The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 5 : The Keyz 5 ไอซ์ ฟรีซซิ่ง + Out of control -Rewrite-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    10 พ.ค. 61

[5]

 

บุรุษผมสีทองในชุดสูทสีดำ ขับเน้นให้ทั้งสีผมและนัยน์ตาดูโดดเด่น ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้รอยตำหนิปรากฏเป็นรอยยิ้มนิด เป็นเชิงทักทายทุกคนที่เขาเดินผ่าน บทสนทนาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยหลังจากที่ชายหนุ่มเดินผ่านไป คือใครกันที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนั้นพามาด้วย...เด็กสาวในชุดแซกสีฟ้า ผู้มีนัยน์ตาสีประหลาดนั่น ?

 

สองข้างทางก่อนถึงประตูงานเลี้ยง มีช่อดอกไม้หลากสีประดับตกแต่งไว้อย่างงดงาม เบ่งบานราวกับพร้อมต้อนรับเจ้าหญิงเจ้าชายเข้าประสาทราชวัง

            เสียงหัวเราะเบา สลับกับคำสนทนาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นเป็นระลอก ใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมคำพูดหยอกล้อถึงกับสะดุดทันที เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นเด็กสาวแปลกหน้า สายตาเหล่านั้นต่างมองด้วยอารมณ์หลากหลาย ทำให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง

 

แบบนี้มันชักไม่สนุกแล้วสิ ใครว่างมาช่วยฉันได้มั่งล่ะเนี่ย ป่านนี้พิธีอะไรนั่นไปถึงขั้นไหนแล้วก็ไม่รู้ ! บางทีพวกเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังโดนลักพาตัว

ขณะที่ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ความคิดอย่างแรง วางแผนรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ ตาก็เหลือบไปเห็นซุ้มโค้งสีขาวขนาดใหญ่ ที่ถูกพันด้วยริบบิ้นหลากสีหลายเส้นตรงหน้า

ฮือ ใกล้ความจริงแล้วสินะเนี่ย

 

“การ์มี !~” ผู้หญิงร่างเล็ก หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักคนหนึ่งยืนโบกมือให้นายหัวทองอยู่บริเวณหน้าทางเข้า

            “ไง...แพทตี้” เขาขานรับอย่างเนือย ก่อนจะกวาดตามองสำรวจร่างบางในชุดเดรสสีแดงสด แขนตุ๊กตา เส้นผมสีส้มถูกมัดรวบเป็นแกละสองข้างผูกด้วยริบบิ้นสีแดง นัยน์ตาสีฟ้าสว่างไสวจ้องหน้าการ์มีแว๊บนึง แล้วเลื่อนมามองฉัน

            “ผู้หญิงคนนี้...? เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่มีรอยยิ้มปรากฎให้เห็นบนใบหน้า

            “เด็กใหม่น่ะ...กำลังจะพาไปทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ” การ์มีอธิบายสั้น ๆ พร้อมไหวไหล่

            ยินดีที่ได้รู้จัก...ฉันแพทาลีนัม...เรียกว่า แพทตี้ก็ได้เธอกล่าวด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างเรียบเฉย แม้แต่ขณะพูด ปากเล็กจิ้มลิ้มนั่นก็แทบจะไม่ขยับ เธอยื่นมือข้างหนึ่งออกมาค้างไว้ตรงหน้าฉัน

            ฉัน...อะเม..เอ๊ย...ชาร์ลีนจ้ะ” ฉันพยายามยิ้มอย่างเป็นมิตร แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสกับมือเจ้าหล่อน แล้วก็ต้องชะงักเพราะถูกหล่อนบีบมือไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            ธาตุน้ำ...งั้นหรอ ?เธอจ้องหน้าฉันอย่างพินิจพิเคราะห์ เหมือนกำลังสแกนเซลล์ทุกส่วนบนใบหน้าฉัน

ดวงชะตาของเธอไม่เหมาะกับการโจมตีนะ...แนะนำให้เป็นProtector(ผู้พิทักษ์) ไม่ก็ Healer(ผู้เยียวยารักษา)”

ฉันได้แต่ทำหน้าเอ๋อรับประทาน กระพริบตาปริบ อย่างงง ๆ

            “..จิตใจมุ่งมั่น กล้าหาญดี...ฉันชอบ”

“พอแล้วแพทตี้...เธอกำลังให้พวกฉันเสียเวลานะ” การ์มีตัดบท ก่อนจะปรายตามองแพทตี้อย่างไม่ค่อยพอใจนัก

            แพทตี้ยอมปล่อยมือฉัน แล้วสายตาเลื่อนลอยก็ไปหยุดอยู่ที่การ์มี

...พลังของนายคงอ่อนแอลงอย่างที่ฉันทำนายสินะ...บอกแล้วไงว่าให้ปรุงศิลาเวทสกัดเผื่อไว้” นัยน์ตาสีฟ้าสงบนิ่ง อย่างผู้รู้ทันเกม

พอได้ยินคำว่าศิลาเวทสกัดแล้วฉันก็รู้สึกร้อน หนาว แฮะ ฉันควรเตือนการ์มีดีไหมว่าควรใส่ยอดใบของต้นคาระเพื่อดับกลิ่นน่ะ

ทำไม่ได้...ส่วนผสมไม่ครบ...ใคร ก็รู้ว่าต้นคาระจะออกใบในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น...ฉันไม่โง่กินศิลาเวทสกัดที่ไม่มียอดใบต้นคาระหรอกนะ”

            ฉึก ! ฉึก ! มีธนูสองดอกปักเข้าที่กลางใจฉัน ขณะที่นึกคาดโทษอีตาเจ้าชายจอมเย็นชานั่น

            เข้าไปในงานเถอะ...ทุกคนรอเธออยู่...ชาร์ลีน” แพทตี้หันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเอื่อย ๆ เหมือนเดิม ให้ตายสิ ถึงจะน่ารักแต่มองยังไงก็ไม่ใช่คนปกติธรรมดาแน่ ๆ ! นี่มันคนหรือวิญญาณฟะเนี่ย !

