หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

4

 

          “ผมชื่อทานากะ เอ่อ โยชิโอะ ทานากะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

          เพราะนึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนไทย เขาจึงเปลี่ยนคำแนะนำตัวโดยเอ่ยชื่อต้นก่อนพร้อมยื่นมือไปให้อีกฝ่ายได้จับ แต่คำกล่าวนั้นเป็นภาษาอังกฤษ

          อรดาสูดลมหายใจ ควบคุมสติและบอกตัวเองว่าเขาไม่ใช่ปุณณัติ แค่คนหน้าเหมือน แต่ว่าเสียงนั้นก็คล้ายจนหัวใจเต้น ยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินเสียงกระจกแตกตอนเกิดเหตุยิงกันเสียอีก เธอตอบเขาเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน

          “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่ออรดา”

          “ขอโทษด้วยนะครับ ที่ต้องเจอกันในสถานการณ์แบบนี้ ผมควรได้ขอบคุณที่คุณมาพรีเซนเตอร์ให้เรามากกว่า”

          “จำฉันได้ด้วยเหรอคะ” อรดาเลิกคิ้วขณะเลื่อนเก้าอี้นั่ง หวังว่านั่นคงไม่ได้ดูปลอมจนเกินไปนะ

          “ครับ” เขาพยักหน้า เก็บคำว่าจำได้ตั้งแต่วันที่เจอบนรถไฟฟ้าแล้วไว้

          โยชิโอะตัดสินใจคุยกับหญิงสาวก่อนไปแจ้งความ เนื่องจากเธอเป็นพยานอยู่ในเหตุการณ์ในนาทีนั้น ดังนั้นจึงกลับมาเข้ามาในบริษัท คิดว่าจะใช้เวลาสักสิบนาทีแล้วค่อยออกไปที่สถานีตำรวจ

          “นี่อาสะ ผู้ช่วยของผม”

          “สวัสดีครับ คุณอรดา” 

          “เอ๊ะ คุณ...”

          “ผมพูดภาษาไทยได้ครับ ถ้ามีข้อความอะไรไม่สะดวกก็พูดเป็นภาษาไทยได้เลยครับ ผมแปลให้”

          เธอรู้สึกตื่นเต้น ชายหน้าขาวดวงตาเรียวเล็กจนเรียกได้ว่าตี๋ร้อยเปอร์เซนต์พูดภาษาไทยชัดเจน เขาดูเหมือนเป็นคนญี่ปุ่นมากกว่าเจ้านายตัวเองเสียอีก 

          “อ้อค่ะ ขอบคุณค่ะคุณอาสะ”

          จบเท่านั้นผู้ช่วยหนุ่มก็ถอยออกไปยืนตัวตรงด้านข้าง เป็นอันจบการแนะนำตัว 

          “ขอถามตรงๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ คุณเห็นอะไรบ้าง”

          เสียงของโยชิโอะดึงความประหลาดใจปนดีใจของอรดาให้กลับมาสู่ความเข้มขรึมอีกครั้ง ตรงนี้ละมั้งที่ไม่เหมือนปุณณัติ แววตาเขาจริงจังเลยทีเดียว ก็อย่างว่าเรื่องคอขาดบาดตายใครจะมาพูดเล่นอยู่

          เธอถอนใจ ทำท่านึก “เป็นผู้ชาย แต่งตัวคล้ายพนักงานออฟฟิซค่ะ”

          อาสะที่ยืนอยู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาขึ้นแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วก็พิมพ์ตามที่เธอพูดอย่างรวดเร็วจนอรดาต้องหันไปมอง เขาไม่ขยับร่างกายส่วนอื่นด้วยซ้ำนอกจากนิ้ว

          “ครับ”

          เสียงของชายหน้าเหมือนสามีแต่ดันเป็นชาวญี่ปุ่นดึงกลับมาอีกครั้ง เขาประสานมือไว้ข้างหน้า ข้อนิ้วขาวจนเห็นเส้นเลือดแต่ดูแล้วค่อนข้างจะขึงเกร็ง

          “เอ่อ ฉันเห็นแค่นั้น”

          “กางเกงสีอะไร เสื้อสีอะไร มีอะไรมากกว่านี้ไหมครับ กระเป๋าเอกสาร หรือว่าสวมหมวกกันน็อค”

          คราวนี้เป็นเสียงของอาสะ ผู้ช่วยหนุ่มรัวคำถามมาเป็นชุด โยชิโอะหันไปมอง หัวคิ้วย่นเล็กน้อย ผู้ช่วยหนุ่มก้มศีรษะ

          “ขอโทษครับ”

          คนเป็นเจ้านายผ่อนลมหายใจ พอรู้สึกได้ว่าลูกน้องคนสนิทพยายามระงับอารมณ์ร้อนใจไว้ นี่เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของเขา 

          ระหว่างที่เดินกลับมา โยชิโอะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกับอาสะ ว่าอย่าเพิ่งรายงานเรื่องนี้ให้ที่บ้านรู้ อีกฝ่ายทำหน้าสงสัย เขาก็ตอบกลับด้วยสายตาว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน ที่จริงโยชิโอะก็แค่อยากจะปรึกษาและอยากฟังคำบอกเล่าจากพยานจากเธอผู้นี้ก่อน

          “ไม่เป็นไรค่ะ พอจำได้” อรดากล่าว “กางเกงสีบีช เอ่อ เหมือนกางเกงสแลค เสื้อเชิ้ตแขนบาว...”

