ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,008 Views

  • 125 Comments

  • 286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,147

    Overall
    12,008

ตอนที่ 26 : บทที่ 7 หน้าที่ภรรยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

บทที่ ๗ หน้าที่ภรรยา

ลมหวนทิศสะพัดใบหญ้าที่ขึ้นกระจายตามเนินเขาเวิ้งว้าง ท้องฟ้าสีแดงจรัสแสงสุดท้าย เกิดเป็นความงามชั่วขณะ แต่ยังพอมองเห็นทางเดินลูกรังคดโค้งไปจนสุดสายตา

หยงเอ๋อร์ขึ้นมาสิ เทียนซือฉางย่อตัวนั่งยองรอรับภรรยาคนงาม อันหยงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นางรู้สึกเหนื่อยก็จริงแต่ไม่อ่อนแอถึงขนาดต้องให้เขาแบกขึ้นหลังเสียหน่อย

ให้ข้าดูแลเจ้าบ้าง

เสียงทุ้มต่ำสลายความลังเลของอันหยงออกไปจนหมด นางเอนตัวนาบลงแผ่นหลังพาดแขนคล้องช่วงคอเขาไว้ ซือฉาง... นี่เป็นกลยุทธ์พิชิตใจสาวงามอย่างนั้นหรอกหรือ โจมตีได้ถูกจุดนัก ผู้อื่นอยากร้องไห้เต็มทน

เทียนซือฉางเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่นิยมคำหวาน บุคลิกนิ่งเฉยเหมือนไม้ท่อนหนึ่งที่ไม่มีทางเอนล้มไปทิศใด เขาได้แต่อมยิ้มน้อย ๆ เอียงแก้มรอสิ่งที่ตนเคยได้รับเป็นประจำ

อะแฮ่ม!! อันหยงเจ้าคะ รู้หรือยังว่าคำว่าวาสนาเป็นเช่นไร รังแต่จะดื้อรั้นคิดเล็กคิดน้อยอยู่ได้ ดั่งคำคนสมัยก่อนกล่าวไว้ว่า บุปผางามมักเหี่ยวเฉาช้ากว่าเวลาที่หมุนอยู่ก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลเอาใจใส่ บัดนี้อันหยงของเราดูเยาว์วัยยิ่งนัก แก้มชมพูระเรื่อเสียจนน่าอิจฉา รู้จักบิดแขน เขินอาย พูดนิดพูดหน่อยน้ำตารื้น สหายอย่างข้ากับซานอินรู้สึกแปลกใจเหลือเกิน ซือฉางทำได้อย่างไรกัน

ถิงซูสัพยอกเสียงใส ซานอินหัวเราะคิกชอบใจ ยืนชมฉากรักกลางลานทุ่ง ระหว่างรอต้าหนิงกับเผิงอวี้เก็บสัมภาระขึ้นรถเข็น ค่อยเดินทางกลับพร้อมกัน วันนี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ อาจเปรียบได้กับหนังสือผจญภัยในช่วงบทตอนสำคัญ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ตัวเอกของเรื่องพาพวกพ้องพบแสงสว่างยังปลายถ้ำ หยุดทุกความทุกข์โศกไว้แต่เพียงเท่านั้น

ข้าก็อยากดูแลเจ้าบ้างต้าหนิงโพล่งออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ย สายตาหลุกหลิกจับจ้องร่างระหงแฝงความนัย ถิงซูยิ้มเย็นถูมือไว้รอ ก่อนคว้าเอาหูพ่อตัวดีจอมกะล่อนร้องโอดโอย อันหยงได้ทียิ้มเย้ย กล่าวคำสวนคืนให้กับคู่รักสายโหด

ถิงเหออยากมีน้องเต็มทน ถิงซูเอ๋ย... เจ้าก็หัดตามใจน้องต้าหนิงบ้าง มิใช่มัวแต่นับข้างขึ้นข้างแรม วันไหนควรให้กิน วันไหนควรงด มนุษย์นะเจ้าคะไม่ใช่ดินฟ้าอากาศ อย่างเจ้าน่ะต้องหมั่นรับพลังหยางจากต้าหนิงให้มากหน่อย นิสัยจะได้อ่อนหวานนุ่มนวลกับเขาเป็นบ้าง

ต้าหนิงยิ้มตาหวาน มองถิงซูกระพริบตาปริบ ๆ พยักหน้าถี่ ปากเผยอรอให้ภรรยาประทับจูบสักหน   

