[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 27 : [ Match XXI ] : ชลรักน้ำนะ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.พ. 53



            งียบ...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเข้ามาออนไลน์เอ็มเอสเอ็นอีกครั้ง ทั้งน้ำหนึ่งและกลางชลต่างก็ไม่มีใครทักก่อน น้ำหนึ่งที่นั่งจ้องชื่อของเขาอยู่นาน ก็ตัดสินใจเปลี่ยนข้อความส่วนตัวที่อยู่รองจากชื่อที่หน้าแรก

            ไม่เคยง้อใครก่อนเว้ย ! อย่ามาสำคัญตัวเองหน่อยเลย

            เปลี่ยนได้สักพักก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้น้ำหนึ่งเริ่มจะหมดความอดทน ดับเบิ้ลคลิกชื่ออีเมล์ของกลางชลขึ้นมา ก็ปรากฏหน้าต่างที่เตรียมพร้อมในการสนทนาส่วนตัว แต่เธอก็ยังลังเลที่จะพิมพ์ข้อความลงไป

            ในขณะที่กลางชลเองก็เปิดหน้าต่างการสนทนาส่วนตัวจากอีเมล์ของเธอขึ้นมาแล้วเช่นกัน แต่เขาก็ยังไม่พิมพ์ ต่างฝ่ายต่างยังไม่พิมพ์ข้อความ...

            กลางชลพิมพ์ไว้ว่า หวัดดีน้ำ...เรื่องวันนี้เราอยากขอโทษแต่เขายังไม่กด Enter เพื่อเป็นการส่งข้อความนั้นออกไป ชายหนุ่มนั่งจ้องหน้าจอนิ่งและเหม่อลอย

            ส่วนน้ำหนึ่งเองก็พิมพ์ข้อความค้างเอาไว้ในหน้าต่างแล้วเช่นกันว่า นี่เราออนเจอกันครั้งแรก นายจะใจดำไม่ทักฉันเลยใช่ไหมแต่ก็ยังคงไม่ส่งข้อความไปเช่นกัน หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักหน่วง

            ทั้งสองกดส่งข้อความของตนเองพร้อมกัน ทำให้ข้อความปรากฏที่อีกฝ่ายพร้อมกับที่พวกเขาพิมพ์ไป และในตอนนั้นเอง อินเตอร์เน็ตของทางฝ่ายน้ำหนึ่งก็หลุดออกจากการเชื่อมต่อ

            หน้าจอคอมพิวเตอร์ของกลางชลปรากฏชื่อเอ็มเอสเอ็นของเจ้าหล่อนว่าออกจากระบบไปแล้ว ทำให้เขาอ่านข้อความที่เธอส่งมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างทบทวน

            นานมากทีเดียวที่การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขัดข้องไป น้ำหนึ่งจึงตัดสินใจปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินไปเปิดเครื่องเสียง ก่อนที่เธอจะเอนกายลงนอนฟังเพลงอย่างสบายๆ

            ฟังเพลงอย่างเพลิดเพลินจนเกือบจะเคลิ้มหลับ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งขึ้นมาหยิบมันแล้วกดรับสาย

            [นี่ๆๆ...ไอ้น้ำ เช็คเมล์ด่วนเลย กำหนดการเข้าค่ายจริยธรรมออกแล้วนะ ต้องพิมพ์ใบจ่ายเงินด้วย บ้านฉันไม่มีเน็ตอ่ะ ฝากพิมพ์ด้วยนะ]

            เดี๋ยวยัยวีวี่! อะไรจะรีบร้อนขนาดนั้น เดี๋ยวค่อยปริ้นท์ก็ได้

            [ไม่รีบได้ไงเล่า อาจารย์ให้ส่งใบจ่ายเงินพรุ่งนี้ แล้วให้จ่ายเงินภายในเดือนนี้เท่านั้น]

            เอ้า...วันนี้ไม่เห็นมีใครบอกเลย

            [จะบอกได้ไงล่ะ ก็วันนี้พวกเราก็ยุ่งกันทุกคนอ่ะ จริงๆ อาจารย์บอกตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้ว แต่ฉันไม่ค่อยสนใจเองแหละ อย่าลืมพิมพ์มาเผื่อฉันด้วยนะ เดี๋ยวอดไปล่ะแย่เลย จะติดร. วิชาธรรมะ]

