ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,988 Views

  • 125 Comments

  • 287 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,127

    Overall
    11,988

ตอนที่ 5 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    12 พ.ย. 61

ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest


บทที่ 2

เพียงชั่วเวลาหนึ่งกาน้ำหยดให้หลัง ซานอินกลับมาอีกครั้งพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ แขนข้างซ้ายเขายังเจ็บอยู่ นางจึงลงมือช่วยทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย ต้าหนิงในความคิดของนาง แตกต่างจากที่อันหยงเล่าให้ฟังอย่างสิ้นเชิง อยู่ ๆ ไปก็ชักเริ่มชินกับการคุยคนเดียวมากกว่ารอให้เอ่ยปากสักเพียงครึ่งคำ แม้บุคลิกภายนอกดูเย็นชาไปบ้าง แต่ลึก ๆ แล้วน่าคบหาอยู่ไม่น้อย มิน่าล่ะ...อันหยงถึงใคร่หลงเขาอยู่หนึ่งเดือนเต็ม    

เผิงอวี้ขมวดคิ้วแทบจะพันกัน สงสัยว่านางยิ้มอะไร ชุดนี้มีสิ่งใดผิดปกติ หรือต้าหนิงบอกความจริงกับนางแล้วว่าเขาคือฮานเก่อ   

ซานอินระบายยิ้มอ่อน พลางเงยหน้ามองเขาเพียงเล็กน้อย เบี่ยงเบนความสนใจ ชี้ให้อีกฝ่ายดูหนึ่งในต้นสายปลายเหตุ เจ้านิลน้อยสองตัวช่วยกันงับเข็มขัดหนังสีน้ำตาลจนก้นกระดก สองเท้าหน้าตะกุยดินเป็นหลุมหัวฟัดหัวเหวี่ยง สุดท้ายก็ได้ของเล่นชิ้นใหม่ไปครอบครองจนได้

ครั้นพอเผิงอวี้รู้ตัว เขาไม่รู้ว่าควรแสดงสีหน้าเช่นใด หูทั้งสองข้างร้อนผ่าว ก่อนหันไปคว้าหัวขโมยสองตัวไว้โดยพลัน เจ้านิลดำที่ห้อยต่องแต่งในอากาศร้องครืดคราดในคอ ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซานอินรวบกำปั้นหลวม ๆ ปิดเสียงหัวเราะ พอเห็นเขาแสดงท่าทีแบบนี้แล้วนางก็อดห่วง       

ท่านต้าหนิง ข้าขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ใช่ว่าซานอินต้องการล่วงเกิน เพียงนึกถึงสหายอีกคนว่านางคลั่งไคล้ท่านอย่างกับอะไรดี แม้สงครามจะลดทอนชีวิตของคนสักกี่มากน้อย ขอให้โฉมงามได้สบพักตร์ยอดบุรุษก่อนตาย เกิดมาชาติหนึ่งย่อมมิเสียเปล่า ตัวข้าก็เพิ่งเห็นพ้องกับสหายเฉกเช่นเดียวกัน ท่านต้าหนิงคงไม่ถือสาซานอินค้อมศีรษะลงพลางยิ้มมุมปาก หยิบสายเข็มขัดจากเจ้านิลดำยื่นให้เขา ดวงตาใสกระจ่างพิศมองดูใบหน้าคมคาย อดที่จะพูดต่อไม่ได้ ข้าอยากรู้นักท่านฮานเก่อจะสง่างามเพียงใด เพราะลำพังท่านเอง เพียงเดินผ่านหน้าประตูเมืองใหญ่ เหมยแดงต้นฤดูมิวายร่วงโรยรอให้ท่านโน้มตัวลงเก็บสักหลายดอก

เผิงอวี้เพิ่งเคยถูกชมซึ่ง ๆ หน้า สำหรับเขาแล้วมันช่างยากต่อการอธิบายออกมาเป็นคำพูด น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าจริงใจ แววตาคู่นั้นสะท้อนให้เห็นความรู้สึกชื่นชมมากกว่าคิดเป็นอื่น

ซานอินจับเจ้านิลนอนหงาย เสียงหัวเราะของนางพลอยทำให้เขาผ่อนคลายลงอย่างน่าแปลกประหลาด นิ้วเรียวเทียวเกาช่วงท้องที่มีขนอ่อนนุ่มมือ กันมิให้มันลุกขึ้นแหย่ราชสีห์หนุ่มในยามใช้ความคิด พลางพูดต่อไปว่า...

