The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 3 : The Keyz 3 ปรึกษาหารือ + ศิลาเวทย์สกัด -Rewrite-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    29 เม.ย. 61

[3]

 

 

ภายในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีชมพู เด็กสาวผู้มีนัยน์ตาสีอเมธิสต์กำลังเดินวนไปมาในห้องสี่เหลี่ยม ดวงหน้าเรียวเล็กมีเหงื่อผุดเกาะเป็นหย่อม คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่นาน จนในที่สุดก็ถอนหายใจ ส่ายหน้าช้า ๆ แล้วตัดสินใจหงายหลังล้มลงบนเตียงนุ่ม ก่อนมองจ้องเพดานด้านบน ซึ่งถูกประดับด้วยโคมไฟที่ทำจากเม็ดคริสตัลเล็ก ที่ห้อยระย้าลงมาเป็นรูปดอกไม้คว่ำ

 

ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มนิ่มสีชมพูแป๋น ก่อนยกมือขึ้นเกยหน้าผาก เมื่อเริ่มคิดได้ว่าการเดินไปเดินมาหลาย รอบไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากทำให้เวียนหัวมากขึ้น แต่ก็เอาเถอะ ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี ๆ ปนมาอยู่บ้างล่ะน่า เพราะอย่างน้อย ทรอนซีรา นายเจ้าชายน้ำแข็งนั่นก็คงจะยอมช่วยฉันอยู่หรอก หมอนั่นย้ำให้ฉันรอแค่ในห้อง ห้ามเดินออกไปเพ่นพ่านปรากฎตัวให้ใครต่อใครเห็นอีก ในขณะที่เขาออกไปหาตัวช่วย ซึ่งนั่นคงจะเป็นเพื่อนในกลุ่มนั่นแหละ อีกไม่นานราล์ฟกับมารีอาก็คงจะรู้เรื่องของฉัน ส่วนพวกเขาจะเอายังไงต่อนั้นก็สุดจะคาดเดาได้ ฉันก็ได้แต่ภาวนาว่าจะไม่โดนจับตัวส่งอาจารย์

 

ฉันย้อนนึกถึงภาพสุดท้ายที่เห็นทรอนซ์ ขณะที่เขาหันมากำชับคำสั่ง...

อยู่แต่ในห้อง...เข้าใจไหม ?”

รู้แล้วน่า

เฮ้อ ยุ่งจริง

 

ถึงหมอนั่นจะขี้บ่น ขี้เก๊ก ดูแล้งน้ำใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยอมช่วย

ฉันมองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งประหนึ่งว่าชาตินี้จะไม่ลืมพระคุณครั้งนี้เลย ทรอนซ์ซึ่งเห็นสายตาอันน่าสงสารของฉันก็ชะงักไป

 

           “ฉันส่งเธอให้อาจารย์ใหญ่ดีกว่า ยังไงซะมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน

           “เฮ้ย ! ทำไมพูดงั้นอ่ะ

           “เหอะ...เห็นแก่หน้าอันน่าสมเพชของเธอหรอกนะ

            ก็...เราจะเห็นได้ว่าทำไมคนเย็นชาถึงไม่จำเป็นต้องพูดมากนัก เพราะเขาเงียบน่ะดีแล้ว พูดมาแต่ละคำนี่ช่าง

            ฉันต้องฝืนกลั้น ข่มสตินับเลขท่องสูตรคูณในใจ ยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ แล้วฉีกยิ้มหวาน ส่งไปให้หมอนั่น สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ อยู่แต่ในห้อง ไม่เสนอหน้าออกไปไหน...

อ๊ากกก !! มันน่าเจ็บใจชะมัด นี่ฉันต้องฝากชีวิตไว้กับตาเย็นชาขี้เก๊กแถมปากคอเราะร้ายจริง หรือนี่

หวังว่าหมอนั่นจะไม่วิ่งแจ้นไปฟ้องอาจารย์เจ๊หนิมแล้วหรอกนะ

รู้สึกว่าตัวเองจะเริ่มฟุ้งซ่านอีกครั้ง ฉันจึงพยายามข่มตาลงนอน และเมื่อเริ่มรู้สึกว่าสติหลุดลอย ราวกับว่ากำลังนอนทิ้งตัวอยู่บนปุยเมฆนุ่มนิ่มนั้น...

ก๊อก

อืมมม...เสียงอะไรก็ไม่รู้ดังแทรกขึ้นมา ความง่วงชนะความอยากรู้อยากเห็น ไม่ไหวแล้ว ไม่อยากตื่นมาคิดอะไรหนักสมองแบบนั้นอีกแล้ว

คิดดังนั้นฉันจึงได้แต่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับหมู่ดาวแสนสวยที่ลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้าแทน

 

ก๊อก ปัง !

ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงสุดท้ายดังมากจนต้องยอมตื่นในที่สุด หลังจากฝืนพยุงร่างตัวเองขึ้นมานั่ง บิดขี้เกียจบนเตียงอีกสักสองสามที ฉันก็ตวัดขาหย่อนลงข้างเตียงทีละข้าง(ซ้ายขวาตามลำดับ) ก่อนเดินโซซัดโซเซไปจับลูกบิดประตู

 

ไอซ์...ฟรีซซิ่ง ได้ยินเสียงฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นจากอีกฟากฝั่งของประตู รู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากลูกบิดอะลูมีเนียม ด้วยสัญชาตญาณดิบ ฉันรีบชักมือกลับแล้วถอยหลังชนกำแพงทันที

แกรก

ฉันมองประตูที่เริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอย่างตะลึงลาน จากที่กึ่งหลับกึ่งตื่นก็ต้องเรียกได้ว่าตื่นเต็มตา จ้องมองไปยังเกล็ดน้ำแข็งที่ค่อย ๆ ร้อยเรียงต่อกัน เคลือบทับเพิ่มความหนาทีละชั้น จนในที่สุดประตูไม้ก็ถูกห่อหุ้มอย่างสมบูรณ์ 

โครม! ก่อนจะล้มลงไปกองแทบเท้าของฉัน ! โอ้แม่เจ้า ! เมื่อกี้เฉียดนิ้วโป้งไปเซนติเมตรเดียวเองนะ ! ฉันยืนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่านใบเล็ก ๆ

อื้อหือ ! วันนี้เจอแต่เรื่องโชคร้ายแต่อย่างน้อยนิ้วโป้งก็ยังมีโชคอยู่บ้างล่ะวะ !

           

            ฉันยืนกลั้นหายใจ ยังค้างอยู่ในท่าเดิมเสมือนรูปปั้นน้ำแข็งประดับห้อง ทรอนซ์ที่ยืนนิ่งก็เริ่มขยับตัว ลากเท้าเข้ามาในห้อง และในขณะที่กำลังจะผ่านร่างฉันไป เขาก็หันกลับมาถามเรียบ ๆ จะยืนค้างอยู่ตรงนี้อีกนานไหม

 

ทะ...ทรอนซีรา น่ะ นาย...” ฉันพูดตะกุกตะกักเหมือนไม่ใช่เสียงตัวเอง ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นอึ้ง จากนั้นก็เป็นความตื่นเต้นแทน ! ทรอนซ์เหมือนจะรู้ว่าฉันต้องการจะบอกอะไร เขาขยับปากเอ่ยก่อนที่ฉันจะพูดจบประโยคอย่างกึ่งรำคาญ

 

นี่เป็นการร่ายเวทมนตร์พื้นฐานของนักเวทสายน้ำ

นายทำได้ไงน่ะ ! สอนฉันมั่งได้ไหมอ่ะ” ความตื่นเต้นทำให้ฉันก้าวไปข้างหน้ายื่นมือหมายจะคว้าแขนเขา แต่ตานั่นก็ก้าวถอยหลบได้ทัน นะ...นะๆๆๆ ไม่เป็นไร ! เคยได้ยินคตินี้ไหม ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เวลาฉันอยากได้อะไรก็ใช้วิธีนี้กับป้าเอลี่แล้วมันก็ได้ผลทุกที

 

เธอลืมสถานะตัวเองตอนนี้ไปแล้วหรอ...ชาร์ลีน” ทรอนซ์พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ และส่งสายตาเย็น ๆ สื่อความหมายบางอย่างมาให้

            ฉันชื่อ อะ..”

