หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 72 : บทที่ 26 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    7 ธ.ค. 63

26

 

ถึงแม้จะขึ้นไปบนเครื่องแล้ว แต่ริกะก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ ระหว่างรอเครื่องเทคออฟก็ยังส่งข้อความหาทั้งอาสะ และโยชิโอะ โทร.หาครั้งหนึ่ง อาสะรับสาย

‘ยังไม่เจอตัวครับ แต่ได้ข้อมูลมาบ้างแล้ว ไว้ผมจะโทร.กลับอีกที’

หนุ่มลูกครึ่งรายงานรวดเร็วกระชับ

‘มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โยชิโอะอยู่ในอันตรายหรือเปล่า”

“ไม่น่าจะใช่ เอาเป็นว่าถ้าผมได้รายละเอียดมากกว่านี้แล้วจะรีบโทร.บอก แค่นี้นะครับ” 

ซาโตชิถามต่อ ริกะบอกกับชายหนุ่มสั้นๆ ‘อาสะกำลังตามอยู่ เดี๋ยวก็คงรู้ บางทีโยชิคุงอาจจะมีงานด่วน’

‘แล้วทำไมถึงไม่โทร.บอก ปิดเครื่องทำไม’

เขามองเธอ ดวงตายิ้มๆ เหมือนรู้ทันเนื่องจากก่อนหน้านั้น เป็นเธอเองที่แย้งอาสะว่าโทรศัพท์โยชิโอะไม่น่าจะแบตหมดเพราะเพิ่งชาร์ตมาเต็ม

เธอหลบสายตา พยายามไม่ตีความตั้งใจในคำถามของซาโตชิ แต่ก็ยังเจ็บจี๊ดในใจ ลางสังหรณ์เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่เผยให้เห็นวันนั้น ต่อให้โยชิโอะมีธุระด่วนอะไรก็ไม่ทิ้งหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างนั้น เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบ 

แน่นอนว่าการที่เขาไม่บอกเธอ ไม่บอกใคร แม้แต่อาสะยังไม่รู้ก็ไม่น่าใช่เรื่องงาน 

เธอน่าจะรู้ว่ากิริยาแปลกๆ เมื่อวันก่อนของเขาคือการเตรียมตัวเพื่อวันนี้ เขาเลือกกลับวันนี้ ให้เธอจองตั๋ว เธอเลือกไฟลท์กลางคืน เพราะเขาชอบนั่งเครื่องบินตอนกลางคืน

‘ผมคิดว่าโยชิโอะคงมีเหตุผลดีๆ ไปอธิบายคุณปู่ว่าทำไมถึงทำแบบนี้’

ริกะได้แต่กำโทรศัพท์ ในใจขุ่นเคือง แม้ว่าจะแสดงออกไปแล้วว่าผู้ชายคนนี้มีเจ้าของแล้ว แต่เธอคนนั้นยังมีอิทธิพบต่อคู่หมั้นของเธอไม่จบ เธอรู้ว่าโยชิโอะเดินตามอรดาออกไป ข่มใจไม่ถามถึง เพราะรอวันนี้ 

แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด รู้สึกโกรธจนน้ำตาจะไหล

   

น้อยเป็นคนร่างใหญ่ตรงข้ามชื่อ ไม่เกรงกลัวใครและสิ่งใด แต่ไม่ได้หมายรวมถึงสิ่งลี้ลับ เขาเดินตามภรรยาเพื่อจะกลับเข้าบ้านแต่เห็นเงาตะคุ่มที่หน้าประตู

ดวงไฟที่ประตูหน้าบ้านจะเปิดไว้ตลอดคืน อีกดวงหนึ่งคือรั้วใหญ่ซึ่งห่างจากตรงนี้ประมาณสิบเมตร ก่อนหน้าที่เห็นเงาตะคุ่มก็ได้ยินเสียงเหมือนมีรถมาจอด แล้วก็แล่นออกไป แต่โคมไฟตรงประตูเล็กฉายให้เห็นว่ามีเงาลอดเข้ามา 

ขณะที่สงสัย เขาเห็นการเคลื่อนไหวผ่านช่องรั้วที่เป็นไม้ระแนง มันไหวไปทางซ้ายและขวา มีแสงสว่างวูบวาบ ชายวัยห้าสิบสูดลมหายใจ

          “นั่นใคร มาทำอะไรอยู่ตรงนั้น”

น้อยถามเสียงเข้ม ขณะที่ในมือมีกระบองไม้ที่คว้ามาจากกระถางต้นไม้

 

คราวแรกโยชิโอะจะกดกริ่งเรียก แต่ก็นึกได้ว่าตอนนั้นป็นเวลาตีหนึ่งกว่า เสียงคงจะดังจนปลุกคนในบ้านตื่นหมด จึงเปลี่ยนใจโทร.หาอรดาแทน เธอไม่รับสายในทีแรก จึงตั้งใจก็จะส่งข้อความไปอีกสักครั้ง แต่ประตูเปิดออกเสียก่อน 

“นั่นใคร มาทำอะไรอยู่ตรงนั้น”

สิ้นคำถาม เสียงหมาหอนก็ดังขึ้น ก่อนที่ชายคนนั้นซึ่งหันหลังอยู่จะค่อยๆ หันหน้ากลับมา ส่งผลให้หมาบ้านอื่นมากันหอนรับตาม ชายวัยห้าสิบขนลุกเกรียว  ใจเต้นรัว หรือว่าสิ่งที่เห็นจะไม่ใช่มนุษย์ 

เมื่อแสงไฟกระทบใบหน้า เขาก็เบิกตาโพลง

“ผะ...ผี...”

