ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,297 Views

  • 124 Comments

  • 285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    436

    Overall
    11,297

ตอนที่ 4 : บทที่ 1.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

แสงตะวันสีเหลืองทอประกายอ่อน บอกเวลาคล้อยบ่าย อากาศเริ่มเย็นลงเหมือนดั่งใจคนที่ถอดคราบแม่เสือสาว กลายร่างเป็นแมวน้อยขนฟู

ซานอินทำแผลให้กับชายหนุ่มที่ถูกนางทุบตีจนช้ำไปทั้งตัว เขาไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ นั่นยิ่งทำให้นางรู้สึกผิด ทั้งไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมคุมอารมณ์ไม่ได้ จากนั้นจึงหันไปบดหญ้าชินจา สมุนไพรป่าฤทธิ์เย็นสำหรับรักษาแผลให้พี่นิลดำของนาง ซานอินนึกขอบคุณถิงซูอยู่ในใจที่แบ่งปันความรู้ให้ หนึ่งคนหนึ่งสัตว์จึงถูกรักษาอย่างทันเวลา

เผิงอวี้นั่งเป็นหุ่นฟาง มองนางทำทุกอย่างตาไม่กระพริบ ทั้งจับเขาถอดเสื้อออก โดยไม่ถามสักคำ ปากนางบอกขอโทษ แต่มิวายข่มขู่เขาทางสายตาว่าห้ามดื้อรั้น รอยสัมผัสเบาแสนเบา ทว่ากลับทำให้บาดแผลรุนแรงขึ้นเสียยิ่งกว่าถูกแทงลึกสามชุ่น[1] ก็เพราะกำแพงใจถูกพังสิ้น ไม่เหลือระยะปลอดภัยไว้ให้เขาก่อมันขึ้นมาใหม่   

เผิ้งอวี้รู้สึกชังตัวเอง ราวกับชายทรยศหญิงคนรัก ยังไม่ทันพ้นครึ่งปีหลานหลันก็ถูกแทนที่อย่างง่ายดาย อาจไม่ถึงขั้นปักใจรัก แต่เขารู้ดีว่าใจกำลังเปลี่ยนไป เผิงอวี้กัดฟันแน่นมิให้ความคิดเผยออกมาทางสีหน้า

ท่านโกรธข้าหรือที่ช่วยพี่นิลดำซานอินชะงักมือที่พันแผลอยู่ คิ้วเรียวขมวดมุ่น 

แล้วนั้นเลือดไหลอีกแล้ว ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้ เจ็บแล้วทำไมไม่บอกกล่าวกันดี ๆ เล่าท่านมือของนางไวกว่าความคิด ป้ายหัวนิ้วโป้งเช็ดคราบเลือดข้างมุมปาก อีกฝ่ายสะดุ้งตัวเกร็งราวกับโดนน้ำร้อน     

ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้

ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้

ประโยคนี้ทำให้เผิงอวี้ หยุดน้ำตาไว้ไม่อยู่ ความคิดถึงเสมือนคมดาบฟาดกลางใจซ้ำ ๆ จึงรีบก้มหน้าหนี เหตุใดนางจึงพูดเหมือนหลานหลัน แล้วเหตุใดหัวใจไยไม่ต่อต้านเหมือนดั่งที่เคยทำกับหญิงอื่น

ซานอินดึงมือกลับ ทว่าแววตาครุ่นคิดตามสิ่งที่เห็น เขาเจ็บปวด? ร้องไห้รึ? ลักษณะของชายผู้นี้ภายนอกดูเย็นชา สมกับชุดสีดำทึบไขว้ทับพอดีตัวตัดกับผิวคล้ามแดด กระชับร่างด้วยเข็มขัดหนังเส้นใหญ่ ข้างเอวหนามีทั้งมีดสั้น ตะขอปลายงุ้ม อายุอันนาน่าจะไม่มากกว่านางสักเท่าไรนัก จุดเด่นของชายผู้นี้ คงต้องยกให้ความคมเข้มของโครงหน้าราวภาพปลายพู่กัน คิ้วหนา จมูกเป็นสันตรง แม้ปากจะเม้มสนิทแต่มีรอยหยักได้รูป สิ่งเดียวที่นางไม่อยากสังเกตคือดวงตาคมดุจพยัคฆ์ แฝงอำนาจสั่งการ ทั้งเชื่อมั่นในตน ดูคล้ายใครสักคนหนึ่งที่นางรู้จัก ถ้าเล็มหนวดเคราออกสักนิดคงดี