            ไม่ว่าเธอจะชอบชื่อไหนที่พ่อแม่ตั้งให้ แต่เมื่ออยู่ที่นี่ ชื่อเดียวของเธอก็คือชื่อที่เธอใช้สมัครเข้ามาเท่านั้น และถ้าไม่อยากให้ใครสงสัยมากไปกว่านี้ ก็ควรเรียกตัวเองว่าชาร์ลีน ทรอนซ์ตัดบท ก่อนส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเบา ดูเหนื่อยหน่ายกับฉันเต็มทน ให้ตายสิ คุยกับเธอแล้วฉันดูเป็นคนพูดมาก

ฉันไม่ได้เจาะปากให้นายพูดนี่ !” เอ๊ะ เมื่อกี้เหมือนด่าตัวเอง

            ถ้าไม่มีเชื้อสายของผู้ใช้เวท เธอก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ เขาสรุปสั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง ปล่อยให้ฉันยืนเครียดอยู่หน้าประตูแช่แข็งเพียงลำพัง

            เดี๋ยวก่อน นี่ก็หมายความว่า ฉันเป็นคนเดียวที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ ท่ามกลางกลุ่มคนที่ใช้เวทมนตร์ได้น่ะนะ ! แล้วอย่างนี้ความก็แตกกันพอดีน่ะสิ จากนั้นก็ไม่อยากจะคิด ฮือ ๆ ความทรงจำของฉันก็จะถูกลบไป ความรู้ที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาเพื่อเข้าคณะแพทย์ที่ใฝ่ฝันก็จบกันพอดี ยังไม่รวมเรื่องน่าอัศจรรย์ของที่นี่อีก ! ไม่เอาหรอกนะ ! ฉันไม่อยากถูกจับได้

 

ว๊า น่าเสียดายจัง ประตูนั่นฉันเป็นคนเลือกสีเลือกลายเลยนะทรอนซ์~” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตู เดาได้ไม่ยากเลยว่าเป็นเสียงของใคร

ราล์ฟเฟ...” ฉันเรียกเบา ๆ จ้องมองนัยน์ตาสีฟ้าเทาที่กำลังสั่นไหวราวกับเจอเรื่องสนุก

            จ๊ะ...ชาร์ลีน(ยิ้ม)” เขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มที่ดูเป็นมิตรเหมือนเดิม

            นายรู้...แล้วใช่ไหม ? ฉันเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก แต่ก่อนที่ราล์ฟจะทันได้ตอบ อีกเสียงหนึ่งก็ดังขัดขึ้นก่อน

            เฮ้อ~ ฉันว่าแล้ว เป็นเสียงหวานใสของร่างสตรีในชุดแซกสีแดง มารีอา ไทรีนอล เมื่อครู่เธอคงไปเปลี่ยนชุดมา ไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนแล้วเธอยิ่งดูมีเสน่ห์ เหมือนนางแบบหรือเน็ตไอดอลชื่อดังเชียวแหละ เธอใช้นัยน์ตาสีชาอ่อนของเธอ จ้องมองมาอย่างจับพิรุธ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจฉันสัมผัสไม่ได้ถึงพลังเวทในตัวเธอเลย...ซักนิดเดียว

            เอาน่า มารีอา เราคุยกันแล้วนี่ว่าจะช่วยอะเม...เอ๊ย !...ชาร์ลีนน่ะ(ยิ้ม)” ราล์ฟว่า ก่อนจะดีดนิ้วเป๊าะอย่างครึกครื้น ดูอารมณ์ดีเชียวนะ ช่วยดูบรรยากาศตอนนี้หน่อยได้ไหมว่าคนเขากำลังเครียดน่ะ

 

            เข้ามาในห้อง เมื่อเจ้าชายน้ำแข็งออกคำสั่ง ทุกคนจึงพร้อมใจกันทำตามบัญชาอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นทรอนซ์ก็ยื่นมือออกมา พร้อมพึมพำอะไรบางอย่างที่ฉันคาดว่าคงเป็นเวทมนตร์ซักบทนึง จากนั้นประตูสีขาวก็เหมือนถูกแรงดึงให้ยกขึ้น ก่อนจะกลับไปประกอบที่เดิม วินาทีต่อมาน้ำแข็งก็ละลายลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นประตูสภาพดีราวกับว่าไม่เคยถูกแช่แข็งมาก่อน !

ในขณะที่ฉันกำลังตกใจกับพลังลี้ลับนั้น จู่ มารีอาก็พึมพำอะไรบางอย่าง พลางยื่นมือไปด้านหน้า หันไปมองพริบตาเดียว พื้นที่โล่งกว้างในห้องกลับถูกแทนที่ด้วยโต๊ะน้ำชาลายเก๋ พร้อมกับเก้าอี้เข้าชุดอีกสี่ตัว !

เวทของฉันเป็นสายพลังจิต มารีอาหันมาอธิบาย ขณะที่กำลังแจกถ้วยชาเล็ก ให้แก่ฉัน ราล์ฟ และทรอนซ์ด้วยท่าทางชำนาญฉันถนัดการสร้างสิ่งที่อยู่ในความคิด...ให้ออกมาในชีวิตจริงได้

เจ๋ง ! ดีกว่าเวทมนตร์ที่เที่ยวแช่ประตูห้องชาวบ้านเนอะ” ฉันออกปากชมอย่างจริงใจ โดยไม่ลืมแว้งกัดอีกคนไปด้วย ซึ่งเขาเองก็คงรู้ตัว ถึงได้ปรายตามองมาอย่่างดุ ขณะกำลังมองสำรวจห้อง

ฮ่าๆๆ เธอกล้าดีนี่ ชาร์ลีน ราล์ฟหันมายิ้มแฉ่งอวดฟันขาวจนเกือบครบซี่ให้ฉัน แอบยกนิ้วโป้งมาให้หนึ่งทีพร้อมขยิบตา ไม่มีใครกล้าท้าทายเจ้าชายน้ำแข็งของเรามานานแล้ว นับตั้งแต่...”

