[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 13 : [ Match VIII ] : ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจัดการเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 เม.ย. 52



               
ลางชลลุกขึ้นมาจากแรงหมัดได้ก็เอามือกุมขากรรไกรของตัวเองด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางความตกใจและตื่นตะลึงของทุกคน โอ๊คยืนกำมือนิ่ง เขาโกรธจนควันออกหู ขณะที่กลางชลกำลังเสียหลักไปเขาก็กระชากคอเสื้อของอีกฝ่าย ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

มึงจะทำให้น้ำเสียชื่อเสียงไปถึงไหน กูรู้ว่ามึงกับน้ำไม่ค่อยถูกกัน แต่มึงก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ โอ๊คบันดาลโทสะถึงขนาดที่ขึ้นภาษาสมัยพ่อขุนรามเลยทีเดียว

ข้าไม่ได้... ยังไม่ทันที่กลางชลจะพูดอะไรต่อ โอ๊คก็ซัดอีกหมัดเข้ามาที่แก้มซ้ายของเขา ทำให้เขาเองก็ทนอยู่เฉยไม่ได้ ต้องชกอีกฝ่ายคืนบ้างเพื่อเป็นการป้องกันตัว

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามศึก ก่อนที่อะไรๆ จะเกินเลยไปมากกว่านี้ อาจารย์ที่ปรึกษาของห้องก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามา และสวมบทกรรมการห้ามมวยชั่วคราว

หยุด!! หยุดเดี๋ยวนี้ ทั้งสองคนนั่นแหละ อาจารย์ตะเบ็งเสียงเพื่อข่มมวยคู่เอก

ไม่มีใครฟังคำพูดของอาจารย์ ทั้งสองยังคงตะลุมบอนกันอยู่อย่างนั้น จนสิ่งรอบข้างเริ่มถดถอยไปเรื่อยๆ ทั้งโต๊ะเก้าอี้ หรือแม้กระทั่งทุกคนที่มุงดูอยู่ จนกระทั่งอาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองมาถึง และรีบเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน

นี่โรงเรียนนะ ไม่ใช่ข้างถนน! ที่พวกคุณจะมาทะเลาะกันตามใจชอบแบบนี้ อาจารย์ฝ่ายปกครองตะเบ็งเสียงอีกคนเป็นการดุ กรุณาตามผมไปที่ห้องฝ่ายปกครองทั้งสองคน...

พูดจบอาจารย์ก็เดินออกไป เป็นนัยว่าจะให้คู่กรณีทั้งสองคนเดินตามมา โอ๊คและกลางชลก็เดินตามอาจารย์ไปโดยดุษณีกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

กลางชลเป็นแผลฟกช้ำไปทั้งหน้า เลือดไหลย้อยที่มุมปาก คิ้วก็แตกจนตอนนี้ทั้งหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลริน ส่วนโอ๊คเองก็มีสภาพไม่แตกต่างกันมากนัก ทั้งสองสะบักสบอมไปทั้งตัว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยราวกับไปออกศึกรบมาจากสงครามก็ไม่ปาน

ภายในห้องฝ่ายปกครองที่ค่อนข้างมิดชิด ชายหนุ่มทั้งสองนั่งคู่กันอยู่ตรงหน้าอาจารย์ฝ่ายปกครองด้วยความสงบเสงี่ยม แตกต่างจากเมื่อสักครู่ที่วิญญาณนักเลงเข้าสิงจนไม่มีสติ หลังจากที่ได้เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

พวกคุณรู้ไหม ว่าพวกคุณดูเหมือนหมาที่กำลังกัดกัน แล้วยังจะมีหน้ากัดกันให้คนอื่นดู ไม่สมเพชตัวเองกันบ้างเหรอ แล้วการศึกษาไม่เคยสอนคุณให้เป็นปัญญาชนกันเลยใช่ไหม

