ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,041 Views

  • 125 Comments

  • 286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,180

    Overall
    12,041

ตอนที่ 3 : บทที่ 1.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

เรือนไม้ยอดภูผา

มุมปากของเผิงอวี้กระตุกยิ้ม หันหน้ามองลูกน้องคนสนิทที่ได้รับฉายาใหม่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็ดน้อยในอ่างน้ำมือหนาจรดปลายพู่กันลงบนผืนภาพ ระบุตำแหน่งสำคัญของเมืองที่ถูกตีแตกพ่ายตามสายข่าวรายงาน สองแคว้นใหญ่ล่มสลายพร้อมกัน ความน่ากลัวหลังจากนั้นเป็นกลุ่มคนที่รวมอำนาจขึ้นมาใหม่ ฉะนั้นแล้วเขาต้องเตรียมแผนล่วงหน้าไว้อย่างรอบคอบ      

เพียงอึดใจให้หลังคำว่า เป็ดในอ่างดังแว่วมาจากท้ายเรือนเผิงอวี้เงยหน้าขึ้นมองต้าหนิง เลิกคิ้วสูงข้างหนึ่ง ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม ก่อนจะลงมือทำงานต่อ ต้าหนิงเป็นฝ่ายเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ยกมือเกาศีรษะแกรก ๆ พลันโพล่งถามออกไป  

ให้ข้าไปตักเตือนพวกนางดีหน่อยหรือไม่ขอรับต้าหนิงกล่าวขึ้น เมื่อเล็งเห็นว่าเสียงพูดคุยจอแจอยู่นั้น อาจทำลายสมาธิของท่านฮานเก่อ   

เผิงอวี้ส่ายหน้า คิ้วหนาเรียบตรง ใบหน้าคมคายยังปกติดีอยู่ นั่นหมายถึงคำตอบ

ต้าหนิงถอนหายใจออกมาสั้น ๆ แต่ไหนแต่ไรมา ท่านฮานเก่อพูดน้อยเสียจนนับคำได้ ลูกน้องใต้อาณัติจึงต้องเรียนรู้จากการสังเกตท่าทางสีหน้า แทนการเดาสุ่มสี่สุ่มห้า แม้แต่เขาที่ติดตามท่านฮานเก่อมาเกือบสิบปียังทายสิบผิดถึงห้าข้อ

หยิบรายงาน

ต้าหนิงสะดุ้งเฮือก ความคิดยังไม่ทันไปถึงไหน ภารกิจในการเดาเกิดขึ้นทันที โชคดีที่ข้อนี้เดาง่ายหน่อย เขารีบหยิบสมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มบนสุดยื่นส่งให้ ในนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับหญิงสาวทั้งสามคน

เจ้าเก่ง เป็ดน้อย เผิงอวี้รับไว้แล้วเดินไปนั่งบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง ปล่อยให้ต้าหนิงยืนนิ่งดั่งถูกสาป

สายลมอุ่นพัดเป็นระลอกคลื่นจากยอดเขาสู่เรือนไม้ นำกลิ่นหอมของมวลบุปผชาติพาให้ใจสดชื่น หลายเดือนมานี้เผิงอวี้ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าพวกนาง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี เผิงอวี้พลิกหน้ากระดาษอ่านรายงานเกี่ยวกับประวัติโดยคร่าว ๆ ทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน

ดวงตาคมไล่มองไปทีละแถว โสตประสาทปิดรับการได้ยินจากภายนอกโดยพลัน ปล่อยความคิดจมดิ่งไปกับตัวอักษรในรายงาน อันหยงเป็นถึงอดีตบุปผางามแห่งหอสราญรมย์ อดีตเหมือนดั่งกระจกสีดำสนิท รอดจากการสังหารมาได้ก็เพราะใช้เรือนร่างแลกมา แม้ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ปากว่ามือกรีดกราย แต่ไม่เคยสร้างเรื่องเดือดร้อนให้แก่ผู้ใด นิสัยเกินงาม พูดจาโผงผางไปบ้าง แต่นั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของนาง ทว่าภายใต้เสียงหัวเราะนั้นจะมีสักกี่ส่วนที่ออกมาจากข้างใน     

