[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 28 : [ Match XXII ] : โลกหยุดหมุนด้วยความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 มี.ค. 53

           ช้าวันรุ่งขึ้น น้ำหนึ่งมาเรียนตามปกติ เธอมาถึงโรงเรียนได้ไม่นานก็ได้เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ เวลานั้นเป็นเวลาที่ทุกคนควรจะมาถึงโรงเรียนกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ก็ยังไร้วี่แววของนายกลางชลที่ยังไม่มา

           วันนี้อาจารย์ทุกท่านกรุณาเข้าประชุมพร้อมกันเวลา 15 นาฬิกา สำหรับนักเรียนทุกชั้นปี จะได้เลิกเรียนเร็วกว่าปกติ

           เสียงประกาศจากหน้าเสาธงดังกึกก้องไปทั่ว สิ้นประโยคนั้นทุกคนก็ต่างพากันดีใจหน้าบาน

           อุ๊ยน้ำ...งั้นวันนี้เลิกเรียนแล้วเราไปดูหนังกันไหม ช่วงนี้เค้ามีโปรโมชั่นใส่ชุดนักเรียนลดราคาให้เหลือ 80 บาท วีวี่ตื่นเต้นชวนเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงระริกระรี้

           อืม...ไปสิ อีกฝ่ายตอบอย่างหมดอาลัยตายอยาก

           เฮ้ย! ถ้าแกไม่อยากไปก็ปฏิเสธได้นี่นา เดี๋ยวฉันชวนไอ้เคนไปด้วยก็ได้ แกมีเรื่องอะไรรึเปล่าอ่ะน้ำ

           เปล่าหรอก ฉันก็อยากไปดูหนังอยู่เหมือนกัน

           มีอะไรก็เล่าให้ฉันฟังได้นะแก เอาเป็นว่าเข้าแถวเสร็จก่อนแกต้องเล่าให้ฉันฟัง โอเค.ไหม

          ไม่มีคำตอบรับจากน้ำหนึ่ง แต่วีวี่รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนมากกว่า ปกติแล้วเพื่อนของเธอไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เพราะมีอะไรเจ้าหล่อนจะเล่าให้เพื่อนฟังเสมอ

           หลังจากที่เข้าแถวเสร็จจนนักเรียนทุกชั้นปีแยกย้ายกันเข้าห้องเรียนประจำของตนเองแล้ว ระหว่างที่รออาจารย์ที่ปรึกษาเข้ามาโฮมรูมอยู่นั้นเอง วีวี่กับเคนก็มองดูน้ำหนึ่งที่นั่งเหม่อลอยด้วยความเป็นห่วง

           แกเข้าไปคุยกับไอ้น้ำมันหน่อยสิยัยวี่ ดูท่าทางวันนี้ไม่เป็นอันเรียนหรอกน่ะ เคนเอ่ยขึ้น

           ไม่ต้องรอให้เพื่อนหนุ่มเอ่ยปาก หญิงสาวก็คิดจะเดินตรงไปหาเพื่อนสาวอยู่แล้ว แม้ว่าที่นั่งของน้ำหนึ่งกับเคนจะติดกัน แต่การส่งเพื่อนผู้หญิงไปพูดน่าจะได้เรื่องดีกว่า

           น้ำ...แกเป็นอะไรไปเนี่ย ไม่สบายใจอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียวอย่างนี้สิ

           เออวีวี่...ฉันปรินท์ใบจ่ายเงินเข้าค่ายมาให้แกแล้ว เผื่อไอ้เคนมันด้วยแผ่นนึง เจ้าตัวเปลี่ยนเรื่องไปเสียข้างๆ คูๆ วันนี้ฉันขอพักสักวันนะ ฝากลาอาจารย์ให้ด้วยสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเขียนใบลามาส่ง

           พูดจบเธอก็ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดโต้ตอบอะไร หยิบกระเป๋านักเรียนลุกขึ้นออกไปจากห้องเรียนเสียดื้อๆ

           เฮ้ย...ไอ้น้ำ!” เคนที่กำลังรอฟังอยู่สบถออกมาอย่างคาดไม่ถึง

           เฮ้อ...ยัยน้ำคงจะมีเรื่องคิดมากจริงๆ เค้าคงยังไม่พร้อมที่จะเล่าให้ใครฟังมั้ง วีวี่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ใจก็เป็นห่วงเพื่อนสาวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

