[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 14 : [ Match IX ] : คนอย่างนางสาวน้ำหนึ่ง ไม่เคยเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 เม.ย. 52



                รุ่งเช้าของวันศุกร์สุดสัปดาห์ น้ำหนึ่งเดินเข้าประตูหน้าโรงเรียนมาพร้อมกับโอ๊คโดยไม่แคร์สายตาของหลายๆ คนที่มองมาด้วยความสนใจ ชายหนุ่มมาก่อนและยืนรอเข้าโรงเรียนพร้อมกันกับเธอ ทั้งสองเดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงห้องเรียน โอ๊คเดินมาส่งน้ำหนึ่งที่ห้องก่อน ก่อนที่ตนจะเดินไปที่ห้องเรียนของตนเอง

                เย็นนี้เดี๋ยวเรามารับนะน้ำ พูดจบเขาก็เดินผละไป

                การเดินมาพร้อมกันของน้ำหนึ่งและโอ๊ค สร้างความแปลกใจให้แก่เคนกับวีวี่เป็นอย่างมาก ทั้งสองรีบเข้ามาหาเพื่อนสาวแล้วถามความเป็นมาของเรื่องทันที

                แกคบกับนายโอ๊คงั้นเหรอไอ้น้ำ ตกลงมันยังไงกันแน่วะ เคนเอ่ยถามขึ้น

                นั่นสิ...แกนี่มีอะไรให้แปลกใจอยู่เรื่อยเลยนะ วีวี่เพิ่มน้ำหนักให้กับเคน

                คนถูกซักยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ ไม่ได้คบกันแบบแฟนหรอกนะ ถ้าจะพูดอย่างนั้นมันก็เร็วเกินไปอ่ะ ก็แค่...เพื่อนกัน

                ขณะนั้นเองที่กลางชลเดินเข้ามาในห้อง เขาวางกระเป๋าแล้วหย่อนก้นลงนั่งที่ประจำของตนเอง ทั้งสามหันไปมองเขาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่น้ำหนึ่งก็ไม่อยากจะเห็นเขาในสายตาอีกต่อไป ถ้าทำได้ก็อยากจะทำเป็นไม่เห็นว่าเขายืนอยู่บนโลกใบเดียวกับเธอ

                แล้วนายนี่ล่ะน้ำ แกจะว่ายังไง วีวี่หันมากระซิบกระซาบ

                นายนี่ฉันไม่รู้จักอยู่แล้ว เพื่อนก็ไม่ใช่ ฉันไม่แคร์หรอก เดี๋ยวคนอื่นก็คงจะเข้าใจเองนั่นแหละ เธอพูดพร้อมกับปรายตามองคนที่กำลังพูดถึงอย่างไม่ใยดี

                กลางชลเหลือบมองน้ำหนึ่ง เขารู้แล้วว่าวันนี้เธอเดินมาพร้อมกับโอ๊ค เพราะเขาเจอกับมินก่อนที่จะเข้ามาในห้องเรียน พรุ่งนี้ก็เป็นวันของศึกแดงเดือดที่เขาจะไปร่วมเชียร์ทีมรักกับเพื่อนๆ มินจึงมานัดเขาอีกทีหนึ่ง เขาคิดว่าน้ำหนึ่งคงจะไม่ไปดูที่บ้านของมินเป็นแน่ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้อยากเจอหน้าเขาอยู่แล้ว

                ขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายเรื่องเกี่ยวกับธรณีวิทยาอยู่ที่หน้าชั้นเรียน บรรดาลูกศิษย์ก็ตั้งใจฟังอย่างดิบดี น้ำหนึ่งฟังไปด้วย มือก็จดเลกเชอร์ยิกๆ ใส่สมุดด้วยความตั้งใจ จู่ๆ ไม่รู้ว่าปากกาหล่นมาจากไหน กลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่ที่เท้าของเธอ หญิงสาวก้มไปมองก็รู้ว่าเป็นของนายกลางชลที่นั่งถัดไปอีกแถวนั่นเอง