หึ!! เจ้ายังรู้จักคนผู้นี้น้อยไป ถิงซูดึงจมูกพ่อตัวดีให้เลิกทำท่าทะเล้นชวนขนลุก ต่างไปจากนัยน์ตาสื่อถึงความห่วงหาในตัวอีกฝ่าย นึกแกล้งเขาแต่เป็นเราที่กลัวเขาเจ็บ  

ซานอิน อันหยง เปล่งเสียงหัวเราะคิกคัก เห็นถิงซูยิ้มสดใสแบบนี้แล้วนางสองคนหมดห่วง จะว่าไปแล้วถิงเหอเองก็โตขึ้นมาก วัน ๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับกลุ่มพยัคฆ์ขาว ปล่อยให้มารดารับมือกับต้าหนิงไปวัน ๆ ดูจากความขยันกวนหัวใจทุกคราที่ว่าง คาดว่าอีกไม่นานคงมีข่าวดีให้ได้ยิน

เผิงอวี้ยืนกอดอกอยู่นิ่ง ๆ แววตาลุ่มลึกจับอยู่ที่ภรรยาตัวน้อยออกปากสนับสนุนความคิดคนโน้นทีคนนี้ที ส่วนเขาเองไม่ได้รู้สึกว่าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งจึงคร้านจะสนใจผู้อื่น อากาศในยามคล้อยค่ำเริ่มเย็นลง ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมสีดำสวมทับบนร่างอรชร ดึงมือนางประสานไว้ด้วยกัน ซานอินระบายยิ้ม สักพักก็เปล่งเสียงหัวเราะสองคู่รักที่เริ่มประชันคารมกันรอบสอง  

อันหยงปกป้องคนของตนยิ่งชีพ ส่วนถิงซูจัดอยู่ในประเภทปากแข็งแต่ใจอ่อนนัก หาได้ยอมความกันง่าย ๆ

ข้ามีความสุขมาก จู่ ๆ ซานอินก็พูดขึ้น เอนตัวอิงหัวไหล่สามีตัวโต

เผิงอวี้ซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ความนิ่งเฉย เงยหน้าดูนกโผบินลงรังนอน ผินมองยอดไม้ไหวสั่นไร้ซึ่งวาจาเอื้อนเอ่ย ทว่าปลายนิ้วหนาตวัดเขียนคำบางอย่างลงบนมือแบบบาง ที่มีแต่เขาและนางต่างรู้ชัดในความหมายนั้นดี

ซานอินพิศดูอยู่นานครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกเติมตัวอักษรต่อท้ายลากยาวไปถึงข้อแขน แล้วให้เขากุมไว้แน่น ๆ ไม่ยอมให้ลมพัดพาหอบนำไปไหน เพราะสิ่งนั้นคือหัวใจของนางเฉกเช่นเดียวกันกับเขา

นับตั้งแต่เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ นางไม่ได้ย้ายไปอยู่บนเรือนผาหินของเผิงอวี้อย่างที่หลายฝ่ายคิด ผู้เป็นสามีตัวโตกว่าจึงตัดปัญหาย้ายเข้ามาอยู่ที่เรือนไผ่เขียวของภรรยาตัวน้อย นานวันเข้าชักเริ่มติดนิสัยนอนคนเดียวไม่ได้

เตียงไม้หลังเล็กดูกี่ทีก็ไม่สมส่วนกับคนสองคน แต่เขากลับชอบมันอย่างยิ่ง ปิดโอกาสไม่ให้อีกคนกลิ้งหนีไปไหนได้ นอกจากซุกตัวนอนอยู่ข้างอกอุ่นแต่โดยดี

เขาชินกับการได้ฟังนางเล่าเรื่องที่พบเจอในแต่ละวันให้ฟังก่อนนอน

เริ่มชินกับหลาย ๆ สิ่งที่นางเป็นคนสร้างขึ้นมาจนมิอาจลบ

ชินกับการได้เห็นคนงามใต้ร่าง ยื่นข้อต่อรองในยามศึกรักดำเนินอยู่บนเส้นทางอารมณ์ หากนางพูดว่าพอหมายความว่าให้ทำต่อได้ ซึ่งดูขัดต่อความหมายที่แท้จริง แต่ทำอย่างไรได้เล่า เพราะสุดท้ายคนที่ถูกสูบพลังไปจนหมดเป็นเขาต่างหาก ส่วนคนคอยห้ามนะหรือ...

