หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 12 : บทที่ 5 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

‘ไม่มีทาง ปุณไม่ได้จีบพี่หรอก’

‘แต่เขามาบ้านเราบ่อยมากนะคะ มานั่งคุยกับคุณย่าทีละนานๆ ได้ไม่เบื่อ ถ้าไม่ได้มีจุดประสงค์นั้น แล้วเขามาเพื่ออะไรคะ’ อรดาลดเสียงลงเมื่อเอ่ยประโยคถัดไป ‘คุณย่าไม่ใช่คนที่ใครจะคุยด้วยง่ายๆ นี่คะ’

พี่สาวขยำใบเตยกับน้ำตาลโตนดซึ่งผสมกับไข่ให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อทำขนมหม้อแกงเผือก โคลงศีรษะไปมาก่อนตอบ ‘ไม่รู้เหมือนกัน ออหยิบเผือกให้ทีจ้ะ’

ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่อยากคุยหรือเพราะไม่รู้จริงๆ อรดาเก็บความสงสัยนั้นไว้ คอยสังเกตปฏิกิริยาระหว่างวิศวกรหนุ่มกับพี่สาว แต่ก็ไม่มี ทั้งคู่คุยกันปกติ หรือเป็นเพราะอยู่ที่บ้านนี้ก็เป็นได้

ปุณณัติวนรถออกมารับเธอที่ถนนใหญ่ เพราะเขาให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้เธอไปเดินหลงอยู่ในลานจอดรถ อรดาก็เห็นด้วยเพราะเธอบอกเขาเองว่ามาประชุมงานกับเพื่อนที่โคเวิร์คกิ้งสเปซเพราะสะดวกกว่าเรื่องใช้คอมพิวเตอร์ ที่สำคัญจะได้มีเวลาจัดองค์ทรงเครื่องเสียใหม่

วันนั้นก็เหมือนทุกวัน พอขึ้นรถได้เขาก็เปิดเพลงคลอเบาๆ ถามในหัวข้อทั่วๆ ไป

“ช่วงนี้งานเยอะเหรอ เห็นมีประชุมกันวันเว้นวันเลย”

“ค่ะ”

“เดี๋ยวนี้ดีนะ ทำงานที่ไหนก็ได้ ประชุมนอกสถานที่ก็ได้ หิ้วโน้ตบุ๊คมาเครื่องเดียวก็สบายแล้ว แถมมีเครื่องดื่มเสร็จสรรพ ไม่ต้องไปนั่งในร้านฟาสฟู้ดส์ให้คนถ่ายรูปไปประจาน”

ประโยคท้ายทำให้อรดาหลุดหัวเราะหึหึ “สมัยก่อนพี่ปุณเคยทำใช่ไหมคะ”

เจ้าตัวหัวเราะชอบใจ “ก็ตอนพี่เรียนมันยังไม่มีนี่นา แต่เด็กวิศวะเขาไม่ค่อยไปติวกันที่ฟาสฟู้ดส์หรอก เขาไปกันที่ฟาสแอล”

อรดาขมวดคิ้ว “ฟาสแอลอะไรคะ”

“แอลกอฮอล์” ปุณณัติตอบหน้าตาย 

“แบบนั้นไม่น่าได้ติวนะคะ น่าจะตึงมากกว่า”

“หืม”

อรดารู้สึกตัวว่าเผลอประชดประชันไป ในบุคลิกแบบนี้เธอเป็นหญิงสาวที่เรียบร้อย เป็นเด็กเรียน เป็นหลานคุณย่าที่เย็บปักถักร้อยและทำขนมเก่ง ไม่ใช่คนช่างพูดแบบที่เพิ่งทำงานเสร็จไป สงสัยติดพันมา

แก้เก้อด้วยการพูดว่า หิวจัง เขาเสนอตัวแวะร้านอาหาร แต่อรดาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านดีกว่า

“อยากกลับไปอาบน้ำนอนแล้วเนอะ” 

เขาพูดกึ่งแซว อรดาก็แค่ตอบว่าใช่

รถมาจอดที่หน้ารั้วบ้าน ซึ่งอรดาบอกเขาเองจะได้ไม่ต้องเปิดประตูใหญ่และเขาก็จะได้ขับรถออกไปเลย 

“ขอบคุณค่ะที่มาส่ง” เธอประนมมือไหว้ เขาไม่รับไหว้ แค่ผงกศีรษะยิ้มๆ ปุณณัติจะรับไหว้เธอเฉพาะอยู่ต่อหน้าคุณย่าเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นปกติ อรดาก็จะมีแค่คำพูดเหมือนกัน แต่การอยู่ในร่างนี้จะลืมทำไม่ได้ เธอลงจากรถ ปิดประตู เดินไปที่รั้ว ปุณณัติก้าวตาม อรดามอง นึกว่าตัวเองลืมอะไร

“ทำไมเหรอคะ”

“เหนื่อยหน่อยนะ ต้องเป็นคนสองร่าง”

มันเป็นวันที่อากาศเย็นเพราะเข้าสู่ฤดูหนาว อรดาจำได้ว่าเธอตกใจจนร้องห๊ะเสียงดัง เขาล้วงกระเป๋ากางเกง ก้าวเข้ามาหา 

“ถ้าแค่หาค่าขนมเพิ่ม ก็น่าจะบอกคุณย่าตรงๆ เลย แต่คงไม่ใช่ใช่ไหม”

