The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 41 : The Keyz(2) 41 ผู้บุกรุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 ม.ค. 58

[41]

            หลังจากคณะผู้ติดตามเจ้าชายเดรโกเข้ามาร่วมงานเลี้ยง บรรยากาศดีๆก็เหมือนถูกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอเวทย์ของเหล่าผู้ใช้เวทย์ที่ลอยคลุ้งผสมปนเปในอากาศ พวกเขาต่างตื่นตัวระวังภัยจากอมนุษย์โทรปิคอร์น

น่ากินจัง…”หญิงสาวหน้าตาสะสวยประสานมือไว้ที่อก ดูภายนอกเหมือนมนุษย์ทุกประการเว้นแต่เขี้ยวยาวที่ดูแหลมคมเกินธรรมดา หล่อนกำลังจ้องไปยังเอ่อลำคอของผู้ใช้เวทย์คนนึง

อะอาหารหรอมนุษย์คนเดิมกลืนน้ำลายเอื๊อก ยื่นเค้กช็อคโกแลตในมือไปข้างหน้าด้วยมืออันสั่นเทา

ปล่าวฉันหมายถึงเลือดของเธอ

อะจึ๋ย!”

 

            ฉันกระพริบตาปริบๆเห็นมนุษย์รายนั้นปลีกตัวออกไปยืนมุมอื่น และเห็นสถานการณ์ที่คล้ายกันจากการพบปะสังสรรค์(?)ของแคปริคอร์นและโทรปิคอร์น

เนี่ยนะงานเลี้ยง ฉันว่าถ้าปล่อยไปนานกว่านี้แคปริคอร์นได้ประสาทกินกันหมดแน่เสียงกวนเปรยขึ้นข้างหู ราล์ฟทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ให้ฉันได้อย่างดี ไม่ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตตนไหนที่ไม่ใช่มนุษย์เฉียดกรายเข้ามา มันจะโชว์พลังไฟฟ้าเปรี๊ยะๆพอเป็นพิธี ไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม

            หรือจะเรียกว่าไม้กันหมาคงไม่ผิด

 

ไม่มานั่งทานอาหารด้วยกันล่ะเสียงดังขึ้นจากในหัว ทำให้ฉันขมวดคิ้วสงสัยแว๊บนึงก่อนจะหันไปมองจ้องตาเจ้าชายเลือดมังกรนั่นที่กำลังมองมาเช่นกัน

วันนี้เธอแต่งตัวสวยดีนะ

            ฉันเบ้ปาก หรี่ตาลงขู่ หยุดนะ

ไม่ ฮ่าๆๆๆๆ เธอจะทำอะไรฉันได้ฮึ

            คิดว่าพูดใส่หัวคนอื่นได้แล้วจะทำอะไรก็ได้เรอะ หึ้ย! มันมีวิธีไหนไหมที่จะปิดกั้นไม่ให้เขาสามารถสื่อสารทางการคิดเนี่ย

 

เป็นอะไรไปหรอโรสเซลล่าทักเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ของฉัน

ไม่มีอะไรหรอกโรส แค่พวกปีศาจไร้มารยาทน่ะฉันจงใจเน้นคำแล้วพุ่งสายตาไปปักที่หน้าคนถูกด่าเต็มๆ ซึ่งเขาก็จ้องกลับตาแทบถลน ทั้งที่ในมือยังถือส้อมค้างอยู่

 

อาหารอร่อยถูกปากไหมเจ้าชายนิมฟอริด้า ไทรีนอล เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆไปของบุรุษที่นั่งข้างๆ ดูเหมือนจะกำลังพูดคุยกับหญิงสาวที่ยืนห่างออกไปนิดหน่อย แต่ไม่น่าแปลกใจเพราะสายเลือดมังกรมีพลังแทรกแซงความคิด ไม่ใช่การอ่านความคิดได้ แต่เป็นเพียงการสื่อสารกันโดยไม่ต้องพูดคุยเท่านั้น

 

อื้ม แต่เนื้อนี่สุกไปหน่อย ไม่ชอบเจ้าชายผู้ถูกตามใจจนเคยตัวย่อมไม่เคยสนเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร หรือการพูดจาให้เกียรติผู้สนทนาด้วย

 

ให้คนของเราไปเตรียมอาหารพิเศษให้ท่านดีหรือไม่

ไม่ต้องหรอก ไม่อยากกินแล้วเดรโกตอบพลางหันไปแยกเขี้ยวให้สตรีร่างบางนั่น ที่กำลังหลอกด่าเขาเป็นพักๆ

 

มางานไหนงานเลี้ยงนั่นคงล่มไม่เป็นท่า ดูสิ คนของเขาก็เหมือนกัน ไม่รู้ลืมเอาคำว่ามารยาทมาด้วยหรือเปล่านะ

 

นั่นยังจะส่งสายตาเยาะเย้ยอีกนะ!

เจ้าชายเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ พลังไฟมังกรคุกรุ่นจนควันออกหู เป็นที่สังเกตุได้จากสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

เจ้าชาย งั้นฉันขอพูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมนะคู่สนทนาเปรยขึ้นเรียกความสนใจจากเจ้าชายได้ดีทางแคปริคอร์นไม่ได้ต้องการสงคราม เราอยากเจรจาสงบศึก

หึเดรโกแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ วางช้อนส้อมลงข้างจานแล้วเผยท่านั่งสบายๆเหมือนอยู่บ้าน สงครามมันมีมานานแล้วต่างหาก แต่แค่ยังไม่ถึงเวลา…”

เวลา?”

เวลาที่โทรปริคอร์นจะทวงอำนาจคืน และครองโลกผู้ใช้เวทย์

            คำกล่าวของเจ้าชายเดรโกทำให้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงชะงักค้าง เหมือนเวลาหยุดเดินเสียอย่างนั้น

            นิมฟอริด้าขยับแว่นกรอบทองขึ้นเล็กน้อย ในมือยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ บทสนทนาคล้ายจะผ่อนคลายด้วยท่าทีอริยาบถของทั้งสอง หากแต่ใครจะรู้ว่านั่นคือสัญญาณลับต่อผู้ใช้เวทย์ว่าการเจรจาดูเหมือนจะไม่เป็นผล

ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ?”