           น้ำหนึ่งเดินออกมาจนเกือบจะถึงหน้าประตูโรงเรียนแล้วก็พบกับใบบัวที่กำลังจะเดินขึ้นอาคารเรียน เด็กสาวตะโกนเรียกเธอแต่ไกลพร้อมกับเดินกึ่งวิ่งมาหา ทำให้น้ำหนึ่งหยุดเดินโดยอัตโนมัติ

           พี่น้ำ...กำลังจะไปไหนคะ เด็กสาวถามขึ้นเมื่อเดินมาถึงตัวเธอเรียบร้อยแล้ว

           ไม่รู้เหมือนกันนะ แค่คิดอยากจะพักบ้างเท่านั้นเอง คำพูดโดยนัยของน้ำหนึ่งใบบัวไม่อาจเข้าใจได้ พร้อมทั้งสีหน้าอันเศร้าหมองของเธอด้วยแล้ว อีกฝ่ายอดที่จะเป็นห่วงเธอไม่ได้

           พี่น้ำมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ คำถามนั้นไม่มีคำตอบจากอีกฝ่าย ทำให้เธอพูดต่อว่า เรื่องพี่ชลเหรอคะ...

          ประโยคนั้นสะดุดหูหญิงสาวรวมทั้งสะกิดใจด้วย เธอหลุบตาลงต่ำ ยังคงไม่ตอบอะไรในคำถามของคนตรงหน้า ทำให้ใบบัวเดาได้ในทันทีว่าเป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ

           พี่ชลไม่สบายค่ะ เมื่อเช้าไม่ยอมตื่นบัวเลยเข้าไปปลุก ปรากฏว่าตัวร้อนจี๋เหมือนไฟเลยค่ะ แม่กลัวว่าไข้จะขึ้นจนช็อกเลยให้หยุดเรียน ใบบัวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่รู้ว่าเมื่อคืนไปไหนมา ตัวเปียกมาเลย เอ่อ...บัวเห็นชุดที่เปียกถูกผึ่งไว้ในห้องน้ำน่ะค่ะ

           จริงเหรอ อืม...ปกตินายนั่นไม่เคยป่วยนี่นา

           ใช่ค่ะ พี่ชลน่ะแข็งแรงจะตาย เพราะเป็นผู้ชายด้วยไงคะ แต่ถ้าได้เป็นทีนึงจะเป็นหนักทุกที นี่ถ้าวันนี้ไข้ยังไม่ลด แม่บอกว่าจะพาพี่ชลไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ

           อย่างนายนั่นคงไม่เป็นไรมากหรอกมั้ง อืม...เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะ น้ำหนึ่งตัดบท แล้วเธอก็เดินแยกจากใบบัวไป

           การออกนอกเขตรั้วโรงเรียนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าไม่มีผู้ปกครองมาเซ็นให้ออกเช่นนี้ นี่เธอจะต้องมาสู้รบปรบมือกับยามที่หน้าประตูโรงเรียนใช่ไหม

           จะไปไหน...เหตุผลหนักแน่นพอไหมล่ะ อาจารย์จะไม่อนุมัติให้ออกนะ ลุงยามที่สวมชุดเครื่องแบบเก่าๆ เอ่ยขึ้น

           เพื่อนหนูกำลังจะตายค่ะ ตอนนี้อาการโคม่ามากอยู่ที่โรงพยาบาล ให้หนูออกไปเถอะนะคะ ถ้าหนูไม่ไปตอนนี้หนูจะไม่ได้เจอเพื่อนรักของหนูไปตลอดชีวิต

           ขณะนั้นเอง อาจารย์ฝ่ายปกครองเดินมาพอดี เพราะได้รับการรายงานทางวิทยุสื่อสารจากลุงยามนี่เอง ว่ามีเด็กนักเรียนมาขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน

           เธอคิดว่าการเรียนสำคัญไหม อาจารย์ชายฝ่ายปกครองที่ทุกคนขนานนามให้ว่า อาจารย์เสือโคร่งอันเนื่องมาจากดุร้ายเหมือนเสือ เอ่ยถามลูกศิษย์สาว

           สำคัญค่ะ แต่ถ้าอาจารย์จะถามว่าระหว่างการเรียนกับเพื่อน อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ตามหลักความเป็นจริง...ก็ต้องเป็นการเรียนที่สำคัญกว่าค่ะ หญิงสาวตอบอย่างฉะฉาน

