[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 22 : [ Match XVI ] : จูบเรายังกล้า เธอก็ลองคิดดูว่าถ้ามากกว่านั้น...เราจะกล้าไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ก.ย. 52


            ายในซอกอาคารอันเป็นที่ลับตาผู้คนได้อย่างดี กลางชลลากน้ำหนึ่งมา คิดบัญชี ทบจากเรื่องเดิมเมื่อเช้าด้วย ฝ่ายน้ำหนึ่งก็ได้แต่ตะโกนลั่นให้ปล่อยเธอไป แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจการสะบัดข้อมือให้หลุดจากพันธนาการของเธอเลย

            หยุดแหกปากซะทีได้ไหมฮะ นี่เธอจะโวยวายไปถึงไหน ที่เราลากเธอออกมาก็แค่ไม่อยากให้เธออยู่เป็นมารความสุขของเพื่อนตัวเองนะ กลางชลเอ่ยอย่างตำหนิติเตียน เธอหัดทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง อย่ามัวแต่รอให้คนอื่นจะทำให้แต่ตัวเอง รู้จักไหม...การให้และการเสียสละน่ะ

            นี่นายจะว่าฉันเห็นแก่ตัวเหรอ นายว่าคนอื่นก็ดูตัวนายเองซะก่อนเหอะนะ ที่ฉันคอยขัดขวางอยู่เนี่ย ไม่ใช่เพราะอยากกีดกันเพื่อนตัวเองหรอกนะ แต่ฉันหมั่นไส้พี่ชายที่คอยแต่จะจับน้องสาวตัวเองยัดใส่มือผู้ชายมากกว่า น้องนายก็คนมีหัวจิตหัวใจนะ จะทำอะไรก็คิดถึงจิตใจของคนอื่นซะบ้าง ไม่ใช่สักแต่จะให้คนอื่นทำตามใจตัวเอง ไอ้คนเห็นแก่ตัว!”

            กลางชลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่เคยถามความสมัครใจของใบบัวเลยสักครั้ง มัวแต่เห็นแก่เพื่อน ไม่ได้นึกถึงจิตใจของน้องสาวเลยจริงๆ

            ด้วยความที่ซอกอาคารค่อนข้างแคบทำให้ทั้งสองต้องยืนเบียดกันอย่างมาก แม้จะต้องใกล้ชิดกันอย่างเสียมิได้ แต่การสาดวาจาใส่กันด้วยอารมณ์ก็เป็นไปอย่างดุเดือด

            ก็ไม่ใช่ว่าเราจะยัดเยียดน้องตัวเองให้เพื่อนหรอกนะ เพียงแต่เรามองอีกมุมหนึ่งต่างหาก การได้ทำให้คนอื่นมีความสุขก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ หรือเธอไม่เคยเห็นความสุขของคนอื่นมีค่ามากไปกว่าความสุขของตัวเอง!” ชายหนุ่มพรั่งพรูถ้อยคำอย่างเด็ดเดี่ยว

            ความสุขงั้นเหรอ?! นี่นายยังจะกล้าเอ่ยคำนี้ออกมาจากปากเสียๆ ของนายอีกเหรอ...นายกลางชล! แล้วนายเคยถามน้องบัวไหมว่ามีความสุขน่ะ

            เลิกเถียงซะทีได้ไหม เธอไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดดีกว่า...ยัยจอมจุ้น!”

            นี่นายว่าฉันเป็นจอมจุ้นเหรอ?!” หญิงสาวเริ่มเสียงสูงกร้าวขึ้นด้วยความโมโหที่เกือบจะถึงขีดสุด มือเริ่มไม่อยู่เฉย อาละวาดทุบหน้าอกอีกฝ่ายอย่างรุนแรง

            ฝ่ายโดนกระทำการรุนแรงก็ไม่รอช้า รวบสองมือเอาไว้ด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งจนเธอร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บปวด

            ถ้าเธอเถียงอีกคำเดียว เราจะ...

            จะทำอะไร?! นายกล้าเหรอ น้ำหนึ่งตะคอกพร้อมกับถลึงตาใส่ทันควัน

            อย่าคิดว่าเธอจะกล้าได้อยู่คนเดียวสิ ถ้าเราจะกล้าบ้างมันจะแปลกอะไร เราก็คนเหมือนกัน อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง เหนือฟ้ายังมีฟ้านะ...จำไว้!”

