The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 40 : The Keyz(2) 40 เจ้าชายเลือดมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 ม.ค. 58

 

[40]

            กำแพงสูงสีขาวปรากฏสู่สายตา เงาร่างคนเคลื่อนไหวอยู่ด้านบนสุดของกำแพง

อะความารีนจึงตระหนักได้ว่ากองกำลังส่วนมากล้วนมาคุ้มครองอยู่ที่นี่ ในเมืองถึงได้ดูเงียบสงบไม่ค่อยมีวี่แววของผู้คน

 

            เป็นเวลาฟ้ามืด คบเพลิงเวทย์ไฟจำนวนมากจึงถูกปักไว้ตามจุดต่างๆอย่างเพียงพอที่สามารถมองเห็น หูสดับฟังเสียงฝีเท้าในความเงียบ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาล้วนดูเคร่งเครียด มีหยุดเจรจาสื่อสารกันด้วยเสียงค่อยบ้างเป็นครั้งคราว การอารักขาแน่นหนา เหล่าผู้ใช้เวทย์ดูเตรียมพร้อมกับการป้องกันกำแพงเมืองทุกฝีก้าว

 

กลับเถอะท่านหญิงนักรบตระกูลครอสกระซิบบอกหญิงสาวคนสำคัญวอนให้เปลี่ยนใจ เพราะที่นี่เป็นเขตอันตรายที่สุด จะถูกโทรปิคอร์นโจมตีเมื่อไหร่ก็ได้

ฉันเป็นอาวุธของแคปริคอร์นนะ จะต้องกลัวอะไร นายกลับไปเถอะอะความารีนพูดจาขึงขังมั่นใจ ทั้งเสริมท้ายให้อีกฝ่ายสบายใจยิ่งขึ้น ฉันไม่ฟ้องท่านพี่หรอกว่านายเป็นคนพามา

 

            ได้ยินคำนั้นนักรบผู้จำใจฝืนคำสั่งก็ค้อมคำนับก่อนจะใช้เวทย์พลังไฟฟ้าถีบตัวกลับไปด้วยความเร็วปานแสง

 

            อะความารีนหันหน้าเผชิญกับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อีกครั้ง แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ เมื่อพบว่ามีบันไดที่จะพาเธอขึ้นไปด้านบนสุดนั้นได้

 

นั่นใครได้กลิ่นอายเวทย์รวมกันของธาตุทั้งสี่ ทหารคุ้มกันที่เฝ้าหน้าบันไดทั้งสองนาย ต่างขยับตัวชูอาวุธอย่างลังเล

 

อะความารีน ฮีลเลอร์บอกชื่อเสียงเรียงนามไปเสร็จสรรพ ท่านหญิงแย้มพรายคิดว่าคงไม่มีปัญหาใดใดที่จะขัดขวางเธอได้ เพราะเธอเป็นถึงอาวุธสุดยอดของแคปริคอร์นนี่นา?

ท่านขึ้นไปไม่ได้ครับทหารนายหนึ่งคำนับ ก่อนจะรายงานขึงขัง ท่านถูกสั่งห้ามไม่ให้มายังเขตแดนนี้

ฉันน่ะนะ!?”หญิงสาวขึ้นเสียงสูง หน้านิ่วคิ้วขมวดพลันนึกถึงใบหน้าท่านพี่แพทริกซ์ คาดว่าบุคคลนั้นคงเป็นคนบงการคำสั่งนี้ทั้งหมด

ครับ เพราะฉะนั้น…”ยังไม่ทันรายงานจบ นักเวทย์สองนายนั้นก็พลันอ้าปากค้าง เพราะท่านหญิงผู้ถูกสั่งห้ามไม่ให้ผ่านบันไดนี้ไป กลับไม่สนใจคำรายงาน ทั้งยังลอยตัวขึ้นด้วยพลังลมอย่างช้าๆ ท่านหญิง!”

 

            คนถูกเรียกยิ้มมุมปาก รีดพลังลมไปยังฝ่าเท้า และฝ่ามือแล้วควบคุมมันอย่างเหมาะสม ภาพเบื้องล่างค่อยๆห่างไปจากสายตา เจ้าหล่อนจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังด้านบนที่มีนักเวทย์มากมายยืนประจำการณ์อยู่

 

            กร๊าซซซซซซซซซซ

 

เสียงพิลึกดังกังวานมาจากอีกฝากของกำแพง ยังไม่ทันจะได้ไปถึงจุดสูงสุดบนนั้น อะความารีนก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเปลวเพลิงสีแดงโหมซัดเหล่าผู้ใช้เวทย์นั่น บางคนสิ้นการทรงตัวก็สะดุดล้มลง ร่างสองร่างดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่างพร้อมทำใจอำลาชีวิตในวินาทีสุดท้าย

 

หมับ

อ้าก…! เอ๋?”ผู้ถูกช่วยชีวิตถูกมือข้างนึงกระชากไว้ไม่ให้หล่นลงไป เขาเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวผู้ลอยกลางอากาศอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างของเจ้าหล่อนก็วุ่นอยู่กับการจับดึงแขนคนอีกคนไว้เช่นเดียวกัน

 

ท่านหญิงอะความารีน!”มีคนตะโกนลงมาจากด้านบน หญิงสาวพยายามรีดพลังลมออกมามากขึ้นเพราะน้ำหนักที่ถ่วงอยู่ ทำให้การบินคราวนี้ไม่ง่ายนัก เหงื่อไหลซิบลงตามดวงหน้าหวาน หญิงสาวกัดฟันพุ่งตัวขึ้นสู่จุดยอดกำแพงสูง เมื่อถึงที่หมายก็เกลือกกลิ้งทิ้งตัวล้มลงบนพื้น เมื่อแน่ใจว่าถึงที่ปลอดภัย มือทั้งสองข้างจึงคลายจากร่างคนสองคนที่ตนได้ช่วยเหลือไว้

 

แฮ่กๆๆหญิงสาวนอนแผ่หราหมดสภาพ แต่ก็นั่งพักได้ไม่นานเพราะมีเสียงแว่วว่าการโจมตีจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

คุ้มกันท่านหญิง! คุ้มกันท่านหญิง!”มีคนตะโกนซ้ำไปซ้ำมา อะความารีนดันตัวให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วก็ต้องอุทานในใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้าชัดเจน

            เบื้องหลังกำแพงสูงปรากฏเป็นกองทัพมังกร!

