ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    I'm not gay!! แต่คนที่ชอบบังเอิญเป็นผู้ชาย (Yaoi)

    ลำดับตอนที่ #9 : Rule 06 : จูบและการมาของคุณพ่อ

    • อัปเดตล่าสุด 12 ม.ค. 56


    12/01/13
    Rule 06 : จูบและการมาของคุณพ่อ

     

    อะไรมันจะบังเอิญปานนั้น  ผมที่บังเอิญไประบายความคิดถึงถึงพ่อบนดาดฟ้าก็ได้ไปเจอช็อตเด็ดเข้า  ไอ้ที่พี่ดินบอกว่าให้พวกพี่แกจัดการเรื่องจะเงียบกว่านี่มันแบบนี้นี่เองงั้นหรือ
     

    “บอกว่าสูบบุหรี่มันผิดกฎไงวะ  ถ้าอยากโดนหนักกว่านี้ก็สูบเลยเด้! สูบเด่ะสูบ!!” ผมหลบมุมยืนดูไอ้คีตะทรมานคนอยู่ตรงประตูดาดฟ้า  มันกำลังกระชากคอเสื้อที่หลุดลุ่ยของเจ้าของใบหน้าบวมเป่งอย่างโหดร้าย  แล้วหน้าแตกๆ นั่นใครทำวะเนี่ย
     

    “ผะ...ผม...ผมไม่สูบแล้วครับพี่  ปล่อยผมเถอะครับ” คนที่ถูกไอ้คิทกระชากคอเสื้อยกมือไหว้น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร
     

    “ไม่เชื่อโว้ย!! มึงน่ะไม่รู้จักจำ  แผลเก่ายังหายไม่ดีเสือกอยากได้แผลใหม่  ไอ้โรคจิตชอบโดนคนทรมาน” กูมึงมึงนั่นแหละครับที่โรคจิต  แม่ง...บอกเขาดีๆ ไม่ได้หรือไงทำไมต้องใช้กำลัง  เหมือนใครบางคนเลย...แล้วใครวะ? เออ กูเอง
     

    “ผม...ขอโทษจริงๆ ครับพี่ ฮือๆ ผมกลัวแล้วอย่าทำอะไรผมเลย ฮือ!!” โอ้โห  ผู้ชายอกสามศอกน้ำตาแตกพรากเพราะกลัวไอ้คีตะ โอ้ว!!
     

    แกรกๆ
     

    ซวยแล้วตู! ผมที่กำลังจะเดินหนีจากดาดฟ้าเพราะไม่อยากดูไอ้คีตะโชว์ความโหดดันทำเสียงดังซะได้  ก็ซิบแจ็คเก็ตของผมดันไปกระแทกกับประตูซะได้ไอ้คีตะก็เลยเดินมาทันที  มึงไม่คิดจะเปิดโอกาสให้กูหนีเลยเนอะ
     

    “มาทำอะไรที่นี่” มันถามเสียงเย็นพลางดึงผมไปที่ดาดฟ้า  ผมเซตามแรงกระชากจนเกือบเหยียบไอ้คนที่สูบบุหรี่ในโรงเรียน
     

    “ยุ่งอะไรด้วยเล่า” ผมกอดอกหน้ามุ่ย
     

    “ตอนนี้ห้ามคนอื่นขึ้นมาบนดาดฟ้า  และนี่ก็จวนจะได้เวลาเรียนแล้วทำไมไม่ไปเตรียมตัวเรียน” ไอ้คีตะกอดอกบ้าง
     

    “ว่าแต่คนอื่นเถอะว่ะ  แล้วทีนายล่ะทำไมไม่ไปแล้วมาอยู่ที่นี่ทำไม” ผมยอกย้อน
     

    “อย่ามาต่อปากต่อคำ ตอนนี้ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี ระวังจะโดน” ไอ้คีตะเดินมาประชิดตัวผมพลางบีบไหล่แน่น  เจ็บ...เจ็บนะเฟ้ย!!
     