                ชายหนุ่มก้มลงมาเก็บปากกาของตนที่ตกกลับคืนไป ทั้งสองเหลือบตามองกันแวบหนึ่ง

                สักพักก็มียางลบหล่นกลิ้งลงมาบริเวณที่เธอนั่งอยู่อีก คนนั่งถัดจากเธอก็ก้มลงมาเก็บอีก เธอได้แต่มอง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก อีกประเดี๋ยวก็ตามด้วยไม้บรรทัด ปากกาลบคำผิด ฯลฯ เธอคิดว่าเขาคงจะยั่วโมโหให้เธอไม่มีสมาธิในการเรียนเป็นแน่

                นี่นาย...นายไม่ทำของทั้งกระเป๋ามาหล่นทับเท้าฉันเลยล่ะ น้ำหนึ่งทนไม่ไหวเริ่มวีนแตกทั้งๆ ที่ห้องเรียนเงียบแสนเงียบ

                อาจารย์ที่กำลังบรรยายอยู่นิ่งทันที และหันมามองที่ด้านหลังห้องพร้อมกับเริ่มเอ่ยเตือน

                ด้านหลังเอะอะอะไรกัน ตั้งใจเรียนกันหน่อยสิ ถ้าไม่อยากเรียนก็ออกไป อย่ามารบกวนสมาธิของเพื่อนๆ เอ้า...เรามาดูเรื่องของหินแกรนิตกันต่อ

                กลางชลแอบขำ น้ำหนึ่งปรายตามองเขาด้วยความหมั่นไส้ ดี...อยากมาแกล้งฉันก่อนนะนายกลางบึง เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน เธอคิดในใจ

                อาจารย์มีหินตัวอย่างมาให้ดู โดยให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละห้าคน เวียนกันดูหินแต่ละชนิด เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างความเพลิดเพลินได้มากทีเดียว

                น้ำหนึ่งต้องอยู่กลุ่มเดียวกับกลางชลด้วย เพราะถ้านั่งอยู่บริเวณเดียวกันจะได้ดูด้วยกันได้ง่าย ทั้งสองได้แต่มองเขม่นกันไปมา สงครามประสาทเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ

                วีวี่พินิจพิจารณาดูหินก้อนนั้นที่ระยิบระยับด้วยความสนอกสนใจ แล้วส่งต่อให้น้ำหนึ่งช่วยชื่นชมความสวยงามนั้นด้วยอีกคน เมื่อเธอดูเรียบร้อยแล้วคนที่จะต้องส่งต่อให้ถัดไปก็คือกลางชล

                ชายหนุ่มยื่นมือไปรับหินอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่ก่อนที่เขาจะเอื้อมไปถึงอีกฝ่ายกลับปล่อยก่อน ทำให้หินก้อนสวยนั้นดิ่งลงพื้นทันที ส่งผลให้มันกระทบกับเล็บเท้าของเขาเข้าเต็มๆ

                โอ๊ย...!”

                กลางชลร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดอย่างแรง ก่อให้เพื่อนร่วมกลุ่มเกิดอาการตกใจ อาจารย์ที่กำลังอธิบายถึงคุณสมบัติของหินให้กลุ่มอื่นรีบรี่มาดูอาการเจ็บของลูกศิษย์รุ่นกระทง โชคดีที่ทั้งก้อนหินเจ้ากรรมไม่ได้เสียหายอะไร แต่เท้าของเขาเริ่มบวมแดงขึ้นมา

                หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะอาจารย์ พอดีมือหนูลื่นน่ะค่ะ น้ำหนึ่งแก้ตัว

                เอ้า...ไม่เป็นไรๆ เธอเป็นยังไงบ้างล่ะ เดินไหวไหม ผู้อาวุโสถามอย่างห่วงใย อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับแต่ก็ยังคงร้องโอดโอย เธอขอโทษเพื่อนด้วยการพาไปห้องพยาบาลก็แล้วกันนะ

                อาจารย์หันไปเอ่ยกับศิษย์ตัวแสบ ทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ ต้องจำยอมพยุงกลางชลเดินออกจากห้องไป

                เมื่อก้าวพ้นห้องจนลับสายตาของทุกคนออกมาแล้ว น้ำหนึ่งสะบัดมือของตนออกจากแขนของอีกฝ่ายทันที จนคนเจ็บเซถลาไปอีกทางเกือบจะล้มลุกคลุกคลาน

                เดินเองสิยะ อย่ามาทำเป็นสำออยหน่อยเลย เจ็บแค่นี้ทำเป็นจะตาย สุ้มเสียงของเธอสุดแสนจะประชดประชันเสียเต็มประดา

