The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 4 : The Keyz 4 ICE VS FIRE + อดีตที่อยากลืม -Rewrite-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    29 เม.ย. 61

[4]

 

หลังจากเสร็จการกล่าวทักทายกับแพทริกซ์อย่างสนิทสนมแล้ว ราล์ฟเฟก็พูดเปลี่ยนประเด็นได้อย่างแนบเนียน ดูเหมือนเขาค่อนข้างสนิทกับแพทริกซ์พอควรไม่อย่างนั้นเรื่องราวคงไม่จบลงง่าย ๆ แน่ มารีอาเห็นสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว จึงรีบคว้าแขนทรอนซ์แล้วลากเขาออกจากวงสนทนาทันที

 

แล้วฉันจะอยู่ไปไย...ก็ต้องรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามทั้งคู่ที่มุ่งตรงไปยังประตูทางเข้างานเลี้ยง ส่วนราล์ฟก็โบกมือลาแพทริกซ์ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีเรื่องบาดหมางเกิดขึ้น

 

สถานที่ที่ใช้จัดงานเลี้ยง เป็นห้องโถงกว้างของอาคารเรียนตึกหนึ่ง

 อย่าถามฉันเลยว่ามันอยู่ที่ไหน เพราะที่นี่ ที่ของพวกเด็กพิเศษนี่มันกว้างใหญ่มากจริง ๆ ฉันมีหน้าที่เดินตามเจ้าพวกนี้อย่างเงียบ ๆ พยายามทำตัวให้ไม่เป็นจุดเด่นมากเกินไป

 

ประตูที่เชื่อมกับห้องโถงที่จัดงานมีทางเข้าทางออกทางเดียวกัน นั่นคือเสาหินขนาดใหญ่ ที่โค้งต่อเรียงกันเป็นซุ้ม กว้างพอที่คนหลายสิบคนจะก้าวเข้าออกได้อย่างสบาย โดยไม่กระทบกระทั่งกัน ด้านหน้ามีดอกไม้หน้าตาประหลาดแต่สีสันสะดุดตาช่อใหญ่วางประดับขนาบสองข้างทาง เสียงดนตรีบรรเลงประสานกันอย่างไพเราะลงตัวดังแผ่วมาจากข้างใน

 

ถึงจะพอได้ยินมาบ้างว่างานแต่ละงานของพวกเด็กพิเศษน่ะเลิศหรู แต่ไม่คิดว่ามันจะดูไฮโซเวอร์ขนาดนี้ พอเทียบกับงานเลี้ยงเปิดเทอมของเด็กสามัญ ที่ฉันเคยได้สัมผัสเมื่อปีก่อนนั้น มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยน่ะสิ

            ขณะที่กำลังยืนตะลึงลานกับบรรยากาศภายในงานเลี้ยง ฉันก็ต้องยุติความคิดลง เมื่อราล์ฟสะกิดแขนเบา ให้เดินต่อ พวกเรากำลังเดินผ่านทางเดินที่ขนาบข้างด้วยผู้ใช้เวท พวกเขายืนกระซิบกระซาบตามหลังเป็นระลอกอย่างไม่ขาดสาย

“เอ๊ะ ! ยัยนั่นใครน่ะ ที่เดินข้าง ท่านมารีอา ?”

“หืมม์ อ้อ ! คงเป็นเด็กใหม่ที่ย้ายมาแทนช๊อคกี้พิ๊งค์ล่ะมั้ง”

“อ๋อ...”

            ฉันโปรยยิ้มเจื่อนให้ทุกคนที่จับจ้องมา พวกเขาหันไปกระซิบกระซาบกับเพื่อนข้าง ๆ ระดมนินทาฉันอย่างไม่คิดจะปิดบังต่อไป

            ฉันได้แต่คิดว่าเจ้าพวกนี้จะพาฉันหนียังไง แล้วถ้าเกิดโชคไม่เข้าข้างขึ้นมา ถ้าหากว่าพวกเราถูกจับได้ล่ะ...ในกรณีนั้นฉันขอรอดไปซักคนละกันนะ

            ฉันพยายามก้าวเดินเคียงข้างมารีอาด้วยอาการปกติไม่แสดงความตื่นเต้นลนลานมากไปนัก เพราะว่าทุกคนกำลังพยายามทำตัวไม่ให้เป็นที่สนใจ...แต่ว่านะ มันคงจะเป็นไปไม่ได้เลย เริ่มจากมารีอา เพียงเจ้าหล่อนย่างกรายก้าวไปที่ใด หนุ่ม เป็นต้องหันขวับมามองด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ส่งหัวใจล้านดวงผ่านสายตาระยิบระยับมาให้

 

ส่วนราล์ฟเฟ ไม่ต้องรอให้มีคนเห็นหรอก หมอนั่นตะโกนทักทายคนอื่นไปทั่ว จนฉันสงสัยว่าเขาคงผูกมิตรกับคนทั้งโรงเรียนแล้วล่ะมั้ง เพราะดูเหมือนเขาจะรู้จักคนเยอะมากจริงๆ 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าพวกเราไม่อยากทำตัวเป็นจุดเด่น ก็แสดงว่าพวกเราคิดผิดถนัดที่ลากนายทรอนซีรามาด้วย เพราะตลอดทางเดินผ่าน สายตาทุกคู่ก็จับจ้องเขา หยุดตรึงอยู่กับเขาราวกับต้องมนตร์สะกด และจากสายตาประดุจเหยี่ยวของฉันมองสำรวจโดยรอบ โดยส่วนมากสาว จะมีอาการเคลิบเคลิ้มหลงไหล หน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ เขาเป็นเจ้าชายในฝันของใครหลายคนจริง

ในที่สุด พวกเราก็หยุดตรงหน้าโต๊ะทรงกลมคลุมทับด้วยผ้าปูสีขาวเรียบ ที่มีแจกันดอกไม้ขนาดเล็กวางไว้ โต๊ะนี้ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของงาน ไม่ค่อยเป็นจุดเด่นหรือที่สะดุดตานัก ทันใดนั้น เก้าอี้หนังสี่ตัวก็เลื่อนออกจากใต้โต๊ะด้วยตัวของมันเอง !

 

โอ้โห เนี่ยหรอ...งานเลี้ยงของพวกเด็กพิเศษ ไม่ต้องมีพนักงานเสิร์ฟหรือบริกร เพราะ...มันสั่งการตัวมันเอง ? ไม่ใช่เพียงเก้าอี้ที่เคลื่อนที่ได้...ยังมีแก้วลอยได้ จานลอยได้ ถาดเสิร์ฟอาหารลอยได้อีกด้วย !

            แล้วฉันจะไปตื่นเต้นอะไรกับอีแค่ช้อนลอยได้ฟะ !?

 

“อะแฮ่ม ๆ~ สวัสดีจ่ะนักเรียนที่น่ารักทุกคน ~ ฉันในฐานะอาจารย์ใหญ่ ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่งานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอมนะจ๊ะ ในค่ำคืนนี้ ฉันจะมาเล่าประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ~ ของงานเลี้ยงที่เราปฏิบัติเป็นธรรมเนียมสืบทอดกันมาอย่างยาวนานทุกยุคทุกสมัย...เริ่มตั้งแต่สมัยของ...” เสียงหวานอันคุ้นเคยเปรยขึ้นอย่างนุ่มนวล เรียกทุกสายตาให้ชำเลืองมองร่างสตรีใส่ชุดราตรีสีเขียวสดใสแสบตา ปรากฏอยู่บนฟลอร์เต้นรำขนาดกว้างที่จัดอยู่ตรงกลาง เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กดังแผ่วลงอย่างให้เกียรติผู้พูด

            แล้วอาจารย์ใหญ่ก็เล่าประวัติศาสตร์งานเลี้ยงต่อไป หวังว่าคงจะไม่เหมือนตอนปฐมนิเทศหรอกนะ...ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะขอหมอนสักใบจากมารีอาล่ะ 

            ฉันถอนสายตาจากฟลอร์เวที ก่อนจะสังเกตว่ามีถาดเสิร์ฟอาหาร พร้อมกับแก้วสี่ใบ ลอยเอื่อย เข้ามาใกล้...ไม่กี่อึดใจต่อมา แก้วทรงสูง ถูกเสิร์ฟให้ทรอนซ์ มารีอา ราล์ฟ และ ฉันเป็นคนสุดท้าย...

