หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

อรดาเก็บความอัดอั้นไม่ไหว เธอไปหารุจีที่บ้านในวันอาทิตย์ เพราะรู้ว่าสามีของเพื่อนจะอยู่ติดบ้าน รวมทั้งครอบครัวพี่สาวและบิดา เป็นวันของครอบครัวที่มีคนช่วยดูแลลูกชายทั้งสองคน ทำให้เธอมีโอกาสได้คุยโขมงกับเพื่อนซี้ได้

          อรดาเอาตะโก้เผือกและวุ้นกะทิมาฝากครอบครัวพรหมวัฒนาสองกล่องใหญ่ ร่วมกินข้าวกลางวันเหมือนวันวาน เพราะรู้จักกันมาเกือบสิบปีจึงไม่มีอะไรเป็นพิธีการ แม้จะเป็นเพื่อนลูกสะใภ้ แต่ก็สนิทสนมเข้าออกอยู่บ่อยๆ

          “ขนมอร่อยมากเลยออ โดยเฉพาะตะโก้ พี่ไม่เคยกินตะโก้ขนาดนี้มาเป็นสิบปีแล้วมั้ง” อรรถชม ภัทรมาเสิร์ฟกาแฟก็ชมอีกคน

          “ขอบคุณมากๆ ค่ะพี่อรรถพี่ภัทร สำหรับคนทำอาหาร แค่มีคนกินหมดก็ชื่นใจแล้วค่ะ แต่ถ้าได้คำชมด้วยละก็ ทำใจขาดเลยค่ะ”

          “อะไรกัน ใครจะใจขาด” 

          รุจีเดินมาพอดี เธอกล่อมลูกสาวคนเล็กให้หลับได้แล้ว ส่วนภีมนั้นอยู่ภาคี คนเป็นพ่อจะคุยเล่นกับลูกพักหนึ่งก่อนจะพานอนกลางวัน 

          “เก็บงานเรียบร้อยแล้วเหรอ”

          “เรียบร้อย ไป”

          สาวหมวยพยักหน้าให้เพื่อน เวลาจะคุยกันยาวๆ ส่วนใหญ่จะเลือกห้องดูหนัง ซึ่งไม่รบกวนใคร เพราะเมื่อยิ่งเม้าท์กันออกรสเท่าไรเสียงจะดังวี้ดว้ายขึ้นอัตโนมัติ 

          “ดื่มอะไรกันไหม เดี๋ยวพี่จัดให้ ชาเย็นไหมจ๊ะออ” ภัทราเสนอตัว

          “เดี๋ยวออจัดการเองค่ะพี่ภัทร”

          “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ว่าง” พี่สามีของรุจีเสนอตัวอย่างเต็มใจ น้องสะใภ้กับเพื่อนจึงเลือกเป็นชาเขียวเย็นแบบไม่ใส่น้ำตาลเพื่อบรรเทาการคอแห้งเมื่อคุยไปนานๆ ส่วนขนมก็เลือกวุ้นกะทิใส่จานมาคนละสองชิ้น

          

          อรดาเล่าเรื่องที่เธอเจอโยชิโอะ ทานากะ ให้รุจีฟัง ตอนแรกเพื่อนซี้ก็ฟังนิ่งๆ กระทั่งมาถึงเหตุการณ์ลอบยิงตาเรียวๆ นั้นก็เบิกกว้างขึ้น

          “ยิงกันเลยเหรอ”

          “ใช่ กระจกรถแตกเสียงดังสนั่น สัญญากันขโมยนี่ลั่นลานจอดรถ ฉันน่ะเข่าอ่อน เพิ่งเคยเจอจังๆ”

          “นี่มันไม่ธรรมดาแล้วนะ แสดงว่าเขามีศัตรู แล้วแกไปตามเขาทำไม”

          “ฉันจะรู้ไหมล่ะว่าเขามีศัตรูน่ะ ก็แค่เห็นว่าเขาหน้าเหมือนพี่ปุณ”

          รุจีทำหน้าสยดสยอง ส่ายศีรษะแล้วตักวุ้นเข้าปาก “อันตรายชะมัด แค่คิดก็ขนลุกแล้ว แกนี่เล่าเหมือนเดินสะดุดก้อนหินหน้าเซเว่น แต่คนอย่างแกที่ปีนกำแพงบ้านเป็นว่าเล่นคงไม่รู้สึกอะไรสินะ”

          “ไอ้รุ!”