ทั้งสองฝ่ายได้แต่ก้มหน้างุดยอมรับฟังคำสั่งสอนอันเจ็บแสบด้วยความเงียบ เพราะว่าพูดอะไรไม่ออก อาจารย์เองก็ยืนพูดราวกับว่ากำลังพูดอยู่คนเดียว

ผมคงต้องขอเชิญผู้ปกครองของคุณมาพบในวันพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวผมจะส่งจดหมายเชิญตามไปทีหลัง ไปเรียนเถอะไป น้ำเสียงของอาจารย์อ่อนลง

กลางชลและโอ๊คลุกออกไปจากห้องฝ่ายปกครองตามคำสั่งของอาจารย์ เมื่อกลางชลเดินเข้ามาในห้องเรียนเขาก็โดนเพื่อนๆ ทุกคนในห้องจับจ้องสายตามาที่เขา รวมไปถึงเคนและวีวี่ด้วย ทุกคนมองมาเหมือนกับอยากจะรู้จากปากของเขาว่าบทสรุปของเรื่องนี้คืออะไรกันแน่

น้ำหนึ่งยังไม่กลับเข้ามาในห้อง แม้ตอนนี้จะได้เวลาเข้าเรียนคาบบ่ายแล้วก็ตาม เมื่ออาจารย์ประจำวิชาเข้ามาสอนแล้ว ทุกคนก็รีบนั่งประจำที่ของตัวเอง ห้องเรียนเริ่มเข้าสู่สภาวะของความเงียบสงบทันที แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าน้ำหนึ่งจะกลับเข้ามาเลยแม้แต่น้อย

เคน...ไอ้น้ำมันไปไหน นานแล้วนะ ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหนดี วีวี่กระซิบกับเคน แต่ทั้งสองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

 

น้ำหนึ่งมานั่งอยู่ที่มุมตึกเรียนด้านหลังโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีคนมาพลุกพล่านแถวนี้สักเท่าใดนัก เธอได้แต่นั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น ชีวิตตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเจอกับปัญหาเช่นนี้ ไม่นึกว่า แม้จะไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่คนของประชาชนอย่างพวกศิลปินนักร้อง แต่ก็ต้องมาเจอข้อหาที่ตนเองไม่ได้ก่อขึ้น

เธอนั่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไป โดยไม่ได้รู้เลยว่าได้ล่วงเลยเวลาเรียนมาก็มากโขแล้ว

ขนาดกลางชลเองยังมองว่าเธอเป็นคนอย่างนั้น แล้วจะเหลือใครที่เข้าใจความจริงทุกอย่าง เคนและวีวี่เองก็ยังไม่พูดอะไรกับเธอในเรื่องนี้ตั้งแต่เช้า เหมือนว่าทุกคนมองว่าเธอเป็นนางวันทองสองใจกันไปหมด เธอมีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นแล้วเดินไปสู้หน้าใคร กับความผิดที่เธอได้รับ

หญิงสาวนั่งร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาจะออก ความซึมเศร้าเข้ามาแทนที่เสียงสะอื้นไห้นั้น สายลมพัดโชยมาอ่อนๆ ใบไม้ปลิวไสวโบกไปมาเบาๆ ลมที่พัดมากระทบหน้าของเธออาจจะทำให้น้ำตาแห้งกรังไป แต่สักพักมันก็จะไหลออกมาเพิ่มความเปียกชื้นให้ดวงหน้านั้นอีก

เธอนึกได้ก็ยกแขนขึ้นมาดูเวลาที่นาฬิกาที่ใส่อยู่ที่ข้อมือ เวลานี้เป็นเวลาที่วิชาคาบบ่ายวิชาแรกเพิ่งจะหมดเวลา ถ้าเธอคิดจะเข้าเรียนคาบต่อไปก็ยังทัน แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากไปสู้หน้าทุกๆ คน เธอจึงตัดสินใจนั่งอยู่ตรงนั้นที่เดิม