รูปร่างของพวกมันดูแตกต่างกันไป ทั้งลวดลาย สี และขนาด มันกำลังถูกผู้ใช้เวทย์โจมตีแต่นั่นก็ได้แค่สร้างความรำคาญให้เท่านั้น เพราะร่างของมันเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้วถือว่าใหญ่มากกว่าหลายเท่า

            ตัวที่อยู่ใกล้สุด สูงกว่ากำแพงนี้ประมาณห้าเมตร

มันอ้าปากอวดฟันแหลมคม ดวงตาดุร้ายกวาดไปทั่ว แต่พอรับรู้พลังเวทย์แกร่งกล้าก็พลันหันมาสบตากับผู้ครอบครองพลังเวทย์ของธาตุทั้งสี่

 

            เอื๊อก

อะความารีนกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอ มองดูผู้ใช้เวทย์ที่ปราดมายืนบังหน้าเธอไว้อย่างปกป้องพลางออกคำสั่งโดยไม่ต้องคิด

ทุกคน หลบ!!”

 

            มังกรตัวนั้นค่อยๆอ้าปากขึ้นกว้างสุด อะความารีนเห็นพลังไฟที่หล่อลวมอยู่กลางลำตัวของมัน ค่อยๆถูกลำเลียงขึ้นไปยังปาก ไม่ต้องจินตาการต่อแล้วว่ามันกำลังจะทำอะไร!

 

            มันคือมังกรไฟ ความสามารถของมันก็คือ พ่นไฟ!

 

ไอซ์แบริเออร์!!”อะความารีนกวาดมือพรึบเดียว กำแพงน้ำแข็งก็โผล่จากชั้นดิน ตรงขึ้นมาเป็นเกราะคุ้มกันจากไฟนรกที่โหมซัดเข้ามาอีกคราอย่างพอดิบพอดี

 

โอ้…”

 

            เสียงอุทานจากเหล่าผู้ใช้เวทย์ที่เห็นเหตุการณ์ตระหนักได้ถึงความสามารถอันน่าทึ่งของทายาทตระกูลฮีลเลอร์

 

เจ็บไหมพอเห็นว่าเกราะคุ้มกันสามารถกันมังกรไฟตัวนั้นให้ห่างออกไปได้ แม้มันจะพยายามโจมตีไม่เลิกราแต่ดูท่าว่าเกราะน้ำแข็งหนาจะไม่มีทางละลาย อะความารีนจึงหันมายอบกายรักษาคนเจ็บที่ถูกไฟนรกจากมังกรลวกทั้งตัว ฮีล

 

            แสงสีทองอร่ามผุดขึ้นจากฝ่ามือเล็ก ผู้ถูกรักษารู้สึกปลาบปลื้มที่ถูกช่วยชีวิตไว้ เพราะคิดว่าวินาทีนั้นคงถูกความตายพรากจากโลกนี้ไปเสียแล้ว

ขอบคุณขอบคุณท่านหญิง

 

            ไกลออกไป ราชามัจจุราชไฟสบถอย่างหัวเสีย เมื่อได้รับรายงานว่ามีคนพบอะความารีนขึ้นมายังเขตแดนที่กำลังอยู่ในสถานการณ์โกลาหล ในหัวพลันนึกถึงแต่ดวงหน้าละมุน แล้วกล่าวโทษในใจ

            เสร็จงานนี้จะต้องลงโทษ!

 

            นัยน์ตาสีโลหิตฉายวาวโรจน์ มองไปยังมังกรสองตัวที่ริอาจพุ่งเข้ามาชนกำแพงก่อให้เกิดสั่นสะเทือน ปากเรียวเริ่มบริกรรมคาถา

 

            ทันใดนั้นมังกรตัวหนึ่งที่สร้างความวุ่นวายก็ร้องโอดครวญ เมื่อรู้ตัวอีกทีว่าร่างทั้งร่างกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟนรกโลกันต์ ทั้งปวดแสบปวดร้อนอย่างแสนสาหัส และทุกข์ทรมาน ร่างของมันจึงดิ่งลงสู้พื้นเบื้องล่าง

            ขณะที่อีกตัว ยังคงนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านอะไร มันจ้องผู้ใช้เวทย์ตาเป็นมัน พร้อมขู่คำรามลั่น

 

มังกรไฟเรอะหึแพทริกซ์เรียกคันธนูไฟออกมา พร้อมเล็งไปที่เป้าหมาย

เอาศรธนูนี่ไปใช้ ฉันลงอาคมไว้แล้วเสียงเย็นเยียบดังขึ้นข้างๆ ทำให้แพทริกซ์เบือนหน้าไปมองบุรุษผู้มาใหม่ ในมือเขายื่นลูกธนูสีเงินมาให้

นายมาทำอะไรที่นี่ ทรอนซีราเมื่อพบว่าคนตรงหน้าไม่รับศรธนูไป ทรอนซ์ก็ลดมือลง

อะความารีนอยู่กับนายรึเปล่าทรอนซ์ยิงคำถามแบบไม่อ้อมค้อม ขณะสบตากับชายหนุ่มก็สัมผัสได้ว่าเจ้ามังกรไฟเห็นท่าทีว่าได้จังหวะโจมตีจึงพุ่งทะยานเข้ามา มือหนาของบุรุษฉายาเจ้าชายน้ำแข็งก็ปัดวูบเสกให้ปีกของมังกรตนนั้นถูกหุ้มด้วยน้ำแข็ง มันส่งเสียงร้องก่อนที่ร่างจะจมดิ่งตามแรงโน้มถ่วงโลก

 

แล้วนายเห็นรึเปล่าล่ะ- -”แพทริกซ์ทำสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหันไปสนใจกับสงครามวุ่นๆตรงหน้าต่อ ถ้าเจอก็พาเธอกลับไปซะ อย่าให้มาที่นี่อีกเป็นอันขาด

 

“…”ทรอนซ์เหลือบตามองใบหน้าแข็งกร้าวที่หาญออกคำสั่งเขา

 

            ความแค้นระหว่างเขากับแพทริกซ์จบไปตั้งแต่ตอนที่ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่อาจลงรอยกันได้ ทั้งเรื่องชาติกำเนิดที่แตกต่าง น้ำกับไฟที่เป็นอริโดยสัญชาติ แล้วดันไปตกหลุมรักหญิงสาวคนเดียวกันอีก ดูท่ารอยร้าวนี้ไม่มีวันจะประสานได้

             

รีบออกไปตาม เร็วเข้า!”แพทริกซ์ร้อนใจอยากจะออกตามหาด้วยตนเอง แต่มีภาระหน้าที่นำกำลังต้านทัพมังกรที่ออกมาลอบโจมตียามวิกาล จึงไม่อาจทำตามใจได้

 

            ทรอนซ์มองสายตาความเป็นผู้นำที่ฉายชัดของคนตรงหน้า ก่อนจะรีดพลังไอน้ำไปยังฝ่าเท้า ออกตามหาใครบางคนที่คงกำลังก่อเรื่อง

 

            ท่านหญิง ทางนี้ด้วยค่ะ

            ท่านหญิง ตรงนี้มีบาดเจ็บอีกสาม…”

            ท่านหญิง…”

 