          แล้วอรดาก็หยุดพูดไป อาสะเงยหน้า

          “เสื้อสีอะไรครับ”

          อรดาเกือบตอบแล้ว แต่นึกบางอย่างขึ้นได้ เธอทำท่าคิดชั่วขณะ “จำไม่ได้ค่ะ ที่ลานจอดรถมันไม่ค่อยสว่าง ฉันเห็นสีไม่ชัด กลัวว่าจะบอกผิด”

          อาสะมีสีหน้าผิดหวัง แต่โยชิโอะยังนิ่ง “ขอโทษนะคะ ฉันเองก็ตกใจ”

          “แล้วมีอะไรที่พอจะจำได้อีกไหมครับ” ผู้ช่วยหนุ่มถามต่อ

          “อืม...ตอนนี้นึกไม่ออกค่ะ แต่พอบอกได้ว่า เขาแต่งตัวเหมือนพนักงานออฟฟิซทั่วๆ ไป”

          คนฟังก้มลงพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ต่อ

          “แค่นี้ก็ได้ครับ ขอบคุณมากครับ”

          ประโยคนี้โยชิโอะพูดกึ่งตัดบท อาสะเก็บโทรศัพท์มือถือ ยืนรอคำสั่งต่อ อรดาคิดเร็วจี๋ ทำอะไรต่อๆ เวลาที่จะได้รู้จักกันจะหมดแล้ว รอยยิ้มในหน้าของเขาแสดงการบอกลาอย่างสุภาพ

          “ค่ะ”

          อรดาตอบ แต่ยังนั่งอยู่ โยชิโอะมอง

          “ถ้างั้น...ขอตัวนะคะ”

          “ครับ”

          แต่อรดาก็ยังนั่งอยู่ จนอาสะขยับตัว เธอจึงหมุนเก้าอี้จะลุกออกมาแต่ด้วยความเร็วระดับหอยทากบาดเจ็บ

          “หรือว่า คุณนึกอะไรออกอีกครับ” โยชิโอะถามเรียบๆ

          “อ้อ ค่ะ” เธอรีบหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขาทันที สีหน้าตื่นเต้น แต่แล้วก็ชะงักเพราะรอยยิ้มมุมปากจางๆ บอกถึงการรู้ทัน

          “จำสีเสื้อคนที่ยิงผมได้แล้วใช่ไหมครับ”

          หัวหูร้อนผ่าว สีหน้าชายหนุ่มนิ่งๆ แต่ดวงตานั้นวาวระยับ แวบหนึ่งที่อรดาเห็นแววตาของปุณณัติ เหมือนเหลือเกิน แต่ก็แค่เสี้ยววินาที เมื่อเขากะพริบตาและขยับศีรษะ อรดาก็รู้สักตัว

          “เปล่าค่ะ แต่ฉันคิดว่าน่าจะคิดออกวันหลัง แล้วฉันจะบอกคุณโยชิโอะอีกที ได้ไหมคะ”

          เขามองเธอเต็มตา “ขอบคุณครับ”

          “แล้วถ้าเกิดฉันนึกได้ขึ้นมา...”

          “อาสะ”

          อรดายังพูดไม่จบโยชิโอะก็เรียกผู้ช่วย กิริยาเอนหลังไปพิงพนักเหมือนจะบอกว่าจบการสนทนาระหว่างกันแล้ว คนเป็นลูกน้องขยับเข้ามาแทน

          “ถ้าคุณอรดานึกอะไรได้ติดต่อผมได้เลยครับ เบอร์โทร.นะครับ...”

          อรดาได้เบอร์โทร.ของผู้ช่วยหน้าตี๋มาแทน ก็ยังดี

          “ขอบคุณนะครับ” หนุ่มญี่ปุ่นเลือกโค้งให้ อรดาโค้งรับแทบไม่ทัน 

          แหม นึกว่าจะได้จับมือลาอีกสักรอบ มือนิ่มชะมัด

 

ลับหลังหญิงสาวชาวไทย โยชิโอะก็พูดขึ้น 

“ยังไม่ต้องรายงานเรื่องนี้กับแม่ฉันนะ”

อาสะเลิกคิ้วประหลาดใจ “แต่ว่า...”