เมื่อได้ซบหน้าอยู่กับหัวเข่าของตนเอง น้ำหนึ่งก็ไม่ได้เห็นอะไรนอกจากน้ำตาที่เอ่อล้นจนทำให้มองไม่เห็นโลกกว้าง

หลังจากที่หมดเวลาเรียนวิชาแรกของคาบบ่าย กลางชลลงมาจากตัวอาคารเพื่อเข้าห้องน้ำ เมื่อเสร็จภารกิจแล้วเขาก็มายืนล้างมืออยู่ที่หน้ากระจก เขาเอาน้ำมาลูบแผลฟกช้ำที่มุมปาก และคิ้วของตนเอง พร้อมทั้งดูแลความเรียบร้อยของเครื่องแบบนักเรียนที่ดูห่างไกลระเบียบเข้าไปทุกที

ระหว่างทางที่เขากำลังจะเดินกลับ เพื่อรอเรียนต่อในวิชาต่อไป ไม่รู้ว่าสิ่งใดดลใจให้เขาเดินเล่นอ้อมไปทางหลังโรงเรียน เพื่อไปขึ้นบันไดอีกฝั่งหนึ่งเป็นการแก้เซ็ง และฆ่าเวลาว่าอาจารย์ประจำวิชาต่อไปคงจะยังไม่มา

เมื่อเดินเล่นไปเรื่อยๆ ผ่านอาคารหลังใหม่ที่อยู่ด้านหลังสุดของโรงเรียน ความเงียบเข้าครอบงำเมื่อแต่ละสายชั้นต่างก็อยู่ในช่วงเวลาเรียน สายลมเอื่อยๆ พัดโชยมาทำให้เศษใบไม้แห้งปลิวต่ำๆ อยู่บนพื้นคอนกรีตตามทางเดิน มีเพียงเสียงของมันที่กระทบกันแผ่วๆ โสตประสาทของเขาได้รับรู้ถึงเสียงที่แว่วมา เขาคิดไม่ถึงว่าเสียงนั้นคืออะไร

ชายหนุ่มหยุดเดินเพื่อเงี่ยหูฟังเสียงนั้นที่ลอยมากับสายลมให้ถนัดถนี่ สายตากวาดไปในบริเวณนั้นให้ถ้วนทั่ว ก็พบเพียงความว่างเปล่าที่ปกคลุม ณ ที่นั้น

เสียงแหลมๆ ที่แว่วมานั้นยังคงอยู่ไม่เจือจาง ทิ้งให้เขาผู้สัมผัสได้ขนลุกชัน เมื่อไม่มีใครที่เป็นสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น ก็เห็นทีจะมีเพียงบางสิ่งที่ตาไม่อาจมองเห็นได้

เขาตัดสินใจค่อยๆ ก้าวเท้าอย่างสั่นเทา ใจก็กล้าๆ กลัวๆ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีอะไร ตนคงจะหูแว่วไปเอง แต่ยิ่งก้าวเท้าเดินมาเรื่อยๆ เสียงนั้นยิ่งแจ่มชัด มันคือเสียงร่ำไห้ของผู้หญิง ดูปวดร้าวราวจะขาดใจเหลือเกิน

เขามองเห็นคนนั่งอยู่ที่มุมตึกอีกด้านหนึ่งแล้ว ใจเริ่มชื้นขึ้นมาว่าคงจะไม่ใช่อย่างที่กลัวตั้งแต่แรก เขาจึงรีบเดินเพื่อตรงไปยังเธอคนนั้นทันที

กลางชลค่อยๆ เอื้อมมือไปจับที่บ่าของเด็กสาวที่กำลังนั่งสะอื้นไห้จนเธอสะดุ้ง ค่อยๆ หันหน้ามาช้าๆ ให้เขาได้ลุ้นอยู่เล็กๆ ว่าคือใครกันแน่ เมื่อเห็นดวงหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เขาก็สบถออกมาด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง

น้ำหนึ่ง! นี่เธอ...