            ฉันก้มมองของเหลวสีฟ้าที่อยู่ในแก้วอย่างสะอิดสะเอียน

นะ...นี่มัน…ของเหลวสีฟ้า....มันทำให้ฉันนึกถึง…!

            “อึก...ฉันอยากอ้วก...” นึกถึงรสชาติของศิลาเวทสกัดบ้าบอคอแตกที่ทรอนซ์จับมากรอกปากฉัน

            “ฮ่า ๆๆๆ ~ คงเข็ดเลยล่ะสิ~” ราล์ฟหัวเราะเบา ๆ หมอนั่นกำลังยกแก้วขึ้นมาจิบอย่างอารมณ์ดี

            “ฉัน...ขอตัวนะ” ฉันพูดพลางลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ยกมือขึ้นอุดปากไว้แน่น โดยไม่รอให้ใครอนุญาต ฉันรีบพุ่งตัววิ่งไปที่ประตูสู่ทางออกทันที

ทุกคนที่ขวางทางพร้อมใจกันขยับตัวเปิดทางให้ แล้วหันไปกระซุบกระซิบกัน...แล้วฉันได้ยินแว่วๆว่าอะไร ‘แพ้ท้อง ๆ’ เนี่ยแหละ...แต่เดี๋ยว!! ฉันไม่ได้แพ้ท้องโว้ย

            แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเวลาหันกลับไปด่า เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกได้ถึงของเหลวบางอย่างกำลังพุ่งทะลักขึ้นมาถึงคอหอย และดูเหมือนมันอยากจะออกมาเผชิญโลกภายนอกเต็มทีแล้ว !

            โฮๆ ~ อย่าเพิ่งออกมานะที่รัก ! ไม่งั้นฉันได้ขายหน้าแย่สิ…อุบ !

ฉันผลักประตูออกไปอย่างโหยหาอิสรภาพ สัมผัสอากาศยามค่ำคืน เบื้องหน้าคือสนามหญ้าโล่งกว้าง ลมพัดตีเข้ามาพาให้ร่างสั่นสะท้าน ขนลุกเกรียวอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนนี้ไม่มีเวลาเลือกสถานที่แล้ว ฉันวิ่งตรงไปยังพุ่มไม้ที่ใกล้ที่สุดในทันที

            “อ๊อกกกก~~” คงไม่ต้องบรรยายนะ มันออกมาแล้วค่ะ ลุ้นตัวโก่งเลยล่ะสิ ฮือ ๆ ฉันรู้สึกแย่เป็นบ้า

 

“อ่ะนี่” เสียงห้าวดังขึ้นข้าง ๆ ฉันที่เสร็จจากกิจกรรมแล้วจึงไล่สายตาไปทางต้นเสียง

            “นาย !? แพทริกซ ์!” ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจ อ้าปากค้างโดยที่ลืมไปว่ายังมีคราบ ของเหลวชนิดหนึ่งซึ่งไม่ขอกล่าวถึงติดอยู่ที่มุมปาก 

            “เอาไปเช็ดก่อนเถอะ” แพทริกซ์ย่อตัวลงเล็กน้อย พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาให้

ฉันมองหน้าเขา แล้วรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาเช็ดปากอย่างกล้า กลัว พออยู่ในระยะใกล้อีกครั้ง บวกกับแสงจันทร์ทำให้ฉันเห็นนัยน์ตาสีแดงฉานราวกับสีเลือดอย่างชัดเจนขึ้น คน ๆ นี้เป็นบุคคลอันตราย ประสาทสัมผัสพิเศษบอกฉันว่าอย่างนั้น

“ขอบใจ...” ฉันพูด พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าคืน

            ...ไม่เป็นไร เธอเอาไปใช้เถอะ...ฉันยกให้”

            เห็นหน้ากระอักกระอ่วนใจของเขาแล้วฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เออลืมไป เช็ดอ้วกตัวเองแล้วยังไปคืนเขาอีกนะเรา

            “เอ่อ โทษที แฮ่ ๆ ฉันหัวเราะแห้ง แก้เก้อ วูบนึงฉันเผลอคิดไปว่าบางที คน ๆ นี้อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้

 

หมับ!

            “เฮ้ย !?” ฉันสะดุ้งสุดตัวที่จู่ ๆ แพทริกซ์ก็ดึงแขนฉันเข้าไปประชิดตัวเขา

“นายกำลังจะทำอะไร” ฉันกำลังจะอ้าปากถามอยู่เหมือนกัน แต่นี่ไม่ใช่เสียงของฉันนะ “ปล่อยเธอซะ...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เสียงทุ้มหล่อนั่น...รึว่า ?

            ฉันไล่สายตาหาต้นเสียงอย่างมีความหวัง เพราะในใจฉันชักกลัวหมอนี่ขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิ ทันใดนั้นสายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับบุรุษร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนทำสีหน้าเคร่งขรึม คน ๆ นั้นมีบุคลิกเปี่ยมล้นไปด้วยมาดเจ้าชาย นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มทรงพลังอำนาจสายเลือดสีน้ำเงินเต็มเปี่ยม

            “ทรอนซีรา” ฉันเรียกชื่อเขาเบา พลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือ เพราะไม่ว่าจะพยายามสลัดออกจากการจับกุมต้นแขนเท่าไหร่ ก็ไร้ผลเพราะด้วยแรงเท่ามดอย่างฉัน ไม่อาจสู้แรงคนตัวโตข้าง นี่ได้เลย

            “ทำไมล่ะทรอนซ์...ฉันทำนายขึ้นหรือไง ?” เสียงนุ่ม กับคำยั่วโทสะ ถูกเปล่งออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย มุมปากยกขึ้นนิด ราวกับกำลังยิ้มเยาะ

            โฮ ~ พวกนายจะเหม็นขี้หน้ากันตั้งแต่ชาติปางไหนก็ช่าง ! แต่อย่าเอาฉันไปเกี่ยวได้ไหม เจ้าพวกบ้า !

ฉันได้แต่ยืนกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกถึงรังสีแห่งความแค้น ฟาดฟันกันในอากาศ

“ว่าไงล่ะทรอนซ์...นายเกิดอยากประลองกับฉันรึยังล่ะ ?” แพทริกซ์ขยับปากพูดเล็กน้อย นัยน์ตาสีแดงเพลิงสั่นระริกราวกับเจอเรื่องท้าทาย

            “…”

            “ยังอีกหรอ ?

            “…”

            “งั้นดูโชว์นี่ซะนะ...” สิ้นเสียง แพทริกซ์ก็ยิ้มเหยียด ยกมือข้างหนึ่งเกยคางฉันขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ โน้มหน้าลงมาใกล้...!