            เฮอะ!! จะว่าตัวเองอยู่เหนือฉันน่ะสิ ไม่ปากเก่งไปหน่อยเหรอ น้ำเสียงนั้นห้วนสั้นและกระโชกกระชั้นอย่างหนัก

            กลางชลไม่พูดต่อล้อต่อเถียงใดๆ ต่อ เขาปิดปากห้ามน้ำหนึ่งเถียงด้วยการจู่โจมประทับริมฝีปากอุ่นๆ ของตัวเองลงไป จนฝ่ายนั้นไม่ทันได้ตั้งตัวอ่อนแรงอยู่ใต้อำนาจของเขา เธอพยายามที่จะดิ้นรนขัดขืนทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สำเร็จ

            เขาถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ นัยน์ตาสบกันอยู่ในภวังค์แห่งความเสน่หา แต่อีกฝ่ายได้สติไม่ปล่อยให้ถูกครอบงำนาน เธอโวยวายตีโพยตีพายต่างๆ นานา กลางชลแอบเห็นเธอตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ แต่หญิงสาวหลบตาไปเสียก่อน

            ปล่อยฉัน... เธอพูดเสียงเครือผิดแผกไปจากเดิม

            ชายหนุ่มสังเกตเห็นหยดน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มคนตรงหน้า แต่เธอกลับเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกต่อไปแล้ว เขาจึงค่อยๆ ปล่อยเธอออกจากพันธนาการ

            เราขอโทษ เป็นคำพูดสั้นๆ ที่เปล่งออกมาจากหัวใจของเขา เมื่อยามได้เห็นดวงตาปวดร้าวนั้น เขายิ่งรู้สึกแย่ตามไปด้วย แม้จะรู้ดีว่าเธอจะไม่รู้สึกดีขึ้นมาเลยก็ตาม แต่เขาก็ยังจะเอ่ยคำนั้นออกมา

            หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เธอหลบหน้าเขาด้วยการเดินหนีออกมาจากที่แคบๆ ตรงนั้น โดยไม่มองหน้าเขาอีกเลย กลางชลเพิ่งรู้ตัวว่าทำกับเธอแรงเกินไปมากทีเดียว กับการยืนเคว้งเพียงลำพังทำให้เขาหลุบตาลงต่ำอย่างรู้สึกผิด

            น้ำหนึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาหลบสายตาผู้คนมานั่งชันเข่าอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ร่มไม้เงียบๆ เธอไม่อยากให้ใครมาเห็นหยาดน้ำตาของตัวเองนัก โดยเฉพาะนายนั่น! นายกลางชล...

            เธอคิดอคติกับเขาอยู่แล้ว ยิ่งโดนเขาทำร้ายอย่างนี้อีกก็ยิ่งทั้งอคติ ทั้งทิฐิเพิ่มขึ้นไปอีก ชาตินี้หรือชาติไหนเธอก็สัญญาและสาบานกับตัวเองตรงนี้แล้วว่า จะไม่มีวันญาติดีกับนายกลางบึงนั่นเลย ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีวันอโหสิกรรมให้ เพราะแค้นนี้ต้องชำระ!

 

            ชั่วโมงวิชาวิทยาศาสตร์อาจารย์ผู้สอนให้นักเรียนทดลองอีกแล้ว แม้ว่าวิชานี้น้ำหนึ่งจะไม่เคยนึกชอบเอาเสียเลย แต่คราวนี้เธอจะใช้ชั่วโมงนี้เริ่มปฏิบัติการแก้แค้นนายนั่นให้จงได้

            เอาล่ะ...สำหรับกลุ่มไหนที่ทดลองเสร็จแล้วก็อย่าลืมสรุปผลการทดลอง แล้วนำอุปกรณ์ทุกอย่างไปล้างให้สะอาด และเก็บเข้าที่ด้วยความระมัดระวังด้วยนะคะ เสียงอาจารย์ก้องกังวานไปทั่วห้อง ในขณะที่บรรดานักเรียนพากันง่วนอยู่กับการทดลอง

