[Liverpool VS Man U] ♥ ลุ้นรักศึกแดงเดือด

ตอนที่ 12 : [ Match VII ] : แม่นางวันทองสองใจ (แก้ไขเล็กน้อย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 เม.ย. 52




                น้ำ...เธอเป็นแฟนกับกลางชลจริงๆ เหรอ แล้วทำไมถึงเลิกทะเลาะกันได้อ่ะ เพื่อนสาวคนหนึ่งในห้องถามขึ้นในอีกวันถัดมา ขณะที่ช่วงพักเที่ยง คนถูกถามได้แต่นั่งอ่านหนังสือ สตาร์ ซอคเกอร์ รายสัปดาห์ ด้วยความสบายใจเฉิบ

                ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายนั่นเลยนะแพรจารย์เหม่งแกเข้าใจผิดไปเองอ่ะ นี่ฉันพูดประโยคนี้ไปทั้งหมดสามพันสี่ร้อยเจ็ดสิบแปดรอบแล้วนะเนี่ย ท้ายประโยคหญิงสาวพูดเป็นเชิงบ่นกับตัวเอง

                เอาเถอะๆ ป่านนี้แล้วเธอยังจะอายอยู่อีกเหรอเนี่ย ไม่เห็นต้องอายเลย เพื่อนๆ ทุกคนเข้าใจเธอนะ ว่าแต่ว่า...เธอหักอกสาวๆ ไปหลายคนเชียวนะ เพื่อนสาวที่เธอเรียกว่าแพร พูดเป็นเชิงแซวๆ แล้วหล่อนก็เดินจากไป

                เรื่องราวข่าวโคมลอยระหว่างน้ำหนึ่งกับกลางชลก็แพร่สะพัดไปทั่ว แม้กระทั่งห้องอื่นๆ ที่พอจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของทั้งสองมาบ้าง อาจจะจากเพื่อนหรือจากกิจกรรมอื่นๆ ในโรงเรียนก็ตาม หรืออาจจะจากความหล่อเหลาและความเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวๆ ของกลางชลก็เป็นได้

                คนที่เป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดก็เห็นจะเป็นโอ๊ค ที่รู้ข่าวมาจากที่คนอื่นพูดกัน ตอนแรกเขาไม่เชื่อเลยสักนิด จนกระทั่งได้มีโอกาสคุยกับมิน เพื่อนรักของตน ก็ได้รู้ว่าเป็นข่าวที่ลือไปทั่วจริงๆ

                ไอ้ชลนะไอ้ชล ทำยังไงให้น้ำของข้าต้องมาตกเป็นข่าวลือบ้าๆ กับมันเนี่ย นี่ข้าจะช่วยน้ำยังไงดีวะมินชายหนุ่มหันไปปรึกษากับเพื่อนหนุ่มด้วยความกังวล

                ข้าว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ว่ะไอ้โอ๊ค ตอนนี้เอ็งอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป เอ็งรอคุยกับไอ้ชลเองเลยว่าจะทำยังไง

                ข้ารู้...แต่ข้าเป็นห่วงน้ำเค้านี่หว่า ป่านนี้คนอื่นเค้าจะพูดถึงน้ำของข้าไปแบบไหนบ้างแล้วก็ไม่รู้

                ในขณะนั้นเอง กลางชลกำลังเดินมาทางนี้พอดี มินกับโอ๊คจึงได้เรียกมาถาม ชายหนุ่มที่โดนเรียกจึงได้เดินวกไปนั่งกับเพื่อนอย่างเสียมิได้

                เอ็งจะเอาไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นวะชล อย่างนี้ผู้หญิงเค้าเสียหายนะเว้ย โอ๊คได้ทีถามอย่างจริงจัง ด้วยกลัวคนที่ตัวเองแอบชอบจะเสียหาย

                คนถูกถามจ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง เขาดีใจอยู่ลึกๆ ที่โอ๊คเข้าใจเขา มันไม่ใช่ความจริงสักหน่อย เราอยู่เฉยๆ เดี๋ยวมันก็เงียบไปเองแหละน่า

                เฮ้ย! แต่เอ็งจะให้ข้าอยู่เฉยๆ เพื่อทนฟังคนอื่นเค้าพูดถึงว่าเอ็งเป็นแฟนกับน้ำเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอกว่ะ ยังไงข้าก็ต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อให้น้ำหลุดพ้นจากข่าวลือบ้าๆ เนี่ย โอ๊คพูดน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง

