หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 71 : บทที่ 25 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

“ใช่ เธอมีนัดส่งพวงมาลัยที่ห้างที่ฉันไปเดินเล่นพอดี เลยได้เจอกัน แต่ก็ไม่นานหรอกนะ เธอมากับพี่สาว แล้วก็มีนัดต่อ แต่ก็พอดูออกว่าไม่ค่อยสดชื่น” ซาโตชิเล่าแล้วจิบกาแฟอีก “ไม่รู้มีใครทำอะไรเธอหรือเปล่า ถ้าฉันรู้นะจะอัดให้น่วม”

            ประโยคท้ายซาโตชิตั้งใจพูดติดตลก แต่สีหน้าโยชิโอะเคร่งเครียด ทั้งเรื่องที่เล่า และการพบเจอ อารมณ์ขุ่นเคืองที่เป็นทุนเดิมเพิ่มเป็นความหงุดหงิด ซาโตชิไปเจออรดา 

            “นี่ฉันว่าจะกลับญี่ปุ่นคราวนี้จะซื้อโยวกังมังหวานไปฝาก เธอเคยบอกว่าชอบกิน คุณย่าเธอก็ชอบ”

            ขณะที่เธอไม่ยอมรับสายของเขา แต่กลับได้พบซาโตชิ คุยได้ซาโตชิ

            โยชิโอะดูเวลา ตอนนี้สามทุ่ม เคาทเตอร์เปิดให้เช็คอินประมาณสี่ทุ่ม ออนบอร์ดอีกหนึ่งชั่วโมงล่วงหน้า ความรู้สึกไม่อยากกลับญี่ปุ่นตอนนี้ถาโถมเหมือนคลื่นสึนามิ 

 

ซาโตชิส่งข้อความมาบอกว่ากำลังรอขึ้นเครื่อง อรดาได้แต่ส่งสติกเกอร์กลับไป รู้ว่าโยชิโอะกับคู่หมั้น รวมทั้งผู้ช่วยหนุ่มหน้าตี๋คนนั้นก็อยู่ด้วย ทั้งสี่คงไปฉลองปีใหม่ที่ญี่ปุ่นกับครอบครัวพร้อมหน้า ส่วนเธอกำลังดูตั๋วเครื่องบินไปน่าน จังหวัดที่พ่อกับแม่อยู่ 

อรดาเกิดที่ระนองเพราะตอนแม่ท้องพ่อพาไปอาศัยและทำงานกับเพื่อนที่นั่น พออายุได้สี่ขวบพ่อตัดสินใจไปขอขมาคุณตากับคุณยายแล้วก็มาตั้งรกรากกันที่น่าน ซึ่งนับว่าเธอเป็นสาวเหนืออีกคน แต่เธออยู่กรุงเทพนานจนพูดภาษาเหนือไม่ได้แล้วฉายานี้จึงตกไปอยู่กับไพรวรินทร์โดยสมบูรณ์ ก่อนจะได้กลับมาอยู่กรุงเทพกับย่า เรียนหนังสือ ทำงาน และแต่งงานที่นี่ ถึงอย่างนั้นก็ยังกลับไปเยี่ยมบุพการีทุกปี ปีละสองสามครั้ง ส่วนปีนี้เธอไม่ได้วางแผนไว้ เพราะมัวแต่วุ่นวายเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว

ราคาตั๋วไม่ใช่อุปสรรค แต่ดูวันไหนๆ ความอยากไปก็ยังไม่เกิด จึงสรุปกับตัวเองว่าน่าจะเป็นช่วงสิ้นเดือน ให้พ้นเทศกาลตรุษจีนไปก่อนด้วยน่าจะดี

อรดาวางโทรศัพท์ พักสมองไปก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ไปบ้านครอบครัวปุณณัติ แล้วก็เดินเล่นตามที่ตั้งใจไว้ ที่เหลือค่อยว่ากันอีกที

 

อยู่ดีๆ โยชิโอะก็ลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากเกต ทั้งที่ก็เพิ่งเข้าเกตกันมาไม่ถึงห้านาที ริกะตกใจรีบวิ่งไปดักหน้า

“โยขิคุงจะไปไหนคะ”

“พอดีผมนึกได้ว่าจะซื้อยาดมไปฝากคุณแม่น่ะ คุณแม่เคยถามอยู่ ลืมไปเลย ร้านแถวนี้น่าจะมี”

“เหรอคะ” เธอดูเวลา อีกแค่สามสิบนาทีเกตก็จะปิดแล้ว ถ้าเขาออกไปตอนนี้สุ่มเสี่ยงจะกลับเข้ามาอีกไม่ทัน “ให้อาสะไปได้ไหมคะ”