            ราล์ฟเฟ มารีอาขัดขึ้นพร้อมทำสีหน้าไม่สบอารมณ์

รู้แล้วน่า แค่ระลึกถึงฮีลเลอร์คนก่อนไม่ได้รึไงนะ

            หาฮีลเลอร์ อะไรนะ ? ในขณะที่ฉันพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวอยู่นั้น มารีอาก็พูดเรื่องที่หันเหความสนใจฉันทันที เออ เกือบลืมไปเลยว่าพวกเขามารวมหัวกันเพราะเรื่องอะไร

เรามาที่นี่เพื่อคุยเรื่องจะช่วยชาร์ลีนไม่ใช่หรอราล์ฟเฟ...นายเลิกแหย่ทรอนซ์ซักที เมื่อโดนแม่นางมารีอาแหวใส่ ราล์ฟจึงยอมนั่งนิ่ง ๆ เงียบ สงบเสงี่ยมเจียมตัวในท่าไกวห้างแล้วหยิบถือถ้วยชามาดื่ม สวมมาดผู้ดีอังกฤษทันที

 

ถ้าอย่างนั้น ฉันขอเปิดการประชุมเลยแล้วกันนะ...แค่กๆๆ ในเมื่อคนเปิดประชุมกำลังสำลักน้ำชา ฉัน มารีอา ทรอนซ์ จึงได้แต่มองหน้ากันเงียบ จนในที่สุดคนพูดน้อยก็เป็นฝ่ายเปรยขึ้นก่อน 

พวกฉันว่ายังไงเธอก็ไม่รอด ทรอนซ์สรุปสั้น เอิ่ม ฉันขอเปลี่ยนคนสรุปแทนได้ไหม ขอแบบที่ประนีประนอมกว่านี้สักนิดนึงก็ยังดี

            ยังไง เธอก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี แต่จะช้า หรือจะเร็ว ก็เท่านั้น มารีอาพยักหน้าสนับสนุนอีกแรง อืม เป็นความคิดที่ดีนี่ ขอบใจนะ

หรือบางทีเธออาจไม่รอดผ่านพ้นคืนนี้ก็ได้นะราล์ฟเฟพูดเสริม ทำให้เส้นอารมณ์ของฉันขาดผึง !

แล้วที่พวกนายหายกันไปตั้งนานนี่คือคุยกันว่าฉันจะไม่รอดออกไปอย่างนั้นเหรอ

ใจเย็น น่าชาร์ลีน พวกเราคิดแผนสำรองไว้ให้เธอแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะสำเร็จก็ได้ ราล์ฟยังคงพูดหน้าระรื่นต่อไป แต่ฉันทำใจเชื่อเขาไม่ลงแล้ว อย่างเขาน่ะยังมีภาพพจน์อันน่าเชื่อถือหลงเหลืออยู่อีกเหรอ

 

ฟังนะ...คืนนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ ถ้าเธอไม่มีเวทมนตร์ ทุกคนก็จะรู้เพราะไม่ได้กลิ่นไอเวทออกจากตัวเธอเลย มารีอาทำทีท่าเหมือนพยายามจะอธิบาย ตามธรรมเนียมปกติแล้วพวกนักเรียนใหม่จะต้องขึ้นไปแนะนำตัวบนเวทีน่ะสิ ทีนี้ เธอก็จะเป็นจุดสนใจทันที

แล้ว ทำไมตอนที่เจออาจารย์ใหญ่คราวก่อน หล่อนถึงไม่รู้ว่าฉันไม่มีเวทมนตร์ล่ะ ฉันพยายามคิดตามในสิ่งที่มารีอากำลังอธิบาย ไอเวทคืออะไร มันคงเป็นเหมือนกลิ่นเฉพาะตัวอย่างนั้นล่ะมั้ง 

นั่น...คงเป็นเพราะกลิ่นไอเวทจากตัวทรอนซ์น่ะ...ทีนี้ เรื่องของเรื่องก็คือ...ถ้าผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้ว เธอยังหนีออกไปข้างนอกไม่ได้ มันช่วยไม่ได้ที่เธอจะต้องย้ายมาเรียนที่แผนกพิเศษแทน

หา !” ฉันทำตาลุกวาว เมื่อได้ยินว่าจู่ ก็ได้อัพเกรดเลื่อนขั้นจากหลักสูตรสามัญเป็นหลักสูตรพิเศษ อันร่ำลือกันว่าค่าเทอมแพงแสนแพง แถมต้องมีเส้นสายหนาพอตัว ฉันเนี่ยนะ !

ทันใดนั้น ทรอนซ์ก็ลุกยืนขึ้นแล้วเดินไปยังชั้นหนังสือ ในขณะที่ทุกคนต่างกำลังตกอยู่ในความคิดตัวเอง 

 

เราอาจต้องใช้ศิลาเวท’ ” ทรอนซ์ถือหนังสือตรงเข้ามา แล้ววางมันบนโต๊ะน้ำชา

            เป็นความคิดที่ดี ! คิดได้ไงน่ะ !?” ราล์ฟจึงพุ่งเข้าตะปบหนังสือเล่มนั้นทันที

ศิลาเวทคืออะไรอ่ะ ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีความรู้น้อย ยังไงก็ไม่รู้

ศิลาเวท คือหินที่บรรจุพลังของผู้ใช้เวท ก็เหมือนแบตเตอรี่ในโลกมนุษย์นั่นแหละ เจ้าของศิลาต้องหมั่นชาร์จพลังใส่ให้บ่อย ปกติแล้วพวกเราจะเก็บไว้ใช้ตอนที่พลังอ่อนแอลงมาก เหมือนเก็บพลังสำรองไว้ใช้ไงล่ะ มารีอาเป็นผู้ให้คำตอบ จากนั้นฉันจึงชะโงกหน้าไปอ่านข้อความในหนังสือบ้าง “ฉันเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้ใช้เวทสามารถโอนถ่ายพลังให้ผู้ไม่มีเวทมนตร์ได้เหมือนกัน”

 

หัวข้อ :: ‘สำหรับผู้ไม่มีเวทมนตร์!’

เพียงนำศิลาเวทมาสกัด แล้วดื่มเข้าไป จะทำให้ผู้ไม่มีเวทมนตร์ สามารถใช้เวทมนตร์ได้ชั่วคราว ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพลังเจ้าของศิลา ส่วนผสมอ่านต่อหน้า19...’

พรึ่บ

จู่ หนังสือบนโต๊ะน้ำชาก็ถูกปิดฉับอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉันอยู่ในท่าก้มค้าง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับนัยน์ตาสีทะเลลึก ที่จ้องนิ่ง กลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

           

นายทรอนซีรา ! ฉันยังอ่านไม่จบเลยนะ ให้ตายสิ เขาไม่ได้ตั้งใจจะยั่วประสาทฉันจริง ใช่ไหม ! ฉันคิดขณะพยายามยื้อแย่งตำราหนังสือคืนมาจากมือเขา ทรอนซ์ยกมือที่ถือหนังสืออยู่ ชูขึ้นสุดแขนไม่ให้ฉันเอื้อมถึง เอามานะ ! ปล่อยมือเซ่ !” ฉันกระโดดคว้าสันหนังสือบางส่วนแล้วพยายามแย่งมา ทำให้หน้าหนังสือกางแง้มออก ในขณะที่อีกสองคนที่เหลือเงยหน้ายืนจ้องนิ่ง ๆ ไม่คิดจะช่วยเหลือกันบ้างเลย !

            นายทรอนซีรา !” ฉันพยายามออกแรงดึงจนเริ่มเหนื่อย พร้อมมองตาเขียวใส่หมอนั่นเต็มที่

อะไร ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านเหรอ !

นายมัน…!” ขอนึกคำด่าก่อน !

