หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 91 : บทที่ 32 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    10 ม.ค. 64

“แล้วเราจะไป...อุ๊ย!”

            เธอถามไม่จบประโยคเพราะเมื่อหันไปทางโยชิโอะ เห็นเขาเดินดุ่มๆ ไปตรงศาลพระภูมิแล้วก็หยิบเอาน้ำแดงที่วางไว้มาดมดู

            “คุณโยชิโอะ”

            เขาหันมา กำลังใช้ลิ้นแตะปลายหลอดเหมือนชิมรสน้ำแดง แล้วก็พยักหน้า “กินได้นี่นา”

            “ทำ...อะไรคะ”

            “ขนมตรงนั้นแข็งหมดแล้วแต่น้ำแดงนี่ยังกินได้ครับ คุณกินก่อน น้ำหวานๆ จะช่วยให้มีแรง”

            อรดาอ้าปากเหวอให้กับการพูดหน้าตาเฉยของเขา “นะ นั่นมันของไหว้นะคะ”

            โยชิโอะทำหน้างงแวบหนึ่ง กะพริบตาปริบๆ “แต่มันกินได้นะครับ แล้วคุณก็ยังไมได้กินอะไรเลย คุณเพลียมาก”

            คนฟังอยากจะบอกว่าถึงจะหิวขนาดไหนแต่เธอก็ไม่เคยกินของเซ่นไหว้มาก่อน จะพูดให้ถูกก็คือ ไม่เคยกินของเซ่นไหว้จากศาลพระภูมิข้างทางแบบนี้ 

            “เอ่อ...มันยังกินได้ครับ ผมอยากให้คุณมีแรง”

            ประโยคท้ายของเขากึ่งอ้อนวอน อรดาใจแกว่งกับแววตาเหมือนเด็กนั่นวูบหนึ่ง เธอหิว หนาว เหนื่อย และเพลียมากจริงๆ ถ้าได้น้ำหวานนั่นก็คงมีแรงไม่ใช่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นนั่นก็เป็นของที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อนี่นา

            “คุณกลัว เอ่อ เรื่อง...คนไทยเรียกอะไรนะ อาถรรพ์ คำสาปอะไรแบบนั้นใช่ไหม” เขาหันไปทางศาล ก้มศีรษะ “ผมกับคุณกำลังอยู่ในอันตรายและหิวมาก ขอให้คุณช่วยเรา และขออนุญาตกินน้ำหวานนี่นะครับ”

            พูดเสร็จสรรพก็หันมา คราวนี้เป็นอรดาที่ทำตาปริบๆ บ้าง “ผมว่าถ้าอะไร เอ้อ คุณที่อยู่ในนี้เป็นที่เคารพของคนแถวนี้ก็น่าจะช่วยเราใช่ไหมล่ะครับ”

            โยชิโอะมองขวดน้ำหวานในมือสลับกับมองศาลนั้น “ของนี่เป็นของใหม่ น่าจะเปิดวางไว้ไม่นาน อาจจะแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง ดูได้จากปริมาณน้ำหวานในขวดที่ไม่ระเหยไปเลย ข้อสอง เมื่อกี้ผมขยับหลอด ตัวน้ำดันหลอดขึ้นเล็กน้อย แสดงว่าน้ำอัดลมยังมีแก๊ซอยู่ ก็ยิ่งยืนยันได้ว่าเพิ่งเปิดไม่นาน และข้อสุดท้าย บนนั้นไม่มีคราบน้ำ ฝนคงไม่ตกมาหลายวันแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรปนอยู่”

            เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเขาพูดยาวขนาดนี้ แถวการใช้คำยังเหมือนกับนักวิชาการ หรือไม่ก็นักวิทยาศาสตร์

            นักวิทยาศาสตร์

            ‘ดวงพี่ปุณพี่นี้เป็นปีชงนี่นา’

            เธอพูดในวันที่ไปเดทด้วยกัน บังเอิญว่าอรดาเปิดเฟซบุ๊คแล้วมีคนแชร์เรื่องดวงมาพอดี เขาเงยหน้าจากแพนเค้กญี่ปุ่น ครีมยังติดอยู่ที่ริมฝีปากบน 