            น้ำหนึ่งยื่นบีกเกอร์ให้กับเคน เพื่อให้เขาหยดสารไฮโดรคลอริกที่ถืออยู่ลงไป ส่วนกลางชลที่มือถือหลอดทดลองอยู่ต้องชะงักค้าง เพราะเขาคิดไว้ว่าต้องหยดสารใส่ในหลอดทอลองก่อน

            ต้องใส่ในหลอดทดลองก่อนไม่ใช่เหรอน้ำ วีวี่แย้งขึ้น

            ก็หลอดทดลองมันไม่ว่าง ฉันก็เลยจะใส่ในนี้เลยไงเล่า น้ำหนึ่งพูดเสียงห้วนกระทบจิกกลางชลเข้าอย่างจัง ทำให้เขาวางของที่อยู่ในมือลงที่แท่นตั้งทันที

            เอ้า...งั้นจะหยดลงไปล่ะนะ เคนเอ่ยพร้อมกับทำท่าจะหยดสารลงไปในหลอดทดลอง ไม่มีสมาชิกคนใดในกลุ่มคัดค้าน เขาจึงหยดลงไป

            เฮ้ย! ทำไมมันเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแล้วนั่นๆๆ ใครคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

            ของกลุ่มโน้นได้สีเขียว... กลางชลเอ่ยเสียงราบเรียบ

            ก็เพราะเรายังไม่ได้หยดสารอีกตัวลงไปย่ะ อย่ามาโง่แถวนี้! กลุ่มเราไม่ต้อนรับคนโง่...อย่างนาย!” น้ำหนึ่งได้ทีทับถมจนเพื่อนคนอื่นๆ ต้องเอ่ยปราม

            เมื่อการทดลองผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และอาจารย์ก็มาเดินตรวจเรียบร้อยแล้ว ทุกคนในกลุ่มก็ต้องช่วยกันเก็บอุปกรณ์การทดลองไปล้างและเก็บเข้าชั้น น้ำหนึ่งจะถือบีกเกอร์และหลอดทดลองไปล้างเอง แต่เคนขัดขึ้นมาว่า...

            ไอ้น้ำๆๆ...แกไม่ต้องไปล้างเลย เดี๋ยวจะกระเปิ๊บกระป๊าบทำอุปกรณ์ของอาจารย์หล่นแตกเสียหาย ต้องจ่ายค่าเสียหายบานตะไทเลยนะเว้ย ให้วีวี่ไปดีกว่า

            วีวี่ยื่นมือมาจะรับของจากมือคนถูกห้ามไปล้าง แต่น้ำหนึ่งกลับไม่ยอมยื่นให้เธอ

            ฉันว่าให้นายชลไปล้างดีกว่า ฉันรู้ว่านายนี่เป็นคนรอบคอบ รับรองว่าอุปกรณ์ได้รับความคุ้มครองอย่างดีแน่นอน เธอเอ่ยพร้อมกับยื่นของในมือให้คนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสผิดปกติ

            กลางชลรับมาถืออย่างงงๆ แต่ก็จะเดินไปยังอ่างล้างอุปกรณ์ที่เพื่อนกลุ่มอื่นกำลังล้างอย่างขะมักเขม้นแต่โดยดี เมื่อล้างทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ถือมาเก็บด้วยความระมัดระวัง เรียกได้ว่าประคับประคองมาอย่างเต็มที่

            น้ำหนึ่งที่ตั้งท่ารออยู่แล้วเห็นดังนั้น ก็ยื่นขาไปขัดเขาที่กำลังเดินอยู่จนฝ่ายนั้นล้มหน้าคะมำลงไป พอดีกับจังหวะที่ นิดหน่อย เพื่อนสาวร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ตรงข้ามกับชื่อ ที่กำลังจะเดินอุ้ยอ้ายมาเก็บอุปกรณ์ที่ตู้เหล็ก ทำให้ชายหนุ่มร่างเพรียวต้อง Mouth to Mouth กับเธอเข้าอย่างจัง

            จุ๊บ!