ข้าชื่อซานอิน แล้วท่านล่ะนางเป็นฝ่ายเริ่มชวนคุยในระหว่างจัดการพันแผลให้ใหม่บริเวณช่วงแขน สลับมองพี่นิลดำของนางด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจสังหารมัน  

เผิงอวี้ลังเลอยู่พักใหญ่ ไม่สะดวกเปิดเผยสถานะของตน สมองเคยฉับไวกลับนึกคำตอบแสนง่ายนี้ไม่ออก เอ่ยได้เพียงประโยคเดียวว่า ต้านางก็ต่อคำที่เหลือให้จนจบเช่นเคย แต่...เข้าใจผิดไปหมด   

อ๋อ...พี่ต้าหนิงเป็ดน้ำของอันหยงนี่เอง

ซานอินยิ้มบาง ๆ จัดแจงฉีกผ้าตัวนอกของเขาเป็นอุปกรณ์การพันแผล โดยไม่ทันเห็นสีหน้าเหมือนอมยาขมไว้ในปาก ว่ากันตามจริงแล้ว นางพาเขากลับไปยังค่ายจะง่ายกว่า ทว่านางห่วงพี่นิลดำ ถ้าหากคนในหุบเขารู้เข้าว่าที่นี่มีหมีป่าอาศัยอยู่ อาจไม่ใช่เรื่องดีเท่าใดนัก

ซานอินตั้งคำถามอีกหลายอย่าง เขาเพียงพยักหน้ากับส่ายหน้า ระหว่างนั้นพี่นิลดำของนางร้องโฮกเสียงดัง สูดจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอะไรบางอย่าง แต่ด้วยความที่ถูกยิงบาดเจ็บจึงมิอาจลุกไปไหนได้ ถ้าไม่เห็นเงาตะคุ่มหลังตอไม้เสียก่อน นางคงคิดว่ามันกำลังถูกพิษบาดแผลทำร้าย

เสียงโฮกเล็ก ๆ ตอบรับระหว่างกัน พี่นิลดำดิ้นพลางร้องดังกว่าเดิม ซานอินเอ่ยบอกชายหนุ่มอย่าเพิ่งขยับ เผิงอวี้จึงรอดูว่านางจะทำอะไรกันแน่

ซานอินเดินออกไปราวสิบเก้า นำผ้าพันรอบเจ้าของเสียงโฮกปริศนา เพราะไม่อยากให้ผิดกลิ่น แล้วค่อยอุ้มเจ้านิลน้อยสองตัวมาแนะนำให้เขารู้จัก ก่อนส่งคืนสู่แม่ของมันที่นอนอยู่ เผิงอวี้เริ่มเข้าใจทุกอย่างชัดแจ้ง มือหนาวางดาบลงข้างตัวตามเดิม อดไม่ได้ที่จะมองหญิงสาวกับสัตว์ตัวใหญ่หยอกล้อกันราวกับไม่มีเขานั่งอยู่ด้วย   

ไม่ว่าใคร ต่างคิดว่ามันเป็นสัตว์ดุร้าย แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้พาให้ใจคนมองอุ่นวาบด้วยความรู้สึกบางอย่าง ครั้นผ่านไปสักพักเขาเห็นนางนั่งตาแดงก่ำ สุดท้ายก็ร้องไห้ตามเสียงโฮกฮากของครอบครัวหมีป่า เจ้านิลน้อยตัวแรกตะปีนขึ้นไปอยู่บนตัวแม่ของมัน นอนเกลือกกลิ้งอยู่ไม่ห่าง อีกตัวเอาแต่ดมกลิ่นสมุนไพรที่ปิดแผลไว้ มันครางเสียงแหลมเดินวนรอบตัวอยู่นาน  