 

อย่าไปสนทนากับหล่อนมากนัก...ฉันขอเตือน” การ์มีกระซิบข้างหูฉัน ขณะที่จูงมือ(ลาก)ฉันเข้าสู่งานเลี้ยง ตอนนี้ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะเดินสักเท่าไหร่เพราะมัวแต่ส่งกระแสจิตไปหาเจ้าพวกที่กำลังทำพิธีอยู่ ฮือ ๆ  

“ยัยนั่นสามารถทำให้เธอกลายเป็นโรคประสาทได้ เวทมนต์ของหล่อนเป็นธาตุพิเศษ คือธาตุพลังจิต ถนัดการทำนายอนาคต...แต่ก็นั่นแหละ เที่ยวทำนายอนาคตคนเขาไปทั่ว บางคนกลัวจนไม่กล้าออกไปไหนมาไหน บางคนด่าหาว่าไร้สาระ...ยัยนั่นเลยไม่มีเพื่อน”

            ฉันหันกลับไปมองแผ่นหลังของร่างเล็กที่กำลังเดินออกจากงาน

เสียงกระซิบกระซาบนินทาดังขึ้นเป็นระลอกใหม่อีกครั้ง

            “นั่นยัยแพทตี้นี่…นี่เธอเห็นตาสีฟ้านั่นไหม...หลอนชะมัดเลยเนอะ !

            ก็ดูทำท่าเฮี้ยนขนาดนั้น ถึงได้ไม่มีเพื่อนคบไงล่ะ”

กึก

ร่างบางหยุดก้าวเท้า ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงสองคนที่นินทาเธอในระยะเผาขน

            มะ...มองอะไรยะ !?”

            ใช่ ! จ้องอะไรเพื่อนฉันยะ !...ย่ะ...ยัยบ้า !

            ..เธอ...อยากได้คำทำนายไหม?” นัยน์ตาสีฟ้าจ้องเขม็ง ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ระวัง...เรื่องน้ำ...กับของมีคม”

            สิ้นเสียง แพทตี้ก็สะบัดเรือนผมสีส้มของเธอก่อนเดินจากไปอย่างสงบ ทิ้งให้ผู้หญิงสองคนนั้นจ้องตากันเลิ่กลั่กด้วยใบหน้าซีดเผือด คนถูกทำนายแทบจะล้มทั้งยืน โดยมีเพื่อนสาวประคองอยู่ข้าง

 

“เฮ้อ...คำทำนายของยัยนั่น ไม่เคยพลาดซะด้วยการ์มีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่บอกไม่ถูกว่า รำคาญ หรือ ชื่นชมกันแน่

 

“ทุกคน !~ เปิดฟลอร์ให้เด็กใหม่กันหน่อย~” จู่ ๆ ก็มีเสียงคนตะโกนขึ้นจากฝูงชนมากมายที่อยู่ในงาน

 

ใครฟะ ! อย่าให้รู้นะ ! เดี๋ยวปั๊ดจับกรอกน้ำศิลาเวทสกัดสูตรทรอนซีราเลยนี่ !

ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวในทันที เสียงคุยเริ่มซาลงจนสงบเงียบ ขณะที่ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่ฉัน เห็นท่าทีเหล่านั้นฉันจึงกดตัวเข้าไปหลบด้านหลังนายหัวทอง โดยหวังว่ามันจะเป็นเกาะกำบังไม่ให้ฉันโดนทิ่มแทงทางสายตาได้บ้าง

 

เสียงกระซิบกระซาบฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นแผ่ว ๆ อึดใจต่อมาทุกคนพร้อมใจกันหลีกทาง โดยยืนขนาบซ้ายขวาให้ทางฉัน เสมือนมีพรมแดงปูทางให้ฉันเดินไปที่กลางฟลอร์เต้นรำ นายหัวทองพลิกตัวกลับมาอยู่ข้างหลังฉัน แล้วดันไหล่ บังคับให้ฉันเดินขึ้นไปบนฟลอร์ที่มีสปอตไลท์สีขาวสว่างจ้าเตรียมรอไว้อยู่แล้ว

 

“อ๊า ~ นี่คงเป็นชาร์ลีนสินะจ๊ะ แต่งตัวซะจำไม่ได้เลย” เจ๊หนิมในชุดเดรสสีเขียว เดินมาต้อนรับฉัน เธอยื่นมือออกมาฉุดมือฉันขึ้นไปบนเวที ใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ขาสั่นพั่บ ๆ แทบจะล้มทั้งยืน ฉันพยายามปรามตัวเองให้ใจเย็นจนกระทั่งพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ข้าง ท่านอาจารย์ใหญ่โดยมีสายตาหลายคู่จับจ้องมองดูอยู่

            ทุกคนจ๊ะ ~ ฟังทางนี้ !” เสียงกระซิบกระซาบดังแผ่วลง จนเงียบกริบ ขณะที่ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองขยันสูบฉีดเลือดอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในปีการศึกษาใหม่นี้ เรามีนักเรียนใหม่อีกคน ที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา งั้นฉันขอยกฟลอร์ให้เธอเลยแล้วกันนะ” ท่านอาจารย์หันมาพูดกับฉันก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้อีกอย่าง “อ้อ ! อย่าเล่นแรงกันนักล่ะ เด็ก

            อาจารย์ใหญ่กล่าว ในขณะที่ฉันอดสงสัยว่าทำไมเจ๊แกถึงพูดอะไรสั้น รวบรัดแบบนี้ได้ ก่อนจะรับรู้ถึงนัยน์ตาสีชาอ่อนที่กำลังทอดมองมาที่ฉันอย่างรอคอย “แนะนำตัวสิจ๊ะ...”

ห๊ะ...เอ่อ...ค่ะ” ฉันรับคำเบา ๆ เจ๊หนิมเดินหลบไปนั่งบนโซฟากิตติมศักดิ์ตัวเดิม สมองพยายามขบคิดทุกวิถีทางเพื่อที่จะเอาตัวรอด สายตาที่เพ่งมองมาชวนให้รู้สึกประหม่า

            เอ่อ...ฉัน...ชาร์ลีนฉันพ่นชื่อตัวเองออกไปก่อน ตามมารยาทการแนะนำตัวก็ต้องเริ่มจากร่ายชื่อ ต่อไปอะไรดีล่ะ โอ๊ย ! พอกวาดตามองสายตานับร้อยตรงหน้า สมองที่เคยภูมิใจนักว่าปราดเปรื่องลื่นไหลทุกสถานการณ์ ในตอนนี้เหมือนมีใครเอาก้อนหินไปอุดฟันเฟืองให้หยุดทำงานซะงั้น ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย ฮือ “ย่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักนะฝากตัวด้วยนะคะ... ยิ่งพูด ก็ยิ่งอยากร้องไห้ อยากจะหายจมดินไปซะเดี๋ยวนี้เลยอ่ะ !

