The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 39 : The Keyz(2) ตามเสียงหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 มิ.ย. 57

[39]

            ภายในห้องนอนที่ถูกแต่งแต่งเรียบๆ ปรากฏเป็นร่างหญิงสาวกำลังนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงคิงไซส์ ทั้งตัวถูกห่อหุ้มด้วยผ้านวมผืนหนา ดวงหน้าละมุนโผล่ออกมาให้เห็นเล็กน้อยแสดงสีหน้ากังวล

 

แล้วแกมีเรื่องอะไร มาหาฉันดึกๆดื่นๆป่านนี้ ฮ้าว-O-”เสียงทะเล้นดังมาจากอีกฝั่งเยื้องเตียงนอน ร่างเจ้าของเสียงนอนยืดอยู่บนโซฟา พยายามเบิกตาให้ตื่นเพราะถูกปลุกกลางดึกจึงยังไม่ตื่นเต็มที่ ขณะพยายามเพ่งมองไปยังร่างเพื่อนซี้ที่ดูเหมือนจะไปเจอเรื่องอะไรมา ถึงได้มาเคาะประตูหน้าห้องเขาในยามนี้

 

ขอเข้าไปหน่อยดิ เสียงหวานเปรยก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกเสียอีก แถมร่างเล็กก็เบียดเข้ามาในห้องนอนโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

            จากนั้นอะความารีนก็เลือกตรงดิ่งไปยังเตียงนอนนุ่ม ขณะที่เขาผู้เป็นเจ้าของห้องก็ถูกเนรเทศไปยังโซฟาแทนไปโดยปริยาย

 

เป็นอะความารีน ฮีลเลอร์ นี่มันลำบากจริงๆด้วยล่ะราล์ฟร่างบนโซฟาขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ

แค่นี้ก็ท้อซะละ? บอกให้นะเธอยังไม่เจอของจริงด้วยซ้ำหนุ่มทะเล้นพูดกลั้วหัวเราะ ไม่อยากให้เพื่อนคนสำคัญต้องทำเสียงเศร้าๆ หรือท้อแท้หมดหวัง ทั้งที่เขาก็กังวลแทนมันไม่น้อยเหมือนกัน

            ขนาดเขาที่ทุ่มกับการฝึกมาทั้งชีวิตตั้งแต่จำความได้ ถ้าได้รับมอบหมายภารกิจแบบนี้แล้วล่ะก็ คงเหมือนต้องแบกภูเขาทั้งลูกไว้ในมือเพราะภาระงานช่างหนักอึ้ง

 

ปล่าวเรื่องนั้นก็เรื่องใหญ่แหละ แต่มันมีอีกเรื่อง…”

 

อ๋อออออเรื่องศึกชิงนางระหว่างเจ้าชายน้ำแข็ง กับราชาไฟน่ะหรอราล์ฟสะดุ้งตัวขึ้นมานั่งบนโซฟา แสดงท่าทีสนใจในหัวข้อสนทนานี้

 

ตอนเป็นอะเมทิสต์ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่นะแต่กับทรอนซ์ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขา รู้สึกว่าเขาทั้งหยิ่ง ขี้เก๊กไปวันๆ ไม่น่าเข้าใกล้แต่ฉันก็ต้องพึ่งพาเขาในหลายๆเรื่อง แล้วเขาก็ช่วยฉัน กลายเป็นว่าฉันกลับอุ่นใจที่มีเขาอยู่ใกล้ๆอะความารีนค่อยๆเล่าเรื่องอย่างช้าขณะที่ในความคิดย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งดูเหมือนจะเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน ในความทรงจำเกี่ยวกับทรอนซีรายังคงชัดเจน

 

อืมม นั่นสินะ ยัยเด็กใหม่จอมปลอม เล่นทำวุ่นวายไปทั่วราล์ฟอดพยักหน้าเสริมไม่ได้ นึกชื่นชมบุคคลที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ที่สร้างสถานการณ์ขึ้นมาอย่างแนบเนียน สตรีผู้กุมอำนาจในสภาความมั่นคงแห่งแคปริคอร์น นิมฟอริด้า ไทรีนอล ที่คิดแผนการณ์ทุกอย่างล่วงหน้าเป็นปีๆและประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม แต่มันดูไร้จริยธรรมไปหน่อยเพราะอะความารีนเองก็ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายหลายครั้งการส่งตัวอะความารีน ฮีลเลอร์มาให้ทีมของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจ ในความสามารถที่จะปกป้องคนสำคัญ คนนี้ ให้อยู่รอดปลอดภัยแต่สิ่งที่อยู่นอกแผนคือหัวใจของท่านหญิงคนสำคัญนี้แหละ

 

ฉันไม่ค่อยปรึกษาเรื่องนี้กับใครหรอกนะ ขอโทษที่ต้องเป็นนายเพราะมันไม่มีใครแล้วจริงๆจะอ้วกก็อ้วกออกมาได้นะ ฉันไม่ถือร่างบางแทรกตัวออกมาจากรังไหมดักแด้ที่สร้างจากผ้าห่ม พลางถอนหายใจเล็กน้อย แล้วเล่าต่อ แต่ฉันชอบทรอนซ์ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นรักข้างเดียว แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเองก็คิดเหมือนกับฉัน

 

ไม่ต้องมาทำหน้าแดงก็ได้มั้ง เล่ามาขนาดนี้แล้วน่ะ- -”

มันฟินอะแก>_<///

เออแล้วยังไงต่อเพื่อนหนุ่มปัดรำคาญ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนสบายๆบนโซฟา

ก็พอเรื่องเหมือนจะไปด้วยดีฉันก็ได้ความทรงจำของฉันคนเก่ากลับมาน่ะสิทีนี้มันเลยพูดยากท่านหญิงทำสีหน้าลำบากใจ ทั้งกังวลและสับสน กลัวว่าจะทำให้ใครเสียใจ อยากทำทุกอย่างให้ลงตัวที่สุดแต่ไม่มีทาง ที่จะไม่มีใครต้องเสียใจ

 

สรุปว่าเรื่องแกกับแพทริกซ์ ที่เป็นคู่หมั้นกัน มันก็ยังค้างคาอยู่ แล้วแกกล้าจบเรื่องนี้หรอ?”เมื่อมีคนพูดแทงใจดำ อะความารีนก็อ้าปากพะงาบๆเหมือนอยากจะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก จึงกลืนทุกคำลงไปก่อนจะทำสีหน้าครุ่นคิดแทน

 

ฉันควรทำไงดี ฉันมันแย่มากใช่มะ ที่เป็นคนใจง่ายเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น ทั้งที่ให้สัญญากับคนที่รักฉันขนาดนั้นไว้แล้วว่าจะไม่ทิ้งเขาไปไหนอีกน่ะT^T”คนรู้สึกผิดร้องโอดครวญน้ำตาไหลเป็นหยดระบายความเครียด พลางหยิบหมอนมากอดแล้วซุกใบหน้าเข้าไป อือๆๆ

 

            ราล์ฟทนฟังเสียงร้องไห้อู้อี้ๆไม่ได้จึงลุกขึ้นจากโซฟาไปกระชากหมอนในมือเพื่อนรักออกมา ก่อนจะใช้หมอนใบเดิมนั้นตีไปยังหัวคนขี้แยเบาๆ