    “ถ้านายอารมณ์ไม่ดีแล้วนายมีสิทธิอะไรมาลงกับฉันแบบนี้” ผมปัดมือมันออกอย่างไม่ชอบใจ
     

    ไอ้คีตะถลึงตากัดกรามแน่นจนน่ากลัว  ไอ้คนสูบบุหรี่ขยับมาเกาะขาผมอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่นงกๆ  ไอ้คีตะมันมีอิทธิพลอะไรนักหนาถึงมีแต่คนกลัวและไม่กล้าต่อกรด้วยแม้แต่รุ่นพี่ยังเคารพมันเสียด้วยซ้ำ  ก็แค่กรรมการฝ่ายปกครองไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรเลย

    “นี่...ที่นายมาต่อยตีคนคนนี้เพราะเขาทำผิดใช่ไหม  แต่นายรู้ตัวไหมว่าตัวเองมันไม่ต่างจากพวกนี้เลย  เรียกฉันเข้าไปตักเตือนทุกครั้งที่ฉันมีเรื่องแต่ตัวเองกลับใช้อำนาจในการเป็นกรรมการนักเรียนทำความผิดเสียเอง” ผมพูดด้วยความหมั่นไส้ทำให้ไอ้คีตะหน้าถอดสีพูดอะไรไม่ออก
     

    “นายไม่มาเป็นฉันนายไม่รู้หรอก” ไอ้คีตะพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึก  สายตาที่เคยมองผมด้วยความโกรธ ด้วยความทะเล้นหายไปอย่างสิ้นเชิง  ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า


     

     

    หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรกับไอ้คีตะอีกเลยแล้วไอ้คนที่สูบบุหรี่อยู่บนดาดฟ้าวันนั้นดันมาเกาะติดผมเสียได้  และผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าไอ้หมอนี่มันชอบไอ้คีตะ  และดีใจที่ถูกไอ้คีตะต่อย  ไอ้เชี่ยนี่มันโรคจิตชะมัด!!
     

    “นี่ๆ ช่วยฉันจีบพี่คิทหน่อยนะ นะๆ” ไอ้บิลเขย่าแขนผมอย่างอ้อนวอน
     

    “อย่ามายุ่งกับฉันน่า  ตัวเท่าควายเสือกหัวใจตุ๊ด” ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม  ที่จริงไอ้นี่ก็ไม่ได้ตัวเท่าควายหรอกแต่ยังไงมันก็ตัวโตกว่าผมละกัน

    “อย่ามายุ่งกับคิทน้อยของฉันนะ” ไอ้วาที่มักจะไปกินข้าวเที่ยงกับพวกผมดึงไอ้บิลออกให้ห่าง  วันนี้กูซึ้งน้ำใจมึงเหลือเกินว่ะวา
     

    “แล้วเกี่ยวอะไรกับมึงวะวา” เพื่อนสนิทของไอ้วาที่มักจะไปด้วยกันสองคนผัวเมียอยู่เสมอพูดขึ้น  ไม่เคยได้กล่าวถึงมันเลยเพราะมันไม่ค่อยมีบท ฮ่าๆๆ มันชื่อลิซอ่ะนะ
     

    “ก็คิทน้อยเป็นของกู”
     

    “พูดให้ดีก่อนจะโดนตีนสอยปาก” ผมเคาะเท้ากับพื้นเบาๆ เป็นการขู่
     

    “กลัวแล้วคร้าบ” ไอ้วาทำหน้าหงอยพลางกระโดดไปหลบหลังไอ้ลิซ  ไอ้บิลจึงได้โอกาสมาเดินข้างผมและเขย่าแขนตื๊อไม่เลิก
     

    “บิล ฉันว่านายไปขอให้คนอื่นช่วยเถอะเพราะคิทกับพี่คิทไม่ถูกกัน  ถึงจะมาอ้อนวอนมันมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์” ไอ้มินทร์พูดเพราะรำคาญแทนผมโดยมีไอ้วาพยักหน้าเป็นลูกคู่  นี่พวกผมสามคนไปสนิทกับไอ้สองตัวผัวเมียนั่นตอนไหนก็ไม่รู้นะ  แต่รู้ตัวอีกทีพวกเราก็ไปด้วยกันเสียแล้ว  ผมเพิ่งมารู้ได้ไม่นานว่าไอ้วากะไอ้ลิซมีเพื่อนเยอะแยะมากมายแต่ทว่าพวกมันกลับเลือกที่จะไปไหนมาไหนกับพวกผมเสียอย่างนั้น
     