            วีวี่รีบร้อนพูดจนไฟแลบเธอก็วางสายไป ยังไม่ทันที่น้ำหนึ่งจะได้มีโอกาสเปิดปากบอกว่าอินเตอร์เน็ตของบ้านเธอกำลังล่มอยู่ตอนนี้ ทำให้เธอจำใจต้องเปิดเครื่องอีกครั้ง เพื่อเสี่ยงดูว่าตอนนี้จะใช้ได้หรือยัง

            รอแค่พักเดียวการเชื่อมต่อก็กลับมาเป็นปกติ ทำให้เธอต้องเข้าเอ็มเอสเอ็นอีกครั้ง เพราะถ้าเช็คเมล์จะสะดวกกว่าการเข้าเว็บ

            เมื่อล็อกอินเข้ามาเรียบร้อยแล้ว หน้าต่างก็ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เป็นข้อความที่กลางชลฝากไว้ขณะที่เธอออฟไลน์เพราะอินเตอร์เน็ตล่ม เวลาปรากฏตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้วจนเจ้าของข้อความนั้นไม่ได้อยู่

            ทำไมไม่ใช่เธอที่นั่งกินข้าวกับผม says :

            เธออาจจะโกรธเรามากจนไม่ให้อภัยเราไปเลยก็ได้ เรายอมรับว่าเราเองก็พูดแรงเกินไป เราขอโทษนะ...เราไม่อยากรู้สึกไม่ดีแบบนี้ต่อไป เราเลยอยากให้เธอได้รับรู้คำขอโทษจากเรา ไม่ว่าเธอจะอภัยให้เราไหม เราก็ไม่สนหรอก แต่เราไม่อยากทำลายความเป็นเพื่อนของเรากับเธอ และเราก็ไม่ได้คิดอะไรกับกอหญ้ามากไปกว่าความเป็นเพื่อนเลย

            เราขอโทษ...

            เราขอสารภาพกับเธออีกเรื่อง วันนี้เราบังเอิญได้ยินที่เธอกับนายเคนคุยกัน ได้ยินทุกคำพูด ^^ และเราก็ดีใจมาก...ที่น้ำไม่เกลียดเราอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกเหมือนโดนสารภาพรักต่อหน้ายังไงก็ไม่รู้

            หญิงสาวอ่านมาถึงตรงนี้อารมณ์โกรธก็เริ่มประทุขึ้นมา นี่เขาแอบฟังเธอกับเคนคุยกันหรือนี่ เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ ที่เธอจงใจปิดบังความจริงและสวมหัวโขนใส่เขามาตลอด

            ด้วยความอดทนที่หมดไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้เธอรีบร้อนกดโทรหาเจ้าของข้อความนั้นในทันที เธอโมโหจนแทบจะอยู่ไม่สุขแล้ว

            นี่...ไอ้นายกลางบึงบ้า! นายกล้าดียังไงถึงได้แอบฟังฉันกับไอ้เคนคุยกันวันนี้น้ำหนึ่งเดือดดาลใส่เขา หลังจากที่เขารับสายแล้ว

            กลางชลอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เขายังคงตั้งใจฟังเธอพูดต่อไป

            ยิ่งได้เห็นว่านายเป็นแบบนี้แล้ว ความรู้สึกของฉันมันก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ เหมือนกันนะรู้ไหม ว่าฉันเกลียดนาย...ฉันเกลียด! ฉันจะไม่มีวันให้อภัยนาย และจะตามจองล้างจองผลาญชีวิตนายให้ถึงที่สุด

            ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากปากเธอทำให้คนฟังต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยใจ

            น้ำ...เธอฟังเรานะเสียงทุ้มนั้นส่งผลให้คนกำลังวีนหยุดกึกไป เราไม่รู้ว่าเธอจะโกรธเราเรื่องอะไร แต่จากหัวใจแท้จริงของเรา มันตื้นตันอย่างพูดไม่ถูก เอ่อ...จะพูดอะไรมากก็ไม่ได้แฮะ ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม

            ทำไม พูดตอนนี้แล้วมันเป็นยังไงไม่ทราบ มีใครอยู่ตรงนั้นด้วยรึไง หรือว่ายังไม่กลับจากบ้านยัยกอหญ้านั่นสุ้มเสียงที่เปล่งออกมาของเธอก็ยังคงห้วนสั้นเช่นเดิม

            คนฟังหัวเราะกับอารมณ์หึงของเจ้าหล่อน เปล่า...ก็อยู่ในห้องคนเดียวนี่แหละ เราจะไปอยู่กับใครได้กันเล่า

            ใครจะไปรู้ ไม่มีอะไรที่เชื่อได้ทั้งนั้นแหละ ฉันไม่ได้ไปเห็นกับนายด้วยนี่

            อยากเห็นเราในสายตาตลอดเวลาอ่ะดิ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยมา เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงกลางชลพูดติดตลกแกมหยอดอีกฝ่าย

            ทะลึ่ง!”