            ไอซ์ ฟรีซซิ่งคิดไม่ทัน ! ตอนนี้หนังสือในมือหมอนั่นถูกปิดผนึกด้วยก้อนน้ำแข็งโดยสมบูรณ์แล้ว

 

ทรอนซ์...ไอ้วิธีชาร์จน่ะ เอ่อ มารีอาพูดพร้อมกับทำหน้าแดงเป็นลูกตำลึง อะไร เมื่อกี้ที่ยืนนิ่งเหมือนวิญญาณหลุดนี่คือกำลังแอบอ่านอยู่หรอกเหรอ

“…” ทรอนซ์หน้าตึงขึ้นเล็กน้อย “ฉันไม่คิดว่ายัยนี่จะอยู่นานขนาดนั้น...”

            โอ้โห~ โรแมนติกจัง~” ราล์ฟยิ้มกรุ้มกริ่ม ขณะมองหน้าทรอนซ์กับฉันสลับกันอย่างน่าสงสัย อะไร ! นี่นายก็ยืนอ่านด้วยเหรอ !

            พวกนายพูดเรื่องอะไรกันน่ะ ?” แล้วมันเรื่องอะไรกันเล่า !

            ฉันกวาดสายตามองใบหน้ากระอักกระอ่วนของมารีอา รอยแดงบนแก้มของหล่อนยังดูชัดกว่าชุดแซ็กสีแดงของเธออีก เมื่อไล่สายตาไปยังเจ้าจอมกะล่อนราล์ฟเฟ เขาก็ยังยิ้มทะเล้น ทำท่าเอียงอายใส่ สุดท้าย ทรอนซ์เอ๊ะ นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าที่เห็นรอยชมพูนิด ๆ นิดเดียวเท่านั้น บนแก้มของทรอนซ์น่ะ !?

ฉันสะบัดหน้าแรง ๆ ก่อนจะขยี้ตา แล้วมองกลับไปอีกทีก็พบว่า...

ทรอนซีราก็ยังคงทำหน้าตายเหมือนเดิมนี่หว่า เหอๆ

สงสัยจะเป็นแสงที่มีสมบัติการสะท้อน , หักเห , เลี้ยวเบน , แทรกสอดกับผนังห้องวอลเปเปอร์สีชมพูนั่นแหละ...ฉันคงตาฝาดไปเองจริง ๆ

 

………………………………………………………………………………………………………………….....

 

อืมม...โอ้...ใช้ได้ ...”

            ฉันพึมพำประโยคข้างต้นนี้กับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่จ้องมองร่างบางอ้อนแอ้นของเด็กผู้หญิงนัยน์ตาสีม่วงในกระจก ที่กำลังหันซ้ายหันขวาสำรวจการแต่งกายของตนเอง ใบหน้าของคนในกระจกดูตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว ก็แหงล่ะ ฉันเคยใส่ชุดราตรีกับเขาแบบนี้ที่ไหนล่ะ

 

ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกดัดเป็นลอนคลายคลอเคลียบ่า ชุดแซกสีฟ้าอ่อนดูเรียบหรูมีระดับ ความนุ่มลื่นของเนื้อผ้า บ่งบอกถึงคุณภาพราคาที่ดูน่าจะแพงพอสมควร มีผ้าคลุมไหล่สีขาวคลุมทับแผ่นหลัง ถูกจัดวางบนไหล่ทั้งสองข้าง แล้วผูกเป็นปมรูปดอกไม้อยู่กลางอก เสื้อผ้าเข้ารูปทำให้เรือนร่างถูกอวดส่วนเว้าส่วนโค้งอยู่บ้าง กระโปรงยาวฟูฟ่องประมาณเข่า ให้ความรู้สึกหวานเก๋ไปอีกแบบ ตอนนี้เธอมองดูคล้ายเจ้าหญิงน้อยในเทพนิยายก็ไม่ปาน

 

ชาร์ลีน...” เสียงหวานใสทักขึ้นจากด้านหลัง ฉันเหลือบมองภาพที่สะท้อนจากกระจก จึงเห็นร่างหญิงสาวเจ้าของเสียง หล่อนมีนัยน์ตาสีชาอ่อน อยู่ในชุดโบราณแนวไอยคุปต์สีขาวบริสุทธิ์ มีมงกุฎประดับศีรษะอีกชิ้น ยิ่งเสริมมาดนางพญาขึ้นไปอีก

มารีอา ฉันหันไปยิ้มให้บุคคลด้านหลัง

สวยนี่ มารีอาคลี่ยิ้มจาง ก่อนจะเลื่อนสายตามองสำรวจชุดของฉัน อืม ฉันว่าไม่เห็นจะโป๊เลย ทรอนซ์กลับเดินมาต่อว่าฉัน ว่าเอาชุดอะไรให้เธอใส่...ไม่เข้าใจแฟชั่นเลยนะหมอนั่นน่ะ มารีอาทำหน้าเบ้ พลางเดินเข้ามาคว้าหมับที่ไหล่ฉันโดยไม่บอกไม่กล่าวใดใดทั้งสิ้น ก่อนหลุบตาลง ทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่

            ง่า...หมอนั่น...เอ่อ...ทรอนซีรามาที่นี่หรอ ?” มาตอนไหนฟะไม่เห็นรู้เรื่องเลย สงสัยฉันมัวแต่ชมความสวยงามของตัวเองอยู่ล่ะมั้ง

            อือ...เห็นว่ามาตรวจดูความเรียบร้อย มารีอาว่า ทั้ง ที่ตายังปิดสนิทอยู่อย่างนั้น ความเงียบทำให้ฉันเกิดอยากรู้อะไร ๆ มากขึ้นเล็กน้อย แม่นางคนนี้ก็ดูน่าผูกมิตรด้วยดี ชวนคุยหน่อยแล้วกัน !

มารีอา...ขอถามอะไรหน่อยสิ ฉันขยับปากพูด มารีอาขมวดคิ้วนิด พร้อมกับครางในลำคอเบา เป็นเชิงตอบรับขณะที่นัยน์ตาคู่สวยยังถูกเปลือกตาคลุมทับไว้สนิทหืมม์ ?”

            ทรอนซ์น่ะ...เป็น...เอ่อ...เป็นเจ้าชายจริง เปล่า...หรือนั่นเป็นแค่ฉายาเฉย กันแน่ ?”

            จะถามก็ถามเรื่องนี้เนาะฉัน สาบานได้ว่าก่อนถามมีเป็นร้อย เรื่องที่อยากรู้ ไอ้เรื่องที่โพล่งออกไปนี่ก็สุ่มเอาหรอกนะ ฉันไม่ได้จะสนใจหมอนั่นนักหรอก ~

            อืม...ถ้าเป็นโลกของมนุษย์เจ้าชายอาจเป็นแค่ฉายาของทรอนซ์ แต่สำหรับฉันและราล์ฟ...เขาเป็นเจ้าชายของพวกเราจริง มารีอากระซิบตอบ ฉันเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่มารีอาคงไม่เห็นหรอก เพราะเธอยังหลับตาพริ้มอยู่เลย

อันที่จริงเธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก แต่ฉันจะอธิบายให้ฟังคร่าว มารีอาพูดพร้อมกับลืมตาขึ้น หลังผูกเส้นอะไรบางอย่างคล้องลำคอฉันไว้ หล่อนก็ยิ้มบางๆให้สร้อยเส้นนี้เป็นไง เข้ากับเธอดีนะ

 

ห๊ะ...สร้อย ?