เผิงอวี้เลิกคิ้วประหลาดใจ เริ่มรู้สึกนั่งไม่ติดพื้น เพราะอีกคนเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด เขายกมือกำแล้วคลายออกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่กล้าเอื้อมออกไป ท่ามกลางความอึดอัดยากบรรยาย ซานอินออกปากเล่าถึงความหลังให้เขาฟัง

พ่อของมันถูกคนในหุบเขายิงตายเมื่อเดือนก่อน จากนั้นข้าบังเอิญมาเจอลูกของมันตกอยู่ในลำธาร จึงช่วยเอาไว้ เห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้ท่านอย่านึกดูถูกเชียวล่ะ เจ้านิลน้อยสองตัวกินจุนัก ข้าเลยตัดหน่อไม้หวานท้ายป่าให้กินทุกวัน มาเกือบตกใจตายก็ตอนแม่ของมันมาหาถึงกระท่อมซานอินหันหน้าไปอีกทาง ยกมือปาดน้ำตาทิ้ง รอจนกระทั่งเสียงสะอื้นหายไป แล้วจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงติดสั่น ท่านต้าหนิง ข้าจึงอยากขอร้องท่าน...

ข้า…

จะช่วย เป็นครั้งแรกที่เผิงอวี้พูดออกมาถึงสามประโยค แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับมานั้นทำให้เขานึกเสียใจที่พูดออกไป นางจับมือเขาไว้ทั้งสองข้าง หลังจากนั้นหูเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย ความอบอุ่นผ่านอุ้งมือซึมเข้าไปในห้วงใจ ค่อย ๆ ย้ำให้เขารู้ซึ้งถึงความพ่ายแพ้ รอยยิ้มอ่อนหวานประทับตราลงในสายตาของคนช่างจำ สิ่งที่เขากลัวอยู่ได้เกิดขึ้นแล้ว      

ท่านต้าหนิง ให้ข้าช่วยทำแผลเรียบร้อยก่อน แล้วรอข้ากลับไปเอาเสื้อมาเปลี่ยนให้ใหม่ค่อยกลับได้หรือไม่?”

เผิงอวี้พยักหน้ามากกว่าสองครั้ง กระทั่งนางเดินไปตั้งแต่เมื่อไร เขาก็ยังพยักหน้าค้าง พลันรู้สึกว่าเขากำลังยิ้ม กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนเจ้านิลน้อยช่วยรุมกัดชายกางเกงขาดเป็นแนวยาว ทิ้งรอยข่วนไว้อีกหลายจุด

เผิงอวี้ส่ายหน้าให้กับความซนของมัน ดวงตาดำขลับเพ่งมองแพไม้ไหวโยกตามลม เขาเพิ่งเข้าใจ ทำไมนางถึงร้องไห้ เปรียบกันกับนางแล้วอย่างน้อยเจ้าหมีตัวอ้วนมีในสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว แต่ชีวิตนางคงเหมือนสมุดในบันทึกประวัติเล่มนั้น โดดเดี่ยว สองคำสั้น ๆ แฝงไว้ซึ่งความหมายนับพัน    

ซานอิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรไว้กับใจผู้อื่นบ้าง



[1] หน่วยวัดของจีน ๑ ชุ่น = นิ้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #9 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 19:45

    ละมุนละไม

    #9
    0
  2. #8 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 17:52
    ไมซ่อนละ??
    #8
    1
    • #8-1 (@azooii) (จากตอนที่ 4)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 19:40
      แก้ไขนิดหน่อยจร้า ใจเย็น ๆ ลงย่อหน้าผิดอันนึง
      #8-1