            เพื่อนคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็หันมามองด้วยความตื่นเต้น เมื่อทุกคนอึ้งไปได้สักพักหนึ่งก็หัวเราะกันลั่นห้องท้องคัดท้องแข็งตามกันไป ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์เองก็อดที่จะฮาครืนด้วยไม่ได้

            ไอ้ชลจูบกับยัยนิดหน่อยเว้ย! อย่างนี้ห้องเราก็มีคู่รักข้าวใหม่ปลามันเกิดขึ้นสายฟ้าแลบเป็นปรากฏการณ์ใหม่เลยนะ ฮิ้วววววว~” ใครคนหนึ่งในห้องพูดขึ้นมา ทุกคนในห้องก็หัวเราะขึ้นมาอีกรอบ

            กลางชลรีบลุกขึ้นมาจากร่างยักษ์ที่อยู่เบื้องล่างนั้นอย่างตาลีตาเหลือก ด้วยความอายแทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีทำให้เขาหมดหนทางที่จะต่อปากต่อคำใดๆ ในเมื่อเหตุการณ์เมื่อครู่มันฟ้องอยู่ทนโท่

            เอาล่ะๆ ทุกคนเก็บของเรียบร้อยแล้วก็กลับไปนั่งที่ได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะสั่งการบ้าน เสียงของอาจารย์ดังขึ้นมาทันเวลาพอดี ก่อนที่กลางชลจะตัดสินใจมุดหน้าลงไปที่แผ่นดินในตอนนั้น

            ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา กลางชลก็โดนเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นแฟนกับนิดหน่อย แม่สาวร่างอ้วนก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเขาเลยสักนิด แถมยังจะมีท่าทีเขินอายเสียอีก

            ฮ่าๆๆ...นี่ไม่นึกเลยนะว่านายจะมีรสนิยมชอบความอบอุ่นถึงขนาดเป็นแฟนกับยัยนิดหน่อยได้น่ะ นายก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย เอ้อ...จริงๆ ก็จีบเค้าดีๆ ก็ได้ ลูกเค้ามีพ่อมีแม่ ไม่ใช่จู่ๆ ก็ถลาเข้าไปจูบแบบนี้ โฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ น้ำหนึ่งได้ทีหัวเราะเยาะเขาเสียใหญ่โต

            ไม่ต้องมาพูดเลยนะยัยจอมแสบ! เพราะเธอนั่นแหละที่ทำให้เราต้องเป็นแบบนี้ โดนคิดบัญชีวันนี้ไม่เข็ดใช่ไหม เราจะได้จัดให้อีกสัก...

            หยุดปากพล่อยๆ ของนายไว้แค่นั้นแหละนายโรคจิต! อย่ามาพูดอะไรทุเรศๆ แถวนี้นะ!” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เธอก็พูดสวนขึ้นมาก่อนเพื่อไม่ให้เขาพูดอะไรต่อจากนั้น

            ชายหนุ่มหัวเราะหึในลำคอแล้วยิ้มหยัน ถ้าหากเขาจะป่าวประกาศว่าจูบกับยัยนี่ ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่ทำเองมากกว่า น้ำหนึ่งมองเขาตาเขียว

            ถ้าเราไม่หยุด แล้วเธอจะหยุดปากให้เราได้เหมือนกับที่เราหยุดปากเธอได้รึเปล่าล่ะ...น้ำหนึ่ง!”

            ประโยคนั้นของกลางชลทำให้น้ำหนึ่งไม่สามารถต่อความยาวสาวความยืดอะไรต่อได้อีก นอกจากจะสงบปากสงบคำเถียงต่อไม่ได้ เธอก็ทำได้แต่ถลึงตาใส่อีกฝ่ายด้วยความโมโหอย่างที่สุด

            จังหวะที่ทั้งสองถกเถียงกันอย่างไม่มีวันจะลงรอยกันได้ โอ๊กก็เดินมาหาน้ำหนึ่งที่ห้อง ทำให้นักมวยต้องพากันแยกเข้ามุมแต่ยังเขม่นกันอยู่

            น้ำ...ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ วันนี้กลับกับเรานะ โอ๊กเอ่ยขึ้นชวนกลับบ้าน