อย่าบอกนะ ไม่มีใครนึกชมท่านมาก่อน?”

ไม่…” เผิงอวี้พยายามพูดแก้ต่างให้ตน มากกว่าหนึ่งคำแต่ก็ยังทำไม่ได้

ซานอินหัวเราะเสียงใส ยิ้มพราวทั่วใบหน้า เผิงอวี้นั่งนิ่งไปชั่วขณะ เพราะภาพที่เห็นอยู่มันใกล้เหลือเกิน ประหนึ่งถูกเกาทัณฑ์ที่ยิงออกไปย้อนทำลายกำแพงกั้นใจไม่หยุดหย่อน  

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ ข้าเองก็ไร้ความกล้า พูดจากล่าวชมผู้ใด ครั้นจะว่าไปแล้วชีวิตคนเรา พริบตาเดียวทุกอย่างผันเปลี่ยนไปหมด นับแต่วันที่ข้าฟื้นขึ้นมา พยายามยิ้มให้ได้ทุกวัน เห็นจึงบอกว่าชอบ ใช่ก็บอกว่าใช่ ไม่มัววางระบบแผน เมื่อไรจะกล้าแล้ววันใดจะทำ เลิกคำนึงถึงความควรไม่ควร เพราะข้าไม่อยากมานึกเสียดายภายหลัง ในวันที่ผืนฟ้าเรียกคนสำคัญไปจากเราซานอินหันหน้ามาทางชายหนุ่ม แววตาสองคู่สบผสานกันเพียงลมพัดผ่าน ทุกคนต่างมีบาดแผลในใจ หวังว่าคำพูดที่นางเคยมอบพลังให้กับตัวเอง จะทำให้เขารู้จักยิ้มบ้างสักครั้ง

 

หุบเขาม่านเมฆาเข้มงวดกวดขันไม่ต่างกับค่ายทหาร ในแต่ละวันพวกเขาต้องฝึกฝนร่างกายสองชั่วยาม เข้าเรียนกลศึกในห้องโถงใหญ่ แบ่งกลุ่มจัดเวรยามตรวจตราพื้นที่ แม้สงครามเหนือใต้สงบลงแล้วก็จริงอยู่ ทว่าจำต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา    

ซานอินกลับถึงเรือนไม้แดงก็รีบเข้าหลังครัว วันนี้นางตั้งใจจะทำตุ๋นเห็ดสามอย่าง ผัดเห็ดไข่เป็ดและเห็ดพุงหมูใส่ต้นหอม เพิ่มข้าวนึ่งหมกเครื่องเทศไว้อีกสองเตา ปริมาณอาจดูเยอะก็จริง ทว่านางเน้นใช้วัตถุดิบธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ ให้เข้ากับความเป็นอยู่ของที่นี่ หญิงสาวลงมือทำด้วยใจเปี่ยมสุข พานให้นึกถึงตอนช่วยท่านพ่อเปิดยุ้งฉาง แจกจ่ายเสบียงอาหารให้กับชาวเมืองในยามภัยแล้งมาเยือน

ถิงซูช่วยทำน้ำแกงหัวปลาหม้อใหญ่ แล่เนื้อแยกไว้ต่างหาก เพื่อตากแห้งเป็นเสบียงในมื้อต่อไป ส่วนอันหยงรับหน้าที่จัดเตรียมถาดอาหารให้แก่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ เพียงชั่วเวลาหนึ่งอึดใจเสียงพูดคุยราวกับผึ้งแตกรังดังลั่นเรือนไม้   

