หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

‘ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ’

          ปุณณัติเคยถามตอนที่เธอเขียนเปรียบเทียบราคาเครื่องสำอางระหว่างสั่งซื้อจากแอพลิเคชั่นกับไปซื้อเคาทเตอร์พร้อมส่วนลด แต่ต้องซื้อเป็นเซทร่วมกับสินค้าตัวอื่น เธอเทียบราคาของชิ้นอื่นด้วย ขนาดมาถึงหน้าร้านแล้วยังถอยกลับมากดเครื่องคิดเลข เขานั่งมองตาปริบ พลางดูดกาแฟ 

          ‘จะซื้อทั้งทีก็ต้องให้คุ้มสิพี่ปุณ เงินทองหายากนะ’

          ‘ไม่อยากจะเชื่อ’ เขายกเสียง ทำหน้าตาตื่น ‘แล้วที่มีอยู่สามกระบุงล่ะ ไม่ใช่เงินทองหายากเหรอ’

          ‘พี่ปุณ!’ เธอร้อง ตีแขนเขาทั้งขุ่นเคืองและเขิน ความเป็นจริงเป็นอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ ‘ก็ซื้อมาสำรองไว้ก่อนไง ของมันต้องมี’ ประโยคท้ายเธอยิ้มยั่ว

          แต่ปุณณัติก็ไม่เคยห้ามเธอซื้อเครื่องสำอางหรือเสื้อผ้า บางเวลาที่อรดาอยากให้เขาไปด้วยเขาก็ไป แต่ปล่อยเธอไว้ในร้านเคนเดียว ตัวเองไปนั่งเล่นเกม จนหลังๆ เธอก็ไปคนเดียว วันไหนอยากไปกับเขาก็ไม่มีโปรแกรมซื้อเครื่องสำอาง เป็นที่มาของการสั่งทางแอพลิเคชั่นอยู่บ่อยๆ

          เขาทำให้เธอเป็นอย่างที่เธอเป็น และเขาก็ยังเป็นปุณณัติที่นัดกันว่าจะไปเที่ยวแต่ยังนอนตื่นสายอยู่บนที่นอนอยู่เหมือนเดิมจนเธอต้องไปหาเขาที่บ้านและไปทะเลาะกับแมวอ้วนหน้าหักนั่นรอเวลา แล้วพี่สาวของเขาก็จะดุน้องชายที่ปล่อยให้แฟนต้องมารอ 

          วันเวลาเหล่านั้น ยังแจ่มชัดในความทรงจำ

          ลมหายใจสะดุด ขอบตาร้อนขึ้นมาจนต้องกะพริบตาถี่ๆ เรียกสติกลับคืน หางตาเห็นโยชิโอะขยับลุก เธอสะดุ้ง รีบปิดสมุด แล้วก็นึกได้ ค่อยๆ หันมาไถโทรศัพท์ต่อแล้วแอบมองเขาเดินออกไป

          เมื่อพ้นประตูร้าน อรดากวาดข้าวของของกระเป๋าทันที รีบมองแผ่นหลังไวๆ แล้วก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว

 

          โยชิโอะ ทานากะ เดินเข้าอาคารสำนักงาน อรดาลังเลเล็กน้อยเมื่อเห็นเขายืนรอลิฟต์ คิดในเสี้ยววินาที ล้วงกระเป๋าหยิบแว่นตามาสวม รวบผมมัดขึ้นเป็นมวย แล้วก็เอาผ้าคลุมไหล่มาพันโพกศีรษะให้เหมือนที่คาดผม ทั้งหมดทำภายในไม่เกินสิบวินาที ไม่คิดว่าการทำแบบนี้จะปลอมตัวอะไรได้ แค่เปลี่ยนภาพจำจากผู้หญิงผมยาวสีน้ำตาลให้หายไปแค่นั้น