                กลางชลไม่ได้ลุกขึ้นมาเดินปร๋อเหมือนอย่างที่หญิงสาวบอก เพราะตอนนี้เท้าของเขาพลิกจนเจ็บจี๊ดมากขึ้นไปอีก เขาทำได้แค่เพียงนั่งพับร้องโอดโอยเพราะเจ็บกว่าเดิม แต่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะมาเห็นใจกันเลย เจ้าหล่อนยืนเท้าเอวเหยียดหางตามามองด้วยความหมั่นไส้

                เจ็บมากนักใช่ไหม มานี่เลย เอาเท้ามานี่... เธอเอ่ยพลางนั่งยองๆ ลงไปจับเท้าข้างที่เจ็บของเขาพร้อมกับเริ่มบีบนวดอย่างแรง ส่งผลให้คนเจ็บยิ่งร้องเสียลั่นทางเดิน นี่ๆๆๆ ฉันหมอนวดเก่า อีกประเดี๋ยวก็หาย นายก็จะหายไปจากโลกนี้เลยยังไงล่ะ

                กลางชลไม่ได้พูดตอบโต้ใดๆ เพราะความเจ็บปวดที่เพิ่มทวีคูณขึ้นมานั้นกลับยิ่งทำให้เขาพูดไม่ออก เท้าของเขาก็คงจะระบมไปแล้ว ถ้าให้เขาลุกขึ้นเดินในตอนนี้เห็นทีเขาคงยอมนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เป็นตายร้ายดีอย่างไรเขาก็ไม่มีทางขยับเขยื้อนไปไหน

                น้ำ...เราขอโทษที่แกล้งเธอ เราขอร้องเถอะนะ ช่วยพาเราไปห้องพยาบาลหน่อยเถอะ อูย...เราไม่ไหว นับว่าเป็นการเอาศักดิ์ศรีของตัวเองมาขายโดยแท้ ที่ลูกผู้ชายอย่างเขาจะต้องมานั่งขอความเมตตากรุณาจากผู้หญิงให้ช่วยเหลือ

                ถึงขนาดยอมก้มหัวให้ฉันช่วยเลยเหรอเนี่ย นี่นายบื้อ รู้ไว้ซะนะว่าผู้ชายส่วนใหญ่เขาไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ หรอก โดยเฉพาะกับผู้หญิง ประโยคนี้ของเธอเหมือนเป็นถ้อยคำเย้ยหยันมากกว่าแนะนำหรือสั่งสอน

                คนเจ็บไม่พูดอะไรนอกจากนั่งกุมเท้าที่เจ็บระบม ทั้งเท้าพลิก ทั้งโดนแกล้งบีบ ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร แต่เพราะเหตุใดเขาก็ไม่อาจรู้ เขาถึงอยากให้คนตรงหน้าแยแสตนมากกว่ามาคอยกลั่นแกล้งด้วยความหมั่นไส้เยี่ยงนี้

                น้ำหนึ่งเห็นว่าท่าไม่ดีจึงยอมลุกขึ้นแล้วดึงแขนของเขาพยุงให้ค่อยๆ ลุกขึ้นตามตนเอง

                ไม่นึกเลยนะว่านายจะใจเสาะได้ถึงขนาดนี้ แค่นี้เอง...ไกลหัวใจจะตาย หญิงสาวยังไม่วายพูดแขวะเขา พลางค่อยๆ พาเขาเดินมุ่งหน้าไปยังตึกพยาบาล

                เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงห้องพยาบาลอย่างทุลักทุเล อาจารย์ประจำห้องพยาบาลก็รีบตรงรี่เข้ามาช่วยพยุงเด็กหนุ่มเข้าไปที่ห้องเพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาจารย์ถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนต้นเหตุได้แต่ยิ้มแหยๆ ในตอนที่คนเจ็บเปิดปากเล่าเรื่องทั้งหมด

                ทำไมไม่เล่าให้อาจารย์ฟังตอนที่นายแกล้งฉันก่อนด้วยล่ะยะ หญิงสาวโน้มตัวลงไปกระซิบที่หูเขาเสียงลอดไรฟันอย่างเย็นยะเยือก