            อะความารีนปาดเหงื่อ วุ่นอยู่กับการแบ่งสมาธิใช้เวทย์รักษาระยะไกลหลายคนในคราวเดียว แน่นอนว่าเป็นเวทย์รักษาชั้นสูง แต่ด้วยพลังเวทย์มากมายในกายจึงเพียงพอที่จะทำหน้าที่ฮีลเลอร์ในยามนี้

            มีคนเจ็บ ก็ต้องทำหน้าที่

 

            แต่จู่ๆสภาพอากาศนิ่งสงบเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว บังเกิดเป็นลมพายุอ่อนๆที่ค่อยเพิ่มกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อะความารีนถอนสายตาจากการรักษาหันมองไปยังเบื้องหลัง เกราะน้ำแข็งที่เธอเสกขึ้นเป็นป้อมปราการนั้นแตกกระจุย ร่างมังกรไฟสีแดงบินเคียงคู่กับมังกรสีฟ้าอีกตัว ซึ่งกำลังกระพือปีกอย่างบ้าคลั่งและรัวเร็ว

            มังกรวารี?...ลมพายุนั่นคงมาจากเจ้าตัวนั้นสินะ

 

            วืดดด

กริ๊ดดดดดดดด/อ๊ากกกกกกกก

เสียงร้องของเหล่านักเวทย์ผู้เคราะห์ร้ายดังระงมไปทั่ว เพราะร่างเหล่านั้นถูกลมดูดไปยังมังกร

 

อย่า!”อะความีรีนร้องลั่นทะยานตัวเหาะบนอากาศพลางเอื้อมมือไปข้างหน้า แรงลมที่ก่อจากไอเวทย์นั้นพอต้านไม่ให้ร่างผู้เคราะห์ร้ายเข้าสู่ปากของมังกร แต่ด้วยกำลังที่เธอยื้อไว้ได้หกร่างบนอากาศ ต้องอาศัยสมาธิอย่างมาก จึงไม่สามารถป้องกันตัวจากมังกรไฟที่เพ่งรอการโจมตีอีกระลอก

 

            ปากของมันอ้ากว้างอวดเขี้ยวแหลมคมอีกครั้ง หญิงสาวเหงื่อไหลพลั่ก แต่มุ่งมั่นแน่วแน่ว่าจะไม่มีทางยอมให้พวกพ้องแคปริคอร์นต้องตายกลายเป็นอาหารมังกร

 

 

            ตายตายแน่ๆ!

ฉันหลับตาปี๋ รู้สึกถึงไอร้อนที่พวยพุ่งตรงเข้ามาอย่างเร็ว แต่ก็จนปัญญาจะหลบหนีเพราะยังต้องประคองร่างหกร่างที่ลอยค้างเติ่งอยู่บนอากาศ

 

            ฟู่วว

จู่ๆไอเย็นจัดก็เข้าแทรกแทนที่ความร้อนที่ควรจะเป็น ฉันควรจะโดนย่างสดแล้วมิใช่หรอ?

 

อะความารีน ฮีลเลอร์!เสียงร้องเรียกจากด้านหลังทำให้ฉันเหลียวกลับไปมอง

 

            บุรุษร่างหนาเรือนผมสีเงินสะท้อนแสงจันทร์ ตาสีน้ำเงินเข้มดูดุดันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ กำลังยืนมองเธอจากยอดกำแพงขาว

 

อุ้ยทรอนซ์ มาทำอะไรที่นี่ล่ะฉันตะโกนกลับไปด้วยเสียงแหบแห้ง

ฉันคงต้องถามเธอกลับมาเดี๋ยวนี้!”

 

            ฉันหันไปมองเจ้ามังกรไฟที่ถูกปิดปากด้วยน้ำแข็ง ดูแล้วน่าขันชะมัด แต่ก็ขำไม่ออกเพราะเมื่อกี้ก็เกือบจะโดนมันย่างเอาเหมือนกัน

 

            เมื่อฉันพาร่างหกร่างกลับสู่พื้นดินได้ก็ลอบถอนหายใจ บางทีการเป็นทั้งฮีลเลอร์ทั้งไนท์ทั้งโพรเทกเตอร์ในคราวเดียวก็หนักหนาเกินไปจริงๆด้วย

 

กลับ!”ทรอนซ์ปรี่เข้ามาหาไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็คว้าข้อมือฉันไว้แล้วออกแรงดึง

หวาฉันอุทานออกมาเบาๆ

 

ขอบคุณท่านหญิงจริงๆ ขอบคุณเหลือเกินเสียงขอบคุณดังระงม ฉันยิ้มแห้งเมื่อมองสีหน้าเคร่งขรึมของเจ้าชายเย็นชาที่ไม่เหลือเค้าความอ่อนโยนก็คิดว่าไม่ควรพูดมากความ เดี๋ยวจะได้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งอีกคน

 

ดีแต่สร้างเรื่องเมื่อพ้นเขตชุลมุน ทรอนซ์ก็บ่นออกมาให้ได้ยิน เขาพาฉันลงไปทางบันไดอย่างเร่งรีบ

ฉันอยู่เฉยๆไม่ได้นี่นา

งั้นหรอ งั้นฉันคงต้องคอยควบคุมเธอ ไม่ให้ไปไหนอีก

ทำไมต้องซีเรียสขนาดนั้นล่ะ ไหนๆฉันก็เป็นอาวุธแล้วไม่ใช่หรอ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการหรอ!”ฉันเริ่มรู้สึกว่ามีก้อนอะไรมาติดอยู่ที่คอ ทำให้หายใจได้ไม่ทั่วท้อง

เธอไม่ใช่อาวุธ และไม่มีทางเป็นได้ทรอนซ์คล้ายจะปลอบโยน แต่ก็ดูเหมือนจะดุไปด้วย สายตาของเขาอ่อนลง อะความารีน

 

            ฉันพบว่ามีหยดน้ำสายนึงแล่นผ่านดวงตา จึงช้อนสายตาสบกับเขาด้วยแววตัดพ้อ ทรอนซ์เห็นอย่างนั้นก็ชะงักค้างไป

 

ฮือๆฉันก้มลงเอามือปิดหน้า ฉันทำอะไรก็ไม่ดีใช่มั้ย ดีแต่สร้างเรื่องใช่มั้ย

“…”

ฮือๆ

เฮ้อได้ยินเสียงถอนหายใจจากทรอนซ์ ก่อนจะพบว่าถูกเขาโอบกอดไว้หลวมๆ

 

เธอทำได้ดีแล้ว ไม่ต้องเสียใจไปหรอก ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอเท่านั้นเองเสียงทุ้มน่าฟังค่อยๆเอื้อนเอ่ยทำให้ฉันรู้สึกสงบลงได้อย่างน่าประหลาด

 