          กำลังจะก้าวไปตรงจุดขึ้นลิฟต์ นึกได้ว่าจะต้องแลกบัตร แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังคุยกับลูกค้าต่างชาติคนหนึ่ง อรดาฉวยโอกาสนั้นเดินผ่านมาเลย

          ชายหนุ่มเดินเข้าลิฟต์ มีคนขึ้นด้วยอีกสองคน อรดาสูดลมหายใจ เดินตามเข้าไป รักษาท่าทีนิ่งๆ เหมือนคนเข้ามาที่อาคารนี้ และก็เป็นจังหวะที่ดีเมื่อเขากำลังก้มหน้าพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ เธอขยับไปยืนตรงมุมในสุด

          ลิฟต์เปิดชั้นแปด โยชิโอะก้าวออกไป อรดาจะก้าวตาม แต่นึกขึ้นได้ หดขากลับมา คนในลิฟต์มองประหลาดใจแต่เธอยิ้มให้ ประตูลิฟต์ปิด อรดากดชั้นเก้า

          พอออกจากลิฟต์ก็วิ่งไปที่บันได ซอยฝีเท้าถี่ๆ ดีที่นึกได้ว่าชั้นแปดคือลานจอดรถ ถ้าลงไปโท่งๆ เลยเขาต้องผิดสังเกตแน่ เธอเปิดประตูทางออกไปลานจอดรถ

          ทีนี้ยังไงต่อ เขาเดินไปทางไหนล่ะ คนญี่ปุ่นก็เดินเร็วซะด้วย อรดาหันซ้ายขวา ก้าวยาวๆ ไปทางนั้นทีทางนี้ที 

          “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”

          เธอสะดุ้ง เสียงพนักงานรักษาความปลอดภัยดังอยู่ข้างหลัง เธอหันไป เกือบจะตอบว่าไม่ แต่ก็นึกได้อีก เขาคงมาช่วยในกรณีที่ลูกค้าหารถไม่เจอ จำชั้นที่จอดไม่ได้อยู่บ่อยๆ

          “ค่ะ...” เธอเดินเข้าไปหา “ฉันหาผู้ชายคนหนึ่ง พอดีเขาเดินเร็ว ฉันตามไม่ทัน เขาบอกจะมาที่จอดรถ”

          พนักงานทำท่าคิด พึมพำ “คนรู้จักเหรอครับ”

          “ค่ะ พอดีเราเถียงกันนิดหน่อย เขางอนก็เลยเดินหนีมา ฉันจำที่จอดรถไม่ได้ ผู้ชายสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอมเทา หุ่นดี หน้าตาดีๆ หน่อยค่ะ”

          “อ๋อ คุณคนนั้นน่ะเอง เดินไปตรงชั้น แปดบีครับ” เขาตอบพลางชี้มือว่าต้องลงบันไดไปอีกขั้น

          “ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

          อรดารีบตอบแล้ววิ่งไปที่บันได ขณะที่กำลังลงเธอเห็นรถคันหนึ่งกำลังแล่นมาทางตรง เพื่อจะวนลงชั้นล่าง ไม่รู้ว่านั่นเป็นรถของโยชิโอะหรือเปล่า แต่จังหวะที่เท้ากำลังแตะพื้นราบ เธอเห็นใครคนหนึ่งเดินสวนทางรถยนต์เข้าไปยังตัวอาคาร เขาสวมกางเกงสแลค รองเท้าหนัง สะพายกระเป๋าคล้ายพนักงานออฟฟิซ เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋า

          แล้วเสียงบางอย่างก็ดังขึ้น

          “ปัง!”