            เฮ้ย ! / ฉันเบี่ยงหน้าหลบตามสัญชาติญาณ ทำให้ริมฝีปากแพทริกซ์เฉียดแก้มฉันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

            น้ำแข็ง(ไม่ทราบที่มา)โผล่ออกมาจากใต้ผิวดิน แล้วพุ่งตรงไปยังตัวแพทริกซ์ทันทีทันใด นั่นทำให้เขาจำเป็นต้องปล่อยฉัน และกระโดดถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง

            เมื่อเห็นช่องโหว่และโอกาสรอด ฉันก็รีบวิ่งแจ้นไปหลบหลังทรอนซ์โดยไม่ต้องออกคำสั่ง

            “กลับเข้าไปข้างใน” ทรอนซ์พูดเรียบ ๆ แต่มีแววหนักแน่นจริงจังเจือปนในน้ำเสียง

            “ไม่ ! ฉันจะไม่ทิ้งนาย” ฉันพูดอย่างกล้าหาญออกไป ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ แต่จริง แล้วนั่นเป็นเพราะฉันก้าวขาไม่ออกต่างหากล่ะคะ ฉันกลัวจนขาสั่นพั่บ จนจะลงไปนั่งพับอยู่แล้ว ฮือ

            “เธอนี่มัน...”

            “ไฟเอ้อร์ บอลล์!” เสียงห้าวประกาศลั่นจากอีกฟากหนึ่งของสนามหญ้า ทรอนซ์จึงละสายตาจากฉันไปมองฝั่งตรงข้ามทันที

            ฉันลากสายตามองตามไป ก็ต้องเบิกตาโพลงจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า เพราะภาพเบื้องหน้าคือลูกไฟขนาดใหญ่มหึมาสูงประมาณสองเมตร กำลังหมุนถากพื้นหญ้าจนไหม้เกรียมเป็นทางยาว และฉันจะไม่ตื่นเต้นอะไรเลยหากมันไม่ได้กำลังพุ่งตรงมาทางที่ฉันกับทรอนซ์ยืนอยู่ !

 

“เกาะฉันไว้” ทรอนซ์ว่า ฉันก็ทำตามคำสั่งอย่างไม่ลังเล เพราะนั่นอาจเป็นหนทางรอดเพียงทางเดียวของฉัน !

            ฉันกอดทรอนซ์จากด้านหลัง...

อ๊ากกกกก ! นี่ถ้าสถานการณ์ไม่คับขันจริง ๆ ฉันคงอายหน้าแดงแจ๋ไปแล้ว ! แต่นี่ไม่องไม่อายมันเลยซักนิด เพราะกลัวตายมากกว่า

ฉันไม่สนว่าจะกอดหมอนี่แน่นแค่ไหน แต่รู้แค่ว่า โอกาสรอดไม่รอด ก็อยู่ที่หมอนี่แล้ว

            “ไอซ์ แบเรีย !” สิ้นเสียง น้ำแข็งสีฟ้าอ่อนก็โผล่ออกมาจากพื้น โดยต่อเรียงโค้งเข้ามาบรรจบกันจนหุ้มทั้งฉันและทรอนซ์ไว้ในนั้น !

ความเย็นสุดขั้ว ปะทะ ความร้อนสุดขีด !

ฉันรู้สึกถึงความหนาวเย็นตรงหน้า ขณะเดียวกันก็รับรู้ได้ถึงรังสีความร้อนที่แผ่ออกมาจากลูกไฟยักษ์เช่นกัน

 

ฟู่ ~

หลังจากที่อุณหภูมิภายนอกคล้ายจะกลับมาเป็นปกติ ฉันจึงแอบลืมตาขึ้นและพบว่าลูกไฟยักษ์ยังคงหมุนเป็นวงล้ออย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันกำลังพยายามเจาะกำแพงน้ำแข็งของทรอนซ์เข้ามาให้ได้ ซึ่งทรอนซ์เองก็คงรั้งไว้ได้ไม่นาน เพราะฉันรู้สึกว่าเขาตัวสั่นเทิ้มขึ้นเรื่อย ๆ หรือบางทีนี่อาจเป็นนาทีสุดท้ายในชีวิตฉันแล้ว

 

“ทรอนซีรา...นายอย่าเพิ่งยอมแพ้นะ” ชีวิตอันมีค่าของฉันขึ้นอยู่กับนายนะเฟ้ย~

            “เธอ...”

            “อะไรเล่า! มีสมาธิหน่อยสิ จะตายกันอยู่แล้วนะ !”

            “แค่ก...”

            “...?”

            “หายใจ…ไม่ออก”

            กรรม ! ฉันกอดแน่นไปสินะ...มิน่าล่ะ เห็นตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเลย

แล้วทำไมเพิ่งจะมาพูดล่ะ ! นายคงตายเพราะขาดอากาศหายใจ ส่วนฉัน โดนย่างสด ฮือ อันไหนมันอนาถกว่ากันนะ “เอ้อ...โทษที ฉันตื่นเต้นไปหน่อย” ฉันคลายจากกอดเขาเล็กน้อย

            “...บ้าเอ๊ย !” ทรอนซ์สบถ ก่อนจะหันมาโอบกอดฉัน ไม่สิ มันเหมือนการกดหัวฉันให้ซบอกเขาอย่างแรงมากกว่า

            ฉันเบิกตาโพลงอย่างอึ้ง ๆ เพราะทันทีที่หมอนั่นหันมา กำแพงน้ำแข็งที่เคยเป็นโล่ป้องกันก็พังทลายลงไป แล้วลูกไฟนั่น มันกลับหายไปไหนแล้ว...?

           

“หึ ! นายนี่มัน ชอบทำตัวเป็นพระเอกจังนะ”

            เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...

“ทรอนซีรา...?” ทำไมนายไม่พูดอะไรเลยล่ะ ?

            ฉันผละออกจากอ้อมกอดของเขา แล้วภาพตรงหน้า ทำให้ฉันอึ้งทึ่ง รู้สึกเจ็บจุกจนแทบพูดไม่ออก 

            “นายเป็นอะไรไปน่ะ...ทรอนซีรา !”

คนที่ชอบเก๊กมาดเจ้าชาย ตีสีหน้าเรียบเฉยเยือกเย็น กับแววตาหยิ่งผยองนั่นหายไปแล้ว มันถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเจ็บปวด อ่อนแอ และพ่ายแพ้

 

ฟึ่บ!

ร่างที่เคยยืนหยัดอย่างสง่า กลับทิ้งตัวลงมาซบไหล่ข้างขวาของฉัน น้ำหนักตัวของหมอนี่ ทำให้ฉันทรงตัวไม่อยู่จึงล้มหงายลงไปนั่ง หลังจากนั้นก็มีควันลอยออกมาจากหลังทรอนซ์ พร้อมกลิ่นไหม้คล้ายกับตอนย่างเนื้อสด ฉันใจเต้นรัวเร็วขณะทำใจชะโงกหน้าออกไปสำรวจบาดแผลของเขา

            “ทรอนซ์...นาย…”

            ความรู้สึกผิดโถมกระหน่ำเข้ามาจนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ภาพที่ฉันเห็นคือแผ่นหลังของเขา กับเสื้อสูทสีดำหลุดลุ่ยขาดวิ่นเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นรอยไหม้และเขม่าดินรอบขอบแผล เนื้อหนังแดงเถือกบนนั้นคงเป็นสาเหตุให้เขาเจ็บปวดสินะ 

ถ้านายไม่ช่วยฉัน ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่ ไม่เป็นตัวถ่วงของนาย...นายก็คง...ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้...ใช่ไหม

            “นี่น่ะหรอ...ปริ๊นซ์ ออฟ ไอซ์ ที่เขาร่ำลือกัน...” เสียงทุ้มเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด

            “หุบปาก !” ฉันโพล่งออกไปอย่างลืมตัว

            “เธอว่าไงนะ...” เสียงนั่นดังใกล้เข้ามา กับเสียงฝีเท้าที่หยุดลงข้าง ๆ เขาคงมายืนอยู่ใกล้ ไม่ถึงสองก้าว

            “ฉันบอกให้นายหุบปากเน่า ของนายซะ ! ไอ้คนเลว !”

