หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 73 : บทที่ 26 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    9 ธ.ค. 63

อาสะจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทางของตัวเองด้วย เขากลับมาที่คอนโดมีเนียมพบว่าห้องของโยชิโอะปิดล็อค แปลว่าเจ้านายไม่ได้กลับมาที่นี่ เขาลองโทร.หาอีกครั้ง ยังปิดเครื่องเหมือนเดิม ตอนนี้เครื่องบินคงออกไปแล้ว พรุ่งนี้เช้าริกะกับซาโตชิจะต้องติดต่อมาเอาคำตอบแน่ แต่เขายยังหาไม่พบ

สงสัยว่าโยชิโอะไม่กลับญี่ปุ่น แต่จะไปที่ไหน และทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ทั้งที่รับปากท่านประธานไว้แล้ว

 

“มีอะไรกัน”

ขวัญตาตกใจที่เห็นน้อยวิ่งพรวดพราดเข้ามาในบ้าน

“มีอะไรพี่” เธอถามอีกครั้งเพราะเห็นสามีพุ่งขึ้นเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ตอบคำถามปากสั่น 

“ฉันเห็นผีคุณปุณ...”

“อะไรนะ”

“ฉันเห็นผีคุณปุณ...โอ้ย กลัวแล้ว”

“ผีเผออะไร พี่ตาฝาดแล้ว”

“ไม่ ไม่ฝาด เห็นจริงๆ” น้อยคลุมโปงตัวสั่นงันงกอยู่อย่างนั้น เอาแต่พร่ำว่าเห็นผีปุณณัติไม่หยุด

“อะไรของพี่เนี่ย” ขวัญตาพูดอย่างหงุดหงิดในความกลัวผีของสามี ในที่สุดก็เลิกสนใจ จัดการตัวเองเรียบร้อยก็ปิดไฟเข้านอนเพราะต้องตื่นแต่เช้า แต่ยังไม่วายโมโหสามีที่ไม่ยอมอาบน้ำอาบท่าให้สะอาด

 

เมื่อคืนสมรเข้านอนเวลาปกติ เพื่อที่เช้านี้จะตื่นมาเอาแป้งที่สะเด็ดน้ำแล้วมาผึ่งแดด รวมทั้งเผากะลาเพื่อให้ได้ผงถ่านสำหรับทำขนมเปียกปูนดำ วันสิ้นปีกับปีใหม่ก็จะมีขนมใหม่ๆ ไปทำบุญ รวมทั้งแบ่งกินกันในครอบครัวเพราะอุษณีย์จะทำเปียกปูนใบเตยกะทิสดด้วย

สมรตื่นมาก่อนขวัญตา จึงเปิดถุงผ้าขาวบางเอาแป้งที่สะเด็ดน้ำแล้วมากะเทาะใส่กระจาดเตรียมตาก ทำได้สักพักแม่บ้านเก่าแก่ก็ตื่นมา

“ขอโทษค่ะ ตื่นสายไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร เมื่อคืนก็อุตส่าห์โม่แป้งให้จนดึก แล้วนี่น้อยตื่นหรือยัง”

“กำลังตามมาค่ะ เมื่อคืนก็โวยวายอะไรไม่รู้บอกว่าผีคุณปุณมาหลอก เพ้อเจ้อจริงๆ” เพราะสามียังหวาดกลัวไม่เลิกทำให้เช้านี้ขวัญตายังอดบ่นไม่ได้ 

“ผีปุณอะไร”

เธอรู้ตัวว่าเผลอพูดไปโดยไม่ได้คิดจึงเล่าให้หญิงชราฟัง ทำเสียงว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สมรย่นคิ้ว เพราะมีชื่อหลานสาวอยู่ในเนื้อหา และเช้านี้ก็ยังไม่เห็นเธอ

“ยายออยังไม่ตื่นด้วยสินะ”

ขวัญตามองไปยังทิศทางห้องนอนของหญิงสาว “อีกสักพักคงลงมามั้งคะ เห็นบอกว่าวันนี้จะไปบ้านคุณปุณด้วย”

สมรรับรู้ด้วยอาการไม่ค่อยสบายใจนัก ถึงแม้จะบอกว่าเพราะเข้านอนไวจึงตื่นเช้า แต่ความจริงก็นอนไม่หลับเท่าไร ไม่ถึงห้านาทีน้อยก็มาสมทบ นั่งกินมื้อเช้ากับภรรยาจนเสร็จก็เตรียมตัวจะไปทำงานเผากะลา ตัดใบเตย และขูดมะพร้าว 

แต่อรดายังไม่ลงมา

“ยายอุ้ย เดี๋ยวล้างจานเสร็จไปดูน้องเธอหน่อยสิ นี่จะแปดโมงแล้วทำไมยังไม่ตื่น ไม่สบายหรือเปล่า”

อุษณีย์เองก็ลืมนึกไปแล้วว่าน้องยังไม่ลงมาจากห้อง เธอรีบจัดการแก้วกาแฟและจานของตัวเองกับของคุณย่าเรียบร้อยก็เช็ดมือและเดินไปห้องน้องสาว

 

          สิ่งแรกที่ริกะทำเมื่อถึงสนามบินคือเปิดโทรศัพท์และโทร.หาอาสะ ชายหนุ่มไม่ได้รับในครั้งแรก

          “ตอนนี้ที่เมืองไทยเพิ่งจะตีสาม อาสะคงหลับอยู่” ซาโตชิบอกเมื่อเห็นเธอทำท่าจะกดอีกครั้ง หญิงสาวจึงนึกได้ จึงเปลี่ยนเป็นส่งข้อความแทน

