หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 90 : บทที่ 32 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    9 ม.ค. 64

32

            สมรยกมือพนมนิ้วหัวแม่มือจดหน้าผาก ก่อนจะก้มตัวกราบลงหมอนผ้าไหมที่มีกลิ่นน้ำปรุงเจือจาง หญิงสูงอายุนิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนจะดึงตัวเองขึ้นมา มองพระประธานที่โต๊ะหมู่ซึ่งตอนนี้ใช้ธูปกับเทียนไขไฟฟ้าแทบเพื่อลดควันตามคำแนะนำของอุษณีย์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ถวายดอกไม้สดและดอกบัวไม่ขาดทำให้ห้องพระมีกลิ่นหอมอ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา

            “ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงคุ้มครองหลานสาวฉันด้วยเถิดค่ะ”

            สมรพนมมือและท้ายสุดก็ถอนหายใจออกมา เช้าวันที่สองแล้วที่อรดาหายตัวไป มีความพยายามสืบข่าวเพื่อสันนิษฐานถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เพื่อนของอรดาก็รายงานความคืบหน้าให้อุษณีย์ ซึ่งเธอก็ได้รู้จากหลานสาวเป็นระยะ

            มื้อเช้าสมรกินข้าวไม่ได้ แม้ว่าอุษณีย์จะปลอบใจอย่างไรก็กินไม่ลง ตักข้าวไปคำเดียวก็รู้สึกจุกที่ต้นคอ แต่ยังพอดื่มนมถั่วเหลืองที่หลานสาวคะยั้นคะยอให้กินได้

            ‘คุณย่าต้องพักผ่อนนะคะ อุ้ยไม่อยากให้คุณย่าเป็นอะไร เพื่อนๆ น้องช่วยกันหาอยู่ ตำรวจเขาก็ทำงานเต็มที่ อุ้ยเชื่อว่าออต้องปลอดภัยค่ะ’

            สมรไม่ตอบอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ชีวิตที่ผ่านร้อนหนาวมาแปดสิบกว่าปีพบเจอความสูญเสียมาพอสมควร แต่ไม่เคยชิน

            ‘คุณย่าเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ไหมคะ’

            หลานสาวตัวแสบเคยถาม ตอนนั้นสมรก็งง ดุไปด้วยซ้ำว่าอยากจะเล่าอะไรก็เล่า ไม่ต้องถามลองเชิง

            ‘ก็อย่างเรื่อง...คนที่เราคิดว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วแต่ดันได้เจออีกน่ะค่ะ’

            ‘หมายถึงใคร พูดตรงๆ’

            เธอเห็นหลานสาวเหม่อมองไปไกลๆ ก่อนจะกลับมายิ้มแล้วตอบว่าไม่ได้หมายถึงใคร แค่ถามดู ตอนนั้นสมรก็คิดว่าอรดาอาจจะคิดถึงสามีที่ตายไปแล้ว กระทั่งได้ยินเรื่องผู้ชายญี่ปุ่นที่หน้าเหมือนปุณณัติ รวมทั้งได้เห็นภาพของเขาด้วย

            หรือคำว่าปาฏิหาริย์ของหลานสาวจะหมายถึงสิ่งนี้

 

            “ถอดรองเท้าไว้ตรงนี้”

            โยชิโอะบอกอรดาแล้วรีบรองเท้าผ้าใบของตัวเอง อรดาลังเล 

            “อย่าบอกนะคะว่า จะลงไปในบ่อนั่น”

            “เร็ว... โอ๊ย”

            โยชิโอะจะฉุดมือเธอให้เดินลงไปในทุ่งบัวหลวงที่กำลังผุดดอกเหนือระดับน้ำหนาแน่นแต่ก็ร้องออกมา เขามองแขนตัวเอง อรดามองตาม ที่ท่อนแขนใกล้ข้อศอกมีเลือดไหล

“คุณโยชิโอะ คุณโดนยิงเหรอ”