            ชายหนุ่มแอบยิ้ม เขารู้สึกดีไม่น้อยที่ได้คุยกับเธอในครั้งนี้ แต่จะทำยังไงให้เธอรับรู้ว่าเขาก็รู้สึกไม่ต่างกัน และยอมรับในความรู้สึกนั้นของตนเอง

            เงียบ...เวลาถูกปล่อยให้เดินไปท่ามกลางความเงียบงันของทั้งสองฝ่าย ราวกับว่าเพียงแค่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันก็เป็นเรื่องที่วิเศษที่สุดแล้ว ความรู้สึกดีๆ ที่ถูกบดบังมานานแสนนานกำลังจะถูกเปิดกว้าง

            แสงจันทร์นวลสาดแสงทอลงมายามค่ำคืน ผู้คนเริ่มเข้าสู่ห้วงของการนิทรา บ้านเรือนเริ่มดับไฟทีละดวงๆ จนทั้งเมืองที่มืดมิดถูกกลืนกินด้วยความเงียบสงัด

            ออกมาเจอกับเรา...ได้ไหมจู่ๆ ชายหนุ่มก็โพล่งขึ้นเหมือนกำลังชั่งใจอยู่นาน กว่าประโยคนั้นจะเปล่งออกจากลำคอ

            อย่ามาพูดอะไรไร้สาระแถวนี้นะนายชล นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว พูดอะไรก็ให้มันเป็นไปได้หน่อยน้ำเสียงห้วนสั้นที่เขาได้ยินนั้น คือความปกติ...

            ความเป็นไปได้ก็อยู่ที่ใจของเธอนั่นแหละ ว่าตกลงจะออกมาเจอเราไหม

            น้ำหนึ่งไม่ได้ตอบรับการชักชวนของเขา เธอกดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ หมอน ก่อนที่จะเอนกายลงนอน พร้อมกับตกอยู่ในภวังค์

            สักพักใหญ่วีวี่ก็โทรเข้ามาอีกครั้ง หญิงสาวแปลกใจแต่ก็กดรับสายเพื่อนสาวทันที

            [ยัยน้ำ...ฉันมีเรื่องอยากจะบอกแกสักหน่อย] น้ำเสียงของปลายสายฟังดูวิตกกังวล

            แกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่าวีวี่ เล่าให้ฉันฟังได้นะ

            [เปล่าๆ...แต่ฉันคิดว่านายโอ๊กน่ะ เดี๋ยวนี้มีท่าทีแปลกๆ ช่วงนี้แกได้เจอนายนั่นบ้างรึเปล่า]

            ไม่นี่...ทำไมเหรอน้ำหนึ่งถามด้วยท่าทีฉงน

            [เมื่อสักครู่นี้นายนั่นโทรมาหาฉันล่ะ แล้วก็ชวนคุยอะไรต่างๆ นานา ทีแรกก็โทรมาถามเรื่องของแก แต่พอไปนานๆ ไม่ยอมวางสาย ชวนฉันคุยเรื่องอะไรต่อมิอะไรมากมาย ฉันว่ามันไม่ค่อยปกติเท่าไรนะ]

            คนฟังหัวเราะ ฮ่าๆๆ สงสัยนายโอ๊กคงจะเริ่มเปลี่ยนใจจากฉันไปชอบแกซะแล้วล่ะมั้ง

            [โอ๊ย...ฉันคนหนึ่งล่ะ ไม่เอาด้วยหรอกนะ ใครๆ ก็รู้ว่านายนั่นเจ้าชู้จะตาย ใครได้เป็นแฟนล่ะก็...จะโชคร้ายไปตลอดชีวิต]

            ก่อนที่เธอจะได้คุยกับเพื่อนสาวต่อจากนั้น เธอก็ต้องสะดุดกึกกับเสียงแว่วๆ ที่ได้ยินมาจากทางหน้าต่างห้อง เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามันพิกลๆ เธอจึงตัดบทขอตัวกับปลายสาย

            วีวี่ๆ...เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะ ฉันว่าฉันได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ เดี๋ยวจะลุกไปดูสักหน่อย Good night จ้ะ