 

ไม่มี พวกเขาวางแผนมานานแสนนาน ไม่มีอะไรจะขวางทางได้อีกต่อไปตาสีนิลหลุบต่ำ เจ้าชายเดรโกดูเหมือนซ่อนความคิดอะไรไว้

พวกเขาที่หมายถึง คือสภามืดสินะ

“…”

หากท่านต้องการ แคปริคอร์นพร้อมจะช่วยเหลือราชวงศ์…”

ไม่ต้องทำมาเป็นดีด้วย ทั้งที่ในใจคิดไปอีกอย่าง พวกมนุษย์ก็เป็นแบบนี้ ชอบหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง!”สิ้นเสียงกร้าว ก็บังเกิดลมพัดวูบหนึ่งอย่างรุนแรง มากพอที่จะทำให้คนที่ตั้งตัวไม่ทันล้มทั้งยืนก่อนจะลุกขึ้นด้วยความงุนงง

            นิมฟอริด้าคลายเกราะเวทย์ที่ถูกเสกขึ้นมากันอำนาจพลังมังกรได้อย่างทันท่วงที

จะให้เราทำยังไง ที่จะแสดงให้เห็นว่าแคปริคอร์นไม่เคยคิดเป็นอริศัตรูกับราชวงศ์โทรปิคอร์นตาสีชาอ่อนสบสายตาเจ้าชายปีศาจด้วยความจริงจัง  

หึ

 

ท่านนิมฟอริด้า เกิดอะไรขึ้นขอรับผู้พิทักษ์เดินเข้ามายอบกายคำนับถามไถ่สถานการณ์ แต่สตรีตรงหน้าแค่โบกมือส่งสัญญาณให้ออกไป

ไม่มีผู้พิทักษ์อยู่ใกล้ๆ ผมสามารถฆ่าคุณได้สบายๆเลยนะเจ้าชายยังคงมาดหยิ่งยโส ปากเรียวแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย แต่ไม่ได้ทำให้ใจของสตรีผู้ยิ่งใหญ่สั่นคลอนได้

 

อีกเรื่องนึงที่เราอยากพูด คือเรื่องการตายของคิงและควีน ออฟ โทรปิคอร์นเมื่อ20ปีก่อน…”

“…”ชายหนุ่มหุบยิ้มแทบจะทันใด

แคปริคอร์นไม่ได้เป็นคนทำ ท่านรู้ดีใช่มั้ยมังกรราชวงศ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ศักสิทธิ์ซึ่งผู้ใช้เวทย์อย่างเราไม่มีทางทำอันตรายใดใดได้

หึ! ไม่สามารถทำอะไรได้ไงล่ะ แล้วจะรู้ว่าการต่อต้านเราจะเกิดอะไรขึ้น!”

            สิ้นเสียงคำรามจากเจ้าชายมังกร เหล่าอมนุษย์ที่สงบอยู่ในร่างมนุษย์ก็เริ่มคืนร่างสู่สภาพเดิม บ้างก็กลายเป็นแวมไพร์เต็มตัว กลิ่นไอความกระหายเลือดเด่นชัดในดวงตา บ้างก็เป็นสัตว์เดรัจฉานที่ผสมสายพันธุ์กัน เช่นปีศาจที่มีหัวเป็นงู แต่ขาเป็นตะขาบ

 

ท่านย่า!”เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับร่างสตรีในชุดเจ้าสาว หล่อนใช้พลังจิตเคลื่อนตัวไปประชิดกับสตรีที่เคารพรัก ก่อนจะพาร่างนั้นหนีออกห่างเจ้าชายมังกรที่เริ่มอาละวาด

 

            ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว จู่ๆก็เกิดความวุ่นวายขึ้นกลางงานเลี้ยง ผู้ใช้เวทย์เริ่มร่ายเวทย์ต้านการโจมตีของเหล่าปีศาจที่เริ่มเผยร่างที่แท้จริงออกมา

มากับฉัน!”

เหวออออO_O”ฉันอุทานสุดเสียงขณะที่พบว่าเท้าที่แตะพื้นดินอยู่ดีๆก็ลอยขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเจ็บนิดๆที่ไหล่ทั้งสองข้าง จึงเงยหน้าไปมองแล้วก็พบต้นตอว่าทำไมร่างฉันถึงได้บินขึ้นมาสูงขนาดนี้ได้อย่างรวดเร็ว

 

            มังกรสีดำขนาดยักษ์กำลังกระพือปีกกลางนภากว้าง โดยมีร่างสาวน้อยอันบอบบางห้อยโต่งเต่งอยู่ใต้ร่าง หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ ร่างฉันถูกขามังกรคีบไว้ยังไงล่ะTT

 

เดรโก นาย!! ปล่อยฉันนะ!!”ฉันพยายามดิ้น(เบาๆเพราะกลัวตก) แต่เจ้าชายบ้านั่นในเวอร์ชั่นมังกรก็ดูเหมือนจะไม่สนใจฉันเลยสักนิด

 

เฮ้ !!หยุดนะ!!”เสียงเจ้าราล์ฟดังลงมาจากข้างล่าง ฉันเห็นกระแสไฟฟ้าที่วิ่งขนานกับพื้นตามตำแหน่งที่ฉันลอยอยู่

            ฝูงมังกรประมาณสิบกว่าตัวทยอยเข้ามาบินประกบล้อมรอบฉันและเดรโกเอาไว้ ฉันเริ่มมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับพื้นดินข้างล่างนั่น

 

ไอซ์ แบริเออร์!”เสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมาแต่ไกล กำแพงน้ำแข็งผุดวาบขึ้นจากผืนดิน ก่อตัวขึ้นสูงที่สุดกว่าที่เคยเห็นมาก่อน!

            กรร เสียงคำรามดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนเปลวไฟมหึมาและร้อนระอุจะแผดเผากำแพงน้ำแข็งให้ละลายเป็นหยดน้ำอย่างรวดเร็ว

ทรอนซ์…”เสี้ยววินาทีที่สายตาไปสบกับบุรุษผู้หนึ่ง แม้จะมองเห็นหน้าเขาไม่ชัดนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังธาตุน้ำอันรุนแรงที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ

 

นายจะจับตัวฉันไว้ทำไมเนี่ย!”ฉันเริ่มรู้สึกหงุดหงิดแล้วนะว้อย!

ฉันจะเอาเธอไปเป็นตัวประกันเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว ฉันเริ่มรู้สึกปวดขมับ

เอาฉันไปทำม้ายย ฉันไม่ได้มีหน้าที่กุมอำนาจความมั่นคงของแคปริคอร์นนะ!”

เธอคงลืมไปแล้วว่าฐานะเธอตอนนี้คืออะไร อะความารีน ฮีลเลอร์

“…”

สำหรับแคปริคอร์น เธอคืออาวุธสงครามก็เท่านั้น

            หึ ไอ้เจ้าชายมังกรบ้า! ปากเสีย!