ใบหน้าที่แสงไฟกระทบนั้นน้อยรู้จักดี เพราะเขาคือปุณณัติ สามีของอรดา หลานเขยคุณสมร ที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อสามปีก่อน แต่แต่งได้แค่อาทิตย์เดียวก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต 

หมายังหอนเสียงดังขรม พอๆ กับหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น

“เอ่อ...”

ทางนั้นออกเสียงมา สติของน้อยหลุดลอย แข้งขาหมดแรงทรุดฮวบลงกับพื้น

“ผี! ผี! ผีคุณปุณ!”

ร่างนั้นเห็นน้อยล้มลงก็เดินเข้ามา แทนที่ฝ่ายเจ้าบ้านจะรู้สึกตัว กลับสติแตกร้องโวยวายเสียงดังกว่าเดิม  

“ผีหลอก ช่วยด้วย ผีคุณปุณหลอก! ช่วยด้วย!”

          “ผมมาหาคุณอรดาครับ”

          “โอ้ย! กลัวแล้ว! กลัวแล้วครับ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยครับคุณปุณ”

น้อยตาลีตาเหลือกแหกปากตะโกนสุดเสียง วิ่งล้มลุกคลุกคลาน โยชิโอะงง ทำไมชายคนนี้ถึงคิดว่าเขาเป็นผี หรือเพราะการปรากฏตัวในเวลาแบบนี้ แต่ว่าเขาก็พูดภาษาไทยปกติ แทนที่จะคุยกันได้ กลับยิ่งกลัวหนักไปอีก

 

เสียงนั้นดังพอทำให้อรดาที่กลับเข้าบ้านไปนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมนั่งเล่นบนชั้นสองรีบวิ่งลงมา

“เกิดอะไรขึ้น มีอะไรคะพี่น้อย”

“คือ...คือ ผี ครับ...ผี ผีหลอกผม”

“ผีที่ไหนกันคะ”

น้อยหายใจหอบแฮก หน้าซีดเผือด อ้าปากพะงาบๆ พูดฟังแทบไม่ได้ศัพท์พลางชี้มือไปที่หน้าประตู 

“ผี...ผีคุณปุณ...อยู่ที่หน้าประตู

“ห๊ะ”

อรดาตกใจ ถึงจะรู้ว่าคนรับใช้เก่าแก่ไม่ใช่คนชอบพูดโกหก แต่จะเป็นไปได้ยังไงก็แม้แต่เธอที่เป็นภรรยายังไม่เคยสัมผัสอะไรได้เลยสักครั้ง

          “ผีคุณปุณจริงๆ ครับ ผมเห็นเต็มสองตา จะได้ไม่ผิดแน่ หมาหอนกันขรมเลย”

          คำว่าจำได้ไม่ผิดคนสะกิดใจอรดา หรือว่า...จะเป็นไปได้ยังไง ผู้ชายคนนั้นกลับญี่ปุ่นไปแล้วนี่ 

          แต่เมื่อความคิดถึงผุดขึ้น ความสงสัยก็แตกหน่อออกไป จะบอกว่าน้อยตาฝาดหรือจำผิดก็ไม่น่าใช่ ทางที่ดีก็คือออกไปดูให้หายคาใจ 

“เดี๋ยวออไปดูเองค่ะ” เธอพูดแล้วก็วิ่งออกไป

“น้องออ น้องออครับ”

น้อยทำได้แค่ร้องเรียก ไม่กล้าวิ่งออกไปเพราะตอนนี้ยังรู้สึกตัวสั่น ขนตั้งชันในทุกอณู ท้ายที่สุดก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้านพลางร้องเรียกภรรยา

“ตา ตา ได้ยินไหม”

 

ประตูเล็กเปิดอยู่ อรดาค่อยๆ เดินไปอย่างระวัง บริเวณหน้าประตูบ้านไม่มีใคร เธอมองซ้ายขวา เพ่งในความสลัว แล้วจึงเลือกไปทางซ้ายมือเพราะเห็นการเคลื่อนไหวแวบๆ

“ใครอยู่ตรงนั้นคะ” เธอตะโกนถาม เพราะเห็นคล้ายกับมีเงาดำมากกว่าหนึ่งกำลังเกาะกลุ่มกัน เธอตกใจ เมื่อได้ยินเสียงของเธอก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาหา 

“คุณโยชิโอะ...เอ๊ะ จะทำอะไรน่ะ ช่วยด้วย!”

อรดาหันหลังทำท่าจะวิ่งหนี แต่หัวไหล่ถูกกระชากอย่างแรง มีผ้ามาปิดจมูก

“...อุ๊บ!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ก่อนที่สติสัมปะชัญญะของเธอจะดับไป

 

 

(ต่อ)

7.12.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #79 ศิรดา (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 21:31

    มีใครตามพี่ปุณมาอีกเนี่ย

    #79
    0
  2. #78 fsn (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 09:28

    อ้าว ไงคะ เนี้ย โยชิโอะ

    #78
    1
    • #78-1 อุธิยา(จากตอนที่ 72)
      8 ธันวาคม 2563 / 15:00
      ชอบคำว่า น่าตีค่ะ น่ารัก 555
      #78-1