            น้ำหนึ่งวางสายจากวีวี่แล้วก็ค่อยๆ เงี่ยหูฟัง เหมือนจะเป็นเสียงเรียกหาเธอที่ดังแว่วลอยมากับสายลม ราตรีอันดึกสงัดเช่นนี้ ยังจะมีใครมาเรียกเธอได้อีก หญิงสาวเริ่มกลัว แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ เดินหาต้นตอของเสียงต่อไป

            แน่นอนว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คงจะไม่มีเสียงของ คนไหนได้อีก ในเมื่อเธอเองก็อยู่คนเดียวในห้องนอนส่วนตัวอย่างนี้ทุกคืนอยู่แล้ว ไม่มีทางที่จะมีใครมาเรียกเธอ นอกเสียจากจะเป็นเสียงของ คนที่ไม่ใช่คน

            คิดดังนั้นแล้วเธอก็กระโดดขึ้นเตียงแล้วคลุมผ้าห่มไปจนถึงลำคอ โผล่ศีรษะออกมาเพื่อคาดการณ์ดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น หรือออกมาให้เห็นอย่างระแวง

            สายลมพัดโชยมาจากนอกหน้าต่าง ส่งผลให้ผ้าม่านที่ผูกติดไว้กับวงกบปลิวหวือเอื่อยช้าดูน่าวังเวงนัก เสียงแว่วนั้นลอยมาตามลมอีกครั้ง

            น้ำหนึ่งกลัวจนพูดไม่ออก แต่เธอข้องใจมากกว่าจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปดูที่หน้าต่างด้วยความใจดีสู้เสือสุดๆ แม้ว่าเสียงนั้นจะยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเธออยู่ตลอดก็ตาม

            น้ำ...”

            ไร้ร่องรอยของใครสักคนที่จะมาเป็นเจ้าของเสียงร้องเรียกชื่อเธอในค่ำคืนดึกสงัดเช่นนี้ เสียงนั้นดังแว่วมาเป็นระยะๆ และมันก็ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ยามที่เธอยืนอยู่ตรงหน้าต่างอย่างเกร็งๆ

            น้ำ...” เสียงนั้นดังแจ่มชัดราวกับมันกระซิบอยู่ที่ข้างหูของเธอ จนเธออดที่จะระแวงไม่ได้

            ใครอ่ะ...!” หญิงสาวตะโกนออกไปด้วยความหวาดหวั่น ดึกดื่นป่านนี้จะมารบกวนคนอื่นเค้าทำไม ไม่มีมารยาท!”

            ไม่ว่าจะเป็นคนหรืออย่างอื่น น้ำหนึ่งไม่อาจทนกลัวจนหลอนอยู่คนเดียวเป็นอันขาด การตะโกนออกไปเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นการข่มจิตใจตัวเองให้เลิกกลัวได้บ้าง ไม่มากก็ยังดี

            น้ำ เราเอง...” เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้น ทำให้ผู้หวาดวิตกกลับหลังหันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง

            กลางชลเดินมาหยุดยืนที่หน้าต่างห้องของน้ำหนึ่ง เขาเงยหน้ามองเจ้าของห้องด้วยสีหน้าอ่านยาก และประโยคก่อนหน้านั้นที่เธอตะโกนลงมา เขาก็เข้าใจว่าเธอด่าเขาจริงๆ

            นายชล นี่นายมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ป่านนี้ฮะ?” หญิงสาวสบถอย่างฉงนสนเท่ห์

            ก็เราบอกให้เธอออกมาเจอเรา เธอก็ไม่ยอมมานี่นา เราเลยขี่จักรยานมาหาเธอเองเขาพูด เรามาถึงนี่แล้ว เธอจะใจร้ายให้เราแหงนหน้าคุยกับเธออยู่อย่างนี้เหรอ

            น้ำหนึ่งลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่เธอก็ยอมลงมาหาเขาแต่โดยดี โดยการแอบย่องลงมาเปิดประตูหน้าบ้าน แล้วเดินมาหาเขาที่สนามหญ้าหน้าบ้านภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

            ท้องฟ้าที่มืดดำอยู่แล้วก็ครึ้มขึ้นมา เมฆหนาลอยเด่นครอบคลุมทั่วทั้งฟ้า พร้อมกับสายลมที่เริ่มพัดมาอย่างเอื่อยๆ ก่อนที่จะพัดแรงขึ้น บอกเหตุว่าฝนกำลังจะตก