แต่มันช่างจี้ตรงจุดที่กลางใจจริงๆเลยให้ตายดิ T^T

 

งั้นนายคิดว่าจะลักพาตัวอาวุธสุดยอดของแคปริคอร์นได้ง่ายๆงั้นหรอ?!”ฉันขึ้นเสียงสูงพลางดิ้นไปดิ้นมา รีดพลังลมในกายมารวมไว้กลางอก ก่อนจะส่งไปยังฝ่าเท้าทั้งสองข้าง

            กึก ขาทั้งสองข้างของเดรโกพลันแข็งค้าง ฉันยิ้มอย่างพอใจในผลงานน้ำแข็งที่กำลังแช่ขามังกรสดๆอยู่ข้างใน

            ยังไม่ชินกับการที่ร่างต้องตกจากที่สูง(มากๆ)เสียทีบอกเลยว่ายังหวาดเสียวถึงขั้วหัวใจ

พลังลมจากฝ่าเท้าช่วยควบคุมทิศทางและชะลอความเร็วได้บ้าง ไม่ทันจะเพ่งสมาธิกับการประคองตัวบนอากาศ ฉันต้องเลือกลงจอดสวยๆสักที่ล่ะนะTT

            บ้านกระท่อมหลังหนึ่งประกฏสู่สายตา ข้างบ้านดูเหมือนจะมีกองฟางขนาดยักษ์ดูน่าจะเหมาะกับการใช้เป็นที่รองรับร่างฉันตอนนี้เป็นที่สุด

            ไม่มีเวลาให้คิดนาน ฉันรีดพลังลมให้พุ่งไปยังเป้าหมายทันที

 

 

            ตุบ เสียงวัตถุหนักตกกระทบกองฟางขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงบ่นโอดครวญจากสาวน้อยร่างบาง

โอยเอวฉันร่างนั้นค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

            หมับ มือปริศนาฉุดให้ร่างที่ยืนโงนเงนไม่มั่นคงอยู่นั้นล้มลงไปที่เดิม

ตาสีแดงเบิกกว้างอย่างตื่นๆ เกือบกรีดร้องออกมาแต่ถูกมืออีกข้างนั้นตะปบเอาไว้ก่อน ตาคู่เดิมฉายรอยแปลกใจแวบนึง

โรสเซลล่า

ชู่ววว์

            หญิงสาวเลื่อนมือมาแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ ตาสีทองเสมองไปยังอีกด้านที่พบว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลนัก

            อะความารีน รับรู้ถึงสัญญาณชีพที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ และที่น่าตกใจคือจำนวนมหาศาลจนประมาณคร่าวๆเป็นตัวเลขไม่ได้

            หนึ่งร้อยสองร้อยหรือมากกว่า…?

            ร่างหญิงสาวทั้งสองนอนหมอบราบติดพื้น พยายามกลมกลืนกับสิ่งรอบข้างมากที่สุด

 

พวกมันอยู่แถวๆนี้เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้นไม่ไกลนัก ชวนให้หัวใจทั้งสองเต้นถี่ระรัวยิ่งขึ้น

 

เธอหนีไป ฉันจะล่อพวกมันไว้เองหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีทองเปรยขึ้นเบาๆ ขณะที่อีกฝ่ายสะดุ้งจนตัวโยน

ไม่ ถ้าจะไปก็ไปด้วยกัน!”สิ้นเสียงประกาศกร้าว อมนุษย์ที่เดินสำรวจรอบๆรับรู้จึงพุ่งเข้าหาเป้าหมายโดยเร็ว

ออกไปจากที่นี่ เร็ว!”โรสตะโกนพร้อมกับร่ายเวทย์ให้รากไม้ใหญ่ใกล้ๆผุดขึ้นจากพื้นดินพร้อมโอบรัดตัวหญิงสาวคนสำคัญไว้ในนั้น ไปซะ!”

            อะความารีนยังไม่ทันได้แย้งอีกครั้ง ร่างบางถูกตวัดออกไปจากสถานการณ์ที่กำลังจะเลวร้าย เมื่อเห็นร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์กำลังรวมพล มุ่งไปยังจุดที่จนถูกพาออกมา

 

            โรสเซลล่าหันไปสบตาด้วยแวบนึง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับกองทัพอมนุษย์โทรปิคอร์นด้วยสายตาอันมุ่งมั่น

 

โรส!!!!!”เสียงหวานตะโกนก้องไปทั่ว เมื่อร่างถูกปล่อยให้ขยับได้อย่างเป็นอิสระ เจ้าของร่างนั้นก็พยายามตะเกียกตะกายกลับไปยังทิศทางที่จากมา โดยหวังจะกลับไปยืนเคียงข้างคนที่กำลังตกอยู่ในอันตราย

 

            ครืน เสียงของลมพัดกรรโชกดังแว่วใกล้เข้ามา ตามมาด้วยเสียงต้นไม้ใหญ่ที่เคยตั้งตระหง่านค่อยๆล้มพับไปอย่างง่ายดาย

 

ท่านหญิง หลบไปครับ!”เสียงบุรุษดังแว่วเข้ามาก่อนจะปรากฏเป็นร่างเล็กอันคุ้นเคย กำลังวิ่งพุ่งเข้ามาด้วยพลังไอน้ำเต็มสปีด

ไซน์? มีอะไรหร…..”อะความารีนกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ เมื่อเห็นร่างลักษณะคล้ายคนแต่ขนาดใหญ่กว่าเป็นสิบๆเท่า กำลังเร่งความเร็วเต็มอัตรามุ่งหน้าเหยียบต้นไม้ทุกต้นที่ขวางทางเท้านี่คือสาเหตุของลมกรรโชกและต้นไม้ถูกโค่นลงได้อย่างง่ายดาย

 

วิ่ง!!”ไซน์ไม่ได้ตอบคำถามแต่ย้ำคำพูดเดิมหนักๆ หญิงสาวไม่ต้องคิดนานก็เผ่นแน่บไปตามๆกัน

เราจะวิ่งไปไหนกัน!?”หญิงสาวขยับปากถามขณะที่พลังลมยังช่วยขับเคลื่อนฝ่าเท้า ตาสีโลหิตเหลียวกลับไปมองยักษ์สี่ร่างที่ดูจะมุ่งมั่นในการพุ่งเข้าใส่พวกหล่อน ดวงหน้าของมันบิดเบี้ยวแสดงถึงความโมโหหงุดหงิด เสียงขู่คำรามดังขึ้นเป็นระลอก

เราต้องหากำลังเสริมครับ!พวกเขาน่าจะอยู่แถวนี้!”บุรุษร่างเล็กดูเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ร่างนั้นหลบสิ่งกีดขวางในป่ากว้างได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆ

ฉันต้องกลับไปช่วยโรส…”อะความารีนพึมพำเบาๆขณะนึกถึงคนอีกคนที่อยู่ในวงล้อมอมนุษย์

ไม่ต้องห่วงครับ โทรปิคอร์นกระจายกำลังอยู่ในป่าแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว พวกเราตั้งใจจะนำตัวท่านหญิงกลับไป…”

ไซน์ระวัง!!หญิงสาวกรีดร้องเสียงสูงขณะที่พริบตาเดียว มีหมาป่าตนหนึ่งพุ่งมาจากด้านข้างโดยที่ไซน์ยังไม่ทันได้สังเกตุ มันแยกเขี้ยวอันแหลมคมก่อนจะฝังลงบนเนื้อต้นแขนของไซน์อย่างแม่นยำ

 

อ๊ากกกกกกกกชายหนุ่มเสียการทรงตัว กลิ้งไถลลงบนพื้นดิน

            อะความารีนหยุดพลังลมที่เท้า รีดพลังธาตุไฟเข้ามารวมที่ฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งเข้าชาร์จหมาป่าที่ยังกัดไม่ปล่อยนั้น ทันทีที่มือเล็กสัมผัสร่างที่มีขนขึ้นเต็มตัว มันก็ร้องโหยหวนยอมปล่อยจากเหยื่อ แล้ววิ่งหนีเข้าป่าไปอีกทาง