เอางี้ ถ้าไม่นับเรื่องรู้สึกผิดถูก แกพอจะให้คำตอบได้ไหมว่าหัวใจแกเลือกใคร อยากอยู่กับใครไปตลอดชีวิต ย้ำ คำตอบนี้จะเป็นคำตอบสุดท้าย แกห้ามเปลี่ยนใจไปๆมาๆ ตกลงไหมอะความารีนทอดมองสีหน้าเพื่อนซี้ที่ไม่ฉายแววขี้เล่นอีกต่อไป เพราะมันดูจริงจัง เธอพยักหน้าตอบกลับไป

 

ฉันรักทรอนซ์และอยากอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

 

 

            เช้าวันถัดมาก็กลายเป็นวันที่น่าอึดอัดมากสำหรับฉัน ตั้งแต่จำความได้เลยล่ะ

 


นี่อากาศร้อนจนพวกนายต้องเปลี่ยนมากินกันเองใช่มะ=O=”คนปากมากเริ่มเปิดบทสนทนาบนโต๊ะกินข้าวขณะมองคนสองคน ที่ต่างกันสุดขั้ว กำลังฟาดฟันกันด้วยสายตาเย็นเยียบ แต่ทว่าภายใต้ความเงียบขรึมนั้น ใครมันจะดูไม่ออกว่ามีระลอกคลื่นลูกเล็กๆอยู่ในสายตาของคนทั้งคู่

 

กินข้าวของนายเถอะฉันกระซิบใส่ราล์ฟที่นั่งข้างๆอย่างหวังดี เพราะกลัวว่ามันจะไม่มีปากให้พูดอีกต่อไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะมันดันเอาแขนมาตะปบไหล่ ทำหน้ายียวนกวนประสาท

 

เมื่อคืนแกแย่งเตียงนอนฉัน วันนี้ฉันแย่งเตียงแกบ้าง^^”นัยน์ตาสีฟ้าเทานั่นทอประกายยิบยับ ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพราะมันกำลังจะทำให้โต๊ะกินข้าวเล็กๆเกิดสงครามโลกครั้งที่สามน่ะสิ

 

“=_=/- -*”แพทริกซ์และทรอนซ์ไม่ได้ส่งแรงอาฆาตทางสายตากันอีกต่อไป เพราะมันถูกถ่ายโอนไปที่คนชอบก่อเรื่อง แถมดูจะเพิ่มเป็นเท่าตัว

 

ขอประทานโทษค่ะหญิงสาวในชุดดำรัดรูปดูทะมัดทะแมงปราดเข้ามายืนห่างจากหัวโต๊ะไม่มาก ฉันสาบานได้ว่าตะกี้เพิ่งจะกระพริบตาไปครั้งเดียว แต่พอลืมตามาก็เจอเจ้าหล่อนยืนอยู่ตรงหน้าแล้วนี่พวกตระกูลนี้จะไม่รู้จักเข้ามาแบบให้สุ้มให้เสียงเลยใช่มั้ยนี่ - -

 

มีอะไร แคลราล์ฟหันไปปั้นหน้าขรึม จนฉันรู้สึกคันเท้าอยากจะถีบเก้าอี้ให้มันล้มตึงเพราะหมั่นไส้

 

ท่านครอสเรียกไปพบค่ะ ด่วนมากพูดเสร็จเจ้าหล่อนก็ก้าวเท้าถอยหลังไปก้าวเดียว แล้วหายไปในพริบตา

 

หมายถึงแกคนเดียว หรือฉันด้วยฉันถาม

 

หมายถึง พวกเรา ทุกคนนั่นแหละราล์ฟกวาดตามองทุกคนจนมาหยุดที่ฉัน ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องด่วนมากแน่ๆ พ่อถึงใช้แคลให้มาเรียกเธอไวที่สุดในบรรดาเด็กฝึกหัด

 

            จากนั้นก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันอีกต่อไป ฉัน ราล์ฟ แพทริกซ์ และทรอนซ์ ก็ลุกจากที่นั่ง ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในป้อมปราการนี้ ระหว่างทางไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร แม้แต่คนชอบทำลายความเงียบก็ยังไม่ปริปาก

 

            หลังจากที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ร่างใหญ่ของเจ้าบ้านตระกูลครอสก็ปรากฎสู่สายตา เขากำลังยืนหันหลัง ทอดมองออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่ แม้ว่าทุกคนจะเข้ามายืนเรียงกันครบ แต่ร่างหนานั่นก็ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง เนิ่นนานเหมือนกำลังอยู่ในห้วงภวังค์ของตนเอง

 

ท่านครอสแพทริกซ์เป็นผ่ายเปิดบทสนทนา ฉันเห็นสีหน้าเคร่งขรึมก็รู้ว่าเขาคงเครียดมากและทนรอไม่ได้อีกต่อไป

 

ราชามัจจุราชไฟฉายานี้ช่างเหมาะสม กับหนุ่มเลือดร้อนแบบเธอเสียงทุ้มแหบพร่าตอบกลับ แม้จะยังไม่หันกลับมา

 

ท่านพ่อมีเรื่องอะไรครับ ถึงเรียกพวกเรามาพบราล์ฟพูดด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนน้ำเสียง บรรยากาศดูยิ่งขุ่นมัวเข้าไปอีก ฉันรู้สึกใจเต้นแรงและเหงื่อไหลด้วยความตื่นเต้น

 

มีจดหมายจากสภาความมั่นคงชายวัยกลางคนเปรยขึ้นท่ามกลางความเงียบ จะมีการนัดเจรจาสงบศึกกับเจ้าชายแห่งโทรปิคอร์น โดยใช้งานเต่งงานของหลานสาวคนเดียวของนิมฟอริด้า ไทรีนอล เป็นฉากบังหน้า

            ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เมื่อได้ยินนามสกุลไทรีนอลในหัวก็ฉายภาพสตรีร่างสมส่วนผู้มีนัยน์ตาสีชาอ่อน

            มารีอา

 

ใครเธอจะแต่งกับใคร?”ราล์ฟโพล่งออกไปอย่างลืมมารยาท ฉันเลื่อนสายตาไปมองสีหน้าและแววตาที่ฉายรอยเจ็บปวดนั่น

 

            ราล์ฟมันหวงมารีอา รักมารีอาจะตาย ทำไมฉันจะไม่รู้

ฉันเอื้อมมือไปสัมผัสไหล่คนข้างๆเบาๆอย่างปลอบประโลม

 

ไม่ใช่เรื่องที่แกต้องรู้เจ้าบ้านครอสคำรามเบาๆในลำคอ น้ำเสียงดูจะไม่พอใจกับคำถามห้วนๆแฝงอารมณ์ของราล์ฟ แกมีหน้าที่แค่คุ้มครองอะความารีน ฮีลเลอร์ และคณะเดินทางสู่เมืองโทเปส

 

เจรจาสงบศึก แล้วทำไมพวกเราต้องไปด้วย?”แพทริกซ์เป็นฝ่ายยิงคำถามบ้าง แต่ดูเยือกเย็นกว่าราล์ฟมาก