            อาสะได้ยินบทสนทนาก็ขยับตัวเตรียมรับคำสั่ง แต่โยชิโอะปฏิเสธ ไม่ต้องหรอก ไม่เป็นไรอาสะ เดี๋ยวฉันไปเอง” เขารีบบอกผู้ช่วยหนุ่มเพราะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

          “ฉันไปให้ไหม” ซาโตชิเสนอตัวบ้าง

          “ไม่เป็นไร” โยชิโอะหัวเราะ อดขำไม่ได้ว่าทำไมอยู่ดีๆ ทุกคนถึงได้พากันมีน้ำใจกับเขาพร้อมกันขึ้นมา เขาลุกขึ้น บอกริกะ “ผมจะรีบไปรีบมา”

          โยชิโอะก้าวยาวๆ ออกไป ริกะมองตามแผ่นหลังชายหนุ่มที่สวมแจคเก็ตที่เธอเพิ่งจัดให้เขาเมื่อวานนี้

 

            อีกยี่สิบนาทีเที่ยงคืน อรดายังไม่หลับ ทั้งที่กินดื่มมาจากบ้านรุจีเต็มที่ พยายามข่มตาเท่าไรก็รู้สึกกระวนกระวาย อาจะเป็นเพราะจิตใจที่ยังสับสนกับคำพูดของไพรวรินทร์ เป็นค่ำคืนในเทศกาลสิ้นปีที่อากาศเย็น ในที่สุดหลังจากพลิกตัวอยู่หลายตลบก็ตัดสินใจว่าจะออกไปนั่งเล่นที่ศาลาจึงหยิบผ้าคลุมไหล่ติดมือไปอีกผืน

            วันนี้คุณย่าของเธอหลับไปแล้ว แต่ขวัญตากับน้อยยังทำงานกันที่ครัว เพราะได้ยินเสียงคุยกันแว่วๆ ทั้งคู่โม่แป้งเตรียมไว้สำหรับทำขนม ได้ยินเสียงครืดคราดเป็นจังหวะ

 

            เที่ยงคืนสี่สิบนาที ริกะหน้าเสียเมื่อได้ยินเสียงจากระบบว่าหมายเลขที่เรียกไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้ ก่อนหน้านั้นเธอโทร.ไปแต่เขาแค่ไม่รับสาย เพราะไม่ถึงห้านาทีเกตจะปิดแล้ว ชายหนุ่มยังไม่กลับมา ทั้งอาสะและซาโตชิก็นั่งไม่ติด

            “เกิดอะไรขึ้นกับโยชิคุง ทำไมถึงปิดมือถือ”

            เธอร้อนใจที่สุดพลางมองหน้าชายอีกสองคนสลับไปมาเพื่อขอความเห็น

            “บางทีอาจจะแบดหมด” อาสะตอบ

            “ไม่น่าจะใช่นะคะ เพราะก่อนออกมาแล้วชาร์ตแบตแล้ว ฉันยังเตือนให้เขาหยิบโทรศัพท์อยุ่เลย” ข้อสังเกตนี้ทำให้อาสะเริ่มคล้อยตาม พยายามหาวิธีแก้ไขภายในไม่กี่นาทีที่เหลือ เขาคิดถึงการถูกลอบปองร้าย 

            “เราออกไปหาโยชิโอะก่อนไหม” ซาโตชิเสนอความเห็น ริกะรีบคว้ากระเป๋าสะพาย

            “เดี๋ยวครับคุณริกะ” อาสะรีบห้าม “ผมว่าคุณกับคุณซาโตชิขึ้นเครื่องไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมออกไปตามหาคุณโยชิโอะเอง

            “แต่ว่า...”

            “ยังไงซะทางสนามบินจะต้องประกาศเรียก ถ้าคุณโยชิโอะไม่มาว่าเกิดอะไรสักอย่างขึ้น ผมจะไม่กลับญี่ปุ่นและไปหาคุณโยชิโอะให้แทน”

            “ถ้านายไป ฉันจะไปด้วย”

            “ฉันด้วยค่ะ”

            “ไม่ได้ครับ” ผู้ช่วยหนุ่มตอบเด็ดขาด “คุณทาคุโร่รู้อยู่แล้วว่าพวกคุณจะกลับญี่ปุ่นวันนี้ ไม่มีผมกับคุณโยชิโอะสองคนยังพออธิบายได้ว่าตกเครื่องหรือตั๋วเต็ม จะตามไปทีหลัง แต่ถ้าไม่มีใครไปญี่ปุ่นเลยจะดูน่าสงสัยกว่า”