            จริงๆ เรารอจังหวะที่จะพูดก่อนอยู่นะ แต่ดันได้ยินเธอพูดออกมาก่อนซะอย่างนั้น...” ชายหนุ่มพูดติดตลก แต่คนฟังขำไม่ออก ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ต่อหน้าเขา น้ำ...แม้ว่าเธอจะแสดงท่าทีว่าเกลียดเราซะเต็มประดา แต่เธอรู้อะไรไหม ว่าแววตาของเธอไม่เคยแสดงออกมาว่าเกลียดเราเลย

            เธอหลุบตาลงต่ำอย่างเขินๆ แต่การแสดงอาการเขินของเธอนั้น เหมือนเจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธว่ากำลังเขินอยู่

            เค้าว่ากันว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แล้วเวลาคนเราปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงในหัวใจ เรามักจะมองไม่เห็นแววตาของตัวเอง ไม่แปลก...ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเราเองว่ารู้สึกยังไงเขาพยายามจะสบตากับคนตรงหน้า แต่เรารู้และแน่ใจเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ว่าเรารู้สึกยังไง แม้ว่าปุบปับมันจะไม่ได้เต็มร้อยเลยซะทีเดียว แต่ ณ ตอนนี้เกินร้อยแล้ว

            นายพูดอะไร วกไปวนมาอยู่นั่นแหละ พูดอะไรไม่รู้ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ฉันจะไปนอนแล้วหญิงสาวพยายามพูดเลี่ยงพร้อมกับกลับหลังหันจะเดินเข้าบ้าน

            เดี๋ยวสิน้ำ...” กลางชลคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ เธออาจจะไม่อยากฟังเราแล้ว แต่เราอยากขอร้องให้เธอหันหน้ามามองเราก่อน

            น้ำหนึ่งถูกดึงข้อมือเบาๆ ให้หันหน้ากลับไปมองที่คนพูด เธอหลบสายตาของเขาด้วยความเขินอาย หญิงสาวไม่อาจรู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังหน้าแดงราวกับลูกมะเขือเทศสุกปลั่ง

            เรารักเธอนะ...” แม้ประโยคที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขานั้นจะแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันก็ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของคนฟังอย่างกึกก้องกัมปนาท

            ชลรักน้ำนะ...”

            ประโยคนั้นย้ำความรู้สึกดังแทรกภวังค์ของเธอ แม้สรรพนามที่เปลี่ยนไป บ่งบอกความในใจของคนพูด แต่นั่นก็สามารถทำให้คนฟังหัวใจเต้นรัวราวกับกลองมโหระทึก หากมันหลุดออกมานอกอกได้ หัวใจของเธอคงหล่นร่วงมากองอยู่บนผืนแผ่นดิน

            ความรู้สึก ณ ขณะนั้น หญิงสาวรู้เพียงว่ามันยากเกินจะอธิบาย ด้วยความที่เป็นคนฟอร์มจัด ทำให้เธอไม่ยอมใจอ่อนยอมรับความจริงของตัวเอง แม้ว่าจะถูกจับได้แล้วก็ตาม

            เรื่องราวไม่ได้ปิดฉากลงด้วยฉากจบอันสวยหรูเหมือนนิยาย พระเอกกับนางเอกสารภาพรักกัน ไม่ได้หมายความว่าจะได้ตกลงปลงใจคบกันเป็นแฟนเสมอไป เมื่อความฟอร์มจัดและทิฐิของน้ำหนึ่งที่ยังไม่ลดน้อยถอยลง

            ฉันจะรีบไปนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าคนพูดเสียงแข็ง แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความราบเรียบและเยือกเย็น

            หญิงสาวพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของใจ แม้จะรู้ดีว่าปิดไม่มีทางมิดแล้วก็ตาม หัวใจเต้นแรงขึ้น ขณะที่ตนหันหลังกลับอีกครั้งเพื่อจะเดินเข้าบ้าน เธอก้าวเท้าห่างเขาออกไปทุกทีๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะยื้อเธอไว้เหมือนคราวแรก

            จนกระทั่งหญิงสาวเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็อดที่จะเหลียวหลังกลับมามองเขาไม่ได้ เธอเห็นเขายืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ขยับเขยื้อน

            กลับบ้านไปเถอะนายชล พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าพูดจบน้ำหนึ่งก็ตัดสินใจเดินเข้าบ้านไป

            แม้ว่าจะเดินลับสายตาของกลางชลไปแล้ว เขาหารู้ไม่ว่าเธอรีบวิ่งขึ้นชั้นบนแล้วเข้าห้องของตนเอง เพื่อที่จะโผล่หน้าลงมาทางหน้าต่าง ดูว่าเขาจะกลับไปหรือยัง