 

ฉันไม่รู้บางทีโทรปิคอร์นต้องการดูอาวุธของทางฝ่ายเรา ถ้าหากจะอยากสงบศึกจริงๆล่ะก็คงต้องแสดงความจริงใจเปิดเผยตาสีเข้มปรายมามองที่ฉันแว๊บนึง ก่อนจะหมุนตัวยกน้ำชาขึ้นมาจิบ ราวกับว่านี่เป็นแค่การสนทนายามบ่าย คุยไป จิบน้ำชาไป

 

            บางทีนิสัยยียวนกวนประสาทของราล์ฟนี่มันอาจจะได้มาทางพันธุกรรมก็ได้นะ

 

พวกเราต้องออกเดินทางเมื่อไหร่เจ้าบ้านหันมาสบตากับแพทริกซ์ พลางวางถ้วยน้ำชาลง

 

คืนนี้

 

 

             คณะของท่านหญิง อะความารีน ฮีลเลอร์ก้าวออกสู่รั้วประตู ที่เป็นกำแพงสูงใหญ่โต ออกจากป้อมปราการครอส

 

            จำนวนคนที่ร่วมเดินทางครั้งนี้กับครั้งที่แล้วนั้นแตกต่างราวฟ้ากับเหว เพราะเจ้าบ้านตระกูลโพรเทกเตอร์ชื่อดังไม่ยอมปล่อยให้การคุ้มกันหละหลวมแม้แต่น้อย มีการจัดขบวนล้อมหน้าล้อมหลังบุคคลสำคัญ และแต่ละคนที่ทำหน้าที่คุ้มกันล้วนเป็นนักเวทย์ฝีมือระดับแนวหน้าของตระกูลครอส ทำให้คนสำคัญเริ่มกระวนกระวายทำตัวไม่ถูก

 

พ่อแกส่งคนมาทั้งบ้านเลยรึเปล่าเนี่ยท่านหญิงกวาดตามองรอบๆตัวแล้วอดสงสัยไม่ได้จึงถามเพื่อนคนสนิทที่เดินอยู่ข้างๆ

 

แค่นี้น่ะน้อยแล้ว บ้านฉันทายาทเยอะจะตายราล์ฟพึมพำตอบ ฟังดูน้ำเสียงไม่สดชื่นอย่างเคย คงจะจัดขบวนให้สมเกียรติอาวุธแห่งแคปริคอร์นละมั้ง

 

            อะความารีนทำสีหน้าปั้นยาก แล้วเลือกที่จะเดินเงียบๆแทนเพราะคนที่เคยชวนคุยเก่งกลับเล่นบทเงียบ ซึมเศร้าเปลี่ยนเป็นคนละคน

 

ฉันกับโพรเทกเตอร์บางกลุ่มจะล่วงหน้าไปสำรวจพื้นที่ข้างหน้าก่อนแพทริกซ์เปรยเรียบๆ เขาชำเลืองสายตามองทรอนซ์แวบนึง ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่หญิงสาว ดูแลตัวเองด้วย อะความารีน

 

             อะความารีน…?

ท่านพี่ไม่เรียกว่า มารีน่า แล้ว?

ท่านหญิงยิ้มแห้งๆ ยังไม่ทันได้เอ่ยลาหรือตอบรับ ร่างหนาของหนุ่มธาตุไฟก็หายไปพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนนึง

 

            ทรอนซ์เหลือบมองใบหน้ายุ่งๆแสดงความครุ่นคิดของหญิงสาว แล้วเบือนหน้าออกไปอีกทางหวนระลึกความทรงจำที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้

 

ถ้าพูดจากันด้วยเหตุผลไม่ได้ก็อย่าพูดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เลย!” อะความารีนทำหน้ายุ่งๆ ก่อนจะกระทืบเท้าเดินจากไป

 

ทรอนซ์เห็นแพทริกซ์จะเดินตามไป ก็เอาตัวเข้าไปขวาง

 

หลีกไปเสียงเข้มออกคำสั่ง

นายเคยถามเธอรึเปล่า ว่าเธอรู้สึกยังไง คิดยังไงเจ้าชายเย็นชาขัดขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะหลบ

ถ้านายอยากมีเรื่องกับฉันล่ะก็…”

หรือนายกลัวว่าอะความารีน จะรักฉัน

“…”

ทำไมไม่ลองถามเธอดูล่ะแล้วถ้าหากว่า นายรู้ว่าเธอคิดยังไง นายจะรักเธอมากกว่ารักตัวเองไหม

แกพูดอะไรประกายไฟแล่นแปล๊บผ่านร่างบุรุษธาตุไฟ โดยไม่ได้รักษาอารมณ์อีกต่อไป

ฉันถามว่านายรักอะความารีนหรือตัวนายเองมากกว่ากัน

 

บุรุษสองคนสบตากันเนิ่นนาน โดยที่ไม่มีใครขยับ

 

อะความารีน ฮีลเลอร์ เป็นคู่หมั้นฉัน

 

แพทริกซ์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินกระทบไหล่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ

ทรอนซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อรู้ว่าการเจรจาไม่เป็นผล

 

ใครจะอยากยอมรับ ถ้าต้องเป็นผู้แพ้?

 

ทรอนซ์ก้าวตามไปห่างๆ จนถึงประตูห้องที่แพทริกซ์หยุด ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

เป็นห้องของราล์ฟเฟ ครอสเดาไม่ผิดเลยว่าหล่อนจะต้องมาหลบภัยอยู่ที่นี่

ถึงทรอนซ์จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่ติดใจเท่ากับปัญหาของคนๆนี้

 

สรุปว่าเรื่องแกกับแพทริกซ์ ที่เป็นคู่หมั้นกัน มันก็ยังค้างคาอยู่ แล้วแกกล้าจบเรื่องนี้หรอ?” เสียงเจ้าของห้องดังแว่วมาจากด้านใน ทำให้คนที่อยู่ด้านนอกทั้งสองชะงัก แล้วฟังอย่างตั้งใจ

 

ฉันควรทำไงดี ฉันมันแย่มากใช่มะ ที่เป็นคนใจง่ายเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น ทั้งที่ให้สัญญากับคนที่รักฉันขนาดนั้นไว้แล้วว่าจะไม่ทิ้งเขาไปไหนอีกน่ะT^T” ทรอนซ์ชะงัก เบือนหน้าไปมองแพทริกซ์ ซึ่งค้างอยู่ในท่าที่กำลังจะเคาะประตู

 

           เอางี้ ถ้าไม่นับเรื่องรู้สึกผิดถูก แกพอจะให้คำตอบได้ไหมว่าหัวใจแกเลือกใคร อยากอยู่กับใครไปตลอดชีวิต ย้ำ คำตอบนี้จะเป็นคำตอบสุดท้าย แกห้ามเปลี่ยนใจไปๆมาๆ ตกลงไหม

 

          เป็นวินาทีที่ยาวนานสำหรับทุกคน

ทรอนซ์เกือบลืมว่าเขากำลังกลั้นหายใจ

แพทริกซ์ลดมือข้างนั้นลง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับคำตอบสุดท้ายของผู้หญิงที่เขารัก