ทางฝ่ายถิงซูอดีตภรรยานายทหารขั้นสองเมืองถงฟาง ขึ้นชื่อเรื่องภรรยาผู้เพียบพร้อม ทำงานละเอียด รู้หนังสือ ซ้ำยังรู้จักวิชาแพทย์ ทว่าสามีถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด ตัวนางถูกย่ำยีต่อหน้าลูกน้อย ดูเผิน ๆ เหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่บาดแผลทางใจนั้นสาหัสนัก มุมขอบล่างมีตัวหนังอักษรสีแดงกำกับไว้ว่า ลูกชายของถิงซูติดต้าหนิงมากเป็นพิเศษ ทว่าถิงซูกลับทำตัวห่างเหินต่อต้าหนิงอย่างเห็นได้ชัด

เผิงอวี้เคาะนิ้วใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองลูกน้องที่เปรียบเหมือนมือขวาของตน เห็นทีเป็ดน้อยคงต้องพบอุปสรรคอีกเยอะเลยทีเดียว         

พอถึงคนสุดท้าย ชายหนุ่มกดนิ้วลงบนหัวคิ้ว ชั่งใจอยู่พักใหญ่ พลันรู้สึกแน่นในอกเมื่อเริ่มอ่านประวัติบุคคลที่เขาไม่สามารถคาดเดาได้ ซานอิน  ประวัติของนางมีเพียงสองประโยค โดดเดี่ยว เผิงอวี้จำหลานหลันได้เพียงตอนนางอายุสิบปี รอยยิ้มของนางดุจดอกเหมยแย้มบานกลางลมเหมันต์ เสียดายที่เขาเอาแต่มุ่งหาหนทางตั้งตัว จึงไม่ได้พบปะหน้านางนับจากนั้น

เขารู้สึกว่าซานอินมีความคล้ายกับหลานหลันหลายส่วน หนึ่งในหลายสิบข้อคือความกล้าหาญ ภาพที่นางเอาตัวเข้าเป็นเหยื่อล่อไม่คำนึงถึงร่างกายจะแปดเปื้อนหรือพลาดพลั้ง จังหวะที่หยิบปิ่นจ้วงแทงเศษเดนมนุษย์ผู้นั้นยังติดตาตรึงใจเขาจนถึงตอนนี้  

เผิงอวี้จึงกลัว... กลัวว่าความชื่นชมจะเปลี่ยนใจที่เคยยึดมั่นต่อหลานหลัน อันเป็นเหตุให้เขามิอาจอยู่ใกล้นางได้

ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักไม้ สะบัดศีรษะเชื่องช้า พลางทาบมือกุมอกซ้ายไว้ กำแพงใจสิบปีสูงเกินวัด ไม่เคยสักครั้งที่จะหวั่นไหว แล้วเหตุใดถึงไม่แข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้ ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ดีต่อใครทั้งสิ้น

สำรับอาหารวันนี้ไม่ต้อง

เผิงอวี้เอ่ยพลางยัดกายลุกขึ้น นัยน์ตาคมฉายแววสับสน เขาคว้ากระบี่และคันธนูพร้อมกัน ต้าหนิงยังไม่ทันได้ท้วงถามเพิ่มเติม นายของตนก็เดินหายไปในผืนป่าเสียแล้ว

แต่ก็น่าแปลก ยิ่งมนุษย์เราเดินหนี เส้นด้ายวาสนานั้นกลับยิ่งเกี่ยวพันให้ใกล้กันมากขึ้น

 

แม้จะย่างเข้าวสันต์ฤดู บรรยากาศในป่าหลังผาหิน ล้วนแต่เป็นป่าดิบชื้น ต้นไม้ส่วนใหญ่มิเคยผลัดใบ ฝนตกลงมาเพียงครั้งคราวก็สามารถล่อเลี้ยงผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ได้ตลอดทั้งปี

          ซานอินและอันหยง แยกกันคนละทางโดยนัดแนะกันว่า หากใครเก็บเห็ดได้เต็มห่อผ้าก่อน ผู้นั้นงดล้างชามกับตะเกียบหนึ่งวัน ซานอินเดินไปเก็บเห็ดไข่เป็ดทางทิศใต้ ส่วนอันหยงชอบกินเห็ดพุงหมูจึงแยกไปทางป่าไผ่ติดธารน้ำไม่ไกลจากที่พักเท่าใดนัก  