 

ไซน์ เป็นยังไงบ้างหญิงสาวคุกเข่าลงสำรวจบาดแผลเหวอะที่ต้นแขนของคนนอน ที่ดูเหมือนสติจะเริ่มเลอะเลือนเนื่องจากเสียเลือดปริมาณมากอย่างกระทันหัน

 

ท่านหญิงหนีท่านหญิง…”

ทำไมชอบมีคนพูดคำนี้กับฉันจังนะ…”หญิงสาวสบถอุบอิบก่อนวางฝ่ามือบนแผลฉกรรจ์ ฮีล

            แสงสีทองอร่ามวาบขึ้นมาเหนือบาดแผล แล้วค่อยๆแทรกลงในเนื้อหนังที่ฉีกขาด เนื้อเยื่อค่อยๆประสานกันจนสนิท

 

            ครืน  

            ตาสีแดงฉานตวัดไปสบกับอมนุษย์ร่างใหญ่กว่าตนหลายเท่า มันยืนหยุดมองอยู่ไม่ห่าง พวกพ้องของมันก็ยืนหยุดอยู่ตรงหน้าเช่นกัน มันมองหน้ากันแล้วกระพริบตาปริบมองแสงสีทองที่กำลังเปล่งประกายงดงามอยู่บนพื้นดิน

 

สวยไหมหญิงสาวยิ้มเมื่อเห็นปฏิกริยาจากฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนความดุร้ายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความใคร่รู้สนใจในสิ่งใหม่ อสูรทั้งสี่ตนเอียงคอมองแสงนั้นโดยไม่กระพริบตา

 

ท่านหญิง ระวังอันตราย…”เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากบุรุษร่างเล็กที่นอนแผ่บนพื้นหญ้า แม้ว่าเลือดจะหยุดไหลแต่ความช้ำจากข้างในต้องใช้เวลาในการรักษาเขาจึงไม่สามารถขยับตัวได้

 

ดูนี่…”อะความารีนขยิบตาทีนึง มือเรียวเล็กยกขึ้นสองข้าง ม่านน้ำบางๆอันเกิดจากฤทธิ์เวทย์ปรากฏตรงหน้า ยักษ์ทั้งสี่ตนดูเหมือนจะเริ่มอารมณ์ดีกับการแสดงตรงหน้า มือหนาใหญ่เอื้อมเข้ามารองรับหยดน้ำใสๆ ก่อนจะดื่มเข้าไป บ้างก็สาดใส่กันเล่นหยอกล้อ ช่างเป็นภาพที่ดูขัดตานัก เพราะบุคลิกลักษณะภายนอกของอสูรไม่เคยเผยความอ่อนโยนเช่นนี้

 

พวกเขาไม่อันตรายถ้าไม่โกรธนะอะวามารีนหันมาอธิบายกับเด็กหนุ่มที่อ้าปากค้างด้วยความงงเรียบร้อย ว่าเหตุใดอมุษย์ร่างยักษ์จึงสงบได้ด้วยเงื้อมมือของเวทย์บทเดียวของท่านหญิงคนสำคัญ

 

            ฉึก!

อย่า!!!”เสียงหวานร้องลั่นขณะที่หันมาพบว่ายักษ์ตนหนึ่งถูกคมหอกแทงทะลุร่าง ส่งผลให้ร่างนั้นล้มลงพร้อมกับเลือดจำนวนมากพุ่งทะลักอาบผืนหญ้าเป็นสีแดงฉาน

 

            ฉึก! ยักษ์ตนที่สองที่เพิ่งเริ่มรู้ตัวถึงภัยคุกคามก็สลบเหมือดลงทันทีที่หัวใจถูกแทงทะลุ

หยุดนะ!! อย่าทำเขา!!”อะความารีนพุ่งตัวออกไป แต่ไม่ทันที่อาวุธจะโจมตีร่างอีกสองร่างของยักษ์ที่เหลือ มันสิ้นลมก่อนที่ร่างจะตกถึงพื้น

 

ท่านหญิงเป็นอะไรรึเปล่าเสียงบุรุษผมสีขาว กับดวงตาคมกริบไม่สะท้อนความหวั่นไหวต่อการฆ่าอมนุษย์อะความารีนรู้สึกชาวาบในใจ

 

ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย เวพอนด์ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์หลากหลาย นายไม่ต้องทำกับพวกเขาขนาดนั้นก็ได้

 

พวกมันอันตรายและดุร้าย ต้องกำจัดเสียงชายคนเดิมเอ่ยแย้ง ดวงหน้าหวานตึงสนิท ก่อนจะเลือกเสมองไปอีกทาง

 

ไซน์บาดเจ็บ ฝากเธอดูแลด้วย

แต่หน้าที่ของผมคือปกป้องท่านหญิง

นี่!”หญิงสาวตวาดลั่น ทำให้ทุกคนพากันกลั้นหายใจเพราะรับรู้ถึงพลังธาตุไฟอันเข้มข้น ลอยกรุ่นออกจากร่างบางนั้น นี่เป็นคำสั่ง! ให้ตายสิ! คิดว่าฉันดูแลตัวเองไม่เป็นเลยหรือยังไงนะ!”

 

            ดวงหน้างามบัดนี้บึ้งสนิท ไซน์พยายามส่งสัญญาณให้เวพอนด์เลิกแย้งท่านหญิงเสียที ก่อนที่จะโดนย่างสดอยู่ในป่าแห่งนี้โดยไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกเลย

 

             

นางนั่นหนีไปแล้วเสียงแหบแห้งดังท่ามกลางความเงียบ ร่างอมนุษย์ดูภายนอกคล้ายกับมนุษย์ยกเว้นผิวสีซีดขาวไร้สีเลือด กับฟันแหลมคมนั่น กำลังสื่อสารพูดคุยกับพวกพ้องที่มาด้วยกันนับสิบตน

ตามมันไป

 

เดี๋ยวก่อน…”โรสเซลล่าก้าวออกมาจากจุดซ่อนตัว พลังธาตุดินออกฤทธิ์ให้พื้นพสุธาแตกออกเป็นเสี่ยง เริ่มจากเกิดรอยร้าว ก่อนที่แผ่นดินจะแยกออกจากกัน ร่างแวมไพร์สองสามตนตั้งตัวไม่ทันจึงร่วงหล่นลงไป

 

นั่นมันแคปริคอร์น มนุษย์น่ารังเกียจ!”

            โรสเซลล่าถูกเพ่งเล็งจากสัตว์ดูดเลือดในคราบมนุษย์ แววตาทุกตนเพ่งส่งมาพร้อมจิตสังหาร อันกระหายจะดื่มเลือดจากเธอชัดเจน

กินมัน! กินมัน!”

ฆ่ามันก่อนจะตามหานางนั่น!”