            ‘ก็ว่างั้นน่ะ ชงตั้งแต่ต้นปีเลย อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะก๊งให้สนุกต้องมานั่งชงให้ เห็นเราชงเหล้าอร่อยก็ใช้จัง ไอ้เราก็แพ้คำขอของผู้หญิงซะด้วย’

            อรดาจำได้ว่าเธอไม่รู้จะเหวอหรือร้องวี้ดดีที่เขาพูดไปคนละทาง ‘พี่ไม่เชื่อเรื่องดวงเหรอ’

            ‘ไม่ พี่เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักฟิสิกส์ เชื่อในตรรกะและเหตุผลเท่านั้น’

            ‘รวมทั้งเรื่องของเราด้วยเหรอ เรื่องที่เรามาเจอกันเนี่ย’

            เธอเห็นในแววตาของเขาฉายแววตกใจราววินาที แต่แล้วก็สลับไปเป็นความทะเล้นทะลึ่งตามนิสัย ‘งานเข้าแล้วสิ จะตอบยังไงดีเนี่ย’

            “คุณออ คุณอรดา”

            “เอ้อ โอเคค่ะ” เธอหยิบขวดจากมือเขา กระดกดื่ม ทันทีที่รสหวานลงคอเธอไอออกมาเล็กน้อย โยชิโอะรีบปราดเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ” อรดาตอบแล้วสูดลมหายใจก่อนจะดื่มน้ำหวานอีกครั้ง รสชาติเป็นเรื่องรองแต่น้ำตาลทำให้เธอสดชื่นขึ้นจริงๆ เสร็จแล้วก็ยื่นให้เขา 

“ถ้าไม่รังเกียจ คุณโยชิโอะ...” 

            โยชิโอะไม่รอให้อรดาพูดจบก็รับมากกระดกดื่มทันที เขากินเกือบหมดแล้วโยนขวดทิ้งไปแถวนั้น

“ต้องไปแล้วครับ เราอยู่ตรงนี้นานไปแล้ว” คำพูดของโยชิโอะกลับมาเฉียบขาดอีกครั้ง อรดาวิ่งตามเขาไปด้วยแรงกำลังที่มีมากขึ้น ไม่ได้สังเกตว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดอยู่ในพุ่มไม้ด้านหลัง

 

            โยชิโอะเดินนำอรดามาตามถนนสายหลักเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีรถผ่านมา เสื้อผ้าเปียกเริ่มหมาด พระอาทิตย์ขึ้นสูงและเริ่มส่องแสง แต่ด้วยป้ายข้างทางที่เขียนชื่อสำนักสงฆ์กับระยะทางทำให้ทั้งคู่มีพลัง กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาด้วยน้ำหวานหนึ่งขวดกระทั่งเจอกับป้ายทางเข้า อรดากระโดดตัวลอยแทบจะวิ่งถลาเข้าไปก่อน โยชิโอะต้องดึงมือไว้เรียกสติ

            “ใจเย็นๆ ครับ ดูลาดเลาก่อน”

            “ทำไม” อรดาสงสัยจริงจังจนเกือบจะเป็นความโกรธ เจอสถานที่ที่จะขอความช่วยเหลือได้ทั้งทีแต่เขากลับทำท่าลังเลที่จะเข้าไป

            “ถ้าเรารู้เจอสำนักสงฆ์นี่จากป้ายบอกทาง คิดว่าสองคนนั้นจะเจอด้วยไหมครับ”

            คำตอบของเขาเป็นคำถาม แต่อรดาเข้าใจ ยอมหยุดคิดไตร่ตรอง “แล้วจะทำยังไงคะ”

            “รอดูสักครู่ก่อนเพื่อความปลอดภัยแล้วค่อยเข้าไป”