            พอกลับสู่ภาวะอารมณ์ปกติฉันก็รู้สึกไม่ชอบตัวเองที่ทำตัวเหมือนเด็กๆ มาร้องไห้ตัดพ้ออยู่อย่างนี้

 

แล้วพวกเขาจะไม่เป็นอะไรหรอฉันถามพลางมองไปยังที่ที่จากมา

ไม่หรอกเธอกลับไปพักได้แล้วทรอนซ์ตอบคำถามทันควัน แล้วรีบดึงร่างบางให้ออกห่างจากเขตแดนนี้โดยเร็วที่สุด

 

            ทรอนซ์พาฉันไปยังห้องรับรองแขกที่ถูกจัดไว้เพื่อฉัน ติดๆกันเป็นห้องของนักรบตระกูลครอส ดูเหมือนคณะเดินทางจะถูกจัดให้อยู่ในโซนเดียวกัน

 

ไปล้างหน้า พักผ่อนซะทรอนซ์กล่าวเสร็จสรรพก็มุ่งไปทางประตู ฉันเร่งเท้าตามไปดึงแขนเขาไว้ ตาสีน้ำเงินเข้มหันกลับมาสบอย่างงงงวย

 

อยู่เป็นเพื่อนฉันนะฉันโพล่งออกไปอย่างนั้น ทำให้ใบหน้าคมคายนั่นดูจะเกร็งตึงขึ้นเล็กน้อย

“…”

“…ภาพเมื่อกี้ยังติดตาฉันอยู่เลยคนถูกไฟคลอก ตกลงมา ถ้าฉันช่วยพวกเขาไม่ได้ ต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ

“…อืม

 

 

            ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวทอง ตรงกลางปรากฏเป็นเตียงขนาดใหญ่ ผ้าห่มสีขาวผืนหนาห่อหุ้มร่างบางของสตรีเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล แพขนตายาวพริ้มแตะลงบนใบหน้าที่ดูผ่อนคลายเต็มที่ ปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อย เสียงหายใจดังเข้าออกสม่ำเสมอ

 

            ร่างหนาของบุรุษหนุ่มนั่งสอดขาไว้ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ใช้หมอนมาหนุนอิงให้อยู่ในท่านั่ง ในมือมีหนังสือเล็กๆเล่มหนึ่ง ที่เจ้าตัวอ่านจนจบแล้วจึงค่อยๆปิดมันอย่างเบามือ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยามมองดวงหน้าเจ้าคนหลับนั้นสะท้อนประกายอ่อนโยน

 

            ทรอนซ์วางหนังสือไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างเตียง นัยน์ตาสีเข้มดูอ่อนลงยามจับจ้องไปยังดวงหน้าคนหลับ ร่างหนาขยับเข้าไปชิด ก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมลงเกลี่ยไรผมที่ปรกดวงหน้าหวานละมุนอย่างเบามือ

 

ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายเธอฉันสัญญา

ตาคมหลุบลงต่ำ ดวงหน้าคมคายโน้มลงไปมอบจุมพิตลงบนหน้าผากอย่างนุ่มนวล

 

 

แดดยามเช้าแทรกผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตา ปลุกให้คนนอนหลับปรือตาขึ้นเล็กน้อย กระพริบถี่ๆไล่ความงัวเงียออกไป สัมผัสแรกคือเห็นเพดานห้องสีขาวสลับทอง ตามมาด้วยสัมผัสอุ่นๆที่ตรึงร่างไว้จนไม่สามารถขยับได้ อะความารีนไล่สายตามองมือข้างนึงที่พาดผ่านบนลำตัว ไล่ขึ้นไปแขน หัวใหล่ พบเสี้ยวหน้าคมคายอันแสนคุ้น ดวงหน้ายามหลับใหลของเจ้าชายน้ำแข็งก็ยังคงแสดงความสงบเยือกเย็นสมฉายา

 

ทรอนซ์นอนกอดเราทั้งคืนเลยหรอเนี่ย

หญิงสาวขยับยิ้มเขิน ก่อนจะเพ่งพินิจใบหน้าหล่อเหลาในระยะประชิดราวกับจะเก็บทุกรายละเอียด

 

ฉันพยายามแล้ว แต่อดห่วงเธอไม่ได้ฉันพยายามห่างแต่กลับใกล้เธอเข้าไปอีก

คำพูดหนักแน่นพร้อมทั้งดวงตาและสีหน้าที่จริงจังไม่แพ้กัน เด่นชัดในความทรงจำ

เมื่อไหร่กันนะทรอนซีรา เจ้าชายน้ำแข็งคนนี้ ผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะยิ้ม จะมีมุมโรแมนติกเหมือนคนปกติทั่วไปใครจะไปคิด ว่าเบื้องหลังนัยน์ตาสีทะเลลึกจะซ่อนความรู้สึกลึกซึ้งขนาดนั้นไว้อย่างแนบเนียน

 

ใครจะไปคิดว่านายรักฉันขนาดนั้นนะทรอนซีราหญิงสาวยิ้มหวานจนตาหยี ก่อนจะรู้ตัวก็พบว่าอ้อมกอดนั้นกำชับแน่นเข้าหาร่างหนา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจึงเลื่อนไปสบกับตาสีเข้มที่ปรือขึ้นครึ่งเดียว เหมือนคนเพิ่งตื่น

 

อืมถ้ารู้แล้ว ก็ดีเสียงทุ้มแหบพร่าครางออกมาเบาๆ

ทรอนซ์ นายรู้ยังว่าฉันรักนายมาก รักมากเลยนะ^^”

 

            ทรอนซ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับยิ้มบางๆก่อนจะตอบรับโดยการหอมพวงแก้มเนียนเบาๆ

รู้

 

งะรู้ได้ไง หลงตัวเอง?”อะความารีนทวนคำเสียงสูง แกล้งเอียงคอหนี

หึ

 

            สิ้นเสียง ทุกสรรพสิ่งรอบกายดูจะถูกกลืนหายไปจากโสตประสาท หญิงสาวรับรสจูบจากชายข้างๆอย่างอิ่มเอมใจ ห้วงเวลาแห่งความรักเสมือนสะกดให้เวลาหยุดเดินและมีเพียงเขาและเธอที่อยู่บนโลกใบนี้ โลกที่มีกันและกัน

 

            โลกที่มีแค่เราสองคน

 

            ก๊อกๆๆ

 

อะความารีนอะความารีน!”

 

หืม..”ใครเรียกเนี่ย กำลังสวีทอยู่เลย

 

ฉันเข้าไปละนะ!”