 

            เสียงแสดงความเห็นดังเป็นระลอก ก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น

 

            โรสหลุบตาลง ยอบขาข้างนึงลงพื้นดิน ปากเรียวบริกรรมคาถา

อ๊ากกกกกเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากฝั่งแคปริคอร์น เนื่องจากโดนเถาวัลย์เต็มไปด้วยคมหนามกรีดเฉือนร่างออกเป็นชิ้นๆ กลิ่นเลือดลอยคลุ้งในอากาศ

 

แกหิวกันนัก ก็กินกันเองไปก่อนแล้วกัน!”โรสขยับยิ้มเหี้ยม เข้าใจในนิสัยแวมไพร์ เมื่อได้กลิ่นเลือดมาจากไหน พวกมันจะสูญเสียการควบคุม การคิด การตัดสินใจ เป้าหมายเดียวคือการดื่มรสเลือดมากเท่าที่มากได้

           

            ได้ผลแวมไพร์เริ่มเปลี่ยนการเคลื่อนไหวไปแย่งกันดื่มเลือดจากพวกพ้องตัวเองแทน

อึก…”หญิงสาวรู้สึกร่างทั้งร่างชาวาบ สัมผัสเหมือนโดนของมีคมเจาะเข้าที่ต้นคอจากทางด้านหลัง ตาสีทองเบิกกว้างขณะสัมผัสได้ถึงร่างเย็นวาบที่โอบรัดรอบร่างของตนเอาไว้

 

เลือดของเธอมันอร่อยชะมัดอมนุษย์ถอนเขี้ยวครั้งนึง แสยะยิ้มเหี้ยมมองเหยื่อที่ไม่อาจขยับไปไหน เพราะพิษแวมไพร์ที่แทรกซึมเข้ากระแสเลือด จะหยุดการส่งสัญญาณประสาทของร่างกายทำให้ตัวชา ขยับเขยื้อนไม่ได้ เปล่งเสียงร้องก็ไม่ได้

 

            น้ำใสๆไหลรินลงมาบนดวงหน้าอันซีดเผือด เมื่อคมเขี้ยวนั้นฝังลงบนเนื้ออีกครั้ง น้ำตาหลั่งออกมาพร้อมความเจ็บแปลบ เจ็บจากบาดแผลที่กาย และแผลที่ไม่มีวันหายในใจ

 

            ท่านแพทริกซ์

วินาทีนี้หล่อนก็ยังคิดถึงแต่เขา

ความภักดีและซื่อสัตย์กับผู้เป็นเจ้าของหัวใจจวบจนวินาทีสุดท้ายนี้คนเดียวที่คิดถึงก็คือเขา

 

แพทริกซ์โรสหลุบตาลงต่ำขณะที่หัวสมองเริ่มเบลอจนคิดอะไรไม่ออก เธอเริ่มสูญเสียเลือดเข้าขั้นขีดอันตราย

 

            นัยน์ตาสีทองดูเศร้าหมองและเลื่อนลอย มองภาพกลุ่มอมุษย์ผู้กระหายเลือดเริ่มหันมาทางหล่อนเนื่องจากได้จัดการกับอาหารตรงหน้าจนหมดแล้ว และกำลังจะหันมากินหล่อนเป็นรายต่อไป

 

            อะความารีนเธอต้องหนีไปให้ได้

 

ไปเสียงหวานก้องกังวานดังขึ้นในหัว อมนุษย์กรีดร้องไปตามๆกัน ร่างหญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นนอนนิ่งไม่ขยับ

 

เฮ้ นั่นมันโรสเซลล่า?”เสียงชายอีกคนดังขึ้น แต่หญิงสาวก็ยังไม่สามารถขยับตัวได้

 

เกือบไปแล้ว แพทตี้ ช่วยฮีลทีบุรุษผมสีทองยื่นหน้าเข้ามาสำรวจแผล เผยสีหน้ากังวลก่อนเรียกอีกคนเข้ามา

ฮีลแสงสีฟ้าสว่างวาบ ไม่นานโรสเซลล่ากระอักเลือดออกมาเป็นก้อนพร้อมพิษแวมไพร์ในร่างกาย

ว่าแต่เธอทำได้ไงน่ะแพทตี้ สั่งให้อมนุษย์ขวัญกระเจิงหนีไปอย่างนั้น?”การ์มีพูดเสียงสูงด้วยความอึ้งปนทึ่ง หันไปสบตากับบุรุษผู้ทำหน้าเบื่อโลกตลอดเวลา

ฉันจะไปรู้มั้ยล่ะโซลตอบหน้านิ่ง

อ้าว นายไม่รู้เรื่องแฟนนายได้ไงวะ ไม่ได้เรื่อง

“= =”

            เมื่อเห็นว่าคนถูกยั่วไม่ยักแขวะกลับมา การ์มีก็หันไปสนใจฮีลเลอร์สาวที่กำลังทำการรักษาอยู่

อะความารีน…”โรสเซลล่าพูดออกมาคำแรกอย่างยากลำบาก

ไม่ต้องห่วง เธอปลอดภัยดีนัยน์ตาสีฟ้าของฮีลเลอร์สาวดูเลื่อนลอยวูบนึงก่อนจะกลับมาเป็นประกายตามเดิม แต่ท่าทางกำลังจะเจอศึกหนักอยู่เหมือนกัน

 

            ภาพในนิมิตคือหญิงสาวกำลังอยู่กับชายอีกคน และทั้งคู่กำลังวิ่งหนียักษ์สี่ตน

 

เธอเสียเลือดมากเกินไป ฉันต้องให้เลือดเธอตอนนี้เลยแพทตี้พูดเรียบๆ นัยน์ตาสีฟ้าหันไปสบการ์มีที่ขยับตัวเล็กน้อยพร้อมกลืนน้ำลายเอื๊อก แล้วสายตาก็ผ่านไปยังโซลที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ

โซล

เฮ้อโล่ง ไม่ใช่ฉันการ์มียกมือลูบอก

อะไร- -”เจ้าของชื่อขานรับ ด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย

ขอเลือดจากเธอหน่อย

“…”

ฮ่าๆๆๆ นิ่งสนิท อย่าบอกนะว่านายให้เลือดไม่ได้ กลัวอะเด้ กลัวใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆการ์มีหัวเราะร่าพลางรู้สึกตะงิดใจว่าชักนิสัยแย่เหมือนเจ้าคนปากมากบางคนที่กวนประสาทได้ทุกคน

ให้ฉันทำยังไงบ้างโซลหันไปแยกเขี้ยวให้การ์มีก่อนจะยอบตัวลงนั่งข้างๆฮีลเลอร์สาว

อยู่เฉยๆแพทตี้ตอบเรียบๆตามนิสัย มือข้างนึงกุมมือหนาไว้ อีกข้างกุมมือหญิงสาวที่นอนราบกับพื้ทรานฟิวส์

 

            แสงสีแดงสว่างวาบจากฝ่ามือชายหนุ่ม ก่อนจะค่อยๆถูกลำเลียงผ่านหญิงสาวคนกลาง แล้วถ่ายเทไปยังหญิงสาวผู้บาดเจ็บ

 

มีอะไรที่เธอทำไม่ได้บ้าง แพทตี้ *O*”การ์มีเอ่ยชมขณะมองการถ่ายเทเลือดที่น้อยนักจะได้เห็น เนื่องจากเป็นเวทย์รักษาขั้นสูง ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าสมาชิกในทีมจะสามารถขนาดนั้น

 

            มนุษย์ กับอมนุษย์

แคปริคอร์น กับ โทรปิคอร์น จริงๆแล้วอะไรที่ต่างกัน ชื่อที่เรียก? ลักษณะภายนอก? พลังเวทย์? พละกำลัง?

