[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 34 : [ Match XXVIII ] : ไหนเธอบอกว่าไม่อยากให้เราวุ่นวายกับชีวิตเธอไง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ต.ค. 54

 



            เรื่องราวเริ่มบานปลายใหญ่โต เมื่ออาจารย์ทิพย์ฤดีเดินกึ่งวิ่งเข้ามาจัดการกับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นแต่เช้า ทำให้ทั้งสี่สาวถูกพระอาจารย์เรียกให้ไปพบที่ห้องพัก ส่วนสี่หนุ่มได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

            สี่สาวอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยข้าวต้มเลอะเต็มตัว พากันนั่งก้มหน้างุดอยู่ต่อหน้าพระอาจารย์และอาจารย์ทิพย์ฤดีที่นั่งถัดไปในที่ต่ำกว่านิดหนึ่ง

            ใครเป็นคนเริ่มก่อน... อาจารย์ทิพย์ฤดีถามขึ้นเสียงแข็งกร้าว

            แองจี้ เอ่อ...อัจจิมาเค้ามาพูดเหน็บแนมหนูก่อนค่ะ เค้ากับเพื่อนก็มาพูดถากถางพวกหนู จนหนูทนไม่ไหวค่ะ น้ำหนึ่งเป็นผู้เอ่ยปากสารภาพก่อน

            แต่เค้าเป็นคนสาดข้าวต้มมาใส่หนูก่อนนะคะอาจารย์ แองจี้ฟ้องบ้าง

            ก็เธออยากปากดีก่อนทำไม วีวี่เถียงขึ้น

            ก็พวกเธอ... กอหญ้าเองก็กำลังจะเถียงบ้าง จนพระอาจารย์ที่นั่งฟังอยู่ต้องห้ามปรามให้หยุด

            เอาล่ะๆๆ...ใครจะเริ่มก่อนมันไม่สำคัญหรอกนะ แต่พวกเธอทำผิดก็ต้องได้รับโทษเท่าๆ กัน

            แต่ว่า...พระอาจารย์คะ หนูเป็นฝ่ายเดือดร้อนนะคะ เค้าเป็นคนสาดข้าวต้มมาใส่หนู ลวกแขนหนูด้วยค่ะกอหญ้าได้ทีพูดฟ้องเป็นการใหญ่

            พวกเธอควรจะเงียบเดี๋ยวนี้ แล้วนั่งเฉยๆ เพื่อฟังพระอาจารย์นะ อาจารย์ทิพย์ฤดีเอ่ยเสียงเข้ม ทำให้สี่สาวได้แต่ก้มหน้างุดรับฟังคำสั่งสอนจากพระอาจารย์ต่อไป

            สาเหตุของการทำโทษพวกเธอไม่ใช่แค่การทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น การกระทำอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า พวกเธอไม่เห็นคุณค่าของข้าว ที่กว่าชาวนาจะปลูกให้เราได้กินเพื่อความอยู่รอด ไม่ได้นึกถึงคนอื่นที่เขาไม่มีกิน ยังมีอีกหลายร้อยชีวิตที่ต้องอยู่อย่างอดอยาก พวกเธอเอาข้าวมาสาดใส่กันแบบเนี้ย ลองคำนวณดูซิว่าเสียข้าวสุกไปจำนวนทั้งหมดกี่เม็ดแล้ว...ข้าวหนึ่งเม็ดมีค่านะ พระอาจารย์ถึงได้เน้นย้ำให้พวกเธอกินอาหารให้หมด อย่าเหลือ อย่าทิ้ง

            เมื่อได้ฟังคำว่ากล่าวตักเตือนและคำแนะนำสั่งสอนของพระอาจารย์เข้าไป ทำให้ทั้งสี่สาวไม่กล้าเงยหน้าสบตาใครเลย ได้แต่ก้มหน้างุดยอมรับความผิดที่ตนเองเป็นผู้ก่อเท่านั้น

            เพื่อให้ทุกคนที่ทำผิดได้เห็นคุณค่าของข้าว พระอาจารย์จึงทำโทษโดยการให้อดอาหารในมื้อเช้า และจะกินได้ก็ต่อเมื่อถึงมื้อกลางวันเท่านั้น แล้วทุกคนก็ต้องกลับเข้าไปทำกิจกรรมของค่ายร่วมกับเพื่อนทั้งสายชั้นต่อ