                งั้นเอ็งก็ไปแก้ข่าวดิวะ ว่าที่จริงแล้วคนที่เป็นแฟนกับน้ำตัวจริงก็คือเอ็งไง มินเสนอ หลังจากที่นั่งฟังอยู่นาน

                เฮ้ย...ไอ้มิน ความคิดเจ๋งว่ะ ให้คนอื่นเข้าใจว่าน้ำเป็นแฟนข้า แค่นี้ก็จบ มัดมือชกซะเลย โอ๊คเอ่ยอย่างลิงโลด พร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างมีเลศนัย

                ทำแบบนี้มันจะต่างอะไรวะ ไหนเอ็งบอกว่าไม่อยากให้น้ำเสียหายไง ถ้าขืนทำแบบนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก กลางชลเอ่ยขึ้น เพื่อนหนุ่มทั้งสองก็ต่างหันมามองหน้าเขาพร้อมกัน

                เอาอย่างงี้ สรุปเลยแล้วกันนะ ถ้าเอ็งอยากแก้ข่าวให้น้ำด้วยการไปป่าวประกาศว่าเอ็งต่างหากที่เป็นแฟนน้ำ เอ็งก็ต้องไปตกลงกับน้ำเค้าก่อน ถ้าเค้าไม่ตกลง ทางเดียวที่เอ็งทำได้เลยก็คือ...ต้องจีบน้ำให้ติดเว้ย มินยังคงเสนอความคิดของตนเอง เผื่อเป็นทางออกให้เพื่อนได้

                โอ๊คได้ฟังดังนั้น เขาก็มีสีหน้ามุ่งมั่นขึ้นมาในทันที ตอนเย็นนี้เขาจะดักรอคุยกับน้ำหนึ่งให้จงได้

                และแล้วเย็นวันเดียวกันนั้น เมื่อเลิกเรียนแล้วน้ำหนึ่งก็เก็บกระเป๋าเพื่อจะกลับบ้าน แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อนายศัตรูตัวเอ้ของตัวเองเรียกชื่อของเธอเพื่อรั้งไว้

                น้ำ...เดี๋ยวก่อน

                มีอะไร วันนี้ฉันต้องรีบกลับบ้านนะยะ เพราะช่อง LFC TV มีสัมภาษณ์ มาร์ติน สเคอร์เทล มีอะไรก็รีบๆ พูดมาสิหญิงสาวหันมาเสียงแหวใส่

                วันนี้เราออกหลังโรงเรียนกันไหม

                ใครจะกลับบ้านกับนายไม่ทราบ? แล้ววันนี้เป็นอะไรฮะ แปลกๆ ชอบกลๆ ยังไงไม่รู้

                ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าประตูห้องเรียนอยู่นั้นเอง เพื่อนๆ ที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องและกำลังจะกลับบ้าน ที่จะเดินผ่านทั้งสองออกไปก็อดที่จะแซวทั้งคู่ไม่ได้

                แหม...ตั้งแต่เปิดตัวนี่ก็ชวนกลับบ้านด้วยกันเลยนะ นายชลก็อย่าลืมถือกระเป๋าให้ยัยน้ำล่ะ เพื่อนหญิงคนหนึ่งในห้องเดียวกันแซวเป็นเชิงล้อเล่น แต่ทั้งสองไม่ได้มีสีหน้าพึงใจกับคำแซวเลยสักนิด

                น้ำหนึ่งเบ้ปากใส่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับทำหน้าเหลอหลาอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

                เฮ้ยชล...กลับก่อนนะเว้ย จะไปส่งแฟนเหรอ เพื่อนชายอีกคนที่เดินผ่านไปก็ตบบ่าชายหนุ่ม พูดแบบยิ้มๆ

                ไอ้น้ำ ไหนว่าวันนี้รีบกลับบ้านไง รอแฟนเหรอคำแซวจากเพื่อนชายจอมกวนคนหนึ่ง

                ไงน้ำ...เลิกเรียนแล้วไปเดตไหนกันน่ะคำแซวจากเพื่อนเด็กเรียนคนหนึ่ง

                ว่าไงชล เลิกเรียนแล้วพาแฟนไปเที่ยวไหนอ่ะคำแซวจากเพื่อนชายอีกคน

                ………

                แต่ละคำแซวของบรรดาเพื่อนๆ ก็ทำเอาทั้งสองอึ้งกิมกี่ แบบพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ต้องยืนเอ๋ออยู่หน้าห้องเรียนนั่นเอง เมื่อทุกคนเริ่มออกจากห้องเรียนจนเกือบหมด จนคนเริ่มบางตาลงไปบ้างแล้ว น้ำหนึ่งก็เอ่ยขึ้น