            อรดาอยากจะขอคำอธิบายมากกว่านั้นแต่เปลี่ยนใจ ค่อยๆ ยื่นนิ่งรอคำสั่ง แม้ใจอยากจะเถียงว่าอยู่ตรงไหนก็ไม่น่าจะปลอดภัย ชุดอยู่บ้านเตรียมนอนของเธอเดิมเป็นสีครีมที่ตอนนี้เกือบจะเป็นน้ำตาล แต่มีเสื้อแจกเกตของเขาสวมทับอีกชั้น เพราะอากาศเย็นทำให้เขาบอกให้เธอสวมไว้ก่อน 

            พระสงฆ์รูปหนึ่งยืนกวาดใบไม้อยู่ กำลังจ้องมองมาที่ผู้มาเยือนทั้งสอง 

            อรดาพนมมือไหว้ โยชิโอะทำตาม

            “เจริญพร” น้ำเสียงอ่อนโยนแต่เจือความสงสัย “มาจากไหนหรือโยม ทำไมเป็นแบบนั้น นั่น...เลือดใช่ไหมน่ะ”

            “คือ...” ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเริ่ม แต่อรดาพูดแทรกรวดเร็ว

            “หนูถูกปล้นมาค่ะ โจรมันเอามอเตอร์ไซค์ไป เพื่อนถูกยิง หนูกับเพื่อนวิ่งหนีลงไปในสระบัว สภาพเลยเป็นแบบนี้นะค่ะ” ขณะที่ตอบคำถามที่เป็นทั้งจริงและเท็จนั้นก็นึกขออภัยอยู่ในใจที่ไม่สามารถให้ข้อมูลจริงได้ทั้งหมด

            พระสงฆ์รูปนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วไปแจ้งตำรวจหรือยัง”

            “ยังค่ะ หนูเดินเท้ามาเรื่อยๆ หาคนช่วย พอดีเห็นทีนี่ก็เลยจะขอเข้ามาพัก แล้วก็...ขอฝากท้องสักมื้อได้ไหมคะ” น้ำเสียงสุภาพอ่อนหวานของอรดาทำให้บรรยากาศงุนงนสดใสขึ้น

            “ได้ๆ มาก่อน เป็นมายังไงล่ะ มาเที่ยวหรือไงกัน”

            ภิกษุรูปนั้นเดินนำ สอบถามข้อมูลเรื่อยๆ อรดาก็เต็มใจตอบแสดงความจริงใจ ส่วนโยชิโอะเดินตามและมองไปรอบๆ อย่างระวัง

            “จะอาบน้ำก็ได้นะ มีห้องน้ำอยู่ เดี๋ยวให้เด็กเอาน้ำเอาข้าวมาให้ รอตรงนี้แล้วกัน”

            “ขอบพระคุณค่ะ”

            “ขอบคุณครับ”

            อีกฝ่ายเดินลับไป อรดาจึงได้ทิ้งตัวลงนั่ง บริเวณนั้นเป็นเหมือนศาลาอเนกประสงค์ทรงสี่เหลื่ยมผืนผ้ากว้างประมาณหกเมตร ยาวประมาณแปดเมตร มุมหนึ่งยกพื้นขึ้นราวสี่สิบเซนติเมตรสำหรับนั่งทำกิจต่างๆ ที่เหลือเป็นลานปูนโล่งที่มีเก้าอี้พลาสติกเก่าๆ วางอยู่สองตัว ถัดไปประมาณห้าเมตรมีห้องน้ำอยู่สามห้อง รายล้อมด้วยต้นไม้ให้ร่มเงา ตัวอาคารไม่มีกำแพง อากาศยามเช้าสดชื่น เสียงนกกาเหว่าร้องแว่ว

            “โกหกพระได้ด้วยเหรอ”

            โยชิโอะถาม หางเสียงเจือความล้อเลียน บวกกับแววตาวิบวับทำให้อรดาค้อนควัก

            “ได้ไม่ได้ก็ไม่รู้ ก็พูดไปแล้วนี่”

            คนฟังอมยิ้มแล้วเดินไปทางห้องน้ำ อรดารีบลุกเดินตาม “คุณโยชิโอะจะไปไหนคะ”