            น้ำหิวไหม เรามีขนมปังอยู่อันหนึ่งที่แม่ติดกระเป๋าไว้ให้ กินหน่อยนะ...เดี๋ยวปวดท้อง กลางชลบอกด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงแกะขนมปังออกจากถุงแล้วยื่นให้

            น้ำหนึ่งรับขนมปังมากินอย่างจำใจ ก็ความหิวมันไม่เข้าใครออกใคร แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำขอบคุณต่อเจ้าของขนมปังก้อนที่เธอกลืนลงท้องไปเมื่อครู่

            เพื่อนๆ ต่างก็เห็นพฤติกรรมของทั้งคู่อย่างชัดเจน พวกเขาเอือมระอากับสองคนนี้ ด้วยไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรให้กลับมายอมรับความรู้สึกในหัวใจของตัวเองกันเสียที โดยเฉพาะคนปากแข็งอย่างน้ำหนึ่ง เธอไม่ยอมรับความจริงแม้จะโดนจับได้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงของตนเป็นเช่นไร

            ไอ้ชล...ทุกวิถีทางแล้ว ไอ้น้ำมันยังมึนตึงกับเอ็งอยู่เลย พวกข้าก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงแล้วว่ะ เคนกระซิบกับกลางชล ขณะที่พระอาจารย์กำลังบรรยายเรื่องของการปลูกฝังให้รักสามัคคีกันในชาติ

            ใจเย็นๆ ข้าคิดวิธีออกแล้ว แต่ต้องช่วยกันหน่อยนะเขาพูดจบก็ทำหน้าคิดอะไรบางอย่างอยู่เพียงลำพัง ชวนให้สงสัย

            หลังจากที่ทำกิจกรรมของทางค่ายเรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ ของการพักผ่อนตามอัธยาศัย น้ำหนึ่งสังเกตหลายครั้งว่าพวกหนุ่มๆ มักจะพากันหายไปไหนไม่รู้

            ยัยวี่...แกเห็นพวกไอ้เคนไหม ตอนพักหายไปกันตลอดเลยอ่ะ หญิงสาวหันมาถามเพื่อนสนิทขณะที่กำลังนั่งพักอยู่ที่ม้านั่งบริเวณใกล้ๆ

            ฉันก็ไม่รู้ ตอนที่พระอาจารย์ปล่อยให้พักก็ดันให้ลุกออกมาทีละแถวซะด้วยสิ ไม่เคยทันพวกนั้นเลย เห็นหลังอยู่ไวๆ เหมือนกันแต่ก็ไม่เจอ

            เมื่อพระอาจารย์เรียกไปรวมกันอีกที สองสาวก็ได้แต่มองตามพวกหนุ่มๆ ไม่สามารถจะหันไปถามอะไรได้เลย เพราะพระอาจารย์มักจะมองมาทางนี้อย่างจับผิดอยู่ในที

            จนกระทั่งตอนช่วงเย็นที่ถึงเวลาจะต้องทำวัตรเย็น พระอาจารย์เป็นผู้นำสวดมนต์เหมือนอย่างเคย กอหญ้ากับแองจี้ที่เบื่อการเข้าค่ายมาตั้งแต่ต้น เริ่มนั่งกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข แองจี้คิดหาวิธีที่ไม่ต้องมานั่งพับเพียบสวดมนต์กับคนอื่นๆ จึงส่งซิกให้กอหญ้าแกล้งเป็นลม

            กอหญ้าที่ได้รับสัญญาณจากเพื่อนสาวก็แกล้งเป็นลมล้มพับนอนลงไปที่พื้น แองจี้ที่คอยท่าอยู่แล้วก็รีบปรี่เข้าไปประคองเพื่อนไว้ทันท่วงที เสียงสวดมนต์หยุดในทันใดพร้อมกับสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาที่คนป่วย

            พระอาจารย์คะ...เพื่อนหนูเป็นลม หนูขออนุญาตพาเพื่อนออกไปข้างนอกก่อนค่ะ เดี๋ยวเค้าจะหายใจไม่ออก แองจี้พูดแสร้งลุกลี้ลุกลน

