[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 35 : [ Match XXVIV ] : ก็ถ้าเราเดินเคียงข้างเธอไป เรากลัวจะอดจูงมือเธอไม่ได้น่ะสิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 มี.ค. 55

 
 

ช่วงชีวิตฉันที่ขาดเธอเหมือนจะตาย หัวใจมันทนไม่ไหว

มันคอยแต่มองร้องหาว่าเธออยู่ไหน และเป็นอย่างไร...

            ญิงสาวนอนกึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวมุมเดิมหน้าโทรทัศน์ ช่องเพลงเก่าตามสไตล์สถานีเพลง ที่มีแต่มิวสิกวิดีโอให้ดูทั้งวันทั้งคืน มือของเธอถือรีโมทคอนโทรล พร้อมกับดวงตาก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอ แต่จิตใจกลับเหม่อลอยคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ

            น้ำ...วันนี้ไม่ดูบอลเหรอลูก ไหนว่ารอนัดนี้มานานแล้วไง แม่เดินเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าลูกสาวดูเหม่อลอยผิดปกติ

            เบื่อน่ะแม่ ดูแต่บอลมาตลอด วันนี้เปลี่ยนมาฟังเพลงแล้ว เธอตอบแม่แบบขอไปที

            แม่ไม่ได้พูดอะไรอีก ปล่อยให้ลูกสาวทำตามใจตัวเอง แต่ก็ยังไม่วายถามถึงการบ้าน และอ่านหนังสือทบทวนการเรียน รวมทั้งกำชับว่าอย่านอนดึก หญิงสาวรับปากแม่อย่างขอไปทีเหมือนเคย

            เมื่อใจไม่ได้จดจ่ออยู่กับโทรทัศน์มากนัก น้ำหนึ่งจึงหยิบโทรศัพท์มือถือของตนมากดดูหน้าจอ เผื่อว่าจะมีสายที่ไม่ได้รับจากเพื่อนๆ บ้าง แต่ก็ว่างเปล่า ไม่มีใครโทรมา ไม่มีใครถามเรื่องฟุตบอลอย่างที่เคย

            เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปยังช่องกีฬา ทีมลิเวอร์พูลแข่งขันอยู่ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจจะหยุดดู เธอกลับเปลี่ยนช่องอีกครั้ง คราวนี้เป็นช่องที่กำลังถ่ายทอดการแข่งขันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่แข่งขันพร้อมๆ กันกับทีมโปรดของเธอ

            หญิงสาวกลับเลือกที่จะหยุดดูแข่งคู่แข่งตลอดกาลของทีมรัก เธอดูมันจนกระทั่งจบการแข่งขันโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนช่องอีกเลย ทีมปีศาจแดงคว้าชัยชนะมาได้

            มารู้ตัวอีกที ตนเองก็เผลอดูการแข่งขันของทีมคู่อาฆาตของทีมโปรดจนจบเกมแล้ว เมื่อเธอเปิดกลับมาที่ช่องเดิมที่ถ่ายทอดการแข่งขันของลิเวอร์พูล ก็พบว่าการแข่งขันได้จบลงไปแล้วเช่นกัน

            อ้าว...จบไปแล้ว เลยไม่รู้เลยว่าหงส์ชนะหรือแพ้ น้ำหนึ่งบ่นๆ กับตัวเองพึมพำ ก่อนที่จะปิดโทรทัศน์แล้วเตรียมตัวเข้านอน

            เมื่อเดินมาถึงเตียงเธอก็ล้มตัวลงนอน กำลังจะเอื้อมมือไปดับไฟแต่เธอก็ชะงัก เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าบางทีเพื่อนๆ อาจจะโทรมาคุยเรื่องการแข่งขันเมื่อครู่ หญิงสาวจึงรีบลุกขึ้นเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ที่โซฟาเข้ามาด้วย แต่ก็ไม่มีใครโทรเข้ามาเลยสักคน!