          อรดาร้องแหว “ไหงมาว่าฉัน ฉันรู้น่ะว่าแกรอจะฟังเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่งั้นไม่ทักมาหาฉันก่อนหรอก สงสัยตั้งแต่วันที่ฉันเล่าว่าโยชิโอะ ทานากะ หน้าเหมือนพี่ปุณแล้วใช่ไหมล่ะ”

          คนฟังทำปากยื่น กลอกตา อรดาเบะปากรู้ทันเพื่อน 

          “ก็ฉันเป็นห่วงแก” รุจีลากเสียงอ้อน

          “ขอบใจย่ะ”

          “คุณโยชิโอะอะไรเนี่ย ก็คล้ายพี่ปุณอยุ่หรอกนะ แต่ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นแล้วมีศัตรูก็ไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรือเปล่า” คุณแม่ลูกสองตั้งข้อสังเกต อรดายอมรับว่าเห็นด้วย แต่ไม่ตอบ “แต่ดูท่าว่าแกจะคิดอีกอย่าง เพราะเป็นเจ้าของบริษัทที่แกไปเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าให้ด้วย”

“แต่ฉันไม่ได้จะไปยุ่งเกี่ยวแบบนั้นนะ แค่...อยากรู้จักตัวตนเขา” อรดากินวุ้นหมดชิ้นที่สอง       

“แล้วจะได้อะไรวะ หรืออยากให้เขาเป็นพี่ปุณ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” อรดาโคลงศีรษะ “แกเคยเป็นใช่ไหม เวลาเราอยากรู้อยากทำอะไร แม้มันจะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ไม่ได้ทำ มันก็เหมือนกับมีเส้นด้ายบางๆ มามัดเราไว้ คือมันรำคาญน่ะ ยังไงต้องกระตุกด้ายเส้นนี้ทิ้ง มันไม่ใช่เรื่องเหตุผล เอาจริงๆ เลยนะ อยากเผือกอะไร เราก็ต้องเผือกให้หายค้างคาใจ”

“แล้วแกคาใจเรื่องอะไร”

“อยากรู้ว่าทำไมเขามีหน้าตาคล้ายพี่ปุณ คนเป็นร้อยเป็นล้าน ทำไมไม่ไปคล้ายวะ” เธอบอก 

รุจีโคลงศีรษะ “แกเชื่อเรื่องฝาแฝดคนละฝาไหม ที่ว่าในโลกนี้คนเราทุกคนจะมีคู่เหมือนทั้งที่ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน” 

“ก็เหมือนจะเคยได้ยินอยู่เหมือนกัน”

“อย่างฉันกับเบลล่านี่ไง ยังคล้ายกันเลย”

อรดาเป้ปาก กลอกตามองบน “ไอ้หมวยเอ้ย ฉันว่าฉันทำอะไรไร้สาระแล้วนะ แต่แกนี่ทั้งไร้สาระแล้วก็เพ้อเจ้อหนักมาก ขึ้นต้นมาซะที ลงท้ายนี่อยากจะสั่งกระจกให้สักโกดัง ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นแม่ลูกสองแล้ว”

เจ้าตัวยิ้มร่าเหมือนถูกชมไปเสียอีก

“แสดงว่าแกทำใจเรื่องพี่ปุณได้แล้วใช่ไหม”

คำพูดของรุจีเหมือนของพี่สาว อรดาวางแก้วชาเขียว สายตาทอแสงอ่อน “จะว่าไปก็เหมือนจะใช่ แต่ก็เหมือนไม่ใช่ ฉันไม่เสียใจแล้ว แต่ฉันคิดถึงเขาตลอดเวลาเลย ยิ่งมาเห็นคนหน้าเหมือนแบบนี้ ใจมันหวิว”

“หวิวยังไง”

เพื่อนรักที่สูญเสียสามีไปตั้งแต่แต่งงานกันได้สัปดาห์เดียวส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าฉันรู้สึกอะไรผิดเศษนะ แกเข้าใจไหม”