                ฉันว่าฉันอยู่ห่างๆ นายไว้เป็นดีที่สุด เฮ้อ...จะกลับไปทันดูสเคอร์เทลไหมเนี่ย เธอพูดพร้อมกับทำหน้าเซ็ง แล้วทำไมต้องชวนออกหลังโรงเรียนด้วยฮะ มีอะไรเนี่ย

                เปล่าหรอก ไปหน้าโรงเรียนตามปกติเถอะ เราก็ชวนไปงั้น คนพูดหลุบตาลงต่ำ แล้วเขาก็เดินก้าวเท้าถี่ๆ ไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้คนฟังยืนงงอยู่เพียงลำพังว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

                น้ำหนึ่งใกล้จะเดินถึงประตูหน้าโรงเรียนอยู่แล้ว แต่โอ๊คโผล่มาทักทางด้านหลัง ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาแอบซุ่มอยู่ตรงไหน เขาตะโกนร้องเรียกชื่อทำให้หญิงสาวต้องหันไปตามเสียง

                น้ำ...เธอเป็นยังไงบ้าง เราเป็นห่วงมากเลยนะ ชายหนุ่มมาแปลก น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าเป็นห่วงอีกฝ่ายอย่างมาก

                เป็นห่วงอะไรอ่ะ อีกฝ่ายถามกลับด้วยความสงสัย

                ก็เรื่องที่น้ำโดนข่าวลือว่าคบอยู่กับไอ้ชลอ่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ น้ำก็เสียชื่อแย่เลย ให้เราช่วยยังไงดี

                หญิงสาวมีสีหน้าแปลกใจขึ้นมาในทันที พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า ฉันไม่คิดมากอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เดี๋ยวข่าวมันก็คงจะเงียบไปเองแหละมั้ง

                ไม่ได้ๆ... อีกฝ่ายได้ฟังก็เสียงสูงขึ้นมาในทันที เราว่าเราจะช่วยน้ำเอง แล้วก็...เพื่อให้มันเงียบง่ายขึ้น ปล่อยข่าวใหม่ว่าน้ำคบกับเราดีกว่านะ อย่างน้อยเราก็คนกันเอง แกล้งๆ เป็นแฟนกันก็ได้ หรือว่า...เป็นจริงๆ ก็ดี

                โอ๊คพูดจบแล้วท้ายประโยคเขาก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่น้ำหนึ่งไม่มีท่าทีว่าจะคล้อยตามเขาได้ง่ายๆ เลยแม้แต่น้อย

                แล้วมันต่างกันตรงไหนฉันขอถามหน่อย ฉันไม่อยากมีข่าวว่าเป็นแฟนกับใครทั้งนั้นแหละ เฮ้อ...เข้าใจหัวอกดาราละ ว่ารู้สึกยังไง ท้ายประโยคเธอพูดเป็นเชิงบ่นกับตัวเอง

                พูดจบหญิงสาวก็ทำท่าว่าจะเดินไปจากตรงนั้น แต่โอ๊คก็ยังคงเรียกเธอไว้อีก เพื่อเป็นการรั้งเธอไว้ก่อน เดี๋ยวน้ำ...อย่าเพิ่งไปสิ คือ... ชายหนุ่มแตะข้อมืออีกฝ่ายเบาๆ เราหวังดีกับเธอ แล้วก็จริงจังกับเธอจริงๆ นะ

                ทุกอากัปกิริยาของทั้งคู่ไม่ได้พ้นสายตาของกลางชลเลย เขากำลังจะเดินออกจากประตูโรงเรียนเพื่อกลับบ้านไปพร้อมกับใบบัวตามปกติ แต่วันนี้เขาบอกน้องสาวของตัวเองว่าขออยู่ตรงนี้ก่อนสักพัก ซึ่งใบบัวเองก็เข้าใจเขาดี

                คำพูดนั้นของโอ๊ค ทำให้คนแอบได้ยินอย่างกลางชลต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่โดยไม่รู้ตัว ใบบัวมองหน้าเขาทันทีด้วยความเป็นห่วง และลอบสังเกตอาการของพี่ชายอยู่เงียบๆ

เขาจะรู้ตัวไหมว่ากำลังเป็นทุกข์ใจเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ใบบัวคิดพร้อมกับเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย มีหรือที่เธอจะไม่รู้จักรู้ใจพี่ชายที่คลานตามกันมา โตมาด้วยกันของตนเอง

                ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่น่าสนใจอย่างที่พี่ชลของเธอให้ความสนใจจริงๆ ขนาดตัวเธอเองก็ยังอยากรู้และให้ความสนใจ ว่าหล่อนมีเวทมนต์ใดที่ทำให้พี่ชลสนใจได้ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยคิดแม้แต่จะมีเพื่อนผู้หญิงมาก่อน

                น้ำหนึ่งพูดไม่ออกไปเหมือนกัน เมื่อได้ยินประโยคนั้นของโอ๊ค เธอไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีใครมาให้ความสำคัญและเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงปากร้ายอย่างตัวเธอเอง

                ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว ฉันกลับก่อนนะ วันนี้ฉันรีบอ่ะ พูดจบหญิงสาวก็กำลังจะเดินผละไป แต่อีกฝ่ายเรียกรั้งเธอไว้อีกรอบ

                เดี๋ยวน้ำๆๆ เราอยากช่วยน้ำจริงๆ นะ เอาไว้เดี๋ยวเราช่วยน้ำเอง ไม่ต้องเกรงใจหรอก

                ระหว่างนั้นเอง ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตอบอะไร น้ำหนึ่งเหลือบไปเห็นกลางชล ที่ยืนจังก้าอยู่มุมหนึ่งกับใบบัว เธอตกใจแค่เพียงวูบหนึ่งก็หลบตาเขา แล้วผละไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจเสียงเรียกของโอ๊คอีกต่อไป

                คืนนั้น กลางชลได้แต่หมกตัวเองอยู่แต่ในห้องส่วนตัวของตน จนกระทั่งแม่ต้องมาเคาะประตูห้องเพื่อดูว่าเขาทำอะไร พร้อมกับนำแตงโมฉ่ำๆ มาเสิร์ฟถึงที่

                ชล ทำอะไรอยู่ลูก ตั้งแต่กินข้าวแล้วแยกย้ายกันแม่ก็เห็นชลอยู่แต่ในห้องมีเรื่องอะไรให้คิดมากรึเปล่า ผู้เป็นแม่ถามด้วยความห่วงใย

                กลางชลเงยหน้าจากโต๊ะทำการบ้านและมองหน้าแม่ที่มาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ขีดๆ เขียนๆ อะไรไปเรื่อยแหละครับแม่ ผมแค่เซ็งๆ เท่านั้นเอง เขาพูดน้ำเสียงปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตนเอง

                แม่เอาแตงโมมาให้กิน จะได้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างนะลูก แล้วอย่านอนดึกล่ะ

                แม่พูดพร้อมกับวางจานแตงโมที่ถือมาไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินออกจากห้องไป ผู้เป็นลูกไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ได้สนใจแม้แต่แตงโมจานนั้นเลย เขากลับสนใจแต่สมุดบันทึกที่วางอยู่ตรงหน้า เปิดมันไปเรื่อยๆ ก็ต้องเจอกับหน้านั้น ที่ทำให้เขากับน้ำหนึ่งทะเลาะกันเป็นครั้งแรก

                มันถูกเขียนและขีดฆ่าลายมือของตัวเองด้วยลายมือของหล่อน เขาจ้องมองมันอยู่อย่างนั้น สมองเพิ่มความคิดเข้าไปจนเจ้าตัวเริ่มสับสน เสียงเจื้อยแจ้วแหลมสูงที่เคยต่อปากต่อคำกับตน

                เขาบอกตัวเองไม่ได้ว่าในตอนนี้รู้สึกเช่นไร และไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องคิดเรื่องของยัยนั่น คนที่เคยทำให้เขารู้สึกแย่ตั้งแต่แรกที่เพิ่งย้ายเข้ามาในสังคมใหม่แห่งนี้ ชายหนุ่มปิดสมุดบันทึกแล้วนำมันเก็บใส่ไว้ในกระเป๋านักเรียน ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นจานแตงโมที่ยังคงวางอยู่ตรงนั้น

                เขายิ้มให้กับความน่ารักของแม่ แล้วหยิบส้อมจิ้มชิ้นแตงโมงสีแดงสดใส่ปาก เขาเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย แม้ว่ามันจะเริ่มหายเย็น แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นแตงโมที่อร่อยที่สุดในโลก

 