            ฉันต้องอยู่ประชุมห้องก่อนน่ะ นายกลับไปก่อนเถอะ ไม่รู้ว่าจะเลิกประชุมตอนไหน

            ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวเรารอน้ำอยู่หน้าห้องก็ได้ เขาพูดแล้วยิ้มร่าเดินถลาไปรออยู่หน้าห้อง น้ำหนึ่งส่ายหน้าอย่างระอาใจที่ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ เหมือนตัวเองกำลังโดนมัดมือชกอย่างไรอย่างนั้น

            หัวหน้าห้องสาวหน้าโหด ใส่แว่นสุดเฮี้ยบเหมือนเด็กเนิร์ดเดินออกไปที่หน้าห้องแล้วพูดเสียงลั่นข่มเพื่อนให้เงียบเพื่อเป็นการเปิดวาระการประชุม ทำให้บรรยากาศอันชุลมุนหลังเลิกเรียนเริ่มอยู่ในความสงบ

            ฉันได้รับเรื่องมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาเราว่า ภายในอาทิตย์หน้าพวกเราต้องจัดบอร์ดวันภาษาไทยแห่งชาติ เพราะวันที่ 29 กรกฎาคมปีนี้โรงเรียนของเราจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน จะมีโรงเรียนอื่นมาร่วมแข่งขันทางวิชาการ วันเสาร์นี้ให้ทุกคนมาพร้อมกันที่โรงเรียนเวลา 9 โมงเช้า...

            สิ้นคำของหัวหน้าห้องทำให้ทุกคนฮือฮากันใหญ่ หลายๆ คนบ่นอุบว่าไม่อยากตื่นแต่เช้าในวันหยุดสุดสัปดาห์อันแสนสบายของตน แต่เมื่อโดนเสียงโหดๆ ของผู้นำว่าต้องมาทุกคนก็ไม่มีใครกล้าหืออีก

            วันนี้เราจะมาแบ่งหน้าที่กัน ว่าใครจะได้ทำอะไรบ้างในงาน ซึ่งห้องเราได้ออกร้านขายน้ำแข็งไส ว่าแล้วหัวหน้าห้องก็มอบหมายหน้าที่ทุกคนที่ถูกกำหนดมาเรียบร้อยแล้วตามเลขที่ เลขที่ 1 ถึง 10 หาอุปกรณ์มาจัดซุ้มของห้องเรา

            เธอไล่รายละเอียดแจงงานให้จนถึงเลขที่ท้ายๆ ซึ่งก็มีน้ำหนึ่ง วีวี่ และกลางชลอยู่ในกลุ่มนี้ สำหรับเคน เขามีหน้าที่ติดต่อหาซื้อน้ำแข็งและน้ำหวาน

            เลขที่ 44 ถึงเลขที่ 50 เป็นคนขายน้ำแข็งไสหน้าร้านในวันงาน...

            น้ำหนึ่งแสดงท่าทางตื่นเต้นอยู่กับวีวี่ รวมไปถึงคนที่ได้รับหน้าที่เดียวกันด้วย ยกเว้น...กลางชล

            อุ๊ยน้ำ...เราได้ขายของแหละ น่าสนุกดีเนอะ แล้ววันงานก็จะมีหนุ่มๆ มาซื้อน้ำแข็งไส ไม่แน่ก็อาจจะมาขอเบอร์พวกเราไง วีวี่พูดอย่างระริกระรี้

            ไม่ไหวมั้ง ฉันว่าขายของน่าสนุกเพราะว่าได้ทำน้ำแข็งไส ไม่เคยทำมาก่อนเลยเราก็จะได้มีประสบการณ์ไงล่ะ เราก็มีผู้ชายตั้งคนนึงคอยไสน้ำแข็งให้เรา

            คนที่ถูกพูดถึงอยู่แถวนั้นพอดี เขาเห็นคนพูดเหลือบมามองตนนิดหนึ่งอย่างไม่แยแส เขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอมากนัก

            แล้วก็เรื่องเข้าค่ายจริยธรรมเดือนหน้า เราจะเข้ากันในวันที่ 15 - 17 เตรียมตัวไว้ได้เลย รายละเอียดและกำหนดการเราจะแจ้งให้ทราบทีหลัง เลิกประชุม... เสียงบทสรุปของยัยหัวหน้าห้องจอมเฮี้ยบทำให้ทุกคนเริ่มคุยกันราวกับนกกระจอกแตกรัง