            “ผมจะไปสำรวจห้องน้ำ แล้วก็จะล้างตัวด้วย”

            “ฉันไปด้วย”

            แม้จะเหนื่อยและอ่อนเพลีย แต่อรดาไม่อยากจะห่างจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว ถึงจะเป็นสำนักสงฆ์แต่เจ็ดสิบเปอร์เซนต์รายล้อมด้วยป่า เธอไม่ไว้ใจสถานที่

            ตรงห้องน้ำมีโอ่งมังกรขนาดกลางแต่มีน้ำไม่เต็ม โยชิโอะหมุนก๊อก น้ำไหลจ๊อก เขาเดินไปดูในห้องน้ำ โถเป็นเป็นส้วมซึม มีอ่างปูนเล็กๆ ที่ก่อติดพื้นสำหรับรองน้ำชำระล้าง มีก๊อกประจำ ซึ่งเป็นเหมือนกันทั้งสองห้อง ชายหนุ่มหยิบขันจากอ่างนั้นออกมาตักน้ำให้อรดาได้ล้างตัว

            “อ้อ ขอบคุณค่ะ”

            เธอถอดเสื้อแจ๊คเกตของเขาพาดไว้ตรงหัวไม้ที่ปักไว้ตามท่อน้ำ ก่อนลูบแขนล้างเอาคราบโคลนที่เหนอะหนะออก ใจจริงอยากจะอาบน้ำแต่ก็ไม่มีเสื้อเปลี่ยน อย่างน้อยได้น้ำสะอาดล้างหน้าล้างเท้าก็พอบรรเทาความสกปรกได้

            “ขอบคุณค่ะ ค่อยยังชั่วหน่อย”

            อรดาสูดลมหายใจลึก ประกบมือตบแก้มตัวเองเบาๆ ทำนองเรียกพลัง ขณะยืนมองอะไรเรื่อยเปื่อยได้ยินเสียงโยชิโอะตักน้ำดังซ่าก็คิดได้ว่าควรจะเป็นฝ่ายช่วยเขาบ้างจึงหันกลับมา

            “อุ๊ย!”

            สิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นแผ่นหลังขาวๆ ของชายหนุ่มที่กำลังถอดเสื้อยืดแขนยาวออก เพราะตั้งใจจะล้างตัวรวมทั้งแผลให้สะอาดมากกว่านี้ หรือไม่ก็ซักเสื้อไปด้วยแล้วรอให้หมาดเพื่อจะสวมใหม่

            ใช่ว่าอรดาจะเขินอาย แต่อยู่ดีๆ เห็นผู้ชายถอดเสื้ออย่างปัจจุบันทันด่วนก็อดตกใจไม่ได้ 

            เขาเบี่ยงหน้ากลับมา แววตาตกใจกึ่งเขิน เพราะคิดว่าเธอเดินไปแล้ว

            “ไม่มีอะไรค่ะ”

            อรดาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ กำลังจะหันกลับไปแต่สายตาดันเห็นอะไรบางอย่างบนแผ่นหลังของชายชาวญี่ปุ่น ที่ทำให้เธอยืนตัวชาด้วยความตกตะลึง

 

จบ

10.1.21

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #95 fsn (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 17:08

    ชอบอะ ยกขึ้นวางลงได้ แต่ก็กลัวแค่จะพาท้องเสียล่ะค่ะ พี่ช่างสังเกตุ //ฮา นางเอก ตอนจะกินน้ำหวานยังเกรงๆ แต่ตอนแถลงการณ์ กับพระ น้านๆๆๆ มีการปรับให้เหมาะสม 55

    #95
    1
    • #95-1 อุธิยา(จากตอนที่ 91)
      22 มกราคม 2564 / 15:26
      ขอบคุณค่ะ คนเขียนเองก็ชอบฉากนี้เหมือนกันค่ะ ดูน่ารักมาก ทั้งคู่ ^ ^
      #95-1
  2. #92 ศิรดา (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 20:42

    เห็นอะไรน้อหนูออ..

    #92
    0