“ถ้านายไม่มั่นใจในตัวฉันจะทำก็ได้”

ผู้ช่วยหนุ่มนิ่ง ครั้นแล้วก็ตอบ “เข้าใจแล้วครับ”

“ถ้างั้นไปกันเถอะ”

เจ้านายญี่ปุ่นลุกยืนแล้วเดินออกไป เป้าหมายต่อไปถือใบแจ้งความจากสถานีตำรวจเพื่อประกอบการขอดูกล้องวงกรปิดจากฝ่ายอาคาร

โยชิโอะหวังว่าจะเห็นอะไรมากกว่าที่ผู้หญิงคนนั้นบอก

 

          ปรากฏว่าภาพในกล้องวงจรปิดแทบไม่เห็นคนร้ายเลย ดูเหมือนมีวินาทีที่เขาจะเดินเข้ากล้องมาเพราะเห็นขากางเกงสีบีช แต่แล้วก็เดินไปอีกทาง แสดงว่าอีกฝ่ายรู้ว่ามุมไหนมีกล้องวงจรปิด และเมื่อยิงปืนแล้ว รีบซอยฝีเท้าหลบกล้องวิ่งหนีไป ซึ่งเมื่อดูกล้องหน้าลิฟท์ปรากฏว่าไม่มีภาพคนร้าย

          “เขาน่าจะลงบันได” ฝ่ายควบคุมบอก

          แต่เมื่อดูกล้องที่ติดไว้ตรงบันไดซึ่งอยู่ตรงทางขึ้นลงชั้นลานจอดรถกลับไม่เห็นใคร

          “หรือว่าเขากลับไปลงลิฟต์ครับ” อาสะพูดภาษาไทย บอกความต้องการไปนัยๆ ว่าให้ดูกล้องหน้าลิฟต์อีกครั้ง ซึ่งฝ่ายอาคารก็เปิดดูให้ชั้นบนและล่างของลานจอดรถอย่างละชั้น แต่ก็ไม่เจอ

          “หมอนี่...” คนควบคุมรำพึง แต่ไม่จบประโยค “คงต้องดูหลายชั้นหน่อยครับ เพราะไม่รู้ว่าเขาขึ้นหรือลงชั้นไหน” พนักงานควบคุมตอบแล้วมองไปทางหัวหน้ากับผู้จัดการฝ่ายอาคาร

          “คนร้ายเตรียมการมาอย่างดี รู้แผนผังและการวางกล้องในอาคารนี้” อาสะพูดแล้วหันไปทางโยชิโอะ เจ้านายนั่งมองทีวีจำนวนหลายจอ สายตาจริงจัง ก่อนจะตัดสินใจ

          “ถึงจะนั่งดูครบทุกชั้นก็ระบุคนร้ายไม่ได้อยู่ดี เพราะอีกฝ่ายเตรียมการขนาดนี้ คงไม่ให้จับง่ายๆ บางทีอาจจะเปลี่ยนเสื้อเพื่อลบภาพจำไปแล้วก็ได้”

          จบคำของหนุ่มญี่ปุ่นซึ่งพูดเป็นภาษาอังกฤษทุกคนก็เงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนความเห็นจะคล้อยตาม และอีกนัยหนึ่งก็คือไม่มีใครอยากนั่งดูกล้องวงจรปิดเป็นเวลานาน เพราะรู้กันดีว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อขนาดไหน ลูกค้าขอดู เท่ากับต้องมีเจ้าหน้าที่คอยเปิดให้ดูด้วย

          “คุณโยชิโอะจะไม่ดูต่อแล้วใช่ไหมครับ” อาสะถาม

          ผู้เสียหายพยักหน้า “เท่านี้ก็ได้ครับ ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ ครับ ขอบคุณที่สละเวลา” เขาโค้งให้ ผู้ช่วยก็ทำตาม พร้อมยื่นมือให้จับ เจ้าของอาคารน้อมรับคำขอบคุณอย่างโล่งใจ 

          “ถ้ามีอะไรให้ทางฝ่ายอาคารช่วยอีก ก็ยินดีนะครับ”

          “ขอบคุณครับ”

          อาสะกล่าว โยชิโอะพยักหน้า แล้วก็เดินออกไป 

 

          ระหว่างลงลิฟต์ อาสะขยับตัวอย่างอึดอัด 

          “มีอะไรจะถามก็ว่ามา”

          เจ้าตัวหน้าเจื่อนที่เจ้านายรู้ทัน “ทำไมคุณโยชิโอะไม่เลือกดูภาพในกล้องให้ละเอียดครับ”

          “ฉันก็บอกไปแล้วไง เสียเวลาเปล่า”

          “แล้วเราจะหาหลักฐานจากที่ไหนครับ.”

          ประตูลิฟต์เปิดออกพอดี โยชิโอะก้าวออกไป “เรามีเรื่องต้องทำก่อน”

อาสะชะงัก เจ้านายหันมา “ไปหาอะไรกินไง นี่มันเย็นมากแล้ว นายไม่หิวหรือไง”

เจอคำตอบแบบนั้นผู้ช่วยก็พูดไม่ออก นึกว่าอีกฝ่ายจะจริงจังกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็กลับปล่อยวาง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย หรือเพราะคิดว่าไม่บาดเจ็บอะไร จึงปล่อยให้เป็นเรื่องเตรียมการในวันหน้ามากกว่าค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

อาสะถอนใจ เดินตามเจ้านายไปในที่สุด

 

 

19.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #11 fsn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:12

    ไม่กังวลเหรอคะ ว่าจะมีซ้ำ แบบเดินออกไปหาไรกิน ก็เสียงอยู่นะ เตรียมมาซะขนาดนี้

    #11
    0