                ฝีเท้าของน้ำหนึ่งก้าวเข้ามาที่ห้องเรียนแต่เช้าช่วงก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติเพียงไม่กี่นาทีเป็นปกติ แต่สิ่งที่เธอคิดว่าไม่เป็นปกติก็เห็นจะเป็นความเปลี่ยนไปของเพื่อนร่วมชั้น แต่ละคนต่างก็พากันมองหน้าเธอราวกับว่าเธอนั้นทำความผิดอย่างมหันต์ ไม่น่าให้อภัยได้

                เธอเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะประจำของตนเองแล้วเอ่ยปากถามวีวี่ทันที

                วีวี่ วันนี้เพื่อนๆ เค้าเป็นอะไรกันไปหมดอ่ะ เค้าคว่ำบาตรฉันกันเหรอ

                เปล่า ไม่ใช่หรอกน้ำ เพื่อนๆ เค้าพูดถึงเธอกันอยู่ คนตอบมีท่าทีเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา

                พูดถึงฉัน!? นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว เรื่องฉันกับนายชลน่ะเหรอ เรื่องนี้ถือว่าเก่าแล้วนะ หญิงสาวยิงคำถามใส่เพื่อนของตนเป็นชุดด้วยความสงสัย เธอไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรมากแล้ว เพราะข่าวลือก็ย่อมเป็นข่าวลืออยู่วันยังค่ำ

                ใช่ พูดถึงเธอว่าเป็นแม่นางวันทองสองใจน่ะสิวีวี่ยังคงพูดเหมือนเธอไม่ได้สนใจอะไร เพราะเธอเองก็เชื่อว่าน้ำหนึ่งไม่ใช่คนอย่างนั้นอยู่แล้ว

                เฮ้ยยยยยย!! นี่มันเรื่องอะไรกันอีกล่ะเนี่ย เธอตกใจอย่างมาก ไม่นึกว่าเพียงแค่ข้ามวันตัวเองจะโดนข่าวลือถึงสองข้อหา ทั้งๆ ที่แต่ละเรื่องเธอเองก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลย

                ระหว่างนั้นที่หญิงสาวยืนคุยอยู่กับเพื่อน คนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องก็พากันซุบซิบ และมีสายตาจับจ้องมา ราวกับว่าเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งใหม่ของโลกเลยทีเดียว

                ยังไม่ทันที่วีวี่จะพูดอะไรต่อ เคนก็เดินเข้ามาพร้อมกับวางกระเป๋านักเรียนของตนไว้บนโต๊ะประจำ เขารีบเปิดปากถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทันที

                ไอ้น้ำ นี่แกไปทำวีรกรรมอะไรไว้อีกวะ เค้าลือกันอีกแล้วทั่วทั้งสายชั้น ว่าแกน่ะจับปลาสองมือ ข้างงไปหมดแล้วนะเว้ยเนี่ย

                นี่ฉันก็กำลังรอฟังจากยัยวีวี่อยู่เนี่ย ว่ายังไงวีวี่ จะเล่าได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ท้ายประโยคเจ้าของเรื่องวุ่นๆ ก็หันไปเค้นเอาความจริงจากเพื่อนสาว

                ก็เมื่อวานตอนเย็นเธอไปกับใครล่ะ เพื่อนๆ เค้าก็เห็นกันทั่วว่าเธอกำลังจะกลับบ้านกับนายชล แต่พอจะออกจากโรงเรียน กลับยืนอยู่กับนายโอ๊ค ห้อง ๕ เค้าเลยลือกันทั้งบางว่าเธอจับปลาสองมือ สลับรางรถไฟไม่ให้ชนกันคาโรงเรียนไงล่ะ

                ทั้งน้ำหนึ่งและเคนต่างก็พากันอึ้งไปพักใหญ่กับคำตอบที่ได้รับ เธอมองไปรอบๆ ตัวก็เจอแต่สายตาของเพื่อนๆ ที่มองมาเหมือนเธอเป็นสัตว์ประหลาดที่มาจากนอกโลกก็ไม่ปาน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ยินที่ทั้งสามคุยกัน แต่ทุกคนก็เข้าใจ (ผิด) ได้ตรงกันดี

                เสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่นักเรียนทุกคนต้องลงไปเข้าแถวเคารพธงชาติที่บริเวณสนามหน้าเสาธงแล้ว เพื่อนๆ ทุกคนก็พากันวิ่งกรูออกจากห้องเพื่อไปเตรียมตัวตั้งแถว แต่น้ำหนึ่ง เคน และวีวี่ก็ยังคงไม่เคลื่อนไหวไปไหน