“พอเข้าใจ” รุจีพยักหน้าหงึกหงัก “แค่สนใจเพราะเขาหน้าเหมือน แต่ว่าต่อจากนี้ล่ะ ยังจะตามเขาอยู่ไหม”

คราวนี้อรดานิ่งอยู่นาน หยิบหมอนมากอดเอนตัวมองเพดาน ไม่ตอบอะไรอยู่นาน รุจีก็ไม่ถามต่อราวกับรู้คำตอบในใจเพื่อนรักที่รู้จักกันมาเกือบสิบปี

 

อรดาบรรจงเสียบดอกพุดดอกสุดท้าย ค่อยๆ รูดดอกที่ร้อยเรียงอยู่บนเข็มให้ลงไปสู่ด้ายอย่างเบามือ หยิบพวงดอกพุดที่ร้อยเสร็จแล้วส่วนหนึ่งมาลองวัดความยาว เมื่อได้ตามที่ต้องการก็วางรอไว้กับมาลัยที่เตรียมไว้คาดอีกเส้น เหลือแค่อุบะดอกรักก็จะเสร็จ เธอบิดกายไล่ความเมื่อยข

‘ดูทำท่าเข้าสิ ยายออ จะยืดเส้นยืดสายอะไรระวังกิริยาหน่อย ไม่เห็นเหรอพี่เขาก็นั่งอยู่’

อรดาในอดีตที่เพิ่งจะอายุยังไม่เต็มยี่สิบค้อนควักใส่ชายหนุ่มที่มองมายิ้มๆ อยากจะเถียงคุณย่าว่าก็มันเมื่อย เธอนั่งพับเพียบร้อยมาลัยมาเกือบชั่วโมงแล้ว เต็มที่ก็แค่ขยับเปลี่ยนด้าน พอทำเสร็จก็อดจะออกท่าทางเต็มที่ไม่ได้

‘ขอโทษค่ะ ออเมื่อย’

คุณย่าถอนใจ หยิบมาลัยที่เธอร้อยเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณา สบตาเธอ อรดาอยากจะบอกว่ารู้อยู่หรอกว่ามันไม่ได้เรื่อง แต่ขอร้องนะคะคุณย่า อย่า...

หญิงชราหันไปมองชายหนุ่มซึ่งร่วมร้อยมาลัยอยู่ด้วย เขานั่งเยื้องไปทางด้านหลัง 

‘ขอย่าดูหน่อยสิพ่อ’

‘ครับ’ เขายื่นให้

‘เก่งเหมือนกันนี่ เพิ่งมาทำไม่กี่ครั้ง ได้ขนาดนี้’ 

นั่นปะไรล่ะ นึกแล้วเชียวว่าต้องเปรียบเทียบของเธอกับตานั่น 

‘แต่ผมว่าของน้องออก็สวยนะครับ น้องพัฒนาขึ้นเยอะ ดอกพุดไม่ช้ำแล้ว’ คุณย่ามองตามที่เขาพูด พยักหน้าน้อยๆ จังหวะนั้นเองที่ปุณณัติหันมาทางเธอ ยิ้มกรุ้มกริ่มให้

‘ใช้ได้ ยายออ จัดพวงซะ เดี๋ยวย่าจะเอาอันนี้ไหว้พระ’

‘จริงเหรอคะคุณย่า’ เธอถามอย่างดีใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คุณย่าอนุญาตให้พวงมาลัยที่เธอร้อยขึ้นหิ้งพระได้ ทุกครั้งปลายทางถือถังขยะ

‘ก็พูดไปแล้วนี่ ถามอะไรซ้ำซาก จัดให้ดีล่ะ ถ้าบูดเบี้ยวอีกย่าจะไม่เอานะ’

‘ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณย่า’ เธอประนมมือไหว้ จังหวะนั้นเหลือบไปเห็นสายตาของชายหนุ่ม เขายักยกคิ้วพร้อมทำนองว่านี่เป็นผลงานของเขา อรดาเผลอทำตาโต

‘ทำไมรึ’

คุณย่าหันไป ปุณณัติเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสทันที ‘ของน้องออสวยเหมาะกับการไหว้พระจริงๆ ครับ ผมเห็นด้วยกับคุณย่าครับ’