ซานอินรู้ว่าอย่างไรเสีย อันหยงต้องรีบเก็บรีบกลับก่อนนางแน่ จึงไม่เร่งรีบใช้เวลาเลือกเอาแต่ดอกตูมสีเหลืองใส่เต็มห่อผ้า พร้อมกับตัดหน่อไม้หวานเพิ่มอีกสามหน่อใหญ่ แวะไปฝากเจ้านิลน้อย ระหว่างเดินลัดต้นมะพลับไปอีกทาง นางได้ยินเสียงคมดาบตัดไม้ หากฟังไม่ผิดคล้ายได้ยินคำสบถแว่วตามมา ทว่ากลับไม่ตกใจเท่าเสียงคำรามของสัตว์ใหญ่

ครั้นมาถึงบริเวณดังกล่าว นางพบกับชายหนุ่มนั่งหันหลังติดโขดหิน แม้มองเห็นใบหน้าไม่ถนัดว่าเป็นคนในหุบเขาหรือผู้บุกรุก แต่นางจำผ้าพันศีรษะประจำหน่วยของท่านฮานเก่อได้ ช่วงแขนยาวตลอดถึงหัวไหล่อาบเลือดสีแดง จุดสำคัญคือมีหมีตัวใหญ่ยืนสองเท้าร้องคำรามไม่หยุดราวกับต้องการแลกชีวิตกับชายหนุ่ม ขาหลังของมันมีลูกธนูปักคาอยู่ นั่นกระมังที่ทำให้มันโกรธจัดถึงเพียงนี้

สวรรค์..ให้ตายเถอะ!! ช่างบังเอิญเสียเหลือเกินที่ซานอินรู้จักหมี แต่ไม่รู้จักคน

ซานอินเรียกสติกลับมา ค่อย ๆ ลำดับเหตุการณ์ไว้พลางคิดต่อ จะช่วยฝ่ายไหนก่อน แต่ดูจากท่าทีของชายหนุ่ม ยังปิดปากเงียบมิให้นางซักถาม ดู ๆ แล้วเขาคงไม่ยินดีให้นางช่วยเท่าไรนัก มิผิดจากคำที่นางเคยได้ยิน ข้าหยิบไม้ยื่นให้ท่านตีสุนัข ทว่าผู้รับไม่ไยดี

ท่านอย่ายิงนะซานอินร้องลั่นป่า เมื่อเห็นเขาน้าวธนูตั้งศรเล็ง ซึ่งคำพูดของนางคงไม่เข้าหูอีกฝ่าย จึงหันไปเอ่ยปากไล่พี่หมีที่คุยง่ายกว่าคน

แม่นิลดำ อย่ามัวโมโหอยู่เลย รีบไปเสียเถิด

หมีเจ้าถิ่นหันมองหญิงสาวโดยสัญชาติญาณ มันตะกายอุ้งเท้าในอากาศ พลันได้กลิ่นอันคุ้นเคยประกอบกับสำเนียงเสียงเดิมที่เคยช่วยมันไว้ สร้างความลังเลจนกลายเป็นเป้านิ่งให้ผู้ที่รออยู่ลงมือสังหาร   

ลูกธนูดอกแรกเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจกลับพลาดเป้าอย่ามิน่าให้อภัย เผิงอวี้ถูกลูกท้อในมือหญิงสาวจอมยุ่ง ปาใส่สองครั้งติดกัน หนำซ้ำยังปาโดนแผลของเขาทั้งสองลูก

เผิงอวี้กัดฟันกรอด ดวงตาวาวโรจน์ มิวายตั้งวงแขนน้าวคันธนูอย่างรวดเร็ว เป้าหมายล้มตามคาด ทว่าเสียงแผดร้องตะโกนใส่เขาจนหูดับ พร้อมกับลูกท้อพุ่งมาอีกสองลูก ทำเอาเขาเอาจุกไปหมด เผิงอวี้โกรธจัด จากที่ไม่อยากหันหน้ามองนักปา จำต้องขอดูสักคราว่านางเป็นใคร        

ซานอินอยู่ในอารมณ์โกรธเช่นกัน เดินสาวเท้าถี่ปรี่เข้าหาอย่างไม่คิดชีวิต แย่งเอาธนูออกจากมือของชายหนุ่ม ฟาดลงโขดหินหักเป็นชิ้น ๆ นางไม่มัวให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้ หันมารวบหมัดตั๊กแตนใส่ระรัว เผิงอวี้รู้สึกเหมือนตนเคยถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน เมื่อตอนอายุเก้าขวบ เขาฝึกยิงธนูจากการยิงกระต่ายน้อย หลานหลันพบเห็นเข้า นางเอาซาลาเปาปาเขาจนเละเต็มหน้า ตั้งท่าท้าต่อยราวครึ่งชั่วยาม ครั้นเหตุการณ์บางอย่างทับซ้อนกัน เผิงอวี้จึงได้แต่นั่งบื้อเป็นกระสอบข้าวให้นางลงมือ  