            เหตุผลของหนุ่มลูกครึ่งมีน้ำหนัก ริกะทำท่าจะร้องไห้ ซาโตชิมองอาสะอย่างขัดใจ แต่อีกฝ่ายยืนยันด้วยสายตาและน้ำเสียง

            “คุณทั้งสองคนไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมโทร.หา”

            “ต้องโทร.มานะคะอาสะซัง”

            “ครับ”

            แล้วหนุ่มสาวก็รีบเดินยังทางขึ้นเครื่อง ส่วนอาสะเดินไปอีกทางเพื่อติดต่อพนักงานว่ายังมีเพื่อนอีกคนที่ไม่มาขึ้นเครื่อง ให้ประกาศเรียก 

            พนักงานมองอาสะอย่างงงๆ “คือ...เที่ยวบินนี้ผู้โดยสารเดินทางครบแล้วค่ะ ไม่มีรายชื่อให้ต้องประกาศเรียก”

            “ไม่มีจริงๆ เหรอครับ ชื่อ โยชิโอะ ทานากะ ครับ รบกวนตรวจสอบให้หน่อยครับ เขาเข้าเกตมาแล้ว แต่ออกไปข้างนอก นี่ไงครับ กระเป๋าของเขา”

            ผู้โดยสารหนุ่มชูเป้ของโยชิโอะให้พนักงานดู อีกฝ่ายจึงเช็คในคอมพิวเตอร์ ไม่ถึงห้าวินาทีก็ขมวดคิ้ว เอียงคอ

            “เท่าที่ตรวจสอบดู ผู้โดยสารชื่อ โยชิโอะ ทานากะ ขอยกเลิกการเดินทางและกลับเข้าไปในประเทศต่อแล้วนะคะ”

            “อะไรนะครับ!”

            

            ตีหนึ่ง น้อยโม่แป้งเสร็จ จัดการล้างทำความสะอาดโม่เรียบร้อย วันนี้เขาอยู่โยงช่วยภรรยากับคุณสมรเตรียมวัตถุดิบทำขนมเพื่อจะไปทำบุญประจำวันสิ้นปี ปีนี้พิเศษเพราะรู้มาว่าหลานสาวทั้งสองของคุณสมรไม่ได้กลับน่าน

            เขากับภรรยาก็ไม่ได้ไปไหน ปีใหม่ปีนี้น่าจะดีกว่าทุกปี หลังจากเรื่องร้ายผ่านไปได้สามปีคุณอรดาก็ดูจะสดใสขึ้น แม้ว่าสองสามวันนี้ภรรยาจะเล่าว่าเธอดูซึมๆ แต่น่าจะเพราะไม่สบายที่ต้องทำงานหนักมากกว่า

            คิดแล้วก็สงสารไม่หาย เพิ่งแต่งงานได้อาทิตย์เดียวผัวก็ต้องมาตายจาก แถมไปตายอยู่ต่างประเทศ หญิงสาวที่ควรจะมีความสุขกับการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ต้องจมน้ำตาตัวเองอยู่นาน

            “พี่น้อย ฉันไปบ้านก่อนนะ”

            ขวัญตาบอกตอนกำลังจะเดินลงจากเรือนครัว เขารีบตะโกนกลับ “เดี๋ยวสิ รอฉันด้วย”

            เพราะเป็นบ้านสวนด้วยหนึ่ง ต้องระวังอาจจะมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอหลุดเข้ามา และเหตุผลอีกข้อคือเขาเป็นคนที่ไม่ถูกกับความมืด

            น้อยกระโดดลงบันได หมายจะเดินไปให้ทันภรรยาที่กำลังจะกลับบ้านตัวเองที่อยู่ติดกัน กั้นด้วยรั้วชะอมห่างจากเรือนหลักของคุณสมรประมาณยี่สิบเมตร สายตาของชายวัยห้าสิบเห็นเงาตะคุ่มอยู่ตรงรั้วใหญ่

 

 

จบ

6.12.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #77 fsn (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:24

    คนเรานะ น่าตี งานนี้ตามอารมณ์แล้ว ระวังตัวด้วยนะคะ

    #77
    0
  2. #76 ศิรดา (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:06

    พี่ปุณมาฉลองปีใหม่กะออนะ

    #76
    1
    • #76-1 อุธิยา(จากตอนที่ 71)
      8 ธันวาคม 2563 / 15:00
      จะได้ฉลองปีใหม่รึเปล่าก็ไม่รู้นะคะเนี่ย 555
      #76-1