                เอาล่ะ...เสร็จเรียบร้อยแล้ว เล็บแค่ห้อเลือด ส่วนข้อเท้าก็แค่แพลงนิดหน่อย ครูเอาผ้าพันไว้ให้แล้ว ค่อยๆ เดินล่ะ อย่ารีบ แล้วกลับบ้านไปก็อย่าลืมทายาคลายกล้ามเนื้อด้วยนะ

อาจารย์หญิงผู้อาวุโสวัยใกล้เกษียณ แต่มีลักษณะที่ค่อนข้างใจดีราวกับนางพยาบาลเอ่ยกับคนเจ็บที่นั่งเหยียดขาอยู่ตรงหน้า พร้อมกับยื่นหลอดยาให้ จากนั้นท่านก็พยุงให้เขาลุกขึ้นและปรายตามองน้ำหนึ่งเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าให้พาเขากลับไปเรียนต่อได้แล้ว

น้ำหนึ่งหิ้วปีกข้างซ้ายของกลางชลแล้ว อาจารย์ช่วยพยุงมาจนถึงหน้าประตูตึกพยาบาล แล้วผละไป ปล่อยให้เด็กนักเรียนเอื้อกันไปเอง หญิงสาวพาอีกฝ่ายค่อยๆ เดินมาจนถึงห้องเรียน ระหว่างที่ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องเรียนนั้น เพื่อนๆ ทุกคนในห้องที่กลับไปนั่งที่กันเรียบร้อยแล้วต่างก็มองมากันเป็นตาเดียว

ไอ้น้ำเอ๊ย...หาเรื่องให้ตัวเองจนได้ แกกำลังจะสลัดข้อหาเป็นคนจับปลาสองมือได้แล้วนะ ดูสายตาที่ทุกคนเค้ามองแกสิ เคนพูดกระซิบเมื่อเพื่อนสาวกลับมานั่งที่แล้ว

ไอ้บ้า ใครอยากไปยุ่งกับนายนั่นกันเล่า ก็นายกลางบึงนั่นมาแกล้งฉันก่อน ฉันโดนอาจารย์ดุก็เพราะนายนั่นนะ จะให้ฉันอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก

ไม่ได้ก็ต้องได้ ในวินาทีนี้ ไม่งั้นแกจะทำยังไง

เธอฟังเพื่อนหนุ่มก็อดค้อนขวับเสียวงใหญ่ไม่ได้ ฉันก็ไม่ทำยังไงไง ไม่อยากสนใจอะไรแล้ว ฉันเป็นอย่างนี้ของฉัน ใครจะทำไมก็ช่างสิ เบื่อ!”

 

ลิกเรียนแล้วน้ำหนึ่งเดินออกมาจากห้องเรียน โอ๊คยืนรออยู่แล้วเพื่อเดินไปรอรถเมล์ด้วยกัน ขณะที่เธอกำลังเดินนำหน้าโอ๊คไปแองจี้เดินสวนมาคนเดียวก็ค่อนแคะด้วยความหมั่นไส้

ไงจ๊ะแม่คนดังประจำโรงเรียน ตกเป็นข่าวดังอยู่พักใหญ่ ได้ดังสมใจเธอแล้วสินะ เมื่อตอนบ่ายไปกับคนหนึ่ง พอตอนเย็นก็ไปกับอีกคนหนึ่ง ชีวิตของเธอช่างน่าอิจฉาจริงๆ เลยนะ หน้าตาก็งั้นๆ ทำไมถึงได้ยื้อแย่งกันนักหนานะเนี่ย ท้ายประโยคเธอพูดเชิงบ่นเสียมากกว่า

คนโดน ทักทาย หันมามองสีหน้าแค้นเคือง คนรู้จักกันก็ไม่ใช่ กลับเดินมาพูดค่อนแคะตนได้ขนาดนี้ คนอย่างนางสาวน้ำหนึ่ง ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเป็นผู้ถูกระทำอยู่ฝ่ายเดียวอยู่แล้ว

ก็ยังดีกว่าคนที่หน้าตาสวยแต่ไม่มีใครอยากได้เป็นแฟนแหละน่า ได้ยินมาว่าวิ่งตามก้นนายมินเพื่อนห้องฉัน need มากจนจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งร่างแล้วนี่นา ทีหลังถ้าเกิดมาสวยแต่กินไม่ได้ก็ไปตายแล้วเกิดใหม่มาชื่อน้ำหนึ่งจะดีกว่านะจ๊ะ โฮะๆๆๆๆ