           

พวกเรามาทดสอบพลังของหล่อนกันเถอะ !” ท่ามกลางความเงียบ จู่ ก็มีเสียงลึกลับดังแทรกขึ้น ปลุกระดมให้ทุกคนลุกยืน แล้วโห่ร้องไปพร้อมกัน “เฮ ~ !

            บรรยากาศภายในงานพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ งานเลี้ยงที่เคยดูสงบ ตอนนี้เหมือนถูกปรับเข้าสู่โหมดสงครามที่มีทหารนับร้อยกำลังยืนโห่ร้อง ปลุกขวัญกำลังใจในการออกรบ ส่วนคู่ต่อสู้ของพวกเขาก็คงเป็นฉันนี่แหละ

           

ซัดเลยพวกเรา !

            ฉันยืนอ้าปากค้าง ขณะที่เห็นถ้วยชามช้อนส้อมลอยพุ่งมาใส่จำนวนมาก และฉันมั่นใจว่ามันไม่ได้สั่งการตัวเอง

            ไอ้พวกป่าเถื่อน ! โหดร้าย ! หยาบคาย ! ไร้มารยาท !

            เพล้ง ! เพล้ง ! เพล้ง !

แฮ่ก ๆๆ ” ฉันหายใจเร็วถี่ หลังวิ่งหลบถ้วยเซรามิกที่เฉียดหน้าไปหน่อยเดียว หัวใจเต้นรัวขณะที่มองแก้วจานชามที่แตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ฉันยกมือขึ้นเลิกกระโปรงฟูฟ่องให้พ้นขอบรองเท้า สัญชาตญาณการต่อสู้ตื่นตัวเต็มที่ ตากวาดมองไปยังใบหน้าที่ดูเหมือนกำลังสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่

            โอ~ ไวดีนี่...ลองนี่เป็นไง !” เสียงทุ้มดังมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ หันมาอีกที เข็มเป็นสิบ เล่มพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วปานแสงในความคิดฉัน...!

            ไอซ์ ฟรีซซิง ! เร็วเท่าความคิด ฉันกรีดเสียงร้องออกมาเป็นคำเพี้ยน ข้างต้น แล้วชี้นิ้วไปที่เข็มพวกนั้น

            ดูเหมือนจะได้ผล...? ฝูงเข็มถูกแช่ให้แข็ง...แล้วหล่นตุบตามแรงดึงธรรมชาติ...

            โพล๊ะ !~

            กริ๊ดดดด !” เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้น ทุกคนหันขวับไปมอง

            เมื่อเข็มนับสิบเล่มที่ถูกแช่แข็งไว้ตกกระทบพื้น น้ำแข็งที่ห่อหุ้มก็ละลายกลายเป็นน้ำ ทำให้มันกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่ว...

            ร่างของผู้หญิงคนนั้น ! คนที่ถูกแพทตี้ทำนายไว้กำลังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ทั่วทั้งร่างมีรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เรียกเลือดสดไหลออกมาเป็นสาย โดยมีเพื่อนสาวของเธอช่วยประคองอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของผู้เคราะห์ร้ายนั้นซีดเผือดพอ ๆ กับฉันแต่เธอคงไม่เป็นอะไรมากนอกจากตกใจ

 

แล้วสายตาทุกคนหันกลับมาจ้องฉันเป็นตาเดียวอีกครั้ง...

ท่ามกลางความเงียบนั่นเอง เสียงใครบางคนก็ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

            หึ ! แน่นักหรอ ? สปินนิง สเปียร์ !

            เวร...มันเอาอีกแล้ว

ฉันเตรียมตั้งรับอย่างค่อนข้างมั่นใจ(กว่าตอนแรก) คงต้องขอบคุณพลังน้ำแข็งของอีตาขี้เก๊กนั่นซะแล้ว

ฉันมองหอกขนาดยักษ์พุ่งตรงเข้ามา ใหญ่ไม่พอ...มันยังหมุนเหมือนสว่านที่พร้อมเจาะร่างทั้งร่างให้เป็นรูได้ด้วยเวลาอันสั้น !

            ไอซ์ ฟรีซซิง !

            ฝันร้าย...นี่มันต้องเป็นฝันร้าย !

น้ำแข็งนั่น ห่อหุ้มหอกขนาดยักษ์นั่นไม่ได้ !?

หยุดมันไม่ได้ !

            ฉันยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ขาทั้งสองพยายามก้าวหลบ แต่ฉันก็พบว่ามันกลับไม่ยอมขยับตามคำสั่ง ฉันเห็นแค่สว่านขนาดยักษ์ที่พุ่งมาอย่างแรงและเร็ว หัวสมองมึนตื้อไปหมด...แล้วยกมือขึ้นบังหน้า หลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรม

           

ฟึ่บ !

ร่างของฉันล้มลงตามแรงกระแทก ฉันค่อย ลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพที่เห็นอย่างแรกคืออกกว้างของชายคนหนึ่ง ที่เป็นเบาะกันไม่ให้ร่างของฉันกระแทกพื้น...และตอนนี้เกือบทั้งร่างของฉันก็อยู่บนตัวเขา

            เฮ้ย ! แพทริกซ์ !?” ผู้ชายคนนั้นร้องเสียงหลง

            ฉันสะบัดหน้าไล่ความงุนงง แล้วไล่สายตาไปยังใบหน้าเจ้าของร่างที่ช่วยชีวิตฉัน...

นัยน์ตาสีแดงทอดมองลงมาก่อน กระแสความอ่อนโยนระคนห่วงใยฉายชัดในแววตา

            ฉันอ้าปากค้าง เบิกตาโพลงอย่างตกใจ “นาย...แพทริกซ์ !?”

            เขาขยับยิ้มนิด ที่มุมปาก แล้วกระซิบถามเบา เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

            ฉันส่ายหน้าเบา ๆ มองจากสภาพตอนนี้ฉันน่าจะเป็นฝ่ายถามเขามากกว่านะ เขาใช้ร่างของเขากำบังไม่ให้ร่างของฉันกระแทกพื้น

 

“แพทริกซ์...ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ผู้ชายคนที่เสกหอกยักษ์คนนั้น วิ่งตรงเข้ามาทางเรา ขณะที่แพทริกซ์ค่อย ยืนขึ้น โดยพยุงร่างฉันไม่ยอมปล่อย

            เนี่ยหรอ...การต้อนรับนักเรียนใหม่อย่างอบอุ่นของพวกนาย” เขาพูดเรียบ ๆ แต่แฝงความไม่พอใจเจือปนในน้ำเสียงอย่างชัดเจน

            เอ่อ...เราแค่...”