เมื่อรู้ตัวว่ามีคนเห็น ยิ่งเป็นเขาด้วยแล้ว น้ำหนึ่งจึงรีบหันหน้ากลับไปแล้วเช็ดน้ำตาที่นองหน้าทันทีเพื่อเป็นการกลบเกลื่อนร่องรอยของความอ่อนแอ

เธอมานั่งทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่เข้าเรียนล่ะ กลางชลถาม ขณะที่พยายามจะมองหน้าของอีกฝ่าย เธอเองก็ได้แต่หลบหน้า

ไม่เกี่ยวกับนาย แล้วนายมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ นี่มันเวลาเรียนไม่ใช่รึไง เธอใช้สองมือเช็ดน้ำตาจนเหือดแห้งไปแล้วก็หันหน้ามาต่อปากต่อคำกับเขาตามปกติ หลงเหลือแต่ร่องรอยของความเศร้า ซึ่งก็คือขนตาอันเปียกชุ่ม และจมูกแดงระเรื่อ

เรามาเข้าห้องน้ำ และนึกอะไรไม่รู้เลยเดินอ้อมมาทางนี้เล่นๆ ก็มาเจอเธอนี่แหละ

น้ำหนึ่งจ้องร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอไม่นึกเลยว่าเขาจะดูไม่จืดเช่นนี้ กับเสื้อขาวที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือด ใบหน้ามีแต่รอยฟกช้ำไม่น่าดูนัก เธอมองหน้าของเขาด้วยสายตาของความสงสารแวบหนึ่ง แต่แล้วก็ต้องรีบหลบตาหันกลับไปเพื่อไม่ให้เขารู้ถึงความนัยที่ถูกสื่อออกมา

ไง...สภาพเราคงไม่น่าดูนัก ขอโทษด้วยละกันที่ทำร้ายแฟนเธอ กลับไปเรียนเถอะ ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกนะ ไอ้โอ๊คมันไม่เป็นอะไรมากหรอก เราพร้อมที่จะขอโทษมัน แล้วก็...ขอโทษเธอท้ายประโยคเสียงของเขาแผ่วลงไป

แต่ฉัน...ไม่ใช่... ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรต่อจากนี้ อีกฝ่ายก็สวนขึ้นมาตัดบท

เอาเถอะ ถึงยังไงนับจากวันนี้เราจะยุ่งกับเธอให้น้อยลงเพื่อเป็นการไถ่โทษ และข่าวลือนั่นจะได้ซาลงไปด้วย

เมื่อชายหนุ่มพูดจบ เขาก็เดินนำไปเพื่อให้เธอลุกเดินมาด้วย เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้เคลื่อนกายตามมาด้วย เขาจึงหันมาเรียกอีกครั้ง เธอจึงได้มีสติเดินตามหลังเขาไป

เมื่อเลิกเรียนแล้ว คนอื่นยังคงกระซิบกระซาบกันด้วยความสนุกปากโดยไม่ได้นึกถึงคนที่กำลังโดนนินทาเลยว่าจะรู้สึกเช่นไร โอ๊คเดินมาหาน้ำหนึ่งถึงหน้าห้องเรียน ขณะที่กลางชลถือกระเป๋ากำลังจะเดินออกจากห้องสวนออกไป ทั้งสองหนุ่มไม่ได้มองหน้ากันเลย

น้ำหนึ่งเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกมาพบกับโอ๊ค แล้วทั้งสองก็เดินกลับบ้านด้วยกัน โอ๊คแปลกใจที่วันนี้อีกฝ่ายดีกับเขากว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็มิได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เมื่อทุกอย่างลงเอยแบบนี้ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของตนอย่างมากทีเดียว

ดูสิ...หน้านายมีแต่รอยช้ำเต็มไปหมด เจ็บไหมเนี่ย กลับบ้านไปอย่าลืมใส่ยานะ หญิงสาวเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เจ็บแค่นี้เราทนได้อยู่แล้ว แต่ที่ทนไม่ได้ก็เห็นจะเป็นเรื่องถูกเชิญผู้ปกครองเนี่ยสิ แหะๆ