            ดีใจด้วยนะ ที่คืนนี้ได้ฉลองชัยชนะ น้ำหนึ่งกดพิมพ์ข้อความค้างไว้ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กดส่งไปหากลางชล

            เธอมองดูหน้าจอโทรศัพท์อยู่สักพัก กลางชลก็ไม่เห็นจะตอบกลับมาเสียทีจึงนึกน้อยใจ แต่เธอก็ไม่ได้โวยวายอย่างที่เคย วางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะข้างเตียงแล้วปิดไฟนอน

            วันรุ่งขึ้น เมื่อเคนมาถึงเดินเข้าห้องมาก็ตรงรี่เข้ามาหาน้ำหนึ่งที่กำลังนั่งเหม่อลอยขณะที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนเช่นกัน

            ไอ้น้ำๆๆ เมื่อคืนแกดูบอลรึเปล่าวะ สะใจเป็นบ้าเลย เคนถามขณะที่กำลังวางกระเป๋าลง

            เปล่า...ไม่ได้ดู หญิงสาวตอบอย่างเรียบเฉย ไม่รู้สึกรู้สาอะไร

            เฮ้ย! มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่แกจะไม่ดูหงส์แข่งเมื่อคืน ไหนแกว่าแกรอดูนัดนี้อยู่ไงวะ เคนรู้สึกประหลาดใจ

            ฉันเบื่อน่ะ ก็เลยไม่ดู เธอตอบแล้วก็ลุกออกไปทันที ทิ้งให้เพื่อนหนุ่มมองตามอย่างงงๆ

            ขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายอยู่หน้าชั้นเรียน วีวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็สังเกตเห็นว่าเพื่อนสาวของเธอกำลังอยู่ในช่วงที่จิตใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเลยแม้แต่น้อย จึงสะกิดให้เคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าให้หันมาดู

            วันนี้ยัยน้ำมันเป็นอะไรของมันวะ พูดก็แบบถามคำตอบคำ ไม่ยิ้มแย้ม วีวี่กระซิบกับเคน

            ไม่รู้เหมือนกัน ชวนคุยเรื่องบอลเมื่อคืนก็บอกว่าไม่ได้ดู ทำหน้าเหมือนหมาป่วย

            ช่วงพักกลางวัน น้ำหนึ่งหมกตัวอยู่แต่ในห้องเรียนใส่หูฟัง ฟังเพลงในเครื่อง MP3 ในขณะที่เพื่อนๆ พากันไปนั่งคุยโวเรื่องบอลกันที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนหน้าอาคารเรียน

            อาจารย์ที่จะสอนในคาบบ่ายเข้ามาเตรียมการสอน เมื่อเห็นว่าน้ำหนึ่งนั่งอยู่เพียงคนเดียวจึงวานให้เธอไปช่วยยกหนังสือที่ห้องพักครู ทำให้เธอไม่ทันได้ปิดเครื่องเล่น MP3 ได้แต่ถอดหูฟังวางกองไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะ

            กลางชลเดินเข้ามาเก็บของ ก่อนที่จะออกไปสมทบคุยเรื่องบอลกับเพื่อนๆ ที่หน้าอาคาร ห้องที่เงียบสงัดทำให้เขาได้ยินเสียงแว่วๆ ของเพลงแถวนั้น เมื่อมองไปรอบๆ จึงเห็นว่าเครื่องเล่น MP3 ที่อยู่ในลิ้นชักกำลังทำงานอยู่

            อ้าว...ไม่ได้ปิดเครื่องนี่ อย่างนี้เปลืองแบตฯ แย่ ว่าแล้วชายหนุ่มก็หยิบขึ้นมาจะปิดเครื่องให้ แต่ด้วยความอยากรู้ว่ายัยนี่ชอบฟังเพลงแนวไหน เขาจึงลองฟังดูก่อน

ช่วงชีวิตฉันที่ขาดเธอเหมือนจะตาย หัวใจมันทนไม่ไหว

มันคอยแต่มองร้องหาว่าเธออยู่ไหน และเป็นอย่างไร...

            เพลงที่เล่นท่อนเดียวซ้ำไปซ้ำมา ทำให้เขาต้องถอดหูฟังแล้วตรวจตราดูความผิดปกติของเครื่อง MP3 เครื่องนั้น

            ยัยนี่บ๊องเอง หรือเครื่องมันเจ๊งเนี่ย...ฟังเพลงท่อนเดียว

            วันนี้ทั้งวันน้ำหนึ่งไม่ได้พูดคุยกับใคร นอกจากจะมีคนเข้ามาถามอะไรเธอก็ตอบแบบขอไปที จากนั้นก็ไม่คุย ไม่พูดหัวหยอกล้อกับใครเหมือนเช่นปกติเลย หลังเลิกเรียนแทนที่จะกลับบ้านเธอก็นั่งฟังเพลงอยู่ใต้ต้นหูกวางข้างๆ สนามฟุตบอล

            โอ๊ย...!” หญิงสาวร้องลั่น หลังจากที่ฟุตบอลลอยมาโดนหัวเธอเข้าเต็มๆ ถ้าเป็นปกติเธอจะลุกขึ้นด่าเจ้าคนที่ทำลูกกลมๆ มาโดนหัวตนไฟแลบ...แต่ไม่ใช่วันนี้!