 

“…”

 

            ฉันค่อยๆลืมตาขึ้น กระพริบตาถี่ๆยกมือขึ้นถูๆตาแล้วเพ่งไปยังปลายเตียง

เฮ้ย! ราล์ฟ แกเข้ามาทำไมO_o”

            ฉันสะดุ้งสุดตัวพลางเอาผ้าห่มยกขึ้นมาปิด แล้วนึกขึ้นได้อีกเรื่อง

ทรอนซ์ทรอนซ์?”เอ่อ หายไปไหนละเอ๊ะ เมื่อกี้ยังอยู่ด้วยกันอยู่เลย

 

ทรอนซ์ออกไปเป็นกำลังเสริมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มีแต่แกนั่นแหละหลับสบายอยู่คนเดียว= =”ราล์ฟช่วยคลี่คลายความสงสัยในตัวฉัน แต่มันกลับมีคำถามบนใบหน้าแทน และเป็นข้อสงสัยที่ฉันแทบอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดิน หรือว่าแกเอาไปฝันว่าแกกับทรอนซ์แบบว่า…><”

 

ไอ้ราล์ฟ!=[]=/// แก หุบ เดี๋ยวนี้เลยยังไม่ทันพูดมือก็คว้าหมอนแล้วเขวี้ยงไปโดนหัวเป้าหมายอย่างแม่นยำ หึ้ยให้ตายเหอะ ฝันเรอะ ฝันเนี่ยนะ โอ๊ย เสียดาย เอ๊ย อายชะมัด ><

 

ฮ่าๆๆ เออ ฉันมาปลุกแก ให้ไปประชุมที่สภาแคปริคอร์น พวกเขารอแกอยู่ แต่ถ้าแกติดใจอยากจะฝันเรื่องอะไรๆของแกต่ออ่ะนะ ก็ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวทางนั้นฉันจัดการให้^^”ราล์ฟยิ้มแป้นแล้นดูอารมณ์ดี

 

ฝันอะไร? เพ้อเจ้อ!! ฉันตื่นแล้ว แกออกไปได้แล้ว- -”ฉันพยายามข่มสตินับเลขในใจ ไม่ให้แสดงท่าทีพิรุจไปมากกว่านี้ และพยายามไม่ให้พลังเล็ดลอดไปให้ใครจับได้ หึ

 

โอเค ไปและ แต่เรื่องนี้ถึงหูทรอนซ์แน่ อิอิ

ไอ้ ราล์ฟ !!”

 

            กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ฆ่าเพื่อนมันบาปม้ายยยยยย!!!

 

…[50%]

 

            หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตรวจสอบความเรียบร้อยกับตัวเองหน้ากระจก ที่มีเงาของผู้หญิงนัยน์ตาสีแดงสดใสมองตอบกลับมา นั่นยิ่งรู้สึกเหมือนการตอกย้ำในสถานะของตัวเองตอนนี้

 

            ชุดสวยนะราล์ฟเลิกคิ้วพลางมองสำรวจชุดเดรสสีขาวลายลูกไม้ประดับขณะที่ฉันก้าวออกมาจากห้อง

            คนก็สวยย่ะไปเหอะฉันหัวเราะเบาๆกลบเกลื่อนอารมณ์ประหม่านิดๆของตัวเองในตอนนี้ เฮ้อลึกๆแล้วฉันยังไม่เคยเผชิญหน้ากับสภาแคปริคอร์นแบบครบองค์ ถ้าหากท่านอาจารย์ใหญ่และคณะเกิดอยากเชยชมอิทธิฤทธิ์ของอาวุธที่พวกเขาปลุกปั้นมานักหนา ก็คงเสียขวัญกำลังใจเปล่าๆ TT

            มั่นมากเลยเนอะ

 

            ราล์ฟไม่พูดพร่ำต่อบท ก็ลากฉันไปยังห้องประชุมใหญ่ ไม่รอให้ได้พักหายใจ มันก็เปิดประตูพรวด!เข้าไปทันที ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นค้างเติ่งอยู่ในอิริยาบถต่างๆ บางคนก็มีสีหน้าประหลาดใจ บางคนตกใจ บางคนก็กำลังขมวดคิ้วเครียด

 

            ฉันว่าแกควรเคาะประตูก่อน…”ฉันแอบกระซิบข้างหลังมันเบาๆ คนตรงหน้าก็ร้องอ้อ!ออกมานิดนึง ก่อนจะปิดประตูตามเดิมแล้ว

 

            ก๊อก ก๊อก

เอ่อฉันว่ามันไม่น่าจะทันนะ

ขออนุญาติครับ ผมนำอะความารีน ฮีลเลอร์มาพบท่านทั้งหลายแล้วครับ

เข้ามาสิเสียงหวานดังกังวานอันคุ้นเคย เรียกให้ฉันพาร่างตัวเองไปหยุดยืนเป็นจุดรวมความสนใจของคนทั้งหมดในห้องใหญ่นั้น

 

            โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ถูกตั้งอยู่กลางห้องนั้นอย่างพอดิบพอดี แน่นอนว่าสตรีผู้คุมอำนาจสูงสุดอย่างท่านนิมฟอริด้า ไทรีนอลนั่งเป็นประธานการประชุมอยู่ฝั่งหัวโต๊ะซึ่งอยู่ไกลสุดจากบานประตู

 

            อาจารย์ใหญ่ผายมือไปทางเก้าอี้ตัวที่ถัดไปทางขวา ข้างๆหล่อน

มานั่งสิ อะความารีนขอบคุณมากราล์ฟเฟ

 

            ราล์ฟยิ้มกว้าง หันมาขยิบตากับฉันแว๊บนึง ฉันไปรอข้างนอกนะ

โอเคฉันพยักหน้ารับ

 

            โตขึ้นเยอะเลยนี่ สิบปีมาแล้วฉันเคยแวะไปเยี่ยมเยียนคฤหาสน์โรสควอตซ์อยู่บ่อยครั้ง จำได้ว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบเล่นในสวนดอกไม้…”

            งามเหมือนท่านหญิงเนเฟิลไนล์…”

            เป็นไงบ้าง สบายดีนะ พวกเราต้องขอโทษที่ทำให้เธอเจอเรื่องแย่ๆมามาก

 

            ผู้ชายผู้หญิงสองสามคนเปรยขึ้นมาทันทีที่ฉันหย่อนก้นลงนั่ง ดูเหมือนเป็นการช่วยลดความประหม่าของฉันอย่างได้ผลดีทีเดียว

            ค่ะหนูสบายดีค่ะ แต่…”

 

            อะไรหรือจ๊ะ เธอรู้สึกมีอะไรผิดปกติรึเปล่า?”