           

หมับ!

            “โอ๊ย!”

            แรงกระชากที่ต้นแขนทำให้ฉันจำต้องลุกขึ้นยืน โดยปล่อยให้ร่างทรอนซ์ฟุบลงกับพื้น 

            “เธอกล้าด่าฉัน ?” นัยน์ตาสีแดงสั่นระริก ถึงมันจะส่อแววข่มขู่ น่ากลัว แต่ด้วยแรงโกรธทำให้ฉันลืมรักชีวิตตัวเองไปเสียสนิท ภาพที่ทรอนซ์บาดเจ็บจากการช่วยชีวิตฉันไว้ยังคงติดตาอยู่เลย นั่นทำให้ฉันยิ่งเกลียดคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก

            “เออ ! ฉันด่านายนั่นแหละ ไอ้คนเลว !” เลวที่สุด!

            ตุบ

แล้วร่างฉันก็ถูกแพทริกซ์เหวี่ยงทิ้งไปข้าง อย่างไม่ไยดี ถึงจะรู้สึกเจ็บ แต่นั่นคงไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่ทรอนซ์ได้รับ หลังจากไม่มีฉันขวางไว้ แพทริกซ์จึงหันหน้าก้มมองร่างของทรอนซ์ที่นอนฟุบลงบนพื้น ในสภาพที่ไม่น่าจะป้องกันตัวเองได้

            “ในที่สุด...วันนี้ก็มาถึง...” ใบหน้าของเขานั้นดูนิ่งสงบ แต่แฝงไปด้วยรังสีอาฆาตรุนแรง นั่นพลอยทำให้ฉันอดสั่นด้วยความกลัวไม่ได้ “วันที่นายต้องชดใช้ให้กับฉันยังไงล่ะ...ทรอนซีรา”

            “อย่านะ ! นายจะทำอะไรเขา !?” ฉันแผดเสียงลั่น ขณะจับจ้องไปที่ร่างหนาเจ้าของนัยน์ตาสีแดง สลับกับร่างที่นอนแน่นิ่งบนพื้นหญ้า

            แพทริกซ์ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงของฉัน เขาพึมพำอะไรซักอย่างซึ่งเป็นภาษาที่ฉันไม่เข้าใจ พร้อมยกมือข้างหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ

ฉันเห็นลูกไฟเล็ก กลม ในมือเขา มันมีสีแดงสว่างจ้าไม่น่าไว้วางใจ ถึงจะดูเล็กกว่าลูกไฟยักษ์เมื่อครู่นี้ก็เหอะ แต่ดูจากสีหน้าแววตาที่มั่นใจของเขาแล้ว นั่นต้องเป็นเวทมนตร์ร้ายแรงอย่างแน่นอน ! แสดงว่าตอนนี้ทรอนซ์กำลังตกอยู่ในอันตราย...ฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดเขาให้ได้ !

            “หยุดนะ !” ไวเท่าความคิด ฉันกรีดเสียงร้องพร้อมกับพุ่งเข้าไปผลักร่างแพทริกซ์อย่างกล้าหาญ

            เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะส่งลูกไฟนั่นพุ่งสวนกลับมาทางฉันแทน !

กริ๊ดดดดด ! ฉันไม่มีโอกาสได้พลิกตัวหลบ เพราะการโจมตีนั้นมันเร็วและแรงมาก จึงได้แต่กรีดร้องภาวนาในใจว่าการโจมตีของเขาจะพลาด ถึงจะรู้ว่านั่นแทบเป็นไปไม่ได้เลยเพราะร่างของเราห่างกันแค่หนึ่งก้าว ในระยะประชิดแบบนี้ถ้าใครพลาดก็คงไม่ต้องไปตัดแว่นใหม่แล้ว เพราะคงเรียกว่าตาบอดไปแล้ว

           

“ไอซ์ เกท !”

กำแพงน้ำแข็งถูกสร้างขึ้นมาในเสี้ยววินาที ฉันเบิกตาค้างอย่างอึ้ง เพราะเมื่อกี้ ฉันคิดว่าตัวเองจะต้องโดนย่างสดและมีรอยแผลไม่ต่างจากทรอนซ์ไปแล้วซะอีก ! และโดยไม่ต้องสืบ ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าต้นตอของเวทน้ำแข็งมาจากใคร ทั้งที่เขาดูอ่อนกำลังไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขยับตัวก็ตาม

 

ฟู่~ ลูกไฟในมือแพทริกซ์ดับมอดลง พร้อมกับน้ำแข็งของทรอนซ์ ที่ค่อย ละลายหายไป

“ห!” แพทริกซ์หลุบตาลง พลางยิ้มนิด ที่มุมปาก “หมดเวลาสนุกแล้วสิ”

เมื่อเขาทำท่าเหมือนจะหยุดเท่านี้ ฉันก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง แต่ในวินาทีนั้น ทรอนซ์กลับค่อย ดันร่างตัวเองให้ลุกขึ้น แต่เขากำลังก้มหน้าลงทำให้ฉันมองไม่เห็นใบหน้าของเขา

            “น่าเสียดายนะ ที่นายเพิ่งเริ่มจะเอาจริง...” แพทริกซ์ว่า ก่อนจะจัดเสื้อตัวเองให้เรียบร้อย ดึงไทให้เข้าที่ จิตสังหารนั่นหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงชายหนุ่มท่าทางสุภาพ แฝงความอบอุ่น เหมือนกับคนที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ฉัน

 

“ชาร์ลีน! ทรอนซ์ !” เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงทุ้มลึกอีกเสียง “เฮ้~ พวกนายเล่นอะไรกันอยู่น่ะ~”

            “มารีอา !...ราล์ฟเฟ !” พอเห็นหน้าคนสองคนที่วิ่งเข้ามาเลิ่กลั่ก ฉันก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเหมือนยกภูเขาออกจากอก

            “ทรอนซ์ ! เกิดอะไรขึ้นกับแผ่นหลังของนาย...” มารีอาอุทานอย่างตกใจ

            “…” ไม่มีใครเห็นสีหน้าของเขา...

ทรอนซ์เงยหน้าขึ้น

จะอะไรก็ไม่รู้แหละ แต่นั่นทำให้แพทริกซ์ที่ยืนจ้องทรอนซ์ต้องผงะ แล้วเดินถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระวังภัย

            ทำไมนะ ?

ฉันอยากจะชะโงกไปมองหน้าหมอนั่นบ้างว่ามันมีอะไร แต่ดูจากสีหน้าเครียด ของแพทริกซ์แล้ว... ฉันคิดว่ายังไม่อยากรู้ตอนนี้ดีกว่า

           

ฟึ่บ !

            ฉันอ้าปากค้างอย่างตกใจกับความเร็วนรกของเงาดำที่พุ่งผ่านหน้า 

            ฟุ่บ !

            “ทำอะไรของนายน่ะราล์ฟ !” ฉันกรีดเสียงร้อง หลังจากที่นิ่งอึ้งไปหนึ่งวินาทีเท่านั้น

            อึ้งที่1...หมอนั่นเข้าไปประชิดตัวทรอนซ์ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

อึ้งที่2...หมอนั่นกระแทกฝ่ามือไปยังท้ายทอยของทรอนซ์ แล้วประคองร่างไร้สติของเขาเอาไว้

            “รีบพากลับไปที่ห้อง...เร็วเข้า มารีอากระซิบเครียด ดูจากสีหน้าตอนนี้ คงเป็นเรื่องใหญ่มากจริง ๆ แม้แต่ราล์ฟก็ยังไม่มีรอยยิ้มให้เห็นเหมือนเคย แต่ว่า...นี่มันอะไรกัน ทำไมฉันไม่เข้าใจเลย!!