            เอ้า รีบพยุงเพื่อนออกไปก่อน สงสัยจะเป็นลมเพราะไม่ชินกับการอดข้าวเย็น ดูแลเพื่อนดีๆ ล่ะ พระอาจารย์บอกใส่ไมโครโฟนให้ได้ยินทั่วกัน

            ไม่รอช้าแองจี้รีบพากอหญ้าที่แกล้งเป็นลมคอพับคออ่อนเดินออกจากหอประชุมไปที่ห้องพยาบาล อาจารย์มาดูอาการของกอหญ้าก็คอยปฐมพยาบาลให้ด้วยการให้ดมยาดม

            อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เดี๋ยวหนูดูแลเพื่อนเอง อาจารย์ไปดูแลค่ายเถอะค่ะ พอเพื่อนหนูดีขึ้นจะรีบกลับเข้าไปนะคะ แองจี้รีบเสนอตัว เพื่อที่จะได้อยู่กันเพียงลำพัง

            อาจารย์ผู้ดูแลค่ายเห็นดังนั้นจึงวางใจ ไม่วายกำชับให้เธอดูแลกอหญ้าให้ดีแล้วเดินออกไป เมื่อสิ้นเสียงฝีเท้าของอาจารย์ สองสาวที่หาทางอู้ได้พากันหัวเราะระริกระรี้ พร้อมกันนั้นก็แอบเอาขนมที่แอบพกใส่กระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วยมากินด้วยความหิวโหย

            ผู้ที่ทำผิดกฎของค่าย ผิดศีล ไม่ได้ถูกปกป้องเสมอไป เมื่อพระอาจารย์ที่เอ่ยให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว ก่อนที่จะไปรวมกันอีกครั้งแล้วเข้านอน กลางชลกับมินที่กำลังเบื่อหน่ายกับการต่อคิวแปรงฟัน เมื่ออาบน้ำเสร็จสองหนุ่มจึงพากันมาห้องพยาบาลเพื่อขอใช้ยานวดแก้ปวดเมื่อยหลังจากที่นั่งพับเพียบตลอดบ่าย

            ฮุฮุฮุ สะใจจริงๆ เล้ย...อยู่ดีๆ ก็ได้มานอนเม้าท์กันกระจาย สบายสุดๆ

            ขณะที่สองหนุ่มกำลังก้าวเข้ามาที่ห้องเก็บยา ก็ได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกของผู้หญิงมากกว่าหนึ่งคนโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ดังเล็ดลอดมาจากห้องพักผู้ป่วยหญิง คิดว่าคงเป็นอาจารย์พยาบาลประจำห้องจึงไม่ได้เอะใจอะไร

            เอ็งรู้เหรอไอ้ชล ว่ายาแก้ปวดเมื่อยมันอยู่ตรงไหน มินเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นเพื่อนของตนค้นหายาที่ต้องการมาได้พักใหญ่แล้ว ข้าว่าเราลองไปหาอาจารย์ให้มาหยิบให้ดีกว่าว่ะ เดี๋ยวหยิบผิดไปจะยุ่งนะเว้ย

            ว่าแล้วทั้งสองก็เดินไปยังห้องผู้ป่วยหญิงที่ได้ยินเสียงคนคุยกันดังเล็ดลอดมาให้ได้ยิน เมื่อเข้าไปถึงก็ต้องประหลาดใจที่ไม่ใช่อาจารย์อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่ทีแรก เสียงหัวเราะอย่างเป็นสุขเงียบลงทันทีเมื่อรู้ตัวว่าพวกเธอไม่ได้อยู่กันเพียงสองคนเสียแล้วในห้องนี้

            กลางชล/มินจี้!” กอหญ้าและแองจี้เรียกชื่อเพื่อนหนุ่มที่ตัวเองต่างมีใจให้พร้อมๆ กันด้วยความตกใจ

            เธอสองคนเองเหรอ กลางชลเอ่ยขึ้น นี่พวกเธอโกหกพระอาจารย์อย่างเนี้ย เป็นบาปมากหลายร้อยเท่าเลยนะ

            สองสาวไม่ตอบอะไร พากันก้มหน้างุดเพราะทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร !

 

            เมื่อเสร็จสิ้นจากกิจกรรมของค่ายจริยธรรมแล้ว นักเรียนม.๕ ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความอ่อนเพลีย ส่วนกลุ่มของกลางชลก็นัดกันออกไปกินข้าว เพื่อเป็นการฉลองมื้อเย็นมื้อแรกหลังจากที่ต้องอดมาสองวันเต็มๆ

            โอ๊ย...ถือศีลนี่มันแสนยากลำบากเหมือนกันนะเนี่ย วีวี่บ่นขึ้นหลังจากที่ทุกคนนั่งรออาหารที่สั่งไป ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวโต้รุ่ง

            นี่แหละชีวิตของลูกผู้ชายที่จะต้องเจอกันทุกคนตอนบวช ผู้หญิงอย่างเธอก็ดูเอาไว้ละกันนะ เคนเอ่ยปาก ขณะที่ในกลุ่มมีผู้หญิงเพียงสองคน คือวีวี่และน้ำหนึ่ง

            ฉันไม่สงสัยแล้วล่ะ ว่าทำไมพ่อแม่ถึงภาคภูมิใจกันนัก เวลาที่มีลูกชายไว้บวชให้เนี่ย เพราะลูกจะได้อยู่ในศีลในธรรม แล้วจะได้หมดห่วงนอนตายตาหลับ น้ำหนึ่งแสดงความเห็น

            ไอ้น้ำ...แกอย่ามาพูดเรื่องความเป็นความตายได้ไหมวะ ไม่เป็นมงคลเลย พวกเราเพิ่งออกมาจากค่ายธรรมะนะเว้ย เคนติติง

            แต่ข้าว่ามันก็จริงอย่างที่น้ำว่านะ ตั้งแต่เกิดมาสิบกว่าปีข้ายังไม่เคยแม้แต่บวชเณรเลยว่ะ ปิดเทอมใหญ่พวกเราไปบวชภาคฤดูร้อนกันดีไหม กลางชลเสนอ

            ก็ดีนะ ฉันกับยัยวี่จะได้ไปใส่บาตรให้พวกแกทุกวันเลย ได้บุญไปด้วย น้ำหนึ่งได้ทีเออออห่อหมก

            แหม...ทีงี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยได้นะคู่เนี้ย มีอะไรก็พูดก็คุยกันดีๆ หันหน้าเข้าหากัน มาตกลงคบกันซะ พวกเราจะได้สบายใจซะทีนะน้ำ โอ๊กที่นั่งเงียบอยู่นานก็แซวขึ้นมา

            โอ๊ก แกพูดอะไรก็หัดคิดซะบ้างนะ ว่าสิ่งที่พูดน่ะมันเป็นสาระหรือไม่ใช่สาระ คนที่ถูกกล่าวถึงไม่มีวันยอมโดนแซวเฉยๆ อยู่แล้ว เธอจึงต่อปากต่อคำเข้าให้

            ไอ้น้ำมันว่าเอ็งไร้สาระว่ะไอ้โอ๊ก ฮ่าๆๆๆ เคนแซวโอ๊กกลับ ชวนให้ทุกคนในกลุ่มพากันหัวเราะเสริมคำพูดของเขา

            แต่กลางชลไม่ได้เฮฮาไปกับคำแซวของน้ำหนึ่งด้วย เขารู้สึกเจ็บปวดใจกับคำว่า ไร้สาระของหญิงสาวที่ว่ากล่าวเพื่อนในกลุ่ม ที่แสดงให้เห็นว่าเธอคิดเรื่องของเขาเป็นเพียงเรื่องไร้สาระเท่านั้น

            เสร็จจากนี่เราจะไปไหนกันดีวะ ก่อนที่พรุ่งนี้ต้องกลับไปคร่ำเคร่งกับการเรียนกันต่อ เคนเอ่ยถามขึ้นหลังจากเสียงหัวเราะเงียบลงแล้ว

            หน้าอย่างเอ็งเนี่ยนะไอ้เคนนี่ จะคร่ำเคร่งกับการเรียน ข้าว่าเอ็งใจจดใจจ่อที่จะได้เจอน้องใบบัวมากกว่ามั้ง... โอ๊กลากเสียงยาวล้อเลียนเคน ทำให้บรรยากาศในกลุ่มครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง

            พูดอะไรก็เกรงใจพี่ชายเค้าหน่อยไอ้โอ๊ก เคนพูดพร้อมบุ้ยใบ้ไปทางกลางชลที่ไม่ได้ร่วมวงเฮฮากับคนอื่นๆ จนทุกคนรู้สึกได้ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำหนึ่งที่เริ่มหมั่นไส้คนที่ทำตัวมีปัญหาเพียงคนเดียวในกลุ่ม

            จะพูดจะจากระทบกระทั่งถึงใคร ก็อย่าลืมดูเหง้าหน้าเค้าหน่อยนะไอ้เคน หน้ายับอย่างกับไปโกรธใครมาร้อยชาติขนาดนั้น ฉันว่าพวกแกอย่าไปยุ่งเลย เดี๋ยวของขึ้นขึ้นมาพวกเราจะโกยแทบไม่ทัน

            ไอ้น้ำ...เป็นสาวเป็นแส้ มาพูดเรื่องของคงของขึ้นอะไรไม่งามเลยนะยะ วีวี่พูดขัดหลังจากที่ได้ฟังประโยคแปร่งๆ ของเพื่อนสาว

            เธอนั่นแหละคิดลึกไปรึเปล่าวีวี่ ไอ้น้ำมันหมายถึงอารมณ์โมโห ไม่ใช่อารมณ์...อย่างอื่น เคนพูดสองแง่สามง่ามจึงทำให้หนุ่มๆ เฮขึ้นมาอีกระลอก

            โอ๊ย! เลิกพูดกับพวกแกแล้ว ฉันจะกลับบ้าน...พวกแกจะไปไหนกันต่อก็ตามใจเถอะนะ น่ารำคาญกันจริงๆ เลย พูดจบน้ำหนึ่งก็วางเงินค่าอาหารส่วนของตัวเองแล้วสะบัดก้นลุกหนีไป ทุกคนมองตามไปด้วยความงงงวย

            เมนส์มันไม่มารึเปล่าวะ อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าพายุดีเปรสชั่นอีก เคนบ่นพึมพำส่งท้าย

            ฉันไปด้วยสิยะยัยน้ำ พวกนาย...ฉันกลับก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน วีวี่ผลุนผลัน รีบหันไปกล่าวล่ำลาสี่หนุ่มแล้วลุกตามน้ำหนึ่งออกไป

 

            วันจันทร์วันเริ่มต้นของการเรียนตามปกติ บรรยากาศภายในห้องของนักเรียนที่กำลังรออาจารย์มาสอนวิชาแรกก็ยังวุ่นวายเหมือนเดิน เสียงเซ็งแซของนักเรียนที่คุยแข่งกันฟังไม่ได้ศัพท์

            ได้ยินห้องอื่นลือกันว่า มีนักฟุตบอลทีมชาติย้ายมาเรียนโรงเรียนเราน่ะยัยน้ำ วีวี่เดินเข้ามาบอกข่าวใหม่กับเพื่อนสาวด้วยความตื่นเต้น

            เหรอ...แล้วไง?! เธอจะย้ายห้องตามเค้ารึไง น้ำหนึ่งตอบรับเสียงห้วนอย่างเมินเฉย

            ก็ไม่แล้วไงหรอก แต่เย็นนี้เราไปดักเจอหน้าเค้ากันเถอะ ฉันอยากเห็นหน้าเค้าว่าจะหล่อน่ากรี๊ดขนาดไหนอ่ะ วีวี่ไม่สนใจความเฉยชาของอีกฝ่าย เธอยังคงตื่นเต้นระริกระรี้ต่อ

            นี่ขนาดเธอยังไม่เห็นหน้ายังกรี๊ดขนาดนี้เนี่ยนะ น้ำหนึ่งส่ายหน้าไปมาอย่างระอาในตัวของเพื่อนสาว ว่าแต่...นายเคนนี่ไปไหนเนี่ย ยังไม่เจอหน้าเลยแต่เช้า