แต่ข้างในก็เหมือนกันไม่ใช่หรือสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ

ใครๆก็รักชีวิต รักศักดิ์ศรี รักพวกพ้องหรือความหวาดกลัวในใจทำให้ทั้งสองฝ่ายหันมาต่อสู้?

ความกลัวที่ว่า อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่า พวกพ้องมากกว่า อำนาจเหนือกว่า

 

            เหตุผลอะไรนะ ที่ทำให้สองฝ่ายไม่สามารถลงรอยกันได้?

 

             ฉันเหลือบมองร่างไซน์ที่ถูกเวพอนด์พยุงปีกไว้ข้างหนึ่ง เขาพยายามเดินด้วยตัวเองแต่การขยับก็กระทบกระเทือนบาดแผลมากเกินไป สีหน้าเด็กหนุ่มผู้บาดเจ็บดูไม่ค่อยสู้ดีนัก

 

นายไหวรึเปล่า?”ฉันถามเป็นรอบที่ร้อย แม้จะรู้ว่าถึงเขาจะเจ็บปวดขนาดไหน แม้จะใกล้ตายแล้วก็เถอะ แต่เขาจะไม่มีวันปริปากบ่นซักคำเพราะเขาคือเซย์ ยอดมนุษย์ขี้เกรงใจ คงไม่อยากให้ใครลำบากเพราะเขาอีก

 

ไม่ครับ ท่านหญิงทิ้งผมไว้ดีกว่า จะได้เดินทางสะดวก…”

เงียบไปเลย- -”

แอะครับ

            ฉันแยกเขี้ยววิบวับ เพิ่งสังเกตุว่าฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี นี่ก็ใกล้มืดเต็มทีถ้าเดินทางตอนกลางคืนคงจะวุ่นวายมากกว่านี้แน่นอน

            ฉันพึมพำเรียกเกราะสีทองให้คลอบคลุมร่างทั้งสามไว้ อย่างน้อยอมนุษย์คงไม่กล้าเฉียดเข้ามาใกล้

 

กลางคืนเป็นเวลาที่พวกมันมีพลังแกร่งกล้ามากขึ้น เราคงเจอศึกหนักเวพอนด์ที่เงียบอยู่นานเปรยขึ้นจากด้านหลัง

            ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก ไม่ยักชินกับบทบาทโพรเทกเตอร์เท่าไหร่นัก ต้องคอยเป็นหูเป็นตาให้คณะ คิดขึ้นมาแล้วก็นึกถึงเจ้าผู้พิทักษ์ปากมาก ไม่รู้มันไปอยู่ไหน ถ้าฉันส่งกระแสจิตได้ละก็คงจะชื้นใจกว่านี้TT

 

ทำไมเราไม่เจอคนที่เหลือเลย หายไปไหนกันหมดนะ?”ฉันควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เพราะบรรยากาศมันเริ่มวังเวงชอบกล ดูเหมือนไม่มีร่องรอยสิ่งมีชีวิต ไอหมอกค่อยๆโรยตัวลงมาช้าๆ อีหรอบนี้ฉันไม่เคยรู้สึกชินเลย ให้ตายเหอะ!

 

อะความารีน

 อะความารีน

                   อะความารีน

                             อะความารีน

 

            เสียงอะไร? ทำไมมันเหมือนดังข้างในหัวฉัน?

ฉันหันไปมองรอบๆพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวเร็ว เห็นสีหน้าเวพอนด์กับไซน์ที่ยังเรียบเฉยแสดงว่าไม่มีใครได้ยินเสียงนั่นนอกจากฉันงั้นหรอ

 

อะความารีน

 อะความารีน

                                                                              อะความารีน

                                                                   อะความารีน

 

            เสียงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ยอมหยุด ฉันหมุนตัวไปรอบๆอย่างระวังภัย น้ำเสียงนั่นฟังดูแหบพร่าชวนขนลุก จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็ไม่ได้ เพราะมันดันอยู่ในหัวฉันT^T!

 

เวพอนด์

ครับ

นายได้ยินอะไรแปลกๆมั้ย

ไม่นี่หรือว่า…”

มีคนเรียกฉัน มันดังในหัวฉัน

            ฉันสบตากับเวพอนด์เงียบๆ เสียงเรียกนั่นหายไป แต่ใจฉันยังเต้นรัวไม่หยุด ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรแต่มันส่งผลกระตุ้นร่างกายและพลังเวทย์ในตัวฉันให้ตื่นตัวขั้นสุด จนฉันไม่แน่ใจว่าจะควบคุมพลังนี่ได้อีกไหม

 

ท่านหญิงครับ ไอเวทย์เข้มข้นมากไซน์เปรยขึ้น พลางทำหน้าครุ่นคิด น่าจะเป็นมนต์ดำ หรืออาคมอะไรซักอย่าง เพราะเวทย์ธรรมดาคงควบคุมอำนาจจิตใจไม่ได้

 

พยายามตั้งสติ อะความารีนเวพอนด์กระซิบเครียด ตากวาดมองออกไปนอกเกราะคุ้มกันอย่างระวังภัย

 

พยายามอยู่ฉันตอบด้วยเสียงที่ไม่แน่ใจนัก ร่างของฉันเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า

 

ร่างกายผู้ใช้เวทย์ระดับสูงจะตอบสนองต่อมนต์ดำมากเป็นพิเศษ ยิ่งพลังฝ่ายมืดยิ่งเข้มข้น ก็จะยิ่งรับรู้ได้ง่ายไซน์อธิบาย และเนื่องจากเขาขยับตัวมากไป จึงรู้สึกเจ็บแผลจนหน้าเบ้

 

อะความารีนเสียงเรียกดังชัดเจนจากท้องฟ้ายามรัตติกาล ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง พบร่างชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท รับกับดวงตาสีนิล ร่างนั้นนั่งอยู่บนมังกรสีขาวตัดกับสีของความมืดมืด

 

เดรโกเวพอนด์ขบฟันกรอด พร้อมพุ่งตัวออกไปร่ายเวทย์ปล่อยอาวุธนับสิบออกจากฝ่ามือ เร็วจนมองไม่ทัน แต่มังกรเพียงแค่ขยับปีก วูบเดียวศาตราวุธทั้งหลายก็หล่นตุบตามแรงโน้มถ่วง

 

อะความารีน อย่าทำให้เรื่องยุ่งยากมากกว่านี้เลย เธอต้องมากับฉัน

            เสียงในหัวอีกแล้ว

ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับชายผู้อยู่บนหลังมังกรขาว เขามีสีหน้าเรียบเฉย แต่กลับมีไอสีดำประหลาดรายล้อมรอบตัวหรือว่ามนต์ดำที่ว่านั่น

 

หยุดพูดในหัวคนอื่นซักที!”ฉันพูดดังพอที่เขาจะได้ยิน

 

ก็ไม่อยากตะโกนนี่

เออ ก็จริงนะแต่มันหนักหัวฉันไง- -

 

ถ้าเธอไม่มากับฉัน แคปริคอร์นจะถูกทำลายล้างวันนี้

          เขาว่าไงนะ!?