คนพูดหัวเราะอย่างสะใจ ดังสนั่นกึกก้องเต็มๆ โสตประสาทของคนฟังอย่างเต็มที่ อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็จะควบคุมอารมณ์โกรธของตนเองแทบไม่อยู่ อยากจะร้องกรี๊ดๆ ให้ลั่นโรงเรียน แต่ก็ทำได้แค่เพียงกัดฟันกรอดๆ ปล่อยให้ทั้งสองเดินจากไป

เมื่อลับสายตาของแองจี้มาแล้วน้ำหนึ่งก็หัวเราะคิกคักกับโอ๊คต่ออีกด้วยความสะใจในอารมณ์ ยังไงคนตบมือทีหลังมักดังกว่าของแท้แน่นอน เธอรู้จักแองจี้ เพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นตามติดนายมินอยู่บ่อยๆ แต่หล่อนคงจะไม่รู้จักตัวเธอนอกจากเคยเห็นหน้ากันอยู่ในโรงเรียนเท่านั้น

ยัยนี่...วันก่อนก็ตามนายมินไปถึงที่บ้าน เออน้ำ...พรุ่งนี้ศึกแดงเดือดแล้วนะ น้ำไปดูบอลบ้านนายมินกับเรานะโอ๊คพูดเปลี่ยนเรื่อง

มันจะดีเหรอ เจ้าภาพงานนี้นายมินนี่นา เขายังไม่ได้ชวนฉันเสียหน่อย ฉันไม่กล้าไปด้วยหรอก เธอไม่กล้าบอกอีกฝ่ายว่านายกลางชลเป็นคนชวนเธอไปเป็นคนแรก แต่เธอปฏิเสธ เคนเองก็ชวนแต่เพราะเธอไม่อยากเจอหน้านายนั่น จึงปฏิเสธอีกเช่นกัน

ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ก็คนกันเองทั้งนั้น ไอ้มินมันก็เพื่อนในห้องเธอ ไปกับเราไม่เห็นต้องกลัวอะไร

น้ำหนึ่งเงียบไป เหตุผลมันมีมากกว่าเกลียดขี้หน้านายกลางชลนั่น แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรอีก แต่ในเมื่อเขาชวนเธอและพูดกับเธอถึงขนาดนี้แล้ว เห็นทีเธอเองก็จะปฏิเสธไม่ลง

อื้ม...ก็ได้หญิงสาวรับปากแล้วยิ้มให้อีกฝ่าย

ฝ่ายคนชวนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างด้วยความดีอกดีใจ งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นเราจะไปรับน้ำที่บ้านนะ

เอ่อ...ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันไปเองดีกว่า ฉันพอจะคุ้นๆ อยู่บ้างว่าบ้านนายมินอยู่ไหน เธอยิ้มเจื่อนๆ เป็นการกลบเกลื่อนการปฏิเสธของเขาด้วยความเกรงใจ

ทั้งสองแยกย้ายกันกลับบ้านที่ป้ายรถเมล์นั่นเอง เมื่อหญิงสาวมาถึงบ้านก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะทำการบ้าน ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก

                ทางด้านกลางชล เขารับสายจากเคนที่โทรมาเรื่องปาร์ตี้แดงเดือดวันพรุ่งนี้ ว่ามินขอแรงให้ไปช่วยจัดงานที่บ้าน เขาจึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้เป็นแบบง่ายๆ แล้วลงบันไดมาบอกแม่แค่ว่าจะไปบ้านเพื่อน จากนั้นเขาก็เดินแกมวิ่งออกจากบ้านไป

                เมื่อมาถึงที่บ้านของมินเขาก็ได้พบกับโอ๊ค ที่มาช่วยจัดสถานที่ด้วยเช่นกัน ทั้งสองเห็นหน้ากันก็ยังคงมึนตึงใส่กันจนคนอื่นเริ่มรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย

                ไอ้ชล มาได้จังหวะพอดีเลย ตัวสูงๆ อย่างเอ็ง ช่วยกันเอาลูกโป่งตกแต่งบริเวณงานหน่อยดิ๊ มินออกมารับหน้าเพื่อน ในมือยังคงถือลูกโป่งที่กำลังขะมักเขม้นเป่าอยู่กับโอ๊ค