ช่างน่าประทับใจเสียจริง...พรุ่งนี้ขอพบเป็นการส่วนตัวนะ เวพอนด์”

            ค...ครับ !”

            อ้อ...แล้วถ้าใครอยากมีปัญหากับชาร์ลีนล่ะก็...มาหาฉันได้ทุกเมื่อ” สิ้นเสียง ความเงียบก็เข้าปกคลุม ไม่มีใครกล้าเอ่ยวาจาใด ทุกคนทำท่าเหมือนกำลังกลั้นหายใจอย่างนั้นแหละ

            ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ ไม่ได้ยินแม้เสียงหายใจของใครซักคน ความกดดันประหลาดแผ่กระจายปกคลุมไปทั่ว

            ฉันเหลือบทองแพทริกซ์อย่างไม่เข้าใจ นี่เขากำลังปกป้องฉันเหรอ ? ทั้งที่เขาเองเพิ่งทำเหมือนจะฆ่าฉันได้ด้วยซ้ำ

อาจารย์ครับ” แพทริกซ์หันไปเรียกท่านอาจารย์นิมฟอริด้า ที่กำลังนั่งหลับน้ำลายยืดคาโซฟากิตติมศักดิ์

            แจ่บ ๆ...หืมม์ ~ ว่าไงจ๊ะแพทริกซ์” เจ๊เขาเด้งตัวขึ้นมา ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “ดูเหมือนนักเรียนใหม่ของเราจะแนะนำตัวเสร็จแล้ว คงถึงเวลาเล่าประวัติการเต้นรำภาคสองแล้วล่ะครับอาจารย์...”

            ฉันเหลือบไปเห็นทุกคนพากันยืนคอตกกันเป็นแถวเลยแหละ เห็นแล้วอยากจะขำอยู่หรอก แต่ต้องกลั้นไว้เพราะไม่อยากประกาศศึกกับเจ้าพวกบ้านี่ ถึงแม้จะอุ่นใจนิด ที่มีคนข้าง ๆ อยู่ฝ่ายเดียวกันก็เถอะ

อ่อ หรอจ๊ะ...ขอบใจจ่ะ...แล้วแพทริกซ์ก็จูงมือฉันเดินตรงไปที่ประตูทางออกเพียงทางเดียวของงาน

            “เอาล่ะจ่ะ...ประวัติศาสตร์เต้นรำของเราเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยของ…

            เสียงบรรยายคลอดนตรีวงออแกสตร้าเอื่อย ๆ ค่อย แผ่วเบาลง ภาพงานเลี้ยงอันน่าสลดด้านหลังเริ่มไกลห่างออกไปเรื่อย ๆ ฝีเท้าของคนข้างหน้าก้าวอย่างว่องไว ทำให้ฉันต้องพยายามก้าวตามจนเริ่มรู้สึกหายใจไม่ค่อยทัน

            แฮ่ก แฮ่ก...แพทริกซ์…เดินช้า ๆ ลงหน่อยได้ไหม ขาฉันกับขานายไม่ได้ยาวเท่ากันนะ

            “อ้อโทษที” แพทริกซ์เลิกคิ้ว เขาชะลอความเร็วลงแล้ว แต่มือน่ะ ยังไม่ยอมปล่อย มันยังเกาะติดกับมือฉันอย่างเหนียวแน่น

“นายจะพาฉันไปไหน ?” ฉันเอ่ยถาม เขาจึงค่อย ชะลอความเร็วจนเป็นศูนย์

            ห้องนั่งเล่นรวม”

            หืมม?

            ไม่เคยไปหรอ...ผ่านห้องโถงใหญ่นี่ก็ถึงแล้ว”

            อ้อ...แล้วทำไมฉันต้องไปกับนายด้วย” ฉันพยายามแกะมือทั้งห้าของแพทริกซ์ด้วยมืออีกข้าง แต่ก็ไม่สำเร็จ

            อย่าลืมสิว่าฉันช่วยชีวิตเธอไว้...” แพทริกซ์ดึงฉันเข้าหาเขาอีกก้าว นั่นทำให้ฉันไม่กล้าขยับตัวอีก เพราะระยะห่างระหว่างเราชักจะน้อยเกินไปแล้ว

            ฉันไม่ได้ขอให้ช่วยนี่ รู้ตัวอีกทีฉันก็พูดแบบนั้นออกไปแล้ว แค่ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใครน่ะ

            “แล้วฉันก็บาดเจ็บอีกด้วย เขาว่า พลางถอดเสื้อสูทสีดำตัวนอกออกเผยให้เห็นรอยแดงที่เปื้อนซึมออกมาจากแขนเสื้อที่ต้นแขนขวา “ไม่ยักได้ยินคำขอบคุณสักคำ ?

            “ลเลือดนายเลือดออกนี่ ! ตายแล้ว ๆ ต้องรีบทำแผลห้ามเลือดก่อน ว่าแต่นายมีอุปกรณ์ไหม…ฉันขอผ้าสะอาด สำลี แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ อะไรก็ได้ ! เดี๋ยวแผลมันจะติดเชื้อเอานะ !หลังโวยวายเป็นประโยคจบถึงได้รู้ว่าแพทริกซ์เอาแต่จ้องหน้าฉัน เป็นสายตาที่ชวนขนลุกเอามาก ๆ เลยล่ะ นี่เขาจะเอาแต่จ้องไปถึงไหนกัน นี่นายเสียเลือดจนพูดไม่ออกเลยหรอ ? เป็นอะไรมากรึเปล่า !?” ถึงฉันจะไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่นักแต่เป็นเรื่องจริงที่เขาเป็นผู้มีบุญคุณต่อชีวิตฉัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้ฉันคงกลายเป็นศพไปแล้ว

 

เธอเป็นใครกันแน่ ?เสียงทุ้มลึกเปรยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ถึงกับความจำเสื่อม ! เป็นเอามากกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย !

บอกความจริงฉันมา...” แพทริกซ์ก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ฉันเห็นนัยน์ตาสีแดงฉานตรงหน้าชัดเจนขึ้น

            นายพูดอะไร...ฉันไม่เข้าใจ”

            ผ้าสะอาด สำลี  แอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ” แพทริกซ์ตัดบทอย่างรัวเร็ว ตาหรี่ลงอย่างจับพิรุธ ในขณะที่ฉันอ้าปากจะพูดก็นึกขึ้นได้ว่า บางทีโลกผู้ใช้เวทอาจไม่ต้องการสิ่งนี้หรือเปล่านะ

มันคือ...ของที่มนุษย์ใช้ทำแผล ใช่ไหม ?

           

            เวรแล้ว ! เอาอีกแล้วไง ! ฮือ ๆ เจ้าพวกบ้านั่นทำพิธีกันไปถึงไหนแล้ว ไหนรับปากว่าจะช่วยฉันไงเล่า !

 

……………………………………………………………………………………………………………………..

 

 

กลิ่นดอกไม้ลอยโชยมาแตะจมูก ปลุกประสาทรับรู้ให้ตื่นตัว ร่างหนาไหวตัวเล็กน้อย ก่อนจะปรือตาขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวยราวกับน้ำแข็งตกผลึก รับรู้ถึงความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วร่างกาย ชายหนุ่มบนเตียงไม้สีขาวข่มกลั้นความปวดนั้นโดยไม่ส่งเสียงร้องออกมา ภาพเพดานสีขาวค่อย ชัดเจนขึ้นเรื่อย ความปวดศีรษะราวกับกะโหลกจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้เขายกมือกุมขมับข้างนึงไว้

            รู้สึกตัวแล้วหรอ ?” เสียงหวานดังขึ้นจากอีกมุมของห้อง เขาเลื่อนสายตาไปสบกับนัยน์ตาชาอ่อนที่จ้องอยู่ก่อน หล่อนปิดหนังสือที่อ่านคาอยู่ในมือ ก่อนจะดันตัวขึ้นจากโซฟาเดี่ยวตัวโปรดของเขา แล้วเดินตรงเข้ามาหา

            ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผุดขึ้นมาในสมอง เขาพยายามเค้นความทรงจำ จนรู้สึกปวดระบมศีรษะไปหมด

 

ชาร์ลีน แพทริกซ์ ลูกไฟ...?

            ภาพหลังจากนั้นกลับขาด ๆ หาย ๆ ความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเข้ามาควบคุมแทนที่

            สิ่งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยง และหนีมันมาโดยตลอด

ทรอนซ์พยายามดันร่างให้นั่ง แล้วต้องกัดฟันกรอดกับความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่า คือการที่รู้ว่าเขาถูกสิ่งนั้นครอบงำอีกครั้ง

            มารีอาปราดเข้ามาช่วยประคองร่างคนที่ยังดื้อดึงฝืนสังขารตัวเอง ก่อนเอ่ยปราม “นายยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลย” หล่อนหยิบหมอนใบหนึ่งมาวางหนุนหลังให้เพื่อนหนุ่ม ก่อนจะลากเก้าอี้จากจินตนาการของเธอมานั่งข้าง เตียงเขา

เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ?เสียงทุ้มลึกแหบพร่ายิงคำถาม นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มทอดมองดวงหน้าเพื่อนสนิทที่ทำท่าลำบากใจจะตอบ

            เจ้านั่น...มันที่อยู่ในร่างฉัน…” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “มันตื่นขึ้นมาแล้วใช่ไหม !?

            โธ่เว้ย ! ทรอนซ์สบถ ดวงหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยเก็บอารมณ์ได้ดี กลับเผยความกราดเกรี้ยว พร้อมที่จะระเบิดโทสะได้ทุกเมื่อ

            มารีอาเบือนหน้าหนี น้ำตาหนึึ่งหยดไหลผ่านแก้มอย่างเร็ว เธอรู้ดีว่าคนตรงหน้ากำลังเจ็บปวด เธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อยเช่นกัน ที่ไม่สามารถทำให้อะไร ๆ ให้ดีขึ้นมากกว่านี้

ทรอนซ์กำหมัดแน่น แววตาสั่นไหวอย่างรุนแรง สะท้อนอารมณ์ภายในใจ ก้อนน้ำแข็งก่อตัวเป็นลิ่มในอุ้งมือ ก่อนจะกลายเป็นเครื่องมือระบายโทสะของเจ้าชายน้ำแข็ง

           

เพล้ง!! เพล้ง!! เพล้ง!!

            ทรอนซ์หยุดนะ”

            เพล้ง!! เพล้ง!! เพล้ง!!

            ทรอนซ์...ฟังฉันก่อนสิ

            เพล้ง!! เพล้ง!!

            ทรอนซ์ !”

            หมับ

เสียงกรีดร้องดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท มือหนาที่ถือลิ่มน้ำแข็งชะงักค้างกลางอากาศ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุดัน ร่างบางสมส่วนโอบกอดเขาไว้หลวม ๆ

            เราต้องทำได้สิ…พวกเราจะต้องช่วยนายได้แน่ ๆ ทรอนซ์พวกเราสัญญากันแล้วไงฉัน นาย ราล์ฟพวกเรา !เธอกระชับอ้อมกอดปลอบโยนเด็กหนุ่มที่เคยควบคุมอารมณ์ได้ดี

ทรอนซ์หอบเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลง พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมา

ฉันไม่เข้าใจเลย...เจ้าสิ่งนั้นไม่เคยฟื้นขึ้นมาอีกเลยตั้งแต่สองปีก่อน” มารีอากำลังย้อนนึกถึงวันเก่า ๆ ขณะที่ทรอนซ์เริ่มควบคุมลมหายใจตัวเอง ดึงความเยือกเย็นกลับมา เมื่อจิตสงบ สติก็เข้ามาทำงานเต็มที่

            “พลังของมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆฉันสัมผัสได้”

            ความเงียบโรยตัวเข้ามา ต่างคนต่างจมกับความคิดตนเอง จนกระทั่งเริ่มมีการเคลื่อนไหว ทรอนซ์ผละร่างบางสมส่วนออก หล่อนยืนอยู่ข้าง ๆ เขา มองมาด้วยสายตาเป็นห่วง