หึ!! อย่าพูดเลย พอกินอิ่มชิงหลับก่อนเสมอ  

เขาชินกับการได้เห็นนางในทุก ๆ เช้า หมั่นหาเรื่องเรียกร้องความสนใจให้ภรรยาตัวน้อยออกปากบ่นไม่เว้นวัน คล้ายดั่งคำรักที่จารไว้ในมือข้างนั้น ทั้งหมดคือความสุขในทุกวันที่ขาดนางไปไม่ได้

เผิงอวี้กำมือไว้แน่น ยอมให้นางยึดแขนชี้ไปทางโน้น ประเดี๋ยวชี้ไปทางนั้นไม่รู้จักเหนื่อย  

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก่อนกลับเข้าหุบเขา พวกเราแวะฉลองกันหน่อยดีหรือไม่ ข้ามีสถานที่หนึ่งที่พิเศษมาก ซานอินเป็นฝ่ายเอ่ยชวน ชี้นิ้วไปทางซ้ายมือ ใกล้ปากทางเข้าไปในหุบเขา

อันหยงตารุกวาว สะกิดให้ซือฉางหยุดเดิน ป้องปากตอบรับคำเป็นคนแรก ตามด้วยคู่ของต้าหนิง

อากาศกำลังเย็นสบาย คืนนี้เป็นคืนเดือนสว่างพวกเรากลับช้าหน่อยคงไม่เป็นไรถิงซูยิ้มอย่างเห็นด้วย

สถานที่ที่นางกล่าวมาชื่อว่าเนินพระจันทร์ มีลักษณะเป็นเนินเขากลม ๆ คล้ายกับดวงจันทร์โผล่พ้นน่านนภา ตั้งอยู่ติดริมธารน้ำห่างจากปากทางเข้าหุบเขาไม่กี่สิบจั้ง เมื่อเดือนก่อนซานอินกับอันหยงลงเกี่ยวหญ้าแฝกออกจนหมด ถึงพบความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างไว้

ถึงแล้วเจ้าค่ะ... ตรงโน้นมีโพรงถ้ำใต้เนินเขาติดธารน้ำ ปลาชุกชุมอย่าบอกใครเชียวล่ะ ขนาดข้าที่ฝีมือไม่เอาไหนยังสามารถจับปลาได้ แต่เห็นทีครั้งนี้คงต้องฝากท้องไว้กับพวกท่านแล้ว

ซานอินโยนหน้าที่ให้เหล่าบุรุษรับผิดชอบหาปลา ส่วนนางทั้งสามคนช่วยกันรื้อดูของในรถไม้ มีสิ่งใดที่นำไปใช้ได้บ้าง อันหยง ถิงซู เตรียมนำหม้อข้าวเมื่อช่วงบ่ายมาล้างตั้งน้ำไว้รอท่า กว่าแสงเดือนดาวจะพราวพร่างจันทร์ฉายแสง ปลาเผาตัวใหญ่และน้ำแกงหัวปลาหม้อใหญ่ถูกปรุงจนสุกพร้อมทาน รสชาติหอมหวานติดปาก ช่วยชดเชยความเหนื่อยล้าของวันได้อย่างดีเยี่ยม

โอ้ย... ถ้าไม่นับวันมาก่อนหน้านี้ ข้าคงคิดว่าได้ตั้งท้องเป็นแน่แท้

อันหยงกินอิ่มก่อนใคร ออกปากบ่นคนแรก ท่าบิดขี้เกียจชูแขนค้ำแผ่นฟ้า เชิดคางหมุนคอบริหารกระดูก ทำเอาถิงซูส่ายหน้าครั้นจะหยิบตาปลาโยนใส่หัวก็นึกเสียดายความอร่อย ซานอินก้มหน้าก้มตาซดน้ำแกงหมดถ้วย เลียริมฝีปากรอเนื้อปลาคำโต

เฮ้อ... เป็นสตรีที่มีสามีแล้วมันดีอย่างนี้นี่เอง ช่างสบายเหลือทน อันหยงเคยบอกกับนางว่าช่วงแต่งงานใหม่ ๆ เป็นช่วงภรรยากอบกุมเก็บผลกำไรจากสามีได้ไม้อั้น ฉะนั้นแล้วเหล่านางทั้งสามย่อมไม่พลาดโอกาสนี้

เผิงอวี้มองไม้เสียบปลาที่เหลือแต่ส่วนหางกับเกล็ดไหม้เกรียม จะบอกว่าเหลือเชื่อก็คงไม่ใช่ หนึ่งเค่อก่อนหน้านี้ปลาที่ย่างสุก ล้วนอยู่ในสภาพเดียวกันกับที่เห็น จึงได้แต่หันไปพึ่งสุราชนจอกร่วมกันกับลูกน้อง ฟังเสียงบ่นของเหล่าภรรยารักพลางทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ข้าไม่คิดมาก่อน ตกกลางคืนในป่าดงจะสวยงามไม่แพ้บรรยากาศในเมืองใหญ่อันหยังอิงแอบซือฉาง พิศมองพระจันทร์ดวงกลมทอดแสงสีเหลืองนวลสว่างไสว เกิดเป็นเงาเหลื่อมพรายเหนือผิวน้ำ เทือกเขาสูงสลับต่ำเปรียบดั่งภาพวาดปลายพู่กันในกรอบผ้าใบ ครั้งที่นางอาศัยอยู่ในหอสังคีตเคยมีบทเพลงท่อนหนึ่งขับลำนำไว้ว่า