                เฮ้ยไอ้มิน นี่เอ็งจะเวอร์เกินไปไหม แค่จัดบริเวณสำหรับดูบอลนะเว้ย จะต้องมีลูกปงลูกโป่งอะไรให้มันยุ่งยากด้วยวะ ผู้มาใหม่เอ่ยยิ้มแค่นๆ

                เออน่า...ก็งานปาร์ตี้ดีๆ นี่แหละเว้ย ทำไมวะ ก็มาสนุกกันมันจะเป็นอะไรไป นี่เอ็งกะจะมาดูบอลเสร็จแล้วก็กลับอย่างนั้นเหรอวะ เผื่อแมนยูชนะเราจะได้ฉลองไปในตัวเลยไง

                ฝ่ายเจ้าของบ้านเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจว่าทีมรักของตนจะต้องคว้าชัยชนะมาจากทีมฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแน่นอน โอ๊คได้ฟังดังนั้นก็แอบยิ้มเยาะอยู่เงียบๆ

                กลางชลจำยอมต้องมาช่วยเพื่อนๆ ตกแต่งสถานที่ เนรมิตให้บ้านของมินเป็นงานปาร์ตี้ในบัดดล แม้ว่าจะเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ แต่ว่าเจ้าภาพจัดงานดูท่าจะตื่นเต้นกว่าใครๆ ที่เตรียมของทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว รวมไปถึงคอยเกณฑ์เพื่อนๆ มาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันคนละไม้คนละมือ ราวกับลงแขกเกี่ยวข้าวในสมัยก่อน

                เมื่อลงแรงช่วยกันจนงานเกือบเสร็จสมบูรณ์ ทั้งตกแต่งสถานที่ ยกโทรทัศน์หน้าจอ LCD จอยักษ์มาตั้งเรียบร้อยแล้ว หนุ่มๆ ทั้งหมดก็นั่งพักกันคนละมุม กลางชลหย่อนก้นนั่งอยู่ในร่มของต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้น โดยที่ไม่ได้สังเกตว่าโอ๊คก็นั่งอยู่ก่อนแล้วถัดไปจากนั้นไม่ไกลนัก

                ไง...กว่าจะมาช่วยเพื่อนได้ก็ต้องให้โทรตามนะ โอ๊คเปิดฉากขึ้นด้วยการเหน็บแนม

                กลางชลหันไปมองด้วยสายตาตำหนิ เขาก็ไม่อยากเสียเพื่อนไป จึงพยายามจะพูดดีๆ กับอีกฝ่าย

                ก็ไอ้มินไม่ได้บอกข้าไว้ ว่ามันจะจัดเตรียมวันนี้ ข้าคิดไว้ว่าพรุ่งนี้ก็ยังทันไง ไม่นึกว่ามันจะขี้เห่อ เขาพูดติดตลก แต่อีกฝ่ายไม่ขำด้วย

                งานนี้เค้าต้องมีคู่ควงมานะเว้ย หัวเดียวกระเทียมลีบอย่างเอ็งก็ระวังเพื่อนจะเหล่ทั้งงาน อายเค้าตายนะเว้ย เหมือนเขาจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเขามีคู่ควงแล้ว ซึ่งทำให้อีกฝ่ายเดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร

                กลางชลมองโอ๊คด้วยหางตา ในหัวเขามีความคิดมากมายผุดขึ้นปะปนกันไปในสมอง แต่ไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าออกมาเช่นไร เขาทราบดีว่าเพื่อนยังเคืองเรื่องเก่าอยู่อย่างมิรู้ลืม แต่เขาเองก็คงจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

                น้ำเค้าก็รับปากกับเราแล้วว่าจะมา เห็นทีแรกนายเคนบอกว่า คนอื่นๆ ชวนหลายครั้งก็ไม่ยอม อ๊ะ! ไม่น่าพูดเลย ลืมไปว่านายคงไม่อยากฟังเรื่องของน้ำสักเท่าไร คนพูดเปลี่ยนสรรพนามจนกลายเป็นความห่างเหินยิ่งกว่าเดิม พูดจบก็จะเดินผละไป

