หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 11 : บทที่ 5 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

“ค่ะ แต่ว่า...” เว้นระยะดูสีหน้าคนฟังเล็กน้อย เขายกคิ้ว “ฉันเพิ่งมานึกได้ว่า ทางคุณโยชิโอะน่าจะได้ดูภาพกล้องวงจรปิดแล้วใช่ไหมคะ”

ในแววตาของเขามีแสงส่องผ่าน อรดามันใจว่านั่นคือคำตอบว่าใช่

“เกี่ยวอะไรเหรอครับ”

“คือ ฉันกลัวว่าข้อมูลที่นึกได้ขึ้นมา บอกไปก็คงซ้ำแล้วน่ะค่ะ”

อีกฝ่ายเอียงตัวใช้ข้อศอกซ้ายเท้าที่วางแขน หรี่ตามอง อรดารู้สึกเย็นที่หลังต้นคอ

“ก็ดีน่ะสิครับ เพราะจะได้ยืนยันว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง”

อุ่ย เจ็บแฮะ แต่ว่าแค่นี้ไม่ทำให้คนอย่างอรดาสะเทือน เธอรู้จักนักธุรกิจไม่น้อย นี่ก็แค่ทักษะการพูดของเขาเท่านั้นแหละน่า

“นั่นสิคะ ฉันก็กังวลไปเอง ขอโทษด้วยค่ะ” เธอยิ้มแล้วรีบพูดต่อ “ที่ฉันเห็น เขาสวมกางเกงสีบีช แล้วก็เสื้อเชิ้ตสีฟ้าค่ะ แขนยาวติดกระดุมที่ปลายแขนด้วย”

โยชิโอะฟังนิ่ง กิริยาแสดงความหมายให้เธอพูดต่อ “แล้วก็...สะพายกระเป๋าเอกสารค่ะ” 

คราวนี้เขากะพริบตา ขยับตัว “กระเป๋าแบบไหน”

“แบบสะพายข้างที่ผู้ชายใช้กันน่ะค่ะ”

“ครับ แล้วมีอะไรอีก”

อรดาชั่งใจว่าควรบอกสิ่งที่เห็นให้หมดในครั้งนี้เลยหรือไม่ ที่จริงต่อให้มีหรือไม่มีข้อมูลก็ไม่คิดว่าจะช่วยอะไรเขาได้มากหรอก เพราะกล้องวงจรปิดน่าจะบอกอะไรได้มากกว่า แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านมาห้าวันพอดี ไม่รู้ว่าเขาตามเรื่องไปถึงไหนแล้ว

“ตอนนี้นึกออกแค่นี้ค่ะ”

ตัดสินใจตอบไปแล้ว เห็นแววตาเขามีแสงผ่านแวบ มุมปากเหมือนจะยิ้ม แต่เธอไม่แน่ใจเพราะเขาหลุบตามองบนโต๊ะเสียก่อน แล้วค่อยสบตาเธออีกครั้ง คราวนี้สีหน้าสดใส อรดารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เวลาที่หมือนกับกลัวว่าตนเองจะแสดงความในใจที่แท้จริงออกมาจะใช้วิธีขยับตัวเหมือนเปลี่ยนอิริยาบทธรรมดา ถึงจะดูไม่ผิดสังเกต  แต่ไม่ใช่กับเธอ 

“ครับ เท่านี้ก็ได้ครับ”

“ถ้านึกออกเพิ่มอีก ฉันจะรีบบอกคุณอาสะนะคะ”

“ครับ ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์มาบอก”

พอเขาขยับตัวมานั่งตัวตรงก็แปลได้ว่าจะต้องจบการพบเจอแค่นี้ อรดาครุ่นคิดเร็วจี๋ เรื่องที่เตรียมมาอีกอะไรบ้าง

          “จริงด้วยค่ะ คุณโคอิจิโร่ไปญี่ปุ่นนานแล้วเหรอคะ”

          โยชิโอะกำลังจะขยับลุกยืนส่งชะงัก เห็นสีหน้าของหญิงสาวก็คิดว่าคงไม่ตอบไม่ได้ เพราะลุงเขาเป็นคนเลือกเธอมา รู้จักกันย่อมถามถึงกัน

          “เจ็ดวันพอดีครับ”

          “จะกลับมาวันไหนเหรอคะ เอ้อ คือ อยากจะมาขอบคุณท่านน่ะค่ะ ตั้งแต่ภาพโฆษณาออนแอร์ไป ตั้งใจจะมาขอบคุณท่านอีกสักครั้งที่อุตส่าห์เลือกฉัน” เธอตอบคล่องแคล่ว เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายผ่อนคลาย 

          “คุณโคอิจิโร่ย้ายกลับไปประจำบริษัทแม่แล้วน่ะครับ”

          “อ้าว” เอาละสิ เรื่องนี้ใช้ได้ น่าจะยื้อได้อีกสักสองสามนาทีรวมการบอกลา

          “ขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้แจ้งให้ทางคุณทราบ”

          “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” จะถามต่อว่าทำไมถึงได้ย้ายกะทันหันคงไม่งามแน่ เรื่องภายในของบริษัท แถมมาถามกับคนที่มาทำหน้าที่แทนแบบนี้ทำให้เขาอึดอัดใจ เสียคะแนนแย่ ลองไปถามกับสายดีกว่า

 “ถ้าอย่างนั้น ฝากคุณโยชิโอะขอบคุณคุณโคอิจิโร่ด้วยนะคะ ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้ร่วมงานกับเอชทูแคร์”  