หรีดหริ่งร้องร่ำต่อฟ้า แมงปอปีกใสหาญท้าต้านลม ฉางเอ๋อ[1]สะบัดปุยเมฆพัดพลิ้ว หวนคิดถึงโฮ่วอี้[2]ก่อนคืนสู่จันทร์

เพราะใจเราเป็นสุข จึงมองเห็นแต่ความสวยงามของโลกแม้ยามใบไม้แห้งเหี่ยวเฉาถิงซูกล่าวเสริม ปรายตามองต้าหนิงนอนหลับตานิ่ง แต่ปากเจ้ากรรมยังอ้ารอรับชิ้นปลาที่นางแกะ นาน ๆ ทีเทียนซือฉางจะชวนชนจอกสุราสักครั้ง ถึงท่านฮานเก่อไม่ได้ห้ามปราม ทว่าพวกเขาต่างรู้กฎ ดื่มพอเป็นกษัยยาสงวนกำลังไว้ใช้ในวันพรุ่ง     

ข้าถึงบอกว่าที่นี่เป็นสถานที่พิเศษอย่างไรเล่า เพราะมันสามารถทำให้เราใช้เวลาร่วมกันได้อย่างเช่นกาลก่อนซานอินพูดตาไม่กระพริบ เอาแต่จับจ้องพุงปลาที่เผิงอวี้ใช้ใบไผ่พันรอบไว้หลายชั้น เสียบไม้อังไฟอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมาพักใหญ่ ขอเพียงสุกเมื่อไหร่เสร็จนางเมื่อนั้น

ซานอินพูดถูก คิดถึงตอนอันหยงพาเราสองคนแอบดูเหล่าบุรุษอาบน้ำ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนชีวิตนี้จะได้ออกนอกข้อห้ามห้าประการ ข้ามีใจหาญกล้ากระทำเช่นนั้นได้อย่างไรนะถิงซูยิ้มละไม หารู้ไม่ตนนั้นจุดชนวนระเบิดกองใหญ่เอาไว้ เพราะนางคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นมากจริง ๆ

แค่ก ๆๆ

ซานอินสำลักพุงปลาที่เพิ่งเข้าปากไม่ทันกลืน  

เผิงอวี้หันขวับมองภรรยาตน มือกำไม้ย่างปลาค้างเติ่ง ทางต้าหนิงดีดตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรงคล้ายไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เทียนซือฉางไม่วายยกมือปิดหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่   



[1] ฉางเอ๋อ เป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ตามความเชื่อปรัมปราของจีน ทรงประทับอยู่ในดวงจันทร์เท่านั้น

[2] โฮ่วอี้ชายคนรักของฉางเอ๋อ ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อครั้งสมัยก่อนโบราณกาลนั้น โลกของเรามีดวงอาทิตย์อยู่ถึงสิบดวง ทำให้โลกมนุษย์เกิดภัยพิบัติไปทั่ว ต่อมาได้ปรากฏวีรบุรุษนามว่าโฮ่วอี้ เป็นผู้ที่มีฝีมือในการยิงธนูได้แม่นยำอย่างมาก โดยสามารถยิงธนูขึ้นสู่ฟ้าเพียงดอกเดียว ถูกดวงอาทิตย์ถึงเก้าดวง ทำให้เหลือดวงอาทิตย์อยู่เพียงดวงเดียว

.

.

ทิ้งท้ายจากผู้เขียน

ถ้าวันนี้ทุกคนไม่ได้ไปไหน เดี๋ยวค่ำ ๆ จะเข้ามาอับพาร์ท 7.1 ให้ได้อ่าน ชูไม้ชูมือบอกกันบ้างน้า ใครขาดน้ำตาล ขาดความรัก เชิญรอเก็บได้จากสามคู่นี้ 555555555555  

แล้วเจอกันคร้าบบบบบบบบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #100 0934545478 (@0934545478) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 00:05
    ชิบหายตายแน่อินเอ๋อร์5555555
    #100
    1
  2. #98 Yuu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:42

    ยกมือค่ะ

    #98
    0