หยุดร้องไห้เถอะ” ทรอนซ์ปรายตามองหยดน้ำตาที่เอ่อท้นในนัยน์ตาสองข้าง เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่เธอเบา ๆ  

            “อืมทำหน้าแบบนี้สมเป็นนายขึ้นมาหน่อยมารีอาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนยิ้มจาง

            ทรอนซ์เลิกคิ้ว

            ก็หน้าเย็นชาสาวหลงแบบนี้ไง”

            “หึยิ้มเหี้ยมแบบนี้ก็สมเป็นเธอ”

            “ขอบใจ”

            จู่ ๆ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทันที

            แล้วราล์ฟล่ะ ?” ทรอนซ์รีบเปลี่ยนประเด็นเมื่อเห็นสีหน้ายุ่ง ดูไม่ค่อยเป็นมิตรของเพื่อนสาว

            ฮึ ! ไปตามหาชาร์ลีนน่ะ ให้เฝ้าหน้าห้องอยู่ดี ๆ ไม่รู้หายไปไหน”

            หายไป ?” เขาเลิกคิ้ว

            อืม...”

            ยัยนั่นต้องก่อเรื่องแน่

            เหอ นั่นสิ อุตส่าห์เตรียมแผนช่วยหนีซะดิบดี แต่ดันยุ่งไปมีเรื่องซะก่อน”

 

ก๊อก ๆ ก๊อกๆๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อก (12 123 12 12 1)

เสียงเคาะประตูเรียกให้คนในห้องหลุดจากภวังค์ของตน

            เชิญ” ทรอนซ์ว่า

            เจ้าของร่างพุ่งพรวดเข้ามา สีหน้ายุ่ง แสดงความกังวลไม่ค่อยปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่มนาม ราล์ฟเฟบ่อยนัก

            มีอะไร..ทำไมต้องรีบขนาดนั้นเล่า” มารีอาแหวใส่

            แฮ่ก...ชาร์ลีน...” ราล์ฟพูด ขณะที่หายใจเข้าออกเสียงดัง

            ชาร์ลีนทำไม ?” มารีอายื่นแก้วน้ำเปล่าที่ปรากฏในมือให้อีกฝ่าย ซึ่งรับไปดื่มทันที

            ราล์ฟกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเล่าท่ามกลางสายตากดดันของเพื่อนรักทั้งสอง คือ ตอนแรกก็เดินหาแถว นี้แหละ...เดินไปเดินมาก็ไม่เจอ ถามคนแถว นั้นก็ไม่มีใครเห็น จนไปเจอ..ราล์ฟกลืนน้ำลายเอื๊อก พลางทำสีหน้าพะอืดพะอม ยกไม้ยกมือประกอบท่าทาง “ยัยแพทาลีนัมจอมเพี๊ยน”

            ถ้าเขาเพี้ยน แล้วอย่างนายเรียกว่าอะไรนะมารีอาอดแขวะด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

            หล่อน่ารักไง”

สีหน้าของทรอนซ์กับมารีอาไม่ค่อยต่างกันมากนัก

ทีนี้ ๆ ฉันก็กะจะย่องหนียัยนั่น...แต่ว่า...ยัยนั่นก็เดินเข้ามาขวางหน้า แล้วบอกฉันว่าสิ่งที่กำลังตามหาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมอ่ะสิ...บรึ๋ย ~ สยอง”

            “แล้ว…?” มารีอายืนกอดอกอย่างรอคอย เสียงกดต่ำแสดงให้เห็นถึงความอดทนที่ใกล้ถึงขีดสุดเต็มที ส่วนคนพูดน้อยยังคงฟังอย่างเงียบ ๆ

            “แล้วฉันก็ยิ้มขอบใจเขาไป...ก่อนจะรีบเผ่นขึ้นมาเนี่ยแหละ

            เอ๊า ! แล้วทำไมไม่ไปตามหาชาร์ลีนต่อล่ะ !? ถ้าเธอถูกจับได้จะทำยังไง ? เฮ้อ ฉันล่ะเชื่อนายเลยจริง ๆ นายเฝ้าทรอนซ์อยู่ที่นี่เดี๋ยวฉันจะไปตามหาเธอเอง ! มารีอาเริ่มขึ้นเสียงด้วยความขัดใจ เตรียมตัวจะออกจากห้อง ทว่าคนที่เงียบมานานกลับท้วงขึ้น

            “เดี๋ยว” ทรอนซ์ว่า นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายรอยหนักแน่นจริงจัง “ฉันไปด้วย”

 

……………………………………………………………………………………………………………………..

 

            บริเวณห้องนั่งเล่นของพวกเด็กพิเศษถูกตกแต่งเหมือนล็อบบี้โรงแรมหรู มีโซฟายาว จัดเรียงกันตามมุมต่าง ของห้อง โต๊ะไม้ถูกจัดแต่งไว้ตรงกลางโดยมีเก้าอี้รายล้อม เหมาะสำหรับการนั่งอ่านหนังสือ หรือพูดคุยกันได้สบาย 



            ไม่ใช่มีไว้สืบสวน ! เครียดจะตายอยู่แล้ว แง้

ฉันต้องนั่งประสานตากับตาสีแดงเพลิงที่ดูเหมือนมีประกายไฟแลบแปล๊บ อยู่ในนั้น ใบหน้าราบเรียบนิ่งเฉยแต่แฝงความกดดันประหลาด อยากจะหนีแต่ก็ทำไม่ได้ อย่าว่าแต่ขยับลุกจากโซฟานี่เลย แม้กระทั่งถอนสายตาจากบุรุษตรงหน้าฉันยังไม่คิดจะลอง

            ตกลงว่าเธอ...เป็นใครมาจากไหนกันแน่ ?นัยน์ตาสีแดงหรี่ลง เหมือนพยายามค้นหาความจริงจากฉัน ต่อมแถยังคงทำงานได้เรื่องอยู่เพราะถึงจะกลัวแค่ไหน ฉันก็ยังนั่งยิ้มใจดีสู้เสืออยู่ได้ หวังว่าแพทริกซ์จะไม่สายตาดีขนาดเห็นเม็ดเหงื่อบนหน้าผากฉันนะ

 

“ถ้านายอยากจะทำความรู้จักกับฉัน ก็บอกดี ๆ ไม่ต้องมองกดดันกันแบบนั้นก็ได้ฉันเป็นนักเรียนใหม่...ชื่อชาร์ลีน..