            ขอโทษครับ เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่อเขาพูดจบเธอยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดจากข้างสนามอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อมองไปก็พบว่าเป็นวีวี่นั่นเอง ที่ยืนกรี๊ด นักฟุตบอล คนนี้ที่ทำลูกบอลโดนหัวน้ำหนึ่งเข้าเต็มๆ

            วีวี่เดินเข้ามาหาน้ำหนึ่ง หลังจากที่นักฟุตบอลรูปหล่อวิ่งเข้าสนามไปเล่นบอลต่อแล้ว แก...คนนี้แหละๆๆ ที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังไง เค้าชื่อพี่อาร์ต ฉันไปสืบมาแล้ว...หล่อไหมๆ

            อืม...ก็โอเค. แต่ไม่ใช่สเปคฉันน่ะ เธอพูดจบก็ฟังเพลงต่ออย่างไม่สนใจ

            อ๊ายยย~ ฉันล่ะอิจฉาแกชะมัดเลย พี่เค้าขอโทษแกด้วยอะ สุภาพบุรุษเนอะ วีวี่ทำท่าฝันหวาน

            ก็ลองไม่ขอโทษดูสิ ฉันจะเตะให้น่วม เอาให้เตะบอลต่อไม่ได้เลย

            ทำไมไม่เป็นฉันที่นั่งแทนเธอตรงนี้นะ หลบๆๆ ฉันนั่งแทนเธอดีกว่า เผื่อว่าจะโดนบอลพี่เค้าบ้าง พี่เค้าจะได้มาขอโทษฉัน...ฉันก็จะบอกว่า จะยกโทษให้ถ้าพี่ให้เบอร์โทรโฮะๆๆๆ

            น้ำหนึ่งลุกหนีวีวี่ที่ฝันเฟื่องเพ้ออะไรไปคนเดียวและไม่ได้สนใจเพื่อนสาวอีก เธอลุกเดินออกจากบริเวณโรงเรียนเดี๋ยวนั้นเลย

            สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ น้ำหนึ่งก็มีอาการเศร้าซึมมาโรงเรียนทุกวัน ในขณะที่กลางชลชอบหายไปกับโอ๊กและมินที่อยู่คนละห้องมากกว่า จึงไม่ค่อยได้เห็นหน้าเขาเท่าไร ส่วนกอหญ้ากับแองจี้ สองรายนั้นหายเข้ากลีบเมฆไปหลังจากที่น้ำหนึ่งเจออยู่ที่ห้องปกครองวันก่อน

            น้ำหนึ่งที่เศร้าซึมได้แต่มองกลางชลยิ้มแย้มแจ่มใสกับเพื่อนๆ ในห้อง เขาไม่ได้มาคอยต่อปากต่อคำกับเธอเหมือนเช่นเคย ดังที่เขาได้บอกเธอไว้ตั้งแต่แรกว่าจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตของเธออีก

            นี่...วีวี่ หมู่นี้ทำไมเธอถึงปล่อยให้น้ำอยู่คนเดียวตลอดเลยวะ เคนกระซิบกระซาบกับวีวี่ พร้อมกับมองน้ำหนึ่งที่นั่งซึมเศร้าไม่สนใจโลก

                นายอย่ามาว่าแต่ฉันได้ไหม นายเองก็เหมือนกันแหละเคน เดี๋ยวนี้ติดสาวซะหลงลืมเพื่อนนะยะ วีวี่ได้ทียอกย้อนกลับไปบ้าง

            เฮ้ย! มันคนละประเด็นกัน ชายหนุ่มรีบแก้ตัวพัลวัน

            มันจะคนละประเด็นได้ยังไง ในเมื่อนายก็ปล่อยให้น้ำอยู่คนเดียวจนเหงาเศร้าอย่างที่เห็นแบบนี้เหมือนกันแหละ ว่าแต่...นายกลางชลเค้าเป็นอะไร เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทะเลาะกับยัยน้ำเหมือนเคย

            มันเป็นวิธีปราบพยศจอมแสบน่ะ เคนพูดยิ้มย่อง วีวี่หันขวับมามองหน้าเขาอย่างแปลกใจ

            เดี๋ยว! นายหมายความว่ายังไงเคนนี่...

            ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร ได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความพออกพอใจเพียงลำพัง วีวี่ทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจในท่าทีของเพื่อนหนุ่ม

 

            สัปดาห์แห่งการสอบปลายภาคทำให้บรรยากาศภายในโรงเรียนลดความครึกครื้นลงไปมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มของกลางชล เคน โอ๊ก และมิน ที่ปกติจะหาโอกาสมานั่งคุยกันเรื่องฟุตบอล แต่ช่วงนี้ก็ต้องทบทวนตำราเรียน และตั้งใจกับการสอบ

            น้ำหนึ่งเองก็สงบปากสงบคำลงไปมาก หลายสัปดาห์มานี้เธอแทบจะนับคำที่พูดกับคนอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะกับนายกลางชล เธอไม่ได้พูดอะไรกับเขานานหลายวัน ต่างคนก็ต่างไม่สนใจและไม่วุ่นวายในชีวิตของกันและกัน

            วันสอบวันสุดท้ายของภาคเรียน นักเรียนที่สอบเสร็จในช่วงเช้าและไม่มีสอบต่อในช่วงบ่ายต่างก็ทยอยกลับบ้าน หรือไปฉลองสอบเสร็จ มีเพียงบางส่วนที่ต้องรอสอบตอนบ่าย รวมถึงกลุ่มของน้ำหนึ่ง และนักเรียนชั้นม.๕ ทุกคน โรงเรียนเริ่มเงียบเหงาลง

            น้ำ...สอบเสร็จแล้วแกจะไปไหนต่อรึเปล่า วีวี่เข้ามาถามขณะที่เจ้าตัวกำลังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่หน้าห้องสอบ แต่สมาธิไม่ได้จดจ่อกับหนังสือบนตักเลยสักนิด

            ก็คงจะกลับบ้านเลยมั้ง ไม่รู้จะไปไหน เธอเงยหน้าขึ้นมาตอบ จากนั้นก็ก้มหน้างุดต่อไป

            อุ๊ยได้ไง คนอย่างน้ำหนึ่งเนี่ยนะสอบเสร็จแล้วจะรีบกลับบ้าน ไม่มีแผนจะชวนพวกฉันไปฉลองสอบเสร็จที่ไหนเลยเหรอ เพื่อนสาวพูดอย่างประหลาดใจ เอางี้ดีกว่า...ฉันจะเป็นต้นคิดชวนกลุ่มเราไปฉลองเอง

            กลุ่มเรา?! เธอหมายถึงเราสามคนเหรอ

            สามคนที่ไหน กลุ่มเรามีหกคนนะลืมแล้วหรือไง ฉันกับแกสองคน แล้วก็ไอ้เคนนี่ นายโอ๊ก นายมิน แล้วก็...นายกลางชลไง

            พอได้ยินชื่อสุดท้ายคนฟังก็หูผึ่ง นี่นายนั่นมาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับพวกเธอตั้งแต่เมื่อไรกัน แล้วเธอคิดไว้รึยังล่ะว่าเราจะไปไหนกันดี
           
ไปร้องคาราโอเกะเป็นไง เพื่อนสาวทำน้ำเสียงตื่นเต้น ซึ่งแตกต่างจากอีกฝ่ายที่ดูเฉยชา ไม่มีทีท่าว่าจะอยากไปไหน

            วันนี้คนคงเยอะ ไปที่อื่นไม่ดีกว่าเหรอ

            งั้นเธอมีที่ไหนที่ดีกว่านี้มาเสนอไหมล่ะ อย่าบอกนะว่าบ้านใครบ้านมัน สอบเสร็จทั้งที ไปฉลองวันปิดเทอมกันหน่อยเหอะ เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งเดือน

            ฉันก็ไม่รู้ แล้วแต่เธอก็แล้วกัน เพื่อนพูดมาขนาดนี้แล้ว จะให้เธอปฏิเสธก็คงไม่ได้ น้ำหนึ่งจึงปล่อยเลยตามเลย