            “ตามมา ชาร์ลีน...แล้วจะอธิบายให้ฟังทีหลัง...” มารีอาว่า ก่อนที่จะดึงแขนฉันให้ตามไปด้วย

 

แพทริกซ์มองตามกลุ่มคนสามคนที่ช่วยกันประคองร่างไร้สติจนหายลับตาไป ร่างสูงหนายังคงยืนแน่นิ่งไม่ขยับ ตาสีแดงฉายรอยอึ้งปนทึ่ง ในขณะที่มีคำถามมากมายอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด

'นั่นมัน...พลังอะไรกันนะ'

 

 …………………………………………………………………………………………………………………….

 

กลางดึกคืนหนึ่ง เป็นค่ำคืนที่ไร้แสงดาว มีเพียงดวงจันทร์ที่อวดโฉมบนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดยามรัตติกาล แสงสีเงินแผ่ทอลงมาอย่างอ่อนโยน อาบไล้ร่างเด็กหนุ่มผมสีเงินที่กำลังนอนเหยียดกายจับจ้องศูนย์รวมแห่งท้องฟ้ายามราตรีอยู่บนหลังคาของตัวอาคารที่ใช้จัดเป็นพิธีงานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอมในปีนี้

 

'แค่อยากหาที่สงบ ๆ อยู่...ก็เท่านั้น'

เขาคิด พลางถอนหายใจเบา ๆ เมื่อนึกถึงบรรยากาศอันวุ่นวายของงานเลี้ยง และสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมองมา ไม่ว่าจะก้าวเดินไปทางไหน

ดวงหน้าคมคายเรียบนิ่งไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใด ๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องไปที่ดวงจันทร์กลมโต ที่เหมือนพยายามอวดความสวยงามในตัวเองให้เขาเห็น

 

“ทรอนซ์...เฮ้อ อยู่ที่นี่เอง ตามหาแทบแย่” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างกาย ทำให้เขาจำต้องถอนสายตาจากพระจันทร์เหลืองอร่ามเบื้องบน เบือนหน้าไปยังร่างบางในชุดราตรีสีขาว แล้วก็พบว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นมองสบมาก่อน ดวงตาคู่ที่มักเปล่งประกายเสมอยามพูดคุยกับเขา แม้เขาจะไม่เคยพูดโต้ตอบเลยสักครั้งก็ตาม

            “…”

            เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ ร่างบางที่พึ่งปรากฏตัวข้าง เด็กหนุ่มจึงถอนหายใจเบา ๆ ปลอบตัวเองในใจ แล้วถือวิสาสะทิ้งตัวนอนเหยียดกายข้าง เด็กหนุ่ม ที่ถอนสายตาออกไปก่อน เขาทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตน...แต่กระนั้นเธอก็เลือกที่จะนอนจับจ้องดวงจันทร์เป็นเพื่อนชายหนุ่มข้างๆ

“ทำไมมาหลบอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ ไม่ลงไปฉลองหน่อยหรอ ?” หญิงสาวพยายามชวนคุย แต่คำตอบยังคงเป็นความเงียบ นั่นทำให้ใจดวงน้อยกระตุกเบา ๆ เธอจึงเบือนหน้าไปทางอื่น

            “ก็ได้ ๆ...ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด” เธอบ่นอุบอิบ แอบชำเลืองมองร่างข้าง อย่างงอน ๆ แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่แม้แต่จะสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย

            “...”

            สายลมเย็นยะเยือกพัดเอื่อยมาปะทะร่างทั้งสอง ทำเอาร่างบางในชุดราตรีสีขาวอดสั่นสะท้านไม่ได้ เธอยกมือขึ้นมาโอบกอดร่างตัวเอง หวังจะคลายความหนาวได้บ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

ในขณะที่ร่างหนาที่ดูเคยชินกับความหนาวเย็นกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มนั่นยังคงทอดมองออกไปไกลอย่างยากที่จะเดาได้ว่าเด็กหนุ่มอยู่ในห้วงภวังค์หรือไม่ เพราะดวงหน้าคมคายชวนให้หลงใหลนั่นยังคงเรียบเฉยอยู่ดี

“ทรอนซ์...เข้าไปข้างในเถอะ ดะ...เดี๋ยวจะ...ไม่สบายนะ” เสียงหวานอันสั่นเทาของหญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงปนอ้อนวอน เพราะอีกไม่นานเธอคงจะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน

            “เธอไปเถอะ...ฉันจะอยู่” สิ้นเสียงจากเด็กหนุ่ม ร่างบางก็ชะงักกึก ลืมความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านทั่วเรือนร่างเสียสนิท

            “ทรอนซ์ !” หญิงสาวลุกขี้นนั่ง เอามือปิดปากได้รูปที่กรีดเสียงร้องอย่างตื่นเต้น แววตาของเธอฉายชัดถึงความประหลาดใจปนดีใจ

            “…?” ทรอนซ์ถอนสายตาจากดวงจันทร์ ก่อนที่จะดันร่างให้นั่ง เขาเลิกคิ้วด้วยความงุนงง จับจ้องไปยังดวงหน้าเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า ภายใต้แสงจันทร์ช่วยขับให้ร่างบางเผยความสวยงามออกมาอย่างเด่นชัด น่าเสียดายที่ปากได้รูปนั่นถูกปิดสนิทไปจนครึ่งใบหน้า

            “นาย...นายพูดกับฉัน!”

            ทรอนซ์ผงะ ก่อนจะต้องชะงักอีกรอบเมื่อเห็นน้ำใส ที่ไหลรินจากนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวย น้ำตาที่ไม่ได้เกิดจากความเศร้า

'ดีใจ...ดีใจเหลือเกิน'

“ฮึก...ฉันเป็นห่วงนาย” ในที่สุดสิ่งที่อัดอั้นมานานก็เริ่มทะลักออกมา ความรัก ความห่วงใยที่เธอมีให้บุรุษผู้นี้มาโดยตลอดถูกถ่ายทอดทางสายตาเสียจนหมดเปลือก

ความรักที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเหลียวมอง หรือสนใจสักครั้ง

            “…”ดูเหมือนความรู้สึกนี้จะยังไปไม่ถึงหัวใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉย กับนัยน์ตาเย็นชานั่นอีกแล้ว เธอควรจะชินได้แล้ว เพราะเธอถูกเขามองแบบนี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่อาจห้ามน้ำตาและความรู้สึกที่เอ่อล้นเหล่านี้ได้

            “นายมัวแต่ปิดกั้นตัวเอง ตีออกห่างจากคนอื่น...ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเคยเจออะไรมาบ้าง แต่ฉัน...ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม...แต่ฉันอยากช่วยนาย ทรอนซ์”

            “…”

“อย่าทำเย็นชาใส่ฉันเลยนะ...ฉันอยากช่วยนายจริง ๆ…ในฐานะที่เรา...อยู่ทีมเดียวกันก็ได้” ใช่...เพื่อนร่วมทีม ไม่อาจเป็นได้มากกว่านี้อีกแล้ว...เธอรู้ดี

            “…”