ฉันยกมือขึ้นทาบอก ซึ่งสัมผัสได้ถึงของแข็งบางอย่าง พอหันหน้าไปส่องกระจก ภาพที่สะท้อนกลับมาคือหญิงสาวหน้าตาน่ารัก(?)ในชุดแซกสีฟ้า พร้อมกับสร้อยเงิน ที่มีจี้พลอยสีม่วงอเมทิสต์

            ขอบใจนะ มันสวยมาก เลยล่ะ ฉันหันไปยิ้มกว้าง ขอบคุณมารีอาจากใจ (ถ้าเอาไปขายนี่จะได้ซักกี่ตังนะ หึหึหึหึ)

            ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะมันก็อยู่ได้แค่พ้นคืนนี้ไปเท่านั้น (...แป่ว)

            อืม...แล้วเรื่องที่จะเล่าล่ะ...” ฉันพูดเบี่ยงประเด็น เพื่อมารีอาจะได้ไม่สังเกตุใบหน้าเศร้าสลดผิดหวังของฉันในตอนนี้ไงล่ะ

            ก็...นะ มารีอาขยับริมฝีปากเพียงเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา หล่อนเดินด้วยรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว ไปหยุดยืนตรงหน้าต่างที่ถูกเปิดไว้แต่แรก ลมหนาวยามค่ำคืนพัดเข้ามาในตัวห้องทำให้เส้นผมยาวจรดหลังนั้นขยับเป็นเกลียวคลื่น เจ้าหล่อนทอดมองไปยังดวงจันทร์สีเหลืองสุกสว่าง ก่อนจะเริ่มเอ่ยโดยที่ยังค้างสายตาไว้ที่นอกบานหน้าต่าง ทรอนซีรา...เขาน่ะ...เมื่อก่อนนี้ไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย...แม้แต่ฉัน หรือ ราล์ฟ...ข้อมูลส่วนตัวของเขา บอกตรง ว่าไม่มีใครรู้ประวัติของเขาอย่างชัดเจน...พวกฉันรู้แค่ว่าเป็นเจ้าชายพลัดถิ่น หลงมาจากดินแดนที่ไหนสักแห่ง...ฉันรู้แค่ว่าฉันสามารถสัมผัสถึงพลังเร้นลับในตัวเขา...พลังที่เขาเองอาจไม่สามารถควบคุมมันได้

รู้สึกขนลุกซู่เลยแฮะ ไม่ยักรู้ว่าตัวตนหมอนั่นจะลึกลับซ่อนเงื่อนขนาดนี้ แต่ไอ้ที่ว่าไม่เคยเปิดใจให้ใครน่ะ ฉันเห็นด้วย ! แถมให้ด้วยว่าเขาน่ะผูกมิตรไม่เป็น ปากคอเราะร้ายเป็นที่สุด !

 

ที่บอกว่าสำหรับฉันและราล์ฟ เขาเป็นเจ้าชาย นั่นก็เพราะพวกเราเป็นทีมยังไงล่ะ...ในโลกของพวกเรา ผู้ใช้เวทจะมีพลังพิเศษไม่เหมือนกันโดยแบ่งตามธาตุ หลัก แล้วก็อย่างที่เธอรู้ ดิน น้ำ ลม ไฟ และ ธาตุพิเศษ อย่างฉัน ที่ใช้พลังจิต

โดยหนึ่งทีมจะประกอบไปด้วยผู้ใช้เวทสี่คน...สี่ตำแหน่งในทีมได้แก่...‘Prince’ (เจ้าชาย) เป็นเหมือนคิงในเกมหมากรุก เป็นบุคคลที่ตัดสินชะตากรรมของทีม ถ้าเขาไม่สามารถอยู่สู้ได้ในสนามแข่ง หรือเสียชีวิต ก็เท่ากับว่าทีม นั้นหมดสิทธิ์ในการแข่งไปเลย เป็นไง...สำคัญมากใช่ไหมล่ะ มารีอาหันมาถามฉันที่เผลอจินตนาการภาพทรอนซ์ตายคาสนามรบอย่างน่าสยดสยองเพราะงั้น...จึงต้องมีตำแหน่ง โพรเทกเตอร์(Protector-ผู้พิทักษ์) ไนท์(Knight-อัศวิน)และ ฮีลเลอร์ (Healer-ผู้รักษา)...เพื่อปกป้อง ปริ๊นซ์(Prince-เจ้าชาย) ไงล่ะ มารีอายิ้มนิด ดวงหน้าคมขำดูน่ารักจับใจเมื่อถูกอาบไล้ด้วยแสงจันทร์ หล่อนหลุบตาลงก่อนจะเปรยประโยคต่อไป ในทีมมีฉันเป็นไนท์ ราล์ฟเป็นโพรเทกเตอร์ ส่วนทรอนซ์...เป็นปริ๊นซ์

 

เอ่อ...1 2 3 อ้าว...แล้วอีกคนล่ะ ฮีลเลอร์ อะไรนั่นน่ะ ?

เอ่อแล้ว...” เมื่อฉันกำลังจะอ้าปากจะถามก็ถูกมารีอาตัดบทขึ้นซะก่อน

อย่าพูดถึงคนคนนั้นเลย...”มารีอามองฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม “ฉันขอเตือนนะ...อย่าถามเรื่องนี้กับทรอนซ์เด็ดขาด” 

            อ่า...อืม

            ดี...ทั้งหมดก็มีแค่นั้นแหละ...”

 

ตูม !! 

เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณหน้าห้อง ทำให้ฉันกับมารีอาหันขวับไปทางต้นเสียง

กะ...เกิดอะไรขึ้น !?” ฉันร้องถามด้วยความตกใจ

            มารีอาขมวดคิ้วเป็นปม หล่อนกัดริมฝีปากเบา อย่างลำบากใจจะตอบ แต่ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าหล่อนสามารถหาคำตอบที่เหมาะสมได้ จึงค่อย พูดทีละนิด

            การต่อสู้...เพื่อฝึกฝีมือ

หะ ตะ...ต่อสู้งั้นหรอมารีอา...ฉันว่าเรา...” ก่อนจะพูดจบประโยค ‘ฉันว่าเราเผ่นแน่บเหอะ’ เสียงแหบทุ้มนิด ก็ส่งคำอวยพรอย่างหยาบคายมาซักสองสามชุดได้

 

“@$%#%$@#!$@$! ไอ้ราล์ฟ ! กวนตีนนักนะ ฉันขอดูหน้าแม่เด็กใหม่นั้นไม่ได้รึไง !”

อีกเสียงตอบรับทันที อ้อ ! นายคงจะมาผิดที่แล้วล่ะ เพราะว่าแม่ของชาร์ลีนอยู่ทางตะวันออกแน่ะ นายลองเหาะกับระเบิดนายไปหาดูสิ รึจะให้ฉันถีบส่งก็ได้นะ...ฉันจะสงเคราะห์ให้ ไม่คิดค่าบริการ...คิดว่าเข้าท่าดีไหมล่ะ?

            แม้จะยังมองไม่เห็นเจ้าของร่าง แต่เสียงทุ้มลึกกวนประสาทนั่น ต้องเป็นเจ้าราล์ฟเฟอย่างแน่นอน

            แกอยากลองดีใช่ไหมห๊า ?!”

            ง่า~ ก็อยากอยู่ แต่ตอนนี้ยุ่ง น่ะ ฉันขอบายก่อนละกัน~”

            ทำเป็นปากเก่ง...ไอ้ตาขาว !”