           ถูกต้อง...ถ้าการเรียนสำคัญกว่าแล้วทำไมเธอยังจะออกไปอีกล่ะ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเหมือนเป็นการเชือดนิ่มๆ

           การเรียนสำคัญกว่าเพื่อนก็จริง แต่เกิดมาทั้งชีวิต ก็มีเพียงครั้งเดียวที่เราจะได้พบกับความตาย เพื่อนหนูป่วยอาการโคม่าอยู่ตอนนี้ คนเรา...เกิดมาก็เจอกันแค่ชาติเดียวนะคะอาจารย์ ถ้าเค้าตาย...เค้ากับหนูชาติหน้าใครจะรู้บ้างว่าจะได้เกิดมาเจอกันอีกไหม เพื่อนหนูกำลังจะตายนะคะอาจารย์

           อาจารย์ที่ยืนฟังอยู่เงียบไปด้วยความอึ้ง ถ้าจะให้เขียนเหตุผลลงไปในใบขออนุญาตจะให้เขียนว่าอย่างไร แต่เมื่อเห็นสายตาที่เว้าวอนของลูกศิษย์สาวแล้ว จิตใต้สำนึกของความเป็นครูบาอาจารย์ ไม่มีอาจารย์คนไหนอยากเห็นศิษย์ของตนเองทุกข์ใจ

           น้ำหนึ่งไม่รู้จะใช้วิธีไหนให้มันฟังดูดีไปกว่านี้อีกแล้ว เธอนึกขอโทษนายกลางชลในใจ ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะแช่งเขา แต่เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้เธอต้องพูดออกไปเช่นนั้น

           อาจารย์วัยใกล้เกษียณอายุราชการโน้มตัวลงไปเซ็นอนุญาตให้เธอโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเซ็นเสร็จแล้วเขาก็ยื่นใบนั้นไปให้ลุงยาม พร้อมกับบอกว่า วันนี้จะไม่เซ็นให้ใครแล้วนะ เพราะว่าวันศุกร์แล้ว

           ขอบคุณมากๆ นะคะอาจารย์ ลูกศิษย์สาวเอ่ยอย่างยินดี และกำลังจะก้าวพ้นประตูรั้วโรงเรียนไป

           เดี๋ยวก่อน...!” คำนั้นทำให้เธอหยุดกึกในทันที ลมเริ่มตีขึ้นที่ท้องด้วยความกลัว กลัวจะโดนว่า กลัวจะโดนจับเท็จได้ ฝากเยี่ยมเพื่อนเธอด้วยนะ บอกด้วยว่าผมขอให้หายไวๆ

            เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็โล่งอก รีบเดินกึ่งวิ่งออกจากเขตบริเวณโรงเรียนไปด้วยรอยยิ้มกริ่ม เธอเดินลัดเลาะริมบาทวิถีไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย สมองพานคิดไปไกลถึงคนป่วย เขาป่วยก็เพราะตากฝนเมื่อคืนนี้เป็นแน่ เธอไม่รู้เลยว่าเขายืนตากฝนนานแค่ไหน เขากลับบ้านไปเมื่อไร

           อยากไปหาเขาที่บ้าน แต่อีกใจหนึ่งก็หยั่งคิดเพราะไม่กล้า ทำให้น้ำหนึ่งตัดสินใจนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ท่ามกลางการจราจรอันพลุกพล่าน หลายคนที่สัญจรผ่านไปผ่านมาแถวนั้น เหลียวมองเด็กสาวในชุดนักเรียนด้วยความสงสัย เพราะในเวลานี้ผิดวิสัยของเด็กที่อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน

           และแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากระโปรงก็ดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วกดรับสาย

           ฮัลโหล...น้ำ เสียงกังวานใสของวีวี่กรอกเข้ามาตามสาย เธออยู่ที่ไหน เธอกำลังจะไปไหน แล้วเธอออกจากโรงเรียนได้ยังไง

           คำถามที่ถูกยิงมาเป็นชุดทำให้ปลายสายได้แต่นิ่งเงียบ แต่ด้วยเสียงรถราที่สัญจรสวนกันไปมาตรงหน้าเธอทำให้วีวี่พอจะเดาได้บ้าง

           เธอจะไปไหนยัยน้ำ มีอะไรก็คุยกันสิ เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่รึเปล่า

           วีวี่... เจอประโยคนั้นเข้าไป หญิงสาวสบถด้วยความรู้สึกแคร์คนใกล้ตัว ฉัน...ฉันว่าจะไปบ้านนายชล