            เมื่อการประชุมเลิกแล้ว น้ำหนึ่งก็หยิบกระเป๋ากำลังจะเดินออกจากห้อง เพราะกลัวว่าโอ๊กจะรอนานด้วยความที่เธอเกรงใจเขา แต่เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นรั้งเธอไว้เสียก่อน

            พอประชุมเสร็จก็รีบกลับเชียวนะ กลัวว่าแฟนจะรอนานเหรอครับคุณน้ำหนึ่ง จะไม่อยู่คุยเรื่องงานก่อนเหรอ ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยรึไงกันครับคุณผู้หญิง ชายหนุ่มแดกดัน

            คนถูกทักหันขวับมามองด้วยสายตาเยือกเย็นทันที แล้วมันเรื่องอะไรของนายไม่ทราบยะ! ฉันจะไปไหน จะทำอะไรแล้วมันหนักส่วนไหนของนายล่ะ เพื่อนคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว นายจะอยู่คุยงานสวรรค์วิมานอะไรอีก เชิญอยู่เป็นผีเฝ้าห้องไปคนเดียวเถอะย่ะ...!”

            กลางชลได้ยินคำตอกกลับของเจ้าหล่อนแล้วแทนที่เขาจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขากลับหัวเราะอย่างรู้สึกดีเสียอีกที่ได้ยินคำกระแทกแดกดันของเธอก่อนกลับบ้าน

            จะมาเฝ้าเป็นเพื่อนกันไหมล่ะ ถ้าเธอยอมอยู่เฝ้ากับเรา เราก็จะอยู่ ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย

            อย่ามาพูดเลย นายก็มีแต่จะขี้ขลาดตาขาวไม่กล้าอยู่ล่ะสิ

            อย่ามาท้าเรานะ เราอยู่แน่ๆ ยกเว้นแต่เธอเถอะ กล้าอยู่รึเปล่าล่ะ เขายิ้มเยาะ

            กล้า! ทำไมคนอย่างฉันจะไม่กล้า ฮี่โธ่! กะอีแค่อยู่เฝ้าห้องเรียนที่ตัวเองนั่งเรียนอยู่ทุกวัน เฝ้าทั้งคืน มันจะไปยากอะไร๊... น้ำหนึ่งพูดโอ้อวด

            แต่เธออย่าลืมสิว่าตอนกลางวันกับกลางคืนมันไม่เหมือนกันนะ เขาพูดเสียงเย็นให้อีกฝ่ายกลัว ถ้าเธอกับเราอยู่ที่นี่ด้วยกันสองต่อสอง เธออยากรู้ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้น

            ชายหนุ่มยิ้มแบบมีเลศนัยอีกครา ทำให้คนฟังเริ่มตาลุกวาวด้วยความเดือดดาล นายจะทำอะไรฮะ นายจะกล้าทำอะไรฉันงั้นเหรอ

            เธอคิดว่าเราจะไม่กล้าเหรอ เขาหัวเราะหึในลำคอ ถ้าเธอคิดว่าเราไม่กล้า...เธอก็ลองทบทวนเหตุการณ์วันนี้ดูเองก็แล้วกัน ว่าเราจะกล้าหรือไม่กล้า

            น้ำหนึ่งสะดุ้งโหยง นึกถึงเหตุการณ์เมื่อกลางวันที่เธอโดนนายกลางชลจูบ เธอรีบหลบตาอีกฝ่ายทันทีและไม่กล้าที่จะต่อปากต่อคำอะไรต่อจากนั้นอีก

            ขนาดจูบเรายังกล้า เธอก็ลองคิดดูว่าถ้ามากกว่านั้น...เราจะกล้าไหม” ชายหนุ่มกระซิบ

            พูดจบเขาก็เดินผละไป ทิ้งปริศนาไว้ให้อีกฝ่ายกังวลใจเล่นๆ งานนี้เธอจะต้องเอาชนะเขาไม่ได้เป็นแน่ เพราะไม้ตายได้ถูกนำมาใช้จนเธอจนมุมเถียงไม่ออกไปเรียบร้อยแล้ว

            นะ...นี่...! นี่นายกลางบึงบ้า! กลับมาก่อน กลับมาพูดให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ ตกลงนายหมายความว่ายังไงกันยะ ฉันจะไม่ยอมให้นายทำอะไรฉันได้หรอกนะ นายบ๊อง...กลับมาฟังฉันพูดก่อนสิยะ

            ด้วยความที่เพิ่งนึกคำที่จะเถียงต่อได้ทำให้หญิงสาวได้แต่ตะโกนเถียงไล่หลังเขาไป กลางชลขำกับความไม่ยอมแพ้ของเธอ

            ยัยนี่นี่สุดยอดจริงๆ ยัยจอมแสบ!