            แหม~ ตาดีจัง

            ไอ้....!!”

           

การ์มี!! นายคิดว่าที่นี่ที่ไหนฮึ ? ทำไมถึงพูดจาหยาบคายแบบนี้..หัดเคารพสถานที่ซะบ้างสิ !” มารีอาวิ่งพรวดออกไปหน้าห้อง พร้อมแผดเสียงออกมาอย่างเหลืออดราล์ฟเฟ ! นายด้วย ! ไม่ต้องมาทำหน้าสำนึกผิด !”

            แล้วรายการด่าไปบ่นไปก็ดำเนินต่อไป...บรรยายโดยแม่นางมารีอา ผู้...น่ารัก

            ฉันหัวเราะเบา อย่างผ่อนคลาย ก่อนจะถอนสายตาจากแผ่นหลังของมารีอา แล้วกลับมาสบตากับผู้หญิงที่มีนัยน์ตาสีม่วงอเมธิสต์ ที่มองตอบกลับมาอย่างเศร้า ๆ เหงา ๆ แทน

            ถึงคราวต้องลากันจริง จัง แล้วสินะ

มารีอา...ราล์ฟเฟ...ทรอนซีราด้วย

ฉันจะจดจำมิตรภาพที่ดีงามของพวกนายไว้ในความทรงจำนี้...ตลอดไป !~

 

หมาที่บ้านใกล้คลอดแล้ว ฉันจะตั้งชื่อพวกมันตามนี้เลยเอ้า ! จะได้ไม่ลืมพวกนายไง ฮือ ๆๆ 

 

 …………………………………………………………………………………………………………………....

 

 

ดื่มซะเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ในน้ำเสียงมีแววรำคาญเจือปนอยู่นิด ๆ แม้จะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเลยก็ตาม

            ไม่!”

            ฉันบอกให้ดื่ม

            ไม่ ! ไม่ ๆๆๆๆ ! ไม่มีทาง !”

            ถ้าอยากโดนลบความทรงจำนัก...ก็ไม่ต้องดื่ม..”

            น่ะ...นายกล้าขู่ฉันหรอ !? แต่ว่า...

ดื่มสิดื่ม...ดื่มก็ได้ จำต้องยอมแต่โดยดี

            ฉันทำหน้ามุ่ย เสมองไปยังนายทรอนซีราที่ตอนนี้อยู่ในชุดสูทสีดำเรียบ อย่างไม่พอใจ

หมอนี่ก็แต่งตัวสุภาพเหมือนชาวบ้าน แต่กลับมีอะไรบางอย่างดึงดูดทุกสายตาให้จ้องมองมาที่เขา

เผลอชมหมอนั่นในความคิดได้ไม่นานก็ต้องสตันท์เมื่อเห็นแก้วทรงประหลาด คล้ายรูปเปลือกหอยขนาดถือด้วยสองอุ้งมือพอดิบพอดี ฉันถูกใครบางคนยัดเครื่องดื่มมาให้ถือไว้ในมือ

 

ไอ้ทรงแก้วนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ที่อยู่ในแก้วนี่สิ

ง่า~ กลิ่นอะไรน่ะ...มีสุนัขตายแถวนี้รึปล่าวนะ ราล์ฟเฟเดินมาสมทบ ที่นี่เป็นบริเวณสวนหย่อมด้านหน้าสถานที่ที่จัดงาน ซึ่งใครบางคนนั้นการันตีว่าเป็นมุมที่ปลอดคนที่สุดเพราะทุกคนมุ่งแต่จะเข้าไปในงาน จึงไม่มีใครสนใจกลุ่มพวกเรานัก

            อืม...ฉันว่ามันคุ้น นะ มารีอาที่เดินตามหลังราล์ฟเฟมาติด ๆ เอ่ยถามพลางย่นจมูก และเมื่อรู้ว่าแหล่งกลิ่นเหม็นเน่านั่นมาจากไหน เจ้าหล่อนก็ทำสีหน้าตื่นตะลึง พร้อมมองมาทางฉันด้วยสายตาสงสารเวทนา “อย่าบอกนะว่านั่น ! ศิลาเวทสกัด !?”

            มารีอาถึงกับต้องเดินมาบีบไหล่ฉันเบา อย่างให้กำลังใจ

            ฉันไม่คิดว่ามันจะส่งกลิ่นได้ทุเรศอย่างนี้...นายได้ใส่ที่ดับกลิ่นรึเปล่าทรอนซ์ ?” ราล์ฟเฟถาม ขณะที่ฉันโดนทรอนซ์จับกรอกไอ้น้ำสีฟ้า กลิ่นเน่า นี่เข้าปากในกรึ๊บเดียว !

            “…” ทรอนซ์ชะงักเล็กน้อย ขณะที่ฉันกำลังสำลักน้ำอยู่นั้นก็ไม่ลืมแอบฟังสิ่งที่เขากำลังพูดถึงกันอยู่

            ฉันอยากอ้วก คำพูดของฉันพอจะบรรยายรสชาติอะไรได้บ้างไหม ?

            ว่าไงทรอนซ์ !? ตกลงได้ใส่รึเปล่า ราล์ฟย้ำเสียงเครียดนิด

            อืมใบยอดของต้นคาระ...เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ดับกลิ่น

            “…” ทุกคนต่างนิ่งและรอ

            ฉันไม่ได้ใส่ลงไป ทรอนซ์ยอมสารภาพในที่สุด ! เป็นคำพูดที่เชือดเฉือนจิตใจฉันมากแต่นายกลับพูดด้วยน้ำเสียงง่าย ๆ สีหน้าเรียบ ๆ แบบนี้น่ะเหรอ ! ก็...มันไม่มีนี่

            ฮ่ะๆๆ~ นายนี่ตลกจริงแท้ราล์ฟหัวเราะพรืดออกมาอย่างชอบอกชอบใจ

            อะ...เอ่อมารีอามีสีหน้าอ้ำอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

            มะ...หมายความ...ว่า…” ส่วนผสมที่ขาดไปนั้น เจ้าคนปรุงยาก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่คิดจะเตือนล่วงหน้า หรือกระตือรือร้นที่จะหามันซักนิดหน่อยหรอ !

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ! เหตุผลดีนี่ ไอ้บ้า ! ‘ก็มันไม่มีนี่ไอ้(sensored)

ไอ้เจ้าชาย ! นี่นายแกล้งฉันหรอ !?” ฉันแผดเสียงลั่นอย่างกราดเกรี้ยว พลางโดดหย็องเหย็งชี้นิ้วไปที่หน้าหมอนั่น ดูไว้นะทุกคน ว่าอย่าดูคนที่ภายนอก รูปลักษณ์ออกจะดูดีแต่นิสัยแย่ แย่มาก ๆๆ ไม่เห็นอกเห็นใจคนอื่น ฮึ่ย !

            “…” ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยสินะ ! สีหน้าเขาบอกอย่างนั้น ยังคงความเย็นชาเสมอต้นเสมอปลาย รู้สึกผิด ? ขอโทษ ? ไม่มีคำคำไหนหลุดออกจากปากเน่า นั่นเลยแม้แต่คำเดียว และนั่นทำให้เส้นอารมณ์บาง ๆ ของฉันขาดสะบั้น !