            สิ้นเสียงสั่น ที่กล่าวอย่างรัวเร็ว เด็กสาวกลับไม่รู้สึกโล่งใจอย่างที่คาดไว้ ไม่มีการตอบรับจากชายหนุ่มเบื้องหน้า ไม่มีแม้แต่ท่าทีหวั่นไหว น้ำตาหลากสายหลั่งรินออกมา ไหลผ่านแก้มนวลเรื่อย ๆ เธอกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจที่แพ้หัวใจตัวเอง ทั้ง ที่พยายามกลั้นมันเอาไว้แล้วแท้ ๆ แต่ก็นั่นแหละ มันไม่เป็นผล แม้เธอจะพยายามแค่ไหน ผลสุดท้ายก็คือความเสียใจจากการหวังอะไรลม แล้ง อยู่ฝ่ายเดียว

“ทรอนซ์..” น้ำเสียงเว้าวอนกับนัยน์ตาสีฟ้าเจิ่งนองด้วยหยาดน้ำเล็ก ๆ กลับไม่ทำให้บุรุษเจ้าของฉายาเจ้าชายเย็นชาอ่อนไหวหรือสงสารเลยสักนิด

            “ไปซะ ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร” ทรอนซ์ตัดบทด้วยใบหน้าเรียบเฉย และนั่นทำให้หัวใจดวงน้อย ของใครบางคนกระตุกวูบ...แต่เธอยังไม่ละความพยายาม

            “ไม่ ! ฉันจะไม่ทิ้งนาย ! ถ้านายอยู่..ฉันก็จะอยู่ !” สตรีเจ้าของนัยต์ตาสีฟ้ายังคงดึงดัน

ทรอนซ์มองร่างเล็กที่ยังดื้อดึงยืนกรานจะอยู่ ทั้ง ที่ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความเย็นที่รายล้อม

            “…” เขาทิ้งตัวลงนอน พลางประสานมือไว้ที่ท้ายทอย ก่อนที่จะหลับตาลง เพื่อข่มความหวั่นไหวที่ค่อย ก่อตัวขึ้น โดยที่อีกฝ่ายทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ก็นั่งกอดเข่าชมจันทร์อยู่ข้างกายไม่ไปไหน

           

เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้ว ก็ไม่มีใครรู้ ต่างคนต่างจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของตนเองอย่างเงียบ

ฟิ้ว~ ~ ~ ปุง !~

ร่างหนาไหวตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ปรือตาขึ้น

            “นายดูสิ...สวยนะ” ร่างบางที่ยังคงนั่งกอดเข่าอยู่ข้าง เขาเอ่ยขึ้น ดวงตาเปล่งประกาย จับจ้องไปยังความมืดเบื้องบนพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ที่ผุดแต้มบนดวงหน้านวลไร้ที่ติ แสงจันทร์ที่อาบไล้ร่างบางทำให้หล่อนดูเหมือนนางฟ้าบนสรวงสวรรค์

            เป็นรอยยิ้มที่หากเผลอมองนานเข้า คงยากที่จะถอนสายตาจากภาพตรงหน้าได้

ทรอนซ์มองตามนิ้วเรียวที่ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า...

            ฟิ้ว~ ~ ~ ปุง ! ~

พลุรูปร่างคล้ายงูเลื้อยแหวกว่ายในอากาศ แสงสีเขียวฉายแสงสาดส่องไปทั่วนภากว้าง...ก่อนจะหายไปกับความมืดแห่งรัตติกาล

           

“ต่อไปขอรูปกระต่ายน้อย” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากด้านล่าง เรียกความสนใจจากทั้งสองให้เพ่งสายตาลงไป

            “อย่ามาติ๊งต๊อง หญิงสาวร่างสมส่วนว่า ก่อนจะเอามือทั้งสองสัมผัสขมับอย่างใช้ความคิด

            “งั้น ๆ เอาผีเสื้อก็ได้~ นะ มารีอา~” เจ้าของดวงตาสีฟ้าอมเทาเบื้องล่างโวยวายรบเร้า ราวกับเด็กน้อยที่เรียกร้องขอของเล่นที่อยากได้

            มารีอาลืมตาขึ้น ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฎเป็นลำแสงสีขาวพุ่งออกจากนิ้วเรียว ก่อนจะระเบิดเป็นรูปมังกรคำรามบนฟากฟ้า

            “โฮกกกกก!”

            “อ๊าก~ ดุร้าย~ ป่าเถื่อน~ รับไม่ได้~ ” ราล์ฟเฟตะโกนขึ้น พลางแสร้งยกมือขึ้นปิดตาอย่างกลัว

            โป๊ก ! มารีอาจึงประทานมะเหงกไปหนึ่งลูก

            “ปัญญาอ่อน” พร้อมกับคำด่าไปหนึ่งดอก

ราล์ฟยกมือขึ้นคลำหัวป้อย ๆ พลางฉีกยิ้มแห้ง ไปให้...

 

 

“คิกๆ” ‘ช๊อคกี้พิ๊งค์’ หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังทรอนซ์ที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“..มีอะไรหรอ ?” เธอเลิกคิ้วถาม ในใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องมองมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โชคดีจริง ที่แสงจันทร์ช่วยบังดวงหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวของเธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคนตรงหน้าคงจะรู้แน่ ว่า เธอกำลังหวั่นไหว

            “เธอ..” ช๊อคกี้พิงค์...เรียกฉันว่าพิ๊งค์ได้ไหมนะ’ เด็กสาวบ่นในใจ แต่แค่เขาให้ความสนใจ หัวใจเธอก็พองโตราวกับจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

            “…?” การรอคอยแบบนี้มันชวนอึดอัดไม่น้อย หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นเร็วถี่ขึ้นแบบนี้ อีกไม่นานเธอคง...

            “..ทำไม...ถึงหัวเราะ ?”

            ............เงียบ...........

“ฮ่า ๆๆๆ ~ นายพูดอย่างกับว่านายไม่เคยหัวเราะ ?” พิงค์พูดกลั้วหัวเราะ และก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าอันจริงจังของทรอนซ์

อัตราหัวใจกลับมาเต้นปกติ...เธอรู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย...ก็เขาเปรยบทสนทนาก่อนนี่ แค่นี้ก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว

            “หรือนายไม่เคย ?” พิงค์เริ่มถามอย่างไม่แน่ใจ สายตาที่มองไปเต็มไปด้วยความทึ่งปนสงสัย

            “อืม...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยครางในลำคอ ทรอนซีราถอนสายตาจากหญิงสาวเบื้องหน้าก่อนที่จะเลือกทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

            “ถามจริง !?” นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนสั่นระริก ดวงตาเบิกโตราวกับเจอเรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุดในชีวิต

            จริงสินะ แม้แต่รอยยิ้มบาง ๆ เธอยังไม่เคยเห็นมันปรากฏบนดวงหน้าหล่อเหลานั่นเลยสักนิด

           

ฟิ้ว ว วว ว ว ว ~ ปุง !

กระต่ายสีขาวขนฟูน่ารักกำลังยืนแทะแครอทบนท้องฟ้าอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนที่จะทิ้งแครอท แล้วพยายามกระโดดเอื้อมมือไปหาดวงจันทร์ที่ดูน่าอร่อยกว่า...