 

ฉันรักทรอนซ์และอยากอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

 

          ทรอนซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเคลียร์เรื่องคู่หมั้นของอะความารีนได้แล้ว แต่เขากลับไม่ได้สบายใจ เพราะแม้ว่าอะความารีนจะมีคำตอบแบบไหน คนอย่างแพทริกซ์ จะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระจริงหรือ

 

           ว่าแล้วก็เหลือบมองคนที่กำลังคิดถึง ที่เดินอยู่เยื้องไปด้านหน้า แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าแต่ก็รู้ว่าเธอกำลังกังวลอะไรบางอย่าง

 

อะความารีนทรอนซ์เอ่ยเรียก

หา?”คนที่เพิ่งตื่นจากภวังค์สะดุ้งนิดๆ ก่อนจะหันมาตามเสียงเรียก เมื่อพบว่าเป็นทรอนซ์เธอก็หยุดรอให้เขาเดินมาใกล้ อะไรหรอ

มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าเขาเอ่ยถามโดยไม่ได้ทันสังเกตว่าน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเพียงใด

 อ๋อก็ มีนิดหน่อยแหละ แหะๆหญิงสาวหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วยิ้ม ไม่ต้องห่วงหรอก คนที่ต้องห่วงน่ะเจ้าราล์ฟ ทำหน้าซึมเป็นหมาหงอยมาตลอดทาง

 

            อะความารีนโบ้ยไปยังเพื่อนที่เดินคอตกอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

การแต่งงานของตระกูลใหญ่ๆ มันเป็นเพียงหน้าที่ชายหนุ่มพูดพลางคว้ามือหญิงสาวข้างกายด้วยสีหน้าราบเรียบ แล้วก้าวเดินต่อไปโดยไม่สนใจว่าดวงหน้าละมุนกำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ มันถูกกำหนดตั้งแต่วันที่เธอเกิดเพื่อความเหมาะสม หรือรักษาความบริสุทธิ์ทางสายเลือด

 

อืมหญิงสาวขานรับแม้จะยังก้มหน้างุดๆ ไม่กล้ามองสบสายตานับสิบที่เหลือบมองมา ทำให้เธอตกเป็นเป้าสนใจ

 

ไม่ชอบหรอได้ยินเสียงแผ่วกึ่งตัดพ้อที่ดังขึ้นข้างๆ ท่านหญิงจำต้องช้อนสายตาไปสบ กับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ทอดมองมาก่อน มือหนาบีบมือเธอแน่นครั้งนึงก่อนจะคลายออก

 

            อะความารีนรีบคว้ามือข้างนั้นเอาไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบกลายเป็นหล่อนที่บีบมือเขาแน่นย้ำในคำตอบ

“…”

 

            ทรอนซ์มองดูท่าทางเอาจริงเอาจังมากเป็นพิเศษของหญิงสาว แล้วหวนระลึกถึงเมื่อคืนที่เธอให้คำตอบอย่างชัดเจน เขาก็ระบายยิ้มจางสีหน้าพลันดูอ่อนลง

 

เชื่อแล้วเจ้าชายน้ำแข็งละลายมาดเย็นชาลงด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบ น่าฟัง

เชื่ออะไรทำให้ดวงหน้างามเบือนไปข้างหน้าอย่างกลบเกลื่อนขณะที่รอยแต้มสีแดงบนแก้มค่อยๆเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

 

ก็ใครใช้ให้เขา มองด้วยสายตาละลายน้ำแข็งได้ทั้งโลกเล่า!

 

ก็เชื่อว่าเธอรักฉันทรอนซ์กระซิบแผ่ว ก่อนที่สีหน้าจะปรับเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบตามเดิม อะความารีนเหลือบมองดูเสี้ยวหน้าไร้อารมณ์ด้วยความรู้สึกหลากหลายผสมปนเปไปหมด

 

อะความารีนเสียงเรียกของหญิงสาวผู้เป็นอาจารย์ผู้ใช้เวทย์ธาตุดินเรียกสติท่านหญิงคนสำคัญให้กลับคืนร่างดังเดิม

 

หืม มีอะไรหรอโรส?”เธอถึงเข้าใจว่าทำไมทรอนซ์ถึงเปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วขนาดนั้น เพราะมีคนเดินเข้ามาแทรกบทสนทนานี่เอง แต่เขากลับไม่ยักคลายมือที่กุมมือน้อยๆของเธอ ในใจอะความารีนรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ

 

ฉันว่าเธอควรกลบกลิ่นไอเวทย์ในตัวให้มากกว่านี้นะ…”โรสเซลล่าพูดช้าๆ ขณะที่สายตามองไปยังมือทั้งสองที่จับกุมกันไว้แว๊บนึง

 

อื้ม ฉันเข้าใจแล้วพูดเสร็จ หล่อนก็รวมสมาธิกักเก็บไอเวทย์ไว้ในจุดเดียว คือบริเวณกล่องเวทย์กลางอกอันเป็นศูนย์รวมของพลังเหล่าผู้ใช้เวทย์

 

อีกอย่างฉันฝากเธอไปเตือนเพื่อนของเธอด้วย…”โรสปรายตามองไปยังด้านหลัง เป็นสัญญาณให้อะความารีนมองตามสายตา ภาพราล์เฟที่ดูเหม่อลอยออกไปไกล ยากแก่การคาดเดาอารมณ์ ขณะที่บรรยากาศรอบตัวเขาดูอึมครึมลงอีกทั้งยังมีกระแสไฟแล่นเปรี๊ยะๆ เป็นระยะ แน่นอนว่าไม่สามารถทำอะไรเหล่าพวกพ้องตระกูลครอสผู้มีเวทย์ไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ทว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปในโลกส่วนตัวของชายหนุ่มผู้นี้

 

เฮ้อเดี๋ยวฉันไปหาราล์ฟก่อนนะหญิงสาวมองเพื่อนรักอย่างหดหู่ก่อนจะหันไปบอกคนข้างกาย ไม่ลืมบีบมือเขาแน่นๆอีกครั้งเพื่อเป็นการขอโทษ ที่ต้องปล่อยมือเขา ทำให้ทรอนซ์มองตามไปอย่างอดห่วงไม่ได้ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายรอยห่วงใยแว๊บนึงก่อนจะเลื่อนมาสบกับตาคู่สวยของโรสเซลล่า ผู้ซึ่งทอดมองเขามานานแล้ว

 

และเขาก็รู้ว่าหล่อนมีจุดประสงค์จะคุยกับเขา มีอะไร

 

ทรอนซีรา…”โรสเปรยเสียงเย็น สีหน้าจริงจังนายอาจชนะใจท่านหญิงได้ แต่คำหมั้นหมายของสองตระกูลจะไม่มีวันไม่มีวันถูกยกเลิก นายเข้าใจที่ฉันพูดไหม

 