คราวนี้เขายิ้มชัด แต่ก็ไม่ใช่แบบยินดี ในแววตาพราวระยับ ทำไมกิริยาแบบนี้ไม่เหมือนคนญี่ปุ่นที่เคยเห็นเลย จริงอยู่ถึงจะไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักที่พอจะตัดสินได้ แต่เท่าที่เคยไปเที่ยวมาหลายหน ก็เห็นว่าแตกต่าง

“ทำไมเหรอคะ”

“จะไม่กระทบกับงานที่คุณทำอยู่เหรอครับ”

อรดาหน้าเหวอไปเลย แต่ก็รีบปรับสีหน้าเป็นฉีกยิ้มกว้างกลั้วหัวเราะตอนถามกลับ “ทราบได้ยังไงคะว่าฉันมีงานประจำทำอยู่”

โยชิโอะมองตระกร้าขนมอีกแล้ว ทำให้เธอเห็นใบหน้าด้านข้าง และด้านข้างนี่เองที่เหมือนกับปุณณัติจนหญิงสาวใจเต้น 

“ผมเคยเห็นคุณสวมชุดฟอร์มของโรงแรมบนรถไฟฟ้า”

อาการเหมือนยืนอยู่กลางกองไฟเพราะร้อนผ่าวไปทั้งตัว เขาจำเธอได้ ว่าแล้วเชียว เพราะสายตาที่มองตั้งแต่วันที่ถามเรื่องเห็นคนร้ายเหมือนจะจ้องลึกมากกว่าต้องการคำตอบ      

“จำได้ด้วยเหรอคะ” เธอเสยผมทัดหูแก้เขิน “ฉันไม่ได้ทำงานที่โรงแรมแล้วค่ะ เพิ่งลาออกไม่กี่วันนี่เอง”

เขาพยักหน้า รอยยิ้มชัดอย่างเมื่อครู่หายไป ไม่ถามต่อแถมยังขยับตัวทำท่าเหมือนจะตัดบทสนทนา อรดาใจแป้วแต่ก็คิดได้ว่าสมควรแก่เวลาแล้วเช่นกัน แค่เขาคุยด้วยมากกว่าเรื่องข้อมูลคนปองร้ายก็ดีถมไปแล้ว...สำหรับครั้งแรก

“รบกวนเวลาคุณโยชิโอะมากแล้ว เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ”

ชายหนุ่มทำท่างง “ผมควรต้องขอบคุณคุณมากกว่านะครับ”

“อ้อ ค่ะ” เธอรับคำเขินๆ ลุกขึ้นสะพายกระเป๋า “ยังไง เรื่องงานฝากด้วยนะคะ ถ้ามีเพิ่ม” ประโยคนี้หญิงสาวยิ้มแบบคนไทย หนุ่มญี่ปุ่นผงกศีรษะยิ้มบาง แต่แววตาของเขาเหมือนจะขำ

“สวัสดีค่ะ คุณโยชิโอะ” เธอประนมมือไหว้ เขารับไหว้ด้วยสีหน้าแบบเดิม

 

 วันนั้นอรดาไปรับงานพิเศษเปิดตัวสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง มีดาราเป็นพรีเซนเตอร์ งานเลิกสองทุ่ม กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยก็เกือบสามทุ่ม เธอต้องไปเปลี่ยนกระโปรงสั้นเป็นชุดนักศึกษา ลบเมคอัพและสวมวิกผมยาวสีดำหน้าม้า และไม่ลืมสวมแว่นอันเป็นอาวุธไม้ตายที่จะทำให้คนที่มารับเธอวันนี้จำไม่ได้

ใช่ เขาคือปุณณัติ วิศวกรหนุ่มแท่นเจาะน้ำมันที่แสนจะกวนโอ้ย ไม่รู้ว่าอยู่ๆ เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง เมื่อไรที่เธอบอกคุณย่าว่าจะกลับค่ำเนื่องจากทำรายงาน แต่ความจริงไปรับงานพิเศษ ผู้ชายคนนี้จะขอมารับเสมอ นี่เป็นครั้งที่สามหรือสี่แล้ว ด้วยความที่มหาวิทยาลัยของเธออยู่กลางใจเมือง ติดรถไฟฟ้าจึงสะดวกกับการไปรับงานได้สบาย และเขาซึ่งทำงานและได้หยุดทุกๆ รอบยี่สิบถึงยี่สิบห้าวันจึงมีเวลาเหลือเฟือในการมาวุ่นวายกับเธอ

ในใจอรดาก็คิดว่าสะดวกดี ไม่ต้องเสี่ยงนั่งแท็กซี่ แน่นอนว่าคุณย่าก็คงคิดอย่างนั้น ปุณณัติเป็นเพื่อนพี่สาวสมัยเรียนมัธยม ก่อนจะแยกย้ายกันไป แล้วกลับมาเจอกันอีกเพราะเฟซบุ๊ค จึงติดต่อคบค้าแวะเวียนมาหาที่บ้านอยู่บ่อยๆ

อรดาคิดว่าเขาจีบพี่อุ้ย แต่เจ้าตัวส่ายหน้าดิกพร้อมหัวเราะชอบใจ

‘ไม่มีทาง ปุณไม่ได้จีบพี่หรอก’

 

 

(ต่อ) 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #17 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 00:17

    คนหนึ่ง ก็ตั้งการ์ด คนหนึ่งก็รอเจาะ รอความคืบหน้างานนี้คะ

    #17
    0