            ติดหญิงอยู่...โน่นแหละ! อาคารเรียนห้องน้องใบบัว มัวแต่เยิ่นเย้อกันอยู่อย่างกับจากกันนานไปเป็นปีๆ วีวี่ตอบด้วยความหมั่นไส้เพื่อนหนุ่ม คนเพิ่งมีความรักก็งี้แหละเนอะ อะไรๆ ก็ดูสวยงามไปซะหมด

            น้ำหนึ่งแอบค้อนกับท่าทีหวานซึ้งในความรักของวีวี่อย่างหมั่นไส้ ว่าแล้วเธอก็มองหาใครอีกคนที่ไม่กล้าถามถึงกับเพื่อน...กลางชล

            คิดถึงเราอยู่หรือเปล่า...ยัยจอมแสบ เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ หู พร้อมกับคนที่เธอกำลังมองหาเมื่อครู่ก้าวเข้ามาประชิด ใกล้เสียจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาได้

            อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะ! ใครคิดถึงนายไม่ทราบ...หลงตัวเองมากเกินไปหรือเปล่าอีตากลางบึงบ้า หญิงสาวหันไปต่อปากต่อคำในทันทีทันใด

            อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ยิ่งเธอโมโหเขาได้มากเท่าไรเขาก็ยิ่งถูกใจที่กวนประสาทเธอได้สำเร็จ ไม่รู้เพราะเหตุใดที่ทำให้เขาอยากกวนแต่อารมณ์ของยัยจอมแสบนี่นัก

            ปากแข็งไปเถอะ ไม่คิดถึงเราก็ไม่เป็นไร เราจะได้ไม่มาวุ่นวายเธออีก เหมือนชายหนุ่มจะพูดตัดพ้อ แต่น้ำเสียงของเขาฟังดูทีเล่นทีจริงมากกว่า

            ไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉันอีกเลยสิดี ชีวิตฉันจะได้สุขสงบเหมือนคนอื่นเขาเสียที ว่าแล้วสาวเจ้าก็สะบัดหน้าหนีโดยพลัน

            เมื่อหันหน้าหนีเขามาแล้ว แทนที่เธอจะได้ยินเสียงเขาพูดต่อล้อต่อเถียงเหมือนอย่างเคย แต่กลับเงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ อีก เธอจึงหันกลับไปมองก็พบว่า นายกลางบึงบ้า ได้เดินไปจากตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

            วันนี้ทั้งวันเป็นวันที่น้ำหนึ่งเหงาหงอยกว่าปกติ เพราะเพื่อนๆ รอบตัวก็ไม่มีใครสนใจเธอเลย เคนก็คอยแต่ไปตามใบบัวทั้งตอนพักกลางวันและตอนเลิกเรียน ส่วนวีวี่ก็ตามหาหนุ่มนักฟุตบอลที่เธอกำลังกรี๊ดกร๊าด ส่วนนายกลางชลนั่น...ก็ไปกับนายโอ๊กและนายมิน ซึ่งอยู่คนละห้อง

            นี่ๆๆ...วันนี้มีบอลนัดล้างตานี่นา ใครเชียร์ทีมไหนบ้าง เธอพูดขึ้นขณะที่เพื่อนทุกคนในห้องพากันเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน ไม่มีใครสนใจจะตอบคำถามของเธอเลย นายชล นายล่ะเชียร์ใคร

            ไหนเธอบอกว่าไม่อยากให้เราวุ่นวายกับชีวิตเธอไง แทนที่ชายหนุ่มจะตอบคำถามเขากลับมาพูดจากวนประสาทเธออีก

            ฉันจะพูดดีกับนายสักครั้งไม่ได้เลยใช่ไหม...ทีหลังฉันจะได้ไม่ต้องพูดดีกับนายให้มันเสียปาก!” กิริยาเง้างอนของเธอทำให้เขาอดที่จะแอบยิ้มไม่ได้

            ก่อนที่เธอจะปริปากไปชวนเคนกับวีวี่คุย สองคนนั้นก็ลุกออกจากห้องไปโดยไม่รีรอ ไม่ล่ำลาหรือจะมาชวนเธอไปโน่นมานี่เหมือนอย่างเคย เฮ้ย! ไอ้เคน วีวี่...พวกแกจะรีบไปไหนน่ะ

            ไม่มีใครสนใจจะฟังเธอเลยสักคนเดียว คนไม่มีภารกิจอะไรอย่างน้ำหนึ่งจึงได้แต่เหงาหงอยต่อไป ครั้นเธอจะงอนหรือน้อยใจเพื่อนๆ ก็ไม่เป็นผลเพราะเพื่อนๆ ไม่อยู่มาเห็นอาการน้อยใจของเธอสักคนนี่นา!