พี่อันหยง วันนี้เหตุใดข้าต้าเอ๋อร์ไม่เห็นพี่ซานอินเลยเล่าขอรับเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีกล่าวพลางชะเง้อมองเข้าไปในครัว ครั้นเมื่อเห็นคนที่ตนตามหา พวงแก้มทั้งสองข้างแดงซ่าน ถอนสายตากลับมาด้วยท่าทีขวยเขิน อันหยงเห็นเข้าจึงอดเบ้ปากใส่เสียไม่ได้

นี่เจ้าถั่วงอกน้อย อย่าข้ามหน้าข้ามตาข้านัก ริอ่านจะลิ้มเล็มบุปผางามทั้ง ๆ ที่ยังยืดงอไม่เต็มก้านเช่นนี้ เดี๋ยวแม่ตีตายเลยนี่ จำไว้พี่ซานอินของเจ้าไม่ชอบเด็กหนุ่ม แต่...พี่อันหยงเต็มใจรับ--ทุก--วัย เอ็นดูทุกส่วน ราคาค่างวดไม่มี ยินดีส่งถึงเรือน อันหยงแสร้งสะบัดหน้าแง่งอน จีบปากอวดชาดสีสด คิ้วเรียวโค้งขึ้นมือบางกรีดกรายตักหัวปลาในชามเพิ่มให้หนึ่งชิ้น  

ผู้ที่นั่งอยู่ราวสามร้อยคนเห็นเข้า ต่างโอดครวญถึงความไม่ยุติธรรม     

ทำไม พวกเจ้าโห่ร้องอะไรกันหึ! หรือไม่อยากกินแล้วก็รีบเอาถ้วยชามมาเก็บ ถั่วงอกน้อยเพิ่งมาอยู่ได้เดือนเดียว เจ้าหุบเขาจึงสั่งให้อันหยงดูแลเป็นพิเศษ ใช่ว่าจะลืมหัวเผือกหัวมันอย่างพวกเจ้าเสียเมื่อไหร่อันหยงกวักมือเรียกคนต่อไปให้รับอาหาร ไม่สนใจเสียงเป็ดเสียงการ้องขอให้นางใช้กฎของความเสมอภาค ว่าแต่เอ...เหตุใดถึงไม่เห็นท่านต้าหนิง กับท่านฮานเก่อเลยล่ะ? ปกติจะนั่งอยู่โต๊ะนอกชานเรือน วันนี้ไม่ยักเห็น นางอุตส่าห์ตบแป้งแปลงโฉมไว้รอทั้งวัน มิเท่ากับหย่อนเบ็ดหวังปลา แต่พลาดท่าเสียเหยื่อหรอกรึ?     

นี่ถงถงคนดี ท่านต้าหนิง กับท่านเจ้าหุบเขาล่ะ?” อันหยงเอียงหน้าถามเสียงออดอ้อน ชายผู้นี้วัยยี่สิบต้น ๆ ร่างบึกบึนสมบุรุษ ผิวคล้ามเข้ม ชวนให้นางฉวยโอกาสหากำไรอยู่เป็นประจำ 

ข้าได้ยินมาว่า ท่านฮานเก่อเรียกกลุ่มลาดตะเวน ร่วมหารือ พร้อมกับท่านต้าหนิงขอรับพี่อันหยง คาดว่าวันนี้อาจจะไม่ได้มาถงเซียวยิ้มกว้างยื่นรับชามข้าวมาถือไว้ กล่าวขอบคุณก่อนจะเดินแยกออกไปนั่งร่วมโต๊ะกับพ้องเพื่อน ปล่อยให้อันหยงยิ้มเก้อ บีบน้ำตาด้วยความเศร้าโศก

ถิงซูส่ายหน้าอ่อน เข้ามาสะกิดให้อันหยงรีบตักกับข้าวแจก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเหม่อลอยตักผิดตักถูก นางจึงลงมือทำเองพลางบอกให้พวกเขาทั้งหมดตั้งแถวใหม่ ส่วนใครที่ยังไม่อิ่มให้ลุกขึ้นมาเติมได้