            กลางชลเห็นน้ำหนึ่งโผล่หน้าออกมา เขาแย้มยิ้มระรื่นทันที ไหนบอกว่าจะนอนแล้วไง

            ก็จะนอนแล้ว...แต่อยากดูหน้าคนดื้อรั้นที่เตรียมจะยืนตากฝนก่อน ว่าทำไมถึงได้ดื้อนัก

            พูดถึงยังไม่ทันขาดคำดีสายฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ ทำให้ผู้ที่ยืนอยู่ด้านล่างไม่สามารถวิ่งหลบได้ทัน ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่ยอมไปไหน

            นั่นไง ฝนตกแล้ว รีบกลับบ้านไปซะนายชลบ้า! ได้ยินมั้ย?!” คนไม่เปียกตะโกนลงมาแข่งกับเสียงฝน

            ไม่กลับ...ยังไงเราก็ยังกลับไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้รู้จากปากเธอว่าเธอรู้สึกยังไงกับเราเขาตะโกนขึ้นไปเช่นกัน

            นายก็ได้รู้แล้วไงเล่า ยังจะมาเอาอะไรกับฉันอีก ห๊า!”

            ไม่มีคำตอบรับจากอีกฝ่าย น้ำหนึ่งทนไม่ไหว รีบวิ่งรี่กลับลงไปจนถึงหน้าบ้านพร้อมกับร่มคันใหญ่สีแดงสดที่หยิบติดมือมาด้วย เธอกางมันแล้วรีบวิ่งเฉอะแฉะไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

            เปียกหมดแล้ว ถือร่มไปแล้วกลับบ้านซะ ฝนตกแรงอย่างนี้ฉันไม่พร้อมที่จะคุยอะไรกับนายทั้งนั้น

            คนฟังยังคงยืนเฉย เขายังยืนยันคำเดิมว่าต้องการรู้ความในใจของเธอจากปากเป็นการเน้นย้ำความมั่นใจให้หัวใจของตนเอง และสิ่งใดที่ไม่ได้ดั่งใจเจ้าหล่อน เธอก็เริ่มออกอาการโมโหโกรธาขึ้นมาในทันทีทันใด

            "อย่ามาทำตัวงี่เง่าแถวนี้ได้ไหมนายกลางชล!" หญิงสาวเริ่มเสียงกร้าวขึ้นมา "บอกให้กลับบ้านไป ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก"

            "เธอเป็นห่วงเรางั้นเหรอ..." เขาถามยิ้มๆ เป็นเชิงล้อเลียน

            "ไม่ใช่!" คำปฏิเสธเสียงแข็งเช่นนั้นฟังดูห้วนสั้น ส่วนเจ้าของถ้อยคำก็เดินจ้ำอ้าวเข้าบ้านไปอย่างไม่ใยดี


เทศกาลวาเลนไทน์นี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขนะคะ
ตอนที่ 21 นี้แต่งขึ้นพอดิบพอดีกับการต้อนรับวาเลนไทน์
เรื่องราวเป็นไง ก็ติดตามได้เลยค่ะ

คิดถึงผู้อ่านทุกๆ คน แฟนนิยายทุกคนเลยค่ะ
อ่านตอนนี้แล้วก็อย่าลืมเม้นท์นะคะ ว่าเป็นไงบ้าง
หรือว่าจะให้กำลังใจผู้เขียนด้วยการโหวตก็ดีค่ะ

ผู้เขียนงานท่วมหัวมากมายก่ายกอง
อาจจะหายไปอีกไม่มีกำหนดจะกลับมาอัพตอนต่อไปนะคะ
อย่าเพิ่งใจเสียว่าจะไม่มาอัพแล้ว ออดอ้อนขอกำลังใจหน่อยนะคะ
เม้นท์ให้เยอะๆ เลยน้า ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #258 คนมะน่ารัก^^ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 / 10:24
    มาอัพไวๆนะค่ะ กำลังสนุกเลย^^
    #258
    0
  2. #254 CREAM zZ~ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:00
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด อีกแล้ว >_________<;
    อัพอีกๆ อ๊ากกก!
    ชลรักน้ำนะ ครีมก็รักชลเหมือนกันจ้ะ 555+
    #254
    0
  3. #253 eiffewp' (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:33
    สนุกมาก ๆ  ค้ะ
    กลางชลน่ารัก ♥
    #253
    0