            ถ้างั้นคาราโอเกะนะ วีวี่พูดน้ำเสียงตื่นเต้นที่ได้เลือกที่ไปด้วยตนเอง เธอไม่รอความเห็นใดๆ จากอีกฝ่ายอีก รีบไปชวนพวกหนุ่มๆ ก่อนที่น้ำหนึ่งจะเปลี่ยนใจไม่ไป

            หลังจากสอบเสร็จแล้ว กลุ่มของสี่หนุ่มกับอีกสองสาว รวมถึงใบบัวด้วยอีกคนก็มุ่งหน้าไปร้านคาราโอเกะตามที่ได้นัดหมายกันไว้ตั้งแต่แรกจากการติดต่อประสานของวีวี่

            โล่งอกโล่งใจได้ซะทีนะ ที่ยัยสองคนตัวป่วนออกไปจากชีวิตพวกนายได้ นายใช้วิธีไหนเนี่ยนายชล นายมิน วีวี่ถามขึ้นขณะที่กำลังรอต่อห้องคาราโอเกะ สองหนุ่มผู้ถูกถามมองหน้ากันว่าใครจะเป็นคนตอบ

            เรากับไอ้ชลจับได้ว่าสองคนนั้นแกล้งเป็นลมในค่ายธรรมะ อาจารย์เลยสอบสวน เราเห็นว่าเค้าสองคนเป็นคนไม่น่าคบก็เลยบอกให้เลิกยุ่ง มินเป็นฝ่ายตอบ

            โอ้โห...นี่พี่สองคนคงจะเป็นสองคนสุดท้ายในโรงเรียนเลยมั้งคะที่เพิ่งรู้ว่ายัยสองคนนั่นเป็นคนไม่ดี จอมแอ๊บหน้าไหว้หลังหลอก ใบบัวออกความเห็น ทุกคนก็รู้สึกเห็นด้วย

            จริงๆ ก็รู้ตั้งนานแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงดีต่างหาก กลางชลเสริม

            เออ...ไอ้พ่อสุภาพบุรุษ เคนได้ทีเหน็บแนม

            บรรยากาศการร้องเพลงคาราโอเกะของหนุ่มสาวสาวกเกมลูกหนังทุกคนก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ยกเว้นก็แต่กลางชลและน้ำหนึ่ง ที่นั่งเมินเฉยราวกับแบกโลกทั้งใบไว้ แม้เพื่อนๆ จะคะยั้นคะยอให้ลุกขึ้นเต้นด้วยกันหลายตลบแล้วก็ตาม

            เมื่อถึงเวลาต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน เคนโดนเพื่อนๆ ยุยงให้ไปส่งใบบัว โดยที่เพื่อนๆ จงใจแยกให้กลางชลไปส่งน้ำหนึ่ง

            แกก็ไปส่งไอ้น้ำมันไง บ้านมันไกลสุดในกลุ่มเราเลยนะเว้ย เดี๋ยวน้องใบบัวให้ไอ้เคนไปส่งเอง นายโอ๊กได้ทีกะเกณฑ์ให้เลยเสร็จสรรพ

            อ้าว...แล้วฉันล่ะ นายลืมฉันได้ไง ถ้าเกิดระหว่างทางฉันโดนฉุดขึ้นมาจะว่าไงยะ วีวี่โวยขึ้น เพราะเหมือนกับว่าเธอถูกลืมไปว่าเป็นผู้หญิงอีกคน

            นี่เธอ ถ้าคนอย่างเธอโดนฉุดนะ เราเดาว่าผู้ชายคนนั้นมันต้องเมาแน่ๆ หรือไม่ก็สติไม่ดีน่ะ ฮ่าๆๆๆ โอ๊กแซวอีกฝ่ายด้วยความคะนองปาก และส่งผลให้คนที่ถูกพูดถึงหน้าบึ้งตึงอย่างแรง

            ไอ้โอ๊ก แกต้องรับผิดชอบคำพูดของแกด้วยการไปส่งวีวี่เลย...ไปๆๆๆ นายมินด่วนสรุป พร้อมทั้งดุนหลังให้โอ๊กไปส่งหญิงสาว ส่วนตัวเขาจะได้รีบกลับบ้านสบายใจเฉิบ

            อะไรวะไอ้มิน เอาเปรียบกันชัดๆ โอ๊กบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมไปส่งวีวี่แต่โดยดี

            กลางชลเดินตามหลังน้ำหนึ่งไปไม่ห่าง แต่เขาก็รักษาระยะห่างไว้อย่างสม่ำเสมอ จนน้ำหนึ่งเองต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปาก...