 

นายมัน...! อย่าอยู่เล้ย !” ฉันพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อทรอนซ์อย่างหาเรื่อง ก่อนจะยกมือขึ้นกำหมัด แล้วกระหน่ำทุบกำปั้นอย่างไม่ยั้งมือ ฉ้าน-จา-ฆ่า-นาย !” ฉันตะเบ็งเสียงลั่นอย่างฉุนเฉียว หน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ กลิ่นของน้ำศิลาเวทบรรลัยนั่นยังตามหลอกหลอนไม่จางหาย

            เคืองสิฟะ ! ลองมากินไอ้น้ำเน่า นี่ไหมเล่า

ฉันรัวหมัดลงไปบนอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ไม่สนว่าจะมีเสียงราล์ฟกับมารีอาคอยห้ามอยู่ข้าง

ทรอนซีราไม่ยอมโดนโจมตีนานนัก เขาจึงรวบมือทั้งสองข้างของฉันไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว...ก่อนจะ...เหวี่ยง

          อ่านไม่ผิดหรอก เขาเหวี่ยงฉัน เหวี่ยงเป็นรูปวงกลมโดยที่เขาเป็นจุดศูนย์กลางนั่นแหละ !

            อ๊ากกกกกกกก ! หยุ๊ด ! หยุดเดี๋ยวนี้~~~~~~” โอ๊ย ฉันรู้สึกว่าตาหมุนเป็นวงกลมแล้ว แต่ทรอนซ์เหมือนจะไม่เข้าใจ ฮึก ๆ

           

            หยุ๊ดดดดด !”

            “…”

            มะไม่ไหวแล้ว ~”

            “…”

            ฉันจะอ้วกจริง นะเฟ้ย !”

            “…”

            และแล้วคำขู่ของฉันก็ได้ผล เพราะในที่สุดเขาก็ปล่อยมือฉันซักที

ฉันดีใจได้แค่เสี้ยววินาทีก่อนจะระลึกได้ว่าในเมื่อเขาปล่อยมือฉันโดยที่แรงเหวี่ยงยังอยู่ จากตำราฟิสิกส์ที่จำได้ว่า 'ถ้าไม่มีแรงสู่ศูนย์กลาง...มวลจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง' นั้น ฉันก็หน้าซีดทันทีเพราะฉันต้องเป็นสิ่งนั้น และกำลังเคลื่อนที่ปลิวออกไปอย่างไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า

 

ฮือ...ไอ้คนเย็นชา ไอ้คนใจร้าย นายกล้าดียังไงถึงทำกับฉันแบบนี้

อ๊ากกกกกกก !”

ตุบ!

ฮือๆๆ~ ชนแล้ว ชนอะไรไม่รู้แรงมาก แต่เอ๋ มันไม่ยักเจ็บอย่างที่คิดนะ หรือว่า ฉันเกิดหัวใจวายเฉียบพลันก่อนที่ร่างจะตกถึงพื้นกันนะ !

 

เล่นอะไรของนายน่ะ...ทรอนซ์ มีเสียงทุ้มนุ่ม ดังขึ้นข้างหู

ฉันสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นรสศิลาเวทระยำนั่นยังคงลอยโชยขึ้นมาแตะจมูก และเมื่อค่อย ลืมตาขึ้นมา ก็รับรู้ว่าสัมผัสอุ่น นั้นมาจากใคร

ฉันเบือนหน้าขึ้นไปมองสบกับตาคมคู่สีแดงสดในระยะใกล้...

'หล่อ' คือคำแรกที่ดังขึ้นในหัวทันทีที่สบตา ก่อนจะมองสภาพตัวเองที่กำลังซบอกเขาอยู่กลาย มือทั้งสองของฉันก็วางแหมะอยู่บนบ่ากว้างของเขาอย่างพอดิบพอดี เขาคือสิ่งที่ฉันพุ่งชนเมื่อกี้นี่เอง

เอ่อ...ขอโทษนะ ฉันผละออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างเสียดาย และด้วยความมึนงงโดยไม่ได้เสแสร้งเลยจริงจริ๊ง ร่างของฉันก็เซถลาไปด้านหลังจนเกือบจะล้มลง...แต่ทว่า...

            หมับ

คุณเทพบุตรสุดหล่อคนนั้น ก็เข้ามาประคองร่างฉันเอาไว้ได้ทัน ตามที่คำนวณเอาไว้เป๊ะเลย

 

ปล่อยเธอ...แพทริกซ์ ทรอนซ์พูดด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง แต่ฉันไม่ได้มองหน้าเขาหรอกนะ ฉันกำลังสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันเท่านั้น เขาชื่อแพทริกซ์นี่เอง ชื่อนี้ช่างเข้ากับบุคลิกมาดเท่ ๆ คูล ๆ ของเขามากเลยแหละ

            “...เธอเป็นของนายหรอ คุณเทพบุตรมองหน้าเคลิบเคลิ้มของฉัน ก่อนเลื่อนไปมองทรอนซีรา

            ไม่ใช่ เสียงหมอนั่นตอบกลับแทบจะทันที

            งั้น ฉันพาตัวผู้หญิงคนนี้ไปได้สินะ...” คุณเทพบุตรคนนั้นว่า และขณะที่ฉันกำลังจะพยักหน้าตกลงนั้นเอง ทรอนซ์ก็พึมพำอะไรบางอย่าง ทำให้มือของแพทริกซ์ค่อย ถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งอย่างช้า เขาจึงต้องคลายมือจากฉันทันที

            หึ! ไฟเออร์ เม้ลท์ แพทริกซ์ยื่นมืออีกข้างมาประกบมือที่ถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งของเขา

มันค่อย ละลายจากน้ำกลายเป็นไอ ลอยขึ้นสู่ผิวอากาศ แม้จะไม่ได้แตะมือของเขาโดยตรง แต่ฉันก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นของมือข้างนั้น ชัวร์เลย หมอนี่คงเป็นผู้ใช้เวทธาตุไฟสินะ

ถ้าไม่ติดว่าสถานการณ์มันไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ฉันกะจะขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์เขาล่ะ เผื่อว่าจะได้เอาไฟมาสู้กับน้ำแข็งของทรอนซีราได้บ้าง!

มารีอารีบคว้าแขนฉันให้ออกมาจากอ้อมกอดของแพทริกซ์ทันที

            เมื่อไหร่นายจะยอมรับการท้าดวลจากฉันสักที ? รึว่านายกลัวฉันกันแน่ ?” แพทริกซ์เอ่ยถามเย็นเยียบ ฉันเห็นอะไรบางอย่างในสายตานั่น มันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทั้งที่ใบหน้าของเขานั้นแทบไม่แสดงอารมณ์ใดใดออกมาเลย

“...” ทรอนซ์ไม่ได้โกรธตามลูกยั่วของแพทริกซ์ แต่กลับยืนนิ่งเฉย

 

สองคนนี้ไม่เคยถูกกัน มารีอากระซิบให้ฉันได้ยินเท่านั้น

            เห็นอยู่โต้ง ฉันพยักหน้ารับ เมื่อเห็นสายตาฟาดฟันกลางอากาศระหว่างเขาทั้งสอง

            แล้วยิ่งมีเรื่อง...”ราล์ฟพยายามแทรก

            ราล์ฟ… แต่ถูกแม่นางมารีอาขัดเสียก่อน แง ! อดรู้เลย

            ง่ะ...ทำไมล่ะ...เราบอกชาร์ลีนไม่ได้หรอ ?” บอกได้สิ บอกได้ ! อกจะแตกตายแล้ว

            บางเรื่อง...ชาร์ลีนไม่จำเป็นต้องรู้...และฉันมั่นใจว่าทรอนซ์ไม่อยากพูดถึงมันอีก

ฉันกระพริบตาปริบ ชักอยากจะรู้ว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้สองคนนั่นไม่ลงรอยกัน และพวกเขากำลังปิดบังอะไรจากฉันอยู่ ? แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ฉันก็จะเป็นอิสระจากที่นี่แล้วหนิ

          

....