อรดาร้องเสียงหลง แต่เขาไม่ได้สนใจ “ไม่เป็นไร รีบลงไปเถอะ ไม่มีเวลาแล้ว”

            เขาตอบคำถามเธอด้วยการเร่งออกคำสั่ง หญิงสาวไม่มีทางเลือกเพราะเสียงจากข้างหลังก็ดังใกล้เข้ามาแล้ว จำเป็นต้องถอดรองเท้าแตะตัวเองออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก

โยชิโอะเดินลุยน้ำนำ แล้วหันมาถามเหมือนคิดขึ้นได้

            “คุณว่ายน้ำเป็นไหม หรือพอจะลอยตัวได้หรือเปล่า”

            อรดาพยักหน้า สีหน้าเขามั่นใจขึ้น “คุณว่ายน้ำไปหลบใต้กอบัว แถวๆ นั้นนะ” เขาชี้มือไปยังจุดที่ห่างจากขอบสระพอสมควร หญิงสาวค่อยๆ โผร่างไป รู้สึกเท้าไม่แตะโคลนแล้ว

            “แต่ว่าถ้าเราถอดรองเท้าไว้อย่างนั้นพวกมันก็...”

            “ไปเถอะ”

            “แล้วคุณล่ะ แผนนั่น”

            “ไม่เป็นไร เร็วเถอะ เดี๋ยวไมทัน”

            เป็นอีกครั้งที่โยชิโอะไม่ตอบคำถาม แต่พูดออกคำสั่งรวดเดียว อรดาจึงค่อยๆ เดินลุยน้ำลงไปโดยมีโยชิโอะว่ายน้ำนำ ทั้งคู่พาตัวเองไปตรงกอบัวที่รกๆ เขาดึงเธอเข้ามาชิด

            “อุ้ย”

            “ขอโทษนะครับ แต่ช่วยอยู่แบบนี้ก่อน”

            เสียงเขากระซิบอยู่ข้างหู อรดาแทบลืมหายใจ

            “พวกมันอยู่ไหน!”

            เสียงฝีเท้ากับเสียงตะโกนโผล่มาที่ริมทุ่งพอดีกับจังหวะที่สองหนุ่มสาวหลบซ่อนใบหน้ากับศีรษะอยู่หลังกอบัวหลวงที่ขึ้นหนาแน่นกับใบบัวใบหนึ่งที่โยชิโอะดึงก้านให้บังหน้าพวกเขาไว้ บริเวณนั้นกอบัวหนาแน่น อรดรรู้สึกแสบแขนเพราถูกหนามเล็กๆ ที่ก้านบัวขีดข่วน ส่วนโยชิโอะพยายามกดปากแผลไว้ เพราะถ้าพวกนั้นเดินสำรวจจริงจังอาจจะเห็นเลือดที่ไหลออกมาแล้วเจอพวกเขาก็เป็นได้

            “เฮ้ย หายไปไหนแล้ว”

            ทั้งสองพากันวิ่งวุ่นมองซ้ายขวา แม้ว่าจะเป็นช่วงการไล่ล่าแต่คนร้ายทั้งสองยังโพกผ้าสีดำปิดบังใบหน้า โยชิโอะรู้สึกขัดใจเพราะไม่อาจรู้ว่าใช่คนคู่เดียวกับเมื่อตอนเย็นวานหรือไม่

            “เฮ้ นี่ไง!”

            คนหนึ่งเรียกคู่หูให้เดินมาหาหลังจากที่ตนเองพบอะไรบางอย่าง ซึ่งอรดารู้ว่าคืออะไร รองเท้าของพวกเขาทั้งคู่นั่นเอง

            “คุณโยชิโอะคะ...” น้ำเสียงอรดาสั่นสะท้าน ทั้งหนาวและตื่นเต้น โยชิโอะจดนิ้วที่ริมฝีปากเธอ อีกมือก็กุมหัวไหล่ไว้แน่นเชิงให้ความเชื่อมั่น

            “รองเท้าของพวกมันถอดอยู่ตรงนี้ มันต้องหลบอยู่ในสระบัวนี้แน่”