ฉันสบตากับสตรีที่นั่งติดกัน ใต้กรอบแว่นสีทองเผยให้เห็นนัยน์ตาสีชาอ่อนที่มองทีไรก็รู้สึกคุ้นเคย เพราะนั่นทำให้นึกถึงมารีอา

 

            เปล่าหรอกค่ะหนูแค่คิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรจะจัดงานแต่งงานให้มารีอา เพื่อนของหนู ดีแล้วจริงหรือคะไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานทางการเมืองหรือคลุมถุงชนอะไรก็แล้วแต่ แต่นี่มันครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้หญิง ซึ่งฉันก็พอเข้าใจบ้างว่าผู้หญิงเราไม่ว่าใครน่ะ ก็ไม่ต้องการงานมงคลท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหลแบบนี้หรอก

 

            อืมเรื่องนี้เป็นมติของสภา ทุกคนส่วนใหญ่เห็นด้วยฉันในฐานะย่าก็ตั้งใจจะจัดงานนี้ขึ้นมาอยู่แล้วก็ไม่มีเหตุผลจะคัดค้าน

 

            เกิดเสียงพึมพำคุยกันเบาๆทั่วห้อง ก่อนจะค่อยๆสงบลง

จุดประสงค์ของงานแต่งงานนี้คือ การพยายามเจรจากับเจ้าชายแห่งโทรปิคอร์นที่จะเข้ามาร่วมงานเป็นแขกกิตติมศักดิ์ชายคนหนึ่งเกริ่นขึ้นมาด้วยสีหน้าเครียดขึง

 

            เดรโก? เขาจะมาหรอคะฉันอดนึกถึงชายผู้มีผมสีดำสนิท กับดวงตาสีเดียวกัน นึกย้อนไปในวันที่ทำภารกิจอยู่ในโรงเรียน ฉันถูกบุรุษนามว่าเซย์ลักพาตัวไปยังปราสาทโทรปริคอร์น ที่นั่นทำให้ฉันได้เจอเขา เด็กหนุ่มสายเลือดมังกรนั่นน่ะหรอ

 

            ใช่เราได้ส่งคนของเราไปเชิญอย่างเป็นทางการ ฝ่ายนั้นก็ตอบรับทันที

แต่ก็น่าแปลก…”

เอาล่ะๆยังไงอีกสองวันข้างหน้าเราก็จะได้รู้ว่าเจ้าชายจะมาจริงๆหรือไม่ ที่ฉันเรียกเธอมาเพราะว่า เจ้าชายนั่นอยากเจอเธอ

 

            ฉันฟังคำบอกเล่าจากคุณย่าของมารีอาก็แทบจะไม่อยากเชื่อหู

ห๊ะเขาน่ะนะอยากเจอฉัน? ก็ไม่ได้มีอะไรติดค้างกันนี่นา หรือว่าคงเป็นเพราะฉันเป็นอาวุธให้กับแคปริคอร์นล่ะมั้ง?

 

เขาบอกว่าเธอเป็นควีนของเขา

“O_o!!”วะว่ายังไงนะ!

ที่เราเชิญเธอมาเพื่อจะถามว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคุณลุงท่าทางใจดีใส่สูทสีดำโยกตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยอย่างสนใจในคำตอบ ขณะที่ฉันชาวาบไปทั้งตัวพลันนึกถึงความทรงจำคืนอันแสนทรหดที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

 

ฉันคิดว่าเขาคงหมายถึงวันที่ฉันถูกพาตัวไปที่ปราสาทน่ะค่ะ มีพิธีแต่งตั้งควีน หรือก็คือหญิงสาวที่ถือกำเนิดจากแคปริคอร์น แต่จุดประสงค์ก็คือรังแกฉันนี่แหละค่ะT_T”

 

            จาน ชาม แก้ว ช้อน ส้อม งี้ลอยมาเต็มเลยค่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี T^T

 

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเจ้าชายคิดอะไรอยู่ และสภามืดฝั่งโทรปิคอร์นมีแผนการณ์อะไร…”

พวกนั้นฉลาดหลักแหลม สืบทอดเชื้อสายแวมไพร์ เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก

 

            กระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นอีกระลอก ฉันจมอยู่ในห้วงความคิดตัวเองเนิ่นนาน พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น เสียงหวานใสก็ดังแผ่วข้างๆ

 

มารีอาเป็นยังไงบ้างฉันฝากหลานฉันไว้กับเธอด้วยนะอาจารย์นิมฟอริด้าดูเหมือนจะเข้าโหมดคุณย่ามากกว่าฐานะหัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์น

ทำไมอาจารย์ไม่ไปดูด้วยตัวเองล่ะคะฉันป้องปากกระซิบกลับ มารีอาน่ะเขารักและเทิดทูนอาจารย์มากที่สุดเลยค่ะ

 

ฉันรู้…”

            ฉันได้แต่มองความสั่นไหวในดวงตาวูบนึงของคนตรงหน้า แม้แต่คนที่ดูภายนอกว่าเข้มแข็ง ก็ยังมีมุมอ่อนไหวเช่นกันมันคือความห่วงใยของคนในครอบครัวที่อาจารย์มีให้มารีอา แต่ด้วยหน้าที่ทั้งเป็นผู้นำสภาความมั่นคง และหัวหน้าครอบครัวไทรีนอลอันยิ่งใหญ่ อาจารย์เลยไม่ค่อยแสดงออกในความรักล่ะมั้ง

 

            ฉันอยากบอกให้เธอเตรียมตัวไว้ อะความารีน รักษาตัวดีดีล่ะ

คำพูดทิ้งท้ายเอ่ยด้วยความหนักแน่นจริงจัง และความเป็นห่วงที่ปิดยังไงก็ไม่มิด

 

            งานมงคลระหว่างทายาทสองตระกูลดังถูกจัดขึ้น ณ ลานกว้างอันเป็นศูนย์กลางของมหานครเมืองแห่งนักเวทย์พลังจิต การตกแต่งเน้นเป็นไปอย่างเรียบง่ายโดยเน้นไปที่โทนสีขาว ที่โดดเด่นคือ มีซุ้มดอกไม้ขนาดยักษ์คลุมเหนือบรรดาโต๊ะแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญเข้าร่วมในงานนี้

            พรมแดงทอดยาวจากหน้างานตรงไปยังเวทีซึ่งเป็นหินที่ถูกยกระดับขึ้นเหนือพื้นดินสองขั้นบันได ขณะนี้นักดนตรีเครื่องสายกำลังบรรเลงเพลงรักเข้ากับบรรยากาศชวนฝันให้เคลิบเคลิ้มไปกับสถานที่และบรรยากาศ

 

สวยจังหญิงสาวยืนอ้าปากค้างอย่างลืมตัว ขณะนัยน์ตาสีแดงกวาดมองสำรวจพื้นที่โดยรอบ เจ้าหล่อนอยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีครีม ชายกระโปรงฟูฟ่อง ผมสีน้ำตาลถูกมัดเป็นเกลียวอยู่ด้านหลัง

ทำไมมาอยู่นี่คนเดียวล่ะหญิงสาวอีกคนเดินมายืนหยุดอยู่ข้างๆ โรสเซลล่าปรายตามองผู้หญิงที่ยังไม่เลิกอ้าปากค้างอย่างละเหี่ยใจ แต่ก็เหนื่อยจะตักเตือนเรื่องมารยาทและภาพพจน์ของท่านหญิง

ราล์ฟมันไม่มา มันบอกว่ายังไงมันก็จะไม่มา

เธอเองก็ควรอยู่กับท่านแพทริกซ์ เขาเป็นคู่หมั้นของเธอนะ ไม่ใช่ตัวติดอยู่กับราล์ฟ- -”

อะความารีนหันขวับไปมองหญิงสาวคู่สนทนา ตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นั่นสินะ บางทีฉันก็สงสัยนะโรส…”

 

โรสขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาแปลกๆที่ทอดมองมา

 

เธอยังรักท่านพี่แพทริกซ์อยู่ใช่มั้ย

“…”

ใช่มั้ยโรส..”