           บ้านนายชล!!” เพื่อนสาวเสียงสูงด้วยความตื่นตะลึง นายนั่นเป็นอะไรรึเปล่า เธอถึงไม่สบายใจขนาดนี้

           เอาเป็นว่า เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะโทรไปเล่าให้เธอฟังก็แล้วกันนะ รถเมล์มาแล้ว เธอกับไอ้เคนไม่ต้องเป็นห่วงฉัน...ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว เอาไว้ค่อยคุยกันนะ น้ำหนึ่งตัดบทแล้วเธอก็วางสายทันที ก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวก้าวขึ้นรถโดยสารที่เพิ่งแล่นมาจอดเทียบท่า

           ไม่นานหญิงสาวก็มายืนอยู่หน้าบ้านของกลางชล บ้านหลังที่เธอเพิ่งจะมานอนค้างคืนเพื่อดูบอลด้วยกันกับเขา...เจ้าของบ้าน

           ตรงหน้าของเธอเป็นออด แต่มือทั้งสองก็ยังคงนิ่ง ไม่ยอมยกขึ้นมากดให้สัญญาณว่ามีผู้มาเยือนยืนรออยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน

           เจ้าของบ้านหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องรูราวอะไร นอนด้วยท่าที่สบายที่สุดอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น มือข้างหนึ่งกุมรีโมทคอนโทรล ส่วนดวงตาทั้งสองก็จับจ้องไปที่หน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายภาพการแข่งขันฟุตบอลอยู่

           เขาป่วย จึงได้อยู่บ้านคนเดียวเช่นนี้ แม้ว่าตอนนี้อาการจะดีขึ้นมาแล้วก็ตาม แต่ก้ยังไม่หายขาดไปเสียทีเดียว ผ้าขนหนูผืนเล็กที่เปียกชื้นยังอยู่ที่หน้าผากเขา พร้อมด้วยกะละมังเล็กๆ ข้างกายสำหรับชุบน้ำใหม่เพื่อเช็ดตัวให้ไข้ลดลง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารสำหรับบำรุงที่แม่ตระเตรียมไว้ให้เขาก่อนออกไปทำงาน

           ทางด้านวีวี่และเคน เมื่อเรียนคาบแรกของตอนเช้าเสร็จ ทั้งสองก็แอบเดินออกมาจากห้องเพื่อโทรหาบิลลี่ พี่ชายของเคนให้มาหาเขาและเธอที่รั้วโรงเรียนด้านหลัง

           พักกลางวันของวันนั้นบิลลี่มาหาน้องชายที่หลังโรงเรียนจริงๆ แม้จะมีรั้วกั้นไว้แต่ทั้งสามก็ปรึกษากันอย่างจริงจัง

           วันนี้ดีนะที่พี่ไม่มีเรียนพอดี เอ้า...มีอะไรให้ช่วยก็ว่ามา ชายหนุ่มมาดเฮ้วเอ่ยขึ้น

           ผมอยากให้พี่ช่วยขับรถตามไปดูเพื่อนผมที่บ้านของเพื่อนอีกคนหน่อยน่ะครับ เค้ามีเรื่องไม่สบายใจและบอกจะไปที่นั่น แต่ผมกับวีวี่รู้สึกแปร่งๆ

            พูดจบผู้เป็นน้องชายก็ยื่นแผนที่บ้านของกลางชลที่วาดเตรียมไว้แล้วให้อีกฝ่ายรับไป

           แค่อยากให้ตามไปดูเฉยๆ น่ะค่ะพี่ ว่ายัยน้ำไปที่นั่นจริงไหม หรือว่าตอนนี้ไม่อยู่แล้ว วีวี่พูดขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่าเพื่อนสาวของตนจะยังอยู่ที่นั่นไหม ภายในเวลาสามชั่วโมงหลังจากที่คุยกัน

           ด้วยความที่นัดพบกันแบบลับๆ ล่อๆ เกินไป ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นไม่ได้สังเกตเห็นทั้งสองเลย แม้ว่าช่วงพักกลางวันจะมีคนอยู่แถวนั้นมากมายก็ตาม

           แต่มินที่เดินหนีแองจี้อยู่ทำให้เกิดจุดสนใจของผู้คนได้ดี ในเมื่อสาวเจ้ากรีดเสียงร้องเรียกให้เขาหยุดและรอเธอก่อน แต่ด้วยความที่เขาไม่อยากปฏิเสธเธอตรงๆ ทำให้เขาต้องถูกตามตื๊อเช่นนี้