แล้วยังไงไร้อารมณ์ เฉยชา ไม่แยแสกับเรื่องที่หล่อนกำลังพ่นใส่ นี่แหละมาดหยิ่งยโสของเจ้าชายเย็นชาที่หล่อนต้องเจอมาตลอดทาง แต่ไม่ได้ถือโทษโกรธความประณามว่าเขาไร้น้ำใจ เพราะหล่อนเองก็เห็นมากับตาว่าทรอนซีรามีความรู้สึก ลึกซึ้งเพียงใดต่อหญิงสาวคนนั้น

 

            หญิงสาวที่กำลังมุ่งมั่นปลอบโยนเพื่อนรัก

 โรสเบือนหน้าไปมอง ขณะสังเกตุว่าทรอนซ์เองก็มองไปทางนั้นไม่วางตา

 

แกว่าไงนะ ฉันได้ยินไม่ถนัด?”ราล์ฟเปรยเสียงแหบแห้งเพราะไม่ได้พูดมานาน

ก็ฉันอยากขี่หลังแกไงล่ะ^^”คนรักเพื่อนยิ้มกว้าง แต่เห็นมันถอดถอนหายใจแทน

ไม่เอาอะ ไม่มีอารมณ์สีหน้าที่มักจะขี้เล่นเสมอหม่นลงไร้อารมณ์ตามมันว่า

ก็ฉันจะทำให้แกมีอารมณ์อยู่นี่ไงเล่า!”ท่านหญิงเริ่มหัวเสียออกแรงกระทืบเท้าหนึ่งที

 

            ได้ยินเสียงหวานแทบจะตะคอกใส่หน้าชายหนุ่ม คนรอบข้างผู้ทำหน้าที่คุ้มกันก็หันมามองควับเป็นตาเดียว อะความารีนกระพริบตาปริบนึกไม่ถึงว่าเสียงตนเองจะดังก้องไปไกลได้ถึงหัวขบวน บรรยากาศแปลกๆ สายตาแปลกๆที่ทิ่มแทงตรงมาทำให้หล่อนหวนคิดคำพูดเมื่อครู่ วนไปวนมาว่าตนพูดอะไรผิด แล้วตากลมโตก็เบิกกว้างอย่างตื่นๆ

 

ไม่ใช่น…”กำลังจะอ้าปากอธิบาย เพื่อนหนุ่มข้างๆก็ทนมองเพื่อนรักทำหน้าเหวอต่อหน้าธารกำนัลไม่ได้ จึงก้มตัวลงกระแทกหลังใส่ลำตัวหญิงสาว ด้วยสัญชาติญาณก็คว้าหมับที่ไหล่เขาพอดิบพอดี เขาจึงออกแรงถีบตัวเหินขึ้นต้นไม้ แล้วอาศัยยอดไม้เป็นทางเดินเท้าแทน

 

อู้หู! สุดยอด!”อะความารีนเบิกตากว้างทอดมองทรรศนียภาพเบื้องหน้าในมุมสูง

 

แกทำฉันมีอารมณ์แล้วนะ^^ ฮ่าฮ่าฮ่าราล์ฟอดขำไม่ได้เมื่อนึกถึงสภาพเพื่อนสาวเมื่อครู่ นี่เขาอุตส่าห์ช่วยรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของท่านหญิงตระกูลฮีลเล่อร์เลยนะ

 

ราล์ฟ แกอย่าเศร้าไปเลย มารีอาแค่ทำไปเพราะหน้าที่นี่ แกก็รู้ดีได้ยินเสียงหวานกระซิบแผ่วข้างหู ราล์ฟเฟก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 

แต่ยังไงหล่อนก็ไม่รักฉันอยู่ดี

แกรู้ได้ไงเคยถามรึไง

“…”

อย่าด่วนสรุปทึกทักเอาเองสิ โง่จริงสองคำหลังนี้หล่อนพูดอย่างเบาเสียงที่สุด

ว่าไงนะ

แกช่างฉลาดล้ำเลิศหาใครเปรียบมิได้

เหอะ แกแถอีกแล้ว

คำพูดมันแถได้ แต่ความรู้สึกมันแถไม่ได้หรอกนะถ้าเจอมารีอาก็อย่าลืมถามว่าเธอรู้สึกยังไงกับนาย จะได้ไม่มานั่งกลุ้มคิดไม่ตกทำหน้าเป็นหมาหงอยแบบนี้

อืมฉันจะยอมให้แกด่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

หืมม์ แล้วแกจะทำอะไรฉันรึไง^^”

โยนแกลงไป ลองดูซิว่าทรอนซ์มันจะมารับแกทันไหม- -”

นี่แกกล้าขู่หรอ!....แหะๆใจเย็นดิราล์ฟ ไงเราก็เพื่อนรักกัน เนอะๆTT”

            ให้ตายสิ มันไม่รู้หรือไงว่าถึงเขาจะโยนลงไปจริงๆ มันก็สามารถใช้เวทย์ธาตุลมหอบพยุงร่างได้ ยังไงๆจะท่านหญิงอะความารีน หรือ อเมทิสต์ มันก็ยังเป็นคนเดิม

            ห่วงคนอื่น มากกว่าตัวเอง

           

ขอบใจ

ห้ะ อะไรนะ แกพูดอะไรราล์ฟ ไม่ได้ยิน

ฉันบอกว่าเหนื่อยใจกับแกจริงๆ อนาคตแคปริคอร์นล่มสลายแน่ชัวร์ป้าบ

เหอะๆ นี่แกแถใช่มะ…”

 

            ในขณะที่เพื่อนรักสองคนสนทนากันอยู่ด้านบน บริเวณพื้นด้านล่างก็มีคู่สนทนาที่ฝ่ายนึงเอาแต่นิ่งเงียบ ขณะที่อีกฝ่ายเอาแต่จ้อง และถาม

 

นายแย่งคนรักของท่านแพทริกซ์ไปไม่ได้ง่ายๆหรอกนะโรสยังยืนยันหนักแน่น แต่ก็ยังไม่เห็นสายตาสั่นไหวหรือสะทกสะท้านจากคนข้างกาย

 

พูดจบรึยัง?”คู่สนทนาตัดบทดื้อๆ เดินก้าวเท้าให้เร็วขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะต้องการเดินออกห่างโรสที่พูดจาระคายหู ชัดว่าอยากให้เขาตัดใจ แต่เพราะจะไล่ตามฟังอะความารีนกับเจ้าราล์ฟคุยกันอย่างออกรส ดูสนิทสนมกันไปหรือเปล่านะ?