            เลิกเรียนวันนี้นักเรียนในโรงเรียนก็ยังคงคึกคักเหมือนอย่างเคย ยกเว้นนางสาวน้ำหนึ่งที่เดินคนเดียวผิดแผกไปจากทุกวัน

            วันนี้ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมดวะ หญิงสาวบ่นอย่างหงุดหงิด เคนก็ติดหญิง ยัยวี่ก็ติดหนุ่ม เฮ้อ...หรือว่ายัยวี่จะโกรธเราที่ไม่ยอมไปดูหน้านักบอลอะไรนั่นนะ

            ก่อนจะก้าวพ้นจากบริเวณโรงเรียน น้ำหนึ่งก็สังเกตเห็นกอหญ้ากับแองจี้อยู่ที่ห้องฝ่ายปกครอง เธอจึงเดินเข้าไปด้อมๆ มองๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั่น เพราะปกติยัยสองสาวนี่ไม่ค่อยถูกกับห้องปกครอง...เท่าที่เธอรู้มา

            สองสาวมองเห็นน้ำหนึ่งแล้ว แต่แทนที่จะเข้ามาชวนทะเลาะด้วยเหมือนเดิม พวกเธอกลับเมินเฉย เหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนจนน้ำหนึ่งเองก็แปลกใจ

            แม้แต่กระทั่งยัยสองคนนี้ยังมึนตึงเราเลยเหรอเนี่ย ฟ้าลิขิตให้ทุกคนเลิกคบเรารึไงนะวันนี้ หญิงสาวยังไม่วายบ่นๆ กับตัวเองอีกครั้ง

            เธอจึงไม่อยากสนใจอะไรสองคนนั้นอีก เพราะคิดว่าไม่โดนชวนทะเลาะก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว น้ำหนึ่งจึงเดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน แต่ระหว่างที่กำลังรอรถเมล์เธอก็เห็นกลางชลเดินมากับโอ๊กและมิน

            นี่...พวกนายกำลังจะไปไหนกันน่ะ หญิงสาวพูดขึ้นทักทาย แต่ไม่ได้เจาะจงว่าพูดกับใคร คืนนี้จะดูบอลนัดล้างตากันรึเปล่าอ่ะ

            ดูๆๆ โทษทีนะน้ำพวกเรารีบไป โอ๊กหันมาตอบแต่เท้าก็รีบสาววิ่งให้ทันรถเมล์ที่มาจอดเทียบท่าพอดี กลางชลกับมินก้าวขึ้นไปก่อนแล้ว

            รถเมล์ออกจากป้าย ทิ้งให้น้ำหนึ่งยืนเกาหัวแกรกๆ วันนี้ฉันมีหูสามหูรึไงเนี่ย ถึงได้ไม่มีใครสนใจฉันเลย



 

สวัสดีมิตรรักแฟนนิยายทุกท่าน !!
ขอโทษทุกท่านอย่างสุดซึ้ง ..ที่นักเขียนหายหน้าหายตา
ไปจากวงการนิยายออนไลน์ไปซะนาน
ตอนนี้ได้เวลากลับมาโพสต์ "ลุ้นรักศึกแดงเดือด" ให้จบแล้ว .

อย่าลืมคอยติดตามนิยายเรื่องใหม่ (ที่ไม่ใหม่) กันด้วยนะคะ
สุดท้ายนี้ก่อนจะแวบไปแต่งตอนต่อไป
อยากเห็นเม้นท์ของคนอ่านให้ชื่นใจนิดนึงนะ :D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #334 Pimmy's V.I.P. (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 มกราคม 2554 / 20:49
    Please up this chapter!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มกราคม 2554 / 00:59
    #334
    0