            อีกคนพูด ทำท่าจะเดินลุยน้ำลงมา แต่ถูกอีกคนห้ามไว้ 

“เดี๋ยวก่อน” เขามองไปรอบๆ ฝั่งตรงข้ามกับสระบัวคือป่าละเมาะที่เชื่อมกับทางที่พวกเขาเพิ่งวิ่งมา ส่วนอีกทางเป็นเหมือนทางที่มีคนเดินเพราะหญ้าถูกเหยียบจนเตียน

“วางรองเท้าไว้ทำแบบนี้ ทำให้เราคิดว่ามันจะทำแบบนี้มากกว่า” เขาใช้เท้าเขี่ยรองเท้าทั้งสองคู่ “แต่ความจริง วิ่งหนีไปแล้ว”

คนที่สันนิษฐานครั้งแรกส่งเสียงบางอ้อผสมเจ็บใจ “แกล้งวางล่อให้เราไปผิดทาง แล้วมันจะวิ่งไปโดยไม่สวมรองเท้าได้ยังไง แบบนี้ไปไม่ได้ไกลแน่”

“ก็ใช่น่ะสิ ทำเป็นหลบเพื่อให้เราลุยน้ำ แล้วพวกมันจะโผล่มาจากป่าข้างหลังมาเอารองเท้า แล้วก็จะวิ่งออกไปทางนี้” เขาพูด

“ถ้างั้นไปเลย” อีกคนสนับสนุน แล้วทั้งสองคนก็วิ่งลุยเข้าไปในป่า

            โยชิโอะกับอรดาที่หลบอยู่ถอนหายใจ โดยเฉพาะอรดา เธอเกือบจะกินน้ำโคลนลงไปแล้ว แต่โยชิโอะรีบดึงมือให้ขึ้นจากสระบัว

            “ว่ายไปทางนั้น”

            “แต่...”

            “ไปเถอะ” ดูเหมือนตอนนี้เธอจะได้แต่ทำตามคำสั่งของเขา ประกอบกับสีหน้าจริงจังทำให้เธอต้องยอม สบตาเขาแสดงความเชื่อมั่นและไว้ใจ

            อรดาว่ายน้ำไปเรื่อย แม้จะเป็นเวลาไม่ถึงสิบนาทีแต่ก็รู้สึกหนาวสะท้าน เธอกึ่งเดินกึ่งย่องมุ่งตรงไปยังทิศทางที่เขาบอก ฝ่าเท้าเหยียบไปบนกรวดหินและหญ้าแห้งจนเจ็บแต่ก็อดทน แต่เมื่อหันมาอีกที โยชิโอะหายไปแล้ว

            หญิงสาวย่อตัวลงนั่งซ่อนอยู่ในกอหญ้า เขาหายไปไหน จะไปเดินตามหาก็ไม่ได้เพราะกลัวว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาเจอตัว ได้แต่นั่งจ้องสระรอด้วยใจระทึก เขาต้องมา 

            เขาคงกำลังว่ายน้ำมา เธอต้องมีสติ ใจเย็น แล้วรอ

            มือหนึ่งจับที่หัวไหล่ อรดาสะดุ้งโหยง ตกใจจนเส้นสติขาดผึง รีบหันกลับไป

“คุณโยชิโอะ!” 

“คุณออ”

“ฉันตกใจเกือบตาย เกิดอะไรขึ้น ทำไมมาโผล่ตรงนี้ ฉันก็นึกว่าคุณจะว่ายน้ำมา”

“ผมกลับไปเอารองเท้ามา” เขาส่งรองเท้าให้เธอและสวมของตัวเอง มันเป็นสิ่งเดียวที่แห้งสนิท “ที่เลือกเดินมาทางนี้เพราะเป็นคนละทางกับที่พวกนั้นไป ถ้าเขาย้อนกลับมาอาจจะเห็นร่องรอยนี้จะทำให้พวกมันสับสนได้”