อรดาตะลึง มือไม้อ่อนจนสมุดเอกสารที่ถืออยู่ร่วงไปกองกับพื้น ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ย่อตัวเก็บให้

“ใช่ไหม”

“คนสองร่างอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ออเข้าบ้านก่อนนะคะ” เธอต้องหนี จับลูกบิดที่ประตูเล็ก 

“ถึงสีผมจะเปลี่ยน ชุดเปลี่ยน แต่ยังไงก็คืออรดา”

เปิดประตูสิ อรดา จะยืนฟังเขาแฉความลับไปทำไม เธอสูดลมหายใจ หยิบหน้ากากการแสดงแบบชอบใช้ขึ้นมาสวม ทำหน้างงสุดขีด

“พี่ปุณพูดเรื่องอะไรคะ ออไม่เข้าใจ คือ...ออกำลังจะเข้าบ้านแล้วน่ะค่ะ”

แทนที่เขาจะยืนยันว่าสิ่งที่เห็นไม่ผิด แต่กลับเอียงคอมองเธอนิ่งๆ แล้วพูดยิ้มๆ

“วันนี้ราตรีสวัสดิ์อรดาคนผมดำครับ”

พูดจบก็เดินกลับมาที่รถ ขับออกไป ไม่วายลดกระจกลงแล้วก็ยักคิ้วให้ อรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่นานกว่าจะเรียกสติกลับคืนมา

“เฮ้ย อะไรกันเนี่ย อีตานี่...รู้จริงๆ เหรอ หรือว่าอำไปอย่างนั้น ยิ่งเจ้าเล่ห์อยู่ด้วย”

จะยิ่งกว่าความลับแตก นั่นคือถ้าความลับนี้ไปอยู่ในมือของนายจิ้งจอกเก้าหางคนนั้น!

 

          อาสะอาบน้ำหลังซ้อมมวยเสร็จแล้ว ระหว่างนั่งพักก็หยิบโทรศัพท์ มีข้อความในไลน์ เขาเปิดดูแล้วก็แปลกใจ

          มัตสึโมโตะ ริกะ คู่หมั้นของโยชิโอะ

          ‘ถ้าพอมีเวลา รบกวนคุณอาสะติดต่อกลับหน่อยนะคะ’

          อาสะเลือกโทร.กลับตอนมานั่งในร้านกาแฟที่ติดกับยิม เขามาเรียนมวยไทยที่นี่ได้สองสัปดาห์แล้ว ในตอนแรกตั้งใจจะมาเรียนตั้งแต่ต้น แต่พอสวมนวม ซ้อมออกหมัดไม่กี่ทีครูกับดูออกว่าเขาเคยเรียนมาก่อน หรืออย่างน้อยก็มีพื้นฐานมาบ้าง อาสะจึงบอกว่าเคยลองฝึกตามคลิป ส่วนที่ดูคล่องแคล่วอาจเป็นเพราะเขาฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างอื่นมาด้วย

          “ริกะค่ะ”

          “ผมอาสะครับ คุณริกะมีธุระอะไรเหรอครับ”

          “ขอโทษที่รบกวนนะคะ ฉันอยากทราบเรื่องคุณโยชิโอะค่ะ” อาสะเลือกรอฟังให้เธอเอ่ยหัวข้อ “เขาสบายดีใช่ไหมคะ หมายถึงเรื่องสุขภาพเขา”

          อาสะออกจะแปลกใจ เพราะตั้งแต่มาประเทศไทย ริกะเป็นฝ่ายติดต่อเขาก่อนเป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่เจ้านายทำโทรศัพท์เสีย 

          “ปกติดีครับ”

          “ไม่มีอาการปวดหัวอย่างที่เขามักจะเป็นเหรอคะ”

          “ไม่ครับ” ขณะที่ตอบแบบนั้น เขากลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่ลานจอดรถ ถือว่าไม่ได้โกหกนะ 

          “ที่ถามจากคุณเพราะว่าฉันเป็นห่วงคุณโยชิโอะค่ะ อย่างที่รู้ว่าคุณโยชิโอะมักจะทำงานหนัก แต่ถ้าคุณอาสะบอกแบบนี้ฉันก็สบายใจค่ะ”

          โยชิโอะที่อาสะเห็นจริงจังกับงาน แต่ไม่ถึงกับคร่ำเคร่งอย่างที่ริกะบอก หลังเกิดอุบัติดูเหมือนความเคร่งขรึมในระหว่างการทำงานของเขาจะลดลงไป อย่างทีเห็นได้ชัดก็คือ รอยยิ้มและการพูดเล่นนั่น ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยปรากฏ  “รบกวนคุณอาสะด้วยนะคะ”

          “ครับ” เขาไม่อาจตอบอะไรได้มากกว่านั้น และเธอก็วางสายไป อาสะนึกแปลกใจ เพราะตั้งแต่มาเมืองไทย ริกะโทรมาสอบถามเรื่องเจ้านายกับเขาถึงสองครั้งแล้ว แทนที่จะโทรหาคนรักตนเองโดยตรง

          อาสะถือโทรศัพท์ เปิดแฟ้มภาพ เลื่อนจนไปเจอภาพๆ หนึ่ง แล้วมองอยู่เนิ่นนาน

          

 

จบตอน 5

3.7.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #18 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 19:09

    จะยังไงมั้ยนะ คู่นี้

    #18
    0