 

            เฮ้อ หรือว่าเขาจะ หวง มากเกินไปแล้ว

 

ท่านแพทริกซ์รักและเอ็นดูท่านหญิงมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งทะนุถนอม ปกป้องดูแล…”

 

เธอต้องการอะไรกันแน่โรส?”ทรอนซ์เป็นฝ่ายหยุดเดิน แล้วยิงคำถามบ้าง ตาสีเข้มเริ่มขุ่นมัวเพราะเสียงของเจ้าหล่อนดังรบกวนเสียงหวานที่เขาตั้งใจฟังอยู่เงียบๆ

 

หมายความว่ายังไงหญิงสาวชะงักค้าง

 

ที่เธอกำลังทำอยู่ไม่ได้แปลว่ามีใจให้แพทริกซ์หรอกหรือทรอนซ์ปรายตามองด้วยสายตาเย็นเยียบ ไอเย็นนั้นแล่นกุมหัวใจคนฟังจนหนาวสะท้านทั้งร่าง

 

ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาเขา ไม่เคยสักครั้ง…”โรสทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำ พูดเสียงอู้อี้ทั้งน้ำตา นี่หล่อนรักเขาถึงขั้นเจรจาขอให้เสี้ยนหนามหัวใจของเขาหลีกทางออกไป หลงไหลคลั่งไคล้ถึงกับเคยขอติดตามรับใช้ เป็นเมมเบอร์ผู้ภักดีและซื่อสัตย์แล้วอย่างไร ยังไงหญิงในดวงใจของเขาก็มีเพียงคนเดียว ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

            ทรอนซ์ถอนหายใจยาว ไม่คิดจะปลอบโยนหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจ ร่างหนาก็รีดพลังไอน้ำมายังฝ่าเท้า ให้ตัวพุ่งขึ้นไปยังยอดไม้ด้านบน ตามติดท่านหญิงและสหายรักอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ

 

[40%]

 

            ถ้ายกให้ซิลเวอรี่เป็นเมืองชายแดนอันเป็นสวรรค์การท่องเที่ยวแห่งทิศใต้ เมืองพาซีโบ เมืองแห่งผู้ใช้เวทย์พลังจิต ติดเขตชายแดนทางทิศเหนือ ก็คงเป็นวิมานเทพกลางดิน

 

            ตั้งแต่พ้นเขตประตูเมืองหินอ่อนสีขาว การตกแต่งเมืองไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ร้านค้า สิ่งก่อสร้างล้วนอยู่ในโทนสีขาวสะอาดตา เดินไปเรื่อยจนถึงกลางใจเมืองก็พบน้ำพุขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นแทนสัญลักษณ์พลังจิต เป็นรูปดวงตา ในตาข้างนั้นมีดาวห้าแฉกสีเหลืองเปล่งประกายระยิบระยับอย่างน่าอัศจรรย์

 

            และเนื่องจากเป็นเขตแดนที่อยู่ติดกับดินแดนอมนุษย์โทรปิคอร์น กำลังคุ้มกันจึงแน่นหนาเป็นพิเศษ

            ได้ยินจากเจ้าราล์ฟมาว่า เป็นครั้งแรกที่แคปริคอร์นจะต้อนรับโทรปิคอร์นเข้าบ้าน

            การเจรจาสงบศึก กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสองวัน ในวันแต่งงานของ มารีอา

 

พวกท่านรออยู่ที่นี่ ข้าจะไปรายงานคนของสภาว่าท่านหญิงมาถึงแล้วแคล หญิงสาวนักรบจากบ้านตระกูลครอสพูดสั้นๆ ก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

 

            ฉันถอนหายใจเฮือก เลือกจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างน้ำพุ กวาดตามองคณะเดินทางแต่ละคนก็เผยสีหน้าเมื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนาน แถมรีบเร่งเพราะกำหนดการช่างกระชั้นชิดยังดีที่มาถึงก่อนวันงานตั้งสองวัน

 

            อันที่จริงพวกเราควรจะมาถึงก่อนหน้านี้สามวัน แต่ขณะเดินผ่านเมืองต่างๆ ราล์ฟเฟที่เลิกทำตัวหงอยก็ตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพแปลกใหม่ ก็ชักชวนหว่านล้อมให้นั่งพัก ชมวิวทิวทัศน์ ลองชิมอาหารพื้นเมือง

            ไม่มีใครอยากห้าม เพราะรู้ว่าลึกๆแล้วมันคงกำลังเจ็บปวดอยู่ มีอะไรสนุกๆทำก็ทำซะ

 

            แต่ที่แปลกยิ่งกว่าใคร คือบุรุษจอมเย็นชา ทรอนซีรา

มาดน้ำแข็งเหมือนจะค่อยๆละลายหายไปทีละนิด อย่างสังเกตุเห็นได้ชัดเจนขณะที่ฉันคุยสนุกกับราล์ฟ ก็รู้สึกถึงสายตารบกวนนั่นส่งมาเป็นระยะๆ พอหันไปจ้องตอบก็พบว่าตาคู่นั้นแฝงอารมณ์ขุ่นๆ ดวงหน้าคมคายหล่อเหลาแสร้งเบือนออกไปอีกทาง อย่างจงใจนี่คืออารมณ์ตัดพ้อ น้อยใจหรือเปล่าแค่คิดยังไม่กล้าเลย

 

            ความคิดสะดุดลงอยู่แค่นั้น เพราะร่างหญิงงามที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาสะกดสายตาฉันไว้ไม่กระพริบ ใบหน้าอ่อนโยนนั้น ตาคู่นั้น ริมฝีปากบางที่กำลังคลี่ยิ้มงดงามเมื่อเห็นฉันจ้องไป ร่างนั้นก็เดินตรงมาหาฉันเร็วขึ้น

 

ท่านเนเฟิลไนล์…”นักรบตระกูลครอสยอบเข่าลงข้างนึง ก้มหัวคำนับผู้มาเยือน

 

“…ท่านแม่ฉันรู้สึกเหมือนกลืนก้อนบางอย่างที่จุกในคอลงไปได้อย่างยากเย็น วิ่งเข้าไปหาอ้อมกอดที่แสนคิดถึง ที่โอบอ้ารออยู่พร้อมยิ้มประดับใบหน้า

            เหมือนความฝัน ความอุ่นนี้ ความสบายใจแบบนี้ ที่ขาดหายไปในช่วงไร้ความทรงจำของอะความารีน ฮีลเล่อร์ฉันเหมือนค่อยๆถูกเติมเต็มทีละนิด

 

มารีน่าแม่คิดถึงลูกเหลือเกินเสียงหวานดังสั่นนิดๆข้างหู ถึงจะไม่ได้มองใบหน้าท่านแม่ก็รู้ว่าท่านกำลังหลั่งน้ำตาเงียบๆ

ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยค่ะฉันผละจากกอดเล็กน้อย คลี่ยิ้มทั้งน้ำตาให้ผู้หญิงที่ฉันรัก มากที่สุดมารีน่ากลับมาแล้วท่านแม่

โถ่ ลูกแม่ แม่ทำให้ลูกต้องลำบากมามาก ยกโทษให้แม่เถอะนะ

 

มารีน่าเสียงแหบแห้งจากบุรุษผู้มีน้ำตาเอ่อคลอหน่วงดังขึ้นด้านหลังท่านแม่ไม่ไกลนัก ฉันยิ้มกว้างอย่างสุดซึ้ง ขานเรียกรับอย่างมีความสุขที่สุด

 

ท่านพ่อมีความสุขมากที่สุดในชีวิตแล้วมั้ง ผู้ชายที่ฉันรักมากที่สุดคนนี้ดูจะผอมลงไปรึเปล่านะ เขาขึ้นชื่อว่าเป็นฮีลเล่อร์อันดับหนึ่งของแคปริคอร์น สงสัยว่าจะโหมงานหนักเหมือนเคย

 