                ใครเป็นคนต้นคิดความคิดบ้าๆ นี้กันเนี่ย น้ำหนึ่งสบถ

                และช่วงที่เคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักเรียนทุกคนก็นั่งฟังประกาศและกิจกรรมจากกรรมการนักเรียนที่เป็นโฆษกอยู่ด้านหน้าเสาธง ขณะนั้นเอง กลางชลเพิ่งจะถือกระเป๋าวิ่งมานั่งต่อที่ท้ายแถวของเพื่อนห้องเดียวกัน

                ชล...ดังใหญ่แล้วนะนาย เมื่อเช้าเค้าพูดถึงนายกันให้ทั่ว มินที่นั่งอยู่ก่อนเขาทักขึ้นเบาๆ ทำให้อีกฝ่ายที่เพิ่งวิ่งมาเหนื่อยๆ ไม่ต้องได้หยุดพักหายใจกันพอดี

                เรื่องอะไร เขาพูดพลางหายใจหอบด้วยความเหนื่อยไปพลาง

                ยัยเดอะ ค็อปจอมแสบของนายสิโดนหนักกว่าใครเพื่อนเลย เค้าหาว่ายัยนั่นเป็นคนหลายใจ ที่มีทั้งนายและไอ้โอ๊คพร้อมกันทีเดียวสองคน มินกระซิบ

                คนที่เพิ่งมาถึงตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความตกใจ เขาไม่ได้ตกใจที่ตนเองไปมีเอี่ยวกับข่าวลือนี้ แต่เป็นเพราะว่ายัยนั่นถึงกับโดนข้อหานางวันทองสองใจเชียวหรือ

                เดี๋ยวค่อยคุยกัน เขาตัดบทเพื่อนหนุ่ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สมองของตัวเองหยุดคิดเรื่องนี้ได้เลย

                หลังจากที่กิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จแล้ว นักเรียนแต่ละสายชั้นก็แยกย้ายกันเข้าห้องเรียนประจำของตัวเอง กลางชลเดินเข้ามาในห้องและตรงรี่เข้ามาที่น้ำหนึ่ง ที่กำลังจะลากเก้าอี้ออกมาจากโต๊ะและนั่งรออาจารย์มาโฮมรูม

                น้ำ มานี่หน่อยสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน เขาจับแขนเธอ บีบเบาๆ เป็นการลากตัวเธอเป็นนัยๆ ให้ปลีกตัวออกมาคุยกับเขาในที่ที่เป็นส่วนตัวกว่านี้

                แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย ปล่อย...!” เธอสะบัดแขนตัวเอง หวังว่าจะหลุดจากพันธนาการของอีกฝ่าย แต่เขากลับยิ่งบีบต้นแขนเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับลากตัวเธอให้เดินมากับเขา

                น้ำหนึ่งถูกลากมาหยุดยืนอยู่หลังห้องตรงซอกตู้เหล็กที่ใช้สำหรับเก็บของส่วนรวม หาใช่ว่าจะไม่ถูกจับตามอง โดยเฉพาะตัวเธอเอง ตั้งแต่มาถึงโรงเรียนก็โดนเพ่งเล็งจนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

                มารยาหญิงนี่ร้อยเล่มเกวียนจริงๆ นะ เธอกับไอ้โอ๊คก็คงจะสมใจกันแล้วล่ะสิ ว่าไง...เดี๋ยวเราจะช่วยเธอเอง เธอจะได้ไม่ต้องมาตกที่นั่งลำบากเพราะมีข่าวลือกับเราไงล่ะ ดีไหม

                นอกจากจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างโกรธแล้ว กลางชลยังบีบข้อมือของอีกฝ่ายตามแรงโทสะอีกด้วย ทำให้เธอต้องขัดขืนด้วยการพยายามแกะมือของเขาออกจากข้อมือของตนเอง

                ขอโทษเถอะนะ ฉันจะเป็นยังไงมันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ นายไม่ใช่พ่อฉันนี่ แล้วอีกอย่างนะ...เป็นข่าวบ้าๆ กับนายเนี่ยมันทำให้ชีวิตฉันเหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว รู้ไว้ซะด้วย แม้ว่าตอนนี้จะมีข่าวลือว่าฉันเป็นคนไม่ดี ฉันก็มีวิธีของฉันที่จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าฉันกับนายเป็นแค่เพื่อนร่วมโลกกันเท่านั้น