ถิงซู เหตุใดสาวงามของเรา ไยทำหน้าเหมือนแม่เป็ดไม่ได้ลงน้ำ ดูทำตาทำปากเข้าสิ ซานอินหัวเราะคิก ยกข้าวนึ่งมาวางเพิ่ม แกล้งกระทบไหล่ให้อันหยงตื่นจากภวังค์ช่วยกันทำงานต่อ

อันหยงค่อย ๆ ผินหน้าไปด้านซ้าย เชิดคางเพียงเล็กน้อย แต่มือกระตุกแขนให้ซานอินมองสิ่งที่นางเห็นอยู่ ซานอิน...ข้ารู้สึกเหมือนถูกล้วงหัวใจไปจากร่าง

.....เพียงประโยคเดียว ซานอิน ถิงซู ก็ถอนหายใจออกมาสั้น ๆ พากันส่ายหน้าไปคนละทาง อาการฝันกลางวันของสหายรักมาเยือนอีกครา เมื่อเห็นกลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่เมื่อเดือนก่อนถนัดถนี่ ปลาบางชนิดความจำสั้นนัก เอาแต่ว่ายทวนกระแสน้ำจนหมดแรง ทว่าคนบางคนลืมง่ายเสียยิ่งกว่า ซานอินถอนหายใจอีกหน กระทั่งท่านฮานเก่อยังถูกทิ้งเพียงชั่ววัน นับประสาอะไรกับต้าหนิง

เจ้าอย่าไปห้ามเลยซานอินถิงซูยิ้มมุมปาก ชี้ให้ดูคนงามเดินโอดองค์ออกไปอวดโฉม เรียกเสียงเกรียวกราวได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ยืนมองภาพเดียวกัน ทุกอย่างคงเป็นเหมือนดั่งที่เคยเป็นตลอดทั้งสามเดือน อันหยงเปรียบเสมือนรอยยิ้มเติมแต่งให้กับคนทุกผู้ที่พบเห็น เพียงนางเอ่ยออกมาคำครึ่งคำหนุ่มน้อยต่างก็หลงทางมองอะไรเป็นสีหวานไปหมด

ทว่าวันนี้เหมือนขาดอะไรไป ชื่อของต้าหนิง ทำให้ซานอินเพิ่งนึกขึ้นได้ เพราะมัวแต่ยุ่งจนลืมไปเสียสนิท นางหันหลังเดินเข้าครัว ทำตามสิ่งที่ใจคิด

มีใครเป็นอะไรรึ?”ถิงซูถามขึ้น เมื่อเห็นความเร็วในการลงมีดบนเขียงไม้ พลางเหลือบมองสิ่งที่อยู่ในหม้ออวยเล็ก ๆ บนเตาถ่าน กลิ่นของข้าวเคี่ยวไฟอ่อน ๆ ผสมรากโสมป่าบดละเอียด เห็ดสดหั่นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเท่ากัน ตัดรสชาติให้กลมกล่อมด้วยหัวไชเท้าหมักเกลือ แล้วโรยต้นหอมปิดท้าย

ซานอินหันมากล่าวยิ้ม ๆ มือยังเป็นระวิง มิวายขอคำชี้แนะจากถิงซูเพิ่มเติม ถิงถิงโดยปกติแล้วหากเราได้รับแผลจากกรงเล็บของสัตว์ใหญ่ มีอาการสุ่มเสี่ยงอันตรายบ้างหรือไม่?”