โอ๊ย ไม่ต้องคิดมากหรอกเรื่องนี้ เดี๋ยวฉันช่วยพูดกับแม่นายให้เอาไหมล่ะ รับรองว่าแม่จะต้องเข้าใจน่า เรื่องแค่นี้ก็เป็นเรื่องปกติของลูกผู้ชายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจัดการเอง

รอยยิ้มของน้ำหนึ่งที่มีให้เขายามที่เธอกำลังพูดเจื้อยแจ้วกับเขานั้น มันยิ่งทำให้โอ๊ครู้สึกว่าหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปด้วยกัน ก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขา แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

น้ำหนึ่งจึงไปบ้านของโอ๊คโดยที่ชายหนุ่มบอกว่าแม่ของเขาอยู่บ้านเสมอ เมื่อทั้งสองมาถึงแล้ว ผู้เป็นเจ้าของบ้านก็รีบเชื้อเชิญให้แขกคนพิเศษเข้าไปทันที ขณะนั้นเองแม่ก็ออกมาต้อนรับลูกชายของตน โดยไม่นึกว่าจะมีใครอีกคนมาด้วย

แม่ครับ นี่น้ำหนึ่ง เป็นเพื่อนสนิทของผมเอง

เมื่อโอ๊คแนะนำ น้ำหนึ่งจึงไหว้หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนทันที แม่ของเขาก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับรู้ แล้วเธอก็เชิญให้ผู้มาเยือนได้นั่งลงที่โต๊ะชุดรับแขก

น้ำ...มันจะได้ผลแน่นะ เขากระซิบกับอีกฝ่ายอย่างหวั่นๆ ขณะที่แม่ของเขาเพิ่งเข้าไปหาน้ำมารับแขกที่ห้องครัว

เชื่อมือฉันเถอะน่า น้ำหนึ่งซะอย่าง เอาจดหมายมานี่ พูดจบหญิงสาวก็แย่งจดหมายเชิญผู้ปกครองที่โอ๊คได้รับมาจากอาจารย์มาถือไว้ในมืออย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ

แม่เดินออกมาพร้อมกับถาดที่มีน้ำเย็นแก้วหนึ่งวางอยู่ เธอยิ้มให้แม่ของโอ๊ค ทำให้อีกฝ่ายพอจะเดาออกว่าเด็กสาวเพื่อนของลูกตนเองต้องมีธุระเป็นแน่

แม่คะ...คือว่า...ที่หนูมาวันนี้เพราะหนูมีเรื่องบางอย่างจะคุยกับแม่น่ะค่ะ เธอเรียกแม่ของโอ๊คว่าแม่ เพราะถือว่าเป็นแม่ของเพื่อน มิได้คิดอย่างอื่น แต่โอ๊คกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาแอบยิ้มเป็นนัยๆ

มีอะไรก็ว่ามาเลยจ้ะ แม่พูดพร้อมกับยิ้มอย่างใจดี

เอ้อคือ...วันนี้ผมมีเรื่องทะเลาะกันกับเพื่อนน่ะครับแม่ อาจารย์เลยมีจดหมายมาเชิญแม่ไปพบพรุ่งนี้ เพื่อไม่ให้แม่เสียความรู้สึก ถ้าจะมีคนอื่นมาบอกแทนเขา โอ๊คจึงชิงบอกเอง แม้ว่าในใจจะยังกลัวว่าแม่เขาจะดุก็ตาม

แม่ได้ฟังคำสารภาพของผู้เป็นลูกก็นิ่งไป ที่จริงเธอรู้อยู่แล้วว่าลูกคงจะไปมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนเป็นแน่ เพราะใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่เป็นเพราะเธอเข้าใจวัยรุ่นดีจึงไม่อยากทัก รอให้เขาบอกตนด้วยตัวของเขาเองจะดีกว่า

ที่หนูมาวันนี้ ไม่ใช่ว่าหนูจะมาช่วยพูดให้โอ๊คพ้นผิดหรอกนะคะ แต่จริงๆ แล้วเรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นก็เพราะหนูเองค่ะ หนูต้องขอโทษแม่ด้วยนะคะที่ทำให้โอ๊คต้อง...

ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรต่อจากนั้น โอ๊ครีบสวนขึ้นมาทันที ไม่ใช่ความผิดของน้ำซะหน่อย ทำไมน้ำพูดแบบนี้ล่ะ แม่ครับ เรื่องจริงก็คือ เพราะความโกรธของผมเอง ท้ายประโยคเขาหันไปพูดกับแม่แทนอีกฝ่าย

แต่แม่คะ เพราะโอ๊คเค้าปกป้องหนู เขาถึงได้ทำอย่างนั้นนะคะ แม่ต้องเข้าใจโอ๊ค อย่าดุด่าว่ากล่าวโอ๊คเลยนะคะ น้ำหนึ่งอ้อนวอน

เอาล่ะๆๆๆ แม่ที่นั่งฟังอยู่นานตัดบท แม่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างดี หนูน้ำไม่ต้องพูดอะไรให้มากความหรอกจ้ะ เย็นนี้หนูน้ำอยู่ทานข้าวเย็นกับเราก่อนนะ

สองหนุ่มสาวที่กำลังถกเถียงกันอยู่ต่อหน้าแม่ก็เงียบไปทันที โอ๊คเปลี่ยนอารมณ์เป็นร่าเริง ดีใจที่แม่ของตนชวนอีกฝ่ายอยู่ต่อ อยู่เถอะน้ำ นะ...ถือเป็นการขอบคุณที่เธอมาช่วยพูดให้

เอ่อ...แต่ถ้าหนูกลับบ้านเย็นกว่านี้ แม่ของหนูต้องว่าแน่ๆ เลยค่ะ เธอปฏิเสธหน้าแหยๆ

ไม่ต้องห่วงจ้ะเรื่องนี้ เดี๋ยวแม่โทรไปบอกแม่ของหนูให้นะจ๊ะ เบอร์โทร.ที่บ้านหนูเบอร์อะไรล่ะ

เป็นความโชคดีของโอ๊คเข้าเต็มเปา ที่แม่ของเขาเริ่มถูกชะตากับน้ำหนึ่ง มีหรือผู้เป็นแม่จะไม่รู้ว่าลูกชายคนเดียวของตนจะรักใครชอบใคร ปกติแล้วโอ๊คก็ไม่เคยพาเพื่อนคนไหนมาเที่ยวที่บ้าน โดยเฉพาะเพื่อนต่างเพศ

 

                อีกไม่กี่วันศึกแดงเดือดที่สาวกหงส์แดงและปีศาจแดงกำลังรอคอยก็จะเคลื่อนคล้อยมาถึง ที่บ้านของมินก็กำลังคึกคักอยู่กับการจัดเตรียมงานเลี้ยงเล็กๆ ที่จะมีขึ้นในหมู่เพื่อนกันเองในวันนั้นด้วย วีวี่กับเคนเป็นฝ่ายจัดหาเครื่องดื่ม ทั้งสองจึงได้พากันไปติดต่อสั่งน้ำอัดลมจำนวนหนึ่งที่ร้านขายส่งหน้าหมู่บ้านของมิน

                มีแฟนคลับที่ปลื้มมินไม่กี่คนที่ตามทั้งสองมาเพื่อทำความรู้จักว่าบ้านของชายหนุ่มอยู่ที่ไหน ก่อให้ตอนเย็นหลังเลิกเรียนของวันนี้บ้านของเขาอึกทึกไปด้วยผู้คนมากมาย