                เดี๋ยวก่อน! ไอ้โอ๊ค!” กลางชลเรียกเขาไว้พร้อมกับยืนขึ้นด้วยท่าทีขึงขัง ข้าว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกัน

                โอ๊คหยุดชะงักงัน เขาไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น

                ถ้าเรื่องนั้นมันจะทำให้ความเป็นเพื่อนของเราต้องจบ ข้าเสียใจ...แต่ข้าว่ามันน่าจะมีทางที่ดีกว่านี้ ที่จะทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม พ่อแม่ของพวกเราต่างก็เข้าใจ ตอนที่แม่ข้าไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครอง แม่ข้าได้เจอกับแม่เอ็ง เขาเท้าความ แม่เอ็งบอกกับแม่ข้าว่า อยากให้เอ็งเข้าใจเรื่องทุกอย่าง ก็เลยอยากให้ข้าช่วยอธิ...

                เอ็งไม่ต้องมาอธิบายให้ข้าฟังตามคำขอร้องของแม่ข้าหรอกไอ้ชล" โอ๊คโพล่งขึ้น "ไม่เป็นไร...ข้าจะไปบอกแม่ข้าเองว่าข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว พูดจบก็ทำท่าจะเดินผละไปอีก แต่กลางชลก็ยังคงเรียกเขาไว้

                ไอ้โอ๊ค...แม้ว่าข้าจะเพิ่งย้ายโรงเรียนมารู้จักกับเอ็ง กับไอ้มิน แต่ความสัมพันธ์มันมากกว่านั้นนะเว้ย เอ็งจะปล่อยให้มันจบลงง่ายๆ อย่างนี้เหรอ

                ประโยคนั้นทำให้เขาหยุดกึกทันที พร้อมกันนั้นเอง มินกับเคนก็เดินเข้ามา ทั้งสองได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่เขาพูดกันตั้งแต่แรก พวกเขาก็อยากจะเข้ามาช่วยประสานรอยร้าวระหว่างเพื่อนให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเลย


ในที่สุดผู้เขียนก็ผิดสัญญากับผู้อ่านจนได้ ToT"
ยกโทษให้ผู้เขียนด้วยนะค๊า...ที่บอกว่าจะมาอัพให้เสร็จตอนค่ำๆ
ก็คือว่า...(ไม่ได้แก้ตัวนะ) เมื่อคืนที่หอไฟดับค่ะ กว่าไฟจะมาก็ดึกแล้ว

แล้วที่หอนี่ใช้เน็ตแบบ wireless อ่ะ ,,
พอไฟมาเน็ตมันก็ยังไม่มา เลยอดอัพ วันนี้เลยรีบตื่นเช้ามาอัพเลยนี่ไง

เป็นกำลังใจให้กันหน่อยนะ *o* ออดอ้อนๆ อีกแล้วค้าบบบบ อิอิ
และแล้วตอนที่ 9 นี้ก็เสร็จสมบูรณ์จนได้ งุงิ งุงิ > <
เม้นท์บอกหน่อยน๊า~ ถ้ามีอะไรผิดพลาดตรงไหน เพราะรีบเอามาลง ยังไม่ได้ตรวจดูอะไรเลยง่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #343 xวๅuจัe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 17:35
     หนุกๆ
    #343
    0
  2. #129 ท่านชายพิษซี่ . (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 เมษายน 2552 / 10:45
    รีบอัพนะครับ
    สู้สู้เน่อไรท์เตอร์
    #129
    0
  3. #123 sialy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2552 / 13:46

    ค้าง
    รีบมาอัพนะค่ะ

    #123
    0
  4. #114 MiNDDY JunG,,♥ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2552 / 22:23

    รีบๆมาอัพนะ

    ค้างงงง ~ !!!

    ^_____________^

    #114
    0
  5. #113 !! :. KwaN .: !! (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2552 / 17:06
    รีบๆมาอัพน่า

    #113
    0
  6. #112 aneem (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2552 / 15:07
    รีบอัพคร่า

    อยากอ่านแล้ว
    #112
    0
  7. #105 LFC. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2552 / 11:20
    แอบเศร้าใจ "ลิเวอร์พูล ตกรอบ T^T



    รีบอัพเน้อ อยากอ่านแว้ว ^^
    #105
    0