    “ก็ดูเหมือนว่าพี่คิทจะฟังที่คิทตี้พูดนี่นา  ตอนที่ฉันถูกพี่คิททำร้ายคิทตี้มาห้ามพี่คิทก็หยุดน่ะ  นะๆ ขอพี่แกออกเดทให้ฉันสักครั้งก็ยังดี” ไอ้บิลทำหน้าออดอ้อนแต่สำหรับผมมันกำลังทำหน้าวอนตีน
     

    “นี่! ฉันไม่ได้คุยกับมันมาสิบชาติแล้ว  ไปไกลๆ ส้นตีนเลยป่ะ!” ผมถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะผลักหัวที่เริ่มมาซบไซ้ไหล่ผมออกให้ห่างกาย
     

    “ฮึ! เฮียคิทน่ะไม่สนใจมึงหรอกบิล  เฮียไม่ได้วิปริตผิดเพศเหมือนมึง (มึงด้วย ไอ้หอกชำรุด) อย่างเฮียคิทน่ะต้องโนตมๆ เฟ้ย” ไอ้วาพูดพลางวาดลูกโป่งตรงหน้าอกของตัวเอง
     

    “ไม่แน่ ถ้าเจอลีลาฉันพี่คิทอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้” ไอ้บิลยืดอก มั่นใจในลีลาว่างั้น??
     

    “ไม่มีทางๆ ถึงจะลีลาเด็ดแค่ไหนแต่ไม่มีนมก็ไม่ได้ใจเฮียแกหรอก ตัดใจซะเถอะ ฮึๆ” ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่นะพวกมึงนี่
     

    “พูดอย่างนี้ไปดูหนังโป๊เลยเหอะไอ้พวกบ้า” ไอ้พีทกอดอกทำหน้านิ่วอย่างไม่พอใจ  เชี่ยนี่มันไร้เดียงสา  ชวนดูหนังสือโป๊ยังไม่ดูเลย  อะจุ๊ดุ๊ก็เล็กสมตัวมันนั่นแหละ
     

    “แอร๊ก! พี่คิทมานั่นแล้ว” พูดถึงเรื่องไอ้คีตะได้แหมบๆ มันก็กำลังเดินเข้าโรงอาหารพร้อมกับกรรมการนักเรียนคนอื่นๆ พอดิบพอดี  ส่วนไอ้ตัวที่อยู่ข้างๆ ผมก็กระโจนเข้าหาผมพลางดิ้นด๊อกแด๊กอย่างกับควายถูกเชือด มันเขินไอ้คีตะอ่ะนะ
     

    “โอ๊ย!เชี่ย! หายใจไม่ออกเว้ย!” ผมโวยเสียงดังทำให้พวกพี่ๆ หันมามองกันเป็นตาเดียวก่อนที่จะเดินเข้ามาหาพวกผม  เมื่อพี่ทั้งสามเดินมาไอ้คีตะก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตามมาด้วย  เมื่อผมกับมันสบตากันเราต่างคนก็ต่างเชิดหน้าใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร
     

    “เฮียคิท เฮียรู้ป่าวว่าคิทตี้ของเค้ายอมให้เค้าหอมแก้มด้วย ฮิ้ว!” เมื่อเห็นลูกพี่ลูกน้องไอ้วาก็กระโดดโลดเต้นไปหาผู้เป็นพี่ทันที  เอิ่ม เรื่องที่กูให้มึงหอมแก้มนี่ลุกลามไปเร็วกว่าขี้กลากอีกเนอะไอ้เชี่ยวา  มึงภูมิใจอะไรนักหนาวะถึงได้เอาไปอวดคนโน้นทีคนนี้ที

    “ฮึ! เรื่องของมึงสิ” ไอ้คีตะแสยะปาก
     

    “พูดงี้เฮียไม่เชื่ออะดิ  ถ้าไม่เชื่อเค้าทำให้ดูเอาเปล่า?” เฮ้ยๆ มึงอย่ามาอยากโชว์แถวนี้น่ะเชี่ยวา
     

    “เอาดิ” ไอ้เชี่ยคีต๊า! จะไปเอากับมันด้วยทำไมเล่า!
     