เหลวไหลน่ะคนถูกถามแสร้งเบือนหน้าไปอีกทาง กลบรอยสั่นไหวในดวงตา พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นตามหัวใจที่ถูกสั่นคลอนอยู่ข้างใน เขาไม่เคยมองมาที่ฉันหรอก ฉันเลิกหวังไปนานแล้ว

อ่อขอโทษนะโรสที่ฉันถามเธอแบบนี้ ฉันแค่อยากแน่ใจน่ะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะ

 

            โรสสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกลั้นใจหันมาสบตากับท่านหญิง ดูว่าจะได้รับสายตาแบบไหน ดูแคลน? เยาะเย้ย? หรือเป็นสายตาของผู้ชนะ?

 

“T_T”น้ำตาไหลรินเป็นสายอาบดวงหน้าละมุนนั่น โรสผงะแบบไม่ทันตั้งตัว

เธอร้องไห้ทำไม

ฉันเศร้าน่ะหญิงสาวขี้แยโผเข้ากอดคนข้างๆพลางสะอื้นเบาๆตามคำพูด ฉันขอโทษนะโรส ฉันขอโทษ

            โรสเซลล่ากระพริบตาปริบๆ ในใจบังเกิดอารมณ์หลากหลาย ที่ผ่านมาในการเดินทางจากโรงเรียนแคปริคอร์นเป็นคณะผู้ติดตามท่านหญิง ก็ไม่มีสักครั้งที่หล่อนจะพูดจาไม่ดีด้วย มีแต่เข้ามาชวนคุยเป็นเพื่อน หรือปรึกษาในเรื่องต่างๆ ท่านหญิงทำเหมือนกับว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ความจริงใจปรากฎชัดในสายตาอบอุ่นคู่นั้น ไม่มีเหตุผลไหนเลยที่จะสงสัยในตัวคนคนนี้

 

ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยอะความารีนโรสขยับยิ้ม เอื้อมมือสองข้างขึ้นกอดตอบ เลิกร้องไห้ได้แล้ว เครื่องสำอางค์เลอะหมดแล้วเนี่ย

 

            ตอนนี้ดวงหน้าท่านหญิงผู้เลอโฉมกลับมีรอยสีดำบริเวณขอบตาอย่างชัดเจน โรสอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยหลังผละออกจากกอด

 

ท่านหญิงครับ เชิญนั่งประจำที่ได้แล้วครับ อีกเดี๋ยวจะเชิญแขกเข้ามาในงานแล้วจะวุ่นวายกว่านี้ชายหนุ่มใส่สูทซึ่งอะความารีนจำได้ว่าเป็นคนของสภาความมั่นคงเข้ามาทักพลางผายมือให้ไปยังโต๊ะตัวหน้าสุด

ฉันไปก่อนนะ

 

เอ่อดะเดี๋ยว

โรสเอื้อมมือออกไปหวังจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

เมื่ออะความารีน ฮีลเลอร์ใช้พลังธาตุลมหอบร่างไปถึงบริเวณหน้าสุดของเวทีอย่างงดงาม สมกับที่ฝึกปรือมาอย่างดี

 

            เมื่อแขกผู้มีเกียรติเริ่มทยอยเข้ามาในงาน บริกรทั้งหลายก็เดินวุ่นอยู่กับการเสิร์ฟอาหารหลัก นั่นคือแซลม่อนรมควันเสริ์ฟพร้อมเกาด้าชีส คุโรบุตะพอร์คชอพหมักสมุนไพรย่างเสริ์ฟพร้อมซอสพริกไทยดำ และอื่นๆอีกมากมาย

            อะความารีนทักทายสมาชิกสภาความมั่นคง ซึ่งแต่ละคนล้วนมีท่าทีแปลกๆกลับมา

มารีน่าชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ ตัดกับนัยน์ตาสีแดงฉานขยับเข้ามาใกล้ ในมือถือแก้วไวน์ชั้นเลิศ

ท่านพี่

หันหน้ามานี่สิ

เอ๋?”

            แพทริกซ์หยิบผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บไว้กับกระเป๋าเสื้อ ออกมาเช็ดดวงหน้าบริเวณรอบตาของคู่หมั้นอย่างเบามือ

มีอะไรหรอ

มันเลอะน่ะ

 

            หญิงสาวยืนเงยหน้าให้บุรุษข้างๆเช็ดเครื่องสำอางค์ออกแต่โดยดี สักพักเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระซิบแผ่วๆจากทั่วสารทิศ

 

น่ารักจัง ฉันล่ะอิจฉาชะมัด><”

เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดเลยล่ะ ดูสิ!><”

โอ๊ยย ฉันอยากเข้าไปสิงร่างนาง !”

 

            อะความารีนยิ้มแห้งๆขณะที่แพทริกซ์ก็ส่งเสียงหึหึในลำคอ เสร็จแล้ว

เอ่อขอบคุณมาก…”สายตาของหญิงสาวดันเหลือบไปเห็นบุรุษในชุดสูทสีเทา สายตาสบกับนัยน์ตาที่น้ำเงินเข้มที่ทอดมองมาก่อน

 

            ทรอนซ์

สองเท้าขยับจะเดินเข้าไปหา แต่กลับถูกมือหนาของคนข้างๆพันธนาการไว้ไม่ให้ไปไหน

 

            ท่านพี่

หญิงสาวมองบุรุษสองคนสลับกันไปมา เหลือบมองมือที่ถูกกุมไว้แน่น ท่ามกลางบรรยากาศชวนอึดอัดนั้นผู้วิเศษทุกคนรับรู้ถึงพลังของธาตุไฟแลธาตุน้ำบริสุทธิ์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ และก่อนที่จะมีใครพูดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงทรัมเปตดังขึ้นแทรกความเงียบ เรียกความสนใจของทุกคนให้หันกลับไปมอง

 

เจ้าสาวมาถึงแล้ว

มารีอา ไทรีนอลหรอเนี่ย งามมากเหลือเกิน

เหมือนนางฟ้าในเทพนิยายเชียวล่ะ

 