          “โยชิโอะคิดจะทำอะไรกันแน่นะ” ชายหนุ่มพูดต่อ เขาชวนเธอมานั่งที่ร้านกาแฟ เพื่อจะได้คุยกันว่าจะบอกกับทาคุโร่และคุมิโกะอย่างไร สีหน้าริกะยับยุ่ง หงุดหงิด

          “ฉันกลัวว่าเขาจะมีอันตราย”

          “อย่าเพิ่งกังวลไปเลย โยชิโอะอาจจะแค่ตกเครี่องจริงๆ”

          “มันอาจจะมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง โยชิคุงถูกลอบทำร้ายมาแล้วครั้งหนึ่งนะคะ ทำไมจะไม่เกิดขึ้นอีก...” ริกะคงจะเสียงดังขึ้นถ้าเสียงโทรศัพท์ไม่ดังขึ้นมาเสียก่อน 

          “อาสะซัง” เธอรับสาย “ขอโทษที่รบกวนเวลานอนอาสะซังค่ะ ลืมไปว่าเวลาต่างกัน ฉันถึงญี่ปุ่นแล้ว”

          “อ๋อ ไม่หรอกครับ ผมยังไม่ได้นอน” เขาตอบสั้นๆ ริกะเบิกตา แต่ไม่ทันได้ถามอีกฝ่ายก็แจกแจงเรื่องเสียก่อน

          “จนถึงตอนนี้โทรศัพท์ยังปิดเครื่อง ไม่ได้เอากระเป๋าสะพายติดตัวไป พาสปอร์ตยังอยู่ที่คุณโยชิโอะ”

          “แล้วเขาไปไหน ขอดูกล้องได้ไหม”

          “ต้องไปแจ้งความก่อนครับถึงจะขอดูได้”

          ริกะอยากจะร้องไห้ สับสนปนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เกือบหกชั่วโมงที่ต้องทนนั่งอยู่กับที่ จะเปิดทีวีดูแสงจากจอก็จะรบกวนผู้โดยสารคนอื่น จะหลับก็ข่มตาไม่ลง ในที่สุดก็ขอสาเกมาดื่ม อย่างน้อยให้รู้สึกง่วงงุนจนงีบหลับไปได้บ้าง มารู้สึกตัวก่อนหน้าที่อาหารเสิร์ฟไม่นาน เป็นสัญญาณว่าใกล้จะถึงทำให้เธอหายอึดอัดใจ

          “ผมคิดว่า...”

          ริกะกำลังจะฟังต่อ แต่ซาโตชิทำสัญลักษณ์ขอคุยกับอาสะ เธอจึงส่งโทรศัพท์ให้ และเพื่อระงับอารมณ์ตนเองด้วย

          “อาสะ นี่ซาโตชิ ตกลงว่ายังไง โยชิโอะไปไหน

          “ต้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนครับ” เขาตอบน้องชายเจ้านายอย่างระวัง

          “ฉันจะบอกคุณปู่ว่ายังไงดีเนี่ย” น้ำเสียงซาโตชิหนักใจ อาสะก็ลังเลว่าจะเสนอความคิดดีไหม 

          “คงต้องแจ้งว่าคุณโยชิโอะจะตามมาทีหลังน่ะครับ”

          “แล้วเมื่อไร นายจะตามเจอภายในวันสองวันนี้ใช่ไหม”

          “ผมจะพยายาม” อาสะก็ตอบเรียบๆ รู้สึกว่าซาโตชิกำลังบีบให้เขารับผิดชอบต่อการหายไปของโยชิโอะ ชายหนุ่มยอมรับว่าครั้งนี้พลาด เพราะมัวแต่ระวังภัยจนลืมเฉลียวใจว่าเจ้านายจะสร้างปัญหาเสียเอง และซาโตชิก็จะได้ยกเป็นข้อตำหนิได้เต็มปาก

          “เอางี้ก็แล้วกัน ให้นายจัดการตามนั้น น่าจะใช้เวลาสักสองวันพอไหม แล้วถ้าไม่มีความคืบหน้าฉันจะบอกคุณปู่”

          “ถ้าถึงตอนนั้นผมขออนุญาตเป็นคนรายงานเรื่องนี้ให้ท่านประธานทราบด้วยตัวเอง” อาสะรีบตอบ ซาโตชิเงียบไปครู่หนึ่ง 

          “เอาอย่างนั้นก็ได้ แค่นี้แล้วกัน อ้อ ขอบใจนะอาสะ ยังไงเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินของนายฉันจะจัดการให้นะ” 

          อาสะตั้งใจจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เขาเลือกตอบแค่ครับ แล้วก็วางสายไป

          ซาโตส่งโทรศัพท์คืนริกะ เล่าสิ่งที่คุยกับอาสะให้เธอฟัง

          “อาสะน่าจะพอมีทางแล้ว” เขาบอกยิ้มๆ พลางนึกว่าผู้ช่วยคนนี้ปกป้องเจ้านายจนนาทีสุดท้าย คงกลัวว่าจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดสินะ แต่ก็ดี...

 

(ต่อ)

9.12.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #80 fsn (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 22:42

    คนไทยก็มีขนมชาโคลมานานแล้วนะคะ ไม่น้อยหน้า หุๆ

    #80
    1
    • #80-1 อุธิยา(จากตอนที่ 73)
      11 ธันวาคม 2563 / 15:17
      จริงค่ะ อร่อยด้วย ว่าแล้วก็อยากกิน 555
      #80-1