                ทั้งสองสาดถ้อยคำใส่กันด้วยเสียงที่ค่อนข้างเบา แต่ก็เป็นคำพูดที่กระแทกใจของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ขณะนั้นเอง ก่อนที่ทั้งสองจะพูดอะไรกันต่อ อาจารย์ที่ปรึกษาก็เดินเข้ามาในห้อง ทำให้เขาและเธอต้องยุติการสนทนาอันตึงเครียดนี้ไว้ก่อน รวมไปถึงคนอื่นๆ ที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกัน (เรื่องของเธอ) ก็ต้องแยกย้ายกันกลับมานั่งประจำที่โต๊ะของตนเอง

                น้ำ แกไปคุยอะไรกับนายชลน่ะ รู้ไหมว่าคนอื่นเค้าจับตามองอยู่ มันยิ่งทำให้คนอื่นเห็นนะว่าเธอกับนายชลคบกันจริงๆ และทะเลาะกันเพราะเรื่องนายโอ๊คน่ะ วีวี่หันหลังมากระซิบ

                เขาชวนเธอทะเลาะเรื่องนายโอ๊คอย่างที่วีวี่พูดจริงๆ เพียงแต่ว่าเธอกับนายนั่นไม่ได้คบกันเท่านั้นเอง เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องมาไม่พอใจเธอกับนายโอ๊คด้วย และปัญหานี้มันก็เป็นปัญหาของเธอเองล้วนๆ

นายนั่นมันบ้า... หญิงสาวคิดในใจ

หลังจากที่การเรียนในภาคเช้าผ่านไปจนกระทั่งถึงช่วงพักกลางวัน น้ำหนึ่งก็ใช้ชีวิตตามปกติ คือการไปกินข้าวกับเคนและวีวี่ แม้ว่าจะถูกสายตาที่เหยียดหยามจากคนรอบข้างแต่เธอก็ไม่ได้สนใจ และคิดว่ามันเป็นความคุ้นชินไปแล้ว

ถามจริงๆ เถอะนะน้ำ ว่าเธอคบกับใครอยู่กันแน่ ไม่ใช่ชลใช่ไหม เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม ขณะที่น้ำหนึ่งกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนของตน

เธอจำได้ดีว่าเพื่อนคนนี้มีท่าทีพอใจในตัวของกลางชลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าหล่อนจะไม่ใช่เพื่อนห้องเดียวกันแต่หล่อนก็ชอบแวะเข้ามาคุยกับเขาอยู่บ่อยๆ แต่กลางชลเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าคุยด้วยธรรมดาๆ

ฉันไม่ได้คบอยู่กับใครทั้งนั้นแหละ แล้วใครหน้าไหนก็ไม่ต้องเข้ามาถามฉันอีกแล้วนะ ขี้เกียจตอบ จะพูดถึงฉันกันยังไงก็พูดกันไปเถอะ ฉันเบื่อเต็มทนแล้ว เธอพูดน้ำเสียงจริงจังและก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง จนผู้คนที่จับกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ ก็พากันเงียบทันตา

น้ำหนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอเบื่อเต็มทีกับเรื่องไร้สาระที่ตัวเองไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร กลางชลเดินเข้ามาทันได้ยินประโยคนั้นของเธอพอดี

ทำไมไม่บอกไปเลยล่ะ ว่าเธอคบอยู่กับไอ้โอ๊คมัน เมื่อวานตอนเย็นไอ้โอ๊คมันก็อุตส่าห์รออยู่คุยกับเธอ ว่าให้เธอบอกคนอื่นว่าเธอคบกับมัน รู้จักหาทางออกให้ตัวเองบ้างสิ ถึงยังไงในอนาคตเธอกับมันก็ต้องคบกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

เมื่อกลางชลเปิดประเด็นขึ้นมาอย่างนั้น จึงทำให้หลายคนที่ยืนดูสถานการณ์เรื่องราวสุดดังที่แพร่สะพัดไปทั่วต่างก็พากันซุบซิบราวกับนกกระจอกแตกรังในทันทีทันใด

ดวงตาของหญิงสาวเริ่มมีน้ำรื้น นอกจากเธอจะใช้ความสงบสยบความเงียบแล้ว ผู้ชายคนที่อยู่ตรงหน้าเธอก็มาทำลายมันจนตอนนี้เธอแทบจะไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่สามารถห้ามมันได้ ตั้งแต่เติบโตมาเธอเองก็ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น และไม่นึกเลยว่าจะได้มายืนร้องไห้ต่อหน้าใครต่อใครมากมาย เธออายเกินกว่าจะที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