            หญิงสาวร่างสมส่วนมาในชุดเจ้าสาวสีขาวแขนยาวมิดชิด กระโปรงตกแต่งด้วยลูกไม้สีทองลายกลีบกุหลาบ ในมือเจ้าหล่อนมีดอกไม้ช่อเล็กสีชาอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับดวงตาคู่สวยนั่น

 

มารีอา…”อะความารีนมองตามชนิดตาไม่กระพริบ ก่อนสติจะกลับมาเมื่อเจ้าสาวได้เดินไปบริเวณลานพิธี ที่มีเจ้าบ่าวรออยู่ก่อนแล้ว

 

            ผู้ร่วมงานพากันนั่งลงด้วยความสงบ พิธีการดำเนินไปเรื่อยๆตามลำดับที่ได้วางไว้อย่างไม่มีติดขัด คู่บ่าวสาวกล่าวคำปฏิญาณ ก่อนจะแลกแหวนกัน เป็นอันเสร็จพิธี

 

            เสียงแตรดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังต่อเนื่องยาวนาน ลมพัดกรรโชกแรงจนผู้พิทักษ์ต้องเสกเกราะเวทย์ขึ้นมาคุ้มครองทุกคนในงาน เกิดความแตกตื่นภายในงานเล็กน้อยแต่ไม่ได้สร้างความวุ่นวายมากนัก เหล่าสภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์นมองหน้ากันส่งสัญญาณเงียบๆ

 

            เจ้าชายแห่งโทรปิคอร์นได้เดินทางมาถึงแล้ว

 

มังกรสีดำขนาดใหญ่ราวตึกสี่ชั้น ก้มมองภาพเหล่าผู้ใช้เวทย์เบื้องล่าง ตาสีนิลหรี่ลงต่ำ ก่อนเกิดแสงสว่างวาบอาบไล้ทั่วตัว แปรแปลี่ยนจากร่างอมนุษย์เป็นบุรุษผมสีดำขลับยาวจรดกลางหลัง ทันทีที่เท้าทั้งสองออกเดิน เสียงโหวกเหวกวุ่นวายก็ดังมาจากฝั่งกำแพง ที่กั้นระหว่างดินแดนทั้งสอง

 

            ครืน

 

เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมฝุ่นตลบอบอวล ก่อนที่จะมีใครเอ่ยปาก เหล่าอมนุษย์โทรปิคอร์นหลากสายพันธุ์ได้เข้ามาร่วมเดินตามหลังบุรุษผู้เป็นผู้นำของตน

 

กำแพงถูกทำลายแล้วครับโพรเทกเตอร์เข้ามารายงานกับสภาความมั่นคง ความเงียบก็โรยตัวลงมาช้าๆ ไม่มีใครปริปากพูดคุยหรือถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้

 

อยู่ข้างๆฉันไว้ อย่าไปไหนเด็ดขาดแพทริกซ์กระซิบข้างหูคู่หมั้นคนสำคัญ อะความารีนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ มองภาพบุรุษที่ครองอำนาจสูงสุดในโทรปิคอร์นที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

 

            ทรอนซ์เดินมาหยุดข้างขวาด้วยสีหน้าตึงเครียด

            ราล์ฟเองก็ปรากฏตัวอยู่ด้านซ้ายด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน

            โรสเซลล่าเดินเข้าประกบด้านหลัง

ทุกคนแน่วแน่ที่จำปกป้องท่านหญิงคนสำคัญอย่างสุดกำลัง ไม่ใช่เพียงเพราะนั่นคือคำสั่ง แต่ทุกคนพร้อมจะต่อสู้เพื่อคนคนนี้โดยไม่มีเงื่อนไข

 

            ทำไมดูเครียดจังเลยล่ะ งานไปถึงไหนแล้วนะ อาใช่ คิง ออฟ แคปริคอร์น ดูเหมือนเราจะไม่ได้เจอกันนานเชียวนะ นับตั้งแต่…”ความกดดันประหลาดแทรกเข้าอณูอากาศ หลายคนพากันกลั้นหายใจโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

            ตาสีดำขลับเลื่อนไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวที่อยู่กลางวงล้อมการคุ้มกัน ปากเรียวขยับยิ้ม

นายเอาควีนของฉันไปในวันนั้น

 

อะความารีน ฮีลเลอร์ เป็นคู่หมั้นของฉันราชามัจจุราชไฟขบฟันข่มอารมณ์โกรธ ที่ไม่มีวันลืมเลยว่าบุรุษตรงหน้าทำอะไรไว้กับหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขาบ้าง

 

อะไรกัน นายยังโกรธอยู่เหรอ ฉันแค่หยอกนิดหยอกหน่อยเท่านั้นเสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นจากเจ้าชายสายเลือดมังกร แต่นั้นไม่ได้คลายความตึงเครียดในบทสนทนาสักนิด กลับช่วยเพิ่มแรงกดดันขึ้นเป็นทวีคูณ

 

ยินดีต้อนรับสู่แดนแคปริคอร์นเจ้าชายเดรโกหญิงผู้กุมอำนาจสภาความมั่นคงเปรยขัดขึ้นก่อนสถานการ์จะเลวร้ายตั้งแต่เริ่ม ฉันคือนิมฟอริด้า ไทรีนอล ต้องขอบคุณที่สละเวลามางานหลานสาวของฉัน เชิญนั่งพักรับประทานอาหารก่อนเถิด

 

            ตาสีนิลหรี่ลงต่ำ ประเมินสตรีตรงหน้าที่ผายมือไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่ง ที่มีอาหารมากมายรออยู่บนโต๊ะตรงหน้า

 

 

Writer: สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่านที่หลงเข้ามา ><

ไรท์เตอร์ไม่ได้หายไปไหน กำลังเป็นช่วงที่เรียนหนักม๊าก

ขี้เกียจอ่านหนังสือจึงมานั่งอัพนิยาย […ค่ะ]

ไม่รู้จะได้มีโอกาสอัพเมื่อไหร่ แต่อย่างไรก็ขอขอบคุณมากๆอีกครั้งที่ติดตามนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอดนะคะ ^^ <3<3<3

จุ้บๆ  

ปล. อาจจะลืมไปแล้วว่ามีตอนนึงในภาค1ที่นางเอกของเราหลงเข้าไปในปราสาทโทรปิคอร์น ซึ่งเป็นตอนที่ 16 นะคะ ! จึงเรียนมาเพื่อทราบ อิอิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #1829 Bbeep (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 11:52
    อัพไวๆนะคะ ติดตามๆ ^^
    #1,829
    0
  2. #1827 milkystar (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 22:56
    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ เลย
    เป็นกำลังใจให้น้ะค้ะ สู้ๆค่ะ

    #1,827
    0
  3. #1826 vin_111 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 23:15
    รออ่านอยู่นะคะ
    #1,826
    0