            โกหก…

            “ก็แล้วแต่”

            “ฉันต้องการฟังอะไรที่เป็นความจริง..”

            ก็ฉันบอกแล้วไงว่า..”

            อย่าโกหกฉัน !” เขาตบโต๊ะดังปัง ! ฉันที่นั่งโซฟาตรงข้ามก็ถึงกับแอบสะดุ้งไปด้วยเลย

            หะ...โหดร้าย” ฉันผงะ พยายามเขยิบให้ห่างบุรุษเลือดร้อนธาตุไฟให้มากที่สุด แพทริกซ์ถอนหายใจยาว ๆ หนึ่งครั้งเหมือนพยายามคุมสติ

“เธอจะยอมบอกดี ๆ หรือต้องให้ฉันใช้กำลังบังคับ ?”

            ฉันจ้องลึกไปยังตาสีแดงฉานราวกับสายเลือดแล้วคิดว่าหมอนี่มันพูดจริงทำจริงแน่นอน ฮือ ๆ        

            “ฉันจะบอกดี ๆ ” 

ว่ามา..” ว่าแล้วร่างหนาก็เอนหลังพิงกับโซฟา สีหน้าผ่อนคลายมากขึ้น นี่มันเกมประสาทอะไรกัน

คือ...ฉัน..” ฉันเปรยขึ้นช้า ๆ ในขณะที่สมองกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เอายังไงดี บอกรึไม่บอก ? ฉันคงพึ่งพาอะไรเจ้าพวกนั้นไม่ได้อีกแล้วล่ะมั้ง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พิธีบ้านั่นจะเสร็จสักที 

เว้นจังหวะพูดซะนาน จนสังเกตใบหน้าตึงเรียบของคนตรงหน้า ฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างปลง ๆ ตัดสินใจจะเล่าความจริงทุกอย่าง บางที แพทริกซ์อาจจะไม่ใช่คนใจร้ายก็ได้

“เฮ้อ จริง แล้ว...ฉันน่ะ..”

            ชาร์ลีน..” มีใครบางคนขัดขึ้น ฉันหันขวับไปที่ประตูอย่างมีความหวัง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ

            แพทตี้..” แพทริกซ์ลุกขึ้นยืน ต้อนรับคนที่เพิ่งจะเข้ามา

            ไง...แพทริกซ แพทตี้เบือนหน้าหันไปทักทายแพทริกซ์ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ระหว่างฉันกับเขา

             ชาร์ลีน...สิ่งที่เธอกำลังจะพูด...ขอให้คิดให้ดี...เพราะมันจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอ..”

แพทตี้เอียงคอเล็กน้อย ยังคงทำสายตาเลื่อนลอยต่อไป ฮือ ! หลอนอะ “อีกอย่าง...มันยัง...ไม่ถึงเวลา..” หล่อนพูดคำต่อคำอย่างเอื่อยเฉื่อย

            ฉันลุกยืนบ้าง อ้าปากเตรียมจะยิงคำถามว่าหล่อนรู้อะไรมารึเปล่า แต่เอ้ะ แล้วฉันจะสนับสนุนการสอบสวนตัวเองไปทำไมกัน

            แพทตี้...เธอกลับไปก่อนดีกว่า ฉันมีธุระที่ต้องคุยกับชาร์ลีน” ขณะที่อ้ำอึ้งอยู่นั้น หนุ่มเลือดร้อนธาตุไฟก็พูดเป็นเชิงไล่หญิงนักทำนายคนนั้น ฮือ อย่าไปได้ไหม ! ถึงเธอจะหลอนแต่ฉันก็ไม่อยากอยู่กับหมอนั่นสองต่อสองอีกแล้ว

            แพทริกซ์...ถ้านายไม่อยากเจ็บปวดอีกครั้ง...ฉันแนะนำให้อยู่ห่างจากผู้หญิงคนนี้ซะ..”

            ฉันขมวดคิ้ว เช่นเดียวกันกับแพทริกซ์ เราสองคนมองหน้ากันแว๊บนึง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเปรยก่อน

            ขอบใจที่เตือน...แต่ฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้..”

 

            ถ้าทำไม่ได้ ฉันคงต้องบังคับให้นายทำ” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูพูดตัดบทขึ้นมา ใจฉันเริ่มเต้นรัว ขณะไล่สายตามองไปยังต้นเสียง ก็เห็นร่างสูงสง่าที่กำลังยืนเก๊กท่าอยู่หน้าประตู

            โอ้นั่น ! ทรอนซีราตัวจริงเสียงจริง เขายังไม่ตายหรอฟะ !?

นอกจากทรอนซ์แล้ว ยังมีราล์ฟเฟกับมารีอาที่วิ่งเข้ามาในห้อง พวกเขายืนขนาบข้างทรอนซีรา แต่ไม่มีใครเข้ามาใกล้กว่านั้นสักคน

แพทริกซ์เดินเข้าไปหยุดยืนประจันหน้ากับทรอนซีรา ก่อนจะยิ้มนิด ที่มุมปาก

            ถ้านายคิดว่าทำได้…ก็ลองดู

            ในขณะที่ความเงียบโรยตัว ความอึดอัดกดดันใกล้ระเบิดเต็มที ฉันพยายามโบกสัญญาณมือขอความช่วยเหลือจากทรอนซีราและเพื่อน ๆ ของเขา แต่กลับได้รับสายตาปราม ๆ จากแม่นางมารีอาตอบกลับมา นั่นทำให้ฉันเก็บไม้เก็บมือแล้วจ้องหน้าแพทริกซ์อย่างอ้อนวอนแทน

 

            “นายเพิ่งจะพ่ายแพ้ให้กับฉัน...ถ้าอยากพิสูจน์ตัวเองว่านายไม่ได้อ่อนแอน่าสมเพช ก็ลงแข่งในการประลองเดี่ยวกับฉัน” แพทริกซ์พูดด้วยดวงตาเป็นประกาย ปากเรียวแทบไม่ขยับ สายตาที่มองไปยังทรอนซีรานั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกลียด

            “ถ้านายอยากประลองเดี่ยวนักล่ะก็ฉันจะเป็นคู่ซ้อมให้เอง !” เสียงทะเล้นแหบพร่าพูดขึ้นมา รอยยิ้มกะล่อนปรากฎบนใบหน้า จากนั้น ราล์ฟเฟก็พุ่งเข้าประชิดตัวแพทริกซ์ด้วยความเร็วสูง พร้อมกระหน่ำซัดหมัดหนัก ใส่หน้าแพทริกซ์อย่างไม่ยั้งมือ

            ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ       

แพทริกซ์หลบได้อย่างหวุดหวิด นัยน์ตาสีแดงฉายรอยแปลกใจเล็กน้อย แต่การโจมตีไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านั้น ขณะที่ราล์ฟซัดลมจนเสียศูนย์ เขาใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้ แล้วส่งวาดเท้าเป็นวงกลมอย่างแรงและเร็ว...แต่นั่นก็ทำได้แค่เฉียดหน้าแพทริกซ์

            แววตาเอาจริงเอาจัง หาได้ยากจากเด็กหนุ่มมาดทะเล้นคนนี้ นัยน์ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก ก่อนจะปล่อยหมัดชุดด้วยความเร็วปานแสง...!