 

"อ่านถึงตอนนี้ หยุดคอมเม้นให้สักนิดเพื่อเป็นกำลังใจของผู้แต่งด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ^^"
 



Rewriteครั้งที่1-10/5/16
Rewrite ครั้งที่ 2 - 29/4/18
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2390 Mayoko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:35
    รีไรท์แล้วหรอพึ่งรู้ ดีใจมากคิดถึงนิยายเรื่องนี้ อเมทิสต์(หรืออความารีน)สุดที่รักในที่สุดเธอก็กลับมา แล้วก็คิดถึงทรอนซ์ กับมารีอา ราฟก็ด้วยและก็คนอื่นๆด้วย// รักไรท์ที่สุด โดดกอด(แน่นนึ๊บ) รักกกก >\\\<
    #2,390
    1
    • #2390-1 บาบิQ(จากตอนที่ 3)
      29 เมษายน 2561 / 09:22
      ขอบคุณน้า กำลังใจมาตรีม ^^ // กอดแน่นนค่า
      #2390-1
  2. #2373 Nailgoi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 20:44
    สนุกดี ตื่นเต้นด้วย สู้ๆนะไรท์
    #2,373
    0
  3. #2301 FangFySama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 02:28
    มาอ่านเวอร์รีไรท์แล้วเห็นเม้นต์เก่าๆของตัวเองแล้วก็แปลกๆดีนะ55555
    #2,301
    1
    • #2301-1 บาบิQ(จากตอนที่ 3)
      14 พฤษภาคม 2559 / 01:49
      ไรท์ก็ว่าแปลก ...มาอ่านที่ตัวเองเขียนเนี่ย!!-o-
      เข้าปีที่ 7 ละค่าดองเค็มมาก นานเหลือเกินไปไหวจะเคลียร์ รีไรท์เหอะ!!TT
      #2301-1
  4. #2165 snowrainfor (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 21:19
    เพิ่งเริ่มอ่าน สนุกดีนะคะ^^
    #2,165
    1
    • #2165-1 บาบิQ(จากตอนที่ 3)
      5 เมษายน 2559 / 16:58
      ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ
      #2165-1
  5. #2109 naparada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:44
    มาอ่านรอบสองรอไรต์อัพนะ^_^~
    #2,109
    1
    • #2109-1 บาบิQ(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:37
      โอ้ว ขอบคุณมากค่า อ่านสองรอบเลยโหดมากจริงคารวะ!
      #2109-1
  6. #1981 FangFySama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 12:26
    สนุกกกกกกกก
    #1,981
    1
    • #1981-1 บาบิQ(จากตอนที่ 3)
      18 กรกฎาคม 2558 / 22:53
      ขอบคุณค่า ^^
      #1981-1
  7. #1920 ปาณิสรา จุนโนนยาง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 10:37
    นุกอ่ะ งุงิงุงิ
    #1,920
    1
    • #1920-1 บาบิQ(จากตอนที่ 3)
      15 พฤษภาคม 2558 / 20:54
      ขอบคุณที่เม้นค่า^^!
      #1920-1
  8. #1855 w-rabbit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 20:40
    หนุกมากเลยค่าาาา
    #1,855
    0
  9. #1816 Iturlek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 17:32
    สนุกมากค่ะ>0<
    #1,816
    0
  10. #1815 Iturlek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 17:03
    น่านสิ จะออกไปได้โดยมีความทรงจำครบถ้วน100%มั้ยนะ - -"
    #1,815
    0
  11. #1759 Me_MoZa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 08:55
    นางเอกจะรอดไหม!!" -0-
    #1,759
    0
  12. #1748 DoggyThreeTwoOne (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 18:30
    สนุกดีค่ะ ลุ้นแทนนางเอก
    #1,748
    0
  13. #1663 angle-wing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2555 / 13:18
     นางเอกช่าง...= =;;
    #1,663
    0
  14. #1653 cake01 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 13:35
    ขำนางเอกอ่ะ ตอนนี้แอบฮาเหมือนกันนะเนี่ย
    #1,653
    0
  15. #1634 นางฟ้าบลูม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 11:41

    ขอบคุณนะหนุกมว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    #1,634
    0
  16. #1615 หญิงมุก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 21:51
    อยากรู้ว่าชาร์จยังไง
    #1,615
    0
  17. #1612 melonies (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 00:15
     สนกสุดยอดดดดดด ชอบมากๆค่ะ
    อยากมีเวมมั้งง่ะ แต่ไม่กินน้ำเน่านะ 5555
    #1,612
    0
  18. #1538 ขนมปังเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 04:37
     สนุกมากเลยเจ้าค่ะ
    อ่านไปหัวเราะไป
    ขอให้แต่งได้สนุกๆอย่างนี้ทุกเรื่องน่ะคะ่ 
    แล้วจะรออ่านจนจบเลยเจ้าคะ่
    \(^O^)/
    #1,538
    0
  19. #1522 SheetahG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 05:26
    พออ่านรอบสองแล้ว เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้นเลยค่ะ
    #1,522
    0
  20. #1517 Skydy*nb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:52
    สนุกๆ อ่านแล้วอยากมีเวทมนต์กับเค้าบ้าง ขอศิลาเวทย์สกัดหน่อยสิบาบิQ มีมั้ยอ่า > <
    วิธีชาร์จเป็นยังไงน้า (อยากรู้ต้องอ่านต่อใช่มั้ยล่า >> ได้เลย ^O^)

    ยังยืนยันคำเดิมว่าชอบนางเอก เธอติ๊งต๊องดีอะ 55555 > <
    อารมณ์นั้นเธอยังจะมีจิ้นคู่วายด้วย (ชอบอ่านเหมือนกันนะแบบนั้น ในเรื่องจะมีมั้ยอ่า )

    ชอบๆ สัญญาว่าจะอ่านต่อให้จบ > <
    #1,517
    0
  21. #1490 MinZ@ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:13
    ขำชาร์ลีน (อเมทิสต์)  ที่แอบจิ้นวายของคนนั้น  ช่างกล้า
    #1,490
    0
  22. #1480 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 21:22
    ไรท์สู้ๆหนุกอ้ะ ชอบมากๆ
    #1,480
    0
  23. #1431 SheetahG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 22:56
     อยากรู้วิธีชาร์จจจ
    #1,431
    0
  24. #1404 BigGest-Dino (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554 / 22:59
    แอบฮาตอนที่ไม่ใช่ส่วนผสม เพราะมัน 'ไม่มี'
    แบบว่าหน้าตายมากๆ << พูดเหมือนเห็นเลยเนอะคนเรา =[]=;;

    ปล. แต่ว่าถ้าชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อลูกหมา
    มันคงจะภูมิน่าดู ชื่อหรูม๊าก *o*
    #1,404
    0
  25. #1365 $ ..... $ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 21:05
     รักหลายเศร้าป่าว
    #1,365
    0