“ทำไมล่ะคะ จริงด้วย ทำไมคุณคิดว่าวางรองเท้าไว้แบบนั้นดีกว่า”

ถามไปพลางก็รีบวิ่งตามเขาไปพลางเพราะชายหนุ่มจ้ำฝีเท้าไปยังทางที่เหมือนมีการใช้ผ่านประจำ

“พวกมันไม่คิดว่าเราจะหนีไปตรงๆ ดูจากตอนที่เราหนีได้ครั้งแรกก็คงคิดว่าเราจะมีลูกไม้อยู่แล้ว ผมเลยวัดดวงซ้อนแผนไป ทำเหมือนหลอกล่อให้ไปอีกทาง แต่ยังอยู่ทางเดิม”

อรดาพยักหน้าถี่ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้หันมามอง ฟังจากปากคนร้ายทั้งสองก็รู้ว่าได้ผล เพราะเป็นไปตามที่โยชิโอะคาดการณ์ไว้ทุกประการ ตอนนี้มีหน้าที่ไปให้พ้นจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เพราะป่านนี้ทั้งสองคนนั้นคงรู้แล้วว่าโดนซ้อนแผน

“รีบไปกันเถอะ”

เขาพูด เธอก็ทำตามเงียบๆ กระทั่งโยชิโอะรู้สึกแปลกๆ จึงหันกลับมาเห็นอรดาหน้าซีด

“คุณออ”

“ขอพักเดี๋ยวได้ไหม”

เธอถามสลับหอบเพราะเหนื่อยจนวิ่งไม่ไหว ไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วโมง ตาเริ่มพร่ามัวเหมือนจะเป็นลม

“อดทนอีกนิดนะ ผมว่าเราอีกไม่นานเราน่าจะเจอบ้านคน”

คำพูดนั้นทำให้อรดาที่กำลังหลับตาหายใจถี่เบิกโพลง “คุณรู้ได้ยังไง” พยายามองไปรอบๆ แต่ก็เห็นแต่ป่าละเมาะ

            “สังเกตจากเส้นทางมีรอยหญ้าถูกเหยียบจนแห้ง แสดงว่ามีคนเดินอยู่บ้าง สระบัวนั่นก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนขุดขึ้น มีรอยหญ้าถูกเหยียบกับกรวดที่รอยรอบสระที่คุณเหยียบน่ะ” เขาอธิบายยาว “ไปกันต่ออีกหน่อยนะ” 

            อรดาสูดลมหายใจลึก พยักหน้าแข็งใจเดินต่อด้วยความหวัง แต่อดสงสัยไม่ได้ เวลาแค่ไม่กี่วินาทีแต่เขากลับเก็บรายละเอียดได้เยอะขนาดนั้น ยิ่งทำให้นึกถึงปุณณัติไปอีก รายนั้นก็หูหมาตาเหยี่ยว ช่างสังเกตแม้เป็นแค่น็อตตัวเดียว ขณะที่เธอต้องสวมแว่นบ้างบางครั้ง แต่เขากลับสายตาดีมาก ทั้งที่ต้องอ่านตำราต่างประเทศและสัญลักษณ์ทางเคมีต่างๆ มากมาย 

อีกประมาณสองร้อยเมตรต่อมาก็เจอกับถนนจริงๆ

            “ถนนจริงๆ ด้วย” เธอร้องอย่างตื่นเต้น ดูเหมือนเป็นถนนสายหลักเสียด้วย เพียงแต่ตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าเป็นถนนอะไร อยู่ที่ไหน เวลาตอนนั้นก็ไม่แน่นอน แต่โยชิโอะบอกว่าน่าจะประมาณใกล้ๆ เจ็ดโมง 

            “แล้วเราจะไป...อุ๊ย!”

 

 

(ต่อ)

9.1.21

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #94 fsn (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 17:07

    ให้เจอคนช่วยไวๆ นะคะ ไหนเลือดออก ไหนจะแผลอักเสบ ไหนจะไม่ได้กินอะไร

    #94
    0