            เราสามคนพ่อแม่ลูกก็ผลัดกันกอด ด้วยรอยยิ้ม และความยินดีในการพบหน้ากันอีกครั้ง

 

แม่ส่งลูกแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะต้องกลับไปที่ฮีลเลอร์สเตชั่น สถานการณ์ช่วงนี้ยังวุ่นวายเหลือเกิน…”

 

            หลังจากที่พูดคุยถามไถ่และกอดจนหายคิดถึงไปบ้างแล้ว ท่านพ่อและท่านแม่ก็นำพวกเราไปส่งที่อาคารสภาความมั่นคง ซึ่งจะเป็นที่พักนอนของทุกคนในคณะเดินทาง

 

ท่านแม่ต้องพักผ่อนเยอะๆนะคะ ท่านพ่อเองก็ห้ามโหมงานหนักมากเชียวนะฉันมองใบหน้าของคนทั้งคู่สลับกันไปมา แล้วรวบกอดคนทั้งคู่ไว้อีกครั้ง พอรู้ว่าจะต้องแยกจากกันอีกแล้ว และไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่

 

พวกเรารักลูกมารีน่าพ่อเชื่อว่าลูกต้องทำภารกิจนี้สำเร็จอย่างแน่นอน

 

            ฉันมองตามร่างทั้งสองเดินหายไปจากไป ลอบปาดน้ำตาที่ซึมออกมาเล็กน้อย เฮ้อไม่รู้เมื่อไหร่เราจะได้กลับมาอยู่เป็นครอบครัวเสียที ที่ผ่านมา ช่างเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจริงๆ แต่จะทำให้พวกท่านเป็นห่วงฉันมากกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด งานที่มีอยู่ก็ล้นมือมากเสียจนไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว ฉันได้ยินมาว่าตั้งแต่เกิดสงครามก็มีนักเวทย์ต้องล้มเจ็บเป็นจำนวนมาก ฮีลเลอร์ทั่วแคปริคอร์นถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงเลยทีเดียว

 

ยินดีด้วยนะ ในที่สุดแกก็ได้เจอครอบครัวสมใจซะที^^”ราล์ฟยิ้มแป้น เดินเข้ามาหา

ยิ่งเป็นแบบนี้ ฉันยิ่งอยากทำภารกิจนี้ให้มันจบๆไปเร็วๆเลย

ง่าทำให้จบ? แล้วทำยังไงล่ะ

ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละ ไม่รู้เลยว่า ต้องทำยังไงT_T”

 

มันยังไม่จบง่ายๆหรอกนะเสียงหวานคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันเบิกตาโพลงอ้าปากกว้าง หัวใจเต้นรัวเร็ว

 

มารีอา!!”โอ้ย ดีใจมากที่พบหล่อนอีกครั้ง

 

ไง อะความารีน…”มารีอาพาร่างสวยสมส่วนมาหยุดตรงหน้าฉันพลางคลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปสบกับราล์ฟที่ดูจะนิ่งค้างเหมือนถูกสาปเป็นหินไปซะงั้น ไง ราล์ฟเฟ

 

            ฉันยิ้มค้าง เมื่อเห็นเพื่อนรักข้างๆไม่ยอมขยับปากพูดอะไรออกมาสักแอะ ผิดนิสัยมันจริงๆ อีกทั้งยังเอาแต่จ้องหน้ามารีอา ทำให้ฉันต้องเขยิบเข้าไปใกล้แล้วกระทุ้งศอกใส่มันซักที มันเลยยอมกระพริบตา ส่งสายตาค้อนขวับมาให้

 

เอ่อพวกนายคงอยากคุยกันเป็นการส่วนตัวงั้นฉันลาล่ะ มารีอา แล้วเจอกันนะฉันตัดบทฉับแล้วหาทางเผ่นแน่บ ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคน

 

 

            ราล์ฟเฟถลึงตามองตามเพื่อนตัวแสบที่โยนระเบิดเสร็จก็เผ่นหนีไปไกล เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ กลับมาสบตากับนัยน์ตาสีชาอ่อนคู่สวย แล้วความเงียบก็โรยตัวลงมา ไม่มีใครเป็นฝ่ายพูด

 

ไม่คิดจะทักทายกันบ้างรึไงนะในที่สุดฝ่ายหญิงก็ทนความอึดอัดไม่ไหว จึงเอ่ยปากก่อน

จะให้ทักว่าไงล่ะเป็นไงบ้าง มารีอา ตื่นเต้นไหม ยินดีด้วยนะที่กำลังจะแต่งงานอย่างนั้นหรอแม้ตกอยู่ในสถานการณ์เคร่งเครียดแต่ก็ติดนิสัยกวนประสาท ราล์ฟพูดรัวเร็วไปตามที่สมองคิดโดยไม่ผ่านการไตร่ตรองใดใด

หึหึมารีอาหัวเราะในลำคอ ดวงหน้างามเผยความสุขจนคนอมทุกข์ชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นไปอีก

ขำอะไรนักหนา

นายดูไม่เหมือนนายเลยซักนิดราล์ฟเฟไม่เหมือนเจ้าจอมพูดมากที่ฉันรู้จัก

เหอะ…”

 

             คำพูดมันแถได้ แต่ความรู้สึกมันแถไม่ได้หรอกนะถ้าเจอมารีอาก็อย่าลืมถามว่าเธอรู้สึกยังไงกับนาย จะได้ไม่มานั่งกลุ้มคิดไม่ตกทำหน้าเป็นหมาหงอยแบบนี้

 

            จู่ๆคำพูดของอะความารีนก็ดังก้องขึ้นในหัว ในใจบังเกิดความลังเล แต่ก็ตัดสินใจพูดออกไป

 

มารีอาจริงๆแล้วเธอคิดยังไงกับฉันกันแน่ ฉันแสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกยังไงกับเธอ แต่เธอไม่เคยให้ฉันได้รู้บ้างว่าจริงๆแล้วฉันคิดไปเองฝ่ายเดียวหรือไม่ท่าทางจริงจังกับตาสีฟ้าเป็นกระกาย ฉายแววซื่อๆตรงไปตรงมา ตรึงสายตาของสตรีร่างสมส่วน

 

            รู้สิเธอรู้ว่าที่ผ่านมา เจ้าคนที่ดูไม่มีสาระตรงหน้าทั้งปกป้อง และดูแลเอาใจใส่เธอมากขนาดไหน คอยกวนใจอยู่ทุกวันให้รู้สึกรำคาญไม่อยากเข้าใกล้ แต่วันเวลาที่ผ่านมาเธอเองก็รู้ดีว่าขาดคนคนนี้ไป โลกก็ช่างดูเงียบเหงาเกินพรรณนา คิดถึงเสมอว่าเขาจะไปสร้างเรื่องเดือดร้อนอีกหรือเปล่า

 

            แต่กฏของทายาทไทรีนอลก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดี

อีกสองวันเธอจะกลายเป็นภรรยาของเอริค ฟิลเลอร์

หัวใจน้อยๆรู้สึกปวดหนึบ เฝ้ามองดูความจริงใจของบุรุษตรงหน้า มีหรือจะไม่รู้ แต่ทว่าเธอเองก็ไม่รู้จะตอบรับอย่างไร