                หลบหน่อยๆ นี่ฉันบอกให้พวกเธอหลบ หญิงสาวสองคนกำลังพยายามฝ่าฝูงชนเพื่อแทรกตัวเองให้เข้าไปอยู่หน้าประตูรั้วบ้านแทน ทั้งสองสวมชุดเครื่องแบบของโรงเรียนก็จริง แต่ใบหน้าถูกเคลือบไว้ด้วยเครื่องสำอางอันหนาเตอะ หนึ่งในนั้นตะโกนเรียกเจ้าของบ้านโดยไม่สนใจใคร

                มินนนนนนนนนน!! มินจ๋าาาาาาา...วันนี้แองจี้มาหามินถึงบ้านเลย มินจ๋ามาเปิดประตูให้แองจี้กับเพื่อนสาวสุดสแลนดิ้งหน่อยสิจ๊ะ ที่รักมินจ๋า

                เมื่อผู้ถูกเรียกเห็นใบหน้าระรื่นของผู้มาเยือน เขาหลบเข้าบ้านแทบไม่ทัน ขณะที่กำลังจัดเตรียมยกโต๊ะมาจัดวางที่สวนหน้าบ้านอยู่นั้นเอง เขาแอบเบือนหน้าด้วยความระอา

                แองจี้เป็นหญิงสาวที่ตามจีบเขามานานแล้ว เธอมีเพื่อนสนิทอยู่คนเดียว ที่มีนิสัยเหมือนกันอย่างกับแกะ ชื่อว่ากอหญ้า ทั้งสองคนนี้จะแต่งตัวแข่งกันเอง วันๆ ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากคุยกันเรื่องผู้ชาย ทั้งสองนิสัยแตกต่างกันเพียงนิดเดียวตรงที่กอหญ้าจะมีความนิ่งมากกว่านั่นเอง

                เธอมักจะตู่เอาเองว่าเขาเป็นที่รักของเธอแล้ว ผู้หญิงคนอื่นที่ปลื้มเขา เธอจะจัดการราวีจนไม่เหลือความอ่อนหวานเรียบร้อยที่เจ้าหล่อนจะแสดงเมื่อยามที่อยู่ต่อหน้าเขาเลย ซึ่งตัวเขาเองก็ระอากับเธอมานาน แต่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีกแล้ว

                มินจี้จ๋า มาเปิดประตูให้ที่รักแองจี้หน่อยสิจ๊ะ เดี๋ยวแองจี้จะเข้าไปช่วยมินจี้จัดงานนะ เธอพูดพลางเขย่าประตู ราวกับว่ามันจะเปิดให้เองได้ตามแรง พวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่เยอะแยะยะ อย่าบอกนะว่ามาหามินจี้ที่รักของฉันน่ะ กลับกันไปซะไป๊! ฉันมาหามินจี้ที่รักของฉันได้คนเดียวเท่านั้นแล้วเธอก็หันไปราวีบรรดาแฟนคลับของมินจนได้

                มินที่ยืนนิ่งดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ไม่ยอมเดินมาเปิดประตูรั้วเสียทีเริ่มรู้สึกหวาดๆ ขณะนั้นเองที่เคนกับวีวี่กลับมาจากสั่งเครื่องดื่มหน้าหมู่บ้าน เดินมาแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เคนก็เดินฝ่าบรรดาแฟนคลับของมินเข้ามา แฟนคลับไม่มีใครกล้ามากรี๊ดกร๊าดหน้าประตูเลยสักคน

                เฮ้ย...พวกนายรอก่อนนะ อย่าเพิ่ง!” มินรีบห้าม เมื่อเห็นว่าเคนกำลังจะสอดแขนเข้ามาเปิดกลอนประตูด้านใน เพราะถ้าขืนแองจี้เห็น เจ้าหล่อนจะต้องจำไว้มาทำบ่อยๆ เป็นแน่

                เคนเงยหน้ามองเจ้าบ้านอย่างงงๆ แต่เมื่อวีวี่สะกิดให้มองสองสาวด้านหลังเขาจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาจึงกระซิบบอกวีวี่ว่า ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจัดการเอง

                เธอสองคนมีธุระอะไรกับไอ้มินมันเหรอ วันนี้มินไม่ว่างหรอกครับ เขาหันไปถามสองสาว

                มีสิ ก็ฉันเนี่ยเป็นที่รักของมินจี้ ถึงมินจี้ไม่ว่างก็ต้องออกมาหาแองจี้ได้ เธอกล่าวพร้อมกับทำท่าทางเชิดๆ

                เอ่อ...แองจี้ครับ วันนี้แองจี้กลับไปก่อนเถอะนะครับ วันนี้ผมไม่ว่างจริงๆ นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ได้เจอกันอยู่แล้วนี่ครับ นะแองจี้นะมินเห็นว่าท่าไม่ดีเขาจึงได้ออกโรงเอง

                ถ้างั้นคืนนี้เดี๋ยวแองจี้จะโทรหามินจี้นะคะ เราจะได้คุยกันก่อนนอน บอกกู๊ดไนท์กัน ให้มินจี้นอนหลับฝันดีนะคะหญิงสาวเอ่ยนัยน์ตาเพ้อฝัน

                อีกฝ่ายพยักหน้าส่งๆ เพื่อให้เรื่องราวจบๆ ไป สองสาวจึงได้ยอมกลับไป เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก





กว่าจะได้กลับมาอัพนี่ก็ลำบากยากเย็นแสนเข็ญเหลือนับคณา เพราะผู้เขียนติดเรียนซัมเมอร์ค่ะ ,,

นี่ก็เพิ่งสอบกลางภาคเสร็จไป ได้กลับมาบ้าน มาอยู่บ้านช่วงก่อนสงกรานต์

ช่วงสงกรานต์นี้ขอลาไปเที่ยวระยองฮิ !! สักสองวัน แล้วจะกลับมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหญ่ายยยยย ^^'
ก่อนที่สัปดาห์วันที่ ๑๙ อิชั้นจะต้องขอลาไปรับผิดชอบหน้าที่ทางสังคมของตนเอง ด้วยการเรียนต่อนะคะ
ส่วนนิยาย จะได้มาอัพอีกทีก็สัปดาห์หน้าโน้นแหละเนอะ >o<~

สำหรับตอนที่ ๘ นี้ อ่านแล้วเป็นยังไงกันมั่งค๊า...เม้นท์ให้ด้วยน๊า เม้นท์ ๆๆๆ ~
คนอ่านอย่าเพิ่งน้อยใจคนเขียนเลยนะคะ เรียนป.ตรีไม่ใช่ของหมูๆ เน่อ เข้าใจบ่ค๊า...
ออดอ้อน ๆๆ *o* ขอกำลังใจจากนักอ่าน (นักอ่านเงาปรากฏตัวมาทำความรู้จักกันหน่อยเร้ว... ไม่กัดๆ ^^)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #342 xวๅuจัe (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 17:25
     หนุกๆ
    #342
    0
  2. #134 oppypang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2552 / 16:29
    สู้ๆน๊า





    เรียนซัมเมอร์เหมือนกานน ฮี่ๆ
    #134
    0
  3. #101 sialy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2552 / 15:28

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ  สู้ๆๆ

    #101
    0
  4. #100 เส้นหมี่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2552 / 10:47
    ว้า =_="
    กว่าจะกลับมาอัพก็อีกนานเลยนะคะ T^T
    ไม่เป็นไรคะ รอได้ๆ ^^

    เที่ยวสงกรานต์ให้สนุกนะคะ
    เป็นกำลังใจให้คะ^^

    สนุกมากๆเลยอ่านกี่รอบก็สนุก
    #100
    0
  5. วันที่ 11 เมษายน 2552 / 15:50
    Comment # 99

    สนุกมากๆเลยค่ะ รีบกลับมาอัพไวๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #99
    0