          ต่อมาก็เป็นเสียงกระจกรถยนต์แตกดังกราว ตามด้วยเสียงสัญญาณกันขโมยดังลั่น

          อรดาสะดุ้งสุดตัว ร้องกรี๊ดและย่อตัวลงนั่งอัตโนมัติ เสียงร้องเอะอะโวยวายดังขึ้น เธอตกใจ เสียงอะไรกัน ใจเต้นโครมครามรับกับเสียงสัญญาณจากรถยนต์

          “เกิดอะไรขึ้นครับ!” พนักงานรักษาความปลอดภัยวิ่งเข้ามา มือถือวิทยุสื่อสารที่มีเสียงปลายสาย มีคนกระโจนออกมาจากรถที่ตอนนี้ไปชนท้ายรถอีกคันที่จอดอยู่

          “มีคนยิงเข้ามาในรถ”

          คนตอบเป็นผู้ชายผิวขาวหน้าตี๋ สีหน้าซีดเผือดตอนวิ่งมาหาเจ้าหน้าที่ “สั่งสกัดคนในตัวอาคารด่วน!”

          “เอ่อ...” พนักงานรักษาความปลอดภัยเงอะงะ กดวิทยุสื่อสาร “เกิดเหตุ...ให้ผมสกัดอะไรครับ รถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์”

          “ดูเหมือนคนยิงไม่ได้ขับรถมา” ชายอีกคนตอบ อรดาที่ทรุดนั่งอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้ายเพราะขาแข็งเห็นถนัดตา โยชิโอะ ทานากะ

“แล้ว...เขาอยู่ไหนครับ” เจ้าหน้าที่ถาม “หรือว่าจะกลับเข้าไปในตัวอาคาร”

อาสะรีบเข้าไปยืนประกบเจ้านาย “คุณโยชิโอะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”

ชายหนุ่มไม่ตอบ สีหน้าเขาตื่นตระหนกแต่เก็บอาการ มองไปโดยรอบ “หมอนั่น...น่าจะ วิ่งเข้าไปในตัวอาคารแล้ว” 

ผู้ช่วยรีบประมวลความ ก่อนจะหันไปถามกึ่งสั่งกับพนักงาน “เราสั่งปิดอาคารได้ไหมครับ ทำเดี๋ยวนี้เลย”

“เอ่อ”

“ไม่เป็นไรอาสะ”

“แต่ว่า...”

โยชิโอะ ถอนใจ ยืนเท้าเอว “ฉันก็ไม่ทันสังเกต แต่คิดว่าคงเข้าไปในอาคารปนไปกับผู้มาติดต่อแล้วล่ะ”

“เกิดอะไรขึ้นครับ”
          เจ้าหน้าที่อีกคนวิ่งเข้ามา ดูจะเป็นหัวหน้าของคนนี้ ท่าทางขึงขังองอาจบอกประสบการณ์

“มีคนยิงเจ้านายผม”

“ขอโทษด้วยครับ ผมได้รับรายละเอียดไม่ชัดเจน” ประโยคนี้เขาหันไปเชิงตำหนิลูกน้อง “เลยไม่ทราบว่าจะต้องสกัดหรือทำอย่างไร เห็นลูกน้องผมรายงานว่าคนร้ายเดินมาแล้วก็วิ่งหายไป”

ท่าทางเอางานและดูฉลาดเฉลียวทำให้โยชิโอะกับอาสะผ่อนคลายขึ้น ตอบว่าใช่

          “เดี๋ยวผมจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องแจ้งความให้ แล้วเดี๋ยวจะกั้นพื้นที่ตรงนี้ไว้ก่อนชั่วคราว “สมพงษ์ ไปจัดการเลย”

          “ครับผม” คนเป็นลูกน้องรับคำสั่งหนักแน่นแล้วรีบกดวิทยุประสานงานทันที

          “ขอบคุณครับ” โยชิโอะตอบ

          “เรื่องรถทางคุณคงมีอู่ประจำ หรือถ้าไม่มี เดี๋ยวผมประสานงานกับทางอาคารให้ครับ” 

          “ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” อาสะบอก 

          “ในฐานะหัวหน้าของแผนกรักษาความปลอดภัยขอเป็นตัวแทนของฝ่ายอาคารขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ” เขายืนตรงแสดงความเคารพ ระหว่างนั้นก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง“