            ฟุบ ! ฟุบ ! ฟุบ ! ฟุบ ! ฟุบ !

โว้~ ไวชะมัด!...แต่แพทริกซ์ก็หลบได้ทุกลูกเลยอะ

            แพทริกซ์ทำท่าจะปล่อยหมัดสวนกลับไป แต่ความไวที่เหนือกว่า ราล์ฟจึงกระโดดถอยออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง

เขาทำท่าจะพุ่งเข้าหาแพทริกซ์อีกครั้ง ทำให้มารีอารีบรั้งตัวไว้ก่อน

            “พอเถอะราล์ฟเฟ”

            ฉันเห็นว่าความเร็วนรกของเจ้าราล์ฟช่างน่าทึ่ง แต่เขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแพทริกซ์อยู่ดี

            ส่วนแพทริกซ์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ดูเหมือนเขายังไม่แสดงฝีมือที่แท้จริงให้เห็นออกมาสักที แถมยังทำท่าทีเหมือนอาฆาตแค้นทรอนซีรามาก ถึงเอาแต่ท้าสู้ด้วย

            ศึกนี้จะเกิดหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับว่าเจ้าชายน้ำแข็งนั่นจะเอายังไง สู้ หรือว่าถอย ?

 

ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย..” บุรุษที่พูดน้อยที่สุดกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ใกล้ถึงขีดสุดคืนชาร์ลีนมาซะ...ครั้งนี้ฉันไม่ออมมือแน่”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #1817 Iturlek (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 17:48
    ราล์ฟดูเท่มากเลยอ่าาาาา
    #1,817
    0
  2. #1761 Me_MoZa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 09:43
    อุ๋ย!! สุภาพบุรุษ :)
    #1,761
    0
  3. #1741 Skydy*nb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 16:07
    ชอบแพททริกซ์ ร้ายก้รัก  อิอิ 
    กลับมาอ่านแล้ว หายไปนานสามชาติเศษ TOT
    ต้องย้อนอ่านใหม่ตั้งแต่แรกเลย สนุกอ่า ไปอ่านตอนต่อไปล่ะ > <
    #1,741
    0
  4. #1659 cake01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 22:15
    ราล์ฟเฟนายเท่มากอ่าา     และก็ชอบแพตตี้ด้วย  (แอบเชียร์ราล์ฟเฟกับแพตตี้)  ^_^
    #1,659
    0
  5. #1629 melonies (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 01:02
    love Ralffay muk muk

    #1,629
    0
  6. #1616 หญิงมุก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 22:01
    ราล์ฟเท่มาก (หลังจากบ้ามานาน)
    #1,616
    0
  7. #1525 SheetahG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 06:55
    แพตตี้มาแบบเก๋ ๆ และจากไปแบบ....เก๋ ๆ
    #1,525
    0
  8. #1492 MinZ@ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:29
    ราล์ฟแอบเท่ห์  แต่ชอบแพตตี้จัง
    #1,492
    0
  9. #1482 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 22:16
     ทายให้เค้า้บ้างดิ
    #1,482
    0
  10. #1437 SheetahG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 06:49
    แม่หมอ มาทำนายชีวิตรักชั้นที
    #1,437
    0
  11. #1424 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 17:43
    'เจ้านั่น'คืออะไรหว่า
    #1,424
    0
  12. #1416 BigGest-Dino (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 12:05
    เท่ห์ >> เท่ ??

    อ่านไปหลบไป << ((เกี่ยวอะไรกับเขา))
    อ๋อ เราเป็นส้นรองเท้านางเอก แอร้ ย ย ยย ย...
    #1,416
    0
  13. #1367 $ ..... $ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 21:42
     ช่างขัดกับภาพลักษณ์ท่านคานาเมะ
    #1,367
    0
  14. #1334 lovelyGirl_P (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 20:49
    กรี๊ดดด เจ๋งหนุกอ่ะ
    #1,334
    0
  15. #1279 [P]a[t] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 16:29
    ราล์ฟแลดูเท่มาก 555
    #1,279
    0
  16. #1238 •Zol2iäc• (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:33
    ว้าวววววว~
    #1,238
    0
  17. #1159 แกงจืด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 12:06
    ชอบแพทตี้ ><
    #1,159
    0
  18. #1154 เจ้าหญิงแห่งพายุ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 21:39
    เรายินดีรับแพตตี้เป็นเพื่อนอ่ะ
    #1,154
    0
  19. วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 02:43

    ชอบเเม่หมอเเพตตี้ ฮ่าๆ

    #1,142
    0
  20. #1102 yunijung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 21:49
    ต้องขอบคุณแพตตี้
    #1,102
    0
  21. #1043 **ฟรุ๊ตตี้=[[f]inzO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 14:30
    สนุกจน...
    เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว
    เกี่ยวป่ะเนี่ย-0-
    #1,043
    0
  22. #1011 ~?Lotion!~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2552 / 14:05

    ทรอนซ์ที่ร๊ากกกกกกกกกกกกกก

    #1,011
    0
  23. #927 Chii_Elda (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 22:03
    ถ้าโกรธแล้วจะคุมพลังตัวเองไม่ได้ใช่ปะเนี่ย
    #927
    0
  24. #782 V{i}Ew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2552 / 20:36
    สนุกค้า
    #782
    0
  25. #775 เมมฟิส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2552 / 11:50
    ชอบนางเอกมากมาย ติงต๊อง ถูกใจมากๆ (แต่ก็น่ารัก) รีบอัพน่ะ แล้วจะเป็นกำลังใจให้
    #775
    0