 

            ายหนุ่มเดินมารับน้องสาวที่อาคารเรียนแล้วทั้งสองก็กลับบ้านพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน เขายิ้มระรื่นมาแต่ไกลจนใบบัวสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นก็อดที่จะทักขึ้นมาไม่ได้

            เป็นอะไรมากป่ะเนี่ยพี่ชล เห็นยิ้มอะไรอยู่คนเดียวนานแล้ว คนเป็นน้องจ้องพี่ชายเขม็ง

            ปะ...เปล่า! ไม่ได้เป็นอะไร ไปเถอะ...เรารีบกลับบ้านกันดีกว่า วันนี้แม่จะทำเมนูพิเศษด้วยนะ ฝ่ายนั้นทำเป็นเฉไฉไปเรื่องอื่น แต่เด็กสาวก็ยังไม่เลิกรา

            เรื่องพี่น้ำเหรอ

            ยัยนั่นไม่เกี่ยว!” เขารีบสวนขึ้นมาอย่างทันควันอย่างมีพิรุธ พี่ไม่อยากเสวนาถึงยัยนั่นอีก ไม่ต้องพูดถึงอีกนะ กลับบ้าน!”

            ใบบัวไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายของตนจะต้องมีท่าทีโมโหโกรธาขนาดนี้เมื่อยามที่พูดถึงน้ำหนึ่งขึ้นมา เขาทำเสียงกระแทกกระทั้นจนเธอต้องสงบปากสงบคำลงไป

            และค่ำคืนนั้นกลางชลก็ได้แต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ แม่ก็ใช้ให้ใบบัวมาเคาะประตูเรียกให้เขาลงไปกินข้าวพร้อมกับพ่อและแม่

            พี่ชล...พี่ชล...แม่ให้มาเรียกไปกินข้าว นี่...! ทำอะไรอยู่น่ะห๊า เปิดประตูมาคุยกันก่อนดิ๊ เด็กสาวตะโกนลั่น

            รู้แล้วแหละน่า... ชายหนุ่มเปิดประตูผลัวะออกมาประจันหน้ากับน้องสาว มีอะไร คุยมา!”

            แม่ให้บัวมาเรียกพี่ไปกินข้าว ไหนว่าวันนี้รอเมนูพิเศษของแม่อยู่ไง ไม่เห็นจะมาสนใจเลยเธอพูดจิกกัดจนอีกฝ่ายรู้สึกได้และนึกถึงใครบางคน

            เดี๋ยวนี้หัดพูดประชดประชันนะ ตั้งแต่สนิทสนมกับยัยจอมแสบนั่น ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไป และอีกฝ่ายก็เดินตามลงบันไดมา

            เขาเดินลงมาเจอหน้าพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอยู่ก่อนแล้ว เมื่อหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ประจำของตนเองเขาก็จัดการตักข้าวใส่จานให้กับทุกคน

            ไงชล...วันนี้เก็บตัวรึ ถึงได้ไม่ยอมลงมาช่วยพ่อกวาดลานหญ้ากับรดน้ำต้นไม้น่ะฮึ พ่อเอ่ยทัก

            เอ่อ...ผมทำการบ้านครับ วันนี้งานเยอะมากเลย ต้องขอโทษพ่อด้วยครับ

            ไม่เป็นไร พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก พ่อก็แค่เป็นห่วงว่าลูกจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า

            เอ่อ...พ่อครับ แม่ครับ ผู้เป็นลูกชายออกปาก ช่วงนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมเยอะมาก ผมคงต้องกลับบ้านเย็น อาจจะไม่ได้กลับพร้อมน้อง