ถิงซูพยักหน้าช้า ๆ พอคาดเดาอะไรได้บ้าง นางเอื้อมมือหยิบถ้วยส่งให้พร้อมถาดไม้ ขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดบาดแผล จากนั้นถ้าแผลไม่ลึกมากก็ไม่มีอะไรให้น่าห่วง

ซานอินยืนนิ่ง สายตาทอดมองออกไปนอกบานยกหลังครัว หมายจะได้เห็นใครสักคน ครั้นจะบอกว่าไม่ห่วงเลยคงเป็นไปไม่ได้ ท่านต้าหนิงบาดเจ็บเพราะข้า แม่นิลดำน่ะ ถิงซูคงจำได้ จากนั้นซานอินก็เริ่มเล่าคร่าว ๆ ให้ถิงซูฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์ท้ายป่าที่นางพบเมื่อตอนกลางวัน

ถิงซูสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของสหายรัก แววตาพราวแสงระยับแฝงความประทับใจยามกล่าวถึงท่านต้าหนิง ผิดไปจากซานอินคนเดิมที่นางรู้จัก  

อย่ามองข้าเช่นนั้นสิถิงซู เจ้ารู้จักข้าดี โจ้กหม้อนี้ไม่ใช่แค่เขา แต่ถิงเหอเองก็ต้องการด้วยช่วยกันซานอินรวบมือถิงซูเอาไว้ก่อนจะนำถุงผ้าห่อเล็กยัดลงไป ข้าได้ยินมาว่า เร็ว ๆ นี้กลุ่มของท่านฮานเก่อจะเดินทางออกจากหุบเขา เจ้านำเงินในส่วนของข้า ฝากคนในขบวนม้าซื้อยามาเพิ่ม ถิงเหอยังเด็กนัก การปรับตัวให้อยู่ในสภาพอากาศเช่นนี้มักป่วยบ่อย

ซานอิน... ถิงซูพูดเสียงสั่นเครือ ไม่คิดว่าซานอินจะกังวลแทนนางสองคนแม่ลูกเสียทุกอย่าง หญิงสาวลุบตามองถุงเงินในมือ นี่อาจเป็นค่าแรงทั้งหมดของซานอิน แล้วนางจะกล้านำมาใช้ได้เยี่ยงไร ผนวกกับประโยคถัดมาพลอยทำให้คนฟังน้ำตารื้น

ถิงซู...เรามีกันอยู่เพียงแค่นี้ คำขอบคุณยิ่งไม่ต้อง อะไรที่ผ่านไปแล้ว ปล่อยผ่านไปเถิด อย่าไปนึกถึงให้มันบั่นทอนใจเรา ตกลงไหม?” ซานอินกล่าวยิ้ม ๆ ปิดท้าย พลางเบี่ยงตัวหนีไม่ยอมให้อีกฝ่ายคืนเงินส่วนนั้น

เอาล่ะ ข้าไปก่อนดีกว่า ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะเจ้าคะ

ถิงซูส่ายหน้ายิ้มทั้งน้ำตา ในบรรดาสามคนรวมตัวนาง ซานอินดูอ่อนหวาน แต่ทว่าเด็ดเดี่ยวนัก นับตั้งแต่ได้ซานอินช่วยเหลือในครั้งนั้น นางแม่ลูกจะขอติดตามเป็นบ่าวรับใช้ทดแทนคุณ แต่ซานอินยืนยันเจตนาเดิม สิ่งที่นางต้องการคือมิตรสหายที่ตั้งต้นชีวิตใหม่ไปพร้อมกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #12 bigsun1120 (@bigsun1120) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:20

    เมื่อไรจะรู้จักกันละเนี่ยะลุ้นนนมากมาย

    #12
    1
  2. #11 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 14:21

    ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุอะไร

    เปิดอ่านในมือถือ อ่านชัดเจนดี

    แต่พอมาอ่านใน pc ตัวเล็กและบางมาก

    อ่านไม่สบายตาเลย

    #11
    3
    • #11-2 (@azooii) (จากตอนที่ 5)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 14:36
      ที่เขียนว่าขนาดตัวอักษร กด ( + )
      #11-2
    • #11-3 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 5)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 17:24
      คอมฯ ที่บ้านทำได้ค่ะไรท์
      แต่ที่ทำงาน ขยายไม่ได้
      ไม่เป็นไร ถ้าอัปในเวลางาน
      เราอ่านในมือถือก็ได้
      ขอบคุณที่แนะนำนะคะ
      #11-3