    ในขณะที่ไอ้วาย่างสามขุมเข้ามาเตรียมหอมแก้มผมผมก็ยกหมัดและตั้งเข่าขึ้นเตรียมซัดหน้ามันแต่แล้วเสียงพี่บอลซึ่งเหมือนเสียงยมบาลก็ดังขึ้น
     

    “สัญญากับพวกพี่แล้วนะว่าจะเลิกใช้กำลังตัดสินปัญหา” OMG!! ไอ้พี่บอล! ไอ้พี่ยมบาล! ไอ้เราก็อุตส่าห์รักและเคารพ!
     

    ฟอดดดดด
     

    ไอ้วากดจมูกโด่งเป็นสันลงมาแนบกับแก้มผมก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและกดปากลงมาประทับเบาๆ ...
     

    จ๊วบบบบบ
     

    ไอ้วายังไม่ทันได้ดึงหน้าออกข้อมือของผมก็ถูกใครบางคนฉุดก่อนที่ร่างผมจะลอยตามแรงฉุดไปปะทะร่างคนคนนั้น เจ้าของมือใช้มืออีกข้างประคองหน้าผมขึ้นก่อนจะก้มลงจูบลงที่ปากผมแรงๆ แล้วผลักผมออกจนร่างผมเซถลาล้มลงกับพื้น
     

    “แค่จูบมันยากตรงไหน! น่าหมั่นไส้!” ปากสีส้มอ่อนที่เพิ่งจูบผมไปเมื่อครู่เอื้อนเอ่ยคำที่ผมอยากจะกระโจนเข้าไปแจกหมัดจูบปากมันสักหมัดสองหมัด  หมั่นไส้กูแล้วจูบกูหาญาติฝ่ายแม่มึงเหรอ ไอ้เสร่อ!!
     

    “คิทตี้เจ็บไหม? นี่เฮีย! ทำบ้าอะไรของเฮียเนี่ย!?! หมั่นไส้เขาแล้วเฮียจะไปจูบเขาทำไม ดูสิ ช้ำเลย” ไอ้วาเดินมาประคองผมก่อนจะแตะริมฝีปากของผมเบาๆ
     

    “ฮึ! ทำมาเป็นบอกว่าไม่ได้ชอบผู้ชายแล้วที่ยอมให้เขาหอมแก้มนี่มันคืออะไร  ตอนไอ้วามันหอมล่ะทำเป็นนิ่ง ทีฉันจูบหน่อยทำสะดิ้งดิ้นไม่หยุด!” ตอนนี้ผมบอกตรงๆ ว่าอารมณ์หลากหลายอารมณ์มันมารวมกัน ณ เวลานี้  จนแยกไม่ออกแล้วว่าผมรู้สึกอย่างไร  ทุกคนรอบตัวเราต่างก็พูดไม่ออกกันทั้งนั้นรวมทั้งตัวผมด้วย
     

    “...”

    “ตั้งแต่ที่มาบอกว่าประทับใจไอ้ดีเจปาหี่นั่นก็ด้วย  ชอบมันจะเป็นจะตายแล้วมาบอกว่าไม่ได้เป็นเกย์  ชอบขนาดที่ไปแอบดูมันเลยนี่  แล้วนี่ก็อ่อยไอ้วาว่างั้น?? คิดว่าหน้าตาแบบนี้แล้วทุกคนจะชอบหรือไง  แต่เสียใจนะเพราะฉันคนหนึ่งที่ไม่ใช่เหยื่อของนาย” อึก!! อีกแล้ว...หน้าตาของผมไปสร้างความรำคาญอะไรให้หมอนี่นักหนากันนะ  ดูถูกกันเหลือเกิน
     