พวกพ้องของเธอจะถูกฆ่าทุกคน เชื่อฉัน มากับฉัน

 

            ฉันยืนนิ่งไม่ขยับ จนเวพอนด์ต้องเข้ามาเขย่าตัว เป็นอะไรหรือเปล่าอะความารีน

 

ฉันไม่…”

 

นี่อาจเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยพวกเขาได้

 

            ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด จนรู้สึกเจ็บ สังเกตุเห็นไอสีดำที่แฝงเข้ามาในร่างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันทำให้รู้สึกอึดอัดมากความกดดันแบบนี้

 

กลับไปซะ ฉันให้โอกาสนายเสียงทุ้มลึกอันคุ้นเคยทำให้หัวใจเต้นเร็วด้วยอีกเหตุผล ฉันหันขวับไปยังทิศต้นเสียง ทรอนซีรากำลังก้าวเข้ามาช้าๆ นัยน์ตาสีทะเลลึกจ้องไปยังมังกร ก่อนจะเลื่อนมาสบกับฉัน

 

            สีหน้าเขาฉายรอยประหลาดใจแวบนึง ก่อนจะนิ่งสงบตามเดิม

 

เบื่อจริงๆกับพวกกัดไม่ยอมปล่อยเดรโกพูดเสียงเย็น

 

ทรอนซ์ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ ถ้าให้เดา เขาคงตามล่าเดรโกมาตลอดวัน ดูจากสภาพภายนอกเขาดูไม่เป็นอะไรมากนอกจากรอยขีดข่วนนิดหน่อย พลังเวทย์ธาตุน้ำยังเข้มข้นดีอยู่

 

หลบไปอะความารีนทรอนซ์สั่งสั้นๆ ก่อนจะก้าวเข้าสู่การรบ ฉันวิ่งเข้าไปยืนด้านหลังเขาทันที

เพิ่งบอกให้หลบไม่ใช่หรอ- -”

ฉันเป็นฮีลเลอร์ของนายไง จำไม่ได้เหรอฉันแย้งแทบจะทันที แต่ไม่มีเวลาให้คุยนานกว่านั้น มังกรขาว ซึ่งคงเป็นมังกรวารีแต่กำเนิด เริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้งโดยกระพรือปีกทั้งสองข้างเรียกหมอกหนาจัดบดบังทรรศนียภาพของพวกเรา

 

            และแล้วเราก็ไม่เห็นอะไรเลยหันไปทางไหนก็เจอแต่สีขาวโพลน

ฉันหันหลังชิดกับแผ่นหลังอุ่นๆของทรอนซ์ เขาเสกเกราะคุ้มกันขึ้นมาทันที

 

ฉันบอกเธอแล้ว แต่เธอไม่เชื่อฉัน อะความารีน ฮีลเลอร์ โว้ยยย นี่ก็พูดใส่หัวคนอื่นจังเลย!

 

          วูบ เสียงการเคลื่อนไหวดังมาจากฝั่งหนึ่ง ฉันชาร์จพลังธาตุไฟไว้ทั้งสองมือ เตรียมรับการโจมตี

            คมหอกขนาดใหญ่พุ่งมาด้วยความเร็ว ทรอนซ์ผลักฉันลงไปอีกทางแล้วเอี้ยวตัวหลบอาวุธได้อย่างหวุดหวิด

 

บาดเจ็บหรือเปล่า?”ขณะเขาหันมาพยุงฉันขึ้นมา ฉันก็เห็นคมหอกอีกแท่งลอยมา ไม่มีเวลาให้คิดนาน ฉันรวมพลังลมบนฝ่ามือแล้วตัดฉับ! ด้วยความเร็ว

 

          กึก อาวุธนั่นขาดเป็นสองท่อน ฉันกับทรอนซ์มองหน้ากันเงียบๆ

เวพอนด์เวพอนด์ฉันตะโกนเรียกแต่กลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับ

 

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเวพอนด์แต่อาวุธนั่นเป็นของเขา

 

ทำยังไงดี แบบนี้เราก็โจมตีไม่ได้ฉันกระซิบอย่างร้อนรน คอยหลบคมดาบอีกเล่ม มีดสั้นอีกชุด และอื่นๆที่ตามมาเป็นสาย สมฉายาเจ้าพ่อศาตราวุธของเวพอนด์

 

มันจงใจให้เป็นแบบนี้ทรอนซ์ขบฟันกรอด คอยปัดอาวุธแทนหญิงสาวข้างกาย ด้วยดาบคู่น้ำแข็งในมือ

 

            มังกรวารีหมอกลม

            ฉันดีดนิ้วเปราะ รู้สึกว่าหัวสมองจะกลับมาประมวลผลได้ดีไม่รู้สึกอึดอัดอีกแล้ว

 

ฉันรู้แล้ว ฉันต้องไล่หมอกพวกนี้ออกไปก่อน

 

            ทรอนซ์พยักหน้าตกลง ฉันจึงหลุบตานึกถึงภาพลมวนเป็นวงกลม โดยที่วงนั้นเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พอลืมตามาก็พบว่าสิ่งที่อยู่ในความคิดนั้นปรากฏขึ้นจริง หมอกค่อยๆจางจนบางตา แล้วหายไปในที่สุด

 

ทรอนซ์ ดูนั่น!O_O”ฉันเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อคนข้างๆ เมื่อพบว่ากลุ่มคนจำนวนมาก กำลังตกอยู่ในหมอกขาวเป็นกลุ่มๆ และพวกเขากำลังโจมตีต่อสู้กันเองโดยที่มองไม่เห็นกัน!

 

หมอกอำพรางอาคมของพวกแวมไพร์รุ่นเก่าแก่ทรอนซ์ขมวดคิ้วเป็นปมแน่น เขาไล่สายตามองคนแต่ละกลุ่มและพบว่ารอบทิศไม่มีแม้แต่อมนุษย์ เพราะมีแต่แคปริคอร์นที่กำลังต่อสู้กันเอง!

 

ฉันจะหยุดพวกเขาได้ยังไงฉันพึมพำกับตัวเองเหมือนคนเสียสติ ความอึดอัดกดดันเริ่มแพร่เข้าสู่หัวใจอีกครั้ง

 

มากับฉัน แล้วทุกอย่างจะสงบลง อาคมจะหายไป

            เสียงในหัวอีกแล้ว…?