            ใบบัวเหลือบตาขึ้นมามองพี่ชายนิดหนึ่ง แอบสังเกตว่าเขามีอะไรกันแน่

            ถ้าอย่างนั้นก็ให้น้องรอกลับด้วยสิลูก เป็นสาวเป็นแส้ให้กลับคนเดียวมันอันตราย แม่พูดด้วยความเป็นห่วงลูกสาวคนเล็ก

            ไม่เป็นไรค่ะแม่ บัวกลับเองได้ ยังไงก็กลับอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ใบบัวรีบแย้ง ถึงยังไงเธอไม่อยากไปนั่งเฝ้าจับเจ่าอยู่กับพี่ชายตอนเย็นย่ำนัก

            ก็ดีครับแม่ ให้น้องบัวอยู่เป็นเพื่อนผมด้วย เขาหันมายิ้มกับน้องสาวอย่างมีเลศนัย แล้วหันมาพูดกับเธอว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อนะน้องสาวที่น่ารักของพี่ หึหึ มี เพื่อนคุย อยู่แล้วแหละ...ไม่ต้องห่วง

            หลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วสองพี่น้องก็เดินตามกันออกมาเพื่อเคลียร์กันเองกับเรื่องเมื่อครู่ที่บอกพ่อกับแม่

            พี่ชล...เรื่องที่พี่บอกมันหมายความว่าไง ฝ่ายน้องสาวเปิดฉากสนทนาขึ้นมาก่อน

            ก็อะไรเล่า พี่ก็หมายความตามที่พูด เขายิ้มมุมปาก นายเคนเพื่อนพี่มันคงจะมีกำลังใจ งานของห้องพี่ก็จะออกมาเลิศหรู ถือว่าเห็นแก่งานโรงเรียนไง

            ที่บัวถามก็ไม่ใช่ว่าบัวไม่อยากไปอยู่รอพี่ชลหรอกนะ บัวก็อยากอยู่คุยกับพี่น้ำ แต่พี่ชลเลิกยัดเยียดบัวให้พี่เคนซะทีได้ไหม บัวยอมรับว่าก็รู้สึกดีๆ กับพี่เคน แต่บัวจะรู้สึกดีกว่านี้มากถ้าพี่ชลเลิกทำเหมือนบัวเป็นสิ่งของที่จะยื่นให้ใครก็ได้อย่างนี้ น้ำเสียงคนพูดเริ่มแข็งขึ้นกว่าเดิม

            พี่รู้...แต่บัวเข้าใจความหวังดีของพี่บ้างไหม

            บัวเข้าใจ... เธอเริ่มอ่อนลง ถ้าอย่างนั้นบัวก็ขอแสดงความหวังดีต่อพี่ชายสุดที่รักบ้างนะ เด็กสาวยิ้มอย่างมีอุบายแอบแฝง



มาอัพแล้วค่า...อ่านกันให้จุใจกันเลยนะคะ เต็มใจนำเสนอเต็มที่ค่ะ
แต่อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้นท์ให้ด้วยนะคะ เพื่อจะได้เป็นกำลังใจในการแต่งตอนต่อไปค่ะ
((เมื่อไหร่เม้นท์จะถึง 200 กับเค้าซะทีนะเนี่ย T^T ไม่ค่อยมีใครอ่านเลย))

งานเยอะมากเลยค่ะ ปีสาม ,, ทั้งเยอะ ทั้งหนัก ปวดสมองสุดๆ
แต่ก็จะพยายามหาเวลาเขียนนิยายค่ะ ได้วันละบรรทัด สองบรรทัดก็ยังดี
อย่าลืมนะคะ ,, เม้นท์ติชมกันบ้าง เนอะว่านิยายเรื่องนี้เป็นยังไง

ถ้าชอบก็โหวตเลยค่ะ [Ment, Vote, Add Fav. na ja]  :)
"รักคนอ่าน รักคนเม้นท์ รักคนโหวต รักแฟนพันธุ์แท้ทุกคนเลยค่ะ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #195 CREAM zZ~ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2552 / 22:24
    อัพแล้วววว ดีใจจจ TOT
    น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตั้น 555+
    #195
    0
  2. #178 CREAM zZ~ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2552 / 19:35
    อัพๆๆๆๆ พลีสสสส~
    #178
    0