          “สวัสดีครับ ผมพัชระ ผู้จัดการฝ่ายอาคารครับ ขอโทษครับที่มาช้า”

          เขาแนะนำตัวพร้อมยกมือไหว้ อาสะเป็นคนเดียวที่รับไหว้ และการสนทนาเรื่องรายละเอียดการถูกปองร้ายก็พูดเล่าอีกครั้ง แต่มีแค่อาสะที่เป็นฝ่ายเล่า ภาษาไทยของชายหนุ่มชัดเจนทีเดียว ทำให้ผู้ฟังโล่งใจเพราะครั้งแรกที่ได้ยินว่าเป็นลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นก็หนักใจเล็กน้อยถึงให้เลขานุการมาด้วย

          “เรื่องค่าเสียหายของรถคันนี้เดี๋ยวทางเราจัดการให้นะครับ รบกวนคุณพัชระแจ้งเจ้าของรถให้ด้วยครับ”

          “ได้ครับ ไม่น่ามีปัญหา” เขาพยักหน้าให้ทางเลขานุการ เพื่อให้ติดต่อเจ้าของรถมาปิดสัญญาณกันขโมยที่ยังดังอยู่ด้วย อีกฝ่ายรับคำสั่งและรีบกดโทรศัพท์ทันที “เดี๋ยวผมจะให้คนตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ละเอียด ถ้าได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมจะรีบแจ้งคุณ...

          “ผมอาสะครับ” เขาหยิบโทรศัพท์ ให้เบอร์กับหัวหน้าฝ่ายอาคาร “ไม่ทราบว่าผมจะขอดูได้เร็วที่สุดเมื่อไรครับ”

          “ผมจะรีบดำเนินการให้ครับ แล้วจะรีบแจ้งให้ทราบ” เขากล่าว

          อาสะยังขัดใจ เขาหันไปทางโยชิโอะ เจ้านายหนุ่มมองซ้ายขวา เขาเดาใจอีกฝ่ายออก คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าผู้ทำร้ายมาแบบคาดไม่ถึง และถ้าไปดูกล้องวงจรปิดก็อาจจะเจอหมวกปิดบังใบหน้าแน่ๆ

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวทางผมขอไปขยับรถก่อนนะครับ” อาสะบอก เพราะรถนั้นยังจอดค้างอยู่ท้ายรถอีกคัน โยชิโอะกำลังจะถอยออกไปรอ แต่ก่อนที่จะไปถึงรถสายตาเฉียบคมของเขาเห็นใครบางคนนั่งตัวสั่นอยู่ที่เชิงบันได

          “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

          เสียงร้องกึ่งตกใจดึงสายตาทุกคนให้หันไปมอง ตรงนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งพับเพียบ สีหน้าซีดเผือดด้วยตื่นตระหนก และเมื่อได้ยินเสียงถามเช่นนั้นก็สะดุ้ง

          โยชิโอะมองตาม รีบก้าวเข้าไป แล้วก็ชะงักเพราะใบหน้าผู้หญิงคนนั้นคุ้นตา เธอส่ายหน้า

          “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

          “คือฉัน...”

          อรดาค่อยๆ ขยับลุก แล้วก็เพิ่งรู้ว่าเหน็บกินไปทั้งขา แต่แข็งใจยืนตัวตรง ขยับแว่น

          “ฉันกำลังจะลงไปชั้นล่าง แต่...”

          “คุณพอจะเห็นเหตุการณ์ไหมครับ”

          อรดาจำได้ฝังใจ นั่นเป็นประโยคแรกที่โยชิโอะพูดกับเธอ

          

 

13.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #10 รัชนี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 21:41

    รอค่ะ หนูออ

    #10
    0
  2. #9 fsn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 22:06

    เล่นกันจะๆ แบบนี้เลย

    #9
    0