‘เข้าใจพูดนะพ่อ’ คุณย่ากล่าวกึ่งชมกึ่งล้อ ‘ย่าไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยว ไม่ต้อง นั่งกันเถอะ’ หญิงชราบอกชายหนุ่มที่กำลังจะช่วยประคอง 

อรดาร้อยดอกรักเป็นอุบะสำหรับมาลัยพวงนี้ อมยิ้มเมื่อคิดถึงอดีต เมื่อเกือบแปดปีก่อนคุณย่ายังลุกเดินคล่องแคล่ว ทุกวันนี้ก็ยังทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่ช้าลงไป รวมทั้งสายตาที่ฝ้าฟางไปมาก

“คิดยังไงมาร้อยมาลัย ยายออ”

“คุณย่า” อรดาสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่หญิงชราเอ่ยทัก เพราะไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายมาเยือนตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอก้าวขึ้นมานั่งลงตรงพื้นต่างระดับ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าอรดาไปอีกขั้น ได้กลิ่นน้ำปรุงซึ่งเป็นกลิ่นหอมประจำตัวย่าไปแล้ว 

“พอดีนึกอยากทำขึ้นมาน่ะค่ะ อยู่ว่างๆ ด้วย”

“ขอย่าดูหน่อยสิ”

อรดายกถาดที่วางผลงานที่ทำเสร็จแล้วส่วนหนึ่งให้ผู้คุณย่าผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ได้ดู

“นี่ไม่ได้ทำมานานขนาดไหนแล้ว”

หลานสาวยิ้มกึ่งหัวเราะ “น่าจะเกือบสองเดือนเลยค่ะ ไม่ค่อยสวยเท่าไร”

“ยังไม่ได้พูดอะไร แม่คนนี้ ออกตัวเชียว” คุณย่าสะบัดเสียงเล็กน้อย “ที่ถามน่ะเพราะว่าย่าเองก็ไม่เห็นเธอร้อยมาลัยมานานแล้ว แต่ยังทำได้สวยดี”

“จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะคุณย่า”

“ถ้าทำเสร็จแล้ว ย่าขอไปไหว้พระนะ”

“ได้ค่ะ ออตั้งใจจะทำไปให้คุณยายไหว้พระอยู่แล้ว นี่กะว่าจะทำสองพวงค่ะ”

“ดี” อีกฝ่ายตอบ “เดี๋ยวย่าไปเอนหลังก่อนนะ อ้อ ในครัวมีองุ่น ขวัญเขาซื้อมา ไปเอามากินสิ”

“ค่ะ” 

อรดามองคุณย่าเดินไปจนลับสายตา เมื่อได้ยินคำว่าองุ่น อดีตก็หลั่งไหลอีกครั้ง

ผู้ชายที่เธอรู้จัก มีคนเดียวที่ชอบกินองุ่นจิ้มเกลือ

 

 

22.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #32 Kwanjib (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 10:52

    ชอบเวลาผู้เขียน เขียนถึงครอบครัว แม่นางแซ่จิวค่ะ เป็นfc คุณภาคีกับ รุ ดีใจจังที่ หมวยมีลูก2คน ชาย หญิง

    #32
    1
    • #32-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 9)
      22 กันยายน 2563 / 19:18
      เดี๋ยวจะมีมาป่วนให้หายคิดถึงอีกแน่นอนค่ะ 555
      #32-1
  2. #13 fsn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 21:17

    ความคิดถึง ทำให้มีทั้งสุขและทุกข์นะคะ แต่ความคาใจก็พาลุยต่อ

    #13
    1
    • #13-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 9)
      26 กรกฎาคม 2563 / 12:18
      ใช่เลยค่ะ ต้องยอมรับกับความจริงที่พบเจอด้วย
      เอาใจช่วยอรดากันค่ะ
      #13-1
  3. #12 น ว ต า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 13:53

    องุ่นจิ้มเกลืออร่อยมั้ยอะ อ่านแล้วอยากกินเลย

    #12
    1
    • #12-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 9)
      26 กรกฎาคม 2563 / 12:17
      โปรดลงใช้วิจารณญาณในการชิมค่ะ 555
      #12-1