    “ตอนนี้ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเป็นบ้าอะไร  โกรธที่ฉันว่านายเมื่อวานน่ะเหรอถึงได้เอามาลง หรือว่ารำคาญหน้าตาแบบนี้ของฉันนัก!! บอกไว้ก่อนเลยนะว่าหน้าตาแบบนี้ของฉันน่ะ ฉันไม่ได้อยากจะมีมันหรอก!! นายเกิดมาไม่ได้มีหน้าตาน่ารังเกียจแบบฉันนี่แล้วนายมันจะไปรู้อะไร!! นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันเลยแม้แต่นิด เพราะงั้นอย่ามาตัดสินฉันแบบนี้!!” ผมระเบิดอารมณ์ออกไปก่อนจะหมุนตัวเดินไปคนละทางกับจุดมุ่งหมายเมื่อครู่  ข้งข้าวไม่แดกมันแล้ว!! หมดรมณ์จะแดก!!
     

    “ไอ้คิทฟิวส์ขาดซะแล้ว” เสียงไอ้พีทดังแว่วมา  มันคงรู้ว่าเวลาผมเป็นแบบนี้ผมอยากอยู่คนเดียวมันถึงไม่ตามมา  ผมไม่อยากมีสิ่งมารบกวนใจในเวลาที่กำลังโมโห
     

    “แปลกแฮะ  ทำไมไม่ใช้กำลังอย่างที่ควรจะเป็น” เสียงใครบางคนดังแว่วๆ  เป็นเพราะผมเดินมาไกลแล้วจึงไม่รู้ว่าเป็นเสียงใคร
     

    จุดมุ่งหมายของผมในตอนนี้คงไม่ใช่ที่ไหนนอกจากโรงยิม


     

     

    ตั้งแต่คาบบ่ายผมไม่เข้าเรียนเพราะไม่มีอารมณ์จะเรียนจึงมาเล่นบาสอยู่คนเดียวในขณะที่รอบข้างของผมเงียบร้างผู้คนเนื่องจากเขาเข้าเรียนกันหมดแล้ว  เที่ยงนี้คุณนักดนตรีลึกลับไม่กระจายเสียงผมจึงไม่ได้ฟังเสียงเขาเพื่อผ่อนคลาย  แต่เอ๊ะ!?! ไม่แน่นะ...ผมอาจจะพาลไม่อยากฟังเสียงเขาไปก็ได้ในเมื่อทุกคนต่างก็ลือกันว่าเขาคือไอ้คีตะ  ดีแล้วที่เขาไม่มากระจายเสียง  ไม่งั้นผมคงหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเพราะคิดว่าเป็นเสียงมัน
     

    ตรู๊ดๆ ๆ
     

    โทรศัพท์ผมสั่นขณะที่ผมกำลังนั่งพักเหนื่อยหลังจากเล่นบาสมาร่วมหนึ่งชั่วโมง
     

    เบอร์บ้านไอ้พีทนี่นา  โทรมาทำไมกันนะ
     

    “สวัสดีครับ”
     

    [น้องคิทเหรอลูก  นี่ป้าเองนะจ๊ะ] เสียงของแม่ไอ้พีทดังมาตามสาย
     

    “ครับคุณป้า”
     

    [มีคนอยากคุยด้วยน่ะ  น้องคิทพอมีเวลาไหมจ๊ะ?]
     

    “ครับ มีครับ”
     

    เสียงกุกๆ กักๆ ดังก่อนจะมีเสียงคุ้นเคยดังมาตามสาย  เสียงนี้...เป็นเสียงที่ผมรอคอยมากกว่าที่จะเป็นเสียงของคุณนักดนตรีลึกลับเสียอีก
     

    [คิท นี่ป๊ะป๋าเองนะ  สบายดีหรือเปล่าลูก?] เวลานี้ความเครียดทั้งหลายที่หนักอึ้งอยู่ในหัวพลันมลายหายสิ้นเมื่อเสียงของพ่อผมดังขึ้น
     

    “พ่อ! พ่อกลับมาแล้วเหรอครับ!?!” ผมถามเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
     