น้ำหนึ่งวิ่งออกจากห้องไป โดยมีวีวี่และเคนร้องเรียกด้วยความห่วงใย ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นยิ่งทวีความฮือฮากันยกใหญ่ กลางชลไหวตัวกำลังจะวิ่งตามเธอไป แต่เขาก็ยั้งใจตนเอง เพราะเธอคงจะอยากอยู่ตามลำพังมากกว่า

โอ๊คเดินเข้ามาในห้องท่ามกลางบรรยากาศอันคร่ำเคร่งที่ทุกคนนึกไม่ถึงว่าจะได้เจอเขา เหตุที่เขามาในครั้งนี้เพราะมีคนวิ่งไปบอกเรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่กับตน เมื่อเขาได้เห็นหน้ากลางชลก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปเหวี่ยงหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายทันที





,,


แก้ไขใหม่เล็กน้อย เพื่อความลื่นไหลค่ะ

เม้นท์ โหวต ให้ตามอัธยาศัยนะคะ

ตามสบายเหมือนบ้านคุณ (เกี่ยวไหมนั่น..)

มาร์ติน สเคอร์เทล

ตำแหน่ง : เซนเตอร์ฮาล์ฟ
เกิด : 15 ธันวาคม 1984
สถานที่ิเกิด : แฮนด์โลวา, สโลวาเกีย
สูง : 191 ซม. หนัก : - กก.
สัญชาติ : สโลวาเกีย
หมายเลขเสื้อ : 37
สโมสรก่อนหน้านี้ : เอฟซี เปรวิดซ่า, เอฟซี เทรนชิน, เซนิท เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

มาร์ติน สเคอร์เทล เซนเตอร์ฮาล์ฟร่างใหญ่ชาวสโลวาเกีย ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อมกราคม 2008

ราฟาเอล เบนิเตซ คาดหวังให้เขาเล่นในตำแหน่งกองหลังร่วมกับ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ หรือไม่ก็ เจมี่ คาร์ราเกอร์ หลังจากแผงหลังของทีมขาดแคลน อย่างยิ่ง

สเคอร์เทล เริ่มเล่นกับทีมเอฟซี เปรวิดซ่า ก่อนจะย้ายไปเล่นในลีกรัสเซียกับทีม เซนิท เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กใน
ปี 2004 ที่นี่เขาโชว์ฟอร์มได้ดีมาก แถมได้รับมอบหมายเป็นกัปตันทีมอีกด้วย

ด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งที่ เซนิท ทำให้ มีทีมใหญ่ ๆ ในยุโรปมากมาย สนใจเขา ทั้ง
บาเลนเซีย, ปอร์โต้, เอฟเวอร์ตัน และ สเปอร์
แต่เป็นลิเวอร์พูล ที่คว้าตัวเขาร่วมทีม 

สเคอร์เทลประเดิมสนาม นัดแรกในอังกฤษในเกมพบกับ แอสตัน วิลล่า
เมื่อมกราคม 2008 หลังจากนั้นเขาก็อยู่ในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลมาตลอด จนจบฤดูกาลแรกในถิ่นแอนฟิลด์เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

347 ความคิดเห็น

  1. #341 xวๅuจัe (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 17:12
     หนุกจัง^^
    #341
    0
  2. #115 oppypang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 17:08
    หนุกๆๆ เพื่อนต่อยกันแล้ววววว
    #115
    0
  3. #95 เส้นหมี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2552 / 10:16
    รอตั้งหลายวันแล้วอ่า
    ไม่อัพสักทีT^T

    มาอ่านกี่รอบก็สนุก หุหุ
    ติดตามคะ ติดตาม
    เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ^^

    แต่อัพหน่อยเถอะนะอยากอ่าน =_=
    #95
    0
  4. #93 aneem (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2552 / 13:49

    อัพคร่าอัพ

    ติดตาม ติดตาม

    #93
    0
  5. #92 เส้นหมี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 เมษายน 2552 / 06:44
    สนุกค๊า^^

    อัพด่วยเล๊ย นะคะ 
    นะนะ คนอ่านขอร้อง T^T
    #92
    0
  6. #89 !! :. KwaN .: !! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 14:38
    รีบๆมาอัพน่ะค่ะ

    ^_^
    #89
    0
  7. วันที่ 2 เมษายน 2552 / 14:26
    งงกับอารมณ์ของพี่ชลเรามากมาย - -
    #88
    0
  8. #87 sialy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 11:47

    กลางชลทำน้ำหนึ่งเสียน้ำตาแล้ว
    รีบไปง้อเร็ว
    สู้ๆนะค่ะ

    #87
    0
  9. #86 bow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 09:43
    รีบมาอัพอีกนะคะ
    #86
    0