           มินจี้จ๋า...รอแองจี้ด้วยสิคะ เราไปทานข้าวเที่ยงกันเหอะน้า แองจี้กลัวว่ามินจี้จะหิวง่ะ

           ไม่ใกล้ไม่ไกลทั้งคู่สุดป่วน กอหญ้ายืนเหม่อลอยเหมือนร่างไร้จิตวิญญาณอยู่แถวๆ แองจี้ เธอมาด้วยตามคำขอร้องของเพื่อนสาว แม้ว่าแท้จริงแล้วอยากไปชวนกลางชลกินข้าวบ้าง

           เคนและวีวี่หันไปมองความอลหม่านเล็กๆ ด้วยความสนใจ ก็ต้องตกใจรีบไล่ให้บิลลี่ไปจากตรงนั้น เพราะถ้าขืนยัยสองคนนี้รู้เรื่อง เรื่องราวคงจะต้องใหญ่โตคับโลกเป็นแน่

           ทั้งสองเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเนียนๆ ทำให้มินรีบส่งสายตามาหาให้ช่วยในเหตุการณ์ที่เขาสุดจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที

           หลังจากที่รอดมาจากลูกตื๊อหฤโหดของแองจี้มาได้แล้ว มิน เคน และวีวี่ก็มุ่งตรงมายังโรงอาหาร จึงได้เจอกับโอ๊กที่มากินข้าวคนเดียว ช่วงนี้ดูเขาเงียบๆ ไป เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยได้ข่าวคราวของเขา แม้แต่กับมินเองก็ยังไม่ค่อยได้คุยกันเท่าที่ควรนัก

 

           น้ำหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านของกลางชลนานเกือบๆ สองชั่วโมง โชคดีที่เธอไม่ต้องทนกับแดดร้อนๆ เพราะบริเวณบ้านของเขามีต้นไม้มากมายที่ให้ร่มเงา ต้นพญาสัตบรรณที่แผ่กิ่งก้านออกมานอกรั้วให้ที่พักพิงแก่เธอได้เป็นอย่างดี

           รถเก๋งคันสีขาวสะอาดตาแล่นมาจอดเทียบที่หน้าบ้าน พร้อมกับประตูฝั่งคนขับที่ถูกเปิดออก ชายหนุ่มร่างโปร่งลงมาจากรถด้วยมาดที่ค่อนข้างเท่ เธอมองด้วยความสงสัยว่าเขาเป็นใคร เพราะแว่นตากันแดดทำให้หญิงสาวมองหน้าเขาไม่ชัด

           แทนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปกดออดหน้าประตูรั้งอย่างที่เธอเข้าใจ แต่เขากลับเดินใกล้เข้ามาที่ตัวเธอ ทำให้น้ำหนึ่งรีบยืนขึ้นระวังตัวเองด้วยความระแวง

           โดดเรียนเพื่อมาเฝ้าหน้าบ้านผู้ชายอย่างนี้ เป็นเด็กไม่ดีเลยนะน้องน้ำ ชายหนุ่มผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับถอดแว่นตาออก

           พี่บิลลี่!” เธอสบถชื่ออีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ มาทำอะไรแถวนี้คะเนี่ย

           พี่สมควรเป็นฝ่ายถามเธอมากกว่านะ ว่ามาทำไมเนี่ย

           อย่าบอกนะว่า...

           ใช่แล้ว...ไอ้เคนมันเป็นคนบอกให้พี่มาดูน้องน้ำที่นี่แหละ เพื่อนๆ เป็นห่วงนะทำแบบเนี้ย พูดจบชายหนุ่มก็เดินตรงไปที่ประตูรั้วบ้าน แล้วกดออด

            น้ำหนึ่งอยากจะห้ามอีกฝ่ายไว้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ออดที่ดังไปถึงในบ้านทำให้เจ้าของลุกพรวดขึ้นจากโซฟาที่นอนอยู่ จึงจำเป็นต้องละสายตาจากการแข่งขันฟุตบอลที่กำลังเข้มข้น

           หญิงสาวแทบอยากวิ่งหนีไปให้ไกลจากตรงนั้น เธอไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรถ้าเขาเปิดประตูออกมาพบตนเอง

           มาแล้วครับๆ... เสียงทุ้มดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตูรั้วไม้ มันถูกเปิดออกเผยให้เห็นหน้าอันคมคายของชายหนุ่มเจ้าของบ้าน เอ่อ...มาหาใครครับ