“โฮ้ย~~~ น่ารักสุด ๆ !” ราล์ฟว่าอย่างพอใจในผลงานตัวเอง

            ฟิ้ว~ ~ ~ ปุง ! ~

สิงโตตัวใหญ่สีน้ำตาลพุ่งทะยานขึ้นฟ้า...ก่อนจะเขมือบกระต่ายเข้าไปทั้งตัว

            “อ๊ากกกกก! กระต่ายน้อยของฉัน !” ราล์ฟโวยวาย กระโดดกระทืบเท้าไปมา พลางชี้นิ้วไปยังสิงโตสีแดงอย่างไม่พอใจ “ไอ้สิงโตบ้าใจร้ายย แง่ ๆๆ”

            “ราล์ฟเฟ...เห็นแก่หน้าตาของทีมบ้างเถอะนะ” มารีอาอดไม่ได้ที่จะตักเตือนอีกครั้ง

 

“คิก ๆๆ” พิงค์ถอนสายตาจากภาพเบื้องล่าง แล้วหันไปมองนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่เธอหลงใหล ดวงตาคู่นั้นไม่แสดงอารมณ์ใด ทั้งสิ้น ร่างหนานอนแน่นิ่ง อย่างไม่สนใจเหตุการณ์เบื้องล่าง

            เสียงหัวเราะเบา ดังเป็นระลอก จากด้านล่าง ตามมาด้วยเสียงเชียร์ทั้งฝ่ายมารีอา และราล์ฟเฟที่แข่งยิงพลุกันไม่หยุดหย่อน

“นายไม่ต้องทำอะไร...ก็แค่...เปิดใจรับความสุขจากคนรอบข้าง...ก็เท่านั้น” พิงค์ยิ้มบาง อย่างอ่อนโยน ก่อนเปรยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปนอ้อนวอน

“ทรอนซ์...นายช่วย...เปิดใจรับฉันหน่อยได้มั้ย...สักนิดนึงก็ยังดี” ช่วยมองฉัน มองมาที่ฉัน มองมาทางฉันบ้าง

ฉันที่รักนายสุดหัวใจ

            ฟุ่บ! เสียงร่างบางกระทบแผ่นหลังคา เรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มไม่น้อย เขาดันตัวขึ้น ก่อนจะปรายตามองร่างไร้สติที่ฟุบลงข้าง

“…” ประโยคสุดท้ายที่เธอเปรยไว้ วนเวียนอยู่ในสมองอยู่นาน เขาครุ่นคิดสักพัก พลางจับจ้องไปยังดวงหน้างามที่ฉายแววเจ็บปวดอยู่ลึก

            'เปิดใจ...งั้นหรอ ?'

เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกออก แล้ววางมันบนร่างบาง โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร มือหนาก็เอื้อมไปสัมผัสดวงหน้าเรียวไร้สีเลือด

            “…” ดวงหน้าคมคายนั่นยังคงนิ่งเฉย ยากแก่การคาดเดาอารมณ์ หากแต่ภายใต้ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นแสดงความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ

            ร่างหนาช้อนร่างบางขึ้นมาแนบอก...แล้วหายไปพร้อมกับลมหนาวแห่งรัตติกาล...

 

 

………………………………………………………………………………………………………………….....

 

            ให้ตายสิ ! มันช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย !

ดูห้องพักของปริ๊นซ์ทรอนซีรานี่สิ ! ทำไมมันทั้งหรู ทั้งกว้างอย่างนี้ฟะ !

ฉันหันขวับไปมา มองทั่วทั้งห้องอย่างตื่น ๆ ภายในห้องเน้นการตกแต่งโทนสีขาวเรียบ ๆ ฟิลประมาณห้องบรรทมของเจ้าชายในเทพนิยายกรีก ผสมผสานกับสไตล์โมเดิร์นอย่างลงตัว โอ้นั่น ! มีโฮมเทียร์เตอร์ด้วย !

            “มาช่วยกันหน่อยสิ...หมอนี่หนักเป็นบ้า” ราล์ฟบ่น ขณะที่มารีอาเดินจ้ำไปยังบริเวณกลางห้อง

            ฉันถอนหายใจอย่างปลง ๆ ก่อนจะเดินไปช่วยพยุงแขนทรอนซ์อีกข้าง

            “เอ๋ ? ทำไมนะ...ไม่เห็นรู้สึกเบาขึ้น ?” เสียงกวน เอ่ยขึ้น

            “…”

            “ชาร์ลีน...เธอ..”

“เออ ! ฉันเตี้ย ! พอใจรึยัง”

            “ฮะ ๆๆๆ ล้อเล่นน่า~ เธอไม่ต้องช่วยหรอกเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

            ชิ ! แล้วจะบ่นให้ช่วยทำซากอะไรฟะ !? ก็รู้อยู่ว่าฉันไม่สูงพอ แล้วยังจะตอกย้ำอีก

           

เสียงหวานจากสตรีร่างสมส่วนเริ่มบริกรรมคาถา เธอนั่งขัดสมาธิ นิ้วเรียวสองนิ้วจากมือทั้งสองข้างสัมผัสขมับ ใบหน้าตึงเครียดราวกับกำลังใช้สมาธิอย่างหนัก ริมฝีปากสีชมพูอ่อนอวบอิ่มเปล่งถ้อยคำเป็นภาษาแปลก อย่างรัวเร็ว ฉันที่ยืนมองเหตุการณ์ก็ยืนค้างไม่กล้าขยับตัว จนแทบลืมหายใจเลยทีเดียว

            แล้วจู่ มารีอาก็เบิกตาโพลง(เล่นเอาหัวใจเกือบหยุดเต้น) ปรากฏลำแสงสีฟ้ารูปดาวห้าแฉกบนพื้นห้องที่ควรจะโล่ง ขณะที่นัยน์ตาสีชาอ่อนคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มดูดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า

            นั่น มารีอาหรอ ?

ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ก่อนจะสาวเท้าเดินตามราล์ฟที่พยุงร่างทรอนซ์ไปที่กลางห้อง บริเวณที่มารีอาเสกดาวห้าแฉกขึ้นมา

            พรึ่บ !

แสงในห้องดับมืดลง ทั้งห้องเหลือเพียงแสงสว่างจากพื้นรูปดาวห้าแฉกเท่านั้น

            “ไม่ต้องกลัว...เรากำลังจะเริ่มพิธีแล้ว” มารีอาอธิบายสั้น ๆ

            ฉันหันขวับไปสบกับนัยน์ตาสีเหลืองคล้ายเสือป่าที่ดูไม่คุ้นเคยนัก แล้วพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้

            ว่าแต่...พิธี ? พิธีอะไรฟะ ! 

            ฉันได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ มองราล์ฟที่บรรจงวางร่างทรอนซ์ไว้บนพื้นห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งตรงข้างมารีอา

            “เธอออกไปรอข้างนอก ห้ามให้ใครมารบกวนพิธีเป็นอันขาด” เสียงเย็นยะเยือกบัญชาตรงมาจากแม่นางมารีอา ทำให้ฉันต้องพยักหน้าหงึกหงัก รับคำแต่โดยดี

            ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นในห้องคือ มารีอา และ ราล์ฟเฟใช้มือข้างหนึ่งประสานกันเหนือร่างทรอนซ์ อีกข้างก็ยกขึ้นมาสองนิ้วโดยนิ้วชี้จรดกับริมฝีปาก

ทันใดนั้น แสงสีเขียวสว่างจ้าก็แล่นแปลบ มาจากด้านหลัง ทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัว รีบออกมาข้างนอกแล้วปิดประตูห้องอย่างรวดเร็ว และเมื่อหันหลังให้ประตู ก็ต้องมารับบทเป็นยามเฝ้าหน้าห้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            เฮ้อ ! เป็นนางเอกอยู่ดีไม่ว่าดี ต้องเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้รักษาความปลอดภัย

 

“เฮ้~” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ใจฉันกระตุกวูบ ก่อนจะเบือนหน้าไปมองต้นเสียง

            “เด็กใหม่...ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ?”

            “น่ะ...นายหัวทอง”

            “ห๊ะ ? เธอว่าไงนะ ?”