            นายจะเดินมองรองเท้าฉันอีกนานไหมฮะ...น่ารำคาญ คำสุดท้ายเธอพูดพึมพำเหมือนบ่นกับตัวเอง

            ก็ถ้าเราเดินเคียงข้างเธอไป เรากลัวจะอดจูงมือเธอไม่ได้น่ะสิ

            หญิงสาวได้ฟังก็อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะปรับอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติ ฉันไม่ใช่หมานะยะ จะได้จูงไปไหนต่อไหนน่ะ

            กลางชลได้รับสายตาที่มองค้อนจากอีกฝ่ายมาวงใหญ่ แต่เขาก็ยังยิ้มด้วยความรู้สึกดีๆ ใครว่าเธอเป็นหมา เราหมายถึงตัวเองต่างหาก เพราะหมามันเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ รักเจ้าของไงล่ะ

            ก็เฉไฉไปได้เนอะ ปากผู้ชาย...

            แต่ปากผู้ชายคนนี้พูดแบบนี้แค่กับเธอแค่คนเดียวหรอกน่า เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาจนอีกฝ่ายต้องนิ่งเพื่อฟัง ต่อปากต่อคำกับเราเก่งขนาดนี้ แล้วหัวใจเธอจะยังเหมือนเดิมอยู่ไหม

            หมายความว่าไง

            นั่นแน่...ว่าแต่คนอื่นเฉไฉ เธอเองก็อย่าเฉไฉทำเป็นลืมดีกว่าน่า เขายิ้มทะเล้น บอกเรามาตรงๆ ดีกว่าว่าที่ผ่านมาเธอเหงา และคิดถึงเรามากขนาดไหน

            เขาหยุดยืนนิ่งต่อหน้าเธอแล้วส่งสายตาสื่อถึงความนัยจนอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายที่หลบตาไปเอง

            เธอยังรักเรา และยังคงรักไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยอมรับซะเถอะยัยน้ำเน่า จะมาปิดบังอยู่ทำไม ปิดใครก็ปิดได้ แต่เธอปิดบังตัวเองไม่ได้หรอกนะ...เราอยากสร้างความมั่นใจว่าเราดูแลเธอได้ เป็นแฟนกันนะน้ำหนึ่ง

            นายอย่ามาทำเป็นรู้ดีแล้วก็คิดเข้าข้างตัวเองหน่อยเลย ความรู้สึกของฉันมันหมดลงไปนานแล้วจากวันที่นายตีตัวออกห่างฉัน เพราะนายรับในตัวฉันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ที่ฉันมันผู้หญิงปากร้าย เอาแต่ใจ ใช้แต่อารมณ์ เชิญนายไปมองคนใหม่แล้วเดินจากฉันไปโดยไม่ต้องเหลียวหลังกลับมามองเลย มันยังจะดีซะกว่า...ฉันยังจะเจ็บปวดน้อยกว่านี้ !”

            หยาดน้ำใสๆ ไหลรื้นออกมาจากสองตาของหญิงสาวอย่างห้ามไว้ไม่อยู่อีกต่อไป

            เธอฟังเหตุผลของเราก่อนสิ...ไม่ใช่ว่าเราตีตัวออกห่างเธอหรอกนะ เราก็แค่อยากรู้ว่าเธอให้อภัยเราแล้วหรือยัง ตั้งแต่ช่วงที่เข้าค่าย เราทำทุกวิถีทางที่จะง้อเธอ เราแค่บังเอิญได้ยินที่เธอพูดกับเพื่อนเท่านั้น เราไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังเธอเลยนะ เขาหลุบตาลงต่ำ เธอเป็นฝ่ายสารภาพรักเราก่อนก็ไม่เห็นจะเสียหายนี่...

            ใครว่าฉันสารภาพรักนาย !”