คนบ้า คนใจร้าย เห็นไหมท่านยิงมันบาดเจ็บซานอินทุบไปร้องไห้ไป เสียงของพี่หมีของนางคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด พานทำให้ซานอินไม่สนดินฟ้าอะไรอีกแล้ว  

เงียบนะ!!” ซานอินตวาดราวกับแม่เสือกวดขันลูกน้อย อย่าร้องโอยให้ข้าได้ยิน ท่านเจ็บเป็นแล้วหรือไร? แล้วมันเล่า!!”

เผิงอวี้ที่เดิมทีไม่ถนัดพูดอยู่แล้ว กลับยิ่งเถียงไม่ออก อ้าปากพูดได้เพียงแค่คำว่า ข้า... ติดอ่างอยู่นาน แล้วก็พูดวนพูดอยู่แค่ประโยคเดียว

รู้สึกผิดจนพูดไม่ออกเลยสินะ ข้าจะตีท่านบ้าง ถ้าอยากยิงข้าอีกคนก็เชิญเลย

ข้า...เผิงอวี้พูดได้เพียงหนึ่งคำก็โดนนางทุบสิบหน ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบห้าปี เขาไม่เคยเห็นสตรีใดทุบตีบุรุษเพราะยิงหมีป่ามาก่อนเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ   

.

.

คุยกันท้ายบท

เรื่องนี้พระเอกจะออกแนวพูดน้อยมากกกกกกกกกกกกก แต่ความน่ารักมีให้เก็บแน่นอน ซึ่งทั้งสองคนนี้ยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป็นคู่หมั้นกัน ฮานเก่อคิดว่าหลานหลันตายไปแล้ว อีกทั้งไม่เคยเจอหน้ากันเกือบสิบปี(มีรักตอนก่อนวัยเสียบปิ่น) 

ฝากติดตามให้กำลังใจกันเช่นเคย กดเลิฟ กดแชร์ & คอมเม้นต์แสดงความคิดเห็นได้นะครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #7 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 15:03
    หลานหลัน น่าจะรู้ว่า
    เผิงอวี้คือคู่หมั้นเพราะฝ่ายชายยังคงใช้ชื่อแซ่เดิม
    #7
    2
    • #7-1 (@azooii) (จากตอนที่ 3)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:26
      ไม่ใช่ปมใหญ่ครับ เดี๋ยวก็รู้แล้วตอนหน้า เพราะตอนนี้ที่นางรู้คือ....ฮานเก่อ รวม ๆ พอเข้าใจไหมงับ ไม่ใช่ปมซับซ้อน แต่จะเพิ่มความชัดเจนตรง นางเอกรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่พระเอกไม่แน่ใจเพราะจำกัดเวลาที่ห่างกันไปหลายปี เหมือนคู่หมั้นวัยเด็ก พระเอกแก่กว่าหน่อย สายแอบมองไม่กล้าคุย < นี่แหละพระเอก
      #7-1
    • #7-2 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 3)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 18:42
      อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะไรท์
      รอติดตามนะคะ
      #7-2
  2. #6 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 13:40
    อายุเท่าไหร่ค่ะ ถ้าเห็นตอน10ขวบ น่าจะจำกันได้
    #6
    1
    • #6-1 (@azooii) (จากตอนที่ 3)
      9 พฤศจิกายน 2561 / 15:30
      มีคำตอบอยู่นะท้ายบทเลยงับ ;) ปมนี้ไม่ใหญ่มาก พยายามตีความให้พระเอกมีความลังเล ใช่หรือไม่ใช่ ความคิดแรกคือแหวนหยก (เข้าใจว่านางคงตายพร้อมครอบครัว) ความคิดต่อไป...ทำไมสองคนนี้คล้ายกัน แต่ไม่กล้ายืนยัน เพราะตัวละครพระเอกจะอยู่ในแนวสายถ้ำมอง พูดน้อย มาตั้งแต่แรก (+ทั้งคู่หมั้นกันตอนพระเอก 10ขวบต้น ๆ)นางเอกต่ำกว่านั้นหน่อย เห็นหน้ากันก็ตอนแอบมอง
      เดี๋ยวตอนต่อ ๆ ไปจะชัดขึ้นครับ ไม่ใช่ปมใหญ่อะไร
      #6-1