           กลางชลถามผู้มาเยือนมาดเท่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความสงสัย เขายืนบังน้ำหนึ่งไว้ด้านหลัง

           พี่ชื่อบิลลี่นะครับ เป็นพี่ชายของไอ้เคน พี่มาตามคำขอร้องของน้องชาย ว่าให้มาดูแลเพื่อน

           สวัสดีครับพี่บิลลี่... เมื่อรู้ดังนั้นผู้ที่อ่อนกว่าจึงยกมือไหว้ทำความเคารพอีกฝ่ายทันที ผมแค่ไม่สบายนิดหน่อย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับ"

           เปล่า...ไอ้เคนไม่ได้ให้พี่มาดูน้องหรอก แต่ให้พี่ตามมาดูน้องสาวคนนี้ต่างหาก บิลลี่เอ่ยยิ้มๆ พร้อมกับเบี่ยงตัวเองออก เพื่อเผยให้เห็นคนข้างหลังตน พี่ฝากดูแลด้วยนะ พอดีว่าพี่มีธุระต่อ

           จากนั้นบิลลี่ก็ผละไปจากตรงนั้น ทั้งกลางชลและน้ำหนึ่งต่างก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้เพื่อเป็นการล่ำลา

           เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันเพียงลำพังแล้ว ความเงียบก็เริ่มเข้ามาครอบคลุมทั้งสอง ทำให้เจ้าของบ้านหนุ่มต้องเอ่ยปากเชื้อเชิญผู้มาเยือนเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อน

           แดดแรงขนาดนี้ ไปยืนตากแดดทำไมตั้งนาน... เขาเอ่ยขึ้นหลังจากที่เดินนำเธอเข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้ว

           น้ำหนึ่งหน้าตื่น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่ออีกฝ่ายพูดสะกิดขึ้นมาแสดงออกให้เธอรู้ว่า เขารู้และเห็นตั้งแต่เธอมาถึงหน้าบ้าน

           หัวร้อนเลยเห็นไหม เดี๋ยวก็ไม่สบาย ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเอามือไปวางบนศีรษะของหญิงสาว

           เธอเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เขามีให้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งความรู้สึก...

           เหมือนเวลาที่กำลังเดินอยู่อย่างไม่เคยหยุดหย่อน ถูกตราตรึงไปด้วยความอบอุ่นนั้นที่อบอวล

           เมื่อโลกหมุนด้วยความรัก โลกก็หยุดหมุนด้วยความรักได้เช่นเดียวกัน



กลับมาอัพนิยาย ต้อนรับช่วงสอบค่ะ ,,
ช่วงนี้ผู้เขียนก็กำลังง่วนอยู่กับงานและสอบ เลยต้องแบ่งเวลาเขียนนิยาย

ปิดเทอมนี้ไปเที่ยวไหนกันเอ่ย ?
ถ้าไปเที่ยวก็อย่าลืมเข้ามาติดตามลุ้นรักศึกแดงเดือดบ้างนะคะ

เม้นท์ไม่ค่อยขึ้นเลย แอบน้อยใจนะเนี่ย ..
มาเม้นท์ให้บ้างนะคะ อยากอ่านเม้นท์เยอะ ๆๆ .. อิอิอิ
เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนหน่อยนะ :)

ถือว่าตอนที่ 22 นี้เป็นของขวัญจากผู้เขียนให้แฟนๆ
ต้อนรับกับวันเกิดของผู้เขียนเองที่กำลังจะมาถึงวันที่ 7 นี้ละกันนะคะ

{ อย่าลืมโหวตโพลที่หน้าแรกด้วยนะ . }

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #262 คนมะน่ารัก^^ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มีนาคม 2553 / 09:42
    มาอัพไวๆนะค่ะ สู้ๆค่ะ
    #262
    0
  2. #261 CREAM zZ~ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 21:56
    กลางชลน่ารักจังเลย ป่วยแล้วยังงเป็นห่วงคนอื่นอีก *0*
    พี่ปิงรีบอัพนะคะ รออยู่ ^________^
    #261
    0
  3. #260 eiffewp' (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 17:50
    น่ารักจังเลยยย , ♥
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ ๆ
    #260
    0
  4. #256 CREAM zZ~ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:34
    ช่วยโหวตแล้วนะคะพี่ปิง :")
    ทีนี้ก็อัพได้แล้วน้า! >O<
    #256
    0