            โอเคๆ...เราแค่บังเอิญผ่านไปได้ยิน เราก็ขอโทษแล้วไง แล้วเราก็บอกเธอไปหมดแล้วว่าเราก็รู้สึกเหมือนกันกับเธอ แล้วทำไมเธอต้องตั้งท่ารังเกียจเราถึงขนาดนี้ด้วย ชายหนุ่มก็เริ่มพูดอย่างมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง ถ้าเธอกลัวว่าจะเสียฟอร์ม เราจะขอเป็นฝ่ายสารภาพรักกับเธอก่อนก็ได้ เรารักเธอนะน้ำหนึ่ง แม้ว่าชาตินี้เธอจะไม่ให้อภัยเรา เราก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นได้อีกแล้ว

            ยิ่งเขาพูดเธอก็ยิ่งร้องไห้จนถึงขนาดปิดปากตัวเองไว้ไม่ให้เล็ดลอดเสียงคร่ำครวญออกมา หญิงสาวทรุดตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อนจนเขาต้องรีบค้อมตัวลงมาประคองเธอไว้

            ฉัน...ฉันมันดูแย่ขนาดนั้นเลยใช่ไหม ในตัวฉันมีอะไรดีบ้าง แล้วอย่างนี้นายยังจะมายืนยันว่ารักฉันอีกเหรอนายกลางชล น้ำหนึ่งคร่ำครวญจนพูดไม่เป็นคำเพราะร้องไห้ไปด้วย

            ต่อให้เธอเป็นยังไง เธอก็ดีในสายตาเรา แล้วเราก็จะยังคงยืนยันคำเดิมนะ เขาค่อยๆ ปาดน้ำตาให้เธอแล้วพยุงเธอให้ลุกขึ้นมาจากพื้นดิน น้ำนั่งตรงนี้ก่อนนะ...

            กลางชลประคองน้ำหนึ่งนั่งตรงเก้าอี้หินอ่อนบริเวณนั้นเอง หญิงสาวก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดหย่อน

            ที่ฉันร้องไห้ เพราะฉันเสียใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทำกับนาย พูดไม่ดีกับนาย ถ้าฉันจะบอกนายว่าขอโทษตอนนี้มันคงจะไม่สายเกินไปใช่ไหม

            เราอยากให้เธอเปลี่ยนจากคำว่าขอโทษ เป็นคำตอบรับรักของเรามากกว่านะ เขาเริ่มพูดทะเล้นใส่เธออีกครั้งเพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น หญิงสาวหัวเราะทั้งน้ำตา

            นายมันบ้า...บ้าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยนะนายกลางบึง

กลับมาหาฉันได้โปรดเถอะนะคนดี ต่อจากนี้ที่เคยร้องไห้

จะไม่ทำให้เธอต้องช้ำและเสียน้ำตา...

กลับมาเป็นอย่างเดิมได้ไหม รักกันอย่างเก่า

            เอ๊ะ ! นี่นาย... น้ำหนึ่งรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ เขาก็ร้องเพลงท่อนนี้ขึ้นมา เขายิ้มกรุ้มกริ่ม

            ก็แค่แอบรู้มาว่าเธอเป็นคนชอบฟังเพลงท่อนเดียวซ้ำไปซ้ำมา เราก็เลยต่อให้ซะเลย พูดจบกลางชลก็โดนน้ำมือของอีกฝ่ายตีรัวๆ ด้วยความเขินอายที่ถูกเขาล่วงรู้ความลับอีกเรื่องหนึ่งแล้ว

            นายมันบ้าจริงๆ ด้วย ไม่ผิดเลย

            บ้าแล้วรักไหมล่ะ เธอยังไม่บอกเราเลยนะ

            หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร นอกจากส่งยิ้มอย่างเขินอายทั้งๆ ที่สองแก้มยังคงเต็มไปด้วยคราบน้ำตา...


 
อ๊ากกกก !! (นักเขียนแอบคลั่งเล็กๆ ..)
จะไม่ให้คลั่งได้ไงคะคุณๆ ขา ก็ตอนที่ ๒๙ นี้ก็เหมือนเป็นตอนจบแล้วล่ะ
เพราะอีกตอนเดียวก็จะเป็นตอนที่ไว้ส่งท้าย คิดไปคิดมาก็แอบใจหายเหมือนกันนะเนี่ย

แอบหลงรักตัวละครเรื่องนี้ ...
ยังไม่อยากให้จบสักเท่าไรหรอก จริงๆ แล้ว

แอบคิดถึงแฟนคลับเรื่องนี้ทุกคนเลย
ใครจะมีกำลังใจให้เราบ้างน้อ...หนึ่งแรงใจของคุณมีค่าเสมอนะคะ จุ๊บๆ~

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น