            “เปล่า ๆ...นาย การ์มี…ใช่ไหม” เวรกรรม~ มาเจ๊อะอะไรตอนนี้เล่า ฉันยังไม่พร้อมได้ไหมเนี่ย ฮือ

            “อืม...เดี๋ยวลงไปงานเลี้ยงกับฉันก็ได้ อาจารย์ใหญ่เรียกหาเธออยู่นี่ เป็นเด็กใหม่ก็ต้องแนะนำตัวให้รู้จักบ้าง...จริงไหม” การ์มีว่า สายตาคมกริบจ้องหน้าฉันอย่างจับพิรุธ

            เฮือก !~ เอาไงดีล่ะทีนี้ ! เพิ่งรอดตายมาหมาด ๆ ยังต้องมาผจญภัยอะไรอีกฟะเนี่ย ! ถ้ารอดได้เดี๋ยวแม่จะเขียนคัมภีร์ชีวประวัติเลยหนิ

            “เฮ้อ...จะว่าไป ทรอนซ์ไปไหนของเขานะ อยู่ในห้องรึเปล่า ว่าแล้ว การ์มีก็เดินลากเท้าเข้ามา แล้วทำท่าจะเปิดประตู !

ได้เวลา รปภ. ทำงาน ! ชิ้ง~

            “เดี๋ยว ๆ~..Stop !” ฉันยกมือทั้งสองยันอกนายหัวทองไว้สุดแรง

            “หืมม์ ?” เขาชะงัก ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

            “หมอนั่นคงไม่ชอบให้ใครเข้าห้องพักของเขาโดยพลการแบบนี้หรอกนะ” เออเอาวะ แถ ไป หน้าที่ของฉันคืออย่าให้ใครเข้าไปข้างในเด็ดขาดนี่นะ

            “อืม...ก็จริง” เขารับคำอย่างว่าง่าย

            “อีกอย่าง...ฉันเห็นเขาอยู่กับราล์ฟเฟที่งานเลี้ยงแหน่ะ” ฉันรู้สึกว่าชักสนุกกับการแถ

            “งั้นหรอ ?” สีหน้าเขาดูเรียบ ๆ ไม่คล้อยตามหรือแสดงท่าทางไม่เชื่อแต่อย่างใด

            “อืม~ ใช่” ฉันตอบเสียงใสพร้อมรอยยิ้มมั่นใจเต็มเปี่ยม

            “อือ...งั้นไปกัน !”

            “อื้ม...เอ้ะ !” อ้าวเห้ย ! ไหงกลายเป็นงี้อ่ะ ยืนแถอยู่ดี ร่างก็ปลิวตามแรงลาก ฉันถูกหมอนั่นจูงมือนำไปข้างหน้าอย่างไม่อาจต้านทานแรงได้เลย


Rewrite 29/04/18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2393 Mayoko (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:12
    หวังว่าการรับน้องใหม่จะไม่โหดนะ//เหงื่อตก
    #2,393
    0
  2. #1760 Me_MoZa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 09:23
    สยุกมว้ากค่าาาา *-*
    #1,760
    0
  3. #1656 cake01 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 14:46
    อ้ากกกก หนุกๆๆๆ
    #1,656
    0
  4. #1637 นางฟ้าบลูม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 11:59
    นางเอกแถเก่งงั้นเรอะ
    #1,637
    0
  5. #1627 melonies (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 00:30
     Loveeeee this storyyy sud sud khaaaa 
    this story is awsomeeee 
    #1,627
    0
  6. #1617 หญิงมุก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 22:01
    ชอบๆๆๆๆๆ
    #1,617
    0
  7. #1605 Skydy*nb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2555 / 18:31

    มีเพลงเอลนิญโญ๋มาประกอบด้วยอะ หน้าทาทายังลอยมาเลย ><

    พิงค์คือครายยย =[]=
    อ่านเรื่องนี้แล้วมีเงื่อนงำตลอดเลยอะบาบิQ > <
    ต้องติดตามอีกแล้ว
    เราเพิ่งอ่านนิยายแฟนตาซีเรื่องนี้เป้นเรื่องแรกเลยนะ ปกติอ่านแต่แนวรักโรแมนติก
    สนุกอะๆ มีเวลาก้มาอ่านตลอด
    แล้วจะมาอีกเรื่อยๆน้า ;))

    #1,605
    0
  8. #1523 SheetahG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 05:36
     รปภ.โดนลากตัวไปซะแล้ว .. แล้วอย่างนี้.. ใครจะเป็นแทนละเนี่ย ?
    #1,523
    0
  9. #1491 MinZ@ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:21
    รู้สึกนางเอกจะแถเก่งนะ
    #1,491
    0
  10. #1483 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 22:17
     สงสารทรอนซ์จังเลยอ่ะ
    #1,483
    0
  11. #1481 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 21:44
     สงสารทรอนซ์จังเลยอ่ะ
    #1,481
    0
  12. #1436 SheetahG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 06:25
    เอ๊ะ ?? สาวคนก่อนของทรอนซ์นี่.. เรานี่นา อิอิ ล้อเล่นนนน > <
    #1,436
    0
  13. #1406 BigGest-Dino (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 11:07
    ไฮ้หย่ะ!!! สองมาตรฐานอ่า =o=;;

    ยัยนางเอกนี่ไง เขาบอกว่าเกาะไว้ หล่อนล่อกอด เลยทีเดียว =*=
    ปล. ท่าทางหื่นไม่แพ้นางเอกเรา โฮ๊ะๆ

    และสุดท้าย มันส์ปนฮา พะยะค่ะ ^^!
    #1,406
    0
  14. #1366 $ ..... $ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 21:24
     พลังอะไรกันแน่เนี่ย
    #1,366
    0
  15. #1278 [P]a[t] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 16:16
    ทรอนเปนไรไปอ่ะ
    ความลับเยอะจังน้า
    อ่านต่อล่ะ =w=
    #1,278
    0
  16. #1237 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:15
    ยูกิ~~~~~
    #1,237
    0
  17. #1182 แคลลีน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 15:51
    สนุกมากกกก
    #1,182
    0
  18. วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 02:15

    จิตนาการสูงนะไรท์เตอร์  ฮิฮิ

    เคลิ้มเลย~ อ๊าง

    #1,141
    0
  19. #1101 yunijung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 21:36
    เวรอีก
    #1,101
    0
  20. #1060 Parn_SeoRoRo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 17:32
    มีความลับเยอะเกิ๊น

    55+
    นางเอกก็ช่างคิดได้เนอะ

    เเต่เราชอบคู่วายน้าาาาาาาา
    #1,060
    0
  21. #1042 **ฟรุ๊ตตี้=[[f]inzO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 14:20
    นางเอกมีค.สามารถในการจิ้น(ใช้คำนี้ป่ะวะ)
    เดี๋ยวมีรีเควส์ทให้แต่งทรอนซ์แพทหรอก
    หยึย!! เผ่นจ้า
    #1,042
    0
  22. #1010 ~?Lotion!~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2552 / 13:54
    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,010
    0
  23. #926 Chii_Elda (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 21:58
    ตอนนี้รู้อย่างเดียว หลงรักนางเอกอะ

    น่ารักจัง
    #926
    0
  24. #361 AppleCyder (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 20:18

    ตอนนี้ฮามากกกก

    เริ่มชอบนางเอกขึ้นมาแล้วล่ะ

    ว่าแต่ทรอนซ์กะแพทโป้งกันเรื่องไรอ่ะ

    อยากรู้จัง
     

    #361
    0
  25. #360 -'๑'- eilove_g.girl -'๑'- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 17:53
    เม้นต์ๆ ๆ ๆ ๆ
    คนที่เป็น เอ่อม..อยู่ในตำแหน่งผู้รักษา
    ทายว่า . . 
    เป็นคนรักเก่าของพระเอกรึเปล่าคะ ? 5 5 +
    สนุกดีคะ
    ชอบมาก
    >//<
    #360
    0