 

นายถามว่าฉันคิดยังไงกับนายหรอราล์ฟเฟมารีอาทวนคำถามเบาๆ คลี่ยิ้มอ่อนโยนทำให้คนตรงหน้าชะงักค้างตะลึงในความหวานจากสายตา อารมณ์ความรู้สึก ความลึกซึ้งเจือเศร้าถูกถ่ายทอดออกมาแทนคำพูด ฉันไม่มีสิทธิ์พูดหรอก นายดูเอาไว้แล้วกัน

 

            ก่อนที่ร่างบางสมส่วนจะตัดใจพลิกกายกลับไป ราล์ฟฉุดมือเล็กๆข้างนึงไว้แล้วดึงมาให้ร่างหญิงในดวงใจมากอดไว้แนบอก ตาสีชาอ่อนเบิกกว้างอย่างตื่นๆอย่างยังไม่มีโอกาสได้ร้อง ก็พบว่าริมฝีปากบางถูกทาบทับลงมาหนักหน่วง ถือสิทธิ์จารึกความอุ่นไว้อย่างอุกอาจ

            มารีอาก่นด่าคนที่ไม่รู้จักยับยั้งห้ามใจตรงหน้าเพียงในใจ ก่อนหลับตาพริ้มรับและส่งจุมพิตแสนหวานของเขาและเธอ นี่คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

            เสียงในหัวใจกระซิบซ้ำๆ หัวใจมารีอาพองโตกับความรู้สึกที่ถูกปลดปล่อยออกมา

 

ราล์ฟเฟฉันรักนายฉันรักนาย

 

 

                        นายนายๆ ใช่ นายนั่นแหละอะความารีนกวักมือเรียกนักรบบ้านครอส ที่ยืนเฝ้ายามอยู่ที่ประตูหน้าห้องประชุมของสภาความมั่นคง หล่อนจำได้ว่าเขาคือหนึ่งในผู้ติดตามที่ตามแพทริกซ์ไปสำรวจสถานที่ล่วงหน้า แต่ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นเงาของเขา นั่นทำให้รู้สึกใจคอไม่ดี

 

มีอะไรให้รับใช้ครับ ท่านหญิงอะความารีนหนุ่มนักรบที่สูงกว่าหญิงสาวอยู่หลายคืบค้อมหัวคำนับทีนึง

 

ท่านพี่ไปกับพวกนายนี่ แล้วเขาไปอยู่ที่ไหน

 

เอ่อท่านแพทริกซ์ถูกเรียกตัวไปประจำการณ์ที่กำแพงชายแดนครับ ทุกคืนจะมีสัตว์ประหลาดพยายามจะเข้ามาในเมืองบ่อยๆ กำลังคนของเราก็น้อยลงทุกที คนเจ็บก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ…”ทหารนักรบรายงานยาวเหยียดด้วยความเคยชิน ก่อนจะสะดุดคำพูดเพราะลืมว่าไม่ใช่เวลามารายงานสถานการณ์น่าหวาดวิตกแก่ท่านหญิง

 

ถ้าอย่างนั้นฮีลเล่อร์สเตชั่นคงรับงานหนักมากสินะหญิงสาวนิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิด นึกถึงดวงหน้าอิดโรยของท่านพ่อท่านแม่ ก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง กำแพงนั่นอยู่ที่ไหน

 

เอ่อ…”

บอกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก

ท่านแพทริกซ์สั่งห้ามไม่ให้ท่านหญิงไปที่นั่นครับ

“…”ท่านพี่หนอท่านพี่ ชอบกักขังอิสรภาพกันอยู่เรื่อย นี่เธอโตแล้วนะ!

ท่านหญิงทำไมถึงต้องแผ่ไอเย็นออกมาด้วยละครับT^T”

นายนำฉันไปที่กำแพงประตูเดี๋ยวนี้เลย!”

 

            ไม่ต้องรอคำสั่งที่สาม นักรบตระกูลครอสก็เลือกที่จะรักชีวิต แทนคำสั่งของราชามัจจุราชไฟ

 

            Writer: ตอนนี้ก็ค่อนข้างหมกมุ่นกับการแต่งนิยายเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนเปิดเทอม ดองมานานมากจนเค็มปี๋แล้ว โทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวเองที่พล๊อตไว้ซะยาว เกิดมาไม่เคยแต่งนิยาย แถมมาเรื่องแรกก็แบ่งเป็นสองภาค ฮือๆ ทำไมมันยาวจังYY -บ่นตัวเอง

ตอนแรกก็กังวลว่าจะมีคนเข้ามาอ่านไหมน้อแต่เอาเป็นว่า แต่งไว้อ่านเองละกันค่ะ 555  ขอบคุณที่ยังเป็นกำลังใจให้มาโดยตลอด คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ด้วยน้าTT^TT ขอบคุณมากค่ะ !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2267 Ticha 'Ppalaloy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:03
    ราฟฟฟฟๆ????????????????
    #2,267
    0
  2. #2217 เมมฟิส (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 18:05
    สงสารราล์ฟ อยากให้สมหวังในรักกับมารีอา สงสารแพทริกซ์ อยากให้มีพระเอกสองคน นางเอกอะความารีนคนเดียว น่ะค่ะบาบิคนดี
    #2,217
    0
  3. #1828 Bbeep (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 11:23
    เย่ๆ เราติดตามไรเตอร์มาตั้งแต่เราอยุ่มอสี่ นี่เราอยุ่ปี1แล้วน้าา555 นานมากเลยเนอะ ดีใจมากอ่าที่ไรเตอร์มาอัพ สนุกเหมือนเดิมเลย จะติดตามต่อไปน่ะ  สู้ๆน้าาาาา สงสารแพทริกซ์จัง ㅠㅠ
    #1,828
    0
  4. #1825 patty_ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 19:32
    อ่านอยู่น่ะค่ะ รออยู่ค่ะ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ฮัฟ
    #1,825
    0
  5. #1823 nanami mew (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 16:36
    แง~T^T ตอนนี้เริ่มอ่านไม่รู้เรื่องแล้วอ่า~ ไรต์รีบมาอัพน้า~ไม่งั้นรีดเดอร์คนนี้ลืมเรื่องนี้แน่T.T สู้ๆค้า
    #1,823
    0
  6. #1822 เมมฟิส (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 09:14
    สงารราล์ฟ  อย่าให้มารีอาต้องแต่งงานกับคนอื่นเลยน่ะค่ะ   ไรเตอร์จ๋ารีดเดอร์ขอร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง...
    #1,822
    0
  7. #1821 chantra_jia (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 03:52
    ปั่นๆๆๆๆๆๆ ^_^
    #1,821
    0
  8. #1820 vin_111 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 09:31
    รอๆๆ
    อัพบ่อยๆนะ
    #1,820
    0
  9. #1819 Fst Forsythia (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 00:43
    ปั่นต่อเลยค่าาาา 55555555 คิดถึงไรต์นะจุ๊บๆ <3
    #1,819
    0
  10. #1818 Immy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 21:48
    สนุกมากกๆๆๆๆค่าาาา อัพต่อเร็วๆๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #1,818
    0