้ครอบครัวหล่อนตายใจ นิสัยของภาวินทร์บางอย่างหล่อนรู้ดี เขาเป็นคนทำอะไรทำจริง และต้องทำให้ได้ เอมิกาจึงกลัวว่า หากภาวินทร์รู้ความจริง อาจพุ่งเป้าไปที่อัจฉรา พี่สาวผู้น่าสงสาร อัจฉราอยู่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่ไม่ใครแตะต้องหรือทำร้ายได้ หล่อนก็จะให้เป็นเช่นนั้น ส่วนหล่อนก็จะเป็นนางฟ้าคอยปกป้องพี่สาวจากซาตาน

        “แต่พ่อ...”

        “ไม่มีแต่ค่ะพ่อ ที่เอมยอมก็เพราะครอบครัวเรา ตอนนี้เราต้องการเงินมาใช้หนี้ มาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ไหนจะค่านั่นค่านี้อีก ที่สำคัญเราไม่ต้องเสียบ้านหลังนี้ไป บ้านหลังนี้เป็นของคุณปู่ที่สู้อุตส่าห์ปลูกสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เอมไม่มีวันปล่อยให้สมบัติของคุณปู่ตกเป็นของใครแน่นอนค่ะ”

อมรจนต่อคำพูด ก่อนเกิดเรื่องเอมิกาเหมือนคนไม่เอาถ่าน ทำนั่นก็ไม่เอา ทำนี่ก็ไม่ได้ ขี้เกียจ ถนัดเรื่องความสวยความงาม เรื่องชอปปิ้งและยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่พอเกิดเรื่อง เอมิกาเข้มแข็งขึ้น คิดวิธีแก้ปัญหา หยิบยืมเงินเพื่อนที่พอจะช่วยได้ แม้ว่าจำนวนเงินที่ได้มาจะไม่พอ แต่ก็ถือว่าช่วยเหลือ เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า และสิ่งของมีค่าของเอมิกา หล่อนก็นำไปขายอย่างไม่อาย นำเงินมาสมทบจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ความเข้มแข็ง ต่อสู้ดิ้นรนเริ่มเกิดขึ้นในตัวลูกสาวคนเล็ก แต่ก็ไม่รู้ว่า จะเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน แล้วไปทำงานในไร่ของภาวินทร์ เอมิกาจะทำได้หรือไม่ อมรเป็นห่วงเรื่องนี้ไม่น้อย

หนังต้องดูถึงตอนจบ จึงรู้ว่าผลที่ออกมาเป็นอย่างไร

เขาก็รอดูฉากนั้นด้วยใจจดจ่อและใคร่รู้...อยากรู้ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น