    [ใช่ แต่ป๊ะป๋าอยู่ได้แค่อาทิตย์เดียวนะ  พอดีทางทีมงานของอิตาลีเขาอยากให้ป๊ะป๋าเก็บข้อมูลของประเทศไทยไปเขียนในคอลัมน์นิตยาสารของประเทศเขาน่ะ]
     

    “จริงเหรอ? ประเทศเราชักจะดังใหญ่แล้วนะ ฮะๆ”
     

    [คิท เลิกเรียนตอนไหนลูก ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าลูก เดี๋ยวจะไปหาที่โรงเรียนนะ] พะ...พ่อจะมา  ดีใจจัง
     

    “ห้าโมงเย็นครับ พ่อมารอที่หน้าโรงเรียนนะเดี๋ยวคิทจะออกไปหา” ที่จริงผมก็อยากจะไปหาซะเดี๋ยวนี้แต่กลัวว่าพ่อจะผิดหวังที่ผมโดดเรียน  ผมกลับเข้าเรียนดีกว่า
     

    [ป๊าจะรอนะ  ตั้งใจเรียนเข้าล่ะ] พ่อพูดก่อนจะวางสายไป
     

    พ่อน่ะจะชอบให้ผมเรียกว่าป๊ะป๋าอยู่เรื่อยแต่ผมก็ไม่ยอมเรียกเพราะผมว่ามันดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้  แต่ยังไงก็ช่างเถอะ  ตอนนี้ผมดีใจจนลิงโลดแล้วเนี่ย


     

     

    ผมเข้าห้องเรียนหลังจากที่คาบที่สองของตอนบ่ายหมด  หน้าตาของผมดูเบิกบานมากจนเพื่อนในกลุ่มแปลกใจทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมยังหัวเสียจนแทบจะฆ่าคนได้
     

    “มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอคิทตี้” ไอ้วาที่นั่งข้างๆ ผมถามเสียงเบา  ไอ้ลิซที่นั่งข้างไอ้วาอีกทีก็ชะโงกหน้ามามองอย่างสนใจ
     

    “พ่อน่ะ  พ่อกูกลับมาแล้ว” ผมพูดอย่างดีใจ  อยากอวดพ่อมากๆ เลย  อยากให้ทุกคนรู้ว่าพ่อผมหล่อ วะฮะฮ่า!!
     

    อันนี้ไม่ได้พูดเล่นนะครับ พ่อผมน่ะอายุสามสิบเก้าปีแล้วล่ะแต่ไม่อยากจะอวดเลยว่าหน้าตาก็อย่างกับยี่สิบปลายๆ  พ่อของผมน่ะทั้งสูง หุ่นก็ดีเพอร์เฟ็คท์ ผิวพรรณก็ดี เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มหล่อสุดๆ ไปเลยทีเดียว  มองเผินๆ ผมกับพ่ออาจจะเหมือนคนข้างบ้าน แต่เราเป็นพ่อลูกกันครับ  หน้าตาและรูปร่างของผมออกไปทางแม่เสียมากกว่าซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเจ็บใจเหลือคณาที่ผมไม่เกิดมาหุ่นแบบพ่อ
     

    “จริงเหรอ? ได้ยินว่าพ่อมึงไปทำงานนอกบ้านประจำจนไม่ได้กลับบ้าน  ดีใจด้วยนะ จะได้เจอพ่อแล้ว” ไอ้ลิซยิ้มให้อย่างยินดีซึ่งผมก็ยิ้มตอบ  ไอ้ลิซมันเป็นคนนิสัยดีนะ  ไม่กะล่อนเหมือนไอ้วาผมจึงไม่แผลงฤทธิ์ใส่มัน
     

    “อยากเจอพ่อนายจังจะได้หวัดดีพ่อตา ฮ่าๆ” เมื่อมันพูดจบทั้งมือผมและมือไอ้ลิซก็พร้อมใจกันลงกลางกบาลของไอ้วาทำเอามันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพราะแรงตบ
     

    อ๊าก!! อยากให้เลิกเรียนเร็วๆ จังเลย!

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คุณพ่อออออออออออออออออ

    B B
    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน
    นิยายแฟร์ 2024

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×