ฉันกวาดตามองหาบุรุษเรือนผมสีดำ แต่ไม่มีแม้แต่วี่แวว ทรอนซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ไม่ได้ยินเสียงกระซิบนั่น

 

ทรอนซ์ เราควรทำยังไงดีฉันกระซิบเสียงสั่น ได้กลิ่นเลือดลอยคลุ้ง ทั้งที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ลมพายุของฉันไม่สามารถแทรกเข้าไปในอาคมเหล่านั้น นี่ฉันต้องยืนมองภาพผู้คนต้องฆ่ากันเองอย่างนั้นหรอ

 

“…”ทรอนซ์ไม่ตอบ ปากเรียวเม้มแน่นสนิท ดูจากสายตาก็รู้ว่ามันไม่มีหนทางไหน ที่จะช่วยรักษาชีวิตนับร้อยในที่นี้ได้เลย

 

ทรอนซ์นายจะโกรธมั้ยถ้าฉันทำอะไรให้นายไม่สบายใจ

อะไรเธอคิดจะทำอะไรผู้ชายตรงหน้าฉันก้าวเข้ามาชิด จับต้นแขนฉันไว้แน่น สีหน้าเผยความกังวลและความกลัวฉันหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเขา

ฉันจะให้ในสิ่งที่พวกนั้นต้องการ

“…มันต้องการอะไร

 

ฉันถึงตาจะมองพื้นดิน แต่ฉันรับรู้ถึงแรงกดดันจากเขา ทรอนซ์คงจะเริ่มโกรธที่ฉันพูดออกไปอย่างนั้น

 

ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้นเสียงเข้มดุดันประกาศชัด ร่างของฉันถูกดึงเข้าไปแนบแผงอกแข็งแกร่งของเขา อ้อมแขนที่รัดรอบตัวฉันไว้อย่างแน่น บอกชัดว่าเขาจะไม่ให้ฉันขยับไปไหนได้จริงๆ

 

แต่พวกเขาจะตายฉันทิ้งตัวลงในอ้อมกอดอันอบอุ่น ความเข้มแข็งพังครืนลงมาเป็นหยดน้ำตา ท่านพ่อ ท่านแม่ของฉัน ทุกคน รวมทั้งนาย…”

 

อะความารีน…”เสียงทุ้มนั้นแฝงความเจ็บปวดไม่แพ้กัน

 

ฉันยอมเสียนายไปไม่ได้หรอกนายก็รู้

 

“…”

 

รักษาตัวเองดีดีนะทรอนซ์ ฉันรั…”

 

            ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ทรอนซ์เลื่อนริมฝีปากอุ่นๆลงมาประกบไว้ ดวงหน้าคมคายนั้นอยู่ใกล้แค่นิดเดียว ฉันใจเต้นแรงอีกครั้ง ความอ่อนแอถูกแผดเผาเหลือไว้แต่ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้า

 

            ความรักที่แม้จะเจ็บปวดแต่เป็นพลังยิ่งใหญ่ให้พร้อมเผชิญหน้ากับความกลัวทุกสิ่งอย่างบนโลกโดยไม่ต้องใช้เวทย์มนต์

 

แล้วเธอค่อยกลับมาบอกว่าเธอรู้สึกยังไงกับฉันนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายรอยลึกซึ้ง เผยความรู้สึกที่มองยังไงก็ยังเขินทุกครั้ง…-///- “ฉันจะรีบไปรับให้เร็วที่สุด

 

ได้ แล้วเจอกันนะฉันยิ้มบางๆ ค่อยๆก้าวเท้าออกจากร่างหนา มือของเราจับกันไว้จวบจนวินาทีสุดท้ายที่ต้องปล่อย

 

            ฉันรีดพลังลมในตัวให้ร่างลอยขึ้นช้าๆ มองทรอนซ์ที่เริ่มห่างออกไป

            วูบ เสียงลมพัดขึ้นข้างหู ฉันหลับตาแวบนึง รับรู้ถึงแรงกระตุกที่แขน พอลืมตาอีกทีก็พบว่าฉันอยู่บนร่างมังกรสีขาวเรียบร้อย ส่วนบุรุษที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครอื่น

 

เดรโก

ได้คุยกันจริงๆซักทีนะ อะความารีน ฮีลเลอร์เจ้าชายมังกรหันมาแสยะยิ้ม แม้จะเห็นแค่เสี้ยวหน้าแต่ก็สามารถสร้างแรงกดดันประหลาด หรือมังกรมีอำนาจเหนือจิตใจกันนะ

 

            ฉันเห็นภาพเบื้องล่างแม้ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็รู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นโดยหมอกหนานั่นหายไป และทุกคนก็ยืนนิ่งอึ้ง สับสนทำอะไรไม่ถูก บางคนก็ได้รับบาดเจ็บ

 

ฉันถามได้ไหมว่าเราจะไปที่ไหน

 

ปราสาทโทรปิคอร์น

 

            มังกรวารีเหมือนจะขานรับเสียงเจ้านาย มันเพิ่มความเร็วและความสูงจากพื้นอีกปลายฟุต ฉันตกใจจึงสะดุ้งตัวไปคว้าหมับเอาร่างคนตรงหน้าเป็นแหล่งยึดเกาะไปก่อน

 

            และดูเหมือนเขาจะไม่ว่าอะไร แถมยังมีรอยยิ้มบางๆบนดวงหน้าคมคายชวนหมั่นไส้นั่นอีก!

 

Writer : วันนี้ฤกษ์ดี เพราะเป็นวันเด็กแห่งชาติค่ะ ^O^(เกี่ยว?)

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่ากำลังใจล้วนมาจากคอมเม้นของรีดเดอร์ทุกท่าน ขอบคุณมากๆๆเลยที่คอยติดตามมาโดยตลอด จริงๆอยากแต่งให้จบเร็วๆแต่ด้วยข้อจำกัดของเวลา และภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่(!) ไรเตอร์จึงมีเวลาไม่มากค่ะ พอกลับมาแต่งนิยายอีกครั้งบางอารมณ์มันก็แต่งไม่ออกซะงั้น! ทั้งที่พล๊อตเรื่องทุกอย่างไว้แล้ว แฮ่ๆๆ

            ขอบคุณทุกกำลังใจ และสุขสันต์วันเด็กค่ะ ^_^

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2218 เมมฟิส (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 19:05
    ให้้เดรโกเป็นพระเอกอีกคนของอะความารีนน่ะค่ะ ทั้งทรอนซ์ ทั้งแพทริกซ์และเดรโกเป็นพระเอกของอะความารีนน่ะบาบิจ๋า
    #2,218
    0
  2. #1832 vin_111 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 02:20
    ยังตามอ่าน ยังลุ้น ยังรอ เหมือนเดิมคะ
    #1,832
    0
  3. #1831 Bbeep (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 15:15
    อยากเกิดมาเป็นอะความารีนจัง >< สู้ๆนะไรเตอร์ อัพไวๆน้า
    #1,831
    0
  4. #1830 milkystar (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 22:51
    เฮ้ยๆๆ อย่าบอกนะว่าเดรโกแอบชอบมารีน่าอ่ะ 555
    #1,830
    0